<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>My Experiences in America</title>
	<atom:link href="http://www.thaiinamerica.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaiinamerica.com</link>
	<description>เล่าเรื่องอเมริกา ชีวิตคนไทยในอเมริกา วีซ่า การทำงาน การใช้ชีวิต การท่องเที่ยว ในอเมริกา</description>
	<pubDate>Wed, 27 Aug 2008 00:19:58 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>Highway 1 Califlonia ทางหลวงที่สวยที่สุดใน Califlonia</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/highway-1-califlonia-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/highway-1-califlonia-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Aug 2008 03:40:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[hightway one CA]]></category>

		<category><![CDATA[Highway one califlonia]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=138</guid>
		<description><![CDATA[



ทางหลวงที่เป็นที่นิยมในการขับรถเดินทางท่องเที่ยวจาก แคลิฟลอเนียตอนเหนือลงไปแคลิฟลอเนียตอนใต้ คือ
เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในการขับรถจากซานฟรานซิสโกลงไปแอลเอ ถนนสายนี้เป็นถนนที่ทอดตัวขนานไปกับ
มหาสมุทรแปซิฟิก เป็นถนนที่สร้างลัดเลาะบนภูเขา วิวเบื้อล่างคือมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านข้างคือทิวเขา หน้าผาสูงชัน เบื้องบนคือท้องฟ้าสีคราม แหมเหมือนนวนิยายเลย แต่เป็นเรื่องจริงค่ะ สำหรับตัวเองยอมรับว่าเป็นถนนที่สวยจริงๆ
เราะวิวสองข้างทางมันสวย เป็นธรรมชาติมากๆ โดยเฉพาะในวันที่อากาศดีๆ ท้องฟ้าโปร่งๆด้วยแแล้วจะยิ่งสวยมาก
สีน้ำทะเลจะฟ้าสวย แต่ถ้าวันฟ้าหม่นก็ดูเทาๆไปหมด แต่ก็ยังสวยค่ะ ทั้งสวยและน่ากลัวเล็กๆในบางช่วงเพราะเราขับรถเลาะตามหน้าผา เบื้องล่างมองลงไปก็มหาสมุทรที่กระทบโขดหินใหญ่น้อยที่เรืองรายไปเกือบตลอดทาง 
 
จริงๆมีถนนหลายสายที่เชื่อมต่อเมืองทางใต้กับทางเหนือของแคลิฟอเนีย แต่สายอื่นคือวิ่งผ่านทุ่ง ผ่านฟาร์ม โล่งๆแล้งๆ ผ่านเมืองน่าเบื่อ ไม่มีอะไรสวยๆให้ดู ผิดกับ  ที่วิวสวยเกือบตลอดทาง แต่ช้า คือการใช้ถนนสายนี้มันค่อนข้างอ้อมจะไปถึง
จุดหมทายช้ากว่าถนนสายอื่น แต่ถ้าไม่รีบแนะนำเลยค่ะ ตลอดทางจากซานฟรานซิสโก ถึงแอลเอ จะมีสถานที่ท่องเที่ยว
สวยๆริมทะเลที่สามารถหยุดพักค้างคืน หรือรับประทานอาหารเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเป็นเมืองเล็็กๆน่ารัก ถ้ามีเวลาก็สมารถหยุดเที่ยวตามจุดต่างได้ตลอดทาง ก่อนถึงแอลเอ
ไล่ไปจากซานฟรานซิสโก จะลองไล่สถานที่ท่องเที่ยวให้ฟัง จากซานฟรานขับมาไม่ถึงชั่วโมงจะถึง แปซิฟิคกา pacifica ซึ่งก็เป็นเมืองเล็ก มีโรงแรม ้รา้นอาหาร บริเวณนี้เป็น ที่นิยมในการเบ่นเสริฟ เลนว่าว ต่อมาอีกหน่อยก็ ฮาฟมูนเบย์
Half Moon Bay ก็ไม่ต่างจาก Pacifica [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-7158311723822940";
/* 468x60, created 8/22/08 */
google_ad_slot = "1796331689";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 60;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
<p>ทางหลวงที่เป็นที่นิยมในการขับรถเดินทางท่องเที่ยวจาก แคลิฟลอเนียตอนเหนือลงไปแคลิฟลอเนียตอนใต้ คือ<br />
เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในการขับรถจากซานฟรานซิสโกลงไปแอลเอ ถนนสายนี้เป็นถนนที่ทอดตัวขนานไปกับ<br />
มหาสมุทรแปซิฟิก เป็นถนนที่สร้างลัดเลาะบนภูเขา วิวเบื้อล่างคือมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านข้างคือทิวเขา หน้าผาสูงชัน เบื้องบนคือท้องฟ้าสีคราม แหมเหมือนนวนิยายเลย แต่เป็นเรื่องจริงค่ะ สำหรับตัวเองยอมรับว่าเป็นถนนที่สวยจริงๆ<br />
เราะวิวสองข้างทางมันสวย เป็นธรรมชาติมากๆ โดยเฉพาะในวันที่อากาศดีๆ ท้องฟ้าโปร่งๆด้วยแแล้วจะยิ่งสวยมาก<br />
สีน้ำทะเลจะฟ้าสวย แต่ถ้าวันฟ้าหม่นก็ดูเทาๆไปหมด แต่ก็ยังสวยค่ะ ทั้งสวยและน่ากลัวเล็กๆในบางช่วงเพราะเราขับรถเลาะตามหน้าผา เบื้องล่างมองลงไปก็มหาสมุทรที่กระทบโขดหินใหญ่น้อยที่เรืองรายไปเกือบตลอดทาง </p>
<p><object width="425" height="350"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/QctAyed2f8E"></param> <embed src="http://www.youtube.com/v/QctAyed2f8E" type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="350"></embed></object></p>
<p>จริงๆมีถนนหลายสายที่เชื่อมต่อเมืองทางใต้กับทางเหนือของแคลิฟอเนีย แต่สายอื่นคือวิ่งผ่านทุ่ง ผ่านฟาร์ม โล่งๆแล้งๆ ผ่านเมืองน่าเบื่อ ไม่มีอะไรสวยๆให้ดู ผิดกับ  ที่วิวสวยเกือบตลอดทาง แต่ช้า คือการใช้ถนนสายนี้มันค่อนข้างอ้อมจะไปถึง<br />
จุดหมทายช้ากว่าถนนสายอื่น แต่ถ้าไม่รีบแนะนำเลยค่ะ ตลอดทางจากซานฟรานซิสโก ถึงแอลเอ จะมีสถานที่ท่องเที่ยว<br />
สวยๆริมทะเลที่สามารถหยุดพักค้างคืน หรือรับประทานอาหารเป็นระยะ ส่วนใหญ่จะเป็นเมืองเล็็กๆน่ารัก ถ้ามีเวลาก็สมารถหยุดเที่ยวตามจุดต่างได้ตลอดทาง ก่อนถึงแอลเอ</p>
<p>ไล่ไปจากซานฟรานซิสโก จะลองไล่สถานที่ท่องเที่ยวให้ฟัง จากซานฟรานขับมาไม่ถึงชั่วโมงจะถึง แปซิฟิคกา pacifica ซึ่งก็เป็นเมืองเล็ก มีโรงแรม ้รา้นอาหาร บริเวณนี้เป็น ที่นิยมในการเบ่นเสริฟ เลนว่าว ต่อมาอีกหน่อยก็ ฮาฟมูนเบย์<br />
Half Moon Bay ก็ไม่ต่างจาก Pacifica มาเรื่อยก็จะมาถึง Monterey มอนทาเลย์ซึ่งเป็นเมืองชายทะเลที่สวยน่ารักอีกเมืองหนึ่ง ไม่ห่างจากที่นี่ก็จะมาสู่จุดที่เรียกว่า Big Sur เป็นจุดที่มีสะพานข้ามหาสมุทรแปซิฟิก เป็นจุดที่มีชื่อเสียงมากจุดหนึ่งของถนนสายนี้ ขับต่อไปอีกนิดก้จะเป็นอุทยานบิ๊กเซอร์ ตรงนี้มีโรงแรมและร้านอาหาร<br />
แต่ตรงนี้จะเปลี่ยนเป็นแบบแม่น้ำ ภูเขา เดินป่า แคมปืปิ้งประมาณนั้น ขับไปอีกประมาณชั่วโมงหนึ่งจะถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากอีกแห่ง คือ เฮิร์ทคาสเซิล Hearst Castle ซึ่งอยู่ในยอดเขารมทะเลในย่านที่้รียกว่า San Simeon ไม่ควรพลาด เป็นปราสาทของอดีตมหาเศรษฐีอเมริกัน  William Randolph Hearst จะเล่ารายละเอียดของที่นี่ในตอนต่อไป บริเวณใกล้เคียงปราสาท มีเมืองริมทะเลเล็กมีโรงแรมน่ารักๆให้พัก จุดนี้ถือเป็นจุดกึ่งกลางของรัฐแคลิฟอเนีย </p>
<p>ขับต่อไปแีกประมาณเกือบสองชั่วโมงจะถึงมืองใหญ่อีกเมือง คือ ซานตาบาบาร่า Santa Babara ซึ่งเป็นเมืองขนาดกลางๆ ที่สงบ สวยงาม โอบล้อมไปด้วยภูเขา รวมทั้งด้านหนึ่งติดมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญอากาศดีมากไม่ร้อนไม่หนาวกำลังดีเลย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเช่นกัน ขับรถจากซานตาบาบาร่าไปอีกระมาณชั่วโมงกว่าก็ถึงแอลเอแล้ว</p>
<p>ถ้าใครมีโอกาสมาเที่ยวแคลิฟอเนียและมีเวลามากพอแล้วละก้อ แนะนำว่าเข้ารบลงใต้ หรือใต้ขึ้นมาทางเหนือจะได้บรรยากาศมากกว่านั่งเครื่องเยอะ เช่นถ้าบินจากซานฟรานไปแอลเอ มันก็เห็นแค่สองเมืองหลักๆ แต่ขับรถตามถนนสายนี้ เราจะได้สัมผัสภาพรวมทีั้งหมดของรัฐแคลิฟอเนีย ซึ่งจริงๆมีสถานที่สวยงามที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่แอลเอหรือซานฟราน มันทำให้เราได้ชื่มกับความสวยงามที่เป็นของแท้คือธรรมชาติ เมืองเล็กๆ บ้านเล็กๆน่ารัก ดอกไม้สวยๆ  บอกได้เลยว่าแคลิฟอเนียเป็นรัฐที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีทั้งภูเขา มหาสมุทร อากาศในภาพรวมถือว่าดีทีเดียวโดยเฉพาะในช่วงซัมเมอร์  </p>
<p>คาเช่ารถที่นี่ไม่ได้แพงกว่าเมืองไทยเลย ยิ่งเช่าเป็นอาทิตย์จะได้ราคาถูกลง บางทีอาทตย์ละแค่หนึ่งร้อยสี่สิบเหรียญก็มี<br />
ตกวันละยี่สิบเหรียญ  ทั้งนี้แล้วแต่บริษัท ต้องลองเทียบราคาดู บางช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะราคาอาจขยับสูงขึ้น<br />
