My Experiences in America เล่าเรื่องอเมริกา ชีวิตคนไทยในอเมริกา วีซ่า การทำงาน การใช้ชีวิต การท่องเที่ยว ในอเมริกา

Thai in America I first came to America in March of 2007. I am now living here as a permanent resident. I hope this journal of my American experience will be of use to you. Thank you for your comments and suggestions.

ขอกรีนการ์ดต้องตรวจเลือดหรือไม่ Medical Exam for Green Card

plew May 10th, 2008



ขอกรีนการ์ดต้องตรวจเลือด ตรวจร่างกายหรือไม่ คำตอบคือใช่ต้องตรวจเลือด ตรวจร่างกาย และไม่ใช่ว่าจะไปตรวจที่คลินิคหรือโรงพยาบาลไหนก็ได้ทุกที่
ไม่ใช่คุณต้องไปตรวจเฉพาะโรงพยาบาลหรือคลีนิคที่อยู่ในเครื่อข่ายที่รับรองของ USCIS เท่านั้น ซึ่งรายชื่อคลีนิคหรือโรงพยาบาลที่ USCIS รับรอง
ก็สา มารถหาได้จากเวปไซต์ของ USCIS

ถามต่อว่าต้องตรวจอะไรกันบ้าง ก็เจาะเลือดตรวจเอดส์ ตรวจซิฟิลส ตัวเองโดนเจาะเลือดไปสองเข็มใหญ่ แทบเป็นลม นอกจากนั้นก็ทำ
Skin Test เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันในร่างกายพื้นฐาน เช่น ภูมิคุ้มกันโปลิโอ ไข้ทรพิษ ซึ่งปกติเราจะได้รับวัคซีนเหล่านี้มาแล้วตั้งแต่เด็ก
ตรงนี้แนะนำว่าถ้าใครมีประวัติการได้รับวัคซีนเหล่านี้ก็นำติดมาด้วยเพราะจะได้ไม่ต้อง Skin test อีก แต่ถ้าไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนมา
แสดงก็ต้องตรวจและถ่าผลออกมาวาเราไม่มีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆที่เค้ากำหนด เราก็ต้องไดรับการฉีดวัคซีนเหล่านั้นใหม่ทั้งหมด นึกดูก็แล้วกัน
ว่าทั้งถูกเจาะเลือดสองเข็มโตๆ และฉีดยาอีก สำหรับตัวเองก็ทำสกินเทส ผลออกมาโอเคคือมีภูมิอยู่แล้วเลยไม่ต้องฉีดวัคซีนใหม่

คำถามต่อมาคือปกติใช้เวลากี่วันถึงจะได้รับผลการตรวจ อยู่ที่ประมาณสามวันถึงสิบวันแล้วแต่คลีนิค ตัวเองจจริงๆอยู่ที่ซานฟรานซิสโก
แต่ต้องเดินทางไปฮาวายเพื่อฮันนีมูน สอบถามหลายคลีนิคที่อยู่ในเครื่อข่ายที่นี่บอกใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ และแถมต้องเดินทางไปตรวจสองครั้ง
เพราะตรวจครั้งหนึ่งแล้วต้องรออะไรบางอย่างแล้วไปตรวจอีกอย่าง เรารอไม่ได้ต้องเดินทางติดต่อคลีนิคที่ฮาวายเกาะเมาวี
บอกใช้เวลาสามวันเสร็จ มาครั้งเดียวอีกสามวันมารับผลเลย ค่าใช้จ่ายตกอยู่ที่ประมาณสองรอ้ยเหรียญ ถูกกว่าที่ซานฟรานซิสโกอีก
คลีนิคที่นี่ส่วนใหญ่คิดที่เกือบสี่ร้อยเหรียญ สรุปเลยตรวจร่างกายที่ฮาวาย

หลังจากตรวจร่างกายได้ผลเรียบร้อยทางคลีนิคจะกรอกแบบฟอร์มทั้งหมดของ USCIS และแพทย์ผู้ตรวจลงนาม เขาปิดผนึกประทับตรา ให้เรา
ซึ่งเราเอาทั้งซองนั้นส่งไปกับแบบฟอร์มทั้งหมด อย่าเกาะออกมาเด็ดขาด ผลต้องอยู่ในซองปิดผนึก เป็นอันเรียบร้อย เราไม่ต้องกรอกข้อมูลใดๆเกี่ยวกับ
ผลการตรวจสุขภาพทั้งสิ้น

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ขอกรีนการ์ดอเมริกา
กรีนการ์ดอเมริกา 2

ค่าธรรมเนียมขอกรีนการ์ดอเมริกา


A medical exam is required for most 1-485 (adjustment of status) applicants. Medical examinations verify good health and admissibility to the US on medical grounds. It can also identify medical conditions that require follow-up medical care after adjustment of status to permanent residence Dr immigration to the US. Medical examination must be conducted by a USCIS designated civil surgeon. You can find one either by calling the National Customer Service Center at 1- 800-375-5283 Dr online. They are licensed and experienced doctors who receive special and on-going immigration oriented medical training and policy updates. A medical examination performed by a doctor NOT approved by USCIS will not be recognized. Results of the medical examination are reported in the Form 1-6931 Medical Examination of Aliens Seeking Adjustment of Status. Many civil surgeons have that form with them. Results of the medical examination are valid for 1 year before you file 1-485. After you file 1-4851 they are valid forever as long as 1-485 is pending. Thereforel medical examination can be done well in advance.

ค่าธรรมเนียมขอกรีนการ์ดอเมริกา Fees for American Green Card

plew May 9th, 2008

ในช่วงเวลาที่เราดำเนินการเรื่องเอกสารทั้งหมดเพื่อขอกรีนการ์ดตอนนั้นเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2007 และเราต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย
และส่งเอกสารทั้งหมดไปที่สำนักงานใหญ่ USCIS ที่ชิคาโก ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2007 เพราะอะไรนะเหรอ เพราะหลังจาก 31 กรกฎาคม 2007
ค่าธรรมเนียมทั้งหมดในการดำเนินการขอกรีนการ์ด จะขึ้นราคาเท่าตัว ณ วันที่เขียนบทความนี้ค่าธรรมเนียมก็ขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว ในช่วงที่เราดำเนินการ
ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้ USCIS อยู่ที่ประมาณหนึ่งพันเหรียญ ตอนนี้ขึ้นไปเท่าตัวก็ตกประมาณสองพันเหรียญ สองพันที่ว่าแค่ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย
ให้รัฐบาลอเมริกันอย่างเดียว ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าใช้จ่ายในการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด หรือคนที่ต้องการจ้างทนายดำเนินการให้ก็บวกไปอีก

เราสองคนตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องส่งเอกสารไปที่ชิคาโกให้ทันในเดือนกรกฏา 2007 ทั้งๆที่จริงๆบอกตรงๆว่าฉุกละหุกมาก เรียกว่าเส้นยาแดงผ่าแปด
เลยทีเดียว ตอนนั้นเราคิดว่าถ้าไม่ทันจริงๆเราก็จะกลับเมืองไทยแล้วคิดกันอีกที แต่สรุปคือทัน อย่างที่บอกว่าเฉียดฉิวมาก จริงๆแล้วการนดำเนินการ
ขอกรีนการ์ดจากการแต่งงานก็ไม่ได้ยาก หรือวุ่นวายอะไรอย่างที่คิด ถ้าภาษาอังกฤษได้ก้ไม่ยาก แต่มันน่าเบื่อตรงที่ต้องรวบรวมเอกสาร ถ้าคนที่เก็บ
เอกสารส่วนตัวเป็นระเบียบและมีครบถ้วน ก็สบายๆเลย แต่กรณีของคู่เรามันยุ่ง วุ่นวายตรงที่หลังจากเราแต่งงานคือวันที่ 7 กรกฎาคม 2007
อีกห้าวันถัดมาเราต้องเดินทางไปฮันนีมูนที่ฮาวาย เพราะแม่สามีจองทุกอย่างให้เราเรียบร้อย เราต้องฮันนีมูนที่ฮาวายสามอาทิตย์ก็คือสิ้นเดือนกรกฏา
พอดี ก่อนไปฮาวายเอกสารบางตัวก็ยังไม่เสร็จ เช่นทะเบียนสมรสซึ่งต้องรอประมาณอาทิตย์เป็นอย่างน้อย และเอกสารเรื่องสปอนเซอร์ร่วมก็ไม่เรียบร้อย
ตรวจร่างกาย เจาะเลือดก็ยังไม่ได้ทำ แต่เราไม่มีทางเลือกเราต้องไปฮาวาย สรุปเราแบกเอกสารเรื่องกรีนการ์ดทั้งหมดไปทำต่อที่ฮาวาย และให้เพื่อนทางนี้
ไปรับทะเบียนสมรสที่ซิตี้ฮอล ซานฟราน แล้วเมล์ส่งไปให้เราที่โรงแรมในฮาวาย น้องเขยที่เป็นสปอนเซอร์ร่วมพอทำเอกสารเสร็จก็ต้องส่งเอกสารไปให้
เราที่ฮาวายเช่นกันเราต้องเสร็จทุกอย่างที่ฮาวายและส่งเอสารทั้งหมดไปที่ชิคาโก ภายในสิ้นเดือนกรกฎา 2007 เพื่อให้ทันค่าธรรมเนียมเดิม
ใครจะอยากจ่ายแพงอีกเท่าตัวละ มันก็เป็นการฮันนีมูนที่วุ่นวายพอสมควร เราต้องเช็คว่าทะเบียนสมรสได้รึยัง ตามเอกสารที่ขาด แต่เราก็มีความสุข
และสนุกมากกับการมาฮันนีมูนที่ฮาวาย…ยังไม่จบติดตามตอนต่อไป

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ขอกรีนการ์ดอเมริกา Green Card America
กรีนการ์ดอเมริกา 2


Fee increases, scheduled to take effect in June, would raise the cost of applying for a green card from $325 to $905 and citizenship from $330 to $595 - generating about $1 billion more a year than the agency now has in its annual budget. In an exclusive interview with The Miami Herald last week, Emilio Gonzalez - director of U.S. Citizenship and Immigration Services - promised that the higher fee revenue will help end chronic delays, move offices in run-down buildings to comfortable new facilities, replace paper applications that must be mailed with electronic forms that can be filed online and turn rude or inattentive employees into well-trained customer-friendly staffers.

กรีนการ์ดอเมริกา Green Card USA Part 2

plew May 6th, 2008



แบบฟอร์มทั้งหมดที่ต้องกรอกเพื่อขอกรีนการ์ด เราเตรียมไว้เรียบร้อยก่อนวันแต่งงาน ขาดเอกสารเพียงบางอย่างคือใบทะเบียนสมรสตัวจริง
ซึ่งจะได้หลังจากแต่งงานประมาณสองอาทิตย์ เนื่องจาต้องส่งกลับไปที่ซิตี้ฮอล รวมทั้งรอเอกสารเรื่อง Co sponcer หลายคนรอาจส่งสัยว่า
Co sponcer คือใครอีกคนที่ไม่คู่สมรสของเราที่ร่วมแสดงเอกสารเรื่องรายได้และเอกสารการจ่ายภาษีของเขา เพื่อให้การรับรอง สนับสนุนเรา
ในการเปลี่ยนสถานะเข้ามาอยู่ในอเมริกา เพราะจริงๆที่เรียกกันว่า ขอกรีนการ์ด Green Card ก็คือการ adjust status จากการ
เป็นบุคคลที่ถือวีซ่าเพื่อพำนักในอเมริกาเป็นการชั่วคราว มาเป็นผูที่เข้ามาอยู่อาศัยในอเมริกาอย่างถาวรนั่นเอง เป็น Rescident ยังไม่ใช่ Citizen
หรือพลเมืองของเขา

ว่าเรื่องผู้เป็นสปอนเวอร์ร่วม หรือ Co sponcer กันต่อ ทำไมต้องมีสปอนเซอร์ร่วมด้วยละ ต้องมีกรณีที่คู่สมรสที่เป็นคนอเมริกันของเราเขามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์
หรือจ่ายภาษีต่ำกว่าที่เขากำหนด รายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณสองหมื่นเหรียญต่อปี จริงๆแล้วตอนนั้นแฟนมีรายได้มากกว่านั้นเยอะ
แต่เราต้องการให้แน่ใจว่ามันไม่มีปัญหาเรื่องนี้แน่ๆ เลยทำสปอนเซอร์ร่วมไปด้วย เพราะแฟนรายได้ถึงแต่เขาไม่ได้ทำงานประจำ
คือทำงานอิสระ ดังนั้นรายได้จึงไม่แน่นอน ขึ้นๆลงๆ เอกสารใบเสร็จรับเงินต่างๆบางทีก็หายไปบ้าง ไม่ง่ายเหมือนคน
ทำงานประจำที่มีหนังสือรับรองรายได่จากบริษัท ซึ่งแบบนั้นจะชัดเจนและง่ายกว่า เราเลยใน้องเขยเขาซึ่งเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์
ทำงานบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งเป็นสปอนเซอร์ร่วม สปอนเซอร์ร่วม ต้องแสดงกรอกเอกสารเหมือนตัวคู่สมรสเราทุกอย่าง ต้องแสดง
หลักฐานการจ่ายภาษีย้อนหลังหนึ่งปี และแสดงรายรับ

ส่วนตัวเราเองซึ่งเป็นคนต้องการเปลี่ยนสถานะ ก้ไม่อะไรยุ่งยาก กรอกแบบฟอร์ม ซึ่งเป็นข้อมูลทั่วไป แต่ตอนนั้นไม่ได้เอาสูติบัตรมาด้วย
ต้องให้น้องชายแสกนส่งไฟล์มาให้ ซึ่งโอเคไม่จำเป็นต้องใช้ตัวจริง หลังจากนั้นต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งก็ส่งแปลทางอินเทอร์เนต
ร้านที่แปลก็เป็นร้านในเมืองไทยเรานี่แหละ แปลสูติบัตรใบเล็กๆใบเดียวจำได้ว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณหกสิบเหรียญ ตอนแรกเขาแปลและเซ็น
รับรองแต่ส่งเป็นไฟล์มา ปรากฎว่าเราเช็คดู มันต้องใช้ตัวจริง สูติบัตรต้องแปลและเซ้นรับรองโดยผู้แปล ส่งส่งฉบับที่ลงนามรับรองใบจริงเท่านั้น
เอกสารอื่นๆสำหรับคนไทยไม่มีแล้วก็แค่พาสปอร์ต กับสูติบัตรแน่แหละ ต้องคนที่เปลี่ยนนะไม่ยุ่งยากหรอก แต่คนที่ยุ่งยากคือคู่สมรสแฟนของเราที่เป็นคนอเมริกัน
มากกว่า จริงๆการขอกรีนการ์ด เขาไม่ได้สนใจตัวคนขอสักเท่าไร เขาสนใจตัวคนสปอนเซอร์มากกว่า ว่ามีปัยหา มีรายได้เพียงพอที่จะเอาคนเข้ามาเพิ่มใน
ประเทศเขาหรือไม่



A lawful permanent resident is a foreign national who has been granted the privilege of permanently living and working in the United States. If you want to become a lawful permanent resident based on the fact that you have a relative who is a citizen of the United States, or a relative who is a lawful permanent resident, you must go through a multi-step process.

