Archive for the 'การแต่งงาน' Category

แต่งงานกับฝรั่ง Married to a Westerner

plew June 26th, 2009


แต่งงานกับฝรั่ง เอาอีกแล้วมาเล่าเรื่องในมุ้งกันอีกแล้ว เฮอะๆๆ ไม่ใช่จริงๆแล้วอยากคุยกันเรื่องการใช้ชีวิตและการปรับตัวในการใช้ชีวิตคู่กับคนต่างชาติค่ะ มานั่งเขียนเรื่องๆผัวๆเมียๆอีกแล้วก็เพราะว่างนี่แหละวันๆก็อยู่กับคอมนั่งอ่านโน่นอ่านนี่ไปเรื่อย ก็เลยไปอ่านเจอเรื่องของสาวไทยที่แต่งงานกับฝรั่งแล้วฝรั่งก็แบบว่าทนไม่ได้กับพฤติกรรมหรือวัฒนธรรมอะไรบางอย่างของคนไทยแล้วก็เอามาพูดถึงความไม่ดีหรือความซวยของตัวเองที่ดันมาแต่งงานกับผู้หญิงไทย ที่ไปอ่านเจอมาเป็นผู้ชายอังกฤษนะ เขาสรุปพฤติกรรมหลายๆอย่างของผู้หญิงไทยที่ทำให้เขาทนไม่ได้ดังนี้ ขี้เกียจทำงานบ้าน,ทำอาหารไทยประจำจนบ้านเหม็นตลบไปหมด,เอาแต่ดูละครน้ำเน่า,ชอบเมาท์กับเพื่อนแถมบางคนติดไพ่งอมแงม,ไม่สนใจจะพัฒนาตัวเอง ภาษาไม่กระดิก,ใช้เงินเก่ง,ต้องส่งเงินไปให้ที่บ้าน จุนเจือครอยครัวทุกเดือน และอื่นๆ..

อ่านเสร็จก็มานั่งคุยกับแฟน เผอิญเราสองคนชอบอ่านโน่นนี่และมาถกมาเล่าสู่กันฟังประจำ แฟนเราก็บอกเออเมื่อก่อนเขาก็ได้ยินผู้ชายอเมริกันที่เขารู้จักก็บ่นๆเรื่องผู้หญิงไทยให้เขาฟังคล้ายกันเรื่องขี้เกียจและติดการพนัน ใช้เงินฟุ่มเฟือย และเรื่องขอเงินส่งทางบ้านและอื่นๆอีกมากมาย ที่ฟังมามีแต่ลบๆ เฮ้อ! เขาก็บอกเขาโชคดีเพราะเราสองคนไม่มีปัญหาอะไรเลย (ทะเลาะกันนิดๆหน่อยๆนะมีแน่ๆ) โม้เรื่องชีวิตตัวเองให้ฟังดีกว่า เรากับสามีแต่งงานกันที่อเมริกาโดยที่เราไม่มีญาติหรือเพื่อนจากเมืองไทยมาเลยซักคน แต่งกันแบบเรียบและถูกที่สุดมีแค่ครอบคัรวแฟนรวมแล้วสิบสองคน แต่งริมทะเล ไม่เสียค่าสถานที่ใดๆ แต่งหน้าเองทำผมเอง เพราะจริงๆทั้งเขาทั้งเราไม่แคร์เลยเรื่องงานแต่งและไม่ชอบด้วยแต่ก็ทำไปพอเป็นพิธีเพราะต้องทำแล้วก็เรื่องกรีนการ์ดด้วยที่เราต้องมีเรื่องรูปแต่งงาน และแม่เขาก็อยากให้จัดจริงๆแม่เขาอยากให้จัดใหญ่ๆกว่านี้แต่เราสองคนไม่เอา ถ้าเลือกได้เลือกไม่จัดอะไรเลย เผอิญเป็นพวกแปลกๆนิดๆไม่ชอบพิธีการไม่ชอบมาปั้นหน้ายิ้มรับแขก ขึ้นไปพูดบนเวทีหรือฉายวิดีโอประวัติชีวิตอะไรทั้งนั้น และเราว่ามันไม่มีผลอะไรกับชีวิตคู่ของเราเลยแม้แต่น้อย ก่อนแต่งโทรบอกแม่ บอกอาที่บ้านทุกคนก็เออโอเคจบไม่มีใครว่าอะไร อาถามว่ามาเมืองไทยจะจัดงานอีกไหมเราบอกไม่ละ กินข้าวกันพอ ก็ไม่มีใครว่าอะไร สบายๆ เพราะครอบครัวเราก็ไม่ใช่คนมีหน้ามีตาใหญ่โตที่จะต้องแคร์ว่าใครจะคิดอย่างไร ทุกคนก็รู้ว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว (แก่แล้ว) และเขาก็รู้ว่าแฟนเป็นดีจบ

