Archive for the 'travel' Category

ลาสเวกัส ภาค 2 Casio Hotel in Las Vegas

plew November 11th, 2008


อากาศที่ลาสเวกัสร้อนมาก แต่ร้อนแห้ง ไม่เหมือนบ้านเรา จริงๆคิดว่าร้อนกว่าบ้านเราแต่มันร้อนแบบไม่เหนอะหนะ แต่จะรู้สึกว่าเหมือนมีเตาไฟอยู่รอบๆตัว เดินไม่นานจะรู้สึกว่ากระหายน้ำมาก มากกว่าปกติ คอจะแห้งตลอด แนะนำว่ามีน้ำเปล่าติดไว้ บางทีมันรู้สึกว่ามันแห้งมากๆ ก็แห้งจริงๆ อยู่กลางทะเลทรายชัดๆ ของจริง ถ้าบินมาจะเห็นเลยว่ารอบๆเมืองมันทะเลทรายแล้งๆไม่มีอะไร อยูดีก็มามีแสงสีอยู่กลางทะเลทราย Amazing จริงๆ ยอมรับ
Lasvegas

จริงๆสิ่งที่ทำให้ที่นี่มันสวย มันน่าสนใจก็คือบรรดา casino Hotel ทั้งหลายที่เรียงรายตลอดสาย เพราะแต่ละที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง สวยทุกที ใหญ่ทุกที่ หรูๆทั้งนั้น ที่สำคัญความหรูระดับนี้แต่ราคาค่าห้องต่อคืนถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ เพราะเขาทำให้ราคามันถูกคนจะได้มาพักและเสียเล่นการพนัน ซึ่งเป็นรายได้ที่เขาต้องการจริงๆ โรงแรมที่เราพักคือ Mandaley Bay Las Vegas โรงแรมนี้อยู่หัวๆถนนเลย ตึกใหญ่สีทอง จุดเด่นคือมีสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุด น้องๆสวนสยามเลยละ คือมีทะเลเทียม มีน้ำวน และสระธรรมดาอีกสี่สระได้ โรงแรมด้านในหรูมาก ห้องที่พักก็หรูและใหญ่ วิวสวย ห้องที่เราพักโชคดีมากได้ห้องตรงมุมตึกด้านที่หันเข้าไปในถนนเมนของลาสเวกัส จากวิวที่ห้องพักจะมองเห็นถนนทั้งสายเห็นโรงแรมต่างๆเรียงเป็นแนวยาว ยิ่งกลางคืนสวยมาก และหน้าต่างเป็นกระจกเพดานถึงพื้นเลยเห็นวิวเต็มๆ แค่คืนละ 150 เหรียญ ราคานี้ถ้าไปที่อื่นห้องระดับนี้โรงแรมหรูขนาดนี้ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยเหรียญ เทวีจอแบนขนาดใหญ่ ห้องน้ำ ทุกอย่างหรู ห้องใหญ่ ตรงนี้เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้คนมาเที่ยวเพราะค่าห้องถูก แต่ดันไปเสียเงินกันเยอะเพราะเสียพนัน
mandalay bay las vegas

โรงแรมอย่างที่บอกเยอะมากและน่าสนใจเกือบทุกที่ จะลองยกตัวอย่างที่ตัวเองชอบและคิดว่าเด่นๆ เป็นข้อมูล
MGM Grand ก่อนเลยโรงแรมนี้จริงๆเป็นเครือใหญ่ หลายๆโรงแรมก็เป็นโรงแรมในเครือนี้ เช่น New York, Mirage, Mandaley Bay MGM Grand อยู่หัวถนน ตรงข้ามกับ New York สัญลักษณ์เด่นก็คือสิงโตหน้าโรงแรม ถ้ามาที่นี่ต้องเข้าไปดูสิงโตจริงๆในโรงแรม มีอยู่สามตัวอยู่ในห้องกระจก เรียกว่าได้ดูสิงโตกันใกล้ๆชัดๆมากกว่าสวนสัตว์ทั่วไปอีก
มาที่ฝั่งตรงข้ามคือ New York จุดเด่นคือเทพีเสรีภาพจำลอง และมีรถไฟเหาะตีลังกาอยู่บนสุดของตึก น่ากลัวดี สูงแต่ตัวเองไม่ได้ลอง ข้างในก็พยายามแต่งให่เหมือนนิวยอร์ก แต่สวนตัวไม่ค่อยชอบที่นี่เท่าไร ดูมันเก่าๆและไม่สวย ถ่านรูปข้างนอกดีกว่า ต่อมาก็คงหนีไม่พ้นตึกปิระมิด หรือโรงแรม Luxor Las Vegas อาคารเลียนแบบปิระมิดของอียิปต์ เป็นกระจกสีดำ ข้างในก็ตกแต่งแบบอียิปต์มีพวก สฟริงและฟาร์โร ข้างในสวยดีน่าถ่ายรูป มีพิพิธภัณฑ์ย่อมๆเกี่ยวกับฟาร์โรด้วยแต่ตอนไป ดันปิดปรับปรุง ที่นี่ค่อนข้างเก่าและเล็กเมื่อเทียบกับโรงแรมอื่นๆ แต่ก็แปลกตาดี

ขอข้ามไปโรงแรมย่านกึ่งกลางถนน ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ค่อนข้างหนาแน่นของเวกัส เพราะมีโรงแรมสวยๆดังๆเยอะบริเวณนี้ เริ่มที่โรงแรมที่เราชอบมากที่สุด ถ้าเป็นไปได้คราวหน้ามาเที่ยวเวกัสอีกขอพักที่นี่ คือ Paris ต้องบอกว่าในความคิดตัวเองเดินดูเรียกว่าเกือบจะครบทุกที่ชอบที่นี่มากที่สุด ตั้งแต่ข้างนอกสวยมาก หอไอเฟิล จำลองซึ่งสามารถขึ้นไปชมวิวได้และมีร้านอาหารอยู่บนหอคอยด้วย แต่เราไม่ได้กินหรอกแพง ตึกอาคารทั้งหมดแค่ภายนอกสวยมากๆ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย เหมือนได้มาฝรั่งเศสเลย เข้าไปข้างในยิ่งโหเขาทำข้างในเป็นแบบเหมือนเราเดินกลางแจ้งในปารีส เพดานเป็นท้องฟ้า จำลองตึกอาคาร แบบฝรั่งเศส น่ารักมาก ล๊อบบี้สวย หรูมากๆ ที่สำคัญห้ามพลาดคือต้องมากินเครปแบบฝรั่งเศส อร่อยและทำสดๆทีละแผ่น ต้องรอนานสักนิดแต่คุ้ม น่าถ่ายรูปทั้งข้างนอกข้างในเลย

โรงแรม คาสิโนที่นี่หลายที่แต่งเป็นสไตล์อิตาลี เริ่มที่แรกที่เราชอบมากๆลองจากปารีสคือ Venetian ที่นี่จำลองเมือง Venice ของอิตาลี จริงๆที่นี่น่าจะเป็นโรงแรมที่ใหญ่มากและสวยมาก ทั้งข้างนอกข้างใน ข้างในคล้ายกับปารีสคือเพดานทำเป็นท้องฟ้าในตอนกลางวัน ตลกดีตอนเข้าไปโรงแรมมันมืดแล้วข้างนอกมันมืดแต่พอเข้าไปในโรงแรมกลายเป็นกลางวัน ที่นี่มีบริการล่องเรือ ที่ทำเลียนแบบ Venice และเรือเขาก็ทำได้สวยมากๆ ร้านค้ามากมาย เหมือนเดินอยู่ในเวนิสจริงๆเลย สวยเดินไปมุมไหนก็อยากถ่ายรูปไปหมด

