Archive for the 'thai massage' Category

สถานที่ท่องเที่ยวในซานฟรานซิสโก : San Francisco Attractions : Embarcadero

plew June 14th, 2008

San Francisco Ferry Buildingนนสายสำคัญและสวยมากที่สุดสายหนึ่งในซานฟรานซิสโกคงหนีไม่พ้น Embarcadero ซึ่งเป็นถนนสายที่วิ่งเรียบ San Francisco Bay พูดง่ายๆเป็นถนนวิ่งเรียบน้ำตลอดสาย
Embarcadero มีสถานที่ท่องเที่ยวดังๆของที่ตั้งอยู่ ไม่ว่าจะ Ferry Building, Fisherman’s Wharf and Pier 39, Coit Tower นอกจากจะมีสถานที่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวบนถนนเส้นนี้แล้วทัศนียภาพของถนนเส้นนี้สวยงาม ฝั่งหนึ่งเป็นอ่าว ซึ่งจะเห็น Bay Bridge ซึ่งเป็นอีกสะพานที่ใช้ข้ามจากฝั่ง ซานฟรานซิสโกไปโอ๊คแลนด์ เบย์บริดจ์ในช่วงพระอาทิตย์ตกก็สวยงามไม่แพ้ โกลเดนเกตบริดจ์เช่นกัน จริงๆแล้วเบย์บริดจ์นั้นยาวและกว้างกว่าโกลเดนเกตบริดจ์เสียอีก รวมทั้งสร้างในระยะเวลาไล่เลี่ยกันแต่ไม่โด่งดังเป็นที่รู้จักมากนัก

นอกจากจะขนาบไปด้วยผืนน้ำแล้ว อีกฝั่งของถนนเป็นตึกอถาคารที่มีความสวยงาม วิวอาคารตึกรามจากถนนนี้ถือเป็นวิวของเมืองซานฟรานที่สวยมากมุมหนึ่งจะเห็นตึกปิรามิด ซึ่งก็คือตึก TransAmerica และ Coit Tower รวมทั้งร้านอาหารสวยๆเรียงราย ในจำนวนนั้นมีร้านอาหารไทยร้านหนึ่งซึ่งถือว่าอาจจะเป็นร้านอาหารไทยที่ดังที่สุดของที่นี่คือ “ร้านโอชา” ซึ่งเรียกว่ามีคนแน่นตลอดทุกวัน เดินเล่นบนถนนสายนี้ค่อนข้างมีความลอดภัยไม่มีคนจรจัด ถนนสะอาด เพลินตา ถ้าใครไม่ชอบเดินถนนสายนี้มีรถไฟรางโบราณ รวมทั้งรถไฟรุ่นใหม่ให้บริการหลายสาย เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวดังๆเยอะอย่างที่บอกบนถนนสายนี้

ถ้าเริ่มเดินจากถนน Market แล้วมาชน Embarcadero สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่จะเจอคือ Ferry Building จริงๆแล้วถ้าจะมาที่นี่แนะนำว่าให้มาวันเสาร์ อาทิตย์ เพราะเฉพาะเสาร์อาทิตย์ที่นี่จะมีตลาดนัดที่ที่นี่เขาเรียกว่า Farmer Market คือเจ้าของฟร์ามเอามาขายกันเอง มีทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารมากมาย ซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมของคนที่นี่ เพราะเขาเชื่อว่ามันสด สะอาด อร่อย เป็นธรรมชาติ ปลอดภัยจากสารเคมี มากกว่าไปซื้อในซุปเปอร์มาเก็ต แต่ราคาเหรอแพงกว่าในซุปเปอร์มาเก็ตอีก แต่สนุกดีเพราะมีของให้เลือกซื้อ เลือกกิน แต่ต้องมาแต่วันเพราะตลาดวายตั้งแต่บ่ายสองครึ่ง ถ้ามาวันธรรมดาหรือมาช่วงเย็น ค่ำก็จะเงียบเหงาไม่มีอะไรมาก นอกจากร้านอาหารซึ่งมีอยู่ไม่กี่ร้าน และตัวตึกเอง ซึ่งเหมาะแค่ถ่ายรูปไว้ดู แต่ไม่มีอะไรอื่นๆให้ทำ เพราะฉนั้นมาเสาร์ อาทิตย์ช่วงเช้าดีที่สุด ร้านค้าผู้คนจะคึกคักมาก