จริงๆก่อนแต่งแฟนเราถามด้วยซ้ำเรื่องสินสอด เพราะเค้ารู้ธรรมเนียมไทย เค้าค่อนข้างคุ้นเคยกับเมืองไทยเพราะไปเที่ยวเมืองไทยทุกปีมาเป็นสิบปี แต่เราเองบอกว่าไม่ต้องหรอก จริงๆคนอื่นๆอาจหาว่าเราไม่รักษาธรรมเนียมประเพณีหรืออะไร แต่ส่วนตัวไม่สนใจจริงๆแล้วคิดว่ามันไร้สาระ แม่ก็ไม่ว่าอะไร ดีใจซะอีกที่เราแต่งกับคนนี้เพราะแม่ชอบมากตั้งแต่เจอกันที่เมืองไทยครั้งแรก แต่งงานมาเราก็ไม่เคยขอส่งเงินให้ทางบ้าน ไม่ใช่ว่าอกตัญญูหรืออะไร แต่เราเป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงาน เราว่ามันไม่แฟร์เลยที่เค้าเลี้ยงเราแล้วยังต้องมาเลี้ยงดูครอบครัวเราด้วย เพราะขนาดพ่อ แม่ ญาติพี่น้องเขาเองแท้ๆเขายังไม่ได้ส่งเงินให้เลยก็ฝรั่งเขาเป็นอย่างนั้น ทุกคนดูแลตัวเอง และจริงๆเฮอะที่บ้านเราไม่ได้ลำบากด้วย มีงานทำกันหมด แม่ก็ไม่อยากได้เงินแฟนเราด้วย ไม่เคยมีใครพูดเรื่องเงิน ทั้งๆที่แฟนเราซะอีกถามเราเองว่าเออส่งเงินให้แม่ไม๊เราบอกไม่ต้องแม่มี แต่เวลาเรากลับบ้านก็ให้แม่ก็เป็นเงินเก็บของเรา ซื้อของไปให้พาไปเที่ยว ถือว่าโชคดีมากของเราทั้งคู่เพราะครอบครัวทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเลย ครอบครัวทางแฟนก็ดีมากไม่มีดูถูกหรืออะไร มีแต่ช่วยเหลือ ดังนั้นคู่เราก็ตัดปัญหาเรื่องครอบครัวญาติพี่น้องออกไปได้