 

  1. The USCIS must approve an immigrant visa petition, I-130 Petition for Alien Relative, for you. This petition is filed by your relative (sponsor) and must be accompanied by proof of your relationship to the requesting relative.
  2. The Deparment of State must determine if an immigrant visa number is immediately available to you, the foreign national, even if you are already in the United States. When an immigrant visa number is available, it means you can apply to have one of the immigrant visa numbers assigned to you. You can check the status of a visa number in the Department of State’s Visa Bulletin.
  3. If you are already in the United States, you may apply to change your status to that of a lawful permanent resident after a visa number becomes available to you. This is one way you can apply to secure an immigrant visa number. If you are outside the United States when an immigrant visa number becomes available, you must then go to the U.S. consulate servicing the area in which you reside to complete your processing. This is the other way to secure an immigrant visa number.

ขอกรีนการ์ดอเมริกา Green card America

plew May 4th, 2008


america
กรีนการ์ดอเมริกาหรือ Permanent rescident card คนไทยหลายคนที่อยากใช้ชีวิต อยากทำงานในอเมริกาต้องรู้จักเป็นอย่างดี
และที่สำคัญเป็นสิ่งที่ปรารถนาของหลายๆคนวซะด้วย เพราะถือเป็นใบเบิกทางที่ทำให้เราใช้ชีวิตและทำงานในอเมริกาได้อย่างถูกกฏหมาย
อยากกลับบ้านเมืองไทยก็กลับได้ไม่ต้องกลัวว่ากลับเมืองไทยแล้วจะเข้ามาอเมริกาไม่ได้อีก

สำหรับตัวเองตอนนี้ได้กรีนการ์ดเรียบร้อยแล้ว อย่างแชรืประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา แต่ต้องย้ำว่า ตัวเองไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่ใช่เอเจนท์
เล่าจากประสบการณ์ที่ได้รับมาจริงๆ เอาเป็นว่าเป็นข้อมูล เป็นกรณีศึกษาหนึ่งสำหรับหลายๆคนที่ต้องการหาข้อมูลในเรื่องนี้
ตัวเองเข้ามาอเมริกาโดยวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ได้หกเดือน จริงๆไม่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะแต่งงาน แต่กะมาเยี่ยมแฟนซึ่งเป็นคนอเมริกัน
มาดูว่าความเป็นอยู่จริงๆเขาเป็นไง แล้วก็เที่ยว แต่ปรากฎว่าเราเข้ากันได้ดี พอถึงเวลาใกล้ต้องกลับเมืองไทย ก้เลยมาคุยกันว่าจะไงดี
ได้วีซ่าสิบปีก็จริงแต่ไม่ใช่จะไปๆมาๆได้บ่อยๆ สรุปแล้วเราคิดว่าเราน่าจะแต่งงานกันเพราะเรารักกันแน่ๆละ และมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกัน
เราแต่งงานกันหลังจากเข้าอเมริกาได้เกือบห้าเดือน แต่ก่อนถึงวันแต่งงานเราก็เตรียมเอกสารเรื่องขอกรีนการ์ดไปพลางๆ เช่นดาวน์โลดแบบฟอร์ม
ทั้งหมดจาก USCIS ศึกษาทำความเข้าใจแบบฟอร์มทั้งหมดที่ต้องกรอก รวมทั้งถามข้อมูลจากเพื่อนคนไทยที่พอรู้จักที่นี่ ว่าขอกรีนการ์ดต้องทำไงบ้าง
ปรากฎว่าคนไทยที่เราถามเขาบอกเหมือนกันว่า โอ๊ยทำเองยากต้องจ้างทนาย เขาจ้างทนายกันทุกคน ไม่มีใครทำเองเลย เราก็คุยกับแฟนเพราะก็เชื่อ
ที่เขาบอกว่าทำเองมันยาก เราก็บอกแฟนให้จ้างทนายหรือบริษัทที่เขารับทำ ซึ่งก็ได้เบอร์และชื่อมาจากเพื่อนคนไทยและคนจีน

แต่แฟนเราบอก เขาไม่อยากจ้างทนายเขาอยากลองทำเอง เขาคิดว่าทำเองได้ เพราะเรื่องภาษาเขาไม่มีปัญหา ก็เขาฝรั่งอะ ตอนนั้นก็เถียงกันพอสมควร
เพราะเรากลัวว่าถ้าทำเองมันจะไม่ได้มันจะยากประมาณนั้น ก็ฟังเขามา แล้วก็คิดว่าแฟนงกไม่อยากเสียเงินค่าทนาย
ตอนนั้นบอกตรงๆว่าโกรธแฟนพอสมควร เราก็บ่นว่าจ้างเถอะ ไม่จ้างทำเองแล้วไม่ได้จะทำไง เสียเงินเพิ่มดีกว่าเสียเวลา
แฟนก้เลยโทรไปสำนักงานที่เราได้เบอร์มาจากเพื่อน ปรากฎว่าเขาบอกขอเอกสารเรื่อง Tax Return สามปีย้อนหลัง และเอกสารอื่นๆอีก
เอกสารครบแล้วค่อยมาที่สำนักงาน แฟนเราบอกเขาอ่านในแบบฟอร์ม ซึ่งมีรายละเอียดแจ้งไว้ชัดเจนว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
ในแบบฟอร์มขอเอกสารการเสียภาษีย้อนหลังแค่ปีเดียว ทำไมทนายขอสามปี เขาเลยบอก ไม่ละเขาทำเอง คนที่ต้องจ้างทนาย
คือคนที่อ่านภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ เขียนไม่ค่อยเป็น และเขาก็ไม่ไว้ใจพวกบริษัทพวกนี้ ทำเองดีกว่าถือเป็นการเรียนรู้
ไม่ได้ก็ขอใหม่ สรุปคือเขาจะทำเอง ตอนนั้นบอกตรงๆว่าโกรธแฟนมาก เพราะกลัวจะไม่ได้ และก็ยังคิดว่าแฟนไม่อยากเสียเงินค่าทนาย
ก็จะไม่กลัวยังไงละ ก็แต่ละคนที่ถามเขาบอกจ้างทนายกันทั้งนั้น ทำเองมันยาก แต่ก็ไม่อยากทะเลาะกับแฟน
สุดท้ายก็ปล่อยทุกอย่างเป็นหน้าที่ของเขาทั้งหมด

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อว
กรีนการ์ดอเมริกา 2

ค่าธรรมเนียมขอกรีนการ์ดอเมริกา

ขอกรีนการ์ดต้องตรวจเลืดหรือไม่

In order for a relative to sponsor you to immigrate to the United States, they must meet the following criteria:

  • They must be a citizen or lawful permanent resident of the U.S. and be able to provide documentation providing that status.
  • They must prove that they can support you at 125% above the mandated poverty line, by filling out an Affidavit of Support

The relatives which may be sponsored as an immigrant vary depending on whether the sponsor is a U.S. Citizen or a lawful permanent resident.

  • If the sponsor is a U.S. Citizen, they may petition for the following foreign national relatives to immigrate to the U.S:
    • Husband or wife
    • Unmarried child under 21 years of age
    • Unmarried son or daughter over 21
    • Married son or daughter of any age
    • Brother or sister, if the sponsor is at least 21 years old, or
    • Parent, if the sponsor is at least 21 years old.
  • If the sponsor is a lawful permanent resident, they may petition for the following foreign national relatives to immigrate to the U.S.:
    • Husband or wife, or
    • Unmarried son or daughter of any age.

