Archive for the 'Uncategorized' Category

ประสบการณ์ซื้อบ้านในอเมริกา Purchase a House in America

plew August 17th, 2009


ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอเมริกามันช่างเรื่องเยอะและยุ่งยากได้ขนาดนี้ เขาว่าเมื่อก่อนคือก่อนที่จะเกิดวิกฤติในอเมริกา (2008-2009) การซื้อบ้านที่นี่ง่ายมากๆ เราก็ไม่รู้ว่าจริงเท็จแต่แม่สามีบอกตอนเขาซื้อบ้านหลังแรกตอนแต่งงานเมื่อสีสิบปีก่อนที่ San Jose จ่ายเงินจองแค่ $250 ก็ย้ายเข้าอยู่ได้เลย ขอกู้ก็ง่ายแบบหายห่วง แต่ว่าวันนี้ประสบการณ์ที่เราได้รับจากการตัดสินใจซื้อคอนโดใจกลาง San Francisco มันตรงกันข้ามกันเลยสาเหตุมาจากปัจจัยหลายๆอย่างประกอบกัน เข้าเรื่องโม้เลยดีกว่า

อย่างที่เล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า San Francisco เป็นเมืองที่ราคาอสังหาริมทรัพย์แพงอันดับสอง สามของอเมริกา แฟนเราเองซึ่งอยู่ที่นี่มาสิบปีก็ไม่เคยที่จะคิดซื้อบ้านเป็นของตัวเอง สำหรับคนที่อยู่เมืองนี้เป็นเรื่องปกติมากที่จะเช่าอยู่เพราะถ้ากู้ซื้อเองเงินดาวน์ก็สูงบวกผ่อนแต่ละเดือนแพงกว่าเช่า บวกภาษีบวกค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่เรียกว่า HOA หรือ Home owner association อีก และราคาคอนโด บ้านที่นี่เรียกว่าอาจสูงเกินเอื้อมสำหรับคนชั้นกลางทั่วๆไป (ถ้าซื้อบ้านที่อยู่นอกซานฟรานราคายังต่างกันมากถึงจะขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมง) บวกกับ San Francisco มีระบบ Rent Control คือรัฐจะควบคุมการขึ้นค่าเช่าว่าในแต่ละปีจะขึ้นได้ไม่เกินกี่เปอร์เซ็นคือขึ้นค่าเช่าได้น้อยมากๆ ดังนั้นคนที่เช่าและอยู่ระยะยาวจะคุ้มมาก

แต่เนื่องจากปัญหาวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ในอเมริกา (2008-2009) อย่างที่รู้ๆกันซึ่งทำให้ราคาบ้าน คอนโดต่างๆตกลงมามากบางที่ 40% ในซานฟรานอยู่ประมาณเฉลี่ย 25% หรือมากกว่านั้น ทำให้สามีเราเองเห็นว่ามันน่าจะเป็นโอกาศที่ดีในการจะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองซะที เพราะเดิมทีทำเลที่เราต้องการคือในกลางซานฟรานซิสโกและต้องเป็นย่านที่ดีปลอดภัย สะดวกใกล้แหล่งช๊อปแหล่งกิน ซึ่งบ้านไม่มีขายในย่านนี้มีแต่ Condo เดิมทีคอนโดในย่านนี้สองห้องนอนประมาณ 1000 Esq. ตกไม่ต่ำกว่า $800,000 ขึ้น คือปกติเป็นล้านเหรียญขึ้น หนึ่งห้องนอนก็ในช่วง 600,000 ขึ้นไป คือคอนโดธรรมดาถ้าหรูขึ้นสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นก็แพงขึ้น ชั้นสูงขึ้นก็แพงขึ้นไปอีกตามปกติ แต่ในช่วงคือต้นปี 2009 ที่เพิ่งผ่านนมานี่แหละ สามารถหาสองห้องนอนสองห้องน้ำได้ในราคาต่ำกว่า $700,000 แฟนจึงตัดสินใจที่จะซื้อคอนโด เพราะอยู่ในราคาที่จ่ายได้และคิดว่าน่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า (ถ้าราคาไม่ตกลงไปอีก)

