Archive for the 'คนไทยในอเมริกา' Category

ชีวิตแม่บ้านอเมริกันเต็มขั้น

plew March 10th, 2009


ที่เรียกว่าชีวิตแม่บ้านอเมริกันเต็มขั้นก็เพราะตัวเองทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียวไม่ได้ทำงานหรือมีรายได้อะไรของตัวเองเลย อ้ออีกอย่างที่ทำก็คือเรียนหนังสือและก็มี Blog เล็กๆแห่งนี้เป็นงานอดิเรก “อิอิ” มองย้อนกลับไปไม่น่าเชื่อว่าคนที่เคยเป็นคนทำงานหาเลี้ยงตัวเองและดูแลตัวเองมาตลอด รวมทั้งไม่เคยมีความคิดในหัวเลยว่าจะให้สามีเลี้ยงและมาเป็นแม่บ้านอยู่บ้านอย่างเดียว แต่วันนี้มันก็เป็นไปแล้ว หลังจากแต่งงานกันเรียบร้อยแฟนก็ไม่อยากให้ทำงาน เพราะเขาพอใจที่เราอยู่บ้านดูความเรียบร้อย ทำกับข้าว คือรับผิดชอบงานบ้านทั้งหมดยกเว้นงานผู้ชายพวกงานช่างงานซ่อมอะไรต่างๆ ซึ่งจริงๆงานบ้านก็ไม่มีอะไรมากมายและแฟนก็ไม่ใช่คนเรื่องมากหรือเจ้าระเบียบอะไร ออกจะสบายๆเสียด้วยซ้ำ อยากทำก็ทำไม่อยากทำปล่อยให้รกก็ไม่ว่า แต่สิ่งที่เขาชอบคือชอบให้ทำอาหารทานที่บ้าน เขาเคยพูดว่าดีใจที่เราทำอาหารได้และอร่อยที่บอกว่าอร่อยคือทำแบบที่เขาชอบ เขาบอกรู้สึกว่ามันดูเป็นบ้านดี เราเองก็ไม่นึกฝันว่าจะกลายเป็นคนที่ต้องทำกับข้าวเองทุกวัน เพราะเมื่อก่อนไม่เคยทำเลย แม่ทำให้และปกติก็กินนอกบ้านตลอดมาตามสไตล์คนทำงานออฟฟิตที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่วันนี้กลายเป็นคนชอบทำกับข้าวไปเลย

เพื่อนหลายคนบอกอิจฉาจังที่ไม่ต้องทำงาน มันบอกเป็นคุณนายเลยนะ สบายมีสามีเลี้ยง จริงๆแล้วมันก็สบายดีจริงๆแหละแต่บางครั้งมันก็ไม่สบายใจหรือมีความกังวลบ้างเช่นเดียวกัน การที่เราไม่มีรายได้ของตัวเองบางทีมันทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเองหรือบางครั้งรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีประโยชน์หรือมีคุณค่า และไม่มีอำนาจในการต่อรองหรือมีปากเสียง บางครั้งเหมือนหายใจทิ้งไปวันๆ ชีวิตมันไม่มีอะไรตื่นเต้น ออกจะน่าเบื่อบางครั้ง โดยเฉพาะคนที่เคยทำงานมีรายได้ของตัวเอง ควบคุมการใช้จ่ายอะไรเอง สรุปคือดูแลตัวเองทั้งหมด พอมาอยู่ในสถานะแบบนี้บางทีมันอึดอัดเพราะเราไม่รู้อะไรเป็นอะไร ควบคุมหรือตัดสินใจอะไรมากไม่ได้หรือไม่ได้เลย จะใช้ก็ไม่แน่ใจว่ามีเงินเท่าไร เหลือเท่าไร จะถามแฟนมากเรื่องเงินทองๆหรือไปจุกจิก เสนอแนะอะไรมากเขาก็ไม่ชอบใจอีก จริงๆเราเองก็รู้ว่าแฟนมีรายได้เดือนละเท่าไร แต่เนื่องจากเขาทำธุรกิจรายได้บางครั้งไม่แน่นอน เราก็จะถามเดือนนี้เป็นไง เงินเก็บเท่าไร ซึ่งจริงๆเขาก็ไม่ค่อยชอบให้เราถาม จริงๆที่ถามเราไม่ใช่ว่าโหสนใจแต่เงิน แต่บางทีมันกังวลบ้าง เพราะบางครั้งแฟนใช้จ่ายเงินในบางเรื่องค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าเราถามมากเขาก็ย้อนกลับมาได้ว่า “ก็เงินของเขานิ”

สำหรับคนอเมริกันเมื่อแต่งงานกันแล้วเงินทรัพย์สินเขาจะซีเรียสกว่าคนไทยว่ามันเป็น “เงินของเรา” ไม่ใช่แบบบางทีคนไทยเราแต่งงานก็ยังเงินใครเงินมัน แฟนเราเองพูดอยู่บ่อยๆว่า มันเงินของเราสองคนไม่ใช่เงินของเขาถึงแม้เขาจะเป็นคนหา แต่ว่าถ้าโกรธกันหรือทะเลาะกันขึ้นมาเมื่อไรก็อาจเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า เอ้ก็เงินของเขานิเขาเป็นคนหา นี่แหละอีกปัญหาของแม่บ้านที่ไม่ได้ทำงานและมีรายได้ของตัวเอง

ดังนั้นมีสามีเลี้ยงก็ใช่ว่าจะสบายไปซะทุกอย่าง สบายกายแต่บางทีไม่สบายใจ แต่จะว่าไปถ้าครอบครัวที่ฝ่ายชายมีรายได้เพียงพอที่จะดูแลครอบครัวโดยที่ภรรยาไม่ต้องทำงานมันก็มีข้อดีหลายข้อ คือถ้าทำงานทั้งคู่เหนื่อย เครียดทั้งคู่โอกาศที่จะทะเลาะกันและไม่ยอมกันก็มีสูงกว่า ในขณะที่ภรรยาที่ไม่ได้ทำงานจะไม่เหนื่อยและเครียดมากทำให้ใจเย็นและเอาใจสามีได้มากกว่า มันก็ช่วยทำให้ครอบครัวราบรื่นขึ้น อันนี้ความคิดเรานะ

แรกๆแต่งงานใหม่ๆก็มีปัญหากับแฟนบ้าง เพราะอยากซื้ออะไรทีก็ต้องขอ แฟนก็ดีเขาก็อยากให้เราสบายใจอยากซื้ออะไรก็ซื้อเลยโอนเงินเข้าบัญชีให้ไว้เลยทีละเยอะๆ จะใช้อะไรก็ใช้เขาไม่สนใจไม่เช็คไม่อะไร คือโชคดีแฟนเป็นคนสบายๆไม่ขี้เหนียว ออกจะเป็นคนชอบใช้เงินเก่งมากกว่าเราอีก ส่วนเรื่องอื่นๆเขาจ่ายหมดไปด้วยกันซื้อของอะไรเขาก็จ่าย เงินที่ให้เราใช้เรื่องส่วนตัวของเราจริงๆ เราสองคนเลยตัดปัญหาเรื่องนี้ออกไปได้