ต้องเช็คหลายๆเจ้้า ค่าน้ำมันก็ต่างหาก ค่าน้ำมันอยู่ประมาณไม่เกินร้อยเหรียญนี่คือรวมไปกลับแล้ว ยิ่งไปหลายคน<br />
หารกันก้ไม่แพงมากมาย ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาที่ดีสำหรับคนที่อยากมาเที่ยวอเมริกา เพราะค่าเงินดอลล่าตกต่ำ<br />
เราก็จ่ายตังค์น้อยลง </p>
<p>ใช้ถนนสายนี้ทีไรอดถึงเมืองไทยบ้านเราไม่ได้ บ้านเรามีชายฝั่งติดทะเลยาวไม่แพ้ใคร แต่ทำไมไม่มีถนนสายหลักๆ ตัดเลียบทะเลยาวๆแบบนี้บ้างเลยนะ เคยขับรถลงใต้ มันหาถนนที่เลียบทะเลยาวๆแบบนี้ไม่มีทั้งที่่จริิงๆทะเลบ้านเราสวยไม่แพ้ที่ไหนในโลก </p>
<p><object width="425" height="350"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/OgYTJx1mO7w"></param> <embed src="http://www.youtube.com/v/OgYTJx1mO7w" type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="350"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/highway-1-califlonia-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Space Shuttle Launch, Kennedy Space Center, Florida</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/space-shuttle-launch-kennedy-space-center-florida/</link>
		<comments>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/space-shuttle-launch-kennedy-space-center-florida/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 07 Aug 2008 23:05:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[NASA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=136</guid>
		<description><![CDATA[




วันนี้มาเล่าอีกประสบการณ์หนึ่งซึ่งคงอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาศได้ดูอีกรึป่าว  ดูอะไรเหรอ ดูเขายิงกระสวยอวกาศ หรือจะเรียกจรวดดีละเรียกไม่ถูกนะค่ะ ก็เอาเป็นว่าคือ Space Shutter นั่นเอง ขึ้นสู่วงโครจรเพื่อพานักบินอวกาศไปสู่ Space Station ว้าว ว้าว
เราสองคนได้ไปดู Space Shuttle Launch ที่ NASA  Florida เมื่อวันที่ 10 มีนาคา 2551 ก็คือต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นของจริงกะเค้าเคยดูแต่ในทีวีก็นานมาแล้ว
เราเสียค่าบัตรเข้าชมรวมประมาณคนละหนึ่งร้อยเหรียญ จำตัวเลขจริงๆไม่ได้แต่ราคานี้รวมบัตรเข้าชมในส่วนของ NASA ทั้งหมดที่นี่และการชมการยิงกระสวยอวกาศด้วย
ตอนซื้อบัตรก็ซื้อออนไลน์นี่แหละ บัตรก็ถือว่าแพงเอาเรื่องแต่ของมันไม่ได้หาดูกันง่ายๆ แต่วันนั้นยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ เพราะเขายิงจริงตีสองกว่า แต่เราก็ต้องไปถึงที่ NASA
แต่เราต้องไปถึงที่นาซาตั้งแต่สามทุ่ม แต่จริงๆเราสองคนไปถึงที่ NASA ตั้งแต่ประมาณห้าโมงเดินดูโน่นดูนี่ สรุปคือคืนนั้นไม่ได้นอนเลย พอดูเสร็จขัยรถกลับโรงแรมก็ตีห้าครึ่ง
เพราะรถติดตอนขาออก เหนื่อยมากๆ หนาวด้วยเพราะสถานที่ดูกลางแจ้ง ริมอ่าว 
เล่ามาถึงตรงนี้ ตอนแรกพอบอกไปดูเขาปล่อยจรวด เราก็คิดว่าจะได้ดูใกล้ๆเลย แต่จริงๆแล้วที่ที่เขาจัดให้เราดูนั้น ไกลจากฐานยิงมาก เป็นหลายๆไมล์เลยทีเดียว
ต้องใช้กล้องส่องทางไกล ถ้าไม่ก็จะเห็นจรวดอันเล็กนิดเดียว ก็ผิดหวังเล็กน้อยตอนแรก มันไกลมาก แต่จริงๆแล้วจำเป็นต้องไกล เพราะมันอันตรายมากถ้าอยู่ใกล้
มาถึงบางอ้อก็เมื่อวินาทีนั้นมาถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/space_shuttle/thumbnails/Space_Shuttle_STS_123_2.jpg' alt='' class='alignnone' /></p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-7158311723822940";
/* 728x90, created 7/27/08 */
google_ad_slot = "3969675299";
google_ad_width = 728;
google_ad_height = 90;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
<p><strong>วันนี้มาเล่าอีกประสบการณ์หนึ่งซึ่งคงอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาศได้ดูอีกรึป่าว  ดูอะไรเหรอ ดูเขายิงกระสวยอวกาศ หรือจะเรียกจรวดดีละเรียกไม่ถูกนะค่ะ ก็เอาเป็นว่าคือ Space Shutter นั่นเอง ขึ้นสู่วงโครจรเพื่อพานักบินอวกาศไปสู่ Space Station ว้าว ว้าว<br />
เราสองคนได้ไปดู Space Shuttle Launch ที่ NASA  Florida เมื่อวันที่ 10 มีนาคา 2551 ก็คือต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นของจริงกะเค้าเคยดูแต่ในทีวีก็นานมาแล้ว</p>
<p>เราเสียค่าบัตรเข้าชมรวมประมาณคนละหนึ่งร้อยเหรียญ จำตัวเลขจริงๆไม่ได้แต่ราคานี้รวมบัตรเข้าชมในส่วนของ NASA ทั้งหมดที่นี่และการชมการยิงกระสวยอวกาศด้วย<br />
ตอนซื้อบัตรก็ซื้อออนไลน์นี่แหละ บัตรก็ถือว่าแพงเอาเรื่องแต่ของมันไม่ได้หาดูกันง่ายๆ แต่วันนั้นยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ เพราะเขายิงจริงตีสองกว่า แต่เราก็ต้องไปถึงที่ NASA<br />
แต่เราต้องไปถึงที่นาซาตั้งแต่สามทุ่ม แต่จริงๆเราสองคนไปถึงที่ NASA ตั้งแต่ประมาณห้าโมงเดินดูโน่นดูนี่ สรุปคือคืนนั้นไม่ได้นอนเลย พอดูเสร็จขัยรถกลับโรงแรมก็ตีห้าครึ่ง<br />
เพราะรถติดตอนขาออก เหนื่อยมากๆ หนาวด้วยเพราะสถานที่ดูกลางแจ้ง ริมอ่าว </p>
<p>เล่ามาถึงตรงนี้ ตอนแรกพอบอกไปดูเขาปล่อยจรวด เราก็คิดว่าจะได้ดูใกล้ๆเลย แต่จริงๆแล้วที่ที่เขาจัดให้เราดูนั้น ไกลจากฐานยิงมาก เป็นหลายๆไมล์เลยทีเดียว<br />
ต้องใช้กล้องส่องทางไกล ถ้าไม่ก็จะเห็นจรวดอันเล็กนิดเดียว ก็ผิดหวังเล็กน้อยตอนแรก มันไกลมาก แต่จริงๆแล้วจำเป็นต้องไกล เพราะมันอันตรายมากถ้าอยู่ใกล้<br />
มาถึงบางอ้อก็เมื่อวินาทีนั้นมาถึง เริ่มนับถอยหลังจืนเต้นดี ห้า สี่ สาม สอง ตู้ม เชื่อมั๊ยว่าก่อนจะยิงท้องฟ้ามืดสนิท ก็ตีสอง แต่หลังจากตู้ม จากท้องสีดำ สว่างไสว<br />
อย่างกลับกลางวันเลย ท้องฟ้า ท้องน้ำเปลี่ยนสีเป็นสีทอง กินรัศมีไม่รู้กี่ไมล์ เสียงดังมาก ก็คิดแล้วกันถ้าอยู่ใกล้คงไม่เหลือ มันแรงมาก ดูจากรูปแล้วกันค่ะ  วินาทีนั้น<br />
ทุกคนนังไม่ติด สงเสียง ตบมือ คือมันสุดยอดบรรยายไม่ถูก จริงๆวินาทีนั้นมันช่วงสั้นมากๆ และเรียบช่วงนาทีสั้นๆก็ผ่านไป พอจบเราก็ต้องรถติดอยู่ข้างในอีกเป็นชั่วโมง<br />
แฟนบอกรู้ไม๊ตอนนี้ Space Shuttle ไปถึง Space Station แล้ว แต่เรายังรถติดอยู่ในนาซ่าอยู่เลย ก็จรวดใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ไปถึงอวกาศ เพราะจริงๆ Space Stationอยู่เหนือวงโคจรของโลกนิดเดียวถือว่าใกล้มาก สำหรับนักบินอวกาศ </p>
<p><a href="http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/space_shuttle/"><a href='http://www.thaiinamerica.com/wp-content/uploads/2008/08/space-shuttle-sts-123-3_3.jpg'><img src="http://www.thaiinamerica.com/wp-content/uploads/2008/08/space-shuttle-sts-123-3_3-300x244.jpg" alt="" title="Space Shuttle STS-123" width="300" height="244" class="alignnone size-medium wp-image-137" /></a></a><br />
คลิกที่รูปเพื่อดูภาพอื่นๆ</p>
<p>NASA เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวในอเมริกาที่น่าไป เพราะได้ความรู้มากมาย โดยเฉพาะถ้าคนที่ชอบอะไรด้านวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องอวกาศด้วยแล้ว คงชอบ<br />
ถ้าพาเด็กๆไปด้วยยิ่งดี เด็กๆจะได้ความรู้และเห็นของจริง ในส่วนตัวคิดว่าสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆได้ดีทีเดียว นอกจากนั้นเขาก็มีภาพยนต์เกี่ยวกับ<br />
อวกาศ นักบินอวกาศให้ชม ถ้าไปถึงที่นาซ่าที่ ฟรอริดา อยาตกใจเพราะจุดแรกที่เราไปถึงไม่มีอะไรเลยมีหนังฉายให้ดู มีร้านขายของ ตอนแรกตัวเองบ่น<br />
ไม่เห็นมีอะไรเลย แต่จริงๆแล้วต้องมารอรถบัสซึ่งเขาจะขับพาเราไปอีกจุด ซึ่งตรงนั้นแหละมีอะไรใดูมากมาย ทั้งเบื้องหลังการทำ Space Station และ<br />