คลิกดูรูปถ่ายที่ Embarcadero
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ทำงานนวดในอเมริกา ภาคสี่

plew April 18th, 2008


// –>
// –>
// –> ลูกค้าประจำอีกราย คนนี้เป็นลูกค้าที่น่ารักมากที่สุด เธอเป็นคนอเมริกันเชื้อสายปากีสถาน ตอนคุยกันทางโทรศัพท์ เราก็บอกไม่ได้เช่นกันว่าเธอเป็นคนปากีสถาน เพราะสำเนียงก็อเมริกันแท้ๆอีกแล้ว เธอมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุห้าขวบ เจอกันครั้งแรกเราก็เฮ้ยแขกวะ จะดีไม๊เนี่ย จะสกปรกไม๊ คืออันนี้บอกตรงๆว่าคนไทยเราส่วนใหญ่อาจมีทัศนคติที่ไม่ดีนักต่อคน “แขก” อันนี้คือเรื่องจริงที่เรารู้ๆกันอยู่ อาจไม่ใช่คนไทยทุกคนแต่เท่าที่จำความได้ โตมาขนาดนี้ส่วนใหญ่มีทัศนคติไม่ดีทั้งนั้น คิดถึงแขกก็นึกถึงความเหม็นก่อนเลย เราเองเกิดมาก็ไม่เคยมีเพื่อนแขกอินเดีย แขกปากีมาก่อน แต่ลูกค้าคนที่เธอเป็นคนนิสัยดีมากๆ มานวดอาทิตย์ละครั้ง แรกๆเธอก็มานวดที่อพาร์ตเมนท์เรา หลังๆเราไปนวดให้เธอที่บ้านเพราะบ้านเธอไม่ไกลจากเรามากนัก เวลาเรานวดให้จะถามตลอดว่าเหนื่อยไหม ไปนวดที่บ้านเธอก็หาน้ำหาท่าให้ดื่ม ชวนกินข้าวเย็นอีกต่างหาก นวดกันบ่อยจนเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง เธออายุมากกว่าเราสามปี เธอทำงานดีถือว่าเป็นคนมีฐานะดีที่เดียว ไม่น่าเชื่อว่าจะมีน้ำใจกับคนทำงานกระจอกๆอย่างเรา ทุกครั้งที่นวดเสร็จเธอจะขับรถมาส่งที่บ้าน แถมยังถามว่าจะไปซื้อของอะไรไหม จะไปส่งแล้วกลับด้วยกันจะได้ไม่ต้องเดินแบกกลับบ้าน เธอบอกบ้านเธอต้อนรับเราเสมออยากมานั่งมานอนเล่นก็มาได้ตลอด แถมยังชวนเราไปนั่งกินข้าวตามร้านอาหารด้วยกันอีก เธอบอกเธออยากเลี้ยงข้าวเรา

