เที่ยวเกาะกูด Koh Kood Trip, Thailand
plew November 3rd, 2010
ได้ยินชื่อเกาะกูด Ko Kood มาประมาณสอง สามปีที่ผ่านมา (เชยเดิมๆรู้จักแต่เกาะช้าง) เกาะขนาดกลางๆในจังหวัดตราดที่อยู่ไกลสุดในชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของประเทศไทยเรา เรียกว่าติดน่านน้ำกัมพูชาเลยละ เท่าที่อ่านที่ฟังมีแต่คนบอกว่าสวยและเป็นธรรมชาติอยู่มาก น้ำทะเลสวย ใส จนได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นอันดามันภาคตะวันออกเลยทีเดียว กลับมาเมืองไทยรอบนี้จึงเป็นทริปที่ตั้งใจว่าจะต้องขอไปยลด้วยตัวเองสักครั้ง และต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ เรื่องราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเกาะกูดของเราเองในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2010 นี้ค่ะ เข้าเรื่องกันเลยค่ะ
เริ่มแรกเลยก็คงต้องเริ่มที่การจองรีสอร์ทที่พักกันก่อนเลย เราเองก็ศึกษาข้อมูลมาพอสมควรรีสอร์ทดังๆที่คนแนะนำกันเยอะก็กัปตันฮุค ปีเตอร์แพน,อเวย์, เกาะกูดรีสอร์ท,เกาะกูดคาบาน่า,ฌานตา จากการเข้าไปในเว็ปไซต์ของแต่ละที่ที่เข้าตาเราก็จะมีปีเตอร์แพน แล้วก็ฌานตา Shantaa Resort Ko Kood ซึ่งทั้งสองที่ราคาเรียกว่าเท่ากันเลยละ โปรแกรมอะไรต่างๆก็เหมือนๆกัน แต่อยู่คนละหาด เราก็ติดต่อโดยตรงทั้งสองที่ ปรากฎว่าฌานตาส่งข้อมูลอะไรๆมาให้เราทางอีเมล์ ในขณะที่ปีเตอร์แพนบอกว่าจะส่งแต่ไม่ส่ง คือเราจองค่อนข้างกระชั้นเนื่องจากขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆจนระยองแล้วค่อยโทรมาจองที่เกาะกูดคือไปแบบอยากพักที่ไหนก็พัก สรุปก็เลยเลือกฌานตา รีสอร์ทไปโดยปริยาย
เราเองเลือกซื้อเป็นแพคเกจ สามวันสองคืน ซึ่งจะรวมอาหารแปดมื้อ รวมค่าเรือสปีดโบทไปกลับ โปรแกรมพาเที่ยวบนเกาะแล้วก็ดำน้ำไปด้วยแล้ว เพราะมีความรู้สึกว่าจะได้ไม่ต้องมานัั่งกังวลหรือมาประหยัดเรื่องอาหารการกินให้วุ่นวาย บนเกาะกูดก็ใช่จะเหมือนพัทยาที่มีร้านกินนอกโรงแรมเยอะแยะ สรุปก็เลยจ่ายแพคเกจไปคนละ 6900 บาท ก็จะเป็นวิลล่าธรรมดา ไม่ใช่แบบสวีทที่มีจากุชชีอะไรกับเขา ซึ่งถ้าเป็นสวีทจะอยู่ที่ 8,900 สำหรับราคานี้ก็ไม่ต่างกับปีเตอร์แพน เพราะก่อนกลับเราได้คุยกับน้องพนักงานที่รีสอร์ทก็บอกฌานตา ปีเตอร์แพน ทิงเกอร์เบล เกาะกูดรีสอร์ทจะเป็นเกรดเดียวกันคือเกรดบน ถ้าพวกเกาะกูดคาบาน่า กัปตันฮุค อเวย์จะลงมาต่ำกว่าหน่อย ห้องธรรมดาก็อาจตกในช่วง 5800 สำหรับสามวันสองคืน แล้วก็จะมีที่ถูกๆกว่านี้ลงไปอีก แต่ถ้าจะเอาหรูสุดๆก็ต้องไปใช้ของซิกเซนส์โน่นเลย