เราสองคนก็ตระเวนดูและบวกหาข้อมูลทางอินเตอร์เนตพอดีในช่วงนั้นมีคอนโดใหม่ขึ้นในทำเลที่เราต้องการอยู่สามที่บวกกับคอนโดเก่าซึ่งน่าจะสนใจอีกหลายที่ เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์ในการซื้อบ้านในอเมริกามาก่อน แฟนคิดว่าน่าจะมีเอเจนท์มาช่วย ตัวเราเองก็ค้านไปว่าซื้อไม่น่าจะจำเป็น ถ้าขายละน่าจะต้องมี แต่แฟนก็ยืนกรานว่าควรจะมีเพราะเราไม่มีประสบการณ์และการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่นี่ยุ่งยากเอกสารเยอะ เราจึงติดต่อเอเจนท์ซึ่งจริงๆก็คือเจ้าของบ้านที่แฟนเช่าทำออฟฟิตอยู่นั่นเอง กฎของที่นี่คือเอเจนท์ต้องมาแสดงตัวและลงทะเบียนกับลูกค้าตั้งอต่ครั้งแรกที่มาดูอสังหาริมทรัพย์ถึงจะได้คอมมิสชั่นเต็ม 2.5%ของราคาซื้อขาย
ปกติเอเจนท์จะแนะนำว่ามีรายการอะไรที่ขายอยู่ที่ตรงกับความต้องการของเราทั้งทำเลและราคาอะไรต่างๆแต่ว่าเนื่องจากเราสองคนก็สำรวจข้อมูลคร่าวๆมาก่อนแล้วเราก็รู้ว่ามีตึกไหนบ้างคือคอนโดที่เราสนใจ หลังจากที่ดูทั้งโครงการใหม่และเก่าก็ตัดสินใจที่โครงการคอนโดใหม่ที่หนึ่ง

ขั้นตอนการซื้อคอนโดในอเมริกาค่อนข้างจะยุ่งยากเอกสารเยอะกว่าการซื้อบ้านและคอนโดในเมืองไทยจริงๆ ที่รู้เพราะตัวเองเคยเป็นทั้งคนซื้อคอนโดและขายคอนโดในกรุงเทพมาก่อน คอนโดในกรุงเทพในแนวรถไฟฟ้ามีที่ไหนบ้างคิดว่าจำได้เกือบหมด เรียกว่าบ้าคอนโดก็ว่าได้เป็นอะไรที่ตอนนี้ก็ยังเข้าไปเช็คอัพเดทอยู่เกือบทุกวันทั้งคอนโดที่กรุงเทพและที่ ซานฟรานซิสโก หลังจากเราเลือกแล้วว่าโอเคห้องไหนแบบไหนชั้นไหนที่เราชอบก็ถึงขั้นตอนของการ make an offer คือ ปกติโครงการจะมี price list อยู่ เราก็เสนอราคาที่เราพอใจจะซื้อไป ซึ่งในช่วงนี้แน่นอนต่ำกว่าราคาที่ตั้งไว้แน่ๆ แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจดีๆแทบจะต้องแข่งราคากันเลย เซลล์ก็จะบอกว่าราคาที่เราเสนอเป็นไปได้หรือไม่ รวมทั้งส่วนลดอื่นๆ เช่น ยกเว้นการจ่ายค่าส่วนกลางหรือ HOA ปีหรือสองปี ต้องบอกว่าค่า HOA หรือค่าส่วนกลางของคอนโดใน ซานฟรานซิสโกนั้นแพงมากเอาการ คือตึกที่ไม่มีอะไรคือไม่มีสระว่ายน้ำไม่มีฟิตเนสก็ตกเดือนละประมาณ $400 กว่าขึ้นไปแล้วแต่ขนาดห้อง ตึกที่เราจะซื้อไม่มีอะไรเหมือนกันไม่มีสระ ไม่มีฟิตเนสมีแต่พื้นที่นั่งเล่น บาบีคิวอย่างเดียวห้องที่เราจะซื้อต้องจ่ายค่าส่วนกลางเดือนละ $698 เรียกว่าแพงกว่าค่าเช่าอพาตเมนท์ของหลายๆคนซะอีก ถ้ารวมเงินที่ต้องผ่อนแต่ละเดือน บวกประกัน บวกค่าไฟ ก็ $4000 กว่าๆต่อเดือนซึ่งถือว่าเป็นรายจ่ายประจำที่ไม่ใช่น้อยเลย เยอะเลยละสำหรับคนชั้นกลางทั่วไป