อีกแห่งที่แต่งแบบอิตาลีคือ Caesars Palace
ที่นี่ข้างนอกก็ใหญ่อลังการณ์แต่ไม่สวยเท่า Venice แต่ข้างในร้านแบรนด์เนมเยอะมาก และก็แตงสไตล์เดียวกับ ปารีสและเวนิส คือเป็นท้องฟ้าและทำอาคารจำลองเหมือนในอิตาลี รวมทั้งจะมีน้ำพุเทวี่จำลอง และรูปปั้นเด่นๆในกรุงโรมจำลองไว้ด้วย ที่แปลกคือคนที่มาเดิน มาพักที่โรงแรมนี้จะแต่งตัวกันเลิศๆสวยๆกว่าโรงแรมอื่น เช่นผู้หญิงจะใส่ชุดเดรส คือดูตั้งใจแต่งตัวกันมากกว่าโรงแรมอื่นๆที่เห็น จริงๆแล้วมีโรงแรมอีกมากมายแต่ยกตัวอย่างที่เด่นที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพ เพราะมันสวยเด่นจริงๆ ที่นี่ถนนตลอดทั้งเส้นสวยงาม ด้วยอาคารหลากหลายสไตล์และแสงไฟยิ่งกว่าสีรุ้งสว่างไสวตลอด Strip บางคนมาเที่ยวที่นี่มาแล้วมาอีกมาคราวนี้มาพักโรงแรมนี้ มาอีกทีอยากพักอีกโรงแรม เพราะโรงแรมมันสวยจริงๆ และแปลกไม่ใช่อะไรก็ มาริออท ฮิลตัน พวกแบรนด์เดิม น่าเบื่อ แต่ที่นี่มันฉีกออกไปเลย มาที่นี่จะแต่งตัวแบบไหนยังไงก็เอากันเต็มที่ หรือจะลากเตาะกางเกงขาสั่นแบบสบายๆก็ไม่มีใครว่าได้ทั้งสองแบบ ขอย้ำว่าถ้าจะมาที่นี่ไม่ต้องมากับทัวร์หรอกเที่ยวเองสบายๆ และต้องยอมรับว่ามันตระการตาสมคำล่ำลือจริงๆ ไม่ผิดหวัง เพราะตัวเองไม้ได้เล่นการพนันและไม่ชอบ แต่แค่ดูวิว ดูคน ดูตึก ถ่ายรูปก็คุ้มแล้ว


อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ลาสเวกัส Las Vegas

plew November 7th, 2008

Las Vegas

Las Vegas สำหรับหลายๆคนที่คิดถึงอเมริกา ลาสเวกัส Las Vegas แน่นอนเป็นเมืองหรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังลำดับต้นๆ ของอเมริกาที่คนทั่วโลกซึ่งรวมทั้งคนไทยอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่ง ตัวเองได้มีโอกาศไปเที่ยวที่ลาสเวกัสเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี 2007 ซึ่งจริงๆก็ไปฉลองครบรอบแต่งงานปีแรกด้วยแหละ ก่อนที่จะลืมรายละเอียดต่างๆซะก่อนก็อยากแชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนที่สนใจอยากไปเที่ยวที่ Vegas หรือเพื่อนที่ต้องการทราบข้อมูลการท่องเที่ยวที่ Vegas
ตัวเองอาจแปลกๆนิดนึงเพราะอยู่อเมริกาอยู่แล้ว ตอนไปที่นั่นก็บินไปจากซานฟรานซิสโกโดยสายการบิน South West Airline ใช้เวลารวมเกือบสี่ชั่วโมง จริงๆจะบอกว่าเซ็งมากเพราะจริงๆ ตอนเราจองตั๋วเราจองบินตรงจากซานฟรานซิสโกไปลาสเวกัส แต่เอาจริงๆดันมาหยุดที่แอลเอก่อน ทำให้ใช้เวลามากกว่าปกติ เพราะปกติบินจากซานฟรานไปเวกัสแค่สองชั่วโมง แถมเครื่องดีเลย์อีกต่างหาก รวมเวลาทั้งหมดเกือบหกชั่วโมง เซ็งมาก..อาหารบนเครื่องก็ไม่เสริฟมีแต่น้ำถ้าหิวก็ต้องจ่ายเงินซื้อเพิ่มอีกคนละประมาณสิบเหรียญ อาหารก็แบบห่วยมาก ต้องขอบอกว่าสายการบินในประเทศของอเมริกานี่แย่ทุกสายจริงๆ ตอนนี้แย่กว่าเดิมถ้ามีกระเป๋าที่โหลดลงเครื่องจ่ายเงินเพิ่มอีกใบละประมาณสิบห้าหรือยี่สิบห้านี่แหละจำตัวเลขไม่ได้ เขี้ยวสุดๆ
South West Airline
ไปถึงสนามบินที่ Las Vegas สนามบินเขาก็ประมาณมีโฆษณาเกี่ยวกับคาสิโน และ slot Machine เยอะ ก็สมกับเป็นแหล่งคาสิโนใหญ่ของโลกเริ่มกันตั้งแต่สนามบินเลย ออกมาก็นั่งแท็กซี่มาโรงแรม ค่าแท็กซี่ประมาณห้าสิบเหรียญบวกทิปไปอีกยี่สิบเปอร์เซ็น ไปถึงโรงแรมก็หกโมงเย็นได้ แว๊ปแรกที่เห็นถนนสายหลักของ Las Vegas ที่เรียกกันว่า Strip บอกตรงๆว่า ตื่นตาตื่นใจดีจริงๆ .. จริงๆถนนสายหลักที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม Casino ต่างๆ อยู่บนถนนเส้นเดียว ที่วิ่งตรงๆไปประมาณ 4 ไมล์ หรือประมาณ 6.5 กิโลเมตร เพราะฉนั้นจริงๆไปเที่ยวที่นี่ง่ายมากไม่ต้องกลัวหลง ไม่ต้องซื้อทัวร์ ไปเอง เที่ยวเองได้สบายๆ เพราะมันตรงอย่างเดียว ทุกอย่างอยู่บนถนนเส้นเดียวกันหมด เดินเรื่อยๆไม่รีบสบายๆ จากหัวถนนสุดอีกด้านหนึ่ง โรงแรมดังๆ ย่านที่หนาแน่นก็อยู่ช่วงกลางของถนน แต่จริงๆสวย น่าสนใจตลอดสายนั่นแหละ
Las Vegas Airport
ถามว่าไปลาสเวกัสถ้าไม่เล่นการพนันทำอะไรดี จริงๆแล้วแค่ถ่ายรูปก็คุ้มแล้ว เพราะแสงไฟในยามค่ำคืนที่นี่สวยมากๆจริงๆ โรงแรมแต่ละที่โครตจะใหญ่และมีรูปแบบ theme ที่แตกต่างน่าสนใจ ทุกที ทั้งข้างนอกข้างใน ข้างนอกว่าสวยแล้ว ข้างในนี่หยั่งกะดิสนีย์แลนด์ ทั้งการตกแต่ง ร้านค้าให้ช๊อปมากมาก จะเอาแบรนด์ไหนมีหมด นอกจากนั้นบางโรมแรมจะมีโชว์อีกด้วย อันนี้คือโชว์ฟรีหน้าโรงแรม เช่น โรงแรม Treasure Island Hotel จะมีโชว์ เรือโจรสลัด ประมาณทั้งร้องทั้งเต้น แสง สีเสียงประมาณนั้น โรงแรมจะมีเวลาบอกว่ามีโชว์เวลาไหนบ้าง ปกติก็มีเฉพาะตอนค่ำลงไปแล้ว นอกจากนั้นถ้าใครชอบแดนซ์ ชอบดื่ม ชอบเมา คงถูกใจที่นี่ เพราะมีบาร์ ร้านนั่งดื่ม หรือจะซื้อเดินดื่มก็ปกติของที่นี่ที่จะเดินไปดื่มไป ที่เดินไปเมาไปก็มีให้เห็นเยอะทีเดียว ดูๆไปก็คล้ายบ้านเราไงก็ไม่รู้ แถมที่นี่มีพวกสาวบริการเยอะ แถมมีพวกใบปลิวโฆษณาประเภทนี้แจกกันดาษดื่นตลอดสาย ก็พูดง่ายถนนสายโลกีย์เราดีๆนี่เอง แต่มันก็สนุกและมีสีสันดี เนื่องจากจริงๆอเมริกาเมืองปกติ สองทุ่มก็กลับบ้านนอน เงียบเหงากันหมดแล้ว แต่ที่นี่เมืองไทยไงงั้น คือไม่มีวันหลับ มันส์กันได้ทั้งคืน