เดินทางจากตราดไปเกาะกูดต้องไปขึ้นเรือที่ท่าเรือแหลมศอก รีสอร์ทนัดขึ้นเรือเก้าโมงเช้า แฟนเป็นคนมีปัญหาในการตื่นเช้า ตอนนั้นอยู่ที่ระยอง รีสอร์ทบอกใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงจากระยองขับมาท่าเรือแหลมศอก แฟนดูแล้วเขาตื่นไม่ทันแน่เพราะต้องตื่นตี่สี่ ตีห้า ทางฌานตาก็แนะนำโรงแรมในตัวเมืองตราดให้ชื่อ ริมคลองบูทีค เราก็ขับมาจากระยอง บ้านแพใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงเพราะขับไม่เร็ว โรงแรมหาไม่ยากอยู่ไม่ไกลจากตลาดเท่าไร มาถึงก็ค่อนข้างประทับใจโรงแรมใหม่น่ารักมีแค่ห้าหกห้องได้ เจ้าของบริการดีมากๆ ในโซนนั้นก็จะมีเกสเฮ้าส์ที่อื่นๆเป็นย่านที่เขาเรียนว่า old town ดูออกแนวเท่ๆดีแฟนชอบมาก ในห้องก็สะดวกสบาย สะอาด บวกมี wifi ให้ใช้ฟรีด้วย คืนละแปดร้อยบาท ร้านอาหารของโรงแรมเดินไปนิดนึงร้านน่ารัก อาหารก็อร่อยโอเคราคาโอเคเลยไม่แพง คือเดิมทีแฟนกลัวมากว่าโรงแรมในตัวตราดจะไม่ดี แบบเก่าๆน่ากลัว แต่พอมาที่นี่เขาชอบมาก ที่นอนอะไรต่างๆนอนสบายเยี่ยมเลย แล้วก็ไม่ต้องตื่นเช้าตรู ก็แบบสบายๆ ถ้าใครจะขับรถไปเที่ยวเกาะกูดแล้วขี้เกียจตื่นเช้ามากหรือกลัวตกเรือ ก็แนะนำว่ามาพักที่นี่ก็ได้
ตื่นเช้าก็ออกเดินทางจากโรงแรมในตราดขับไปแหลมศอกประมาณ 24 กิโล ก็ประมาณยี่สิบนาที จากตัวเมืองตราดขับมาไม่ยากเพราะแค่ตรงแล้วก็เลี้ยวซ้ายจากนั้นก็ตรงอย่างเดียวจนสุดทะเล เจอท่าเรือชื่อ ศิริไวท์ ก็นั่นเลย เราต้องจอดรถท้ิงไว้คิดคืนละห้าสิบบาท ที่จอดก็ดอเคมีหลังคาก็ดูปลอดภัยดี วันที่เราไปโชคไม่ค่อยดีเพราะลมค่อนข้างแรงคือลมหนาวจากจีนเข้ามาพอดี อากาศเย็นเลยละ ก็กลัวๆเล็กน้อยเพราะคลื่นแรง ลมแรง ปกติถ้าไม่ซื้อแพคเกจค่าเรือเร็วอยู่ที่เที่ยวละหกร้อยบาทต่อคนใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ตอนเราไปอากาศไม่ดีก็ปาไปชั่วโมงครึ่งได้ ณานตาเป็นรีสอร์ทไม่ใหญ่มีแค่สามสิบกว่าห้อง เลยไม่เรือของตัวเอง เรือที่เราไปเป็นของบริษัทชื่อ ซีพี ถ้าเป็นรีสอร์ทใหญ่ๆพวกกัปตันฮุ๊คอะไรพวกนั้นเขาจะมีเรือของเขาเอง เนื่องจากอย่างที่บอกว่ลมแรงมาก เรือนี่กระแทกกระทั้นตลอด เราเองตอนแรกว่าจะพาแม่มาด้วยยังโล่งอกที่สุดท้ายแม่ไม่ได้มาเพราะเราว่ามันไม่ค่อยจะเหมาะกับคนแก่สักเท่าไร เพราะนั่งเรือนานทีเดียว ถ้าเป็นเรือไม่นี่สามชั่วโมง สี่ชั่วโมง เราว่าความไกลตรงนี้เป็นข้อเสียอย่างหนึ่งของการไปเกาะกูดเลยละ เพราะขนาดสปีดโบ๊ดยังเป็นชั่วโมง ขามามีผู้หญิงเมาเรืออาเจียนตลอดทาง น่าสงสาร ดังนั้นใครคิดว่าจะมาเที่ยวเกาะกูดก็ต้องทำใจตรงนี้หรือกินยากันไว้ก่อนเลย และถ้าโชคไม่ดีอย่างเรานั่งเรือมาจะน่ากลัวทีเดียว
