plew April 8th, 2008

วีซ่าอเมริกา
หลายคนคงเคยได้ยินคำล่ำลือมาแล้วว่าการขอวีซ่าอเมริกายาก แถมแพงตกอยู่ที่ประมาณสี่พันบาท อันที่จริงก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ เพราะจ่ายสี่พันก็จริงแต่เขาให้วีซ่าสิบปี ถ้าเทียบกับวีซ่าประเทศไทยเราจริงๆของเราแพงกว่าอีกวีซ่าแค่สามเดือนก็พันกว่าบาท แต่มันดูแพงตรงที่ว่าต้องจ่ายก่อนเลยตอนสมัครเข้าไป และถ้าไม่ได้ขึ้นมา เงินตรงนั้นไม่มีคืนสักบาท คือเสียไปเลยฟรีๆ สำหรับเอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าหลายคนถามว่าตกลงมันต้องแสดงหลักฐานอะไร หรือต้องมีเงินสักเท่าไรในบัญชีมันถึงจะได้ ตรงนี้ตอบฟันธงไปเลยยาก เพราะหลายรายที่เคยได้ยินมามีเงินในบัญชีก็โขอยู่ เดินทางมาซะก็หลายประเทศทั้งเอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย แต่ไม่ได้เฉยเลยก็มี เล่นเอางง ทำไม ฉันผิดตรงไหนวะ มีหลายคนที่โดนปฏิเสธแบบนี้ทั้งที่เจ้าตัวคิดว่าเขาก็มีคุณสมบัติ หลักฐานเพียงพอ ครบถ้วน บางคนบอกได้ไม่ได้อยู่ที่ดวงจริงๆ เหมือนมันไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อนบางคนบอกถ้าดันไปโดนสัมภาษณ์ช่องเจ้าหน้าที่คนไทยละก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่าอาจแห้ว เพราะประมาณว่าคนไทยนี่แหละชอบกั๊กกันเอง โหดถามเยอะ ประมาณ ฉันรู้ทันแกหรอกว่าไปแล้วจะไม่กลับ แต่ถ้าเจอช่องเจ้าหน้าที่ฝรั่งก็มีลุ้นเพราะฝรั่งใจดี บางคนบอกว่าช่วงเวลาที่ขอก็มีส่วน เช่นถ้าขอวีซ่าช่วงใกล้เทศกาลโดยเฉพาะช่วงคริสมาสต์ ช่วงปีใหม่จะได้ง่ายกว่าปกติ อันนี้จริงไม่จริงไม่แน่ใจเพียงแต่เป็นเรื่องที่เขาเล่ามาอีกที
แต่ถ้าจะบอกว่ามันไม่มีหลักเกณฑ์อะไรที่แน่นอนเลยในการ ให้ หรือ ไม่ให้ มันก็ไม่ใช้ จริงๆมันก็มีหลักของมัน อยู่กว้าง เช่น ประเภทของวีซ่าต้องขอให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการเดินทาง เช่นขอวีซ่าท่องเที่ยว คุณก็ต้องรู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ที่เมืองนั้นเขามีอะไรให้เที่ยวบ้าง จะไปเที่ยวกี่วัน ไปพักที่ไหนกับใคร ไปเองหรือไปกับทัวร์ ไปวันไหนกลับวันไหน เรื่องตั๋วเครื่องบิน ไม่ใช่บอกไปเที่ยวซานฟรานซิสโก แต่ไม่รู้เลยว่าที่นั่นเขามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง จะไปพักที่ไหนก็ยังไม่รู้ มันก็แปลก ถ้าขอวีซ่านักเรียน อันนี้ชัดเจนจะไปเรียนจริงๆแล้วต้องได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาจากสถาบันการศึกษานั้นๆมาแล้วก็จะดีกว่า หรือไม่อย่างนั้นต้องชัดเจนหลักสูตรอะไร ที่ไหน ใช้ระยะเวลาการศึกษานานเท่าไร
