Archive for the 'เกี่ยวกับงาน' Category

งานร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก

admin September 19th, 2007


วันแรกในการทำงานในร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก ลืมบอกไปร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องแบบส่วนใหญ่เท่าที่เห็นจะใส่สีดำ ร้านที่ทำกางเกงอะไรก็ได้ แต่เสื้อสีดำไม่จำกัดแบบ ส่วนใหญ่ก็ใส่กางเกงยีนส์เสื้อยีดสีดำกัน แต่หลายร้านสีดำเหมือนกันแต่ต้องเป็นเชิ้ต กางเกงผ้า ตรงนนี้เป็นอะไรที่ผิดพลาดมากๆจากข้อมูลที่ตัวเองได้ก่อนมาอเมริกา เพราะถามเพื่อนที่เคยอยู่อเมริกาเขาบอกส่วนใหญ่ใส่เสื้อสีขาวกางเกงดำ แต่กลายเป็นร้านส่วนใหญ่ในซานฟรานที่เห็นใส่สีดำมากกว่าสีขาว ตรงนี้ที่เล่าไม่ใช่อะไร ตัวเองก่อนมาเพื่อนบอกเขาใส่เสื้อสีขาวทำงานกันในร้านอาหารไทย เราก็ขนมาสิค่ะเสื้อเชิ้ตขาว กลายเป็นไม่ได้ใช้เลย สีดำไม่ค่อยมีก็ต้องซื้อใหม่เยอะแยะ ส่วนรองเท้าส่วนใหญ่คนทำเสริฟก็ใส่อะไรที่เดินได้สะดวก เพราะต้องเดิน ยืนเป็นเวลานาน ร้านที่ทำทุกคนใส่รองเท้าผ้าใบกันหมดมันสะดวกดี จบเรื่องการแต่งตัวดีกว่า

วันแรกที่มาทำงานจำได้ว่าเป็นวันพุธ ลูกค้าเลยไม่มากนัก ที่ร้านมีคนทำเสริฟอยู่แล้วสามคนสำหรับวันพุธ (วันเสาร์อาทิตย์จะมีพนักงานมากกว่าปกติ) เรามาฝึกงานก็กลายเป็นสี่คน รวมกับพนักงานต้อนรับและบาร์เทนเดอร์อีกอย่างละคน ส่วนในครัวมีพ่อครัวแม่ครัวสี่คนไทนสองคน แม็กซิกันสองคน ไม่ต้องแปลกใจ แต่ตัวเองตอนแรกก็งง เอ้ร้านอาหารไทยทำไมพ่อครัวแม็กซิกันซะงั้น ไม่ใช่แค่พ่อครัวคนล้างจานอีกคนก็แม็กซิกันเช่นกัน อย่างที่บอกในซานฟรานและเมืองอื่นๆในแคลิฟอเนียมีคนแม็กซิกันค่อนข้างเยอะ งานหนักๆหลายๆอย่างเช่นล้างจานหลายร้านนิยมจ้างคนงานชายชาวแม็กซิกัน ค่าแรงก็คงถูกพอๆกับจ้างคนไทยหรือถูกกกว่าแต่น่าจะขี้บ่นน้อยกว่าคนไทยละมั้ง

สำหรับคนที่มาทำงานเสริฟในร้านอาหารใหม่ๆ ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานร้านอาหารมาก่อนเลย คือไม่เป็นงานเลย เขาจะยังไม่ให้เรารับออเดอร์เด็ดขาด เช่นตัวเองหน้าที่ที่ทำในตอนแรกๆคือ เสริฟน้ำ เติมน้ำ ยกอาหาร เก็บโต๊ะ จัดโต๊ะ เป็นหลัก ไม่ได้รับออเดอร์หรือเก็บเงินอะไรทั้งนั้น เพราะเขาต้องการให้เราชินและคุ้นเคย จำหน้าตาอาหาร จำราคา รวมทั้งหมายเลขโต๊ะให้ได้ซะก่อน เช่นบอกโต๊ะสี่สามารถพุ่งตรงไปที่โต๊ะนั้นอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ต้องคอยนับไล่ทุกครั้ง นั่นคืออย่างแรกที่ถูกสอน จำโต๊ะให้ได้ เพราะถ้าจำผิดเสริฟผิดโต๊ะก็ถูกด่า