In any case, the sponsor must be able to provide proof of the relationship.

ถือวีซ่าท่องเที่ยวแต่งงานในอเมริกาได้หรือไม่ Marriage in America

plew April 30th, 2008


marriage in america
หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าจะเข้าไปแต่งงานในอเมริกา ต้องถือเฉพาะวีซ่าคู่หมั้นเท่านั้นหรือไม่
คำตอบคือไม่จำเป็น ตัวเองกก่อนแต่งงานไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่ต้องบอกก่อนว่าตอนไปตอนแรกไม่ได้มีเจตนา
ว่าจะมาแต่งงานไม่ได้วางแผนไว้ก่อนแต่อย่างใด แต่ก็ขอย้ำว่าวีซ่าท่องเที่ยวก็แต่งได้ไม่มีปัญหา
แต่ต้องน้ำอีกทีว่าแต่งงานก็แต่งงาน ขอกรีนการ์ดก็ขอกรีนการ์ดมันคนละส่วน แต่งงาน จดทะเบียนสมรส
กับคนอเมริกันไม่ได้แปลว่าจะได้กรีนการ์ดเสมอไป เพียงแต่ทะเบียนสมรสเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นขอ
กรีนการ์ดเท่านั้น แล้วจะเล่าให้ฟังเรื่องการขอกรีนการ์ดในโอกาสต่อไป

การแต่งงานจดทะเบียนสมรสในอเมริกาถือวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ
นักท่องเที่ยวประเทศอื่น ที่เข้ามาบางทีเขาประทับใจที่นี่ เขาชอบเขาอยากแต่งงานที่นี่ ก็ได้เลย
ทั้งคู่เป็นนักท่องเที่ยวก็แต่งได้ เพราะบางคนเขาอยากแต่งงานที่นี่ ไม่ได้แปลว่าเขาอยากอยู่ที่นี่
เพียงแต่มีพาสปอร์ตมาแสดงก็เพียงพอแล้ว ง่ายมากค่ะ เพราะประเทศเขาไม่ได้เสียอะไร ได้ค่าธรรมเนียม
อีกต่างหาก

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
แต่งงานในอเมริกา Marriage in America

จดทะเบียนสมรสที่อเมริกา

Divorce is on the decline in the USA, but a report to be released today suggests that may be due more to an increase in people living together than to more lasting marriages.

ouples who once might have wed and then divorced now are not marrying at all, according to The State of our Unions 2005. The annual report, which analyzes Census and other data, is issued by the National Marriage Project at New Jersey’s Rutgers University.

The U.S. divorce rate is 17.7 per 1,000 married women, down from 22.6 in 1980. The marriage rate is also on a steady decline: a 50% drop since 1970 from 76.5 per 1,000 unmarried women to 39.9, says the report, whose calculations are based on an internationally used measurement.

จดทะเบียนสมสรที่อเมริกา American Marriage Certificate

plew April 27th, 2008


คนไทยหลายคนมีข้อสงสัยว่าถ้าจะแต่งงานในอเมริกาต้องมีผลเลือดหรือไม่ สำหรับที่แคลิฟอเนีย ไม่ต้องมี ใครก็สามารถแต่งงานที่นี่ได้แค่มีพาสปอร์ต และมีเงินเสียค่าธรรมเนียมก็พอ อีกที่ที่คนนิยมไปแต่งงานคือ ที่ลาสเวกัส เนวาดา ซึ่งไม่ต้องมีผลเลือดเช่นกัน และที่คนนิยมไปแต่งงานที่นั่นเยอะ เพราะเหตุว่าเวลาจะหย่าก็ง่ายกว่ารัฐอื่นเช่นกัน แถมมีบริการเรื่องการแต่งงานครบวงจรและราคาไม่แพง ให้เลือกมากมาย ส่วนรัฐอื่นอันนี้ไม่แน่ใจจริงๆว่าจะต้องมีผลตรวจเลือดหรือไม่ ต้องตรวจสอบที่เมืองและรัฐนั้น

เล่ามาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่าการแต่งงานที่นี่ไม่ยากอะไรเลย แต่ต้องชัดเจนว่า แต่งงานกับขอกรีนการ์ดมันคนละเรื่อง ไม่ใช่แต่งงานแล้วแปลว่าได้กรีนการ์ดเลย แต่เอกสารในการแต่งงานเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นขอกรีนการ์ด คนละขั้นตอนกันแต่มันก็ต่อเนื่องกันอยู่ เพราะฉะนั้นที่นี่แต่งงานต้องมีการทำพิธีไม่ใช่เมืองไทยไปจดทะเบียนสมรสกันเฉยๆก็ได้ แต่มีความรู้ใหม่เขาบอกว่าแต่งงานที่นี่ถ้าเราแต่งงานบนเรือ กัปตันเรือสามารถทำพิธีแต่งงานให้เราได้ หรือถ้าแต่งในรถแท็กซี่ คนขับก็ทำพิธีให้เราได้ พิธิที่ว่าจริงๆแล้วถ้าดูหนังฝรั่งคงพอนึกออก คือใครคนหนึ่งส่วนมากเป็นบาทหลวงถามว่าแต่ละฝ่ายจะยินดีรับอีกฝ่ายเป็นสามี ภรรยา และประกาศว่าโอเคนะต่อไปนี้สองคนนี้เป็นสามีภรรยากันแล้ว และมีพยานอีกสองคนรู้เห็น แค่นี้ก็คือพิธีแล้ว ส่วนจะมีงานเลี้ยงอีกหรือไม่ตรงนั้นไม่สำคัญแล้ว

วิธีแต่งงานง่ายๆอีกวิธีหนึ่งที่ประหยัดสะดวกและได้ใบทะเบียนสมรสเร็วมากไม่ต้องรอเป็นอาทิตย์คือ แต่งงานกันที่ซิตี้ฮอลมันซะเลยซึ่งเป็นที่นิยมมากเช่นกันซิตี้ฮอลที่ซานฟรานซิสโกมีคนมาแต่งงาน

เกือบทุกวันวันละหลายคู่ เนื่องจากถูกค่าใช้จ่ายประมาณแปดสิบเหรียญ แค่ทำการจองเวลา หาพยานมา ไม่มีจริงๆเขาก็จัดให้ ไม่ต้องหาคนทำพิธีให้ เพราะบางทีหาคนทำพิธีแต่งงานไม่ใช่ง่าย เพราะต้องเป็นคนที่มีใบอนุญาต แต่แต่งที่ซิตี้ฮอล เขาจัดการให้เราเสร็จ เสร็จปุ๊ปเซ็นเอกสารให้เลย รอรับใบทะเบียนสมรสได้ทันที เรียกว่า One Stop serviceเลยละสามารถขอLicenseและแต่งงานเสร็จในวันเดียวเลยทุกอย่างจบ