ครอบครัวของเราอาจแปลกไม่เหมือนบางครอบครัวเพราะเราสองคนอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเพราะแฟนก็ทำงานที่บ้าน เราก็อยู่บ้าน กินข้าวด้วยกันเกือบทุกมื้อ แต่พอเราเริ่มไปเรียนก็ห่างๆกันบ้างช่วงเช้าๆ แต่ถึงอยู่ด้วยกันตลอดแต่ก็ไม่เบื่อเพราะตัวเขาเองก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนมากมายและไม่ใช่คนชอบสมาคม คือเป็นประเภทไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน เราเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนที่อเมริกา ดังนั้นเราสองคนก็เป็นเหมือนคู่หูไปไหนไปกันตลอด เหมือนฝาแฝด

เนื่องมาจากการทำงานของแฟนที่ทำผ่านทางอินเตอร์เนตได้ทำให้เขาเป็นคนชอบท่องเที่ยวคือเที่ยวทีเป็นเดือนหรือครึ่งปี เขาเป็นคนชอบเดินทางเห็นอะไรใหม่ๆสัมผัสมุมมองใหม่ๆ อยากลองอยู่เมืองแปลกประเทศใหม่ๆ ดังนั้นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ยากมากที่เราจะไปทำงานแบบปกติตามร้านร่วงต่างๆได้ เพราะเหตุผลที่เดินทางท่องเที่ยวบ่อยนี้แหละ…

ทำไมคนไทยอยากมาอยู่อเมริกา Why Thai people want to stay in USA.

plew September 7th, 2008

ทำไมคนไทยหลายต่อหลายคนถึงอยากมาอยู่อเมริกา อเมริกาดีกว่าอยู่เมืองไทยจริงหรือไม่ ในแง่ไหน…สำหรับตัวเองมองย้อนหลังกลับไปสองปีก็ไม่ต่างกับหลายๆคน โอ๊ยอยากมามากเลยอเมริกา อยากมาเรียนภาษาอยากมาทำงานหาเงิน สาเหตุหลักๆคงเพราะเบื่อชีวิตอนนั้น เบื่องานที่ทำ เบื่อรายได้ที่มี เบื่อรถติด เบื่ออากาศร้อนๆ สาเหตุประการสำคัญที่ทำให้อยากมาคือฟังชาวบ้านเขาเล่า โหอเมริกาน่าอยู่ สวย อากาศดี สะอาด สนุก รายได้เยอะ หาเงินได้เดือนเป็นแสนๆ ของช๊อปก็เยอะ เขาบอกเขาไม่อยากกลับเมืองไทย ฟังขนาดนี้ก็อยากมาสิ อยู่เมืองไทยรายได้ยังไม่ถึงห้าหมื่น ทำงานอีกกี่ปีกว่าเงินเดือนจะถึงแสน ความฝันเริ่มเข้ามาในหัว ต้องไปแล้วละ จริงๆเรื่องนี้เขียนไว้แล้วในโพสเก่าๆ

แต่อยากพูดเรื่องนี้อีกเพราะตั้งแต่มีบล๊อกก็รู้สึกว่ามีเพื่อนๆหลายๆคนที่มีคำถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่นี่ หรือพยายามอยา่งหนักเพื่อให้ได้มาที่นี่ America สำหรับตัวเองอย่างที่ย้ำไปในในโพสและในคอมเมนท์ ว่าทั้งที่นี่ ทั้งเมืองไทยต่างก็มีข้อดีข้อเสีย ที่ไหนดีกว่าขึ้นอยู่กับว่า ความต้องการของใคร มุมมอง ความชอบ รสนิยม รูปแบบการใช้ชีวิตแบบไหนที่ชอบ อยู่ที่ไหนแล้วคิดว่าได้มากกว่าเสีย หรืออยู่ที่ไหนแล้วมันตอยสนองความต้องการมากกว่า ที่นั่นก็คือดีกว่า สำหรับตัวเองอย่างที่บอกชอบอยู่เมืองไทยมากกว่า เพราะตัวเองที่เมืองไทยโอากาศในการทำงานดีกว่า สถานภาพดีกว่า ภูมิใจในตัวเองมากว่า รู้สึกปลอดภัยกว่า สบายกว่า สนุกกว่า นั่นคือเหตุผลส่วนตัวที่ถ้าใครถามว่าอยู่อเมริกาดีกว่าไทยไหมก็บอกว่าไม่ แต่อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวจริงๆ คนไทยจำนวนมากที่อยู่ที่นี่เขาอาจเห็นเหมือนหรือต่าง แล้วแต่ประสบการ์ืที่ได้รับ