งานอีกอย่างที่เด็กใหม่ต้องทำ (เขาว่างั้น) คือเช็ดกระจกทั้งในนอกร้าน พอร้านปิดก็เทขยะในห้องน้ำ เปลี่ยนกระดาษทิชชู คือดูแลความเรียบร้อยของห้องน้ำนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่เราทำในวันแรกในการทำงานคือ เช็ดกระจก คอยเสริฟน้ำให้ลูกค้า ยกอาหาร เก็บโต๊ะ เช็ดโต๊ะ จัดโต๊ะ ดูแล้วก็งานง่ายๆ แต่ที่มันไม่ง่ายคือ ต้องทำให้เร็ว หูต้องคอยฟังเสียงกริ่งจากในครัวว่ามีอาหารออก ต้องรีบวิ่งเขาไปยกออกมาเสริฟ ถ้าเดินธรรมดาจะโดนเพื่อนร่วมงานหาว่าเดินช้า ต้องเดินกึ่งวิ่ง บอกตรงๆว่าตอนแรกไม่ชินกับเสียงกริ่ง เสียงมันค่อนข้างเบา เราไม่ได้ยิน แต่พอทำไปวักพักหูจะเริ่มดีขึ้นไปเอง อ้านี่แค่บางส่วนยังมีเรื่องราวอีกเยอะโดยเฉพาะเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานคนไทยกันเองนี่แหละ ติดตามตอนต่อไป


ประสบการณ์ทำงานร้านอาหารไทยในอเมริกา

admin September 16th, 2007


หลังจากที่เจ้าของร้านตกลงให้มาฝึกงาน วันรุ่งขึ้นก็เริ่มงาน ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าร้านอาหารไทยหลายร้านในซานฟรานทำเหมือนกัน คือให้เรามาลองฝึกงานดูก่อน บางร้านก็ให้เงิน (นิดหน่อยพอเป็นค่ารถ) บางร้านก็ไม่ให้เลย แต่ที่ได้แน่นอนคือมีข้าวกิน ถ้าถามว่าต้องฝึกงานกันนานแค่ไหนตอบยากแล้วแต่คนแล้วแต่ร้าน บางคนบอกฝึกเป็นเดือนกว่าจะได้เงินเต็ม บางคนอาทิตย์ สองอาทิตย์แล้วแต่ความคล่องแคล่วในการทำงาน แล้วก็แล้วแต่ร้านบางร้านคืออยากเอาเปรียบได้คนทำงานแต่จ่ายเงินถูก ก็อ้างให้ฝึกไปเรื่อยไม่มีกำหนด เขาทำอย่างนั้นได้เพราะคนมันล้นงาน คนไทยเยอะ นักเรียนเยอะ (อันนี้พูดถึงที่ซานฟราน เมืองอื่นอาจไม่เป็นอย่างนี้) คนต้องง้องานเราไม่ทำก็มีคนอื่นรอทำอีกเยอะมากกกก…….เป็นอย่างนี้ก็อย่างที่รู้คนไทยมาอเมริกางานแรกที่คิดว่าจะทำก็คือทำงานร้านอาหารไทย คิดเหมือนกันทุกคน บางทีก็อดคิดไม่ได้ทำไมมันเอาเปรียบกันจังนะ ค่าจ้างทำงานร้านอาหารไทยปกติก็ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำประมาณครึ่งอยู่แล้ว แต่พอรับมาอ้างว่าต้องฝึกงานคือครึ่งของครึ่งอีกที แต่ทำไงได้ก็ต้องทำแหละ