เรื่องการใช้จ่ายเรื่องเงินๆทองๆเราสองคนก็ไม่มีปัญหาเพราะแฟนเป็นคนค่อนข้างสปอตและชอบใช้เงิน จริงๆแล้วเขาใช้เงินเก่งกว่าเราและเราเองโดยพื้นฐานเป็นคนค่อนข้างจะประหยัดค่อนไปทางขี้เหนียวซะด้วยซ้ำ เราจะเป็นคนเตือนเขาห้ามเขาเรื่องการซื้อของซะมากกว่าเพราะเขาเป็นคนซื้อง่ายจ่ายเร็ว เขาบอกเงินมีไว้ใช้ แต่เรามีความสุขที่มีเงินเก็บเยอะๆ เขาบอกดีที่มีเรามาอยู่ด้วยช่วยเบรค เราเป็นคนชอบออกไปเดินดูของดูบ่อยเลยแต่ไม่ซื้อชอบไปรื้อไปลองหยิบๆจับแล้วไม่เอา ไปด้วยกันเขาจะบอกซื้อๆไปเหอะ เราบอกไม่แค่นี้สนุกแล้ว เราสองคนก็เลยไม่มีเรื่องทะเลาะกันเรื่องการใช้เงิน แต่ก็มีบางอย่างที่เขาขอคือไม่ให้เรายุ่งเรื่องงานของเราไม่ได้มีความลับอะไร คือเขาไม่ชอบให้ถามจุกจิกหรือกังวลเกี่ยวกับธุรกิจของเขาถ้ามีปัญหาอะไรเขาก็จะบอกเอง

เรื่องอาหารการกินก็โชคดีเหลือหลายเพราะแฟนชอบกินอาหารไทย แถมชอบเมนูเหมือนเราเลย ก็ไม่ต้องมาปรับตัวเรื่องอาหาร อาหารฝรั่งเราก็ทานได้ไม่มีปัญหาแต่ปกติทำอาหารไทยกันมากกว่า เราเองเคยบอกกับแฟนว่าจริงๆถ้าเขาไม่ใช่ฝรั่งที่รู้จักเมืองไทย ชอบเมืองไทย ชอบอาหารไทย เข้าใจวัฒนธรรมไทย เราไม่แต่งด้วยหรอก นี่พูดจริงๆเพราะไม่เคยชอบฝรั่งมาก่อนในชีวิตไม่เคยคิด และรวมๆถ้านิสัยฝรั่งจัดๆอย่างที่เจอที่นี่เราไม่ชอบด้วย แต่เผอิญเข้าไม่เหมือนฝรั่งทั่วไป เขาไม่แรง ไม่โวยวายค่อนข้างเรียบร้อย ขี้เกรงใจ มารยาทก็คล้ายๆคนไทย เราเลยปรับตัวกันไม่ยาก มีเพื่อนบางคนมีแฟนอเมริกันที่แบบอาหารไทยนี่ไม่แตะเลยไม่อยากลองด้วย ภาษาไทยไม่คิดไม่สนใจอยากพูดแม้แต่ฝึกคำว่าสวัสดี คือมาเจอกันที่นี่ อันนี้ก็ต้องปรับกันเยอะหน่อยเพราะฝรั่งบางคนหรือจริงๆส่วนใหญ่ไม่รู้จักวัฒนธรรมไทยเลยแม้แต่น้อยและไม่คิดจะรู้ด้วย มีคนรู้จักอีกคนมีแฟนฝรั่งที่เจอที่นี่ก็บอกไม่รู้ทำไงให้เขาเข้าใจวาถ้าแต่งงานกับคนไทยต้องมีสินสอด สุดท้ายไม่รู้ว่าจบยังไงเพราะถ้าจะจบได้คงต้องมีฝ่ายหนึ่งยอมรับฝ่ายชายยอมให้หรือครอบครัวฝ่ายหญิงยอมที่จะไม่มีสินสอด

