ขอสัญชาติอเมริกัน Apply for U.S.Citizenship
plew March 16th, 2011
การยืนขอสัญชาติอเมริกัน Apply for U.S.Citizenship or Naturalization การขออเมริกันซิติเซ่น สำหรับ้ที่ถือกรีนการ์ดมาครบห้าปีสำหรับกรีนการ์ดประเภทอื่นๆ และสำหรับผู้ที่ได้กรีนการ์ดการแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่นหลังจากถือกรีนการ์ดสามปีก็สามารถขอได้ ตัวเราเองได้กรีนการ์ดจากการแต่งงานดังนั้นครบสามปีก็สามรถยื่นขอเป็นอเมริกันซิติเซ่นได้แล้ว และจริงๆแล้วสามารถยื่นเรื่องก่อนที่จะครบกำหนดการถือกรีนการ์ดครบสามปีหรือห้าปีได้ล่วงหน้าเก้าสิบวัน กรณีของเราเองเราจะถือกรีนการ์ดครบสามปีในวันที่ยี่สิบแปดมกราคม ดังนั้นตั้งแต่ปลายๆเดือนพฤศจิกาเราก็มีสิทธิที่จะยื่นเรื่องได้แล้วแต่กว่าแต่เราก็ไม่ได้รีบร้อนก็เตรียมเอกสารเรื่อยๆ พอเตรียมเอกสารครบก็ยื่นเรื่องไปวันที่สิบสองธันวาคม ทีนี้มาดูกันว่าเอกสารทีต้องยื่นไปมีอะไรบ้าง
N-400Application for Naturalization N-400 downlad ได้ที่ http://www.uscis.gov/files/form/n-400.pdf
- ค่าธรรค่าธรรมเนียม $680 รวมค่าถ่ายรูปพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว
- สำเนากรีนการ์ดทั้งหน้า หลัง
- รูปถ่ายรูปถ่าย ขนาดพาสปอร์ต สองรูป เขียนชื่อด้วยดินสอหลังรูป
- ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อแสดงเอกสารการเปลี่ยนชื่อ
- สำเนาใบเกิดของคู่สมรสที่เป็นอเมริกันซิติเซ่นหรือเอกสารการได้สัญชาติอเมริกันของคู่สมรส
- สำเนาทะเบียนสมรส ถ้าคนใดคนหนึ่งเคยแต่งงานมาแล้วหรือทั้งคู่แสดงเอกสารการหย่าขาดจากคู่สมรสที่ผ่านมา
- หลักฐานการเสียภาษีสามปีย้อนหลัง
- ถ้ามีการย้ายที่อยู่ในช่วงเวลาสามปีหรือห้าปีหลังจากได้กรีนการ์ดแสดงเอกสารยื่นยันที่อยู่ เช่นสำเนาสัญญาเช่าทั้งหมด
หรือเอกสารอื่นๆที่แสดงว่าเราพักอาศัยในที่อยู่ที่อ้าง
- กรณีมีบุตรสำเนาใบเกิดของบุตร
นอกจากนั้นก็จะมีเอกสารอื่นๆตามแต่สถานการ์ของแต่ละคน แต่ตัวเราก็ส่งไปเท่านี้
สำหรับรายละเอียดของเอกสารที่ต้องยื่นทั้งหมดอ่านที่ http://www.uscis.gov/files/article/attachments.pdf