เกี่ยวกับ Space Mission ทั้งหมดที่ผ่านมา ตัวอย่างห้องควบคุมการปล่อยจรวด ฐานยิงจรวด ของจริง ตึก อาคารต่างๆของ NASA ราคาบัตรผ่านประตู<br />
รวมทุกอย่างแล้ว  </p>
<p>นอกจากนั้นภายในนาซ่าต้องบอกว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่มาก และมีความเป็นธรรมชาติมาก บางทีจะเห็นจรเข้เดินข้ามถนน หรืออยู่ในบึงระหว่างขับรถ<br />
นกนานาชนิด รวมทั้งอินทรีย์สัญลักษณ์ของอเมริกา เราเห็นหมูป่าเดินข้ามถนนด้วยซ้ำไป โชคดีอาจเจอกวางอีกต่างหาก ก็ถือว่าคุ้มทั้งได้ความรู้<br />
เรื่องอวกาศ แถมได้บรรยาศแบบธรรมชาติของเมืองในแถบฟลอริด้า  </strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/space-shuttle-launch-kennedy-space-center-florida/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Disneyland World,Orlando Florida (2)</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/disneyland-worldorlando-florida-2/</link>
		<comments>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/disneyland-worldorlando-florida-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Aug 2008 16:31:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[disneyland]]></category>

		<category><![CDATA[disneylandworld]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=135</guid>
		<description><![CDATA[
คลิกที่รูปดูภาพถ่ายที่ดิสนีย์
อย่างที่เล่าในตอนที่แล้วว่า Disney World Florida ประกอบด้วยห้า Team Parks สำหรับส่วนที่เราประทับใจและชอบมากที่สุดก็คงเป็น Magic Kingdom เพราะจริงแล้วถ้ามใครเคยไปดิสนีย์แลนด์ แอลเอ หรือที่อื่นๆ Magic Kingdom  ก็คือดิสนีย์แลนด์แบบต้นตำหรับดั้งเดิมนั่นเอง คือมีปราสาท และเครื่องเล่นต่างๆก็เหมือนดิสนีย์แลนด์ที่อื่นเกือบทั้งหมด ในส่วนของพาเรดก็คล้ายกันมาก

สำหรับ Epcot แนวคิดหลักคือเมืองในอนาคต มาที่นี่จะไม่ค่อยได้ความรู้สึกของดิสนีย์แลนด์แท้ๆสักเท่าไร แต่ก็สนุก จุดเด่นคือ World Showcase จำลองบรรยายกาศ
และอาคารของประเทศต่างๆ รวมทั้งอาหารประจำชาติของประเทศนั้นๆ เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส แคนาดา นอร์เวย์ และอื่นๆ เดินเล่นถ่ายรูปเพลินดี เหมือนได้ไปเที่ยว
หลายๆประเทศพร้อมๆกัน บางประเทศจะมีหนัง หรือโชว์พื้นเมืองด้วย ที่ชอบมากคือชิมอาหารแปลกๆจากหลากหลายประเภท ตกค่ำก็จะมีโชว์ใหญ่ ขอบอกว่าสวยมาก
นอกจากนั้นก็มีเครื่องเล่นต่างๆมากมาย เช่นกัน

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพอื่นๆ
Animal Kingdom ชื่อก็บอกแล้วว่าก็มีสัตว์ให้ดู ก็คล้ายกับไปสวนสัตว์ แต่ยอมรับว่าเขาจัดได้ดีคือสวย เป็นธรรมชาติและน่าสนใจ มากกว่าสวนสัตว์ทั่วๆไป  ที่นี่เขาจะแบ่งพื้นที่เป็นโซนๆ
เช่นโซนแอฟริกา โซนนี้มีจุดเด่นคือ การท่องซาฟารี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/epcot/"><img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/epcot/thumbnails/Disney_Epcot_3.jpg' alt='Epcot disney world' class='alignnone' /></a><br />
คลิกที่รูปดูภาพถ่ายที่ดิสนีย์</p>
<p><strong>อย่างที่เล่าในตอนที่แล้วว่า Disney World Florida ประกอบด้วยห้า Team Parks สำหรับส่วนที่เราประทับใจและชอบมากที่สุดก็คงเป็น Magic Kingdom เพราะจริงแล้วถ้ามใครเคยไปดิสนีย์แลนด์ แอลเอ หรือที่อื่นๆ Magic Kingdom  ก็คือดิสนีย์แลนด์แบบต้นตำหรับดั้งเดิมนั่นเอง คือมีปราสาท และเครื่องเล่นต่างๆก็เหมือนดิสนีย์แลนด์ที่อื่นเกือบทั้งหมด ในส่วนของพาเรดก็คล้ายกันมาก<br />
<img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/epcot/thumbnails/Disney_Epcot_28.jpg' alt='' class='alignnone' /><br />
สำหรับ Epcot แนวคิดหลักคือเมืองในอนาคต มาที่นี่จะไม่ค่อยได้ความรู้สึกของดิสนีย์แลนด์แท้ๆสักเท่าไร แต่ก็สนุก จุดเด่นคือ World Showcase จำลองบรรยายกาศ<br />
และอาคารของประเทศต่างๆ รวมทั้งอาหารประจำชาติของประเทศนั้นๆ เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส แคนาดา นอร์เวย์ และอื่นๆ เดินเล่นถ่ายรูปเพลินดี เหมือนได้ไปเที่ยว<br />
หลายๆประเทศพร้อมๆกัน บางประเทศจะมีหนัง หรือโชว์พื้นเมืองด้วย ที่ชอบมากคือชิมอาหารแปลกๆจากหลากหลายประเภท ตกค่ำก็จะมีโชว์ใหญ่ ขอบอกว่าสวยมาก<br />
นอกจากนั้นก็มีเครื่องเล่นต่างๆมากมาย เช่นกัน<br />
<a href="http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/animal_kingdom/"><img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/animal_kingdom/thumbnails/Disney%20Animal%20Kingdom-32_1.jpg' alt='' class='alignnone' /></a><br />
คลิกที่รูปเพื่อดูภาพอื่นๆ</p>
<p>Animal Kingdom ชื่อก็บอกแล้วว่าก็มีสัตว์ให้ดู ก็คล้ายกับไปสวนสัตว์ แต่ยอมรับว่าเขาจัดได้ดีคือสวย เป็นธรรมชาติและน่าสนใจ มากกว่าสวนสัตว์ทั่วๆไป  ที่นี่เขาจะแบ่งพื้นที่เป็นโซนๆ<br />
เช่นโซนแอฟริกา โซนนี้มีจุดเด่นคือ การท่องซาฟารี แต่รอคิวนานมาก แต่ก็คุ้มค่าการรอ เพราะจะว่าเป็นเครื่องเล่นปกติก็ไม่ใช่ จะนั่งรถแบบซาฟารีเข้าไป ในพื้นที่ที่เขาจัดเหมือนป่าจริงๆ<br />
มีสัตว์พื้นเมืองของแอฟริกา พื้นที่ใหญ่ทำให้เราไม่รู้สึกว่ามันเหมือนอยู่ในกรงขัง ขับรถตกหลุม ตกเลนใกล้เคียงของจริงดี  อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือ รถไฟเหาะจำชื่อชัวร์ไม่ได้แต่หางง่าย<br />
คือภูเขาที่จำลองยอดเขาเอเวอร์เรจนั่นเอง เห็นเด่นเป็นสง่า อันนี้ไม่ควรพลาด เพราะสนุก หวาดเสียว ทำบรรยากาศได้ดีมากจริง นอกจากแอฟริกา ก็จะมีโซนเอเชีย โซนอเมริกา<br />
ซึ่งทั้งสองโซนนี้ไม่น่าสนใจเท่าไร ก็มีสัตว์ให้ดู  จุดหลักๆของ Animal Kingdom คือสัตว์ นอกจากนั้นก็มีเครื่องเล่นพอสมควร อีกอันที่เด่นของที่นี่คือ Nymo เหมาะกับเด็กๆ แต่ก็น่ารักดีอีกอย่างที่นี่จะมีพวก Show ประเภท Musical เยอะทีเดียว เดินมาเยอะ ก็มานั่งดูพวกนี้ให้หายเหนื่อยแล้วเดินต่อ แต่จริงแล้วต้องบอกว่าโชว์สวนใหญ่น่ารักมาก ไม่เสียเวลาดู<br />
<img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/hollywood_studios/thumbnails/Disney_Hollywood_Studios_4.jpg' alt='' class='alignnone' /><br />
ต่อมาคือ  Hollywood ขอบอกว่าเป็น Park ที่เราว่าน่าสนใจน้อยสุด แต่รวมๆก็โอเค จะมีนั่งรถรางทัวร์ เทคนิค เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนต์ อุปกรณ์ ของตกแต่งฉาก ซึ่งเป็น<br />
ของจริงบางส่วน รวมทั้งมีสตันท์โชว์ พาดโผน แต่เราว่าก็งั้นๆ แต่โชว์ใหญ่ของ Park นี้คือ Fantacia Land สวยดีเป็นแสง สี เสียง แต่ย้ำว่าควรเข้าไปก่อนเวลาเริ่มพอสมควรเพื่อจองที่นั่งดีๆ<br />
เครื่องเล่นต่างๆก็พอสมควร ที่เด่นคือ Hollywood Tower อันนี้ที่แอลเอก็มี แนะนำว่าไม่ควรพลาด สนุกแต่น่ากลัวใช้ได้ทีเดียว </p>
<p>ส่วนสวนน้ำเราไม่ได้เพราะไม่ได้เข้าไป ก็มันต้องเสียตังค์เพิ่มนี่นา แต่เท่าทีมองจากข้างนอก ก็ไม่น่าจะต่างจากสวนสยามนักหรอก ก็มีพวก Slide อะไรประมาณนั้น<br />
อีกที่คือ Downtown Disney อันนี้น่าจะเหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก เพราะจะมีร้านอาหาร ผับ บาร์ให้บริการ รวมทั้งโรงหนัง ประมาณนั้น </p>
<p>แต่ละพาร์คที่บอกไกลจากกันพอสมควร อย่างที่บอกว่าที่นี่พื้นที่ทั้งหมดใหญ่มาก เป็นเมืองๆหนึ่งเลย แต่ละพาร์คไม่สามารถเดินถึงกันได้ แต่เขาจะมีรถไฟ รวมทั้งรถบัสให้บริการจากพาร์คหนึ่งไปอีกพาร์ค รวมทั้งไปส่งที่โรงแรม รีสอร์ทของดิสนีย์ ซึ่งฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ส่วนเรื่องอาหารการกิน ถ้าคิดจะออกไปกินข้างนอกและกลับมาใหม่ ขอบอกว่า ไม่สมควร<br />