นอกจากโชว์ฟรีๆ แล้ว ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องโชว์จากศิลปินดังๆ ทั้งนักร้อง นักมายากล มวย และอื่นๆ ที่มักเปิดการแสดงที่นี่ ทริปนี้เราก็ได้เสียตังค์ดู เดวิด คอปเปอร์ฟิล David Copper Field แสดงมายากลที่โรงแรม MGM Grand Las Vegas กับเขาด้วยค่าตั๋ว 100 เหรียญ ต่อคน แต่ก็ไม่แพงนะ เพราะใกล้มากๆ เพราะห้องไม่ใหญ่ แถมพี่แกเดินมาสัมผัสคนดูอย่างใกล้ชิดมากๆ นี่ขนาดโชว์ย่อมๆ ก็ต้องบอกว่า มันทำได้ไงเนี่ย งง เจ้าผิดไม่ได้เลยอะ โรงแรมอื่นๆก็จะมีรายการโชว์ต่างๆกันไป ถ้ามีตังค์ก็มีให้เลือกเยอะมากมาย

มาว่าเรื่องกินๆกันบ้าง มาที่นี่เขาฮิตกินบุฟเฟ่กัน เกือบทุกโรงแรมจะมีบุฟเฟ ราคาก็ต่างกันตามคุณภาพและความหรู ร้านอาหารปกติมีให้เลือกมากมาย ทุกธรงแรมใหญ่จะมีร้านอาหารมากมาย ทั้งถูกทั้งแพง จริงๆถ้าคนกลัวร้อนใช้ชีวิตแค่ในโรงแรมที่ตัวเองอยู่เล่นการพนัน ว่ายน้ำ ช๊อปปิ้ง ดูโชว์ ถ่ายรูปก็ถือว่าโอเคแล้ว แต่แนะนำว่าออกมาเดินเหอะสนุกดี
จริงๆถ้าขี้เกียจเดินที่นี่เขาก็มีรถไฟฟ้าบริการ เที่ยวละประมาณห้าเหรียญกี่สถานีก็ห้าเหรียญ แต่ถ้าคิดว่าเดินทางไปโน่นไปนี่หลายเที่ยวซื้อเป็นตั๋ววันจะคุ้มกว่า จำราคาไม่ได้ว่าเท่าไร รถไฟฟ้า จะจอดตามโรงแรมหลักๆ แพราะจริงๆแต่ละแห่งโรงแรมมันก็ติดๆเชื่อมๆกันอยู่แล้วสะดวกมากทีเดียว ถ้าขี้เกียจเดิน และนำว่าถ้าอยากเห็นภาพรวมๆของที่นี่ก่อนว่ามีอะไรมั่งก็นั่งรถไฟสักเที่ยว แล้วค่อยเดินไปจุดที่เราสนใจอีกทีก็ได้


คลิกดูภาพถ่ายที่ las Vegas

ไปเที่ยวฮาวายกันต่อ Honeymoon in Hawaii Continued

plew April 23rd, 2008



maui hawaii
ดูภาพถ่ายที่ฮาวาย


ฮาวายยังไม่จบค่ะ มาเล่าให้ฟังต่อ ฮาวายไม่ได้มีแค่ไวกิกิ ฮอนโนลูลู วันนี้จะพาไปเที่ยวที่เกาะเมาวี Muai ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงเกาะหนึ่งของฮาวาย มีหาดทรายที่สวยงาม โลกใต้ทะเลหลากสีสัน รวมทั้งน้ำตก ภูเขา เรียกว่ามาที่นี่เที่ยวได้ครบทุกรสชาติเลยทีเดียว

จากซานฟรานซิสโกสามารถบินตรงมาที่เมาวีได้เลย แต่ถ้าจากบ้านเราคงต้องไปลงที่ฮอนโนลูลู แล้วต่อเครื่องมาที่นี่อีกต่อ เมาวีต่างจาก โอฮาอุ หรือไวกิกิมากพอสมควร เพราะที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบกว่ามาก มีความเป็นธรรมชาติ ไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่ได้เงียบเหงาจนวังเวง สำหรับตัวเองแล้วคิดว่าเป็นที่ที่ลงตัวสำหรับการพักผ่อนเลยทีเดียว เพราะไม่วุ่นวายในขณะเดียวกันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

มาที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมายทั้งเล่นน้ำ ว่ายน้ำทะเล ทะเลที่นี่สะอาด หาดทรายสวยงาม สำหรับคนที่ชื่นชอบในโลกใต้ทะเลแล้วที่นี่ถือว่าเหมาะมาก ทั้งการดำน้ำตื้นและน้ำลึก มีทั้งประการัง ปลาหลากสี เต่าทะเล ที่นี่มีจุดที่สามารถดำน้ำตื้นหลายจุดทีเดียว แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ฟังดีกว่า

หาดคานาปาลี Kanapali Beach ที่นี่ถือเป็นที่ที่ตัวเองประทับใจที่สุดก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีหาดทรายสวย น้ำทะเลสะอาด มีโรงแรมระดับห้าดาวเกือบทั้งหมดเรียงรายตลอดหาด แต่ที่ชอบคือเขาจะมีทางเดินเลียบตลอดหาด สามารถเดินเล่นได้สบาย ผ่านโรงแรมต่างๆ และไปจบที่แหล่งช๊อปปิ้ง และร้านอาหารมากมาย นอกจากมีหาดที่สวยแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดที่สามารถดำน้ำตื่นได้อีกด้วย เพียงว่ายน้ำออกจากหาดบริเวณโรงแรมเชอราตัน ซึ่งบริเวณนั้นเรียกกันว่า Black Rock ก็จะพบกับฝูงปลาหลากสี เต่าทะเล ทั้งที่ไม่ได้ไกลจากฝั่งมากเลย เชอราตันจึงถือเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดบนหาดนี้ เพราะทำเลที่ดีนั่นเอง