หลังจากต่อรองราคากันเซลล์ก็ลดจากราคาที่ตั้งไว้ $40000 บวกกับยกเว้นค่าส่วนกลางสองปี แล้วก็ให้เราเซ็นเอกสารซึ่งก็คือสัญญาซื้อขายและวางเงินจอง 2% ของราคาที่เสนอ เซ็นเอกสารเยอะมากแต่นี่ยังไม่ได้แปลว่าเราจะได้ราคานี้ เซลล์ต้องเอาราคาที่เราเสนอไปให้ Developer พิจารณาว่าโอเคหรือไม่ซึ่งเซลล์บอกว่าสามวันจะรู้ผล เอเจนท์ของเราบอกน่าจะโอเคเพราะถ้าเซลล์คิดว่าเป็นไปไม่ได้ไม่น่าจะเสียเวลาเตรียมเอกสารมากมาย เราก็หวังอย่างนั้น รอคำตอบสามวันก็ยังเงียบนี่แค่เรื่องว่าราคาโอเคไหมนะ กว่าจะรู้ว่าราคาตกลงได้ไหมก็อาทิตย์หนึ่ง ผลเป็นอย่างไรมาติดตามอ่านตอนต่อไป

ประสบการณ์ซื้อบ้านในอเมริกาภาค 2

ประสบการณ์ซื้อบ้านในอเมริกาภาค 3
ประสบการณ์ซื้อบ้านในอเมริกาภาค 4

โรงแรมถูกๆในซานฟรานซิสโก Cheap Hotels in San francisco

plew June 17th, 2009


โรงแรม ที่พักในซานฟรานซิสโก เนื่องจากมีเพื่อนๆหลายๆท่านมักจะเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับการหาที่พัก โรงแรมราคาประหยัดๆ
พูดง่ายๆก็คือถูกๆในซานฟรานซิสโก บอกตรงๆว่าเนื่องจากตัวเองนับแต่วันแรกที่มาที่ซานฟรานก็ไม่เคยพักโรงแรมเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เพราะมีที่พักอยู่แล้ว เคยพักครั้งเดียวแต่เป็นโรงแรมใกล้ๆสนามบินซานฟรานซิสโก พักที่ Holiday Inn Express และถึงแม้จะอยู่ที่นี่เราก็คือบอกได้แค่ว่าโรงแรมไหนทำเลดี เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งท่องเที่ยว แต่ถ้าถามว่าข้างในโอเคไหมเนี่ยบอกไม่ได้เพราะไม่เคยพัก ไม่รู้ว่าห้องเป็นไง บริการเป็นไง แหมก็เราไม่ใช่นักท่องเที่ยวนี่นา

วันนี้เลยมานั่งรวบรวมข้อมูลโรมแรมราคาถูกคือต่ำกว่า $100/คืน จริงๆแล้วข้อมูลมันก็อยู่ในอินเทอร์เนตนั่นแหละ แต่คัดๆออกมา
เฉพาะโรงแรมที่อยู่ในย่านดาวทาวน์ union square,market st.,civic center ที่เลือกย่านนี้ออกมาเพราะมันค่อนข้างจะสะดวก
เนื่องจากเป็นศูนย์กลาง เป็นแหล่งช๊อปปิ้ง ร้านอาหาร ของกินของใช้ รถเมล์ รถไฟ ที่ใช้เดินทางไปในจุดอื่นๆได้สะดวก คัดออกมาเพราะบางคนที่ไม่คุ้นที่นี่อาจไม่แน่ใจว่าทำเลอันไหนมันใกล้ไกล จริงๆแล้วนอกจากทำเลดาวทาวน์ ยูเนียนแสควร์ ทำเลย่าน
Fisherman Warft ก็เป็นบริเวณที่มีโรงแรมเยอะ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมอีกแห่ง ซึ่งก็สวยเพราะติดทะเล ของกินก็เยอะ
แต่ของช็อปจะไม่เยอะเท่าดาวทาวน์ หรือถ้าอยากหาถูกลงก็ต้องพักนอกเมืองเช่นโรงแรมย่านแอร์พอร์ต แต่มันก็ต้องเดินทางเข้าๆออก
บวกค่ารถเข้าไปอีกก็ไม่รู้ว่าจะช่วยประหยัดได้จริงไม๊