หลังจากส่งเรื่องไปได้ประมาณห้าวันก็ได้รับอีเมล์ รวมทั้งSMSจาก ว่าได้รับเอกสารของเราแล้ว ตรงนี้เราสามารถขอให้ USCIS ส่งข้อความยืนยันทางอีเมล์หรือโทรศัทพ์มือถือได้โดยกรอกแบบฟอร์มแล้วส่งไปพร้อมกับเอกสารอื่นๆ หลังจากนั้นสามวันก็ใบเสร็จว่าได้รับเรื่องเราแล้ว รวมทั้งได้รับเช็คเรียบร้อยพร้อมทั้งรหัสเคสของเราซึ่งเราสามารถใช้รหัสตัวนี้เช็คสถานใบสมัครของเราว่าดำเนินการไปไหนแล้วได้ทางเว็ปไซต์ของ USCIS @ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis
ผ่านไปสองอาทิตย์ก็ได้จดหมายนัดพิมพ์ลายนิ้วมือในอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า พอดีแฟนอ่านในอินเตอร์เนตเจอว่า
ไม่จำเป็นต้องไปตามวันที่กำหนดก็ได้ คือไปก่อนวันกำหนดได้ ซึ่งอาจทำให้การกำเดินการเร็วขึ้น เราก็เลยไปพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูปในวันรุ่งขึ้นเลย ซึ่งจริงๆเร็วกว่าวันที่ได้นัดเกือบหนึ่งเดือน ตอนไปก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะอนุญาตไหมเพราะเท่าที่อ่านมา
นั้นขึ้นแต่ละสำนักงาน คือบางเมืองก็อาจให้บางเมืองก็ไม่ให้ เราว่าคงขึ้นกับว่าเขามีคิวแน่นไหมด้วยเป็นหลัก
ของเราไปที่ซาคราเมนโต ก็เขาไปปรากฎว่าเงียบเชียว ก็บอกเจ้าหน้าที่ว่ามาพิมพ์ลายนิ้วมือ แล้วก็บอกว่าจริงๆวันที่ได้
นัดไม่ใช่วันนี้ คือมาเร็ว เขาบอกไม่เป็นไร เราก็เอาใบนัดให้เขาไป จะบอกว่าวันที่เราไปมีคนที่ไปมีเราคนเดียวเอง
คือไม่ต้องรอคิวเลย เร็วมาก และในวันที่พิมพ์ลายนิ้วมือนี่แหละ เขาจะให้คู่มือเตรียมสอบซิติเซ่นมาให้เรา รวมทั้งมีซีดี
ซึ่งเป็นเนื้อหาเดียวกันเพื่อใช้ฟังด้วย แต่จริงๆแล้วคู่มือและข้อสอบทั้งหมดสามารถดาวโหลดหรือ่านตรงได้จากเว็ป
ของอยู่แล้ว http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.749cabd81f5ffc8fba713d10526e0aa0/?vgnextoid=f472639cf4b6a210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=5efcebb7d4ff8210VgnVCM10000025e6a00aRCRD
หลังจากนั้นเราก็เริ่มอ่านหนังสือเตรียมสอบ จริงๆอ่านมาจากเว็ปไซตของUSCIS ์มาก่อนแล้ว และจริงๆแล้วจะบอกว่าสอบง่ายมากๆเลยคือจะเป็นคำถามกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสหรัฐ รวมๆของระบอบการเมืองการปกครอง สิทธิหน้าที่ของพลเมือง
และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอเมริกา ที่บอกว่าง่ายเพราะถ้าอ่านเล่มที่เขาให้มายังไงก็ผ่าน เพราะเขาจะถามคำถามสิบคำถาม
จากคำถามที่อยู่ในคู่มือทั้งหมดหนึ่งร้อยคำถาม คือจะไม่มีการถามอะไรนอกเรื่องหรือนอกเหนือจากร้อยคำถามที่อยู่ในลิส