ร้านที่ทำเปิดสิบโมงปิดสี่ทุ่ม ถ้าวันเสาร์ปิดเที่ยงคืน กะทำงานปกติเหมือนกันเกือบทุกร้านคือสองกะคือช่วงเช้าและช่วงเย็น ช่วงเช้าตั้งแต่ สิบโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ช่วงเย็นก็ห้าโมงเย็นจนปิดร้าน ตัวเราเองได้ทำกะเย็น เพราะเราทำงานแบบผิดกฎหมายเขาบอกไม่อยากให้ทำเช้าเผื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจเขาจะเดือดร้อน จริงๆอยากทำเช้า เพราะร้านไกลจากที่พักมากพอสมควรแล้วเราเองก็ไม่มีรถขับ กลับดึกก็น่ากลัวพอสมควร คนทำกะเย็นกว่าจะได้กลับบ้าน ร้านปิดสี่ทุ่มก็จริงอยู่แต่บางครั้งมีลูกค้าเข้ามาเกือบสี่ทุ่ม ก็ต้องรับ นั่งไปกินไปคุยไป กว่าโต๊ะสุดท้ายจะกลับบางครั้งเกือบห้าทุ่มก็มี โต๊ะสุดท้ายกลับ ปิดบัญชี กินข้าว เก็บกวาด ทุกอย่างก็เกือบเที่ยงคืน เราเองก็ไม่ชินเพราะที่ผ่านมาทำงานออฟฟิตเต็มที่ดึกๆก็สามทุ่ม หรือถ้าดึกจริงๆก็มีคนไปส่งบ้าน ไม่เคยทำงานถึงเที่ยงคืนมาก่อน จริงๆก็โอเค เพียงแต่กลัวกลับไม่ถึงบ้านเท่านั้นเอง เพราะอย่างที่บอกอเมริกาปกติสองทุ่มก็เงียบแล้ว นี่เกือบเที่ยงคืนคนดีๆเขาก็เข้าบ้านนอนกันหมด คนที่ยังแตร่ตามท้องถนนก็ตัวอันตรายแทบทั้งนั้น

วันแรกที่ทำงานเลิกประมาณห้าทุ่มก็ออกมารอรถตอนรอรถยังดีเพื่อนร่วมงานรอด้วยกัน แต่เขาถึงก่อนลงก่อน เราลงคนสุดท้าย บนรถเมล์ก็เงียบคนน้อย ลงรถต่อก็ต้องเดินต่ออีก เนื่องจากบ้านไกลจากร้านอย่างที่บอก ตามทางก็จะมีคนแปลกมองๆเรา เราก็ต้องรีบเดินจ้ำอย่างรวดเร็ว กระเป๋าสะพายก็พยายามหนีบให้แน่น ระหว่างทางเดินก็มีคนดำที่ ชอบเข้ามาคุย มาแหย่ เรื่องนี้จะเล่าให้ฟังอีกทีหนึ่ง ส่วนเรื่องราวสนุกๆในร้านอาหารไทยในอเมริกายังมีอีกเยอะ ติดตามตอนต่อไปจ้า


คุยกับเจ้าของร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก Speaking with Thai Restaurant Owners

admin September 10th, 2007


หลังจากที่ได้โทรตื้อเจ้าของร้านอาหารร้านหนึ่งหลายครั้ง เขาก็บอกให้มารอที่ร้าน ตอนทุ่มหนึ่ง ตอนนั้นดีใจคือมันมีโอกาสได้งานมากขึ้นเพราะเราได้เจอเจ้าของร้าน ก็พยายามแต่งตัว แต่งหน้าให้ดุดี เพราะมีคนบอกมาถ้าไม่สวยแกไม่รับ ต้องสวยเท่านั้น พอถึงเวลานั้นก็ไปรอ แกก็มาช้ากว่าเวลาที่นัดไว้ครึ่งชั่วโมงได้ มาถึงก็ไม่สนใจทำงาน รอแกอีกเกือบชั่วโมงก็เรียกไปคุย เจ้าของร้านนี้เป็นชาย วัยประมาณเกือบหกสิบแต่เราต้องเรียกเขาพี่ คนในร้านแนะนำมาอย่าเรียกลุงเด็ดขาด โกรธตาย พี่ก็พี่คุรพี่เจ้าของร้านทานก็เปิดฉากถาม มานานรึยัง มาทำอะไร วีซ่าแบบไหน ภาษาอังกฤษเป็นไงเราก็ตอบไป เราบอกพี่ค่ะงานมันหายากมากหนูสมัครไปเยอะมากไม่ได้เลย แกบอกใช่งานหายาก มาใหม่อย่าคิดว่าจะหางานได้เร็ว หรือคิดว่าจะได้เงินเยอะแยะคนไทยที่มาทำงานมาอยู่ที่นี่มันมีกรรม มาใช้กรรมกันทั้งนั้น ใครบอกมาอเมริกาสบายไม่จริงเลย