เรียบร้อยลืมบอกไปถ้าไม่ได้แต่งงานในวันเดียวกับวันที่ขอใบอนุญาตก็ต้องดำเนินการแต่งงานให้เรียบร้อยภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่ออกใบอนุญาตแต่งงาน ไม่งั้นก็ต้องมาเสียตังค์ขอใบใหม่อีก
ยกตัวอย่างให้ฟังสำหรับตัวเองเราขอ License ที่ซานฟรานซิสโก แต่เราแต่งงานที่ซานตาครูส ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งแต่อยู่แคลิฟอเนียเหมือนกัน ก็เมืองใกล้ๆกันนั่นแหละ คนที่ทำพิธีแต่งงานให้เราก็เป็นญาติซึ่งเดิมเขาไม่มีใบอนุญาตประกอบพิธีแต่งงานมาก่อน ก่อนวันแต่งงานตัวเขาเองก็ต้องไปที่ซิตี้ฮอลของซานตาครูสเพื่อขอใบอนุญาตทำการแต่งงานให้คนอื่น หลังพิธีเรียบร้อย เรามอบเอกสารที่ได้จากซิตี้ฮอลซานฟรานซิสโกให้เขาเป็นคนกรอกรายละเอียด ซึ่งเป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อผู้ทำพิธีแต่งงาน ชื่อบ่าว สาว สถานที่ วันเวลาแต่งงาน เสร็จแล้วเขาก็ลงนาม และพยานสองคนลงนามแล้วส่งเมล์กลับไปที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นเมืองที่ออกใบอนุญาต หลังจากนั้นประมาณสองอาทิตย์ทางซิตี้ฮอลก็จะส่งทะเบีนยสมรสมาให้ทางไปรษณีย์หรือจะไปรับด้วยตนเองก็ได้ และสามารถไปขอทำใบทะเบียนสมรสเพิ่มอีกกี่ใบก็ได้ตามต้องการ ใบละประมาณยี่สิบเหรียญ

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

แต่งงานในอเมริกา

MORE REQUIREMENTS FOR OBTAINING A MARRIAGE LICENSE IN THE CITY AND COUNTY OF SAN FRANCISCO:

  1. Only an unmarried man and an unmarried woman over the age of 18 years of age may apply for a marriage license in California. Anyone under 18 must obtain a court order through the Juvenile Court system.
  2. If either applicant was previously married, he/she will need to know the exact date of the dissolution of the last marriage by divorce/annulment/or death. If the last marriage ended less than 90 days from the date of the appointment, you must bring a CERTIFIED copy of the divorce decree issued by the court or death record issued by the Department of Public Health. Non-certified copies, i.e. filed copies or endorsed copies, usually given to you by your attorney, are not accepted.
  3. Marriage license appointments are available Monday thru Friday at 10:00 a.m., 10:30 a.m., and from 12:00 noon through 3:00 p.m. every half hour (additional 11:00 a.m. and 11:30 a.m., ceremonies on Thursdays and Fridays only). There are three appointments available during each available time period.
  4. Appointments require a payment of $89.00 at the time of booking. Absolutely no refunds will be given.
  5. A convenience fee of $5.00 is applied on all credit card payments. Visa and MasterCard accepted. Couples may choose to come in person to schedule an appointment. Payment for in-person requests may only be made by CASH or a preprinted check.
  6. The couple along with a maximum of 2 witnesses/guests must arrive at the INFORMATION DESK at: San Francisco County Clerk, City Hall, 1 Dr.Carlton B. Goodlett Place (Van Ness & Grove), Room 168, San Francisco, CA 94102-4678 to CHECK-IN at the scheduled time. You do NOT need any witnesses at the time you are coming to obtain the marriage license. Couples arriving more than 10 minutes after their scheduled time will not be served and will be required to schedule a new appointment and pay the marriage license fee again.
  7. If you are planning on having your ceremony through City Hall, it is highly advisable that you make your ceremony appointment first by visiting our online ceremony reservation site and then make a marriage license appointment no later than 30 minutes prior to your ceremony appointment. In other words, if your appointment is for 10:30 a.m. on a Tuesday, you can schedule a marriage license appointment for anytime on the previous Monday or no later than 10:00 a.m. on the Tuesday of your appointment. You may request to have a ceremony at City Hall when you come in, but one may not be available at the time of your visit. We would then provide you with information on our availability. Ceremony fee is $67.00.
  8. 3 DAYS RE-SCHEDULING POLICY - If you cannot make your appointment, you may reschedule within 90 days of the date of the original appointment. However, you must provide us with at least 3 days notice prior to the scheduled date. You may reschedule your appointment by visiting our website at http://www.sfgov.org/countyclerk (confirmation number would be required) or contacting us via e-mail at county.clerk@sfgov.org. Failure to meet this criteria will require a new marriage license appointment and fee to be paid.

แต่งงานในอเมริกา Marriage in America

plew April 25th, 2008


แต่งงานที่อเมริกา วันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าถ้าเกิดคุณมีแฟนเป็นคนอเมริกันและอยากจะแต่งงานกัน หมายถึงแต่งและจดทะเบียนสมรสที่นั่นต้องทำอะไรบ้าง จริงๆแล้วหลายคนอาจคิดข้ามช็อตไปถึงเรื่องการขอกรีนการ์ด ซึ่งจะขอกรีนการ์ดได้ก็ต้องแต่งงานจดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อยซะก่อน ซึ่งเท่าที่ฟังจากประสบการณ์ของหลายๆคน ถ้าแต่งงานในอเมริกาการขอกรีนการ์ดจะได้เร็วกว่า แต่งที่เมืองไทยเยอะเลย

มาเข้าเรื่องการแต่งงานจดทะเบียนที่อเมริกากันดีกว่า สำหรับตัวเองแต่งงานและจดทะเบียนที่ซานฟรานซิสโก แคลิฟอเนีย จริงๆแล้วจะบอกว่ามันค่อนข้างง่าย ง่ายเอามากๆเลยด้วย เอกสารสำหรับคนต่างชาติซึ่งอาจเป็นนักท่องเที่ยวหรือนักเรียนก็แล้วแต่ ใช้แค่พาสปอร์ตเท่านั้นเอง ขั้นตอนแรกเลยก็ต้องไปที่ซิตี้ฮอล City Hall ของเมืองนั้นๆที่เราอยู่หรือเมืองที่ไหนก็ได้ที่เราจะไปแต่งงาน เพื่อขอใบอนุญาตทำพิธีแต่งงาน Married License ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณเจ็ดสิบเหรียญ ทั้งนี้แล้วแต่รัฐราคาไม่เท่ากัน ซึ่งแนะนำว่าควรทำการนัดหมายให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งสามารถทำการนัดหมายทางอินเทอร์เนตได้ เพื่อรับประกันว่าไปแล้วจะไม่ต้องรอนานหรือได้รับบริการแน่นอน หลังจากทำการนัดหมายทางอินเตอร์เนตหรือโดยการโทรแล้วก็ไปตามเวลาที่เราจองไว้ โดยนำพาสปอร์ตตัวจริงพร้อมสำเนาหนึ่งฉบับไปด้วย สำหรับคู่ของเราที่เป็นคนอเมริกันก็แค่บัตรประจำตัวของเขาเท่านั้นเอง ง่ายมาก พอไปถึงเจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์ม ซึ่งก็เป็นข้อมูลทั่วไปของสองฝ่าย เช่นชื่อ ที่อยู่ ชื่อบิดา มารดา พอกรอกเรียบร้อย เจ้าหน้าที่พิมพ์ใบ Married License ให้เรา ซึ่งเป็นแบบฟอร์มที่เราต้องนำไปให้กับผู้ที่จะทำพิธีแต่งงานให้ลงนาม พร้อมพยานสองคนที่ร่วมในพิธีแต่งงาน ผู้ที่ทำพิธีแต่งงานอาจเป็นบาทหลวงหรือใครก็ตามแต่บุคคลคนนั้นต้องมีใบอนุญาตจาก City ให้ทำพิธีแต่งงานได้ ไม่ใช่จะให้ใครที่ไหนก็ได้มาเซ็นให้ หลังจากทำพิธีแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ผู้ทำพิธีแต่งงานให้จะลงนามและเป็นคนกรอกรายละเอียดอื่นๆในแบบฟอร์ม และส่งกลับมาที่ City Hall เดียวกันที่ออก License ให้ หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย ใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์เราก็จะได้รับตัวทะเบียนสมรสฉบับสมบูรณ์ ซึ่งตัวนี้เราสามารถขอเพิ่มก็ชุดก็ได้ตามต้องการ ตกอยู่ใบละประมาณยี่สิบเหรียญ แนะนำว่าขอไว้เผื่อสักสองสามชุด เพราะเวลาขอกรีนการ์ดต้องใช้ตัวจริง เราจะได้มีเก็บไว้ด้วย