อีกที่หนึ่งที่ชอบมากๆคือบิ๊กบีช Big Beach ที่นี่ใหญ่สมชื่อจริงๆ ที่นี่เป็นหาดธรรมชาติไม่มีโรงแรมต้องขับรถมาแล้วขับกลับ แต่คุ้มที่จะมา เพราะหาดทรายยาว กว้าง สะอาด เบื้องหลังเป็นภูเขาสวยมาก น้ำทะเลหลากสี สะอาด เล่นน้ำทะเลที่นี่ขอบอกว่ามันส์มาก เพราะคลื่นแรงเอามากๆ ไม่ค่อยเหมาะกับเด็กเล็ก ตัวเองโดนซัดจนตีลังกาหลายตลบ ก้นกระแทกพื้นเขียวเป็นจ้ำ แต่ก็สนุกดี ไม่เคยเจอคลื่นแรงแบบนี้มาก่อนในชีวิต ที่นี่เหมาะกับการเล่นเสริฟ เล่นบอร์ด

คราวนี้ไปเที่ยวถูเขา ไปเที่ยวน้ำตกกันบ้าง ไปที่ฮานา Hana จุดเด่นของฮานา จริงๆไม่ได้อยู่ที่ปลายทางแต่มันสนุกระหว่างการเดินทาง ระหว่างการขับรถไปนั่นเอง เพราะจากถนนหลักขับไปฮานา ซึ่งอยู่บนภูเขา ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง ถนนแคบและขดเคี้ยว บางจุดดูหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน แต่สามชั่วโมงในการขับรถมันไม่น่าเบื่อ เพราะตลอดทางมีธรรมชาติสวยๆให้ดูตลอดทาง ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ป่าแปลก น้ำตก ลำธาร ทะเล หน้าผา ฟังดูอาจธรรมดา แต่ขอบอกว่ามันสวยจริงๆ มันธรรมชาติมากๆ ร่มตลอดทาง จุดหมายปลายทางคือน้ำตกเจ็ดชั้น ซึ่งเชื่อมต่อกับทะเล ขอบอกว่าสวยจริงๆ

อีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือการขับรถขึ้นไปบนยอดเขา เฮเลคาลา Haleakala ซึ่งเคยเป็นภูเขาไฟแต่ตอนนี้สงบแล้ว จากถนนหลักขับขึ้นไปใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ไกลเอาการ เพราะขับขึ้นยอดเขา สำหรับที่นี่เล่นเอาใจหายใจคว่ำเพราะน้ำมันในถังริบหรี่เหลือเกิน และข้างบนไม่มีปั๊มน้ำมันซักทีเดียว แต่สุดท้ายก็ไปถึง ระหว่างทางอาจน่าเบื้อเพราะไม่มีอะไรให้ดูมากนัก แต่พอไปถึงบนยอดก็ถือว่าคุ้มเพราะสวย สูงเทียมเมฆเลยทีเดียว

นอกจากสถานที่ที่เล่ามาเมาวียังมีหาดสวยๆอีกมากมาย รวมทั้งแหล่งช๊อปแหล่งกินน่ารักๆ เช่นที่ ลาไฮนา Lahina หรือการนั่งเรือออกไปดำน้ำที่โมโลกีนี ซึ่งเป็นจุดดำน้ำซึ่งถือว่าดังที่สุดเพราะน้ำใสมากๆ และมีปลา ประการังมากมาย รวมทั้งเต่าทะเล แต่ต้องซื้อทัวร์เพิ่ม คนละประมาณร้อยเหรียญ แพงเอาการ

สำหรับตัวเองแล้วต้องบอกว่าโชคดีจริงๆที่ได้มาฮันนีมูนที่นี่ โรงแรมดี ทะเลสวย ปลาก็น่ารัก อากาศดีไม่ร้อนไม่หนาว แต่ถ้าถามอีกทีว่าถ้าเทียบกับทะเลบ้านเราละ อือ ยังไงก็ยงคิดว่าไปเที่ยวเมืองไทยเราดีกว่า สวยพอๆกัน แต่ที่สำคัญบ้านเราถูกกว่าหลายเท่าตัว ใช้ที่นี่สามอาทิตย์อาจอยู่เมืองไทยได้เกือบปี
ที่สำคัญไม่มีที่ไหนอาหารอร่อยเท่าเมืองไทยเราอีกแล้ว ขอให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ความเป็นธรรมชาติ เราสู้เขาได้สบาย

อ่านเรืื่องที่เกี่ยวข้อง
ฮันนีมูนที่ฮาวาย Honey moon Trip in Hawaii

หาดไวกิกิ ฮาวาย Waikiki Beach Hawaii

There are so many reasons why Hawaii turns up as No. 1 on the list of top destinations for honeymooners year after year. For one thing, once you get outside crowded, touristy Waikiki, it’s absolutely beautiful. Serene.

The air is filled with the fragrance of exotic tropical flowers, such as plumeria. Thick banyan trees gracefully drop their branches to the ground, and grow upwards from there. The water is a pristine turquoise blue. The beaches are immaculate, and uncrowded.

And you can try out just about any water sport you ever imagined. After all, surfing began here.

หาดไวกิกิ ฮาวาย Waikiki Beach Hawaii

plew April 22nd, 2008


Hawaii Flag
ดูรูปถ่ายที่ฮาวายคลิก

Waikiki ถือว่าเป็นหาดที่สวยมากหาดหนึ่งเท่าที่เคยไปมา ก็จริงที่เคยไปก็เมืองไทยเรานี่แหละ ถ้าถามว่ามันสวยกว่าทะเลบ้านเราไม๊ จริงแล้วก็ต้องบอกก็สูสีกันนะ ทะเลเมืองไทยเราก็ไม่ด้อยกว่าใคร แว็ปแรกที่ไวกิกินึกว่ามันคล้ายๆพัทยาบ้านเราเหมือนกันเพราะที่นี่คนเยอะ พลุกพล่าน ร้านรวง มากมาก คือเป็นหาดที่คนเยอะ ไม่ได้สงบเป็นธรรมชาติ มีความเป็นเมืองสูง ตึกใหญ่ โรงแรมขึ้นเต็มตลอดถนนเลียบหาด แต่ที่ทำให้ที่นี่มันดีกว่าพัทยาบ้านเราก็น่าจะเพราะมันไม่มีคลับมีบาร์ เยอะแยะแบบบ้านเรา ส่วนใหญ่ก็ร้านขายของเสียผ้า ร้านอาหาร มันไม่ดูโลกีย์แบบพัทยา คือดูมีคลาสกว่างั้นเหอะ
การเดินทาง การคมนาคมในตัวเมืองฮอนโนลูลู ถือว่าใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องขับรถหรือเช่ารถ จากสนามบินสามารถใช้บริการชัตเตอร์บัส ตรงมาที่โรงแรมหรือที่พักได้เลย ราคาก็อยู่คนละสิบเหรียญ ถูกกกว่านั่งแท็กซี่แน่ๆ จะเดินทางจากหาดไปตัวเมืองก็สมารถใช้บริการรถเมล์ หรือรถรถคล้ายๆสองแถวบ้านเราได้ แต่สองแถวที่ว่าบางคันรับส่งเฉพาะคนที่มีบัตรเครดิต JBC แแต่ถ้ารอรถเมล์อาจต้องใจเย็นนิดนึงเพราะรอนานพอสมควร จริงๆแล้วถ้าไปเที่ยวที่ไวกิกิก็ไม่จำเป็นต้องนั่งรถเข้าไปในเมือง เพราะในเมืองก็ไม่มีอะไรก็ตึกอาคารปกติ ไม่ต่างจากกรุงเทพ ถ้าเทียบกันกรุงเทพก็ใหญ่กว่าเยอะ ที่ไวกิกิมีเกือบทุกอย่างทั้งร้านอาหารหรูๆ ฟาสฟู้ด สวนอหารแบบไม่แพงนัก ร้านแบรนด์เนมดังๆ แพงๆ ห้างสรรสินค้า ตลาดนัดกลางแจ้งคล้ายๆจตุจักร แต่เล็กกว่าจตุจักรเยอะ คือมีครบว่างั้นเหอะ โดยเฉพาะของแบรนเนมเนี่ยเยอะมาก หลุยส์วิตองเนี่ย มีแทบจะทุกๆสองบล็อก อาจเป็นเพราะว่าคนที่มาเที่ยวที่นี่ได้ต้องมีเงินพอสมควร คนจนไม่มีสิทธิว่างั้นเหอะ เลยทำให้มีของหรูๆ แพงๆขายกันเยอะเหลือเกิน