เพราะมันเสียเวลา ก็คงต้องยอมเสียตังค์กินข้างใน ร้านอาหารในพาร์คมีเยอะมาก หลายหลายประเภท ทั้งหรูๆ แพงๆ และแบบ Food Center ก็มี แต่ราคาอาหารในพาร์คต้องบอกว่าแพงกว่าร้านข้างนอกแต่ไม่มากนัก ราคาอาหารถูกๆที่สุดก็ไม่ต่ำกว่าเจ็ดเหรียญก็พวกแฮมเบอร์ธรรมดา น้ำดื่มก็แน่นอน แพงกว่าปกติ<br />
<img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/magic_kingdom/thumbnails/disney_monorail.jpg' alt='' class='alignnone' /><br />
สำหรับตัวเองถ้าให้เปรียบเทียบดิสนีย์แลนด์ที่แอเอกับดิสนีย์แลนด์ฟลอริดา เราชอบที่แอลเอมากกว่า ถึงมันจะเล็กกว่ามาก แต่ก็มีของเด่นๆทุกอย่างที่ฟลอริดามี<br />
และมันคลาสสิกกว่า ไม่ใหญ่โตจนเกินไป ใกล้กว่าด้วย ยิ่งสำหรับคนไทยบินมาแอลเอง่ายกว่าบินไปฟลอริด้าเยอะ แถมที่แอลเอ สามารถพักโรงแรมข้างนอกซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ<br />
ดิสนีย์แลนด์ได้ด้วย เดินข้ามถนนมาก็เข้าพาร์คได้เลย มีโรงแรมข้างนอกใกล้ดิสนีย์ให้เลือกมากมาย เดินออกมากินของถูกๆข้างนอกก็ได้ อือแต่ที่ฟลอริดาทำงี้ไม่ได้ โรงแรมข้างนอกคือมันห่างมาก ต้องใช้รถ ของกินก็เช่นกัน ช่วยประหยัดเงินได้เยอะเลย</p>
<p>โดยภาพรวมแล้วเอาเป็นว่าดิสนีย์แลนด์ไม่ว่าจะที่แอลเอหรือที่นี่ สำหรับตวเองยอมรับว่าเขาทำได้ดีจริงๆ ทำไมบ้านเราไม่มีสวนสนุกดีๆอย่างนี้บ้าง  เขาใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ<br />
เครื่องเล่นแต่ละ Station แค่ทางเดินเข้าไปตัวเครื่องจริงเข้าก็สร้างบรรยาศรอบๆให้เราไม่เบื่อมากในการรอ ถึงแม้เครื่องเล่นส่วนใหญ่จะไม่หวาดเสียวน่ากลัว คือไม่ได้มีของมันส์ๆ<br />
มากนัก เพราะเขาทำเพื่อให้เด็กเล็กเล่นได้ด้วย คือเด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่ก็สนุกดี แต่เขาทำได้สวย น่ารัก ทำให้เรารู้สึกว่าอยู่ในแดนเทพนิยายจริงๆ โชว์ต่างๆก็ทำได้ยิ่งใหญ่<br />
แถมมีโชว์ดีคือโชว์ก่อนปิดเกือบทุกวัน ดอกไม้ไฟกี่ชุดที่เขาใช้ ที่ดิสนีย์เวิล์ด มีถึงห้าพาร์ค แต่ละวันแต่ละพาร์คจะมีโชว์ใหญ่ของตัวเอง มานั่งคิดเขาใช้เงินเท่าไร ไม่มีมาทำห่วยๆเล็ก<br />
แล้วไหนจะโชว์ย่อยๆตามปกติอีกมากมาย ห้องน้ำมีบริการเกือบทุกจุด ไม่ต้องกลัวว่ารอคิวนาน กับคุณภาพของบริการที่ได้รับทั้งหมด บอกได้ว่าคุ้ม บัตรไม่ได้แพงเลย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม<br />
มีผู้คนมากมายจากทั่วโลกเดินทางมาดิสนีย์แลนด์</strong></p>
<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-7158311723822940";
/* 728x90, created 5/22/08 */
google_ad_slot = "1717730209";
google_ad_width = 728;
google_ad_height = 90;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinamerica.com/2008/08/disneyland-worldorlando-florida-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ดิสนีย์แลนด์เวิล์ด Disneyland World Florida</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%94-disneyland-world-florida/</link>
		<comments>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%94-disneyland-world-florida/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Jul 2008 19:13:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[disneyland]]></category>

		<category><![CDATA[disneylandworld]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=134</guid>
		<description><![CDATA[




ดิสนีย์แลนด์ ดิสนีแลนด์ แหมพูดชื่อนี้ขึ้นมาคิดก็ทำให้คิดถึง รอยยิ้มและที่สำคัญ Micky Mouse วันนี้ถือโอกาสมาเล่าประสบการณ์ที่ Disneyland World, Orlando Florida สำหรับเราคนไทยส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงดิสนีย์แลนด์ จะนึกถึงดิสนีย์แลนด์ที่ LA หรือ โตเกียว หรือ ฮ่องกง ซะมากกว่า
แต่ที่ฟลอริดา มันไม่ใช่ดิสนีย์แลนด์ธรรมดา แต่มันระดับ World ฟังแค่ชื่อพอจะเดาได้ว่ามันต้องใหญ่กว่าดิสนีย์แลนด์ที่อื่นๆแน่ๆ ก็มัน World นี่นาไม่ใช่แค่ Land ธรรมดา
ตัวเองมีโอกาสไปดิสนีย์แลนด์เวิล ฟลอริดา เมื่อต้นปี 2008 นี่เอง หลังจากที่เคยไปดิสนีย์แลนด์ ที่แอลเอ เมื่อต้นปี 2007 อย่างที่เกริ่นไว้ข้างบนคือที่ฟลอริดา นี่ใหญ่กว่าดิสนีย์ที่แอลเอ เยอะมาก ที่แอลเอจะประกอบด้วยสองพาร์ค แต่ที่ฟลอริดาจะประกอบด้วยทั้งหมด 5 team parks บวกกับ Downtown Disney และ โรงแรม รีสอร์ทอีกมากมาย คือมันเป็นเมืองๆหนึ่งเลยทีเดียว ใหญ่มาก 
ตัวเองใช้เวลาที่ดิสนีย์แลนด์แลนด์เวิลทั้งหมด 6 วัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-7158311723822940";
/* 728x90, created 7/27/08 */
google_ad_slot = "3969675299";
google_ad_width = 728;
google_ad_height = 90;
//-->
</script><br />
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
<p><a href="http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/magic_kingdom/"><img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/magic_kingdom/thumbnails/Florida_1654.jpg' alt='' class='alignnone' /></a><br />
<strong>ดิสนีย์แลนด์ ดิสนีแลนด์ แหมพูดชื่อนี้ขึ้นมาคิดก็ทำให้คิดถึง รอยยิ้มและที่สำคัญ Micky Mouse วันนี้ถือโอกาสมาเล่าประสบการณ์ที่ Disneyland World, Orlando Florida สำหรับเราคนไทยส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงดิสนีย์แลนด์ จะนึกถึงดิสนีย์แลนด์ที่ LA หรือ โตเกียว หรือ ฮ่องกง ซะมากกว่า<br />
แต่ที่ฟลอริดา มันไม่ใช่ดิสนีย์แลนด์ธรรมดา แต่มันระดับ World ฟังแค่ชื่อพอจะเดาได้ว่ามันต้องใหญ่กว่าดิสนีย์แลนด์ที่อื่นๆแน่ๆ ก็มัน World นี่นาไม่ใช่แค่ Land ธรรมดา</p>
<p>ตัวเองมีโอกาสไปดิสนีย์แลนด์เวิล ฟลอริดา เมื่อต้นปี 2008 นี่เอง หลังจากที่เคยไปดิสนีย์แลนด์ ที่แอลเอ เมื่อต้นปี 2007 อย่างที่เกริ่นไว้ข้างบนคือที่ฟลอริดา นี่ใหญ่กว่าดิสนีย์ที่แอลเอ เยอะมาก ที่แอลเอจะประกอบด้วยสองพาร์ค แต่ที่ฟลอริดาจะประกอบด้วยทั้งหมด 5 team parks บวกกับ Downtown Disney และ โรงแรม รีสอร์ทอีกมากมาย คือมันเป็นเมืองๆหนึ่งเลยทีเดียว ใหญ่มาก </p>
<p>ตัวเองใช้เวลาที่ดิสนีย์แลนด์แลนด์เวิลทั้งหมด 6 วัน ก็ถือว่ากำกลังลงตัวเพราะเดินเกือบทั่วทุกพาร์ค เล่นเครื่องเล่น ดูโชว์เกือบครบ โดยที่ไม่เร่งรีบมากนัก สบายๆ เพราะถ้าอยู่น้อยอาจดู เที่ยวไม่ครบที่สำคัญเหนื่อยเพราะมันใหญ่เดินเยอะมาก ตรงนี้อยากแนะนำเพิ่มว่าใครจะไปเที่ยวที่ดิสนีย์แลนด์ไม่ว่าจะแอลเอ หรือที่ฟลอริดา แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบที่เดินสะดวก ช่วยให้เราเดินได้เยอะๆนานๆ เพราะต้องเดินเยอะมากๆเลย มีหมวกไปด้วยก็จะดีค่ะ แดดร้อน </p>
<p>ทริปนี้ที่ดิสนีย์เวิลเราพักที่รีสอร์ทในดิสนีย์แลนด์ เพราะสะดวกในการเดินทางมากกว่า ไม่ต้องขับรถเข้ามาหาที่จอดที่นี่ เพราะมีรถไฟวิ่งผ่านในโรงแรมเลยเข้าไปถึงที่ Park ถ้าพักโรงแรมข้างนอกต้องเช่ารถขับเข้ามาเสียคาจอดรถอีกวันละ ประมาณสิบกว่าเหรียญและเสียเวบาเดินทาง  การพักในรีสอร์ทในพาร์คมีข้อดีอีกอย่างคือ มีสิทธิพิเศษในการเที่ยวในพาร์คได้นานกว่าตามตารางที่กำหนดในแต่ละวัน เช่นปกติปิดสามทุ่ม แต่ลูกค้าที่พักในรีสอร์ทของดิสนีย์จะอยู่ได้ถึงเที่ยงคืนหรือตีสองประมาณนั้น  ข้อดีก็อย่างที่บอกแต่ข้อเสียของการพักในโรงแรมของดิสนีย์คือ ราคาที่แพงกว่าโรงแรมข้างนอกมาก ห้องปกติไม่ต่ำกว่าสองร้อยเหรียญ ดีๆก็สี่ห้าร้อย แล้วแต่ช่วงเวลา ในขณะที่โรงแรมข้างนอก แค่ห้าสิบเหรียญต่อคืนก็หาได้หรือร้อยกว่าก็ได้ห้องดีๆแล้ว และหลายๆที่ก็มีรถบัสเข้ามาส่งที่ดิสนีย์ด้วย  แต่สำหรับตัวเองถือว่าประทับใจมากๆในการพักโรงแรมของดิสนีย์ เราพักที่ Contemporary Resort ซึ่งจะมีรถไฟฟ้า Monorail วิ่งผ่านในตึกเข้าไปถึงพาร์คเลย ไม่ต้องไปเดินรอรถไกล โรงแรมหรู ห้องดีมากๆ อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆครบ ที่สำคัญที่ประใจมากๆคือ เราเช็คอินเร็วกว่าปกติคือเช็คอินตีห้า ทั้งๆที่จริงๆเข้าให้เช็คอินบ่ายโมง ปรากฎว่าไม่มีปัญหา แถมอัพเกรดห้องให้อีก เป็นห้องที่แพงกว่าที่เราจองไว้ เป็นห้องที่ปกติราคาห้าร้อยเหรียญต่อคืน พนักงานบริการดี แถมมีเครื่องดื่ม ขนม นมเนย บริการฟรีอีกด้วย เฉพาะชั้นที่เราพัก โชคดีสุดๆ   แฟนบอกพนักงานบอกเขาอัพเกรดให้เรา เนื่องจากเราเช็คอินเร็ว งงมากแทนที่จะไม่ให้เช็คอินกลับอัพเกรดให้อีก ไม่ได้มีการบวกเงินเพิ่มใดๆทั้งสิ้น อีกอย่างที่ประทับใจคือคีย์การ์ดเข้าห้องพักกับบัตรผ่านเข้าพาร์คเป็นใบเดียวกัน และระบุชื่อเราในบัตรด้วย คีย์การ์ดสวยมาก ไม่เคยพักโรงไหนที่มีชื่อเราบนการ์ดอย่างนี้มาก่อน ยังเก็บไว้เป็นที่ระลึกอยู่เลยเพราะมันสวย&#8230;</p>