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
จดทะเบียนสมรสในอเมริกา
REQUIREMENTS FOR OBTAINING A MARRIAGE LICENSE IN THE CITY AND COUNTY OF SAN FRANCISCO:

  1. Each applicant must present a valid government agency issued picture ID containing first and last name and date of birth. If the name on the ID is different from the name on the application, then a certified copy of your birth certificate, social security card or passport showing your first and last name must be additionally presented.
  2. Once the license is issued, you will be asked if you have a ceremony appointment scheduled through our office. If so, instructions will be provided to you as to how to proceed with the ceremony. Otherwise, you would present the license to the person you have chosen to solemnize your marriage, i.e. priest, minister, rabbi, who may solemnize your marriage within 90 days of the issuance of the license. The ceremony MUST be performed in San Francisco for couples opting to obtain a confidential marriage license through our office.
  3. Ceremonies are performed at designated locations as determined by building management and/or the commissioner. Couples CANNOT specify location.
  4. No form of litter is permitted to be thrown anywhere in the building (includes outside steps). Helium balloons, alcohol, and/or knives are not allowed into the building.
  5. Camcorders and cameras are permitted.

ไปเที่ยวฮาวายกันต่อ Honeymoon in Hawaii Continued

plew April 23rd, 2008



maui hawaii
ดูภาพถ่ายที่ฮาวาย


ฮาวายยังไม่จบค่ะ มาเล่าให้ฟังต่อ ฮาวายไม่ได้มีแค่ไวกิกิ ฮอนโนลูลู วันนี้จะพาไปเที่ยวที่เกาะเมาวี Muai ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงเกาะหนึ่งของฮาวาย มีหาดทรายที่สวยงาม โลกใต้ทะเลหลากสีสัน รวมทั้งน้ำตก ภูเขา เรียกว่ามาที่นี่เที่ยวได้ครบทุกรสชาติเลยทีเดียว

จากซานฟรานซิสโกสามารถบินตรงมาที่เมาวีได้เลย แต่ถ้าจากบ้านเราคงต้องไปลงที่ฮอนโนลูลู แล้วต่อเครื่องมาที่นี่อีกต่อ เมาวีต่างจาก โอฮาอุ หรือไวกิกิมากพอสมควร เพราะที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบกว่ามาก มีความเป็นธรรมชาติ ไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่ได้เงียบเหงาจนวังเวง สำหรับตัวเองแล้วคิดว่าเป็นที่ที่ลงตัวสำหรับการพักผ่อนเลยทีเดียว เพราะไม่วุ่นวายในขณะเดียวกันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

มาที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมายทั้งเล่นน้ำ ว่ายน้ำทะเล ทะเลที่นี่สะอาด หาดทรายสวยงาม สำหรับคนที่ชื่นชอบในโลกใต้ทะเลแล้วที่นี่ถือว่าเหมาะมาก ทั้งการดำน้ำตื้นและน้ำลึก มีทั้งประการัง ปลาหลากสี เต่าทะเล ที่นี่มีจุดที่สามารถดำน้ำตื้นหลายจุดทีเดียว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ฟังดีกว่า

หาดคานาปาลี Kanapali Beach ที่นี่ถือเป็นที่ที่ตัวเองประทับใจที่สุดก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีหาดทรายสวย น้ำทะเลสะอาด มีโรงแรมระดับห้าดาวเกือบทั้งหมดเรียงรายตลอดหาด แต่ที่ชอบคือเขาจะมีทางเดินเลียบตลอดหาด สามารถเดินเล่นได้สบาย ผ่านโรงแรมต่างๆ และไปจบที่แหล่งช๊อปปิ้ง และร้านอาหารมากมาย นอกจากมีหาดที่สวยแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดที่สามารถดำน้ำตื่นได้อีกด้วย เพียงว่ายน้ำออกจากหาดบริเวณโรงแรมเชอราตัน ซึ่งบริเวณนั้นเรียกกันว่า Black Rock ก็จะพบกับฝูงปลาหลากสี เต่าทะเล ทั้งที่ไม่ได้ไกลจากฝั่งมากเลย เชอราตันจึงถือเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดบนหาดนี้ เพราะทำเลที่ดีนั่นเอง

อีกที่หนึ่งที่ชอบมากๆคือบิ๊กบีช Big Beach ที่นี่ใหญ่สมชื่อจริงๆ ที่นี่เป็นหาดธรรมชาติไม่มีโรงแรมต้องขับรถมาแล้วขับกลับ แต่คุ้มที่จะมา เพราะหาดทรายยาว กว้าง สะอาด เบื้องหลังเป็นภูเขาสวยมาก น้ำทะเลหลากสี สะอาด เล่นน้ำทะเลที่นี่ขอบอกว่ามันส์มาก เพราะคลื่นแรงเอามากๆ ไม่ค่อยเหมาะกับเด็กเล็ก ตัวเองโดนซัดจนตีลังกาหลายตลบ ก้นกระแทกพื้นเขียวเป็นจ้ำ แต่ก็สนุกดี ไม่เคยเจอคลื่นแรงแบบนี้มาก่อนในชีวิต ที่นี่เหมาะกับการเล่นเสริฟ เล่นบอร์ด

คราวนี้ไปเที่ยวถูเขา ไปเที่ยวน้ำตกกันบ้าง ไปที่ฮานา Hana จุดเด่นของฮานา จริงๆไม่ได้อยู่ที่ปลายทางแต่มันสนุกระหว่างการเดินทาง ระหว่างการขับรถไปนั่นเอง เพราะจากถนนหลักขับไปฮานา ซึ่งอยู่บนภูเขา ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง ถนนแคบและขดเคี้ยว บางจุดดูหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน แต่สามชั่วโมงในการขับรถมันไม่น่าเบื่อ เพราะตลอดทางมีธรรมชาติสวยๆให้ดูตลอดทาง ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ป่าแปลก น้ำตก ลำธาร ทะเล หน้าผา ฟังดูอาจธรรมดา แต่ขอบอกว่ามันสวยจริงๆ มันธรรมชาติมากๆ ร่มตลอดทาง จุดหมายปลายทางคือน้ำตกเจ็ดชั้น ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเล ขอบอกว่าสวยจริงๆ

อีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือการขับรถขึ้นไปบนยอดเขา เฮเลคาลา Haleakala ซึ่งเคยเป็นภูเขาไฟแต่ตอนนี้สงบแล้ว จากถนนหลักขับขึ้นไปใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ไกลเอาการ เพราะขับขึ้นยอดเขา สำหรับที่นี่เล่นเอาใจหายใจคว่ำเพราะน้ำมันในถังริบหรี่เหลือเกิน และข้างบนไม่มีปั๊มน้ำมันซักทีเดียว แต่สุดท้ายก็ไปถึง ระหว่างทางอาจน่าเบื้อเพราะไม่มีอะไรให้ดูมากนัก แต่พอไปถึงบนยอดก็ถือว่าคุ้มเพราะสวย สูงเทียมเมฆเลยทีเดียว