จากสิบคำถามที่เขาจะถาม ตอบถูกแค่หกคำถามก็ผ่านแล้ว ก็แปลว่าตอบได้หกคำถามจากร้อยคำถามก็ผ่านแล้วละ จะไม่
ง่ายได้ยังไง นอกนั้นเขาจะให้เราอ่านประโยคที่กำหนด ถ้าอ่านประโยคแรกได้ก็ผ่าน ถ้าแรกไม่ได้มาสองอ่านได้ก็ผ่าน
ถ้าสองไม่ได้อีกก็ตก เสร็จแล้วก็ให้เขียนประโยคสั้นๆ ถ้าผ่านสามส่วนนี้ก็ถือว่าผ่าน ซึ่งง่ายมากๆเลย คนภาษาอังกฤษพอได้
ก็ไม่น่าจะมีปัญหา คือไม่ต้องเก่งอะไรเลยว่างั้น
แต่สิ่งที่เราว่าเป็นจุดสำคัญมากกว่าไอ้ตัวข้อทดสอบซึ่งง่ายมากๆคือ ตอนแรกเลยที่เขาจะสัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวเรานี่แหละ
ดังนั้นควรอ่านเตรียมตัวว่ากรอกข้อมูลอะไรไปบ้าง เพราะเขาจะเช็คว่าเราพูดตรงกับ้ข้อมูลที่ให้ไว้ไหม โกหกอะไรไม๊
รวมทั้งเป็นการทดสอบภาษาอังกฤษของเราไปด้วยในตัว ของเราโดนถามตั้งแต่ตอนเข้าอเมริกาครั้งแรกว่าเขามาวีซ่าอะไร
อย่ามั่วตอบเด็ดขาดเพราะเขามีข้อมูลในมือทั้งหมดตั้งแต่เราเข้ามาไล่มาขอกรีนการ์ด ไล่มายันขอซิติเซ่น
คนที่สัมภาษณ์เราเป็นคนจีน ฟังสำเนียงแล้วไม่น่าจะเกิดที่นี่ ก็โอเคไม่ได้โหด อะไร
โอเคมาไล่เล่าเรื่องการสัมภาษณ์ดีกว่า เราก็สัภาษณ์ที่ซาคราเมนโต คิวไม่เยอะมาก ตอนไปมีรอสักสิบคนได้
เราก็แต่งตัวสุภาพไป กางเกงผ้า เชิ้ตแขนยาว แต่พอไปโอ้ยเจ้าที่นี่มันแต่งตัวกันสบายเหลือเกิน ยีนส์ เสื้อยืดกันเชียว
คนที่สัมภาษณ์เราก็ใส่ยีนส์ เข้าไปปุ๊ปเขาจะให้ ยกมือขวาเพื่อสาบานว่าจะพูดความจริง เขาก็จะพูดเป็นภาษาอังกฤษละ
เราก็ตอบสั้นว่า I do ก็จบ เขาก็เชิญให้นั่ง แล้วก็ขอกรีนการ์ด และบัตรID พาสปอร์ต ของเราไป
แล้วก็เริ่มเปิดแฟ้มรวมทั้งแบบฟอร์มที่เราส่งไปไล่ไปเป็นข้อๆทีเ้ดียว เช่น เคยเปลี่ยนชื่อไม๊ ตอนนี้ทำงานที่ไหน อะไร
แต่งงานครั้งแรกไม๊ สามีชื่อะไร ทำไมย้ายบ้าน ออกนอกประเทศมากี่ครั้ง ออกไปทำอะไร พอดีครั้งหนึ่งเราออกไปห้าเดือนคือกลับเมืองไทยนั่นแหละกลับไปห้าเดือนกว่าก็โดนถามยาวหน่อย แต่เตรียมตัวมาแล้วมีเหตุผลดีอยู่แล้วก็โอเค ซึ่งจริงยังไงก็ต้องให้ผ่านละเพราะเราไม่ได้อยู่เกินหกเดือน จ่ายภาษีตรบไม๊ แต่งงานเมื่อไรเข้าประเทศครั้งแรกใช้วีซ่าอะไร เข้ามาเมือไร แล้วก็ถามพวกเป็นคอมมิวนิสต์ไม๊ นาซีไม๊ เคยโดนับไม๊ คือมันก็คือไล่ตาม เป็นคำถามที่อยู่ในแบบฟอร์มที่ส่งไปนั่นและ จบก็เข้าการทดสอบ