<p><img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/magic_kingdom/thumbnails/Florida_1251.jpg' alt='' class='alignnone' /><br />
ที่ Disneyland World จะประกอบด้วยห้า Team Park คือ Magic Kingdom, Epcot, Animal Kingdom, Hollywood และ อีกอันเป็นส่วนน้ำ<br />
ค่าบัตรผ่านประตูถ้ายิ่งเยอะวันจะยิ่งถูกลงเยอะ เช่นวันเดียวก็ประมาณ 161 $ ห้าวัน 260$ หกวัน 262$ จะเห็นว่าราคามันแปลกๆ เราเลยอยู่หกวันเพราะมันถูกกกว่า ราคานี้คือเข้าได้ทุกพาร์คเลย ยกเว้นสวนน้ำต้องจ่ายเพิ่ม จริงๆจะซื้อแบบเข้าพาร์คเดียวก็ได้แต่ไม่คุ้ม เพราะเข้าได้ที่เดียววันเดียวอยู่ที่ 71$ ไปทั้งทีก็เข้ามันให้ครบจะดีกว่า วันนี้ค้างไว้แค่นี้ก่อน จะเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละพาร์คในตอนต่อไป</strong><br />
<a href="http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/magic_kingdom/">Click for more pictures</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%94-disneyland-world-florida/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เที่ยวไมอามี่ ฟลอริดา กันดีกว่า: Miami Beach Florida</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Jul 2008 18:12:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Miami beach]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<category><![CDATA[Miami]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[
วันนี้จะพาไปเที่ยวหาดไมอามี่ค่ะ&#8230; ตัวเองเราได้มีโอกาสเดินทางไปหาดไมอามี่เมื่อ มีนาคม 2551  เรากับสามีบินจากซานฟรานซิสโก แคลิฟอเนียไปเที่ยวฟลอริดาเป็นครั้งแรก เราบินไปลงที่ออแลนด์โดซึ่งเป็นเมืองตอนเหนือของฟลอริดา และขับรถลงใต้ไปถึงไมอามี่ ทริปนี้รวมสามอาทิตย์ แต่อยากเล่าเรื่องไมอามี่ก่อนทั้งๆที่เป็นที่เกือบสุดท้ายที่เราเที่ยวในการเดินทางไปฟลอริดาครั้งนี้  แต่อยากเล่าก่อนที่อื่นเพราะสวยค่ะ&#8230;
บินจากซานฟรานซิสโกไปไมอามี่ใช้เวลาร่วมหกชั่วโมง ไม่นึกว่ามันจะไกลขนาดนั้น นานกว่าบินจากเมืองไทยไปเมืองจีนอีก เป็นครั้งแรกที่เราได้ไปฝั่ง East Coast หรือรัฐริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของอเมริกา ก้เรามันคนฝั่ง West ด้านแปซิฟิก ขนาดประเทศเดียวกัน เวลาของซานฟรานกับไมอามี่หรือแคลิฟอเนียกับฟลอริดาต่างกันสามชั่วโมง คือฟลอริดาเวลาเร็วกว่าซานฟรานสามชั่วโมง  ทริปนี้ถือว่าเหนือเพราะเราขับรถลงใต้มาจากออแลนด์โดมาไมอามี่ใช้เวลาประมาณห้าชั่วโมงได้  พอมาถึงไมอามี่ก็หงุดหงิดอีกเพราะรถติดมากบริเวณถนนขนานกับหาด บวกกับคนขับรถที่นี่มั่ว
คือไม่เป็นระเบียบ ต่างกับแคลิฟอเนียมาก หาที่จอดก็ยาก ขับรถที่นี่ปวดหัวค่ะ เสียเวลาขับรถวนเพื่อหาโรงแรมหาที่จอดเป็นชั่วโมง จริงๆแล้วส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงเดือนมีนาคมที่เราไปเป็นช่วงที่เรียกว่า Spring Break ของนักเรียน นักศึกษา ทำให้มีคนท่องเที่ยวมากกว่าช่วงเวลาปกติ  ดังนั้นถ้าใครจะมาเที่ยวไมอามี่หรือหาดอื่นๆในฟลอริดาในช่วงนี้ไม่ค่อยแนะนำ เพราะคนเยอะ ที่สำคัญราคาที่พัก โรงแรมจะแพงกว่าช่วงเวลาปกติเยอะมาก อีกช่วงที่ไม่ควรก็คือช่วงคริสมาต เพื่อนอีกคนมาก็บอกว่าคนเยอะและโรงแรมแพงเช่นกัน แถมเต็มด้วย  อีกอย่างที่แนะนำคือไม่ควรมีรถ ไม่ควรเช่ารถช่วงมาพักที่นี่เพราะที่จอดหายาก แถมโรงแรมส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ระดับหรูมากๆๆๆ ไม่มีที่จอดรถให้ต้วจอดริมถนน ซึ่งต้องรีบมาเลื่อนรถตอนเช้า เพราะที่นี่จอดรถจำกัดชั่วโมง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/miami_beach/"><img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/miami_beach/thumbnails/Miami_Beach.jpg' alt='Miami Beach Florida' class='alignnone' /></a></p>
<p><strong>วันนี้จะพาไปเที่ยวหาดไมอามี่ค่ะ&#8230; ตัวเองเราได้มีโอกาสเดินทางไปหาดไมอามี่เมื่อ มีนาคม 2551  เรากับสามีบินจากซานฟรานซิสโก แคลิฟอเนียไปเที่ยวฟลอริดาเป็นครั้งแรก เราบินไปลงที่ออแลนด์โดซึ่งเป็นเมืองตอนเหนือของฟลอริดา และขับรถลงใต้ไปถึงไมอามี่ ทริปนี้รวมสามอาทิตย์ แต่อยากเล่าเรื่องไมอามี่ก่อนทั้งๆที่เป็นที่เกือบสุดท้ายที่เราเที่ยวในการเดินทางไปฟลอริดาครั้งนี้  แต่อยากเล่าก่อนที่อื่นเพราะสวยค่ะ&#8230;</p>
<p>บินจากซานฟรานซิสโกไปไมอามี่ใช้เวลาร่วมหกชั่วโมง ไม่นึกว่ามันจะไกลขนาดนั้น นานกว่าบินจากเมืองไทยไปเมืองจีนอีก เป็นครั้งแรกที่เราได้ไปฝั่ง East Coast หรือรัฐริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของอเมริกา ก้เรามันคนฝั่ง West ด้านแปซิฟิก ขนาดประเทศเดียวกัน เวลาของซานฟรานกับไมอามี่หรือแคลิฟอเนียกับฟลอริดาต่างกันสามชั่วโมง คือฟลอริดาเวลาเร็วกว่าซานฟรานสามชั่วโมง  ทริปนี้ถือว่าเหนือเพราะเราขับรถลงใต้มาจากออแลนด์โดมาไมอามี่ใช้เวลาประมาณห้าชั่วโมงได้  พอมาถึงไมอามี่ก็หงุดหงิดอีกเพราะรถติดมากบริเวณถนนขนานกับหาด บวกกับคนขับรถที่นี่มั่ว<br />
คือไม่เป็นระเบียบ ต่างกับแคลิฟอเนียมาก หาที่จอดก็ยาก ขับรถที่นี่ปวดหัวค่ะ เสียเวลาขับรถวนเพื่อหาโรงแรมหาที่จอดเป็นชั่วโมง จริงๆแล้วส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงเดือนมีนาคมที่เราไปเป็นช่วงที่เรียกว่า Spring Break ของนักเรียน นักศึกษา ทำให้มีคนท่องเที่ยวมากกว่าช่วงเวลาปกติ  ดังนั้นถ้าใครจะมาเที่ยวไมอามี่หรือหาดอื่นๆในฟลอริดาในช่วงนี้ไม่ค่อยแนะนำ เพราะคนเยอะ ที่สำคัญราคาที่พัก โรงแรมจะแพงกว่าช่วงเวลาปกติเยอะมาก อีกช่วงที่ไม่ควรก็คือช่วงคริสมาต เพื่อนอีกคนมาก็บอกว่าคนเยอะและโรงแรมแพงเช่นกัน แถมเต็มด้วย  อีกอย่างที่แนะนำคือไม่ควรมีรถ ไม่ควรเช่ารถช่วงมาพักที่นี่เพราะที่จอดหายาก แถมโรงแรมส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ระดับหรูมากๆๆๆ ไม่มีที่จอดรถให้ต้วจอดริมถนน ซึ่งต้องรีบมาเลื่อนรถตอนเช้า เพราะที่นี่จอดรถจำกัดชั่วโมง หรือมีก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม     ตัวเองกว่าจะหาที่พักที่มีที่จอดรถและราคาไม่แพงเกินไปก็เล่นเอาเหนื่อย เพราะรถติดด้วยอย่างที่บอก</p>
<p>วันแรกที่ไปถึงบอกตรงๆว่าไม่ประทับใจเลยไมอามี่ เราพักโรงแรมสไตล์บูติก ก็ถือว่าใช้ได้แต่ราคาค่อนข้างจะแพงมากเพราะไม่ใช่โรงแรมใหญ่<br />
ตกคืนละ 250 เหรียญ ไปถามที่มาริออท ห้องธรรมดาสุด ไม่มีวิว คืนละ 500 เหรียญ ต้องบอกว่าแพง เพราะเคยไปเที่ยวที่อื่นเช่นแอลเอ หรือลาสเวกัส โรงแรมในระดับเดียวกันห้องหรูเท่ากันหรือมากกว่าแค่ 120 หรือ 150 เหรียญ แฟนเราก็งงว่าค่าโรงแรมแพงกว่าที่เขาคิดไว้มาก แต่ก็มาเที่ยวคิดมากก็ไม่สนุกก้จ่ายมันไป..</p>
<p>หลังจากหายเหนื่อยก็เดินไปที่หาด  อือหายเหนื่อยเลย สวยค่ะ ทะเลสีสวยมากๆ ไม่เคยเห็นทะเลสีนี้มาก่อน เพราะมันเป็นสีเขียวมิ้นอ่อนๆ<br />