ประเด็นที่สำคัญประเด็นถัดมาคือ สถานะทางการเงิน ถ้าขอวีซ่านักเรียนต้องมีสถานะทางการเงิน มีรายได้เพียงพอที่จะใช้ในการศึกษาและกินอยู่ตลอดระยะเวลาจนจบการศึกษา ถ้าตัวเองไม่มีก็ต้องมีคนที่เป็นสปอนเซอร์ ซึ่งสปอนเซอร์ก็ต้องมีรายได้ถึงตามเกณฑ์อย่างที่บอก อันนี้มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังเป็นประเภทฉันอยากไปอเมริกา ก็ขอวีซ่าแบบไม่ได้เคยศึกษาข้อมูลว่ามันต้องมีเอกสารอะไร ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร และไม่มีการเตรียมพร้อมเรื่องเอกสารก่อนยื่นใบสมัครเลย รายนี้ขอวีซ่านักเรียน บอกจะไปเรียนห้าปี แต่ตัวเองทำงานรายได้ไม่กี่พันบาท พ่อก็ไม่ได้ทำงาน แม่ทำงานอยู่อเมริกาในร้านอาหารไทย รายได้ไม่มากและต้องดูแลคนทั้งครอบครัว บัญชีเงินฝากต่างๆรวมกันไม่น่าถึงแสน อันนี้ก็ชัดอยู่แล้วว่ามันไม่มีตังค์เรียนแหงๆ เจ้าตัวบอกแต่มีญาติผู้ใหญ่ ซึ่งตัวเองพักอยู่ด้วยเป็นสปอนเซอร์ ญาติผู้ใหญ่ท่านนี้มีธุรกิจส่วนตัว รายได้น่าจะอยู่ประมาณหลักแสนต้นๆ ต่อเดือน เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าแล้วญาติท่านนี้เขามีครอบครัวของเขาเองที่ต้องดูแล รับผิดชอบหรือไม่ คำตอบคือมี ญาติผู้ใหญ่มีบุตรสองคน ทั้งคู่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษา และคู่สมรสก็ไม่ได้มีรายได้จากทางอื่น ทั้งครอบครัวนี้รวมกันสี่คน มีรายได้จากแหล่งเดียว เพราะฉะนั้นรายได้หลักแสนต้นๆ สำหรับทั้งครอบครัวซึ่งมีบุตรอยู่ในวัยกำลังศึกษาถึงสองคนก็ไม่ได้มากมาย เพราะฉะนั้นคงไม่มีความสามารถพอที่จะส่งเสียให้คุณศึกษาได้ตลอดระยะเวลาห้าปีในอเมริกาได้ เพราะญาติท่านนี้คงต้องดูแลครอบครัวของเขาก่อน สรุปคือไม่ได้ แต่รายนี้ไม่จบยังวนเวียนสมัครซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ แต่ก็คงยังทำแบบเดิมๆ คือ สถานะทางการเงินมันไม่พอเห็นๆ สมัครไปประมาณสี่ครั้ง ถูกปฏิเสธทุกครั้ง ครั้งสุดท้ายเขาก็แสตมในพาสปอร์ตเลยว่ารายนี้คือไม่ต้องมาขออีกแล้วคือแบลคลิส แต่โดนแบลคลิสกี่ปีไม่แน่ใจ เพราะฉะนั้นตรงนี้สำคัญถ้าดูแล้วว่าคุณสมบัติมันไม่ได้จริงๆ รายได้ไม่พอจริงๆก็อย่าเพิ่งใจร้อนไปขอ เพราะการถูกปฏิเสธครั้งก่อนไม่เป็นผลดีต่อการสมัครครั้งต่อไป แถมเสียเงินโดยใช่เหตุอีกด้วย
ถามต่อว่าแล้ววีซ่าท่องเที่ยวควรมีเงินในบัญชีสักเท่าไร อันนี้ก็ควรพอให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการพำนัก แต่สำหรับประสบการณ์ของตัวเอง เจ้าหน้าที่ไม่ดูสถานะทางการเงินเลยด้วยซ้ำ ไม่ดูเลยจริงๆ เพื่อนอีกสองคนที่ได้วีซ่าท่องเที่ยวก็เช่นกันเจ้าหน้าที่ไม่ดูไม่ถามเรื่องเงินในบัญชีเลย เพราะจริงแล้วสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าคือ อะไรที่ทำให้เขาเชื่อว่าคุณจะแค่ไปเที่ยว ไปเยี่ยมจริงๆ ไปแล้วกลับจริงๆ ไม่ใช่ไปแล้วหาย นั่นก็คือต้องมีเอกสารยืนยันความผูกพันกับประเทศไทย เช่น มีงานประจำทำ มีธุรกิจ กิจการส่วนตัว