เรื่องเขาเล่ามาอีกต่อสาวไทยแต่งงานกับคนอังกฤษ แต่งงานแล้วก็มีลูกสองผู้หญิงเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกทำงานบ้าน อยู่อย่างนั้นซักพักผู้หญิงก็แบบเบื่อบอกว่าอยู่กับลูกอ่อนสองคนทั้งวันก็เครียดก็เลยออกไปช๊อปปิ้ง ซื้อของค่อนข้างแพง เพราะจริงๆผู้หญิงก็ยังติดเที่ยวยังอยากสนุกเพราะอายุยังน้อยตอนมีลูก ผู้ชายก็บ่นว่าทำไมใช่เงินเยอะ เขาทำงานเหนื่อยนะ ผู้หญิงก็บอกโอเคงั้นยูก็มาเลี้ยงลูกซิฉันไปทำงานเองก็ได้ ฉันอยู่บ้านเลี้ยงลูกมันก้เหนื่อยนะแล้วก็น่าเบื่อด้วย เพราะผู้หญิงก็มีการศึกษา ผู้ชายก็บอกไม่เอาเขาจะทำงาน โอเคเขาจะทำงานหนักขึ้นก็ได้ ก็คือผู้ชายก็ไม่อยากอยู่บ้านเลี้ยงลูก จะจ้างพี่เลี้ยงที่นั่นก็แพงมาก ไปทำงานแล้วเอาเงินมาจ้างพี่เลี้ยงก็เกือบหมดไม่คุ้ม และก็อย่างที่รู้ว่าค่าครองชีพต่างๆก็แพงจะทำตัวอย่างเมืองไทยไม่ได้ อยู่กันไปก็มีเรื่องกันเดิมๆ สุดท้ายผู้หญิงได้งานต่างเมืองเป็นงานที่ดีด้วยและอยากทำงานเพราะเบื่อการเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ก็ถึงทางตันคือหย่าเพราะฝ่ายหญิงเลือกงาน ลูกก็อยู่กับแม่สามี

อีกรายมาอเมริกาเพราะตั้งใจจะหาสามีโดยตรง พอมีผู้ชายมาชอบมาคบก็คิดแต่ว่าอยากให้เขาจริงจังด้วย อยากให้เขาซัพพอร์ต อยากได้ผู้ชายมีฐานะหน่อย อยากให้เขาแต่งงานด้วย ขอกรีนการ์ดให้ ย้ายไปอยู่กับแฟนฝรั่งได้ปีหนึ่งก็มีอันต้องเลิกผู้ชายขอให้ย้ายออกไป สาเหตุเพราะยังไปมีอะไรกับผู้ชายคนก่อน แฟนจับได้เลยโกรธไปกินเหล้า กับบ้านดึกๆ ผู้หญิงก็เลยกลายเป็นฝ่ายสติแตกบ้าง ตามและโทรจิก พูดจาไม่ดี โวยวายใส่เขา แถมโทรไปฟ้องแม่ผู้ชายอีก หนักเข้าผู้ชายทนไม่ได้ ฝ่ายหญิงบอกที่แอบไปมีอะไรกับคนอื่นเพราะผู้ชายไม่ค่อยได้เรื่องเรื่องบนเตียง เธอบอกเธอก็สวยเซ็กซี่นะ ไปไหนมาไหนเธอก็แต่งตัวสวยไม่เคยให้อายใคร เราฟังๆก็เออไอ้คนมันจะอยู่กันมีความสุข เขาจะอยากอยู่กับเรารึป่าวเรื่องสวยเซ็กซี่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก เรื่องนั้นมันแค่ดึงให้คนสองคนเข้ามาหากัน สวยนะดีแต่ถ้าสวยแล้วงี่เง่าก็ไม่มีใครทนหรอก ผู้หญิงบางคนก็ตั้งความหวัง อยากได้โน่นได้นี่ไปซะทุกอย่าง แต่ลืมไปว่าแล้วตัวเองมีอะไรให้เขาบ้าง รักเขาจริงหรืออยากแต่งงานแล้วขอกรีนการ์ดบางทีฟังแล้วก็งง