แปลกตา มันมิ้นท์จริงๆ ทีอื่นที่ไปเช่นบ้านเรา หรือฮาวายทะเลสีจะเข้มกว่าที่นี่ ที่นี่มันออกพาสเทล ยอมรับว่าประทับใจ บวกกับหาดทรายที่นี่<br />
สีขาวจั๊ว ขาวจริงๆ เดินตอนกลางวันแสบตามากเพราะขาวสะท้อนแดดมากๆ ต้องใส่แว่นกันแดด ไม่เคยเจอทรายขาวจั๊วขนาดนี้มาก่อน หาดทรายกว้างขาวอย่างกะหิมะ ทะเลสีเขียวพาสเทล สวยไม่ด้อยกว่าฮาวาย ฮาวายทะเลสีจะเข้มออกฟ้ามากกว่า ทรายจะสีทองแบบทะเลบ้านเราส่วนใหญ่ ที่สำคัญอากาศที่นี่ไม่หนาว แต่ช่วงเราไปก็คือไม่ร้อนไม่หนาวแต่กลางคืนก็เย็นๆ ต้องใส่เสื้อคลุมเดิน </p>
<p>ก่อนมาเราก็คิดว่าคงได้เห็นสาวๆเปลือยอก อิๆๆ คงมีสาวๆ เซ็กๆ ให้มองเยอะแยะ แต่จริงๆอ้วนๆมันมากกว่าสวยๆอะดิ ใส่บิกินีกันทุกคนแหละ แต่มันอ้วนอะ ไม่อยากดูเท่าไร ผิดหวังเล็กน้อยเปลือยอกก็เห็นแค่สองคนเอง  แต่สรุปทะเลสวย สะอาด หาดรายขาวเนียนตา มิน่าถึงเป็นหนึ่งในหาดที่มีชื่อเสียงระดับโลก</p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของไมอามี่คือตึกอาคาร ซึ่งเรียกว่าเป็นแบบ Art Deco ซึ่งก็ดูสวย เท่แปลกๆดี ึกโรงแรมบางส่วนเป็นอาคารเก่าแต่บางแห่งก็สรางใหม่แต่เขาก็พยายามสร้างให้ดูเป็นรูปแบบเดิม ยิ่งตอนกลางคืนจะสวยมากขึ้น </p>
<p>สีสันยามค่ำคืนของที่นี่ ทำให้เราคิดถึงพัทยาไงไม่รู้ แต่รวมๆดูดีกว่าพัทยาคือร้านรวงดูหรูหรากว่า ที่นี่ต่างกับฮาวาย คือโลกีย์คล้ายพัทยาบ้านเรา คือมีพับ บาร์ เหล้า ผู้หญิง ที่บอกกลางวันไม่ค่อยเห็นสาวๆสวยๆ ออกมากลางคืนดิ เพียบเลย มาที่นี่แนะนำว่าติดชุดแรงๆ สวยๆมาด้วย ไว้ใส่กลางคืน เพราะคนที่มาที่นี่แต่งตัวเซ็กซี่ ประชันกันตอนกลางคืน แหมโชคดีที่เราก็มีชุดแจ่มมาด้วยไมงั้นละหมดความมั่นใจเลย  จากกลางวันที่ดูไม่มีอะไรมาก พอค่ำปุ๊บ ฟุตบาทหน้าโรงแรม พูดง่ายๆฟุตบาทตลอดถนนเลียบหาดเต็มไปด้วยโต๊ะ ของร้านอาหารเต็มตลอดแนว สนุกดีเราชอบ เดินดูคน นั่งกินข้าวไปนั่งดูคนเดินผ่าน ไป ผ่านมา ร้านอาหารบนถนนริมหาดส่วนใหญ่จะหรูๆแพงๆเหมือนกัน จะกินถูกๆก็ต้องออกไปไกลจากหาดหน่อย  แต่ถึงจะแพงก็คุ้มเพราะมันได้บรรยากาศไงค่ะ  เดินหางออกไปอีกบล็อกจาหาดก็จะมีพวกร้านรวงแบรนด์เนมให้ช๊อปปิ้งด้วย  ก็สนุกดีเพราะเมืองส่วนใหญ่ในอเมริกาทุ่มสองทุ่มก็เงียบเหงา มาเจอคึกคักแบบนี้ทำให้คิดถึงเมืองไทยบ้านเรามาก  คนที่ชอบชีวิตกลางคืน ชอบดืม ชอบแดนซ์ คงชอบที่นี่แน่ๆ มาที่นี่จะมีซิก้าขายเยอะมาก ก็มันใกล้คิวบาอะนะ </p>
<p>อีกส่วนที่น่าสนใจสำหรับตัวเองคือ ไมอามีมีคนพูดภาษาสเปนเยอะมาก อือคงเพราะใกล้คิวบา ทำให้มีคนพวกอเมริกาใต้ทำงาน อยู่ที่นี่เยอะมาก<br />
เพื่อนญี่ปุ่นมาเที่ยวที่นี่บอก คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงแปลก ก็จริงแหละก็นใหญ่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ภาษาแรกสเปนิชนี่น่า </p>
<p>โดยภาพรวมแล้วไมอามี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ น่ามาเที่ยว ทะเลสวย สะอาด สีสันยามค่ำคืนสนุกสนาน เอ่าแค่ได้แต่งตัวประชันกัน หรือดูเขาแต่งตัวก็มันแล้ว น่ามาค่ะ แต่แพง&#8230; ลืมบอกไปมาไมอามี่ก็มาแค่ชายหาดพอ คือ South Beach เพราะนอกนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไร ในเมืองที่ห่างจากย่านนี้ไม่สวยเอาซะเลยค่ะ ไม่ต้องไปเสียเวลาขับรถวนในตัวเมืองที่ห่างจากทะเล กรุงเทพบ้านเราดูดีกว่าอีก เรื่องจริง</strong></p>
<p>อย่าลืมช่วยกันคลิกโฆษณาเพื่อสนับสนุนเวปไซต์ด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ</p>
<p><img src='http://digitalphotogallerypicutres.com/florida/miami_beach/thumbnails/Miami_Beach_12.jpg' alt='' class='alignnone' /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คนจีนในซานฟรานซิสโก Chinese Immigrants in San Francisco</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81-chinese-immigrants-in-san-fr/</link>
		<comments>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81-chinese-immigrants-in-san-fr/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Jul 2008 01:10:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[immigrants in san Francisco]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=132</guid>
		<description><![CDATA[หลายๆคนอาจคิดว่า ถ้ามาอยู่เมืองนอกนานๆ จะทำให้พูดภาษาอังกฤษได้เอง โดยไม่ต้องไปเรียนอย่างจริงจริงจัง นั่นก็เป็นความจริงแต่ความจริงอีกส่วนคือ คุณจะพูดได้แต่เป็นแบบผิดๆ หรือพูดได้แค่บทสนทนาพื้นฐานมากๆ รวมทั้งไม่สามารถพูดได้คล่องอย่างที่ควร  ทำไมถึงพูดเรื่องนี้
เพราะก่อนจะมาอยู่ที่นี่ตัวเองเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าถ้ามาอยู่เมกาแล้วถึงไม่ได้เรียนจะทำให้ภาษาอังกฤษดีขึ้นมาก คิดไปขนาดว่ามาอยู่แค่หกเดือนก็คงพูดได้ดีขึ้นเยอะ ขอบอกว่าผิด เพราะจริงๆมันดีขึ้นแน่ๆแต่ดีขึ้นไม่กี่เปอร์เซ็นเท่านั้นเอง  จริงๆจะเข้าเรื่องคนจีนที่รู้จักที่นี่นั่นแหละ 
มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นคนจีนหลายๆๆคนมาอยู่ที่นี่ บางคนห้าปี บางคนเจ็ดปี บางคนสิบปี บางคนยี่สิบปี หรือมากกว่า บางตรงๆว่าตอนที่รู้ว่าเขาเหล่านั้นมาอยู่ที่นี่มานานนน&#8230;.. แทบไม่อยากเชื่อ เพราะอะไรเหรอ ก็ภาษาอังกฤษของพวกพี่ๆ แย่กว่าเราที่มาอยู่ที่นี่ไม่ถึงปีนะสิ ทำไมละทำไมมาอยู่อเมริกายี่สิบปี มีลูกเกิดที่นี่สองคน ภาษาอังกฤษยังระดับประถม เพราะไม่มีไปเรียนภาษาอังกฤษไง คนจีนส่วนใหญ่ที่อพยพมาอยู่ที่นี่ส่วนมาก มาจากครอบครัวที่พื้นฐานไม่ดีนัก คือการศึกษาเดิมๆน้อย  พอมาอเมริกาก็คิดแต่ทำงานหาเงิน เพราะต้องหาเงิน ไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน
ก็ทำงานพวกรายได้น้อยๆ กับคนจีนด้วยกัน หรือกับฝรั่งแต่เป็นงานใช้แรง ทำแต่งานไม่ไปเรียน หรือไม่สนใจที่จะเรียน สุดท้ายอยู่มาสิบปีภาษาอังกฤษดีขึ้นจริงแต่ถ้าเทียบกับมาตรฐานก็ยังไม่ดีพอที่จะทำงานดีๆ การศึกษาไม่มี ก็ทำได้แค่งานค่าแรงขั้นต่ำตลอดไป  
คนพวกนี้บางคนคิดได้ตอนอายุเริ่มเยอะ เริ่มมาเรียน เพื่อนคนจีนคนหนึ่งบอกเธอรู้เลยว่าการเรียนตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษและการศึกษามีความสำคัญและทำให้มีชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เธอละน้องสาวย้ายมาอเมริกาด้วยกัน แต่เธอทำงานๆๆๆ ไม่เรียนหนังสือ ส่วนน้องสาวไม่ทำงาน เรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจังจนเข้าเรียนมหาลัยได้ คือไม่ทำงานเลย ตอนนี้ชีวิตของน้องสาวทำงานสอนในโรงเรียน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หลายๆคนอาจคิดว่า ถ้ามาอยู่เมืองนอกนานๆ จะทำให้พูดภาษาอังกฤษได้เอง โดยไม่ต้องไปเรียนอย่างจริงจริงจัง นั่นก็เป็นความจริงแต่ความจริงอีกส่วนคือ คุณจะพูดได้แต่เป็นแบบผิดๆ หรือพูดได้แค่บทสนทนาพื้นฐานมากๆ รวมทั้งไม่สามารถพูดได้คล่องอย่างที่ควร  ทำไมถึงพูดเรื่องนี้<br />
เพราะก่อนจะมาอยู่ที่นี่ตัวเองเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าถ้ามาอยู่เมกาแล้วถึงไม่ได้เรียนจะทำให้ภาษาอังกฤษดีขึ้นมาก คิดไปขนาดว่ามาอยู่แค่หกเดือนก็คงพูดได้ดีขึ้นเยอะ ขอบอกว่าผิด เพราะจริงๆมันดีขึ้นแน่ๆแต่ดีขึ้นไม่กี่เปอร์เซ็นเท่านั้นเอง  จริงๆจะเข้าเรื่องคนจีนที่รู้จักที่นี่นั่นแหละ </p>
<p>มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นคนจีนหลายๆๆคนมาอยู่ที่นี่ บางคนห้าปี บางคนเจ็ดปี บางคนสิบปี บางคนยี่สิบปี หรือมากกว่า บางตรงๆว่าตอนที่รู้ว่าเขาเหล่านั้นมาอยู่ที่นี่มานานนน&#8230;.. แทบไม่อยากเชื่อ เพราะอะไรเหรอ ก็ภาษาอังกฤษของพวกพี่ๆ แย่กว่าเราที่มาอยู่ที่นี่ไม่ถึงปีนะสิ ทำไมละทำไมมาอยู่อเมริกายี่สิบปี มีลูกเกิดที่นี่สองคน ภาษาอังกฤษยังระดับประถม เพราะไม่มีไปเรียนภาษาอังกฤษไง คนจีนส่วนใหญ่ที่อพยพมาอยู่ที่นี่ส่วนมาก มาจากครอบครัวที่พื้นฐานไม่ดีนัก คือการศึกษาเดิมๆน้อย  พอมาอเมริกาก็คิดแต่ทำงานหาเงิน เพราะต้องหาเงิน ไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน<br />