อย่างที่บอกว่าฮาวายมันใกล้ญี่ปุ่นมาก ที่ไวกิกิ จึงมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเยอะมาก เยอะกว่าฝรั่งอีก ซญี่ปุ่นอย่างที่รู้กันว่าเป็นชาติที่รวย มีเงิน ถ้าเทียบกับคนอเมริกันแล้วคนญี่ปุ่นรวยกว่า สำหรับคนอเมริกันมาฮาวายถือว่าแพงเอาการ แต่คนญี่ปุ่นแล้วถือว่าเด็กๆ ถูกๆ เพราะฉะนั้นมาที่นี่ ร้านรวง โรงแรม รถโดยสาย จะมีป้ายสองภาษาคืออังกฤษและญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเยอะจริงๆ ซื้อของแบรนเนมกันอย่างกับซื้อของเล่น ไปไหนมาไหน ป้ายภาษาญี่ปุ่นหลา แถมมีชัตเตอร์บัสบริการเฉพาะคนถือบัตรเครดิตญี่ปุ่นอีกต่างหาก

อาหารการกินที่นี่ก็แพงเอาการ อาหารแบบถูกๆก็ไม่ต่ำกว่าเจ็ดเหรียญ ถ้าไม่นับรวมแมคโดนัล ถ้าจะ
ช๊อปปิ้งไม่ต้องพูดถึง แพงกว่าบ้านเราเยอะ สไตล์เสื้อผ้าแบบบ้านเราเลย แต่แพงกว่าเยอะ บ้านเราสวยๆถูกๆกว่าจม มีวันนึงอยากกินน้ำมะพร้าวแฟนก็สั่งให้ลูกหนึ่ง มะพร้าวที่นี่ราคาเจ็ดเหรียญ แถมไม่หวานเอาวะเลย แก่เนื้องี้แข็งโป๊ก บ้านเรามะพร้าวแบบนี้เอาไว้แกงเท่านั้นแหละ น้ำเปรี้ยว ซื้อเมืองไทยสิบบาท แถมอร่อยกว่าจม อาหารด้วยแล้วเทียบเมืองไทยไม่ติดฝุ่น ทั้งแพงและไม่ได้เรื่อง

อ้าวแล้วตกลงฮาวาย ไวกิกิมันดียังไงละ อืออย่างที่บอกไวกิกิ มันคนเยอะ มันเจริญมาก จริงๆฮาวายมีหาดสวยๆกว่าไวกิกิเยอะแต่คนไม่รู้จัก ไวกิกิ ไม่สะอาดนัก มีขยะลอยให้เห็น แต่ถ้าเปรียบเทียบกับทะเลบ้านเรา อาจดีกว่าตรงที่อากาศที่นี่มันไม่ร้อนเท่าบ้านเรา อากาศเขาดีกว่า ไม่ร้อนเกิน สบายๆ ทะเลที่นี่คลื่นแรงมากถึงมากที่สุด บ้านเราเทียบไม่ได้ ที่นี่จึงเหมาะสำหรับเสริฟบอร์ด คลื่นแรงจริงๆ มาที่นี่ใครสนใจอยากฝึกเสริฟเขาก็มีสอนกันพร้อมอุปกรณ์ อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่มันสวยคงเป็นเพราะสีของน้ำทะเล สวย ดูมีหลากสี เขียว เหลือง ฟ้า ผสมกัน ดูมีมิติกว่าสีทะเลบ้านเรา เวลาถ่ายรูปออกมาสะสวยมาก อาจเพราะมันเป็นเกาะที่อยู่กลางมหาสมุทรรึป่าวก็ไม่รู้

อีกจุดที่ถือเป็นจุดเด่นของไวกิกิคือทัศนียภาพในยามค่ำคือ จะมีจุดหนึ่งเรียกว่า Diamond Head ถ้าถ่ายภาพจากจุดนั้นในตอนกลางคืนที่อาคารต่างๆเปิดไฟ จะไดวิวที่สวยเอามากของไวกิกิเพราะหาดโค้งเสี้ยวพระจันทร์และได้ภาพตึกที่มีแสงไฟระยิบระยับทอดตัวเป็นแนวโค้งขนานกับหาด

สรุปแล้วไวกิกิถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม และสะดวกสบาย แต่ไม่เหมาะกับการพักผ่อนที่ต้องการความสงบ เป็นส่วนตัว ถ้าเทียบกับทะเลบ้านเรา แนะนำว่าเที่ยวทะเลบ้านเราดีกว่าสวยพอๆกัน แต่โครตถูกกว่าเยอะเลยค่ะ แต่ถ้ามีตังค์และอยกเปิดหูเปิดตาก็ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่เดียวและไม่ไกลจากเมืองไทยมากนักค่ะ


Waikiki (Hawaiian Waikīkī pronounced [ʋaikiːkiː]) is a neighborhood of Honolulu, in the City & County of Honolulu, on the south shore of the island of Oahu, Hawaii. Waikiki Beach is the shoreline fronting Waikiki and one of the best known beaches in the world.

The neighborhood extends from the Ala Wai Canal (a channel dug to drain former wetlands) on the west and north, to Diamond Head (Lēʻahi) on the east. The name means spouting fresh water in Hawaiian for springs and streams that fed wetlands that once separated Waikiki from the interior. Waikiki has long been a place of relaxation. In particular, the area was a retreat for Hawaiian royalty in the 1800s.