มีเหตุการณ์ณ์หนึ่งที่ประทับใจมากๆ ตอนนั้นเราบอกเธอว่าจะแต่งงานแล้วกับคนอเมริกัน เธอก็ถามเราใหญ่ประมาณว่าแน่ใจนะว่าเขาเป็นคนดี “ยูไว้ใจใครมากๆไม่ได้ ยูใหม่ที่นี่ เขาทำงานอะไร รู้จักกันนานแค่ไหน” เพราะเธอได้ยินข่าวผู้หญิงต่างชาติที่ถูกหลอกมาเยอะ พอวันแต่งงานเธอก็โทรมาเช็คว่าเราโอเคไหม ทุกอย่างราบรื่นไหม หลังจากนั้นเราบอกเธอว่าเราจะไปฮันนีมูนที่ฮาวายสามอาทิตย์ พอเราไปถึงฮาวายได้วันหนึ่งเธอก็โทรมาถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไม๊ เธอโทรมาเพื่อให้แน่ใจว่าเราโอเคไม่โดนหลอก บอกตรงๆว่าซึ้งมากเลย เธอบอกเราบ่อยๆว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้บอกไม่ต้องเกรงใจเธอยินดีช่วย โทรหาเธอได้เสมอ ตั้งแต่เรามาอยู่ที่นี่เราเจอคนไทยที่นี่ เจอคนที่ทำงานร่วมกัน แต่ไม่เคยเจอใครที่มีน้ำใจกับเราอย่างนี้มาก่อน ถ้าไม่นับแฟนของเรา คนมาไกลพลัดถิ่นอย่างเรา ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ แต่กลับมาได้รับน้ำใจกับคนแปลกหน้า คนต่างชาติ และเป็นคนที่เราเคยมีทัศนคติที่ไม่ดีมาก่อน ที่เริ่มต้นจากการเป็นลูกค้า รู้กันกันแค่หลักเดือน แต่กลับมีน้ำใจห่วงใยเรายิ่งกว่าบางคนที่รู้จักกันมาเป็นปีซะอีก

น้ำใจที่เราได้รับมันทำให้รู้สึกว่าโลกใบนี้มันยังมีมุมดีๆ ยังมีคนดีๆอยู่อีกมากมาย ดีใจที่ตัดสินใจทำงานนี้ ถึงมันจะดูเป็นงานที่ไม่ได้มีหน้าตา เป็นงานใช้แรง ไม่ได้ใช้สมอง ดูเป็นคนกระจอกๆคนหนึ่ง แต่เราได้รับอะไรมากมาย นอกจากการมีรายได้เล็กๆน้อยๆเข้ามาซึ่งมันทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ามากขึ้น สิ่งที่สำคัญไปกว่าเงินคือประสบการณ์ การรู้จักคน การได้คุย ได้ฟัง ได้แลกเปลี่ยน ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้ สองชั่วโมงที่มือเราทำงาน แต่ในขณะเดียวกันเราได้ความรู้มากมายจากคนที่เป็นลูกค้า รับรู้ถึงทัศนคติของคนต่างชาติต่างภาษา แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือ มิตรภาพนั่นเอง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทำงานนวดแผนไทยในอเมริกา Thai Massage Therapist in America

ทำงานวดแผนไทยในอเมริกา ภาคสอง

ทำงานวดแผนไทยในอเมริกาภาคสาม

Currently there are no state requirements and regulations in effect in the state you have selected. However, this does NOT necessarily imply that there are no laws in effect at all.

In some states such as CA and GA for example a variety of license requirements within the different municipalities exist. California licensing is regulated by city or county.

To learn about the rules and regulations regarding massage/bodywork contact the local authority in your area, the court house, police station, town hall, etc. Also, most teaching institutions such as massage schools are aware of the regulations in effect. Other sources of information would be the AMTA www.amtamassage.org and ABMP www.abmp.com.