ก็ทำงานพวกรายได้น้อยๆ กับคนจีนด้วยกัน หรือกับฝรั่งแต่เป็นงานใช้แรง ทำแต่งานไม่ไปเรียน หรือไม่สนใจที่จะเรียน สุดท้ายอยู่มาสิบปีภาษาอังกฤษดีขึ้นจริงแต่ถ้าเทียบกับมาตรฐานก็ยังไม่ดีพอที่จะทำงานดีๆ การศึกษาไม่มี ก็ทำได้แค่งานค่าแรงขั้นต่ำตลอดไป  </p>
<p>คนพวกนี้บางคนคิดได้ตอนอายุเริ่มเยอะ เริ่มมาเรียน เพื่อนคนจีนคนหนึ่งบอกเธอรู้เลยว่าการเรียนตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษและการศึกษามีความสำคัญและทำให้มีชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เธอละน้องสาวย้ายมาอเมริกาด้วยกัน แต่เธอทำงานๆๆๆ ไม่เรียนหนังสือ ส่วนน้องสาวไม่ทำงาน เรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจังจนเข้าเรียนมหาลัยได้ คือไม่ทำงานเลย ตอนนี้ชีวิตของน้องสาวทำงานสอนในโรงเรียน ส่วนตัวเธอยังทำงานแบบได้ค่าแรงขั้นต่ำเหมือนเดิม&#8230;..</p>
<p>ชีวิตของคนที่อพยพมาอยู่ที่นี่อเมริกา ไม่ง่ายทั้งคนไทย คนจีน และชาติอื่นๆ เพราะถ้าภาษาอังกฤษไม่ดีมากๆ และไม่มีวุฒิการศึกษาที่นี่ คือไม่ได้จบที่นี่ หรือจบจากประเทศที่เขายอมรับ โอกาสในการหางานทำดีๆยาก มีเพื่อนคนจีนอีกคนคนนี้มาจากฮ่องกง อายุสี่สิบกว่าๆ จบปริญญาด้านไอที จากฮ่องกง ทำงานในฮ่องกงมาร่วมยี่สิบปี เขามั่นใจว่าเขาเก่ง เขามีประสบการณ์และฮ่องกง เป็นที่ยอมรับ มีความเป็นอินเตอร์  เขาเริ่มสมัครงานบริษัทใหญ่ๆที่นี่ จนในที่สุดมีหนึ่งบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์  วันรุ่งขึ้นเขาเล่าให้ฟังด้วยความเซ็ง และเบื่อชีวิตว่า ไม่รู้ว่าย้ายมาอยู่ที่นี่ทำไม เขาคิดว่าอเมริกาเปิดกว้าง ยอมรับปริญญาจากที่อื่น และเขามีประสบการณ์ แต่สรุปคือไม่ เขาบอกเขาเสียเวลาสัมภาษณ์ไปประมาณหกชั่วโมง โดนฝรั่งร่วมสิบคนสัมภาษณ์ เขายอมรับว่าจุดใหญ่อีกจุดคือเรื่องภาษา บางทีเขาไม่เข้าใจคำถาม เดิมทีเขามั่นใจว่าภาษาอังกฤษเขาดีพอ<br />
สุดท้ายไม่ได้งาน มานั่งเรียน ESL กันต่อไป และเขาก็เริ่มรู้ว่าถ้าคิดจะหางานดีๆเหมือนที่เคยทำที่บ้านเกิด คงต้องมีปริญญาที่นี่อีกใบ..</p>
<p>เพื่อนอีกคน คนนี้จบปริญญาจากมหาวิทยาลัยที่ดังมากแห่งหนึ่งในประเทศจีน ก่อนแต่งงานและมาที่นี่เธอทำงานในบริษัทใหญ่ หน้าที่การงานดี ภาษาอังกฤษของเธอก็ถือว่าอยู่ในระดับดีที่เดียว  แต่สุดท้ายย้ายตามสามีมาอยู่ที่นี่ ต้องทิ้งทุกอย่างและมาทำงานรายได้ขั้นต่ำในบริษัทเล็กๆของคนจีนด้วยกันในย่านไชน่าทาวน์</p>
<p>ชีวิตอีกแบบ เพื่อนคนนี้อายุแค่ยี่สิบเอ็ด เธอย้ายมาจากกวางโจวเมืองทางใต้ของจีน ใกล้ๆฮ่องกง เธอบอกครอบครัวที่โน่นยากจน หางานก็ยากในเมืองจีนเลยย้ายตามญาติที่มาอยู่ที่นี่ก่อนหน้า เธอมาทั้งครอบครัวคือตัวเองและพ่อ แม่ พ่อ แม่เธอ คือคนจีนที่ไม่มีการศึกษา พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ดังนั้นแม่เธอต้องรับจ้างเลี้ยงเด็กกับคนจีนด้วยกันที่นี่ เริ่มงานเจ็ดโมงเช้าเลิกสองทุ่ม ได้เงินเดือนละพันเหรียญ ส่วนพ่อย้ายไปอยู่ที่<br />
ฟิลาเดลเฟีย ทำงานสับปลาในซุปเปอร์มาเก็ต ตัวเธอภาษาอังกษดีหน่อยได้งานทำในร้านอาหารจีน ทำงาน part time และเรียนภาษาไปด้วย รายได้ของทั้งครอบครัวรวมกันประมาณสามพันเหรียญ ค่าเช่าอพาตเมนท์หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ก็พันกว่าเหรียญ สุดท้ายครอบครัวนี้ทนอยู่ซานฟรานไม่ไหว เพราะค่าครองชีพและค่าเช่าสูง ก็ต้องย้ายไปอีกเมืองที่ค่าเช่าถูกกกว่ามากกว่าครึ่ง  เราเคยถามเธอว่าสุดท้ายจะย้ายกลับไปอยู่เมืองจีนไม๊ เธอบอกไม่ ไม่มีอะไรเหลือที่นั่น นอกจากเพื่อน  เมืองจีนหางานยากเพราะคนเยอะมาก ได้งานก็ต้องกอดให้แน่นที่สุด อากาศก็มีแต่มลภาวะ ทะเล แม่น้ำก็เป็นสีดำ เพราะโรงงาน ที่นี่ดีกว่ามาก ฟังแล้วดีใจจังที่เกิดเป็นคนไทย เพราะนอกจากเพื่อนคนนี้เพื่อนคนจีนคนอื่นๆก็บอกเหมือนๆกันเกี่ยวกับความลำบากในการทำงานในเมืองจีน  </p>
<p>เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนที่เราสนิทมากคนหนึ่งและรู้สึกเหมือนเธอเป็นน้องสาวเพราะอายุน้อยกว่าเรามาก เธอชอบบ่นว่าเบื่อความจน อยากมีรายได้สักเดือนละห้าพันเหรียญ อยากท่องเที่ยว อยากมีเสื้อผ้าสวยๆ เราบอกอยากทำงานดีๆก็ต้องเรียน ต้องมีวุฒิ แต่เธอค่อนข้างขี้เกียจเรียน ขาดเรียนบ่อย เราถามทำไมไม่มาเรียนหลายวัน คำตอบคือขี้เกียจ หลังๆเธอทำงานน้อยลง  แถมไม่มาเรียน เราก็งงว่าไม่มาเรียนแถมทำงานน้อยลง เธอบอกเหนือย เธอบอกอยากเป็นอย่างเรามีสามีรวย ไม่ต้องทำงาน แต่เราบอกมันไม่ใช่ ก่อนห้านี้เราทำงานหนักมาเยอะ ก็เพิ่งมาหยุดทำแค่ไม่ถึงปี จริงๆแล้วบางคนเราก็เข้าใจได้ง่ายๆว่าทำไมคนบางคนถึงรวย หรือ ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ หรือบางคนย่ำอยู่กับที่ตลอดเวลา ก็เพราะผลของการกระทำของตัวเองทั้งนั้น </p>
<p>Immigrants มากมายที่มาที่นี่จากไม่มีอะไร ทำงานและเรียนหนังสือสุดท้ายเรียนจบได้งานที่ดีขึ้นก็มีเยอะ แต่มันอาจต้องใช้ความอดทนและพยายามมากกว่าคนที่เขาเกิดเขาโตที่นี่ เพราะยังไงภาษาเราก็ยากที่จะดีได้เทียบเท่าคนที่เขาพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ แต่ถ้าตั้งใจฝึกภาษาอย่างจริงจัง บวกกับยิ่งบางคนมีพื้นฐานภาษาดีมาเป็นทุนก็จะไปได้เร็วขึ้น  </strong></p>
<p><a href="http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81-chinese-people-in-san-fran/">อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81-chinese-immigrants-in-san-fr/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คนจีนในซานฟรานซิสโก : Chinese People in San Francisco</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81-chinese-people-in-san-fran/</link>
		<comments>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81-chinese-people-in-san-fran/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Jul 2008 17:52:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[immigrants in san Francisco]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=130</guid>
		<description><![CDATA[
วันนี้มาเล่าเรื่อง Immigrants ในซานฟรานซิสโกให้ฟัง  มาเริ่มที่คนจีนกันก่อนดีกว่าเพราะที่นี่คนจีนเยอะมากถึงมากที่สุด สำหรับตัวเองเพื่อนร่วมชั้นเรียนภาษาอังกฤษด้วยกันส่วนใหญ่ก็คนจีน รวมทั้งเพื่อนที่สนิทกันก็คนจีนนี่แหละ 
ชีวิตคนจีนในซานฟรานซิสโกดูแล้วอาจง่ายกว่าคนไทยหรือคนเอเชียชาติอื่นๆ เพราะถึงแม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็หางานทำได้ เนื่องจากบริษัทร้านค้า ร้านอาหารมากมายเป็นของคนจีน หรือทำงานรับจ้างเลี้ยงเด็กอื่นๆให้คนจีนด้วยกัน  ไม่จำเป็นต้องทำงานกับฝรั่ง เพื่อนสองคนที่รู้จักก็ได้งานในบริษัททัวร์ของคนจีน  รายได้ก็ไม่ได้น้อยกว่าทำกับฝรั่งมากนัก คือเขาก็จ่ายไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ  ไม่เหมือนร้านอาหารไทยที่จ่ายแค่ครึ่งของค่าแรงขั้นต่ำหรือไม่ก็ให้แทิปไม่มีค่าแรง  อ้าวแอบกัดร้านอาหารไทยซะงั้น  หรือบริษัทใหญ่บางที เช่นธนาคาร โรงแรม ก็มีความต้องการคนที่พูดภาษาจีน เพราะคนจีนเยอะ ที่นี่แบบฟอร์มต่างๆของราชการจะมีสามภาษาคือ อังกฤษ สเปนิช (เพราะคนอเมริกากลางและอเมริกาใต้ก็เยอะมากที่นี่ พวกนี้พูดภาษาสเปนิช) และจีน  แม้แต่ City College เองก็มีหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาสเปนและจีนด้วย เพราะฉนั้น โอกาสในการหางานทำ ของคนจีนและคนที่พูดภาษาสเปนมันจะดีกว่าคนไทยอย่างเรา ซึ่งก็ต้องฝากชีวิตไว้กับร้านอาหารไทย อีกแล้ว..