ตรงนี้เอกสารที่ใช้ได้แก่หนังสือรับรองการเป็นพนักงาน หนังสือจดทะเบียนบริษัท กรณีของตัวเองเจ้าหน้าที่ดูแค่หนังสือรับรองการเป็นพนักงานเพียงอย่างเดียว ตอนสัมภาษณ์ก็ถามแค่ว่าทำงานที่นี่ ตำแหน่งอะไร ไม่ได้ถามเรื่องรายได้เลยแม้แต่น้อย ส่วนเพื่อนอีกคนซึ่งทำธุรกิจส่วนตัวเขาก็ดูแค่หนังสือจดทะเบียนบริษัท สมุดบัญชีเงินฝากอะไรไม่ได้ถามไม่ได้พูดถึง แต่ตรงนั้นเตรียมเอกสารไปให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ดีกว่าเพราะเกิดถามหรือขอดูขึ้นมาก็แสดงได้ทันที เอกสารอะไรอื่นอีกที่ใช้แสดงความผูกพันกับประเทศไทย เช่น พวกโฉนดบ้านที่ดินที่เราเป็นเจ้าของ หรืออสังหาริมทรัพย์ที่กำลังผ่อนอยู่ สรุปคือเอกสารที่ทำให้เขาเชื่อว่าเราไปแล้วต้องกลับบ้านเรา เพราะมีงานที่ดีอยู่แล้ว มีบ้านต้องผ่อน ไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยอะไร เพราะฉะนั้นบางคนอยากกลับอเมริกาใจจะขาด แต่อยู่เมืองไทยงานก็ไม่มีทำ อายุอานามก็เลยวัยศึกษาเล่าเรียนมาเยอะ กรณีนี้เห็นทีจะยากที่จะขอวีซ่าผ่าน เพราะดูแล้วมันหลักลอย
ประสบการณ์ส่วนตัวตัวเองถือว่าโชคดีมาก ได้สัมภาษณ์กับฝรั่งสาวๆใจดี ถามแค่ว่าทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร จะไปเที่ยวกับเพื่อนใช่ไม๊ แค่นั้นจบ แล้วก็บอกตกลงเราให้วีซ่าคุณ โดยสรุปแล้วการขอวีซาอเมริกาไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม เตรียมข้อมูลในการตอบคำถามให้ชัดเจนตรงกับประเภทวีซ่าที่ขอ การแต่งกายในวันสัมภาษณ์ก็เป็นเรื่องสำคัญ ตัวเองโชคดีเนื่องจากได้ศึกษาและถามข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์มาก่อน หลายคน แนะนำว่าแต่งกายให้สุภาพ ดูดี ถ้าเราเป็นคนทำงานก็แต่งตัวแบบคนทำงาน ดูเป็นมืออาชีพ ดูมีปัญญาไปเมืองนอก อันนี้เรื่องจริง วันที่ตัวเองไปสัมภาษณ์คนที่แต่งตัวดูดีภูมิฐาน โดนสัมภาษณ์ไม่นานและผ่านด้วย แต่หลานคนที่เห็นแต่งกายไม่สุภาพใส่ยีนส์ เสื้อสายเดี่ยว โดนถามและขอดูเอกสารเยอะมาก แหมก็แต่งกายชวนให้คิด ไปเที่ยวจริงๆหรือจะไปทำไซต์ไลน์กันแน่หว่า
เอ้าก่อนจะจบเรื่องวีซ่า มาสรุปให้ฟังแบบเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าให้ฟังอีกที ต้องบอกก่อนว่าอันนี้มันเฉพาะวีซ่าท่องเที่ยวนะค่ะ และทั้งหมดจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง และต้องย้ำอีกทีว่าไม่ใช้ผู้เชียวชาญด้านวีซ่า ไม่ใช่นักกฏหมาย สำหรับวีซ่าประเภทอื่นสามารถหาข้อมูลได้จากเวปไซต์ด้านล่างค่ะ
ขั้นตอนการขอวีซ่า
• ติดต่อขอเวลาสัมภาษณ์ ซึ่งสามารถทำได้ได้สองวิธีคือ การนัดทางอินเตอร์เนต หรือนัดหมายทางโทรศัพท์ ซึ่งทั้งสองวิธีคุณต้องติดต่อซื้อรหัสผ่านเพื่อการนัดหมาย การซื้อรหัสทำได้สองวิธีคือซื้อทางอินเตอร์เนต โดยบัตรเครดิต หรือซื้อได้ที่ทำการไปรษณีย์ http://bangkok.usembassy.gov