โรงแรมที่เลือกๆมานี้ อยู่ในระดับสามดาวลงมา ก็ต้องยอมรับสภาพว่าไม่ดีนักอย่างที่รู้ๆว่าของดีราคาถูกนั้นหายากยิ่ง ราคาที่ใส่ไว้นั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ช่วงที่ราคาห้องจะแพงจะเป็นช่วงซัมเมอร์ของที่นี่คือประมาณมิถุนายนถึงสิงหาคม หรือบางช่วงที่มีสัมมนาใหญ่คนเยอะๆ ก็ทำให้ราคาแพงขึ้นมาหรือหาห้องยากมากทีเดียว นอกจากนั้นเวลาเข้าพักโรงแรมราคาที่พนักงานแจ้งต้องบวกกับภาษีโรงแรมเข้าไปอีก 14% ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่ภาษีแพงมากทีเดียว นิวยอร์กแค่ 5%
และบวกกับทิปเข้าไปอีก แฟนเราฝรั่งเวลาเราไปเที่ยวเมืองอื่นๆไปพักโรงแรมก็จะวางเงินไว้ $1 ให้maid ทุกวันจนเช็คเอาท์ เขาบอกเมดจะได้ทำความสะอาดดีๆและไม่ขโมยของ โอเคลองดูรายชื่อโรงแรมด้านล้างไว้เป็นข้อมูล

The Mosser Hotel San Francisco $79 ***
54 Fourth Street San Francisco CA 94103

Grant Plaza Hotel San Francisco $69**
465 Grant Avenues San Francisco CA 94108

Renoir Hotel San Francisco &66***
45 Mc Allister Street San Francisco CA 94102

Vertigo Hotel San Francisco $95***
940 Sutter Street San Francisco CA 94109

Cathedral Hill Hotel San Francisco $78**
1101 Van Ness Avenue San Francisco CA 94109

Holiday Inn Civic Center San Francisco $82***
50 Eighth Street San Francisco CA 94103

Good Hotel San Francisco $76**
112 7th Street San Francisco CA 94130

Best Western Americania Hotel San Francisco$93***
121 7th Street San Francisco CA 94103

Hotel Majestic San Francisco $79*
1500 Sutter Street San Francisco CA 94109

Beresford Hotel San Francisco $84**
635 Sutter Street San Francisco CA 94102

The Opal San Francisco Hotel $65**
1050 Van Ness Avenue San Francisco CA 94109

Civic Center Inn San Francisco $86*
790 Ellis Street San Francisco CA 94109

Rodeway Inn Civic Center San Francisco $90*
860 Eddy Street San Francisco CA 94109

Travelodge San Francisco Central $74*
1707 Market Street & Valencia San Francisco CA 94103

Hotel Bijou San Francisco $99***
111 Mason San Francisco CA 94102

AAE San Francisco Mithila Hotel $73**
972 Sutter Street At Hyde San Francisco CA 94109

Beresford Arms Hotel San Francisco $99***
701 Post Street San Francisco CA 94109

Super 8 Motel San Francisco Union Square Area $80**
415 OFarrell Street San Francisco CA 94102

Hotel Whitcomb $99 ***
1231 Market Street San Francisco, CA 94103

The Powell Hotel $90***
28 Cyril Magnin StreetSan Francisco, CA 94102

Hotel Fusion $69***
140 Ellis Street San Francisco, CA 94102

Hotel Rex $89***
562 Sutter StreetSan Francisco, CA 94102

Hotel Carlton $97***
1075 Sutter Street San Francisco, CA 94109

Adante Hotel $58**
610 Geary Street San Francisco, CA 94102

The Pickwick Hotel $99***
85 Fifth Street San Francisco, CA 94103

ทำอาหารไทยให้ฝรั่งทาน Thai Food for the Western

plew May 23rd, 2009


อาหารไทยเราอย่างที่ทราบๆกันดีว่าโดงดังและเป็นที่ชื่นชอบของพวกฝรั่งรวมทั้งชาติเอเชียเราด้วยกันก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อาหารไทยนี่อร่อยแถมดีต่อสุขภาพอีกอีกด้วยเพราะเครื่องเคราที่มาจากสมุนไพรมากมาย แต่จากการมาสัมผัสด้วยตนเองในอเมริกา ทั้งจากการเป็นคนที่ต้องทำอาหารไทยให้ฝรั่งทาน หลักๆก็คือสามีเราเองนี่แหละ รวมทั้งเพื่อนๆฝรั่งบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง อีกประสบการณ์ก็คือการทานอาหารไทยในร้านอาหารไทยในอเมริกานี่แหละ ทำให้เราสังเกตว่าเอจริงๆไม่ต้องสังเกตหรอกค่ะมันเห็นๆกันอยู่ ว่าอาหารไทยที่จะทำหรือจะเสริฟให้ฝรั่งหรือคนต่างชาติ โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารรสจัดด้วยแล้ว ค่อนข้างแตกต่างจากอาหารไทยต้นตำหรับแท้ๆในบ้านเราอยู่พอสมควร

ประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองเลย แฟนชอบกินต้มข่าไก่มาก แต่ว่าเวลาเสริฟเขาอยากให้เราแยกพวกเครื่องสมุนไพรพวกข่า ตะไคร้ โดยเฉพาะพริกออกให้ด้วย โดยเฉพาะพริกถ้าไม่ได้ปั่นยังเป็นชิ้นๆ ฝรั่งบางครั้งเขาไม่ค่อยดูก่อนจะตักเข้าปากหรือเพราะบางทีไม่รู้ว่ามันเผ็ดหรือแยกไม่ออกระหว่างสีเขียวที่เป็นพริกกับผักชีโรยก็ตักเข้าปากเคี้ยว โดนเข้าไปร้องจ๊ากเลยทีเดียว หลังจากนั้นเราระวังมากคือเอาพริกออกก่อนเสริฟเลย แล้วคำว่าเผ็ดน้อยของฝรั่งนี่คือเผ็ดน้อยจริงๆแถบจะไม่เผ็ด ตามร้านไทยพวกต้มยำต่างๆรสจะค่อนข้างอ่อนคืออ่อนมากๆสำหรับคนไทย เรียกว่ารสเด็กเลยละ บวกกับค้าชอบให้หวานด้วย คือจะชอบต้มยำที่ออกหวานนิดๆไม่เปรี้ยวจัดหรือเค็มแรงๆ แบบที่คนไทยชอบ

สำหรับต้มข่าหรือ Coconut Soup ที่บอกไปแล้วว่าฝรั่งชอบมาก ต้มข่าที่ขายกันในร้านไทยหรือเราเองทำให้ฝรั่งจะข้นๆมากกว่า คือของเราคนไทยจะใสกว่าเพราะข้นมากมันเลี่ยนแต่ฝรั่งชอบข้นๆ เราทำแทบไม่ผสมน้ำเลยกะทิล้วนแต่ฝรั่งบอกนี่แหละชอบเลย เมนูอื่นๆพวกแกงต่างๆก้ไม่ต่างคือรสจะอ่อนลงมากเมื่อเทียบกับไทยแท้ๆ

สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดถึงความแตกต่างของร้านอาหารไทยในอเมริกากับร้านอาหารไทยในบ้านเราคือวิธีเสริฟ ร้านไทยในอเมริกาเขาจะพยายามปรับเอารูปแบบการทานอาหารการเสริฟแบบฝรั่งมาใช้กับการเสริฟอาหารไทย ฝรั่งจะต้องมี appetizer เสริฟก่อน แล้วตามด้วย soup แล้วก็ Entrée ซึ่งอันนี้บอกตรงๆว่าขัดหูขัดตาและขัดใจเรามากๆ เพราะอะไรยกตัวอย่าง เราไปกับฝรั่งหรือตอนเราทำร้านอาหารไทย ฝรั่งสั่งป่อเปี๊ยทอด ต้มยำไก่ ผัดเปรี้ยวหวานแล้วก็ข้าวป่าว วิธีที่นี่เขาจะเสริฟป่อเปี๊ยก่อน โอเคอันนี้ไม่ว่ากัน แล้วเขาก็จะรอจนป่อเปี๊บเกือบหมดหรือหมดเขาก็จะเสริฟต้มยำ ซึ่งเขาถือว่ามันเป็นซุป โดยยังไม่เสริฟข้าว ก้ให้นั่งซดต้มยำไปป่าวๆจนหมด แล้วก้เก็บต้มยำออกไป สุดท้ายเหลือเปรี้ยวหวานเขาก็ถือว่าอันนี้ละ Entrée เขาก็เอามาพร้อมข้าวป่าว สุดท้ายคือเหลือกับอย่างเดียวที่กินกับข้าว มีบางเคสที่เจอหนักกว่านี้ สั่งไล่เลี่ยงไปมีของทอด มีต้มยำ มีผัดไทย มีข้าว เสริฟไปสุดท้ายเอาผัดไทยเสริฟมาพร้อมข้าว แต่ต้มยำนะหมดไปแล้ว นึกได้ไงว่าผัดไทยนี่ Entrée เซ็งเป็ดเลย คือถ้าเราไปกับแฟนซึ่งเขาคุ้นกับอาหารไทยและการเสริฟแบบไทย เราจะบอกเลยเอามาพร้อมกันเลย เพราะร้านส่วนใหญ่เลยเขาจะทำอาหารไล่ออกมาอย่างที่บอก
เรื่องอาหารจานเดียวของบ้านเราเช่นผัดไทย ข้าวผัด ผัดซีอิ้วพวกนี้เช่นกัน ร้านส่วนใหญ่ทำมันแบบเป็นกับข้าวอย่างหนึ่ง ทั้งๆที่มันเป็นอาหารจานเดียวที่ไม่ต้องกินกับข้าว แล้วเขาทำกันจานใหญ่มากแบบกินได้สองคนสบายๆแถมอาจเหลือด้วย สั่งผัดไทยทีไรลมเสียเพราะจานใหญ่มากๆ แถมรสจืดเค็มเป็นหลัก รสพริกป่น รสมะนาวไม่ต้องพูดเลย ฝรั่งหลายคนก็กินผัดไทยกับข้าวเปล่ากันเลย แถมสั่งผัดไทหรือผัดซีอิ้วที่นี่ไม่เคยให้ช้อนมาด้วยให้แต่ส้อมทั้งๆที่ช้อนเขาก็มี ก็คือต้องขอเขาอีกที มะนาวไม่ต้องพูดต้องขอ ขอแล้วก้ได้มะนาวเหลืองหรือ Lemon แต่เราต้องการ Lime หรือมะนาวเขียว ซึ่งไม่ใช่ที่นี่จะไม่มีขายแต่จริงๆมีขายทั่วไปเลยละ

อีกเมนูที่ฮิตเหลือเกินที่นี่คือสะเต๊ะค่ะ ของบ้านเราส่วนมากจะเป็นหมู ถ้าร้านอิสลามก็เนื้อ แล้วก็ไม้เล็กๆจิ๊ดเดียว แต่พอมาขายฝรั่งตัวโต สะเต๊ะที่นี่ก็ขยายขนาดตามคนกินคือที่นี้ทำไม้ใหญ่เลย น้ำจิ้มส่วนใหญ่จะให้แค่น้ำจิ้มถั่วหรือ peanut sauce ที่ฝรั่งชอบกันเหลือเกิน น้ำจิ้มอาจาดไม่เคยเจอร้านไหนเสริฟเลยนะเท่าที่ทานมา

เราเองก็เข้าใจว่าเขาอยากให้มันแบบเข้ากับวัฒนธรรมฝรั่งไง แต่บางทีเขาลืมไปว่าไอ้ซุปแบบไทยเรานะ มันรสจัดกว่าซุปแบบฝรั่งมากมาย ถึงแม้จะทำให้มันอ่อนแล้วมันก็ยังไม่อ่อนเหมือนกับซุปแบบฝรั่งที่ส่วนประกอบหลักๆคือนม เนย แล้วซุปไทยเราคือพวกต้มยำ ต้มข่าที่ฝรั่งชอบสั่งนะ มันอร่อยกว่าเมื่อกินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วสุดท้ายคุณให้เขานั่งกินข้าวจานควายๆกับกับข้าวที่เหลืออย่างเดียว แฟนเรายังบอกเลยร้านไทยน่าจะเสริฟอาหารคือเสริฟสไตล์ไทย ฝรั่งเขารับได้ แถมเขายังชอบเพราะมันเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมไปด้วยไม่ใช่แค่การกินอาหาร แฟนเราก็ยกตัวอย่างร้านพวกอาหาร Middle East เขาก็จะเสริฟในแบบของเขาไม่มีการจัดลำดับการเสริฟอะไรแบบฝรั่งเลย เขาเสริฟแบบเดียวกับที่เขาเสริฟในบ้านเขาแต่โอเค รสชาติของอาหารก็ต้องปรับบ้างให้เข้ากับรสนิยมอเมริกัน แฟนเราก็คิดอย่างเราเขาบอกร้านอาหารไทยน่าจะ Educate ลูกค้าได้บอกได้เลยอือซุปไทยนะรสจัดคนไทยนิยมทานพร้อมข้าว คนไทยเราทานกลับข้าวหลายๆอย่างพร้อมกันโดยทานกับข้าว เขาบอกบางทีฝรั่งไปทานอาหารต่างชาติเขาก็ชอบที่ได้บรรยากาศหรืออะไรที่มันเป็นของแท้ๆอะ ได้ทั้งอาหารอร่อยและเรียนรู้วัฒนธรรมไปพร้อมกันเลย แต่ทั้งนี้ก็ย้ำอีกทีว่าอันนี้ความเห็นส่วนตัวนะจ๊ะ
แหมบ่นมาซะยาวจริงๆแล้วคงเพราะคิดถึงอาหารไทยแบบรสชาติดั้งเดิม ไอ้ทำกินเองนะได้อยู่หรอกแต่บางทีทำเองกินเองทุกวันมันก็เบื่อ ก็อยากหาอาหารไทยรสแบบไทยแท้นอกบ้านกินบ้าง แต่ว่ายังหาร้านที่โดนไม่เจอเลยค่ะเศร้า..