สรุปแล้วการแต่งงานสร้างชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องง่าย คนชาติเดียวกันภาษาเดียวกันแท้ๆยังมีปัญหาร้อยแปดจะนับประสาอะไรกับการแต่งงานกับคนต่างชาติต่างวัฒนธรรมซึ่งทำให้ต้องมีอะไรที่ต้องเรียนรู้และปรับต้องเปลี่ยนกันมากขึ้นไปอีก ยิ่งต้องแต่งงานแล้วย้ายถิ่นฐานด้วยแล้วยิ่งต้องปรับมากขึ้น ใช้ทั้งหัวใจและเหตุผลไปพร้อมๆกันก่อนจะตัดสินใจ ตัดสินใจไปแล้วแต่งไปแล้วก็ไม่มีใครรู้อนาคตว่าจะลงเอยอย่างไร สุขมากหรือเศร้ามากกว่ากัน ได้ดังใจหรือไม่ได้ดังใจ อนาคตไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่ทำได้คือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด รับผิดชอบ เอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าเห็นแก่ตัว อยากให้เขาดีเราก็ดีกับเขา อย่าหลอกตัวเอง ทำผิดยอมรับและแก้ไข ไม่ใช่อะไรก็ฉันไม่ผิด เขาผิด อย่าคาดหวังจนเกินไป เฮ้อๆที่เขียนมานี่คือเตือนตัวข้าพเจ้าเองด้วยแหละ..

ทำไมผู้หญิงไทยอยากมีสามีฝรั่ง Why Thai Girls Want to Marry Western Guys

plew June 5th, 2009


มีแฟนหรือมีสามีเป็นชาวต่างประเทศ รู้สึกว่านับวันสาวๆไทยเราจะนิยมมีแฟนหรือแต่งงานกับชาวต่างชาติโดยเฉพาะคนขาวหรือฝรั่งกันมากขึ้น อันนี้รวมตัวเองด้วย และไหนจะคนรอบตัวเพื่อนๆเราเอง เพื่อนของเพื่อนอีกมากมาย แต่ก็ไม่วายบางทีอ่านกระทู้ตามอินเทอร์เนตทีไรก็ยังมีคนประเภทที่ชอบมองว่าผู้หญิงไทยที่มีแฟนฝรั่งหรือแต่งงานกับฝรั่งจะต้องเป็นประเภทผู้หญิงไม่ค่อยดี หรือการศึกษาน้อย พื้นฐานไม่ดี เห็นแก่เงิน ไม่สวยมั่งละ ตัวดำบ้างละ หาแฟนคนไทยด้วยกันไม่ได้บ้างละ บางทีอ่านแล้วแสลงใจยังไงชอบกล หรือเจอกับตัวก็มีบางทีกลับบ้านที่เมืองไทย ไปซื้อของด้วยกันกับแฟน คนขายก็จะประมาณแบบอุ๊ยมากับฝรั่งซื้อแพงๆไปเลย ซื้อไปเลยเยอะๆ แหมฝรั่งเงินเยอะอย่างโน้นอย่างนี้ แฟนเราเองบอกเอาเลยซื้อเลย เราซิเป็นคนบอกไม่ละมันแพง แหมพวกแม่ค้าก็ทำเป็นกระซิบกระซาบซื้อๆไปเหอะฝรั่งเขาซื้อให้เอาของมันไปเหอะ โง่ไปได้ ..

จริงๆแล้วผู้หญิงที่เขามีแฟนฝรั่งหรือแต่งงานกับฝรั่งที่เป็นคนดีๆ มีการมีงานทำ มีการศึกษา เยอะแยะ ไม่ได้ชมตัวเองนะ เราเองอยู่เมืองไทยก็มีแฟนคนไทย หน้าที่การงาน การศึกษาเราก็ดี บ้านช่องเราก็มีของเราเอง ไม่แต่งงานก็หากินเลี้ยงตัวเองได้ เพื่อนๆสมัยเรียนมัธยมปลายด้วยกัน เรามารู้ข่าวเมื่อที่หลังก็แต่งงานกับฝรั่งไปหลายคน ทุกคนมีการศึกษาดี จบจากมหาวิทยาลัยที่เขาว่าดีที่สุดในเมืองไทยกันทั้งนั้น บ้านก็ฐานะดี ดูดีมีชาติตระกูลทุกคน แต่เขาแต่งงานด้วยความรัก แต่งงานกับคนที่เขารักไม่ใช่เพราะเป็นฝรั่งหรืออะไร และไม่ใช่เพราะเงิน