• หลังจากนั้นดาวโหลดแบบฟอร์มทางอินเทอร์เนต ซึ่งคุณสามารถกรอกแบบฟอร์มทางอินเทอร์เนตได้ทันที เมื่อคุณส่งแบบฟอร์ทางอินเทอร์เนต สถานทูตจะมีบาร์โค๊ตมาให้บนแบบฟอร์ม และพรินส์แบบฟอร์มเก็บไว้
• ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการขอวีซาผ่านทางสำนักงานไปรษณีย์ และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้
• เตรียมเอกสารทั้งหมด คือแบบฟอร์มและเอกสารอื่นๆ ไว้ในซองหรือแฟ้มที่สะดวกในการหยิบใช้งาน อย่าแม๊กเย็บเอกสารนะคะ ใช้คลิปดีกว่า
• เดินทางไปสถานทูตในวัน เวลาที่ทำการนัดหมาย
• เมื่อไปถึงสถานทูตจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเบื้องต้นและจัดเอกสารให้อีกครั้งหนึ่ง
• ซื้อซองจดหมายเพื่อจัดสงวีซา
• ยื่นเอกสารและรับบัตรคิว ซึ่งตรงนี้ เจ้าหน้าที่จะเก็บเอกสารบางส่วนเข้าไปเพื่อรอการสัมภาษณ์ เอกสารอื่นที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เก็บคุณก็เก็บไว้กับตัวเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะถามคุณว่าต้องการสัมภาษณ์เป็นภาษาอะไร ไทย หรือ อังกฤษ
• สัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่จะถามคำถาม เกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องการเดินทางและอื่นๆแล้วแต่กรณี ซึ่งหลังจากนั้น คุณจะทราบผลทันทีจากเจ้าหน้าที่ว่าผ่านหรือไม่
• กรณีผ่าน คุณจะได้รับวีซ่าซึ่งจะส่งให้ทางไปรษณีย์ภายในสามวัน หรือติดต่อรับเองที่ ที่ทำการไปรษณีย์รองเมือง
เอกสารที่ต้องใช้ในการสัมภาษณ์
จริงๆแล้วเอกสารที่ใช้ในการสัมภาษณ์แตกต่างกันในแต่ละราย ตามสถานการณ์ของแต่ละคนแต่อาจสรุปได้ทั่วๆไปดังนี้
• แบบฟอ์มซึ่งกรอกข้อมูลและมีบาร์โค๊ตเรียบร้อย
• พาสปอร์ต ถ้าฉบับเดิมที่หมดอายุมีประวัติการท่องเที่ยวก็นำไปด้วย
• รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ตไซต์ ซึ่งมีพื้นหลังสีขาว เปิดให้เห็นใบหน้าและใบหูชัดเจนไม่ตกแต่งภาพเด็ดขาด
• หนังสือรับรองการทำงาน ว่าคุณมีงานทำอยู่จริงในปัจจุบัน
• หนังสือรับรองเงินเดือน
• เอกสารทางการเงินต่างแสดงฐานะทางการเงิน
• สมุดบัญชีเงินฝาก
• จดหมาย การ์ดเชิญหรือเอกสารอื่นๆของเพื่อนคุณหรือญาติ ที่ต่างประเทศส่งมาให้ เพื่อให้การสนับสนุนคุณหรือเชิญคุณให้เดินทางไปอเมริกา เช่นร่วมงานแต่งงาน วันเกิด
• เอกสารอื่นๆแสดงความผูกพันว่าคุณจะกลับเมืองไทยหลังจากการท่องเที่ยว
ช่วยกันสนับสนุนเวปไซต์โดยการคลิกเยี่ยมชมโฆษณาด้านบยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
In 2001 and 2002, the United States passed new laws that affected some aspects of the nonimmigrant visa process and entry-exit procedures. Many things remain the same, however.