คุณพี่เล่าต่อให้ฟังถึงประวัติชีวิตของแก (จริงๆไม่ได้ถามแกเลยนะเนี่ยเล่าเองหมด) พี่มาอยู่ที่ซานฟรานนี่สามสิบกว่าปีแล้ว รู้หมด ทุกซอกทุกมุม แกเล่าว่าแกเป็นโรบินฮูดมายี่สิบปี จนแต่งงานกับคนอเมริกันเชื้อสายจีนที่นี่ มาใหม่แกขับแท็กซี่ ขับแท็กซี่อยู่สิบปีแกบอก แรกๆพี่มาอยากขับแท็กซี่ต้องไปนั่งรอไปตื้อเขาเป็นวันๆ เพราะเราอยากได้งาน เราต้องวิ่งไปหางาน งานไม่วิ่งมาหาเรา พี่ไม่เคยโทรเรียกคนที่มาสมัครแล้วทิ้งเบอร์ไว้ อยากได้งานคุณต้องมา ต้องรอในใจเราก็คิดเหมือนแกเก็บกด เพราะโดนมาก่อนพอเป็นเจ้าของร้านเลยขอเอาคืนบ้าง ตอนพี่เปิดร้านอาหารใหม่ๆ ทำเองทุกอย่างเมื่อก่อนก็ไม่เคยทำกับข้าว อะไรที่ไม่เป็นก็ต้องทำต้องเรียนรู้ก็มาเป็นที่นี่ ระบบร้านของพี่ไม่เหมือนร้านอื่นเป็นแบบของพี่ เพราะพี่ไม่เคยเป็นลูกจ้างร้านอาหารมาก่อน เจ้าของร้านส่วนใหญ่ไต่เต้ามาจากลูกจ้างร้านอาหาร แต่พี่ไม่เคยดังนั้นระบบการทำงานที่นี่อาจไม่เหมือนร้านอื่น แกเล่าต่อทำร้านอาหารไม่ง่ายเหนื่อย ร้านนี้ช่วงหนึ่งเคยบูม คนเยอะแต่ตอนนี้เงียบลงเยอะ เพราะมีร้านอาหารไทยอีกร้าน ใหม่กว่า สวยกว่า ใหญ่กว่ามาเปิดในบริเวรใกล้เคียง เท่าที่ฟังน้ำเสียงเหมือนจะไม่ชอบใจร้านใหม่เอามากๆแล้วยูไปสมัครร้านนั้นกับเขารึป่าวละ เขาดังมากตอนนี้ ตีร้านอื่นกระจายหมด ร้านนี้ก็กระทบเยอะ พี่ต้องมานั่งมาคิด มาปรับจะทำอย่างไรให้มันอยู่ได้ เออฟังแล้วมันก็ไม่ง่ายเลยนะเป็นเจ้าของร้าน เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ฟังต่อตอนต่อไปจ้า