ทำงานนวดในอเมริกา ภาคสาม

plew April 16th, 2008



// –>
// –>
// –>

ลูกค้ารายที่สองที่อยู่ในความทรงจำ คนนี้เป็นพี่สาวคนไทยค่ะ แรกเลยพี่เค้าโทรมาฝากข้อความไว้เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษเขาดีมากสำเนียงดี เราก็โทรกลับก็พูดภาษาอังกฤษกลับไป พี่เขาบอกคนไทยค่ะ ก็เฮ้ยคนไทยโทรมา ดีเหมือนกันได้ลูกค้าคนไทยจะได้คุยกันง่ายหน่อย และมันก็มีข้อดีอื่นๆตามมาเพราะพี่เขาเป็นคนไทยที่ไม่เหมือนคนไทยคนอื่นๆที่เราเจอที่นี่ จากการที่ได้คุยกับพี่เขามันทำให้เรารู้สึกว่าคนไทยที่เก่งๆ ก็มีนะ แล้วจริงๆมันก็มีทางเลือกอื่นๆนอกจากการทำงานร้านอาหาร พี่สาวคนนี้อายุประมาณสี่สิบ เธออยู่ที่นี่มาเกือบยี่สิบปี เราไปนวดให้ที่อพาตเมนท์เธอ เธออยู่อพาร์ตเมนท์ หรูและแพงแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโก เริ่มแรกคือมาเรียนต่อปริญญาโท ด้วยความที่มีพื้นฐานทางภาษาดีมาก่อนแล้ว เนื่องจากที่บ้านให้ความสำคัญส่งเสริมให้พูดภาษาอังกฤษ พี่เขาจบมัธยมจากโรงเรียนคอนแวนต์ชื่อดังในกรุงเทพ หลังจากนั้นก็จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐแห่งหนึ่ง พอจบก็มาเรียนต่อปริญญาโทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ซาคราเมนโต ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐแคลิฟอเนียนั่นเอง ไม่ไกลจากซานฟรานซิสโกมากนัก เรานวดไปก็ถามไป พี่เขาก็เล่าไป เธอเล่าต่อ ช่วงที่เธอเรียนจบนั้น เป็นช่วงที่บริษัทต่างๆต่างต้องการเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เธอจึงได้งานทำที่ซานฟรานซิสโกทันทีหลังเรียนจบ และทำจนทุกวันนี้รวมแล้วกว่าสิบปี เราถามต่อว่าแล้วพี่อยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีมีเพื่อนคนไทยมั่งไม๊ พี่เขาบอก “ไม่มีเลย พี่ไม่ค่อยเจอคนไทยเลยนะ ที่ทำงานก็ไม่มีคนไทยซักคน” เราบอกต่อ ไม่มีอะไรพี่คนไทยในซานฟรานเยอะจะตาย แกบอกเหรอพี่อยู่มาไม่เจอนอกจากเวลาไปกินข้าวที่ร้านอาหารไทย อันนั้นเจอแน่ๆ เราก็คุยต่อ “รู้ไม๊หนูคุยกับคนไทยที่นี่ ถามเขาว่าคนไทยที่มาอยู่ที่นี่เขาทำงานอะไรกันบ้างนอกจากงานร้านอาหาร เขาบอกไม่มีหรอกส่วนใหญ่ก็ทำงานร้านอาหารกันทั้งนั้นแหละ ดีที่สุดแล้ว” พี่เขาก็ขำ “จริงเหรอเขาว่างั้นเหรอ ไม่จริงหรอกดูพี่ดิพี่ยังทำงานอย่างอื่นเลย พี่เคยทำงานร้านอาหารเหมือนกันสมัยเรียนแต่ทำแค่แป๊ปเดียวเพราะอยากลอง แล้วก็ไม่ได้กลับไปทำอีกเลย คนไทยทำงานดีๆก็มี ลุงพี่ก็ทำงานด้านบัญชีอยู่ที่นิวยอร์ก” เราถามต่อแต่ถ้าคนไทยอย่างเราจะหางานทำดีๆที่นี่ ต้องจบมีดีกรีจากที่นี่ใช่ไม๊ พี่เขาก็บอกใช่ เพราะถ้าเราเรียนที่นี่เราจะคุ้นเคยกับระบบการคิดการทำงานแบบอเมริกัน เราก็คุยต่อแต่บางคนเขาก็จบที่นี่นะแต่เขาก็ยังอยากทำงานร้านอาหารอยู่ดีแหละ พี่แกก็ขำๆ เราก็เล่าต่อบางคนจบปริญญาโทจากเมืองไทยก็ไม่อยากทำงานดีๆในเมืองไทย อยากมาทำงานเสริฟที่นี่ เขาบอกอยู่อเมริกาดีกว่าอยู่เมืองไทยเยอะ พี่แกบอกว่า “สำหรับพี่จริงๆพี่อยู่ที่ไหนก็ได้ พี่อยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีก็จริง แต่พี่ไม่เคยคิดว่าที่นี่ดีกว่า พี่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนมันขึ้นกับว่าเราทำอะไรมากกว่า พี่อยู่ที่นี่เพราะพี่ชอบงานที่พี่ทำ ชอบบริษัทที่ทำ พี่จึงอยู่ที่นี่ แต่ถ้าให้พี่อยู่ที่นี่แล้วทำงานเสริฟพี่คงไม่ ไม่แน่ถ้าพี่กลับเมืองไทยแล้วพี่ได้ทำงานสนุกๆแบบนี้พี่ก็อยู่เมืองไทยได้ ทุกที่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแหละ” หลังจากนวดเสร็จเรียบร้อยพี่เขาบอกว่า “เมมเบอร์พี่ไว้แล้วใช่ไม๊ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็โทรมานะไม่ต้องเกรงใจ” ฮ้า ดีใจจังไดรู้จักคนดีๆเพิ่มอีกหนึ่งคน