มาถึงรีสอร์ทก็มีคนมารับ ตอนแรกมาถึงก็แอบตกใจเพราะไม่เห็นหาด ไม่เห็นอะไรดูมันรกๆไม่สวย เราก็เอเลือกรีสอร์ทผิดซะละมั้งนี่
รถก็ขับไปนิดนึงก็ถึงตัวรีสอร์ทจริงๆ ก็โเคดูดีขึ้นมาแล้ว มาถึงพนักงานก็มาต้อนรับมีน้ำดื่มสุนไพร ผ้าเย็ดมาให้ พนักงานน่ารักอัธยาศัยดี เสร็จแล้วก็พาเราไปที่ห้องพัก ซึ่งที่นี่จะเป็นแบบวิลล่าคือแต่ละหลังห่างๆกันพอควรเงียบสงบ เป็นส่วนตัวดี เข้ามาในห้องซึ่งเป็นแบบธรรมดาที่ฌานตาจะมีสองแบบคือแบบวิลล่าธรรมดา กับสวีทซึ่งจะมีจากุชชี่ ในห้องน่ารักดีมีเตียงควีนไซส์สองเตียง มีเครื่องเล่นซีดี ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีตู้เย็น แอร์เปิดได้ห้าโมงคึ่งตอนเย็นถึงแปดโมงครึ่งตอนเช้า มีตู้เซฟให้ มีผลไม้ต้อนรับ พัดลมน่ารักๆ ร่ม รองเท้าแตะ เสื่อ ไฟฉาย ไดร์ป่าผม อุปกรณ์อาบน้ำครบละ ที่ถูกใจแฟนมากคือห้องน้ำเพราะเป็นแบบกึ่งๆ outdoor คือจะมีหลังคาส่วนหนึ่งอีกส่วนเป็นสวนมีต้นไม้มีที่นั่งด้วยเป็นส่วนขนาดย่อมๆ แล้วก็มี outdoor shower ที่ทำจากกะลามะพร้าวน่ารักดี
แต่ตรงนี้จะไม่มีน้ำอุ่น น่ำอุ่นจะมีตรงที่อาบน้ำในส่วนที่มหลังคา สรุปห้องสวยน่ารัก มีอุปกรณ์ที่ต้องการครบครัน ขาดแต่ทีวีแต่เป็นแนวคิดของทางรีสอร์ทที่ต้องการให้แบบเป็นการพักผ่อนแบบสงบๆจริงๆ
ช่วงที่เราไปคือพฤศจิกาอากาศดีคืออากาศเย็นๆ แดดไม่แรงมาก ถ้าใครอ่านรีวิวเรื่องรีสอร์ทในเกาะกูดมาก่อนเขาจะพูดว่าฌานตารีสอร์ทไม่ติดหาด คือจริงๆแล้วพื้นที่ของรีสอร์ทติดหาด แต่หาดส่วนใหญ่จะเป็นหิน และตัวรีสอร์ทเองสรา้งไว้บนเนิน คือห่างจากริมทะเลมาพอควร แต่ก็แค่เดินตามทางเดินในรีสอร์ทนัั่นแหละนิดเดียวก็ถึงหาดเล็กๆ แต่ว่าสวยมาก น้ำใส ทรายสวยละเอียดนุ่มเท้้ามาก คือเล็กแต่สวยเลยละ หาดตรงฌานตาชื่อว่าอ่าวตะเภา คือตรงหาดที่อยู่ในรีสอร์ทจะติดกับสะพานถ้าเราเดินข้ามสะพานไปก็เป็นหาดใหญ่เลยละทีนี่ สวย ห่างไปนิดนึ่งก็จะเป็นที่ตั้งของเกาะกูดคาบาน่า ซึ่งเขาว่าตอนนี้ไม่ค่อยดี เพราะห้องเก่าไม่ค่อยปรับปรุง แต่ถ้าถามความเห็นเรา เราว่าหาดเล็กในรีสอร์ทน่าเล่นมากที่สุดสวย คลื่นไม่แรงด้วย สรุปก็คือแฟนก็บอกดีมากที่เลือกที่นี่เพราะหาดสวย