หางานทำในอเมริกา Find a Job in America

admin September 7th, 2007



หลังจากตระเวนสมัครงานในร้านอาหารไทยด้วยตัวเองและรอมาประมาณอาทิตย์กว่าๆแต่ทุกอย่างก็เงียบคือหางานไม่ได้ จึงได้ติดต่อเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่ง ซึ่งก่อนจะมาอเมริกา เราก็พยายามหาคนที่พอจะให้ความช่วยเหลือได้ในเรื่องงาน เพราะจริงๆแล้วไม่มีคนรู้จักที่เป็นคนไทยในซานฟรานเลย ก็ได้เพื่อนของเพื่อนสองคนที่อยู่ที่นั่น เพื่อนที่ไทยก็บอกโทรไปบอกให้แล้วเขาจะช่วยดูแล และช่วยหางานให้ เราก็อือเขาคงช่วยเราได้เนอะ ก็ลองโทรไป ผลคือเพื่อนของเพื่อนบอกว่าคงช่วยหางานหรือฝากงานให้ไม่ได้หรอกนะ เพราะเขาเองก็เพิ่งฝากงานให้เพื่อนของเขาไปสองคน และไม่อยากฝากงานให้ใครแล้ว เพราะบางทีหางานให้แล้วทำงานไม่ดี ประมาณนั้น ช่วยได้ก็แค่แนะนำร้านให้ว่ามีร้านอะไรบ้างเท่านั้น ส่วนเพื่อนของเพื่อนอีกคนก็บอกเขาก็ไม่รู้จักใคร มาที่นี่ก็ทำอยู่ร้านเดียว ไม่รู้จักร้านอื่น ส่วนร้านที่ทำอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะตัวเขาเองเจ้าของร้านก็ไม่โปรดสักเท่าไร แต่ก็ได้ให้เบอร์มือถือของเจ้าของมาแล้วก็ต้องคุยเอาเอง เขาไม่คุยให้

หลังจากได้เบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของร้านที่เพื่อนของเพื่อนทำอยู่ก็คือพยายามโทร โทรไปรับสายบอกยุ่ง โทรมาใหม่แล้วกัน โทรไปอีกทีก็ยุ่งอีก ก็ยังพยายามโทรต่อ ประมาณเจ็ดครั้งได้เขาก็บอกให้มาเจอที่ร้านแล้วกันเราก็ดีใจคือมันมีโอกาสลุ้น เพราะส่วนใหญ่เวลาเดินเข้าไปสมัครงานร้านอาหารแทบไม่เจอตัวเจ้าของร้านเองเจอแต่ลูกจ้าง นอกจากร้านนี้ก็โทรไปร้านอื่นๆด้วย คือไปส่วนใหญ่เขาก็ให้ทิ้งเบอร์ไว้ แล้วขอนามบัตรร้านมา ก็ลองโทรไปถามอีก ร้านหนึ่งโทรไปเขาถามใครแนะนำมา เด็กของคนนั้นคนนี้หรือป่าว เราก็เออไม่เป็นเด็กใครทั้งนั้นไม่รู้จักใครเลย คนไทยก็คือคนไทยมีเส้นดีสุดอะไรก็ง่าย รู้จักคนมีคนฝากก็จะได้งานง่ายๆ มาซื่อ ดุ่ยๆไม่รู้จักใครอย่างเราก็ยากเลยละ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องจริงถ้ามีคนรู้จักทำอยู่ก่อนก็ง่าย น้องที่รู้จักกันอยู่ที่แอลเอก็ว่างั้นถ้ามีเพื่อนแนะนำมาจะง่ายเลย แต่ถ้าไม่รู้จักใครและไม่มีประสบการณ์ยาก

อีกร้านหนึ่งโทรไปเจ้าของบอก เออต้องการคนพอดี เขาถามมีประสบการณ์มานานเท่าไร เราบอกไม่เคยทำร้านอาหารมาก่อน เขาบอกงั้นไม่เอา ต้องการคนมีประสบการณ์อย่างน้อยปีหนึ่ง และถ้ามีใบทำงานด้วยจะดีกว่า เขากลัวโดนตรวจ

จริงๆแล้วที่เล่าตรงนี้คืออยากบอกว่าอย่าไปตั้งความหวังว่าใครจะช่วยเหลือเราจริงจัง ถ้าไม่สนิทกันจริงๆมันยาก สำหรับคนที่คิดว่าจะมาอเมริกามาหางานทำแล้วมาลุยไม่รู้จักใครเลย เงินพกมาก็ไม่เยอะขอบอกว่ามันเสี่ยงมาก เพราะตอนนี้ไม่ง่ายเลยในการหางาน เพื่อนที่รู้จักทั้งหมดที่มาทำงานที่อเมริกาและราบรื่นส่วนมากมีญาติเป็นเจ้าของร้านอาหารหรือมีคนหางานไว้ให้แล้ว คือมีงานรออยู่ก่อนมา และหลังจากทำงานได้สักพักเริ่มรู้จักคนมากขึ้นก็ค่อยเปลี่ยนไปทำร้านอื่น บางคนเป็นผู้หญิง ประมาณบอบบางดูดีมีการศึกษา บอกมาล้างจานก็ได้ หรือทำงานในครัวขอบอกว่ามันไม่ใช่ เพราะตัวเองเคยมาแล้วบอกล้างจานทำงานในครัวก็ได้ เจ้าของร้านเขาดูหน้าเขาก็รู้ว่ามันไม่ไหว งานล้างจานในร้านอาหารไม่ใช่งานเบา ไม่เหมือนล้างจานที่บ้าน ไม่ใช่แค่ล้างต้องยก แบกจาน กะละมังใหญ่ๆ และร้านส่วนใหญ่ที่เห็นในซานฟรานคนล้างจานเป็นผู้ชายและเป็นคนแม๊กซิกันซะเยอะ ไม่ใช่ว่าร้านอาหารไทยเขาจะจ้างแต่คนไทยหลายร้านมีแรงงานแม๊กซิกันทำงานในครัวเป็นพ่อครัวก็มี เพราะทำงานหนักๆได้ดีกว่า