วันนี้คงไม่อยากมาบอกว่าอยู่ที่ไหนดีหรือจะบอกว่าอย่ามาเลยอเมริกา เรามาแล้วไม่เห็นดีเลย เพียงให้ข้อมูลและข้อคิดเล็กๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจมา ขอย้ำอย่าฟังแล้วเชื่อคนอื่นมากนัก ยิ่งคนที่บอกว่าชีวิตที่นี่มันแสนจะดี ฟังหูไว้หู เขาบอกงานหาง่าย รายได้ดี เดินไม่กี่วันก้ได้งาน จริงๆเขาคงไม่ได้โกหกหรอก แต่ความจริงคือ โอกาศ เวลาและสถานที่มันต่างกรรมต่างวาระ เขาหางานง่ายรายได้ดี ไม่ได้ปแลว่าเราก็จะได้เหมือนกัน ทักษะ ความสามารถเขาก็ต่างกับเรา ในทางตรงข้ามเขาบอกหางานยากเราอาจหาได้ง่ายๆก็ได้ ที่บอกคืออย่าประมาท อย่าเชื่อในสิ่งที่เขาเล่าทุกอย่าง จะเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟัง แรกเริ่มเลยวางแผนจะเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนและครอบครัวของเขา เพื่อนแค่มาเที่ยวไม่ได้จะมาอยู่นานแบบเราและเธอเป็นคนที่รายได้เยอะ คือรวยว่างั้นเหอะ ตอนนั้นก่อนมาบอกจริงๆว่ามีเงินเหลือแค่สี่หมื่น เพื่อนบอกเขาอยากเที่ยวซาานฟราน แอลเอ แล้วก็เวกัส เราก็บอกเราคงทำไม่ได้หรอกมีเงินน้อย เที่ยวหลายที่อย่างนั้นเราไม่มีเงินหรอกแล้วก็ต้องเก็บไว้ใช้ก่อนจะมีงานทำ เพื่อนบอก ใช้ๆไปเหอะ ใช้ไปให้หมดเลย เดี๋ยวก็หางานได้แล้ว งานเมกาหาง่ายจะตายเดี๋ยวก็หาใหม่ได้มากกว่าที่ใช้อีกหลายเท่า เราก็ลังเล เขาบอกดูแม่เขาสิ แม่เขาตอนนั้นอยู่ที่ชิคาโก ไปไม่กี่วันก็มีงานทำในร้านอาหารไทย เขาบอกค่าเช่าบ้านก็แค่สามร้อยเหรียญ เขาก็พูดอย่างเดิมให้เราเที่ยวกับเขาแล้วใช้เงินให้หมด แล้วหางานทำที่หลัง สุดท้ายเราตัดสินใจบอกไปว่าไม่ละ เราเที่ยวแค่ซานฟราน เราจะไม่เที่ยวจนกว่าเราจะหางานได้ เขาโกรธมาก บอกเธอนี่โคตรขี้กลัวเลย เขาก็โกรธไปเลยเพราะเราไมยอมไปกับเขา แต่สุดท้ายบอกได้เลยว่าตัดสินใจถูกเป็นที่สุด เพราะพอมาซานฟรานจริงๆ งานหายาก พอได้งานรายได้ก็ไม่ได้เยอะอย่างที่ฝันกลางวันไว้ คนที่คิดว่าจะช่วยเขาก็ช่วยอะไรแทบไม่ได้ สรุปคือสิ่งที่ฝันกับความจริวนั้นตรงข้ามกันทั้งหมด มานั่งคิดว่าถ้าเชื่อเพื่อนตอนนั้นชีวิตจะเ็นไงละ เขาก็เที่ยวๆของเขาแล้วก็กลับ เขาไม่ได้มารับรู้ชะตากรรมของเราหลังจากนั้นนิ และที่เขาบอกงานหาง่ายมันก็เรื่องจริงของแม่เขา ซึ่งอยู่คนละเมือง คนละรัฐกับเรา ที่สำคัญแม่เขาหางานง่ายเพราะไม่ต้องหา เพราะน้องสาวเขาแต่งงานอยู่ที่นั่นมาก่อน ทำงานแล้วก็ฝากแม่ให้ทำร้าน้ดียวกัน และที่บอกว่าค่าเช่าบา้นแค่สามร้อยก็เป็นความจริง แต่จริงที่ชิคาโก ไม่ใช่ซานฟรานซิสโก อเมริกามันใหญ่มาก เมืองแต่ละเมืองแม้จะอยู่รัฐเดียวกันยังต่างกันเยอะ ค่าครองชีพ สภาพแวดล้อมก็ต่างกัน บางเมืองเงียบๆมาก รถเมล์ไม่มี แต่สะอาด สวยงาม บางเมืองจอแจ สกปรก แต่สะดวก บางเมืองมีคนดำเยอะ บางที่คนเอเชียเยอะ บางที่มีแต่คนพูดภาษาสเปนอะไรประมาณนั้น ค่าเช่าบ้านแต่ละเมืองบางทีต่างกันเกือบร้อยเปอร์เซ็น ระบบการศึกษาบางทียังต่างกันเลย แม้แต่เรื่องเล็กเช่นเรื่องการจัดการขยะก็ยังต่าง

สำหรับหลายคนที่ชอบอยู่ที่นี่เหตุผลหลากหลาย หลักคงเพราะรายได้ โอกาศในการทำงาน โดยเฉพาะคนที่อยู่เมืองไทยรายได้น้อย การศึกษาน้อยด้วยแล้ว มาที่นี่ทำงานแบบเดียวกัน แต่รายได้มันมากกว่ากันเยอะ อีกประเภท เช่นสาวประเภทสอง เกย์ประมาณนั้น ก็ชอบอยู่ที่นี่ เพราะโอกาศหาแฟนฝรั่งแล้วได้แต่งเป็นเรื่องเป็นราวมีโอกาศเป็นไปได้มากกว่าเมืองไทย บางทีฝรั่งก็ดูไม่ออกมาไม่ใช่สาวแท้ ที่สำคัญเท่าที่ฟัง อยู่ที่นี่ได้ใช้คำว่า นางสาว เวลาไปทำบัตรต่างๆ เขาเห็นมีนม ผมยาว เขาก็ใช้นาง นางสาว ตรงนี้มันเป็นอะไรที่ตอบสนองความต้องการทางจิตใจของคนกลุ่มนี้เช่นกัน อยู่เมืองไทยจะสวยเลิศ เหมือนผู้หญิงขนาดไหนก็ยังเป็น นาย วันยังค่ำ หลายคนที่รู้จักก็มีแฟนเป็นตัวเป็นคน บางคนแต่งงานมีความสุขไปเลยด้วยซ้ำ..

สำหรับตัวเองคงต้องบอกว่า คิดว่าโชคดีที่ได้มาใช้ชีวิตที่นี่ เพราะมันเป็นประสบการณ์ชีวิต ได้เห็นด้วยตา ได้สัมผัสด้วยตัวเอง ว่าจริงๆมันเป็นไง ถ้าไม่มาก็ไม่รู้ แต่วันนี้บอกได้เลยว่าอยากกลับไปอยู่เมืองไทย กลับไปทำงานแบบที่เคยทำ ทำงานที่ทำแล้วภูมิใจในตัวเอง อยากมีชีวิตแบบคนชั้นกลางในเมืองไทย มากกว่ามาทำงานแบบ่คาแรงชั้นต่ำ ถึงแม้ว่ามันอาจได้เงินมากกว่าการทำงานในองคืกรดีๆในเมืองไทยก็ตาม สำหรับตัวเองเงินสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือได้ทำอะไรทีทำแล้วรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ทำแล้วชอบ อยากอยู่ในที่ที่เราอยู่แล้วเรารู้สึกว่าเรามีความสามารถ เรามีศัยกภาพ บางครั้งรู้สึกแย่ที่หันมาดูตัวเองแล้วรู้สึกว่ามันมีอะไรมากมากที่เราทำได้ในบ้านเราแต่เราทำไม่ได้ที่นี่ ที่สำคัญอีกย่างคือ ความเหงา บางครั้งมีปัญหาขึ้นมาหรือไม่สบายใจก้ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร หรือแม้แต่จะระบายกับใคร เพราะเราไม่มีเพื่อนที่สนิทจริงๆที่นี่…ชีวิตวันนี้ที่นี่อเมริกา ไม่ได้เลวร้าย คุณภาพชีวิตโอเค เพียงแต่มันไม่ได้ตอบสนองความต้องการของคนๆนี้เท่านั้นเอง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง


อเมริกาน่าอยู่กว่าเมืองไทยจริงไม๊ Is It True that Staying in America Is Better Than Staying in Thailand

plew June 1st, 2008


สำหรับหลายๆท่านที่ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับซานฟรานซิสโกตั้งแต่ต้นต้องขอย้ำอีกทีว่า ข้อสรุปทั้งหมดข้างต้นต้องขอย้ำว่าเป็นมุมมองที่ได้จากการสัมผัสของตัวเอง คนอื่นมาที่นี่อาจมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่สำหรับตัวเองในภาพรวมที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ที่น่าอยู่และไม่ยากในการปรับตัวมากเกินไปนัก แต่ความจริงก็คือมันไม่มีที่ไหนสมบูรณ์แบบทั้งบ้านเราและที่นี่ต่างมีทั้งข้อดีและข้อด้อย อยู่ที่ว่าที่ไหนมันตอบสนองความต้องการของเรามากกว่า สำหรับที่นี่จุดเด่นที่เราคิดว่าดีกว่าเมืองไทยมากๆคือการใช้รถใช้ถนน ที่นี่รถไม่ติด การข้ามถนนที่นี่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง คนใช้รถจะให้ทางกับคนเดินเท้าก่อนเสมอ หยุดเป็นหยุด ไม่มีมากั๊กๆจะหยุดก็ไม่หยุดแบบบ้านเรา คนข้ามต้องรอให้รถว่างแต่ที่นี่ตรงข้าม มีคนเดินข้ามเขาหยุดทันทีไม่มีบีบแตรไล่ และที่นี่ให้ความสำคัญกับคนพิการ ฟุตบาททุกที่จะมีทางสำหรับรถเข็นให้ใช้งานได้สะดวก รถเมล์ก็มีระบบรองรับสำรับคนใช้รถเข็น ห้องน้ำทุกทีก็มีเฉพาะสำหรับคนพิการ รวมทั้งมีที่จอดรถกว้างพิเศษสำหรับคนใช้วีลแชร์ด้วย รถเมล์ของเขาก็มีความปลอดภัยกว่ามาก ไม่มีการขับแข่ง ขับเร็ว จอดก็จอดนาน ไม่ต้องรีบเพราะกลัวรถไม่รอแบบบ้านเรา ถนนหนทางส่วนใหญ่ค่อนข้างสะอาดกว่า อากาศมีมลภาวะน้อยกว่า รัฐบาลและคนเขาค่อนข้างให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมสูงกว่า ถ้ามีการขุดเจาะ ทำถนน หรือทางเท้า เขาจะเน้นเรื่องการส่งสัญญาณเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นมากกว่าบ้านเราเยอะ ภาพรวมดูเหมือนว่าเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้ชีวิตจะดีกว่า

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ประเทศไทยเราเอาอย่างคือเรื่องโอกาสในการทำงาน อันนี้หมายถึงถ้าเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฏหมาย เขาค่อนข้างให้ความเท่าเทียมในโอกาสการทำงานมากกว่า เมืองไทยเราถ้าอายุเกินสามสิบห้าแล้วต้องออกมาหางานใหม่นั้นชักไม่ง่าย หลายบริษัทในหลายตำแหน่งระบุเลยอายุเกินเท่านี้ไม่รับ และบ้านเราเน้นเรื่องคุณวุฒิการศึกษาเอามากๆ รวมทั้งหลายแห่งให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตาเป็นอันดับแรก สมัครงานต้องแนบรูปถ่ายก่อนเลย แต่ที่นี่ไม่ใช่สมัครงานไม่ต้องเลยไม่ต้องแนบเอกสารอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องมีรูป ไม่ต้องสำเนาใดๆ ตำแหน่งงานต้นๆคนอายุมากๆก็ทำได้ เขาไม่ปิดกั้น ตัวอย่างง่ายๆถ้าเป็นพวกร้านฟาสฟูดบ้านเรามีแต่คนอายุน้อยๆทำ ถ้าอายุมากหน่อยก็เป็นผู้จัดการ แต่ที่นี่บางคนอายุเกือบหกสิบยังทำแคชเชียร์หรือขายของในห้างสรรพสินค้าสบายๆ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่มีงานนี้สำหรับเด็กจบใหม่ คนแก่ไม่รับปกครองยาก ถ้าเป็นเมืองไทยหมดสิทธิ์ สาวๆเท่านั้น คนแกก็นอนอยู่บ้านแล้วกัน นั่นเป็นสิ่งที่เราอยากให้เมืองไทยเป็นอย่างงั้นบ้าง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ วุฒิไม่ได้ อายุมากเกินไป ไม่สวย โหงวเฮ้งไม่ดี

แต่ถ้าถามต่อว่าแล้วถ้าเทียบกับเมืองไทยบ้านเราละ ตรงนี้นานาจิตตังจริงๆ เพราะตัวเองก่อนมา เพื่อนๆรอบตัวที่เคยมาอยู่ที่นี่พูดเหมือนกันว่ามาอเมริกาแล้วไม่อยากกลับเมืองไทย อเมริกาดีกว่าน่าอยู่กว่า และหลายครอบครัวที่รู้จักก็เรียกว่าอพยพยกครอบครัวมาอยู่ที่นี่กันอย่างถาวร ตั้งใจจะเอาเป็นถิ่นตายกันเลยทีเดียว แต่สำหรับตัวเองแล้ว ยังไงก็ไม่มีที่ไหนดีกว่าเมืองไทยแน่นอน ไม่รู้สิ กลับเมืองไทยแล้วกลับมาที่นี่ใหม่ๆ รู้สึกว่าคิดถึงเมืองไทยมาก มีความรู้สึกว่ามันสะดวกสบายมากกว่า สบายใจกว่าสำหรับตัวเอง ถึงมันจะร้อนและรถติดก็ตามที แต่บ้านเราสนุกกว่าเยอะ มีอาหารอร่อยๆให้ทานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ราคาก็แสนจะถูก เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวก็ไปให้เขานวด อยากเสริมสวยก็ไป ราคาสบายๆ แต่ถ้าเป็นที่นี่ต้องคิดให้หนักเพราะมันแพงมาก จะใช้บริการให้คนเอาอกเอาใจอย่างอยู่บ้านเราบ่อยๆคงไม่ได้ อย่าพูดว่าบ่อยเลยแค่ครั้งเดียวยังลำบากใจที่จะควักเงินในกระเป่ามาจ่าย จะดูหนังสักเรื่องก็คนละเกือบสี่ร้อยบาทเก้าอี้ธรรมดา โรงธรรมดา แถมไม่ระบุที่นั่งต้องแย่งกันเอาเองต้องรีบเข้าไปในโรงจองที่นั่งตั้งแต่ไก่โห่เพื่อให้ได้ที่นั่งดีๆ ร้านรวง ห้างสรรสินค้าทุ่มสองทุ่มก็ปิดซะแล้ว ที่นี่ทุ่มสองทุ่มถนนก็เงียบไม่เหมือนบ้านเราคึกคักยันสว่างนั่นแหละ
ดังนั้นการเดินถนนในยามค่ำคืนที่นี่มันน่ากลัวเพราะมันเงียบจริงๆ ไม่มีร้านขายก๋วยเตี๋ยวข้างถนนแบบบ้านเรา ในความคิดตัวเองแล้วการมีร้านขายของข้างถนนในยามค่ำคืนมันช่วยให้คนเดินถนนดึกๆกลับบ้านดึกๆปลอดภัยมากขึ้น เพราะมันสว่างและไม่เปลี่ยว ใครจะเกลียดของแผงลอยข้างถนนเราไม่รู้ แต่เรารักสุดหัวใจเลยแหละ พูดง่ายๆบ้านเรามันหาความสบาย ความบันเทิงมาบำรุงบำเรอตัวเองได้ง่ายกว่า ดีกว่า และที่สำคัญถูกกว่าเยอะ คนที่นี่มาเจอกองทัพร้านอาหารในย่านเกษตร นวมินทร์บ้านเราแล้วจะหนาว นี่แหละ Amazing Thailand ขอสรุปว่า “รักเธอประเทศไทย สุดยอด” .