นอกจากสถานที่ที่เล่ามาเมาวียังมีหาดสวยๆอีกมากมาย รวมทั้งแหล่งช๊อปแหล่งกินน่ารักๆ เช่นที่ ลาไฮนา Lahina หรือการนั่งเรือออกไปดำน้ำที่โมโลกีนี ซึ่งเป็นจุดดำน้ำซึ่งถือว่าดังที่สุดเพราะน้ำใสมากๆ และมีปลา ประการังมากมาย รวมทั้งเต่าทะเล แต่ต้องซื้อทัวร์เพิ่ม คนละประมาณร้อยเหรียญ แพงเอาการ

สำหรับตัวเองแล้วต้องบอกว่าโชคดีจริงๆที่ได้มาฮันนีมูนที่นี่ โรงแรมดี ทะเลสวย ปลาก็น่ารัก อากาศดีไม่ร้อนไม่หนาว แต่ถ้าถามอีกทีว่าถ้าเทียบกับทะเลบ้านเราละ อือ ยังไงก็ยงคิดว่าไปเที่ยวเมืองไทยเราดีกว่า สวยพอๆกัน แต่ที่สำคัญบ้านเราถูกกว่าหลายเท่าตัว ใช้ที่นี่สามอาทิตย์อาจอยู่เมืองไทยได้เกือบปี
ที่สำคัญไม่มีที่ไหนอาหารอร่อยเท่าเมืองไทยเราอีกแล้ว ขอให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ความเป็นธรรมชาติ เราสู้เขาได้สบาย

อ่านเรืื่องที่เกี่ยวข้อง
ฮันนีมูนที่ฮาวาย Honey moon Trip in Hawaii

หาดไวกิกิ ฮาวาย Waikiki Beach Hawaii

There are so many reasons why Hawaii turns up as No. 1 on the list of top destinations for honeymooners year after year. For one thing, once you get outside crowded, touristy Waikiki, it’s absolutely beautiful. Serene.

The air is filled with the fragrance of exotic tropical flowers, such as plumeria. Thick banyan trees gracefully drop their branches to the ground, and grow upwards from there. The water is a pristine turquoise blue. The beaches are immaculate, and uncrowded.

And you can try out just about any water sport you ever imagined. After all, surfing began here.

หาดไวกิกิ ฮาวาย Waikiki Beach Hawaii

plew April 22nd, 2008


Hawaii Flag
ดูรูปถ่ายที่ฮาวายคลิก

Waikiki ถือว่าเป็นหาดที่สวยมากหาดหนึ่งเท่าที่เคยไปมา ก็จริงที่เคยไปก็เมืองไทยเรานี่แหละ ถ้าถามว่ามันสวยกว่าทะเลบ้านเราไม๊ จริงแล้วก็ต้องบอกก็สูสีกันนะ ทะเลเมืองไทยเราก็ไม่ด้อยกว่าใคร แว็ปแรกที่ไวกิกินึกว่ามันคล้ายๆพัทยาบ้านเราเหมือนกันเพราะที่นี่คนเยอะ พลุกพล่าน ร้านรวง มากมาก คือเป็นหาดที่คนเยอะ ไม่ได้สงบเป็นธรรมชาติ มีความเป็นเมืองสูง ตึกใหญ่ โรงแรมขึ้นเต็มตลอดถนนเลียบหาด แต่ที่ทำให้ที่นี่มันดีกว่าพัทยาบ้านเราก็น่าจะเพราะมันไม่มีคลับมีบาร์ เยอะแยะแบบบ้านเรา ส่วนใหญ่ก็ร้านขายของเสียผ้า ร้านอาหาร มันไม่ดูโลกีย์แบบพัทยา คือดูมีคลาสกว่างั้นเหอะ
การเดินทาง การคมนาคมในตัวเมืองฮอนโนลูลู ถือว่าใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องขับรถหรือเช่ารถ จากสนามบินสามารถใช้บริการชัตเตอร์บัส ตรงมาที่โรงแรมหรือที่พักได้เลย ราคาก็อยู่คนละสิบเหรียญ ถูกกกว่านั่งแท็กซี่แน่ๆ จะเดินทางจากหาดไปตัวเมืองก็สมารถใช้บริการรถเมล์ หรือรถรถคล้ายๆสองแถวบ้านเราได้ แต่สองแถวที่ว่าบางคันรับส่งเฉพาะคนที่มีบัตรเครดิต JBC แแต่ถ้ารอรถเมล์อาจต้องใจเย็นนิดนึงเพราะรอนานพอสมควร จริงๆแล้วถ้าไปเที่ยวที่ไวกิกิก็ไม่จำเป็นต้องนั่งรถเข้าไปในเมือง เพราะในเมืองก็ไม่มีอะไรก็ตึกอาคารปกติ ไม่ต่างจากกรุงเทพ ถ้าเทียบกันกรุงเทพก็ใหญ่กว่าเยอะ ที่ไวกิกิมีเกือบทุกอย่างทั้งร้านอาหารหรูๆ ฟาสฟู้ด สวนอหารแบบไม่แพงนัก ร้านแบรนด์เนมดังๆ แพงๆ ห้างสรรสินค้า ตลาดนัดกลางแจ้งคล้ายๆจตุจักร แต่เล็กกว่าจตุจักรเยอะ คือมีครบว่างั้นเหอะ โดยเฉพาะของแบรนเนมเนี่ยเยอะมาก หลุยส์วิตองเนี่ย มีแทบจะทุกๆสองบล็อก อาจเป็นเพราะว่าคนที่มาเที่ยวที่นี่ได้ต้องมีเงินพอสมควร คนจนไม่มีสิทธิว่างั้นเหอะ เลยทำให้มีของหรูๆ แพงๆขายกันเยอะเหลือเกิน

อย่างที่บอกว่าฮาวายมันใกล้ญี่ปุ่นมาก ที่ไวกิกิ จึงมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเยอะมาก เยอะกว่าฝรั่งอีก ซญี่ปุ่นอย่างที่รู้กันว่าเป็นชาติที่รวย มีเงิน ถ้าเทียบกับคนอเมริกันแล้วคนญี่ปุ่นรวยกว่า สำหรับคนอเมริกันมาฮาวายถือว่าแพงเอาการ แต่คนญี่ปุ่นแล้วถือว่าเด็กๆ ถูกๆ เพราะฉะนั้นมาที่นี่ ร้านรวง โรงแรม รถโดยสาย จะมีป้ายสองภาษาคืออังกฤษและญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเยอะจริงๆ ซื้อของแบรนเนมกันอย่างกับซื้อของเล่น ไปไหนมาไหน ป้ายภาษาญี่ปุ่นหลา แถมมีชัตเตอร์บัสบริการเฉพาะคนถือบัตรเครดิตญี่ปุ่นอีกต่างหาก

อาหารการกินที่นี่ก็แพงเอาการ อาหารแบบถูกๆก็ไม่ต่ำกว่าเจ็ดเหรียญ ถ้าไม่นับรวมแมคโดนัล ถ้าจะ
ช๊อปปิ้งไม่ต้องพูดถึง แพงกว่าบ้านเราเยอะ สไตล์เสื้อผ้าแบบบ้านเราเลย แต่แพงกว่าเยอะ บ้านเราสวยๆถูกๆกว่าจม มีวันนึงอยากกินน้ำมะพร้าวแฟนก็สั่งให้ลูกหนึ่ง มะพร้าวที่นี่ราคาเจ็ดเหรียญ แถมไม่หวานเอาวะเลย แก่เนื้องี้แข็งโป๊ก บ้านเรามะพร้าวแบบนี้เอาไว้แกงเท่านั้นแหละ น้ำเปรี้ยว ซื้อเมืองไทยสิบบาท แถมอร่อยกว่าจม อาหารด้วยแล้วเทียบเมืองไทยไม่ติดฝุ่น ทั้งแพงและไม่ได้เรื่อง