เสร็จแล้วก็ไปทานอาหารกลางวัน โหประทับใจอาหารดีมาก อร่อย สดจริงๆ มื้อนึ่งจะเสริฟอาหารห้าอย่าง มื้อแรกมีต้มยำทะเล ปลาทอดแช่น้ำปลา ไข่เจียวกุ้ง ลาบทะเล อีกอย่างจำไม่ได้แล้วละ เติมได้ แต่เราสองคนที่เขาจัดมาให้ก็ทานไม่หมดแล้วค่ะ ให้อาหารอย่างดีจริงๆ คือตอนแรกเราก็ไม่แน่ใจว่าแพคเกจอาหารอาจจะแบบแอบประหยัดนิดนึ่งแต่จริงๆไม่เลยอาหารคุณภาพมากๆ กุ้งใหญ่ สด ปลา ปู อะไรทั้งอย่างใหญ่ สด จาน ชามร้อนก็เกรดดี การจัดตกแต่งอาหารก็แบบโรงแรมห้าดาวเลยละ บริการดีมากๆ เสร็จแล้วมีผลไม้สดให้ทานอีก ประมาณสีีโมงเย็นก็มานั่งกินของว่างอีกมีกล้วยหอมทอดกับไอศครีม สุดยอด กินทั้งวัน
จริงๆทริปรวมพาเที่ยวทั่วเกาะ แต่ก็มีออปชั่นคือจะขับมอเตอร์ไซต์เองก็ได้ เราก็เลยเลือกขับมอเตอร์ไซต์กันเอง รถใหม่เลยก็ขับไม่ยาก ทางก็โอเคไม่หลง ก็ขับไปน้ำตกคลองเจ้า แต่รถไปไม่ถึงต้องเดินเท้าต่อพอสมควร ก็น้ำตกก็สวยดี แต่เราไม่ได้ตื่นเต้นอะไร ขี้เกียจเล่นก็ขับรถต่อไป มาเจอคลองเจ้าซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมกับทะเล สวยดีน้ำใสพอควรต้นไม้ น้ำเขียวมรกต ตรงนั้นก็จะมีอเวย์ รีสอร์ท ซึ่งติดกับคลองเจ้า เลยเห็นคนพักเยอะพอควร พายเรือคายัคกันหลายลำ ขับไปอีกนิดเป็นหาดคลองเจ้าก็จะมี รีสอร์ทอื่นๆเช่น ปีเตอร์แพน ทิงเกอร์เบล ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันกับกัปตันฮุค ตรวนี้รีสอร์ทจะติดหาด แต่เราว่าหาดสวยสู้ตรงรีสอร์ทเราไม่ได้ เพราะหน้่หาดสั้นๆ แล้วคลื่นก็แรงกว่า แต่รวมๆก็สวยดี
จริงๆระหว่างทางก็จะมีเกสเฮ้าส์ รีสอร์ทเล็ๆอื่นๆที่อาจไม่ค่อยได้ยินชื่อ แล้วก็โฮมสเต ของชาวบ้าน มีร้านอาหารของชาวบ้านบ้าง ร้านขายของชำ ก็ไม่ไดเปลี่ยวหรือเงียบเหงามากนัก แต่ก็ยังเป็นธรรมชาติ ดูเดิมอยู่มาก ซึ่งเราถือว่าเป็นข้อดีของที่นี่ ขับได้ไม่นานก็เริ่มขี้เกียจเพราะอยากเล่นน้ำก็กลับมาที่รีสอร์ทมาพายเรือเล่น อุปกรณ์เรือคายัค อะไรต่างๆฟรีอยู่แล้ว รวมมีน้ำดื่ม ผ้าเช็ดตัวอะไรต่างๆเสื่อ โน่นนี่ที่หน้าหาดบริการ อย่างที่บอกที่นี่น้ำใสมาก สะอาด สวยไม่แพ้ทะเลทางภาคใต้จริงๆละ แล้วก็ยังเป็นธรรมชาตอยู่มากๆเลย ว่ายน้ำเสร็จอาบน้ำก็ทานอาหารเย็นก็เช่นเคยอาหารทะเลสดๆ กินกันอิ่มแปล้เช่นเคย ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง เป็นอย่างนี้ทั้งสองคืนคือกินอาหารทะเลกันจนเบื่อเลยละ แต่ที่ประทับใจคือบริการพนักงานบริการดีมาก