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

คุยกับเจ้าของร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก ภาคสอง

admin September 14th, 2007


หลังจากคุยกับเจ้าของร้านได้ซักพัก ในใจก็เริ่มคิดตกลงจะรับไม๊เนี่ยไม่เห็นถามอะไรเลย เล่าแต่ชีวประวัติส่วนตัวซะยาวเชียว หลังจากนั้นแกก็เปิดฉากถามต่อแล้วมาได้กี่เดือนแล้วละ มาทำอะไร เราก็บอกและโกหกนิดหนึ่ง คือมาได้อาทิตย์เดียวและมาเรียนภาษา (จริงๆไม่ได้เรียนอะไรทั้งนั้นแหละ) แกก็บอก ยูมาได้แค่ไม่กี่วันไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภาษายังไม่ดีเท่าไร เราก็บอกไม่ได้แย่สื่อสารได้ เราจบปริญญาโทมาจากเมืองไทย แกถามต่อและอยู่เมืองไทยทำงานอะไร เราก็บอกไปตามจริง หลังจากนั้นแกก็เริ่มเข้าเรื่อง อือจริงๆตอนนี้ที่นี่ก็คนเต็ม แต่เห็นหน่วยก้านยูน่าจะทำงานได้ ก็จะให้มาฝึกงานดู ช่วงฝึกงานก็ให้เงินพอมีค่ารถกลับบ้าน มีข้าวให้กินเต็มที่ ส่วนทิปก็อยู่ที่น้ำใจของเพื่อนร่วมงานเขขาอาจแบ่งให้นิดหน่อย ค่ารถเดินทางก็ให้ประมาณห้าบาทสิบบาท (ดอลล่า)

เราก็เออ รับแล้วโว้ย คือตอนนั้นอารมณ์ไม่ได้สนใจเท่าไรว่าได้เงินมากเงินน้อย ขอให้มีงานทำก็พอ เราก็คิดว่าได้น้อยดีกว่าไม่ได้ และอย่างน้อยก็จะได้มีประสบการณ์ เราก็บอกพี่เจ้าของร้านแกไปว่าถ้างานเสริฟเต็มหนูทำในครัวก็ได้ค่ะ แกก็บอก อย่างยูไม่ต้องคิดเลยทำไม่ได้หรอกงานนครัวหนักมาก ทำไม่ไหวหรอก เราก็เหรอค่ะ

ทำเสริฟนะดีแล้ว หน้าตาดีๆทำงานข้างนอกดีกว่า มีของดีก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์ เราก็เอออะไรก็ทำทั้งนั้นแหละมีทางเลือกซะทีไหนละ

หลังจากนั้นแกก็เริ่มบรรยายเกี่ยวกับงานให้ฟัง งานเริ่มห้าโมงเย็น แต่ยูควรมาถึงร้านก่อนซักครึ่งชั่วโมง มาดูความเรียบร้อย ขอเลยอย่ามาสายเด็กที่นี่พอมาทำงานได้ซักพักก็เริ่มมาสาย เห็นพี่ใจดีไม่ว่าก็เอาใหญ่ ยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้า อย่าไปหลบอยู่หลังร้านยืนด้านหน้าคอยต้อนรับ พี่เกลียดมากพวกชอบสุมหัวคุยกันหลังร้าน

แก่ร่ายยาวต่อโดยที่เราได้แต่พูดคำเดียวค่ะ ทุกคนที่นี่เท่าเทียมกันคนเก่าคนใหม่ มาทำงานไม่ต้องเชื่อใครฟังพี่คนเดียว บางทีคนเก่าสอนอะไรผิดๆ มาทำงานต้องรักร้านภูมิใจในงาน ภูมิใจในร้าน ช่วยกันคิดกันทำให้ร้านดีขึ้น

อย่างที่เล่าไปตอนที่แล้วว่า เนื่องจากมีร้านใหม่ที่ใหญ่กว่า สวยกว่ามาเปิดในย่านใกล้ๆกัน ร้านนี้ได้รับผลกระทบเข้าไปเต็มๆ ลูกค้าบางตาไปเยอะ เจ้าของร้านแกเลยคิดให้มีคาราโอเกในร้านปิดร้านดึกขึ้นอีก พี่จะทำคาราโอเก เรียกลูกค้า พี่เลยคิดว่าอยากได้พนักงานหน้าตาดีๆมาดึงลูกค้า คุยกับลูกค้า แต่พี่ไม่ได้หมายความให้ยูทำอะไรที่มันไม่ดีนะ แค่คุยยิ้มแย้ม พี่ก็ต้องดุแลความปลอดภัยของลูกน้องอยู่แล้ว อาจให้ยูมาชวยตรงนี้ ในอนาคตร้านจะปิดตีสอง เราฟังแล้วก็เออ จะดีไม๊เนี่ยตู แฟนรู้ละตายแน่ แต่ด้วยความอยากได้งานก็ ค่ะ หมดแหละ ทำได้ทุกอย่างค่ะ

หลังจากคุยกันมาพักใหญ่ก็มาถึงบทสรุปคือ ได้งานทำแล้ว โอเคยูก็มาลองฝึกงานดู ค่าตอบแทนก็อย่างที่บอก พี่ถือว่าพี่ให้โอกาสยู พี่ชอบให้โอกาสคน แต่ถ้ายูไม่พอใจ คิดว่าเอาเปรียบก็ไป ที่นี่อเมริกาไม่จำเป็นต้องทน ยูมีสิทิเลือกทำงานที่ยูคิดว่าดี เพราะอย่างที่บอกจริงๆคนเต็มแล้วแต่นี่ก็คือช่วยยูนะ ยูต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำได้หรือไม่ พี่ให้เวลาสองอาทิตย์ในการพิสูจน์ ถ้าทำไม่ได้ก็ไป

และแล้วชีวิตการทำงานในร้านอาหารไทยก็ได้เริ่มในวันรุ่งขึ้น…………


คุยกับเจ้าของร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก Speaking with Thai Restaurant Owners

admin September 10th, 2007

หลังจากที่ได้โทรตื้อเจ้าของร้านอาหารร้านหนึ่งหลายครั้ง เขาก็บอกให้มารอที่ร้าน ตอนทุ่มหนึ่ง ตอนนั้นดีใจคือมันมีโอกาสได้งานมากขึ้นเพราะเราได้เจอเจ้าของร้าน ก็พยายามแต่งตัว แต่งหน้าให้ดุดี เพราะมีคนบอกมาถ้าไม่สวยแกไม่รับ ต้องสวยเท่านั้น