อ้าวแล้วตกลงฮาวาย ไวกิกิมันดียังไงละ อืออย่างที่บอกไวกิกิ มันคนเยอะ มันเจริญมาก จริงๆฮาวายมีหาดสวยๆกว่าไวกิกิเยอะแต่คนไม่รู้จัก ไวกิกิ ไม่สะอาดนัก มีขยะลอยให้เห็น แต่ถ้าเปรียบเทียบกับทะเลบ้านเรา อาจดีกว่าตรงที่อากาศที่นี่มันไม่ร้อนเท่าบ้านเรา อากาศเขาดีกว่า ไม่ร้อนเกิน สบายๆ ทะเลที่นี่คลื่นแรงมากถึงมากที่สุด บ้านเราเทียบไม่ได้ ที่นี่จึงเหมาะสำหรับเสริฟบอร์ด คลื่นแรงจริงๆ มาที่นี่ใครสนใจอยากฝึกเสริฟเขาก็มีสอนกันพร้อมอุปกรณ์ อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่มันสวยคงเป็นเพราะสีของน้ำทะเล สวย ดูมีหลากสี เขียว เหลือง ฟ้า ผสมกัน ดูมีมิติกว่าสีทะเลบ้านเรา เวลาถ่ายรูปออกมาสะสวยมาก อาจเพราะมันเป็นเกาะที่อยู่กลางมหาสมุทรรึป่าวก็ไม่รู้

อีกจุดที่ถือเป็นจุดเด่นของไวกิกิคือทัศนียภาพในยามค่ำคือ จะมีจุดหนึ่งเรียกว่า Diamond Head ถ้าถ่ายภาพจากจุดนั้นในตอนกลางคืนที่อาคารต่างๆเปิดไฟ จะไดวิวที่สวยเอามากของไวกิกิเพราะหาดโค้งเสี้ยวพระจันทร์และได้ภาพตึกที่มีแสงไฟระยิบระยับทอดตัวเป็นแนวโค้งขนานกับหาด

สรุปแล้วไวกิกิถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม และสะดวกสบาย แต่ไม่เหมาะกับการพักผ่อนที่ต้องการความสงบ เป็นส่วนตัว ถ้าเทียบกับทะเลบ้านเรา แนะนำว่าเที่ยวทะเลบ้านเราดีกว่าสวยพอๆกัน แต่โครตถูกกว่าเยอะเลยค่ะ แต่ถ้ามีตังค์และอยกเปิดหูเปิดตาก็ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่เดียวและไม่ไกลจากเมืองไทยมากนักค่ะ


Waikiki (Hawaiian Waikīkī pronounced [ʋaikiːkiː]) is a neighborhood of Honolulu, in the City & County of Honolulu, on the south shore of the island of Oahu, Hawaii. Waikiki Beach is the shoreline fronting Waikiki and one of the best known beaches in the world.

The neighborhood extends from the Ala Wai Canal (a channel dug to drain former wetlands) on the west and north, to Diamond Head (Lēʻahi) on the east. The name means spouting fresh water in Hawaiian for springs and streams that fed wetlands that once separated Waikiki from the interior. Waikiki has long been a place of relaxation. In particular, the area was a retreat for Hawaiian royalty in the 1800s.

ฮันนีมูนที่ฮาวาย Honeymoon in Hawaii

plew April 21st, 2008



waikiki beach

ดูภาพที่ฮาวายคลิก


ฮาวาย ฮาวาย สวรรค์บนดิน พุดชื่อนี้ต้องคิดไปถึง หาดทราย สายลม สองเรา อย่างที่เขากล่าวขวัญกันว่าสวรรค์บนดินชัดๆ หลายคนฝันที่จะไปเที่ยวฮาวายกับเขาสักครั้ง ตัวเองก็เช่นกันเมื่อก่อนก็ได้แต่ฟังๆเขาพูด ดูจากรายการท่องเที่ยวตามโทรทัศน์ แต่ไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าไอ้คนจนๆอย่างเรามันจะมีโอกาสไปฮาวงฮาวายอะไรกับเขา

แต่แล้ววันหนึ่งสิ่งที่ไม่เคยฝันมาก่อนมันดันเกิดขึ้นซะงั้นแหละ ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะมีโอกาสไปฮันนีมูนที่ฮาวาย หลังจากกำหนดเรื่องการแต่งงานเรียบร้อยคุณแม่สามีที่สุดน่ารักก็บอกเราสองคนว่า เราจะได้ไปฮันนีมูนที่ฮาวายสามอาทิตย์ โดยคุณแม่จะออกค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมให้ทั้งหมด จำได้แม่นว่าเราเดินทางไปฮาวายในวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2007 และอยู่ที่นั่นสามอาทิตย์

เราเดินทางจากซานฟรานซิสโกไปฮาวาย โดยสายการบิน United Airline ใช้เวลาเดินทางประมาณหกชั่วโมงจากซานฟรานซิสโกถึงฮาวาย เรียกว่าไกลพอสมควรทีเดียว นานกว่าบินจากเมืองไทยไปเมืองจีนซะอีก แถมบนเครื่องไม่มีเสริฟอาหารฟรี ถ้าอยากกินต้องซื้อต้องเสียเงินเพิ่ม เขามีให้แต่เครื่องดื่ม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรางงเพราะที่นี่เขาแปลกไฟท์ในประเทศถึงจะใช้เวลาเดินทางหกชั่วโมงเขาก็ไม่เสริฟอาหาร ต้องซื้อเพิ่มเอาบนเครื่องดูมันงกๆไงก้ไม่รู้ ปกติเราบินไปฮ่องกง แค่สามชัวโมงเขายังเสริฟเลย แต่สายการบินในประเทศที่อเมริกาอย่าหวังว่าจะมีอาหารให้ คาตั๋วจากซานฟรานซิสโกไปฮาวายอยู่ที่ประมาณห้าร้อยเหรียญได้ อันนี้คือไปกลับ

ฮาวาย Hawaii เป็นรัฐหนึ่งของอเมริกา เป็นเกาะประกอบด้วยเกาะหลัก 4 เกาะ คือโอฮาอุ เมาวี บิ๊กไอแลนด์ และ คาไว จริงๆแล้วยังมีเกาะอื่นๆอีกแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก พื้นดินเกิดจากลาวาที่เกิดจากภูเขาไฟที่ยังไม่สงบจนทุกวันนี้ จริงๆแล้วฮาวายน่าจะใกล้ญี่ปุ่นมากกว่าอเมริกาวะด้วยซ้ำ สำหรับคนไทยเรา และคนทั่วโลกส่วนใหญ่ก็มกจะรู้จักแค่เมืองหลักคือ ฮอนโนลูลู Honolulu ซึ่งอยู่ในเกาะโอฮาอุ Ohau ซึ่งมีหาดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกคือ ไวกิกิ waikiki แต่จริงๆแล้วฮาวายยังมีเกาะอื่นๆที่มีความสวยงาม มีหาดทรายที่สวยงามไม้แพ้ไวกิกิ หรือสวยกว่าไวกิกิอีกด้วยซ้ำ

สำหรับตัวเองสามอาทิตย์ในฮาวายได้ท่องเที่ยวในสองเกาะหลักคือ โอฮาอุและมาวี Maui แต่คงขอเริ่มต้นที่เกาะโอฮาอุ ฮอนโนลูลู ที่หาดไวกิกิเป็นอันดับแรกเพราะคนส่วนใหญ่คิดถึงฮาวายก็จะนึกถึงไวกิกิ Waikiki เป็นอันดับแรก..ติดตามตอนต่อไป

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หาดไวกิกิ ฮาวาย Waikiki Beach Hawaii

ไปเที่ยวฮาวายกันต่อ


« Prev - Next »