ฮันนีมูนที่ฮาวาย Honeymoon in Hawaii

plew April 21st, 2008



waikiki beach

ดูภาพที่ฮาวายคลิก


ฮาวาย ฮาวาย สวรรค์บนดิน พุดชื่อนี้ต้องคิดไปถึง หาดทราย สายลม สองเรา อย่างที่เขากล่าวขวัญกันว่าสวรรค์บนดินชัดๆ หลายคนฝันที่จะไปเที่ยวฮาวายกับเขาสักครั้ง ตัวเองก็เช่นกันเมื่อก่อนก็ได้แต่ฟังๆเขาพูด ดูจากรายการท่องเที่ยวตามโทรทัศน์ แต่ไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าไอ้คนจนๆอย่างเรามันจะมีโอกาสไปฮาวงฮาวายอะไรกับเขา

แต่แล้ววันหนึ่งสิ่งที่ไม่เคยฝันมาก่อนมันดันเกิดขึ้นซะงั้นแหละ ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะมีโอกาสไปฮันนีมูนที่ฮาวาย หลังจากกำหนดเรื่องการแต่งงานเรียบร้อยคุณแม่สามีที่สุดน่ารักก็บอกเราสองคนว่า เราจะได้ไปฮันนีมูนที่ฮาวายสามอาทิตย์ โดยคุณแม่จะออกค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมให้ทั้งหมด จำได้แม่นว่าเราเดินทางไปฮาวายในวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2007 และอยู่ที่นั่นสามอาทิตย์

เราเดินทางจากซานฟรานซิสโกไปฮาวาย โดยสายการบิน United Airline ใช้เวลาเดินทางประมาณหกชั่วโมงจากซานฟรานซิสโกถึงฮาวาย เรียกว่าไกลพอสมควรทีเดียว นานกว่าบินจากเมืองไทยไปเมืองจีนซะอีก แถมบนเครื่องไม่มีเสริฟอาหารฟรี ถ้าอยากกินต้องซื้อต้องเสียเงินเพิ่ม เขามีให้แต่เครื่องดื่ม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรางงเพราะที่นี่เขาแปลกไฟท์ในประเทศถึงจะใช้เวลาเดินทางหกชั่วโมงเขาก็ไม่เสริฟอาหาร ต้องซื้อเพิ่มเอาบนเครื่องดูมันงกๆไงก้ไม่รู้ ปกติเราบินไปฮ่องกง แค่สามชัวโมงเขายังเสริฟเลย แต่สายการบินในประเทศที่อเมริกาอย่าหวังว่าจะมีอาหารให้ คาตั๋วจากซานฟรานซิสโกไปฮาวายอยู่ที่ประมาณห้าร้อยเหรียญได้ อันนี้คือไปกลับ

ฮาวาย Hawaii เป็นรัฐหนึ่งของอเมริกา เป็นเกาะประกอบด้วยเกาะหลัก 4 เกาะ คือโอฮาอุ เมาวี บิ๊กไอแลนด์ และ คาไว จริงๆแล้วยังมีเกาะอื่นๆอีกแต่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก พื้นดินเกิดจากลาวาที่เกิดจากภูเขาไฟที่ยังไม่สงบจนทุกวันนี้ จริงๆแล้วฮาวายน่าจะใกล้ญี่ปุ่นมากกว่าอเมริกาวะด้วยซ้ำ สำหรับคนไทยเรา และคนทั่วโลกส่วนใหญ่ก็มกจะรู้จักแค่เมืองหลักคือ ฮอนโนลูลู Honolulu ซึ่งอยู่ในเกาะโอฮาอุ Ohau ซึ่งมีหาดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกคือ ไวกิกิ waikiki แต่จริงๆแล้วฮาวายยังมีเกาะอื่นๆที่มีความสวยงาม มีหาดทรายที่สวยงามไม้แพ้ไวกิกิ หรือสวยกว่าไวกิกิอีกด้วยซ้ำ

สำหรับตัวเองสามอาทิตย์ในฮาวายได้ท่องเที่ยวในสองเกาะหลักคือ โอฮาอุและมาวี Maui แต่คงขอเริ่มต้นที่เกาะโอฮาอุ ฮอนโนลูลู ที่หาดไวกิกิเป็นอันดับแรกเพราะคนส่วนใหญ่คิดถึงฮาวายก็จะนึกถึงไวกิกิ Waikiki เป็นอันดับแรก..ติดตามตอนต่อไป

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หาดไวกิกิ ฮาวาย Waikiki Beach Hawaii

ไปเที่ยวฮาวายกันต่อ


ข้อมูลการท่องเที่ยวซานฟรานซิสโก More Travels in San Francisco

admin November 20th, 2007



San Francisco from Coit Tower

View more pictures click

Refering to your questions ka

1. If you is referring to the http://www.granthotel.net then it looks
like a good place, but you have to walk up or down some hills to get to

Union Square and maybe through some areas with bad people.

2. If you wants to be near Union Square then I think the Pickwick
http://www.thepickwickhotel.com would be good. If she wants to save
some money then maybe one of these South of Market hotels
http://www.sftravel.com/htlsoma.html , but there are some areas of bad
people near there.

3. Here are some price comparisons for the City Pass ticket which is
for one week
http://www.citypass.com/price/sanfrancisco.html?id=YaJBoxIN. An All-Day

Passport for the cable car is $11 so you have to ride it more 3 times
because each trip normally cost $5. I don’t think there are day passes

for the bus, but it is better to buy the paper tickets so you do not
have to carry money in your hand which bad people will try to take.you can get paper ticket at ticket booth near cable car ka

4. No, 2 days is not much time to see S.F. maybe about 4 or 5 day but not everythings you can see

I think you don’t have to take tour, you can traveling around by your self <should buy SF map>.Public transportation in SF.is pritty good and all place not far from each other.You can walk and take bus,train or cable car quite easy.

Hope this find you well and have a good time in San Francisco ka

Plew,

สวัสดีคะ คุณ plew

ดิฉันได้อ่านบทความต่าง ๆ ของคุณ Plew ได้รับความรู้มากมาย เผอิญลูกและเพือน ๆ ของลูกจะไป work&travel ช่วงเดือนมี.ค - เม.ย. 2008 ที่ Sequoia National Park ซึ่งจะเป็นการเดินไปอเมริกาเป็นครั้งแรกของทุกคน และหลังจากนั้นจะเดินทางท่องเที่ยวที่ San Fransicco และ Los Angeles ต่อ จึงอยากจะรบรกวนคุณ Plew ขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Sam Francisco ดังนี้คะ

1.จะพักที่ GRANT HOTEL ทราบว่าเจ้าของเป้นคนไทย พออยู่ได้ไหมคะ หมายถึงสะดวก ปลอดภัย

2.คุณ Plew พอจะแนะนำที่พักแห่งอื่นที่มีราคาย่อมเยาว์ สะดวกและปลอดภัยไหมคะ

3.การท่องเที่ยวใน San Fransicco ใช้รถเมล์ รถราง เดินทางเองสะดวกไหมคะ ต้องการเที่ยว Alcatraz, pier 39, Goden Gate, Lombard St. เป็นต้น หรือว่าควรซื้อทัวร์ดีคะ

4.การซื้อตั๋วรถ Bus และ Cable Car ควรซื้อเป็นตั๋ว one day pass ดีกว่าใช่ไหมคะ

5.เที่ยว San Fransicco ใช้เวลา 2 วันพอไหมคะ หมายถึงสบาย ๆ ไม่รีบเร่งคะ

ขอขอบคุณ คุณ Plew ล่วงหน้าคะ

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
วันแรกในซานฟรานซิสโก The first time in San Francisco