ตัวเองเคยโทรไปคุยกับเจ้าของร้านอาหารร้านหนึ่งบอกพี่งานในครัวก็ทำได้ ทำอาหารเป็น เขาบอกทำอาหารที่ที่บ้านกับที่ร้านมันคนละเรื่อง ในร้านมันหนัก กวนที่เป็นหม้อ คนไม่เคยเขาไม่อยากรับ ยิ่งถ้าเห็นหน้าสวยๆคุรหนูเขาไม่รับทำในครัวหรอก อีกร้านหนึ่งที่เจอเจ้าของร้านก็บอกพี่ถ้าเสริฟเต็มทำในครัวก็ได้ เจ้าของร้านบอก “ยูเลิกคิดไปเลยทำงานในครัว ยูทำไม่ได้หรอก มันหนัก ล้างจานใช้ผู้ชายแข็งแรงทำดีกว่า” คืองานในครัวส่วนมากจะเป็นคนดูสู้งานซึ่งส่วนมากมีการศึกษาค่อนข้างน้อย ภาษอังกฤษไม่กระดิกประมาณนั้น


ประสบการณ์สมัครงานร้านอาหารไทย ภาคสอง Thai Restaurant Jobs in America

admin September 3rd, 2007



เรื่องสมัครงานร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโกยังไม่จบ จริงๆแล้วตอนเขียนเรื่องนี้สนุกเหมือนได้ระบายความแค้น พูดเล่นนะค่ะ อย่างที่บอกว่าสมัครเยอะมากทุกร้านบอกเต็มหมด แต่ที่ทำให้เสียความรู้สึกคือ บางร้านไม่รับไม่ว่า ทำหน้าเชิดใส่เราอีก ประมาณมองหัวจรดเท้า เป็นงง เอ้คนไทยด้วยกันรึป่าวเนี่ย ก่อนสมัครเราก็จินตนาการ โหเวลาไปสมัครงานร้านอาหารไทยเขาคงจะต้อนรับเราดีแบบเฮ้ยคนไทยมาใหม่ ดีใจได้เจอคนไทยด้วยกันประมาณนั้น แต่จริงๆไม่เลย ส่วนใหญ่ก็คือไม่สนใจ ให้ทิ้งเบอร์ ชื่อ แล้วไม่อยากคุยอะไรอีกเลย อย่างที่บอกบางร้านมองแบบดูถูกนิดๆยังไงไม่รู้ บางคนคงคิดว่าได้ทำงานเสริฟในร้านอาหารมันเจ๋งมาก คนไทยมาใหม่ก็ขอเบ่งซะหน่อย เวรกรรม แทนที่จะรักกันช่วยกันดันมาดูถูกกันเอง กลั่นแกล้งกันเองซะงั้น ไอ้เรื่องคนไทยกลั่นแกล้งคนไทยกันเองจริงๆมีมันส์กว่านี้หาอ่านได้ตามเวปบอร์ดของไทยในในแอลเอ แต่ไม่บอกลิงค์หรอกหาเอาเอง เพราะเข้าไปอ่านแล้วอาย ทำไมคนไทยมันไม่มีอะไรทำหรือไงไม่ทราบด่ากันเองซะงั้น ในเวปบอร์ดที่ว่าด่ากันเลาะ ไม่รู้ตอนนี้คนดูแลเวปไซต์จัดการลบรึยังแต่ใช่ว่าจะมีแต่คนไทยใจร้ายในอเมริกา