พอถึงเวลานั้นก็ไปรอ แกก็มาช้ากว่าเวลาที่นัดไว้ครึ่งชั่วโมงได้ มาถึงก็ไม่สนใจทำงาน รอแกอีกเกือบชั่วโมงก็เรียกไปคุย เจ้าของร้านนี้เป็นชาย วัยประมาณเกือบหกสิบแต่เราต้องเรียกเขาพี่ คนในร้านแนะนำมาอย่าเรียกลุงเด็ดขาด โกรธตาย พี่ก็พี่

คุรพี่เจ้าของร้านทานก็เปิดฉากถาม มานานรึยัง มาทำอะไร วีซ่าแบบไหน ภาษาอังกฤษเป็นไง เราก็ตอบไป เราบอกพี่ค่ะงานมันหายากมากหนูสมัครไปเยอะมากไม่ได้เลย แกบอกใช่งานหายาก มาใหม่อย่าคิดว่าจะหางานได้เร็ว หรือคิดว่าจะได้เงินเยอะแยะ คนไทยที่มาทำงานมาอยู่ที่นี่มันมีกรรม มาใช้กรรมกันทั้งนั้น ใครบอกมาอเมริกาสบายไม่จริงเลย

คุณพี่เล่าต่อให้ฟังถึงประวัติชีวิตของแก (จริงๆไม่ได้ถามแกเลยนะเนี่ยเล่าเองหมด) พี่มาอยู่ที่ซานฟรานนี่สามสิบกว่าปีแล้ว รู้หมด ทุกซอกทุกมุม แกเล่าว่าแกเป็นโรบินฮูดมายี่สิบปี จนแต่งงานกับคนอเมริกันเชื้อสายจีนที่นี่ มาใหม่แกขับแท็กซี่ ขับแท็กซี่อยู่สิบปีแกบอก เราต้องการงานเราต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเราอยากทำงานจริงๆ เราต้องวิ่งหางาน แรกๆพี่มาอยากขับแท็กซี่ต้องไปนั่งรอไปตื้อเขาเป็นวันๆ เพราะเราอยากได้งาน เราต้องวิ่งไปหางาน งานไม่วิ่งมาหาเรา พี่ไม่เคยโทรเรียกคนที่มาสมัครแล้วทิ้งเบอร์ไว้ อยากได้งานคุณต้องมา ต้องรอ ในใจเราก็คิดเหมือนแกเก็บกด เพราะโดนมาก่อนพอเป็นเจ้าของร้านเลยขอเอาคืนบ้าง

ตอนพี่เปิดร้านอาหารใหม่ๆ ทำเองทุกอย่างเมื่อก่อนก็ไม่เคยทำกับข้าว อะไรที่ไม่เป็นก็ต้องทำต้องเรียนรู้ ก็มาเป็นที่นี่ ระบบร้านของพี่ไม่เหมือนร้านอื่นเป็นแบบของพี่ เพราะพี่ไม่เคยเป็นลูกจ้างร้านอาหารมาก่อน เจ้าของร้านส่วนใหญ่ไต่เต้ามาจากลูกจ้างร้านอาหาร แต่พี่ไม่เคย ดังนั้นระบบการทำงานที่นี่อาจไม่เหมือนร้านอื่น

แกเล่าต่อทำร้านอาหารไม่ง่ายเหนื่อย ร้านนี้ช่วงหนึ่งเคยบูม คนเยอะแต่ตอนนี้เงียบลงเยอะ เพราะมีร้านอาหารไทยอีกร้าน ใหม่กว่า สวยกว่า ใหญ่กว่ามาเปิดในบริเวรใกล้เคียง เท่าที่ฟังน้ำเสียงเหมือนจะไม่ชอบใจร้านใหม่เอามากๆ แล้วยูไปสมัครร้านนั้นกับเขารึป่าวละ เขาดังมากตอนนี้ ตีร้านอื่นกระจายหมด ร้านนี้ก็กระทบเยอะ พี่ต้องมานั่งมาคิด มาปรับจะทำอย่างไรให้มันอยู่ได้ เออฟังแล้วมันก็ไม่ง่ายเลยนะเป็นเจ้าของร้าน เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ฟังต่อตอนต่อไปจ้า