สุภาพ ดูแล้วเทรนมาดี ลืมบอกไปฌานตาแขกส่วนมากจะเป็นคนยุโรปพวกสวีเดน ฝรั่งเศสจะมีเรา แล้วก็อีกคู่หนึ่งที่เป็นคนไทยนอกนั้นฝรั่งหมด แต่ฝรั่งเค้าจะไม่ได้แบบซื้อแพคเกจแบบเรา แล้วก็พักกันยาว ไม่รู้เพราะแขกฝรั่งเยอะรึป่าวเลยรู้สึกว่าบริการ เครื่องมือ จานชาม อาหารอะไรต่างๆดูได้มาตรฐานดีมากๆเลย เพราะที่ผ่านไปรีสอร์ทอื่นพวกอเวย์หรือกัปตันฮุ๊คส่วนมากจะเป็นลูกค้าไทย แบบมากลุ่มใหญ่ๆ
วันที่สองจริงๆแล้วต้องไปดำน้ำแต่โชคร้ายคือลมแรงๆเรืออกไม่ได้ ทางรีสอร์ทเลยให้ทางเลือกว่าจะเอาเงินส่วนนี้คืนหรือจะนวดไทย เรากับแฟนก็เลยเอานวดแทนก็ได้นวดไทยกันตรงศาลาริมๆทะเลคนละหนึ่งชั่วโมงก็สบายๆดี ตัวไม่ดำด้วย สุดท้ายวันกลับ อย่างที่บอกฌานตาไม่มีเรือเร็วของตัวเอง ทำให้วุ่นวายนิดนึงเพราะขากลับลมแรงมากด้วย เรือที่ใช้ขามาเขาไม่ออก สุดท้ายเขาก็จัดให้เรากลับกับเรือของกัปตันฮุ๊ค ก็นั่งรถจากรีสอร์ทเราไปกับตันฮุ๊ค เจ้าหน้าที่ีสอร์ทก็มาส่งนั่งคุยกัน เกี่ยวกับรีสอร์ทโน่นนี่ น้องที่รีสอร์ทก็น่าักไม่มีโจมตีรีสอร์ทอื่นๆ เขาบอกก็ดี คล้ายๆกัน อาหารการกิน ที่พักแต่ละทีไม่ต่างกันมาก เรือของกัปตันฮุ๊คใหญ่ทีเดียวคนเต็มเรือ คนไทยทั้งหมด แต่เราว่าเรือขามาจะใหม่กว่านะ กัปตันฮุคก็เป็นรีสอร์ทที่ดังที่สุดในหมู่คนไทยละมั้ง เนื่องจากเรามาที่หลังที่นั่งตรงด้านหลังเรือเต็มแล้วต้องนั่งด้านหน้าๆสุด เรือออกได้ไม่ไกล เรารู้สึกเลยว่านั่งข้างหน้ามันทรมานมากเพราะมันจะกระแทกแรงตลอด ยิ่งวันนั้นลมแรง คลื่นแรงด้วย ทรมาน บวกน่ากลัว ต้องนอมรับว่าขากลับน่ากลัวกว่าขามาอีก เรือลอยแล้วก็กระแทกตลอด ผู้หญิงร้องวี๊ดกันเป็นแถว มีเด็กเล็กด้วย ต้อหาที่ข้างหลังให้เด็กย้ายเพราะมันไม่ไหวจริง ๆ สู้สึกที่โชคดีที่สุดร้ายก็รอดมาได้ มันดูเสี่ยงอยู่ทีเดียว
แฟนเรากลับมาหลัง ทั้งคอปวดไปหมด ดังนั้ถ้าใครจะไปเกาะกูดขอให้เช็คสภาพอากาศดีๆไม่งั้นต้องนั่งทรมานในเรือเป็ันชั่วโมง สุดท้ายขับรถกลับกรุงเทพทางมอเตอร์เวย์เสียไปเก้าสิบบาท ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง
สุดท้ายเราเกาะกูดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักทะเลที่ชอบความสงบ เป็นธรรมชาติ อาหารทะเลสดๆ บริการดีๆ เราว่าน่ามา เราเองอยากกลับไปอีกครั้ง แต่ประสบการณ์นั่งเรือไปกลับที่ค่อนข้างน่ากลัว ทำให้เราลังเลนิดนึง
ปล.มีปัญหากับการอัพโหลดรูปค่ะ จริงๆถ่ายรูปมาเยอะเลยเดี๋ยวยังไงจะลองอัพโหลดดูอีกที