คนใจดีก็มีอยู่ บางร้านเข้าไปสมัคร ก็คือเต็มแหละแต่เขาเห็นเราคนไทยด้วยกันมาใหม่ก็แนะนำ แต่พอฟังแล้วก็เหี่ยว เขาบอกดูสิค่ะคนมาทิ้งชื่อ เบอร์โทรเนี่ย เขาก็ยื่นเศษกระดาษที่คนมาสมัครงานทิ้งชื่อ เบอร์โทรไว้ให้ดู น่าจะสี่สิบห้าสิบคนได้ ก็นึกดูแล้วกันไอ้ร้านอาหารขนาดย่อมๆ จะจ้างคนทำงานได้กี่คนเชียว แล้วคนสมัครบานขนาดนี้ ถึงว่าเต็มทุกที่ น้องคนนี้น่ารักบอกพี่งานมันหาค่อนข้างยากเลยละ บางคนที่ได้คือดวงดี หมายถึงมาแบบไม่รู้จักใคร ได้คือดวงดี จังหวะดีมาก เพราะนักเรียนไทยมันเยอะจริงๆที่นี่ บางคนอยู่สามเดือนยังหางานไม่ได้เลย หรือบางคนได้งานแต่ได้สองกะ แล้วไงก็เงินไม่พอใช้ ก็รู้อยู่ว่าทำงานร้านอาหารมันได้เป็นรายวันทำน้อยวันเงินก็น้อย แถมค่าเช่าบ้านที่ซานฟรานมันแพงจะตาย เราฟังก็เหี่ยวสิค่ะ เราจะดวงดีกับเขาไม๊ละ น้องเขาก็บอกพี่เดินต่อไปแล้วกัน ตอนหนูมาใหม่ เดินไล่เลยสมัครไปสามสิบที่ได้มั้ง เผอิญจังหวะร้านนี้ขาดคนเขาเลยรับ แต่ก็รอมาสามเดือน

อีกร้านที่เข้าไปสมัครแล้วน่ารักมาก ร้านนี้เป็นร้านอาหรไทยแต่เจ้าของเป็นฝรั่ง ก็อือเขาก็ไม่รับเพราะเรามาทำแบบผิดกฎหมายแต่ผู้จัดการร้านคนไทยน่ารักมาก เขาบอกอือหางานยากช่วงนี้ หลายร้านรับแต่คนรู้จัก หรือมีประสบการณ์ เขาขี้เกียจฝึกคนใหม่ บางร้านมีแต่คนเก่าแก่ทำมานานไม่มีใครออก หรือบางร้านเจ้าของบ้ากามรับแต่เด็กๆอายุไม่เกินยี่สิบห้า โหไอ้เรามันแก่เกินไป เขาก็พยายามโทรไปร้านเพื่อนที่รู้จักว่าต้องการคนไม๊ แต่ก็เต็มแหละค่ะ แต่นึกออกไม๊ ไม่ได้งานแต่อย่างน้อยมันยังได้น้ำใจ ตรงนี้สำคัญมาก

ใครๆๆๆ บอกอเมริกาหางานง่าย อารมณ์ตอนนั้นคือ อยากด่า เพื่อนทั้งหลายที่บอกอเมริกาหางานง่าย เหนื่อยค่ะท้อบ้างตอนนั้นแต่ยังสู้ เอ้าสมัครต่อไป เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้