คนไทยในซานฟรานซิสโก Thai People in San Francisco

admin August 31st, 2007


p8200336.jpgp8200336.jpg

อย่างที่บอกว่าในซานฟรานซิสโก มีคนไทยค่อนข้างเยอะ ทุกครั้งที่ออกไปนอกบ้าน จะต้องได้ยินเสียงคนไทยอย่างน้อยสองคนคุยกัน แต่ถ้าคณไปตามเอาท์เลต ละก็บางเยอะเลยละค่ะ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าคนไทยชอบช๊อปปิ้งขนาดไหนอ้าวแล้วทำไมซานฟรานซิสดกมีคนไทยเยอะละ จริงๆแล้วแคลิฟอเนียน่าจะเป็นรัฐที่มีคนไทยเยอะที่สุด นั่นน่าจะเป็นเพราะอากาศที่ไม่หนาวจัดจนเกินไป และเป็นรัฐใหญ่ที่มีเมืองใหญ่ๆและเจริญและน่าอยู่กว่าหลายรัฐในอเมริกา รวมทั้งผู้คนค่อนข้างมีอัธยาศัยดี และไม่มีการแบ่งแยกเรื่องเชื้อชาติสีผิวมากนัก สำหรับซานฟรานซิสโก สาเหตุหลักที่ทำให้มีคนไทยที่นี่เยอะเนื่องจากที่นี่มีมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ที่นี่มีนักเรียนไทยที่มาศึกษาต่อจำนวนมาก ท้งมาศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย หรือหลายคนมาเรียนภาษา ประกอบกับที่นี่ระบบขนส่งมวลชนค่อนข้างดี จึงสะดวกสำหรับนักศึกเรียน นักศึกษาที่จะมาเรียนที่นี่เพราะไม่จำเป็นต้องมีรถส่วนตัว บ้านเมืองก็ไม่เงียบเหงาเหือนหลายๆเมืองในอเมริกา มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาต่างในซานฟรานซิสโกและบริเวณใกล้เคียง ที่มีชื่อเสียง เช่น San Francisco State University, UC berkeley, UC San Francisco, Acadermy of art University, University of Sanfrancisco, Golden Gate University, City college และอื่นๆอีกมากมายดังนั้นที่นี่จึงเต็มไปด้วยนักเรียนไทย เท่าที่เจอส่วนมากมาเรียนภาษา หรือมาเรียนต่อปริญญาโท ส่วนมากนักเรียนก็จะทำงานในร้านอาหารไทย อย่างที่บอกว่าร้านอาหารไทยที่นี่เยอะ แต่คนไทยก็เยอะเช่นกัน ดังนั้นลองเดาเล่นๆว่ามันจะหางานทำในร้านอาหารได้ง่ายหรือยากกันแน่คนไทยที่เจอที่นี่นอกจากนักเรียน ก็มีประเภทมาอยู่ที่นี่แบบโรบินฮุด คืออยู่มาเป็นสิบปีกลับก็ไม่ได้เพรระกลับแล้วมาอีกไม่ได้ ก็ทำงานเก็บเงินจนพอใจจึงจะกลับ ส่วนมากประเภทนี้การศึกษาน้อย มักทำงานในครัว ต่างจากคนที่ทำงานเสริฟส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ซึ่งก็รู้กัน คนไทยที่มีปัญญามาเรียนเมืองนอก (ถ้ามาด้วยทุนตัวเอง) ก็เป็นคนมีตังค์ทั้งนั้น คนไทยที่ทำงานเสริฟส่วนใหญ่พูดง่ายก็ลูกคนรวย จบปริญญาตรีมาแล้วเป็นส่วนมากคนไทยจำนวนหนึ่งที่มาอยู่ที่นี่นานเป็นสิบปีแต่ก็ยังทำงานเสริฟในร้านอาหารก็เยอะ เคยถามเขาว่าคนไทยเขาทำกันแต่ร้านอาหารไทยเหรอ มีงานอย่างอื่นไม๊ที่คนไทยเขาทำกันนะ คำตอบคือ อือ.. เขาก็ทำร้านอาหารไทยกันแหละ ดีที่สุดแล้ว … ฟังแล้วก็…จริงเหรอ… (ในใจมันต้องมีอย่างอื่นสิน่า)แต่ถ้าถามว่ามันมีไม๊คนไทยที่ทำงานดีๆในบริษัทฝรั่ง มีนะเพราะเจอพี่สาวคนไทยคนหนึ่ง เขาทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในบริษัทดังแห่งหนึ่งที่นี่ แต่เขาก็บอกว่าในบริษัทก็มีเขาคนเดียวนี่แหละที่เป็นคนไทย เราเล่าว่าคนไทยที่นี่เขาบอกคนไทยก็ทำกันแต่ร้านอาหารไทยแหละ พี่เขาก็ขำบอก เขาพูดงั้นเหรอ ตลกดี ทำไมอยากทำกันนักร้านอาหาร เขาบอกไม่จริงหรอกมีงานอย่างอื่นที่คนไทยทำได้ ดูเขาสิ แต่ว่าถ้าอยากหางานดีๆทำก็ต้องมีดีกรีที่นี่ คือจบอะไรซักอย่างที่นี่ พี่เขาจบปริญญาโทด้านคอมพิวเตอร์ที่ ซาคราเมนโต ทำงานที่อเมริกามาสิบปีจนได้กรีนการ์ดแล้ว สรุปคือมันอยู่ที่ความคิด และความพอใจ ต่างจิตต๊?างใจ ต่างเหตุผล คงไม่มีใครผิด ใครถูก


ร้านอาหารไทยในอเมริกา Thai Restaurants in America

admin August 30th, 2007



วันนี้มาเล่าต่อ หลายคนที่ไปอเมริกาถ้าไม่ได้ไปแค่เที่ยวคือไปเรียนหรือทำงาน งานแรกที่มักคิดกันคือทำงานในร้านอาหารไทย ทำงานเสริฟบ้างทำในครัวบ้าง แต่ที่ฮิตในหมูคนอายุไม่มากหรือนักเรียน นักศึกษาก็คงไปเป็น wait จริงๆแล้วงานในอเมริกามีมากกว่าการทำงานร้านอาหารไทย แต่สำหรับคนที่ไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย (ตัวเองด้วยแหละ) คือไม่มีใบทำงาน ก็ไม่มีโอกาสเลือก เพราะมีไม่กี่งานที่รับแรงงานผิดกฎหมายแถมบางคนภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่องจะทำอะไรได้ก็ทำงานกับพี่ไทยด้วยกันนี่แหละใช่ไม๊ร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก มีเยอะมาก คิดว่าเป็นหลักร้อยถือว่าเยอะมาก เพราะจริงๆซานฟรานเป็นเมืองที่พื้นที่ไม่ได้เยอะ เลย ยิ่งในบริเวณดาวทาวน์บางที ห่างกันไม่กี่ห้อง หลายๆร้านมีหลายสาขา ร้านดังๆที่นี่เช่น King of Thai noodle, Osha, Thai Stick, Citizen Thai, Samui, Chaam, Bangsan และอื่นๆอีกมากมาย ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ถือว่าขายดี แต่ร้านที่เงียบก็เยอะ บางร้านเคยเปิด เดินทางอีกทีปิดไปแล้วก็มี ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางๆ เจ้าของส่วนใหญ่ก็คนไทย แต่มีบางร้านเจ้าของเป็นฝรั่งก็มี ร้านที่เจ้าของเป็นฝรั่งส่วนมากจะไม่รับคนทำงานผิดกฎหมาย เพราะตัวเองเคยไปสมัครเขาก็บอกต้องการคนที่ทำงานถูกต้องเท่านั้น จริงๆอย่างที่บอกถ้าเทียบกันพื้นที่ต่อพื้นที่บางทีซานฟรานซิสโกน่าจะมีร้านอาหารไทยมากกว่าแอลเอซะด้วยซ้ำ ร้านอาหารไทยบางร้านจะมีสองส่วนคือส่วนที่เป็นส่วนทานอาหาร กับส่วนบาร์ หลายๆร้านจะมีบาร์ด้วย คิดว่าขายเหล้าคงกำไรดีมั้ง บางร้านเล็กๆก็มีแต่อาหาร แต่คิดว่าทุกร้านจะมีไวน์ เบี้ยด้วย เพราะคนที่นี่นิยมดื่มไวน์ มากกว่าคนไทย ทานอาหารไปจิบไวน์ไป ระบบในร้านก็จะแตกต่างกันไป ถ้าเป็นร้านค่อนข้างใหญ่เป็นระบบ เขาจะแยกหน้าที่คนรับออเดอร์ก็รับออเดอร์ เทกแคร์ คนยกอาหารก็ยกอาหารเสริฟอย่างเดียว คนเก็บโต๊ะก็เก็บโต๊ะ จัดโต๊ะอย่างเดียว นี่เป็นแบบร้านที่เป็นระบบ แต่บางร้านเล็กๆไม่เป็นระบบก็คือคนคนเดียวทำมันทุกอย่างรับออเดอรื เสริฟ เก็บโต๊ะ คิดเงิน ส่วนมากร้านอาหารฝรั่งจะเป็นแบบแรก ร้านไทยน่าจะครึ่งๆ