เราตอบถูกหกคำถามรวด เค้าก็เลยไม่ถามคำถามที่เจ็ด คำถามที่เราโดนถามคือ
- ทำไมธงชาติมีสิบถามแถบ
- เพลงประจำชาติชื่ออะไร
- เกิดเตุการณ์อะไรวันที่ 11 กันยา
- มหาสมุทรที่อยู่ฝั่งตะวันตกคืออะไร
- ซิติเซ่นสามารถเลือกประธานาธิบดีได้เมื่ออายุเท่าใด
- หน้าที่อะไรที่ต้องเป็นยูเอส ซิติเซ่นเท่านั้นถึงทำได้
จบแล้วก็ให้อ่านประโยค How many senators do we have? โอเคอ่านถูก เขาก็ให้เขียนประโยคที่เขาอ่าน
We have one hundred senators โอเคเขียนถูก เสร็จก็ให้เราเซ็นชื่อในแบบฟอร์มนั่นแหละ แล้วก็พรินซ์เอกสาร
มาใบหนึ่งระบุว่าเราผ่านการสัมภาษณ์และทดสอบ เมื่อวันนี้กับเจ้าหน้าที่คนนี้ โดยเคสเราได้รับการเสนอเพื่ออนุมัติ
เขาบอกต้องส่งให้เจ้าหน้าที่อีกคนตรวจดู ถ้าไม่พบอะไรผิดพลาด เราก็จะได้รับจดหมายแจ้งให้ไปปฎิญาณตนภายในสองอาทิตย์
เสร็จแล้วก็ให้แผนที่ของสถานที่ที่จะต้องไปปฎิญาณตน แล้วก็บอกต่อว่าน่าจะเป็นวันที่ สิบหก มีนา ก็คือประมาณสองอาทิตย์กว่าๆจากนี้เพราะเขามีกำหนดการณ์แน่นอนอยู่แล้ว แต่ก็บอกเราอีกทีว่าไม่คอนเฟริมนะ ยังไงรอจดหมายแจ้งอย่างเป็นทางการดีกว่า
สรุปการสัมภาษณ์และสอบใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีอันนี้ไม่รวมตอนรอคิวประมาณเกือบๆชั่วโมง ถือว่าเร็วดีทีเดียว แต่ถามว่ามีคนสอบไม่ผ่านไม๊ตอบว่ามีก็วันที่เรารอสัมภาษณ์นี่แหละมีรายหนึ่งน่าจะเป็นคนเวียดนาม ออกมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็พูดเสียงดังเชียวว่า ไปอ่านหนังสือมาใหม่แล้วค่อยมาสอบที่หลัง โหประจานกันชัดๆบอกกันในห้องก็ไม่ได้เนอะ แต่เราว่าคนไม่ผ่านนี่คงแบบภาษาอังกฤษอ่อนมากๆจริงๆ หรือไม่อ่านอะไรมาเลยจริงๆเท่านั้นแหละถึงไม่ผ่าน แต่ถ้าไม่ผ่านรอบรอบแรกเค้าก็จะเรียกมาสอบรอบสอง แต่ถ้ารอบสองไม่ผ่านอีกนี่ก็สมัครใหม่เลย เข้าเรื่องต่อ
หลังห้าวัน เราก็ได้จดหมายนัดวันไปปฏิญาณตนแล้วซึ่งก็เป็นตามวันที่เจ้าหน้าที่บอกไว้คร่าวๆคือวันที่สิบหก มีนาคม ซึ่งปกติที่ซาคราเมนโตหรือเมืองอื่นๆเค้าะจัดพิธีปฏิญาณเดือนละครั้ง สรุปแล้วใช้เวลาทั้งหมดเริ่มจากวันที่ส่งเอกสารเข้าไปสามเดือนครึ่ง ถือว่าเร็วทีเดียว รวมๆง่ายและเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะเลย หลังจากได้จดหมายนัดก็รอสองอาทิตย์ก็ครบกำหนดไปปฏิญาณตน
หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Naturalization Oath Ceremony ที่ซาคราเมนโตจัดที่ Memorial Auditorium อยู่ใน Downtown ซาคราเมนโตเค้านัดให้ไปแปดโมงครึ่งตอนเช้า คือเช้าจังเลย พอไปถึงแถวยาวมากๆ ยาวล้นฟุตบาท เราก็เอต้องเค้าแถวรออะไรเนี่ยคือยังไม่ได้เข้าไป วันนั้นพาครอบครัวเพื่อนไปได้ แต่ครอบครัวเพื่อนเค้าจะให้
นั่งด้านบน หรือคนละฝั่งคือแยกกันระหว่างคนมาปฏิญาณกับญาติ สรุปก็ต่อแถวไปเพื่อไปเช็คว่าเรามาแล้ว ซึ่งจริงๆ Certificate พร้อมแล้วตั้งแต่แรกแต่เขาไม่ให้เลย ตอนแรกเค้าจะเก็บกรีนการ์ด คืนไปก่อน แล้วก็ให้เราเข้าห้องเพื่อปฎิญาณ วันนั้นมีคนได้ซิติเซ่นทั้งหมด 1090 คนเรียกว่าเต็มหอประชุมเลยละ คนเยอะกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย จริงๆแล้วในส่วนการปฎิญาณจริงๆสั้นมาก
แค่ห้านาทีเองนอกนั้นคือไร้สาระ แบบขำๆ มีคนมาเล่าประสบการณ์อะไรงั้น เขาจะบอกว่า วันนี้มีคนจากประเทศไหนก็คนที่ได้ซิติเซ่นวันนี้ ปรากฎว่ามีคนไทย 25 คน เยอะสุดคือแม๊กซิกันสองร้ยนิดๆ รองมาฟิลิปปินส์และอินเดีย ร้อยยี่สิบ ลาวก็ตั้งแปดสิบ และประเทศอื่นๆเกือบทั่วทุกมุมโลกละมั้ง แคนาดา อังกฤษ รัสเซีย เอธิโอเปีย อะไรมีหมดละ เสร็จจากในห้องก็ต้องมาเข้าแถวอีกรอบเพื่อรับ Certificate ก็ไม่รู้เท่าไมไม่ให้ตั้งแต่เข้าแถวรอบแรก ก็ต่อแแถวไปอีก พอรับเสร็จต่อแถวอีกแล้วคราวนี้เพื่ออัพเดท SSN ซึ่งจริงๆก็มีกันอยู่แล้วแต่ เขาให้กรอกเอกสารเพื่ออัพเดทสถานะว่าตอนนี้เราเป็นซิติเซ่นแล้ว หลังจากนั้นก็จบได้กระดาษมาหนึ่งใบมีรูปมีชื่อ เราว่าโอเครับมีคุณสมบัติครบถ้วน เย้ I am American แล้วโว้ย ไม่ได้ดีใจอะไรมาก แต่ดีใจเพราะจะได้กลับเมืองไทยซะที เท่าไมเหรอ เพราะคนที่ถือกรีนการ์ดออกนอกประเทศอเมริกาได้ไม่เกินหกเดือน แต่ถ้าเป็นซิติเซ่นจะไปอยู่ไหนก็ได้ แล้วก็กลับเข้ามาได้แน่ๆ
วันนั้นไม่เห็นมีใครแบบว่าร้องไห้ โอฉันเป็นอเมริกันแล้ว ไม่มีให้เห็นแต่มันก็แน่นอนเป็นวันที่รอคอยสำหรับหลายๆคน รวมทั้งเราเองด้วย มาสรุปไทม์ไลน์กันอีกที
ส่ง 2 ธันวาคม
ได้รับใบเสร็จตอบรับเอกสาร 14 ธันวาคม
9 มกรา ได้รับจดหมายนัดไปพิมพ์ลายนิ้วมือ
จดมหายนัดไปพิมพ์ลายนิ้วมือ 1 กุมภา แต่ไปวันที่ 10 มกรา
ได้รับจดหมายนัดสัมภาษณ์และสอบ 23 มกรา
สัมภาษณ์ 24 กุมภาพนธ์้
1 มีนาคม ได้จดหมายนัดไปปฏิญาณตน
16 มีนาคม ปฎิญาณตน รับ Certificate โอเคเป็นอเมริกันแล้วเรา