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทำงานนวดแผนไทยในอเมริกา Thai Massage Therapist in America

ทำงานวดแผนไทยในอเมริกา ภาคสอง
ทำงานนวดแผนไทยในอเมริกาภาคสี่

California’s “Massage” Definition from Bill 1388:

(a) “Massage” means the application of a system of structured touch, pressure, movement, and holding to the soft tissues of the human body with the intent to enhance or restore the health and well-being of the client. The practice includes the external application of water, heat, cold, lubricants, salt scrubs, or other topical preparations; use of devices that mimic or enhance the actions of the hands; and determination of whether massage therapy is appropriate or contraindicated, or whether referral to another health care practitioner is appropriate. For purposes of this chapter, massage and bodywork are interchangeable.

(b) “Massage Therapist,” “Bodyworker,” “Bodywork Therapist,” or “Massage and Bodywork Therapist” means a person who is licensed by the Board of Massage Therapy under subdivision (c) of Section 4604 and administers massage for compensation.

(c) “Massage Practitioner,” “Bodywork Practitioner,” or “Massage and Bodywork Practitioner” means a person who is licensed by the Board of Massage Therapy under subdivision (b) of Section 4604 and administers massage for compensation.


ทำงานนวดแผนไทยในอเมริกา Thai Massage Therapist in America

plew April 13th, 2008



จากงานร้านอาหารมาทำงานนวดไทย หลังจากทำงานในร้านอาหารไทยได้ซักพักก็ต้องหยุด เนื่องจากเหตุผลหลายประการ หลักๆคือเดินทางท่องเที่ยวตามที่ตั้งใจและตกลงกับแฟนไว้ ไปทีก็เกือบเดือนไม่ออกเองเขาก็คงเชิญให้ออกอยู่แล้ว นอกจากนั้นเงินที่ได้มันค่อนข้างจะน้อยเอามากๆ เพราะแกเล่นให้ฝึกงานต่อไปทั้งๆที่ทำงานได้หมดแล้ว ในเมื่อยังฝึกงานเงินที่ได้ก็แค่ครึ่งของที่คนอื่นเขาได้ คิดแล้วมันไม่คุ้มกับการต้องกลับบ้านดึกๆเที่ยงคืน ตีหนึ่ง จะเจอเหตุร้ายเมื่อไรก็ไม่รู้ และหลังจากเราฝึกงานได้สองอาทิตย์ เขาก็รับเด็กเข้ามาฝึกงานอีกสามสี่คน เราดูแล้วมันก็แปลกๆ ไหนบอกคนเต็มไง กลายเป็นหาคนมาใช้งานค่าแรงถูกๆอีกเพียบ ทนไม่ได้ก็ออกไป ว่าแล้วตัดสินใจว่าคงไม่ทำต่อแล้วที่นี่ หลังจากนั้นก็เดินทางท่องเที่ยวตามแผน