ร้านที่นี่ส่วนใหญ่ไม่มีที่อยู่ให้ คนทำงานก็หาที่พักเอาเอง ได้ยินว่าร้านบางที่เช่นแอลเอ บางร้านมีที่อยู่ให้เสร็จ ส่วนค่าแรงจริงๆน้อยมาก คือต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ฝรั่งเขาจ่ายกันเยอะ เช่นปกติที่ซานฟรานค่าแรงประมาณสิบสองเหรียญต่อชั่วโมง ร้านอาหารไทยให้ประมาณ ห้า หรือบางร้านไม่ให้เลย แต่ไปได้กันที่ทิป มีเพื่อนบอกทำงานที่รานอาหารไทยที่เท๊กซัสไม่มีค่าแรงให้ แต่แค่ทิปเขาก็พอใจกันแล้ว ซึ่งจริงๆทำงานร้านอาหารจะได้มากน้อยอยู่ที่ทิปซะเป็นหลัก ดังนั้นถ้าคุณทำงานร้านที่มันขายดีก็สบายไป ทำร้านที่เงียบๆก็คงได้ไมกี่ตังค์ แต่บางทีก็มีตัวแปรคือบางร้านขายดีแต่พนักงานเยอะก็ตัวหารเยอะ ที่ดีสุดคือขทายดีและพนักงานน้อยก็ตัวหารน้อยรับกันไปเต็ม แต่ข้อดีของการทำงานร้านอาหารคือมีข้าวให้กิน ไม่ต้องเสียตังค์ค่าอาหารก็ประหยัดไปได้เยอะ เพราะอาหารที่นี่มันแพง

ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ที่วานฟรานปิดค่อนข้างดึกเมื่อเทียบกับร้านอาหารประเภทอื่นคืออย่างต่ำสี่ทุม บางร้านตีหนึ่ง ตีสอง ซึ่งถ้าดูร้านอาหารฝรั่งหรืออื่นๆ ส่วนใหญ่สามทุ่มเขาก็ปิดแล้ว

คิดว่าเบื้องต้นคงได้ข้อมูลพอสมควร สำหรับคนที่คิดอยากไปทำงานร้านอาหารในอเมริกา ยังไม่จบจ้ามีอีกเยอะ แล้วจะเล่าให้ฟังต่อเรื่องการสมัครงานและการทำงานจรงิๆในร้านอาหารไทย ดีจริงป่าวน้า



เขาเล่าว่า..กับชีวิตจริงในอเมริกา มันจริงไม๊ Is it true what they say about America?

admin August 28th, 2007



image189.jpg

คิดว่าหลายๆคนคงเคยมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่อยู่ในอเมริกาหรือเคยไปอเมริกา เล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับที่นั่นให้ฟัง ตัวเองเช่นกันจริงๆเมื่อก่อนไม่เคยคิดอยากมา ไม่เคยอยากอยู่เมืองนอก และไม่คิดว่าจะมีโอกาสมาเที่ยวอเมริกาเพราะมันแพงเกินไปสำหรับตัวเอง แต่ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนวันนี้มากกว่ามาเที่ยวเพราะต่อจากนี้ชีวิตส่วนใหญ่คงใช้ที่นี่ ไม่ใช่เมืองไทยซะแล้ว

ก่อนตัดสินใจมาก็ฟังเพื่อนหลายคนซึ่งทั้งเคยมาเรียน มาทำงาน มาเป็นโรบินฮูดอยู่ที่นี่ เล่าให้ฟัง ส่วนใหญ่คนรอบตัวจะบอก เมกาดีมากเลยหาเงินได้เยอะ หางานก็ง่าย สนุกกว่าอยู่เมืองไทย อากาศก็ดี คนก็ดี อิสระเสรี ทำงานร้านอาหารได้เงินเยอะเดือนหนึ่งเป็นแสน ถ้าทำเมืองไทยอีกกี่ปีจะได้หลักแสน อันนี้เพื่อนพูด “คิดดูพวกเราจบปริญญาโท มหาลัยก็ดัง ได้เงินเดือนเท่าไร สองหมื่นห้า สามหมื่น มาทำร้านอาหารงานง่ายๆได้เป็นแสน” อยู่เมืองไทยเงินไม่พอใช้ อยู่ที่นี่รับเงินทุกวัน ช๊อปปิ้งทุกวัน บางคนมาอยู่ที่นี่บอกขับเบนซ์ ซื้อกระเป๋าแบรนเนมส์แพงๆเป็นว่าเล่น คุณเชื่อไม๊ละ

สำหรับตัวเองก่อนมา คืออยากทำงานร้านอาหารไทยแหละเพราะฟังมาเยอะว่าคนไทยเขาก็ทำงานร้านอาหารไทยกันทั้งนั้น ก็กังวลว่าจะหางานได้ง่ายอย่างที่เขาว่าจริงไม๊ บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ก็เพื่อนๆนี่แหละบอก โหอเมริกาหางานง่ายแค่คิดว่าอยากทำงานงานก็รออยู่เต็มไปหมด แต่เราก็ย้ำว่า เฮ้ยแต่เราไปทำแบบผิดกฎหมายนะ ไม่มีใบทำงาน (work permit) ไม่มีกรีนการ์ด (green card) หางานง่ายจริงเหรอ เขาก็บอกร้านอาหารไทยเยอะแยะ เขาเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น ยิ่งเป็นผู้หญิงสาวๆหน้าตาโอเค หุ่นดียิ่งง่าย เราก็เออเราก็ใช้ได้นี่นา คงง่ายเลยดิ คนที่บอกนี้เขาอยู่เมืองใกล้ๆ แอลเอ แล้วแม่เขาก็เป็นเจ้าของร้านอาหารมาก่อน อีกคนบอกหาเมืองนี้ไม่ได้ก็ย้ายไปเมืองอื่นสิ อเมริกามีตั้งห้าสิบรัฐมันต้องได้ซักที่แหละ เราก็เออ คงง่ายจริงมั้ง (หน้ามืดตามัวเพราะเบื่องานบริษัทเต็มที)

มาเพื่อนอีกคน คนนี้เคยมาซานฟราน เราก็เฮ้ยตรงเลย เขาบอกโหเขาอยู่ซานฟรานมาสองเดือนสมัครงานร้านอาหารไทยยี่สิบที่ได้มั้ง ไม่มีใครรับ ไม่มีใครโทรเรียกเลย สองเดือนเลย ไม่ไหวย้ายไปนิวยอร์ก เพราะมีเพื ื่อนที่นั่นเขาฝากงานให้ทำที่ร้านอาหารไทยนี่แหละ แต่มีคนฝากนะ

ที่นี่เราก็เฮ้ย เชื่อใครดีละ ตกลงงานมันหาง่ายไม๊เนี่ย แล้วอเมริกามันดีกว่าเมืองไทยจริงไม๊ละ มันสวยหรู สนุกสนานจริงไม๊ หรือมันลำบากอย่างที่บางคนบอก อือแล้วจะเล่าให้ฟังต่อไป แต่ขอบอกก่อนว่าอันนี้คือที่เจอกับตัวเอง หลายๆคนที่ไปอเมริกาคงมีอะไรหลายอย่างที่แตกต่างกัน เพราะอเมริกามันใหญ่มาก แต่ละเมืองแต่ละรัฐก็มีความแตกต่างกัน บางครั้งเราฟังคนที่อยู่เมืองหนึ่งแต่เราจะไปอีกเมือง อาจไม่เหมือนกันเลยก็ได้