Hello world!

admin January 15th, 2007

Welcome to Wordpress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

The way to choose Hajj Package

arkadiusze8404 December 31st, 1969

Hajj packages range amongst completely different operators of tours. Every package deal is exclusive and you’ll undoubtedly get confused trying to locate essentially the most ultimate and inexpensive package. Usually, most Hajj packages will comprise of numerous things.
This includes meals during all your rites of Hajj, home and worldwide return flights and lectures to enhance your understanding of Hajj. These lectures are often undertaken by people who are highly certified and who’ve plenty of expertise in matters to do with Hajj and on many of the different associated subjects.

It doesn’t matter which country you come from, it is potential to locate Hajj packages from wherever on the globe. The tour operator whose Hajj packages you choose to go along with is essential if you’re to have a profitable and unproblematic Hajj pilgrimage.
These packages will allow you to undergo your Islamic rites of passage safely and with out undue stress. The Hajj Packages fluctuate in price. They range from budget Hajj packages to prestige Hajj packages. Be sure that you choose a bundle that is run by people who find themselves very proficient in matters referring to Hajj.

Examine the client rankings of all available Hajj packages. This gives you a touch of the form of customer service you may expect to receive. Additionally discover out on the professionalism of the corporations providing Hajj Package.

In conclusion, there are a selection of websites that will assist you to find all of the Hajj packages and to match them. They, for example, listing all countries. You’ll have to select your city or nation of departure and the website will routinely bring you results from completely different Hajj packages being offered. You’ll then type by these packages by worth, class of the hotel, the entire number of nights you will spend, how many people you will have in your room and the names of the Hajj packages. This gives you a large perspective so to select essentially the most handy Hajj packages.

Subsequent, check the extra bonuses provided by each of these Hajj packages. For example, some packages come with quite a lot of further info to make your pilgrimage as clean and bother free as possible. They offers you ideas for making ready for Hajj similar to before your departure, the documents that you’ll want, which objects to hold with you and which aren’t allowed onto the airplane by worldwide airways amongst other bits of indispensable information.

Hajj is probably one of the vital pillars of the Islamic religion. It presents a really unique alternative that you should utilize with the intention to reconcile with Allah and to hunt His forgiveness. This can help you make a brand new and contemporary begin in life. Hajj can also be an experience of a lifetime since not everyone can afford to interact in it.

To start with, take a look at the companies offered by numerous travel brokers on the internet. Look rigorously via the providers they provide and verify if they have bonuses. Often, they’ll have the ability to make all your journey arrangements for you. This may embrace your accommodation in motels present in Makkah and Madinah, the air transportation and your departure. Additionally, they will also notify you if there are any special air fares that can assist you minimize on costs and reduce the amount you’ll spend on your Hajj Package.

If you are planning to hitch the millions of pilgrims who undertake tours yearly beginning at Hajj and ending up at Mecca, you’ll need to locate the perfect Hajj packages around. There are a variety of issues you’ll want to take into account as you go about finding essentially the most appropriate Hajj packages.