หลังจากกลับมาจากการเดินทาง ก็คิดถึงการหางานใหม่ทำ แต่บอกตัวเองว่าคงไม่สมัครอีกแล้วร้านอาหารไทย เบื่อง้อแล้ว พอที มั่นใจว่ามันต้องมีอะไรอย่างอื่นสิที่เราจะหาเงินได้ ก่อนหน้านี้เคยถามเพื่อนร่วมงาน ซึ่งบางคนอยู่ที่นี่มาเป็นสิบปี ว่าคนไทยที่อยู่ที่นี่เขาทำงานอะไรกันอีกนอกจากงานร้านอาหาร ทุกคนบอกเหมือนกัน โอ๊ยคนไทยเขาก็ทำงานร้านอาหารกันแหละ ดีสุดแล้ว งานอื่นไม่รู้คนไทยที่เขารู้จักทุกคนก็ทำงานร้านอาหาร หรือเปิดร้านอาหารมันซะเอง เราก็กลับมานั่งคิด ไม่จริงมั้งมันน่าจะมีอย่างอื่นน่า หลังจากนั้นเริ่มเปิดหางานทางอินเตอร์เนตดู แต่ดูแล้วคงทำไม่ได้เพราะเรามันไม่มีใบทำงาน ไม่มีกรีนการ์ดอะไร คือจริงๆมาเที่ยวมันทำงานไม่ได้อยู่แล้ว สมัครงานร้านค้าอื่นๆก็ไม่กล้ากลัวโดนจับ เปิดไปเปิดมาเจอเวปไซต์หนึ่งเป็นเวปที่คนในพื้นที่จะเข้ามาโพสเพื่อประกาศให้บริการในด้านต่างๆ หรือประกาศซื้อขาย สำหรับคนที่อยู่ในโซนย่าน San Francisco Bay เปิดๆดูว่าเขาทำอะไร เขาขายอะไรกันบ้าง สำหรับตัวเองเรื่องขายของคงไม่เพราะไม่มีอะไรจะขาย คิดไปคิดมาทำงานนวดดีกว่า นวดไทยนี่แหละ ไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้แรงและทักษะอย่างเดียว ให้ลูกค้ามาที่อพาตเมนท์เลย เราไม่ต้องเสียค่ารถเดินทาง ไม่ต้องเสียค่าเช่าร้านอะไร ว่าแล้วเราก็เริ่มลงมือโพสโฆษณารับนวดแผนไทย ซึ่งเวปไซต์ที่ว่าให้บริการลงประกาศต่างๆฟรีอยู่แล้ว

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า เรียนนวดมาเหรอ ฮ้าๆๆ ป่าวเลยครับ ไม่เคยเรียนอะไรทั้งนั้น แต่อาศัยเคยไปนวดแล้วก็ชอบ เวลาไปนวดเราก็จะพยายามจำว่าเขาทำอะไรยังไง แล้วก็เอากลับมานวดให้คนใกล้ตัว ซึ่งก็ชมกันเปาะว่านวดเก่ง (จริงๆไม่รู้ว่าโกหกหรือป่าว) สรุปก็ใช้ครูพักลักจำ บวกใช้ความรู้สึกของตัวเองคือนวดให้คนอื่นในแบบที่เราชอบ ตรงไหนเราเมื่อย เราปวดบ่อยๆ ก็คิดว่าคนทั่วๆก้คงไม่ต่างกัน ร้านหลายที่เคยไปนวดมาก่อนแต่ละร้านก็มีวิธีที่ต่างกันบ้าง เราก็จำเอาแบบที่เราชอบมาประยุกต์รวมกัน เป็นแบบของเราเอง ที่พูดมาถึงตรงนี้ขอบอกว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีนักที่จะหาเงินด้วยการนวด โดยที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาเป็นเรื่องเป็นราว เพราะจริงๆการนวดก็มีความเสียงอยู่มากโดยเฉพาะที่อเมริกา ถ้าเราเกิดทำลูกค้าบาดเจ็บขึ้นมา อาจโดนฟ้องหมดตัวก็เป็นได้ เพราะคนที่นี่ไม่เหมือนคนไทย เขาฟ้องกันทุกเรื่อง ฟ้องกันเป็นเรื่องปกติ