ซานฟรานวิสโก แคลิฟอเนีย

ซานฟรานซิสโกภาคสอง

ระบบขนส่งมวลชนในซานฟรานซิสโก



ซานฟรานซิสโก (ภาค2) City of San Francisco

admin August 26th, 2007



arrow.jpgเล่าต่อเรื่องซานฟรานซิสโก มาอยู่ที่นี่สบายใจอย่างหนึ่งคือ ที่นี่มีคนเอเชียเยอะ ถ้าถามว่ามีคนไทยเยอะไม๊ที่นี่ต้องบอกว่าเยอะทีเดียว บางทีถ้าเทียบกับแอลเออาจเยอะกว่าด้วยซ้ำอันนี้ถ้าเทียบพื้นที่ ที่นี่เล็กกว่าแอลเอเยอะ เรียกว่าเดือบทุกครั้งที่เดินออกจากบ้านจะต้องเจอคนคนอย่างน้อยสองคนแหละ ถามว่ารู้ได้ไงว่าคนไทย ก็ได้ยินเขาคุยกันดิ เกือบทุกครั้งที่ออกจากบ้านจะต้องได้ยินเสียงคนไทยคุยกัน ตามถนน ห้าง สถานที่ราชการ รถเมล์ รถใต้ดิน ไม่รวมร้านอาหารไทย ก็คิดเอาเองว่าเยอะไม๊ ข้ามเรื่องคนไทยที่นี่ไปก่อน ซานฟรานซิสโกเรียกว่าเป็นเมืองที่มีความหลายหลายของประชากร มีทั้งคนขาว คนดำ คนสแปนิช แม็กซิกัน คนเอเชีย (จีน เวียดนาม เขมร ไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และอื่นๆ) คนแขก คือคนอินเดีย คนปากีสถาน เยอะมาก เรียกว่ามาที่นี่เราจะดูธรรมดาไปเลย แตกต่างจากบางแห่งในอเมริกา (อันนี้แฟนบอกมา) ที่บางแห่งมีแต่คนขาว คนประเภทอื่นๆน้อยมาก ดังนั้นอยู่ที่นี่ค่อนข้างสบายใจไม่มีการดูถูกหรือแบ่งแยกเรื่องสีผิว (บางทีอาจมีบ้างแต่น้อย) และหลายคนบอกว่าแคลิฟอเนียผู้คนเป็นมิตรมากกว่าหลายที่ในอเมริกา ตามห้าง หรือสถานที่ราชการ จะพบว่าพนักงานส่วนใหญ่เป็นคนเอเชียเยอะมาก คืองานประเภทได้เงินเดือนน้อย ใช้ทักษะไม่มากประมาณนั้น เขาบอกว่าคนขาว(ก็ฝรั่งนะนะ) ไม่นิยมทำงานราชการเพราะรายได้น้อย และในความคิดของเขาระบบบริหารจัดการไม่ดี ดังนั้นเวลาไปติดต่อสถานที่ราชการหลายที่เช่นขนส่งที่ทำเรื่องใบขับขี่ ไม่มีคนขาวซักคน (หรือมีแต่ทำงานบริหารด้านในเราไม่เห็น) ในสถานที่ราชการหลายแห่งที่นี่จะมีแบบฟอร์มให้เลือกสามภาษาคือ อังกฤษ สเปน และจีน เพราะอย่างที่บอกที่นี่คนแม๊กซิกัน และคนจีนเยอะมาก ค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างแพงเวลาซื้อของต้องบวกภาษี 8.5 อพาตเมนส์แบบแย่ๆ เล็กในชุมชนที่ไม่ดีอย่างน้อยก็ห้าร้อยเหรียญ ห้าร้อยเหรียญนี่หายากเลยละ ก็คือแย่จริงๆ ถ้าเป์นอพาตเมนส์หนึ่งสองห้องนอน ก็สองสามพันเหรียญ สตูดิโอก็ประมาณพันหรือพันกว่าขึ้นกับสภาพและทำเลหลายอย่าง ดังนั้นไม่ต้องคิดถึงถ้าอยากจะซื้อบ้านหรือคอนโดที่นี่คือแพงมาก ถ้าคิดเป็นเงินไทยคอนโดธรรมดาบางทีคงหลักร้อยล้าน เพราะเท่าที่ดูโฆษณาคอนโดประมาณหลักแสนเหรียญขึ้นไป มีเพื่อนที่อยู่ออสติน แท็กซัส บอกว่าตอนนี้มีคนจากแคลิฟอเนียย้ายไปอยู่ที่นั่นเยอะมาก เพราะค่าครองชีพถูกกว่าเยอะ ขายบ้านที่นี่หลังเล็กๆแล้วไปซื้อบ้านที่แท็กซัสได้หลังมหึมาอย่างไรก็ดีถึงแม้ที่นี่จะค่าครองชีพค่อนข้างแพง แต่ถ้าเทียบกับความสะดวกสบาย ความเป็นเมือง ความสวยงามและความบันเทิงที่มันมีมากกว่าจริงๆแล้วก็คุ้ม มีพี่คนไทยคนหนึ่งที่รู้กันที่นี่เขาอยู่อเมริกามาสิบปี เขาบอกโชคดีรู้ไม๊ที่แฟนอยู่ซานฟราน เพราะที่นี่เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดแล้วเมืองหนึ่งของอเมริกา

The City and County of San Francisco is the fourth most populous city in California and the 14th most populous city in the United States, with a 2007 estimated population of 764,976.[4] One of the most densely populated major American cities,[6] San Francisco is part of the much larger San Francisco Bay Area, which is home to approximately 7.2 million people. The city is located on the tip of the San Francisco Peninsula, with the Pacific Ocean to the west, San Francisco Bay to the east, and the Golden Gate to the north.

In 1776, the Spanish settled the tip of the peninsula, establishing a fort at the Golden Gate and a mission named for Francis of Assisi. The California Gold Rush in 1848 propelled the city into a period of rapid growth. After being devastated by the 1906 earthquake and fire, San Francisco was quickly rebuilt.

San Francisco is a popular international tourist destination renowned for its steep rolling hills, eclectic mix of Victorian and modern architecture, and famous landmarks, including the Golden Gate Bridge, Alcatraz Island, the cable cars, Coit Tower, and Chinatown. The city is also known for its diverse, cosmopolitan population, including large and long-established Asian American and LGBT communities. While the climate includes chilly summer fog, the winters are mild.


บนเครื่องบิน On the Airplane to America

admin August 19th, 2007



dscf2881.jpg มาถึงระยะเวลาอันแสนจะยาวนานและทรมานบนเครื่องบินกันดีกว่า โหตั้งสิบกว่าชั่วโมง บอกรึป่าวคะว่าบินไปคนเดียว แถมเป็นการบินคนเดียวครั้งแรกและไกลมากอีกต่างหาก ก่อนหน้านั้นก็เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศบ้างแต่ก็ในแถบเอเชียบ้านเราและไปกันหลายคน แต่คราวนี้ไกลที่สุดและไปคนเดียว

ก็ตังค์ไม่ค่อยมีก็นั่งชั้นประหยัด มันก็แคบสิค่ะยืดขาหรือจะเอนนอนก็ไม่ได้มาก อยากนอนแต่นอนไม่หลับมันเมื่อยมาก เลยอยากแนะนำว่าบินยาวชั้นประหยัดนั่งริมทางเดินก็ดีเพราะมันลุกเดิน ไปห้องน้ำง่ายดีไม่รบกวนคนอื่นถ้านั่งในโหออกทีคนนั่งริมก็ต้องลุกออกบ่อยๆก็เกรงใจเขานะค่ะ