ประสบการณ์สมัครงานร้านอาหารไทยในอเมริกา Getting a Job in America

admin September 2nd, 2007



p8200374.jpgp8200374.jpgp8200374.jpg

หลังจากมาถึงที่ซานฟรานได้สามวันก็ไฟแรง คืออยากทำงาน อยากได้ตังค์ว่างั้นเหอะ ก็เริ่มสมัครงานร้านอาหารไทย เพราะก่อนมาก็ถามผูรู้ คือเพื่อนที่เคยอยู่อเมริกามาก่อน ว่ามาทำงานผิดกฎหมายอย่าเราก็ทำงานร้านอาหารดีที่สุด ก็เดินสิค่ะเดินไล่เลยผ่านร้านไหนสมัครมันทุกร้าน พอดีที่พักอยู่ใกล้ดาวทาวน์ เดินไม่กี่บล็อก ในย่านดาวทาวน์ร้านอาหารมีหลายร้าน ความคิดก่อนนั้นคิดว่า เออคงหางานง่ายสมัครไม่กี่ที่คงได้น่า แต่จริงๆแล้ว… เดินเข้าไปเราก็สวัสดีค่ะมาสมัครงานค่ะ เขาก็ส่งกระดาษ ปากกาให้ เอ้าทิ้งชื่อ เบอร์โทร วันเวลาว่าง รวมทั้งงานที่สนใจไว้ และก็ไม่สนใจเราอีกเลย เขียนเสร็จเขาก็อือ ถ้าว่างจะโทรเรียกนะจบ เป็นอย่างนี้ทุกร้านที่เข้าไปสมัคร เราก็พยายามคุยเออมีตำแหน่งว่างบ้างไหมค่ะ ตอนแรกกะว่าทำงานเสริฟดีกว่าภาษาอังกฤษเราก็พอได้อยู่ แต่สมัครไปหลายร้านทุกที่เต็ม ได้แต่ทิ้งเบอร์โทรไว้ หลังจากนั้นตอนไปสมัครเราบอก พี่ค่ะอะไรก็ทำค่ะในครัวก็ได้ ทำได้ทุกอย่าง แต่มันก็เหมือนเดิม เข้าไปก็ให้ทิ้งชื่อ เบอร์โทร ถ้าว่างจะโทรไปเรียก แต่ก็เงียบค่ะ หายไปกับสายลมก็ยังไม่หมดความพยายาม บางวันก็ให้แฟนขับรถวนเลยค่ะเจอร้านอาหารไทยจอดลงไปสมัคร บางวันก็เดินไกลเลย เอาสิใจกลางเมืองไม่ว่างไกลหน่อยน่าจะว่างบ้างน่า แต่ผลเหรอค่ะ เหมือนเดิมเลยค่ะ เต็มทุกร้าน เชื่อไม๊ค่ะสมัครมากกว่ายี่สิบร้านไม่มีเรียกเลยเงียบสนิท

หลังจากสมัครไปเยอะก็รอ อืออาจต้องใช้เวลามั้ง แต่ก็ป่าวเลยค่ะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ตอนนั้นบอกตรงๆว่าเศร้ามาก หมดความมั่นใจไปเลย คือก่อนมาเพื่อนบอก ผู้หญิงหางานง่าย หน้าตาดี หุ่นดียิ่งหาง่าย เราก็อือไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ หน้าตา รูปร่างเราก็โอเคนะ ทำไมอะ ทำไมมันหางานยากขนาดนี้ อยู่เมืองไทยสมัครงานออฟฟิตยังง่ายกว่าเลย คืองงและผิดหวังเพราะเราฟังคนอื่นไงค่ะ เขาบอกงานหาง่ายอย่างงั้นอย่างนี้ ถึงบอกว่าหลายคนฟังคนอื่นเล่าเรื่องอเมริกา หางานง่าย ได้เงินเยอะ บางทีมันก็จริง แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บางทีคนที่บอกเราเขาอยู่คนละเมือง คนละรัฐกับที่เราไป หรือบางคนเขาดีหางานง่ายเพราะเขามีคนรู้จัก มีเพื่อน มีญาติแนะนำ หางานให้หรือมีงานรออยู่แล้ว ดังนั้นฟังใครมาอย่าเชื่อ อย่าเคลิ้ม เพราะบางทีมันตรงกันข้ามเลย เรื่องสมัครงานร้านอาหารไทยยังไม่จบเล่าให้ฟังต่อตอนหน้าค่ะ

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทำงานร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก

ทำงานร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก ภาคสอง

รายได้จาการทำงานร้านอาหารไทยในอเมริกา

ทำงานร้านอาหารไทยในอเมริการายได้ดีจริงไม๊


« Prev