ปกติแล้วสำหรับคนที่จะทำงานนวด คือนวดจริงๆ ไม่ใช่นวดแอบแฝง และโดยเฉพาะทำงานในร้านใหญ่ๆดี หรือในโรงแรม สำหรับที่นี่แคลิฟอเนียต้องมีใบอนุญาตจากรัฐ คือต้องผ่านการอบรมและผ่านการทดสอบ ถ้าเป็นเจ้าของกิจการหรือทำอิสระที่สำคัญต้องทำประกัน อย่างที่บอกคนที่นี่ชอบฟ้อง เกิดทำเขาเจ็บหรือไม่เจ็บแต่แกล้งเจ็บแล้วฟ้องขึ้นมา ไม่มีประกันละก้ออาจหมดตัวได้เลย ประกันจึงจำเป็นมากสำหรับคนที่ยึดอาชีพนี้ เท่าที่ฟังมาเขาบอกคนไทยไม่ค่อยอยากเปิดร้านนวดที่นี่ สักเท่าไร เพราะเบื่อปัญหาการโดนฟ้อง แต่สำหรับตัวเองบอกตรงๆว่าที่ทำตอนนั้นเพราะอยากหาอะไรทำ และก็อยากพิสูจน์ว่ามนมีอะไรอย่างอื่นให้ทำนอกจากงานร้านอาหาร ดังนั้นจึงรับลูกค้าเพียงวันละไม่เกินสองคน

หลังจากลงโฆษณาในอินเตอร์เนตได้สองวันปรากฏว่ามีคนสนใจโทรมาเพื่อจองเวลานวดจำนวนมาก มากกว่าสิบคนต่อวัน ตอนนั้นบอกตรงๆว่าไม่คิดว่าจะมีคนสนใจเยอะขนาดนั้น เพราะจริงๆมีคนโพสรับนวดในเวปไซต์นี้เยอะมากๆ เรียกว่าเป็นหลักร้อยทั้งที่เป็นร้านเป็นเรื่องเป็นราว และคนทำอิสระแบบเดียวกัน ตอนนั้นถ้าจะทำจริงจังคงรวยไปแล้วนวดแค่สักสามคนก็ได้เกือบหมื่นบาทไทยแล้ว แต่เรามันไม่ใช่มืออาชีพจึงทำแค่คนสองคน เรียกว่าได้รับการตอบรับเกินความคาดหมายมากๆ หลังจากนั้นก็มีคนโทรเข้ามาเพื่อนัดหมายอย่างต่อเนื่องทุกวัน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีคนสนใจเยอะน่าจะเนื่องจากราคา เพราะเราเล่นตัดราคาคนอื่นเขากระจุย คือคิดเป็นรายชั่วโมงก็ถูกว่าเขาเกือบครึ่ง ถ้าเทียบกับร้านใหญ่ๆที่มีนวดไทยถูกกว่ามากกว่าครึ่งเสียอีก แต่สำหรับเราถึงจะถูกกว่าชาวบ้านเขากว่าครึ่งแต่เงินที่ได้ถือว่าเยอะมากทีเดียวกับการทำงานวันละแค่สองชั่วโมง ไม่เสียค่ารถ ไม่ต้องแต่งหน้าทำผม ไม่ต้องใส่เสื้อผ้าสวยๆ ลูกค้ามาหาเราถึงที่ สองชั่วโมงจบได้เงินเยอะกว่าทำงานร้านอาหารแปดชั่วโมงอีก ตอนนั้นบอกตัวเอง เออคิดถูกที่เลิกทำงานร้านอาหาร เป็นนายตัวเอง ไม่ต้องง้องานใคร ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนจับผิด อยากทำก็ทำไม่อยากทำก็ไม่รับ แถมได้พูดภาษาอังกฤษมากกว่าอีก รวมทั้งได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆและเพื่อนใหม่ๆ อีกด้วย

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ทำงานวดแผนไทยในอเมริกา ภาคสอง

ทำงานวดแผนไทยในอเมริกาภาคสาม

ทำงานนวดแผนไทยในอเมริกาภาคสี่

Massage and the Law:

First and foremost, anyone can do massage without training or a license.

HOWEVER, if you charge a fee for massage services, you may be required to obtain a business license and, in addition, you may be required to take formal training ranging from a few hundred to several thousand hours.
Designations for Massage Therapists:

Here are some of the designations given to massage therapists…

* Licensed Massage Therapist
* Registered Massage Therapist
* Certified Massage Therapist
* Massage Practitioner
* Massage Apprentice