พอขึ้นเครื่องอันนี้คือจากไทเปไปซานฟราน คนที่นั่งข้างๆเขาเป็นอเมริกัน นั่งปุ๊ปเขาก็ถามคนไทยใช่ไม๊ครับ เออผมจำคุณได้เห็นคุณตั้งแต่สุวรรณภูมิแล้ว ซักพักเขาก็เริ่มพูดไทยเราก็เออดีอะ พูดไทยได้ด้วย พูดเก่งอีกตางหาก ก็เลยได้เพื่อนคุย ฝรั่งคนนี้เข้ามาทำวิจัยที่เมืองไทยบ่อยๆ เขาบอกทำวิจัยด้านพฤกศาสตร์ รวมทั้งทำวิจัยในประเทศอื่นๆในแถบเอเชีย เขาพูดได้ทั้งไทย เขมร ลาว มาเลย์ เก่งจัง เขาเป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยที่ Oregon

มีเพื่อนคุยก็ดีแต่บางทีเราก็ขี้เกียจคุยอยากอยู่เงียบๆคนเดียวบ้างเหมือนกัน แต่คุยกับฝรั่งก็ดีจริงๆฝรั่งเขาปลื้มบ้านเราจะตายบอกน่าอยู่ ของถูกอีกต่างหาก แต่คนไทยบางคนบอกเมืองไทยมันแย่ อยากอยู่เมืองนอก คนเรามักอยากได้อะไรที่ตัวเองไม่มีเสมอ

อยู่บนเครื่องก็ไม่อดอยาก เขามีอาหารเย็นให้ อีวาอาหารก็ใช้ได้ แต่ใครอยากติดของคบเคี้ยวแก้เซ็งก็ดี แต่ดีที่สุดคือพยายามหลับ บางคนก็กินยานอนหลับเพราะมันนานทรมาน แต่ตัวเองไม่หลับเลยตลอดเวลาสิบห้าชั่วโมงจนถึงสนามบินซานฟรานซิสโก

อ๋อพอใกล้ถึงแอร์เขาจะแจกเอกสารที่คุณต้องกรอกในการเข้าประเทศ ซึ่งรวมทั้งเอกสารที่ให้แจกแจงสิ่งที่คุณต้องเสียภาษี มูลค่าสิ่งของที่ขนมา อิอิ พยายามเขียนมูลค่าให้มันน้อยเข้าไว้ ถ้าไม่มีอะไรต้องเสียภาษีก็บอกไม่มี อย่าไปเขียนว่าในกระเป๋ามีของมีมูลค่าเยอะแยะ แล้วคุยต่อว่าทำไม เพราะมันมีผลตอนคุณผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง Immigration ที่สนามบิน


วันเดินทางไปอเมริกา The Day I Departed Thailand

admin August 18th, 2007



เอาละค่ะตอนนี้ก็มาถึงวันขึ้นเครื่อง บินข้ามขอบฟ้าไปไกลบ้านแล้ว ตัวเองได้ไฟลท์สี่โมงเย็น จริงๆก็ควรไปก่อนเวลาเพื่อเช็คอินคิวยาวและเผื่อกระเป๋าน้ำหนักเกินจะได้มีเวลารื้อ แต่ทางที่ดีชั่งมาซะให้เรียบร้อยจากบ้านคือสองใบใบละไม่เกินหกสิบกิโลกรัม และตรวจสอบว่ากระเป๋าปิดแน่นหนา ไม่แตกระหว่างทาง เพราะเวลาเขาโหลดกระเป๋า ขนย้ายเขาฌโยนแบบไม่ปราณีกระเป๋าเราเลยดังนั้น มีสายรัดหรือเทปซีลเลยก็ดี

ตัวเองเจอปัญหากระเป๋าแตกเป็นกระเป๋าเดินทางไฟเบอร์ใบใหญ่ตอนแพคก็ไม่รู้พอเสร็จวันเดินทางยก ขยับ เฮ้ยมันเปิดอะ สายรัดก้ไม่มีคือคลุกคลักมารู้ว่ามันเปิดเพราะของมันเยอะก็ตอนจะไปสนามบินเลยเอ้า เทปกาวน้ำตาลใหญ่ซีลรอบเลยดีค่ะแน่นหนาดี ก็อย่างที่บอกไปก่อนเวลาสักสองชั่วโมงเพื่อคิวยาว แต่ตอนไปคนว่างเออเลยรอนานหน่อย

ส่วนของที่คุณจะติดตัวไปขึ้นเครื่องด้วยคิดว่าหลายคนคงรู้แล้วคืออย่านำสิ่งของที่มีส่วนผสมของนำไปด้วยเป็นอันขาด เพราะตอนคุณผ่านเครื่องเอกซ์เรย์ ถ้าพบเขาก็จะยึดไว้ คุณก็เสียของ ของน้ำๆทั้งหลาย โลชั่น นำหอม ลิปสติกและอื่นๆที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ รวมทั้งของมีคมต่างกรรไกร คัตเตอร์ คือของที่คุณอาจใช้เป็นอาวุธทำร้ายคนอื่นได้ก็โหลดซะ จะได้ไม่โดนยึดเสียของป่าวๆ

อย่างที่เคยบอกไปแล้วส่วนใหญ่เดินทางไปอเมริกาต้องไปเปลี่ยนเครื่อง ตัวเองใช้อีวาไปเปลี่ยนเครื่องที่ไทเป จากกรุงเทพไปไทเป ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง ต่อเครื่องจากไทเปไปซานฟรานซิสโก สิบสอง สิบสามชั่วโมง ส่วนกระเป๋าตอนเปลี่ยนเครื่องไม่ต้องกังวลเขาจะย้ายไปเครื่องต่อให้คุณเอง ไม่ต้องเช็คอินใหม่

อันนี้ขอแนะนำนิดนึงตอนคุณซื้อตั๋วถ้าเป็นแบบที่ต้องต่อเครื่องดูให้ดีว่าตอนไปถึงสนามบินที่จะเปลี่ยนเครื่องใช้เวลารอนานแค่ไหนกว่าจะบินไปที่หมายสุดท้าย เพราะบางไฟล์ทเช่นพอไปถึงไทเป รอเปลี่ยนเครื่องจากไทเปไปซานฟราน หรือแอลเอนานมากห้า หกชั่วโมงหรือมากกว่า หรือบางไฟล์ทระบุเวลารอในการเปลี่ยนเครื่องแค่ชั่วโมงเดียว อันนี้มีคนเตือนว่าก็ไม่ดีเพราะถ้าไฟล์จากรุงเทพเกิดช้ากว่ากำหนด แต่ไฟล์ทจากไทเปออกตามกำหนดคุณมาถึงพลาดไฟล์ทนั้น อาจต้องรอไฟล์ทต่อไปนานเลย แต่อันนี้ไม่แน่ใจเพราะแฟนแนะนำมาอีกทีตอนตัวเองเลือกไฟล์ท ก็เชื่อเขาเพราะเขาบินไปๆ มาๆ อเมิรกา ไทย บ่อยๆ ดังนั้นดีที่สุดคือไฟล์ทที่ระบุระยเวลารอเปลี่ยนเครื่องที่สอง ชั่วโมงค่ะ เพราะเอาเข้าจริงๆกว่าออกจากเครื่องเดิม เดินมาอีกประตูหนึ่ง เข้าห้องน้ำ คุณรอเปลี่ยนเครื่องไม่นานประมาณชั่วโมงหนึ่งได้ อันนี้ประสบการณืจริงตัวเองเลือกไฟล์ทที่รอเปลี่ยนเครื่องสองชั่วโมง เอาจริงๆรอไม่นานเลยก็ต่อเครื่องใหม่แล้ว


Next »