เพื่อนคนจีนที่สนิทกันเล่าให้ฟังว่า มีคนจีนอย่างน้อยประมาณหนึ่งร้อยคนต่อวันอพยพเข้ามาเป็น Residents ที่นี่ ซานฟรานซิสโก.. ไม่น่าแปลกใจที่ไชน่าทาวน์ที่นี่มันใหญ่ รถเมล์สายที่ไปไชน่าทาวน์ เต็มไปด้วยคนจีนเก้าสิบเปอร์เซ็น พูดภาษาจีนกันให้เซ็งแซ่ เวลาเราขึ้นรถเมล์สายนี้แล้วผ่านไชน่าทาวน์ งงๆว่าตกลงอยู่อเมริกาหรืออยู่เมืองจีนกันแน่..ร้านค้ามีแต่ภาษาจีน อาหารสินค้าจีน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href='http://www.thaiinamerica.com/wp-content/uploads/2008/07/my-chinese-friends.jpg'><img src="http://www.thaiinamerica.com/wp-content/uploads/2008/07/my-chinese-friends-300x225.jpg" alt="" title="my-chinese-friends" width="300" height="225" class="alignnone size-medium wp-image-131" /></a><br />
<strong>วันนี้มาเล่าเรื่อง Immigrants ในซานฟรานซิสโกให้ฟัง  มาเริ่มที่คนจีนกันก่อนดีกว่าเพราะที่นี่คนจีนเยอะมากถึงมากที่สุด สำหรับตัวเองเพื่อนร่วมชั้นเรียนภาษาอังกฤษด้วยกันส่วนใหญ่ก็คนจีน รวมทั้งเพื่อนที่สนิทกันก็คนจีนนี่แหละ </p>
<p>ชีวิตคนจีนในซานฟรานซิสโกดูแล้วอาจง่ายกว่าคนไทยหรือคนเอเชียชาติอื่นๆ เพราะถึงแม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็หางานทำได้ เนื่องจากบริษัทร้านค้า ร้านอาหารมากมายเป็นของคนจีน หรือทำงานรับจ้างเลี้ยงเด็กอื่นๆให้คนจีนด้วยกัน  ไม่จำเป็นต้องทำงานกับฝรั่ง เพื่อนสองคนที่รู้จักก็ได้งานในบริษัททัวร์ของคนจีน  รายได้ก็ไม่ได้น้อยกว่าทำกับฝรั่งมากนัก คือเขาก็จ่ายไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ  ไม่เหมือนร้านอาหารไทยที่จ่ายแค่ครึ่งของค่าแรงขั้นต่ำหรือไม่ก็ให้แทิปไม่มีค่าแรง  อ้าวแอบกัดร้านอาหารไทยซะงั้น  หรือบริษัทใหญ่บางที เช่นธนาคาร โรงแรม ก็มีความต้องการคนที่พูดภาษาจีน เพราะคนจีนเยอะ ที่นี่แบบฟอร์มต่างๆของราชการจะมีสามภาษาคือ อังกฤษ สเปนิช (เพราะคนอเมริกากลางและอเมริกาใต้ก็เยอะมากที่นี่ พวกนี้พูดภาษาสเปนิช) และจีน  แม้แต่ City College เองก็มีหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาสเปนและจีนด้วย เพราะฉนั้น โอกาสในการหางานทำ ของคนจีนและคนที่พูดภาษาสเปนมันจะดีกว่าคนไทยอย่างเรา ซึ่งก็ต้องฝากชีวิตไว้กับร้านอาหารไทย อีกแล้ว..</p>
<p>เพื่อนคนจีนที่สนิทกันเล่าให้ฟังว่า มีคนจีนอย่างน้อยประมาณหนึ่งร้อยคนต่อวันอพยพเข้ามาเป็น Residents ที่นี่ ซานฟรานซิสโก.. ไม่น่าแปลกใจที่ไชน่าทาวน์ที่นี่มันใหญ่ รถเมล์สายที่ไปไชน่าทาวน์ เต็มไปด้วยคนจีนเก้าสิบเปอร์เซ็น พูดภาษาจีนกันให้เซ็งแซ่ เวลาเราขึ้นรถเมล์สายนี้แล้วผ่านไชน่าทาวน์ งงๆว่าตกลงอยู่อเมริกาหรืออยู่เมืองจีนกันแน่..ร้านค้ามีแต่ภาษาจีน อาหารสินค้าจีน คนจีนเดินยุบยับไปหมด คนจีนที่นี่ก็ไม่ต่างจากคนจีนที่เราเจอตอนไปเที่ยวเมืองจีน เสียงดัง<br />
แย่งกันขึ้นรถเมล์ ไม่มีหรอกคิว ทั้งผลักทั้งดัน แต่เท่าที่สังเกตุถ้าเป็นคนจีนรุ่นใหม่ๆ คือไม่ใช่คนแก่ละนะ เช่นเพื่อนเราที่โรงเรียน ก็สุภาพ มีพฤติกกรรมต่างกับคนแกเยอะ เพื่อนเราเองคนจีนยังบอกเบื่อคนจีนแก่ๆเลย ไม่มีมารยาท  </p>
<p>อันนี้เรื่องจริงๆ แรกๆเราก็ไม่เคยคิดว่าจะมาสนิทกับเพื่อนคนจีน แต่ทีคบหาดูเขาก็น่ารัก สุภาพ ไม่ได้เสียงดังโหวกเหวก ก็ไม่ได้แตกต่างกับคนไทยมากมาย มีเรื่องที่เราไม่เคยรู้อีกเรื่องหนึ่งคือ เพื่อนบอกว่าคนจีนที่จะขอเข้ามาเป็น Immigrants ในอเมริกา ส่วนใหญ่จะอายุไม่เกินยี่สิบ ถ้าอายุเกินยี่สิบแล้วละก็ยากหรือโอกาสน้อย  อันนี้ไม่รวมกรณีแต่งงานกับคนสัญชาติอเมริกัน เพราะจริงๆคนจีนส่วนใหญ่มาที่นี่ไม่ได้มาจากการแต่งงาน แต่เป็นประเภทติดตามพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ที่มาอยู่ก่อน สุดท้ายก็ค่อยๆช่วยๆกันมาทั้งครอบครัว ดังนั้นเราจะเห็นเด็กคนจีนรุ่นใหม่ซึ่งเพิ่งจบมัธยมปลายที่นั่น อายุสิบเจ็ด สิบแปด เยอะมาก เพื่อนที่เราสนิทก็อายุสิบเก้า  เราก็แอบเนียนคบกับเด็กๆไปเรื่อย </p>
<p>ประเทศจีนเป็นประเทศที่น่าสนใจมากสำหรับตัวเราเอง ถือว่าโชคดีที่ได้มามีเพื่อนคนจีนที่นี่ทำให้ได้ความรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับชีวิตของคนจีน<br />
ที่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อน  คนจีนที่เรารู้จักที่นี่มาจากหลากหลายเมือง รวมทั้งภูมิหลังที่แตกต่างกันไป </strong><br />
<a href="http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81-chinese-immigrants-in-san-fr/"><br />
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiinamerica.com/2008/07/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%81-chinese-people-in-san-fran/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ESL Classes in San Francisco</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/06/esl-classes-in-san-francisco/</link>
		<comments>http://www.thaiinamerica.com/2008/06/esl-classes-in-san-francisco/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jun 2008 00:11:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Study English in USA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=126</guid>
		<description><![CDATA[
มาเล่าถึงบรรยากาศในการเรียนภาษาอังกฤษที่  City College of San Francisco กันดีกว่า ในความคิดตัวเองมองว่าเป็นหลักสูตรที่เรียนฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท แถมแจกเอกสารประกอบฟรีอีก  ยืมหนังสือที่ห้องสมุดก็ได้ มีคอมพิวเตอร์มีอินเตอร์เนตให้ใช้ มีห้องซาวแลปให้ฝึกการฟัง การพูด ทุกอย่างฟรี ต้องบอกว่าคุณภาพดีมากทีเดียว อาจารย์ที่สอนก็เป็นคนอเมริกันที่จบด้านการ
สอน ESL โดยตรง ถ้าเรียนภาษาอังกฤษกับฝรั่งในเมืองไทยที่เราไม่รู้ว่าจบด้านการสอนมาจริงไม๊ขอแค่เป็นฝรั่ง เราจ่ายชั่วโมงละเท่าไร
คนที่ลงเรียนหลักสูตรแบบเรียนฟรีส่วนใหญ่เป็นคนที่มีกรีนการ์ด แต่อยู่ที่นี่ไม่ถึงหนึ่งปี ทำไมนะเหรอเพราะเรารอให้อยู่ที่นี่เกินหนึ่งปี จะลงเรียนแบบcredit ได้ถูกคือหน่วยละ 20 เหรียญ ก็เรียนแบบฟรีเพื่อพัฒนาและเตรียมความพร้อมไปก่อน  นอกจากคนที่มีกรีนการ์ดก็มีกลุ่มที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาเรียนเพราะรู้ว่าฟรีและไม่ตรวจเรื่องวีซ่า เพื่อนบางคนที่รู้จักเป็นคนฮ่องกงบินไปบินมาฮ่องกงเอมริกาหลายรอบเพื่อมานั่งเรียนฟรี ไม่ใช่แต่คนเอเชียเพื่อนร่วมชั้นหลายคนมาจากอิตารีหรือฝรั่งเศสก็ถือวีซ่าท่องเที่ยวมานั่งเรียนเช่นกัน อาจารย์ที่สอนก็รู้ไม่ว่าอะไรแถมยังชมว่าขยันมาเที่ยวยังอุตสาห์เจียดเวลามาเรียน&#8230;
ข้อเสียของการเรียนฟรีคือมันไม่มีการสอบ เมื่อไม่มีการสอบทำให้หลายคนไม่สนใจที่จะทบทวนหรือทำแบบฝึกหัด ก็ไม่มีเกรดไม่มีตกนี่นา แต่ฟรีหรือไม่มีฟรีถ้าจะเรียนภาษาให้ได้ดี ต้องทำแบบฝึกหัด ต้องใช้ ต้องทบทวน ตัวเองลงเรียนหลายวิชา ทั้งการออกเสียง การพูด แกรมม่า วิชาที่ทำให้ภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นมาก คือช่วยได้มากคือ Writting อาจารย์ที่สอนเก่งและตั้งใจสอน เรากลับไปฝึกเขียน การเขียนทำให้เราต้องทั้งอ่านเพื่อหาข้อมูลที่จะเขียน ทั้งทบทวนเรื่องแกรมม่า ทบทวนเรื่องคำศัพท์ และพัฒนาทักษะการสื่อสารแสดงความคิดเห็นออกมาเป็นภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://digitalphotogallerypicutres.com/"><a href='http://www.thaiinamerica.com/wp-content/uploads/2008/06/my-chinese-friend1.jpg'><img src="http://www.thaiinamerica.com/wp-content/uploads/2008/06/my-chinese-friend1-300x225.jpg" alt="" title="my-chinese-friend1" width="300" height="225" class="alignnone size-medium wp-image-128" /></a></a><br />
<strong>มาเล่าถึงบรรยากาศในการเรียนภาษาอังกฤษที่  City College of San Francisco กันดีกว่า ในความคิดตัวเองมองว่าเป็นหลักสูตรที่เรียนฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท แถมแจกเอกสารประกอบฟรีอีก  ยืมหนังสือที่ห้องสมุดก็ได้ มีคอมพิวเตอร์มีอินเตอร์เนตให้ใช้ มีห้องซาวแลปให้ฝึกการฟัง การพูด ทุกอย่างฟรี ต้องบอกว่าคุณภาพดีมากทีเดียว อาจารย์ที่สอนก็เป็นคนอเมริกันที่จบด้านการ<br />
สอน ESL โดยตรง ถ้าเรียนภาษาอังกฤษกับฝรั่งในเมืองไทยที่เราไม่รู้ว่าจบด้านการสอนมาจริงไม๊ขอแค่เป็นฝรั่ง เราจ่ายชั่วโมงละเท่าไร<br />
คนที่ลงเรียนหลักสูตรแบบเรียนฟรีส่วนใหญ่เป็นคนที่มีกรีนการ์ด แต่อยู่ที่นี่ไม่ถึงหนึ่งปี ทำไมนะเหรอเพราะเรารอให้อยู่ที่นี่เกินหนึ่งปี จะลงเรียนแบบcredit ได้ถูกคือหน่วยละ 20 เหรียญ ก็เรียนแบบฟรีเพื่อพัฒนาและเตรียมความพร้อมไปก่อน  นอกจากคนที่มีกรีนการ์ดก็มีกลุ่มที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาเรียนเพราะรู้ว่าฟรีและไม่ตรวจเรื่องวีซ่า เพื่อนบางคนที่รู้จักเป็นคนฮ่องกงบินไปบินมาฮ่องกงเอมริกาหลายรอบเพื่อมานั่งเรียนฟรี ไม่ใช่แต่คนเอเชียเพื่อนร่วมชั้นหลายคนมาจากอิตารีหรือฝรั่งเศสก็ถือวีซ่าท่องเที่ยวมานั่งเรียนเช่นกัน อาจารย์ที่สอนก็รู้ไม่ว่าอะไรแถมยังชมว่าขยันมาเที่ยวยังอุตสาห์เจียดเวลามาเรียน&#8230;<br />
ข้อเสียของการเรียนฟรีคือมันไม่มีการสอบ เมื่อไม่มีการสอบทำให้หลายคนไม่สนใจที่จะทบทวนหรือทำแบบฝึกหัด ก็ไม่มีเกรดไม่มีตกนี่นา แต่ฟรีหรือไม่มีฟรีถ้าจะเรียนภาษาให้ได้ดี ต้องทำแบบฝึกหัด ต้องใช้ ต้องทบทวน ตัวเองลงเรียนหลายวิชา ทั้งการออกเสียง การพูด แกรมม่า วิชาที่ทำให้ภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นมาก คือช่วยได้มากคือ Writting อาจารย์ที่สอนเก่งและตั้งใจสอน เรากลับไปฝึกเขียน การเขียนทำให้เราต้องทั้งอ่านเพื่อหาข้อมูลที่จะเขียน ทั้งทบทวนเรื่องแกรมม่า ทบทวนเรื่องคำศัพท์ และพัฒนาทักษะการสื่อสารแส