What’s the Same in U.S. Visa Processing Procedures?
To obtain a visitor visa (for tourism, medical treatment, and certain kinds of business activities), the process may be relatively simple. To obtain other types of visas, to study or work, for example, more forms and documentation will be required. Individual experience in obtaining a visa can therefore range from relatively fast and simple to relatively complex and time consuming.
Applicants also still need to demonstrate their intent to return home rather than stay permanently in the United States. You will not be granted a visa if, in the judgment of the consular officer, you have not met all of the necessary criteria.
Applicants still must complete all of the various application forms, submit photographs, application fees and other kinds of documentation as they did before.
What’s Different about U.S. Visa Processing Procedures?
The United States is committed to what Secretary Powell has called the policy of “secure borders, open doors,” by facilitating legitimate travel to the United States by international visitors while maintaining the integrity and security of our borders and our nation. Laws passed after September 11, 2001 focused ways to improve border security in the United States. To learn more, select Safety and Security of U.S. Borders
Most visa applicants can expect to be interviewed and must now have two index fingerscans collected as part of the visa application process. These fingerscans are normally collected by the consular officer at the visa interview window, but in some posts they are collected prior to the visa interview.
In addition to being satisfied that the applicant intends to honor the terms of the visa by returning home, the consular officer must evaluate the security risk presented by the applicant. We carefully examine all applications. Visa applications take longer to process. This affects all nonimmigrant visas. Advance planning can smooth the visa application process for you.
What’s the Same in U.S. Visa Application Procedures?
Many aspects of U.S. visa application process continue as before. All applicants’ names are routinely checked against sophisticated government databases for possible criminal or other information that may disqualify them. The consular officer examines the application and supporting documents and data for facts indicating possible ineligibilities, inconsistencies or questions that may require clarification.
In certain situations, the consular officer may ask for additional application review in Washington, DC. Some visa applicants may need to undergo an extra review process if they seek to engage in a commercial exchange or academic pursuit involving certain designated fields of advanced technology.
What’s Different About U.S. Visa Application Procedures?
Some aspects of the nonimmigrant visa process have changed.
Supplemental Application — All male nonimmigrant visa applicants between the ages of 16-45, regardless of nationality or other factors, must now complete a supplemental application form which helps inform the consular officer’s judgment about visa eligibility. Consular officers have the authority to require anyone from any country to complete visa forms if they think it’s warranted.
Student and Exchange Visitor Visas - All student and exchange visitors, regardless of nationality or other factors, must complete a supplemental application form which helps inform the consular officer’s judgment about visa eligibility. Applicants must also get an authorization form from their sponsoring institution in the U.S. Before a visa can be issued, the sponsoring institution must authenticate the applicant by opening and maintaining an electronic file on a Web-based data management system managed by the Department of Homeland Security, called Student and Exchange Visitor Information System (SEVIS).
from http://www.unitedstatesvisas.gov
Usefull Link
http://bangkok.usembassy.gov
http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm
http://www.usvisa4thai.com/visas.html
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปอเมริกา
จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (1 )
จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (2 )
จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (3)
เอกสารทั้งหลายที่ควรเตรียมไปอเมริกา Important documents
วันเดินทางไปอเมริกา The day departed Thailand
บนเครื่องบิน On the airplane
สนามบินซานซิสโก San Francisco International Airport
ตรวจคนเข้าเมือง สนามบินซานฟรานซิสโก Port Of Entry-San Francisco International Airport (Immigration
คำถามที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอเมริกา Interview at the port of entry
//–>// –> // –> // –> // –> // –> // –> // –>