และถึงแม้จะมีสาวๆหลายคนอยากมีแฟนฝรั่งหรือแต่งงานกับฝรั่งเพราะอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราก็ว่าอันนี้มันก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร ใครๆก็อยากสบายอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยกันทั้งนั้น จริงไม๊ แต่ถ้าประเภทไปลวงไปปอกลอกเอาแต่เงิน ทำตัวไม่ดี ขี้เกียจตัวเป็นขน อันนี้ก็ขอประนามเช่นกันเพราะมันทำให้เสื่อมเสียชื่อผู้หญิงไทย คนดีๆเขาก็พลอยหมองไปด้วย

จริงๆก็ไม่ใช่แต่เฉพาะผู้หญิงไทยที่ปันใจให้กับหนุ่มฝรั่ง สาวๆในเอเชียหลายๆประเทศเขาก็เป็นเหมือนกัน เพื่อนของสามีเราเองเป็นคนญี่ปุ่น บ้านช่องเงินทองที่ญี่ปุ่นก็มี แฟนเราเคยถามเธอนานแล้วว่ามาอเมริกาทำไม ก็ญี่ปุ่นนะรวยกว่าอเมริกันซะอีก เธอบอกอยากแต่งงาน เพราะตัวเธออายุค่อนข้างมากคือเฉียด 40 แล้ว ก็ยังหาแฟนไม่ได้ ผู้ชายญี่ปุ่นก็ไม่ต่างจากผู้ชายไทยที่ชอบเด็กๆเอ๊าะๆสาวๆ สาวแกนั้นถ้าไม่สวย ไม่รวย ไม่มีอะไรเด่นๆเป็นพิเศษหรือโชคดีจริงๆโอกาสน้อย และคนรุ่นเดียวกันที่มันดีๆก็โดนงาบไปหมดแล้ว เธอเลยมาอเมริกา สุดท้ายก็สมใจได้แต่งงานกับพ่อหม้ายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันมีความสุขกันดี เพื่อนของแฟนอีกคนคนนี้ก็มีแฟนเป็นผู้ญิงญี่ปุ่น ลูกสอง เค้าก็ไม่ได้รังเกียจอะไรที่ผู้หญิงมีลูกมาแล้ว ทั้งๆที่ผู้ชายนะโสดหน้าตาดีอีกต่างหาก เฮอะๆถ้าเป็นหนุ่มๆหล่อๆหน้าตาดีๆ คนไทยถามหน่อยเถอะมันจะเอาไม๊คนมีลูกมาแล้วนะ ถ้าไม่ใช่สวยเลิศอย่างสิเรียมหรือมาช่า หรือไม่มีตังค์เป็นถุงเป็นถัง แม้แต่พี่สาวแท้ๆของสามีเราก็มีลูกมาแล้วสองหลังหย่ากับแฟนคนแรก ก็แต่งงานใหม่กับหนุ่มโสด แถมรวยและหน้าที่การงานดีอีกต่างหาก แต่งกันมาสิบห้าปีแล้วเค้าก็มีความสุขกันดีมีลูกเพิ่มอีกสอง ลูกเก่าลูกใหม่รักกันดีหมด แม่สามีเราเองก็มีลูกมาแล้วสี่คนยังแต่งงานใหม่กับหนุ่มโสดเช่นกัน และผู้ชายก็ดีกับลูกๆทุกคนไม่มีเรื่องน้ำเน่าแบบละครไทย ไม่ใช่แค่คนใกล้ตัวหรอกเพราะเยอะมากที่ทั้งผู้หญิงและชายอเมริกันที่แต่งงานแล้วหย่าบวกมีลูกติดแต่งงานใหม่กับคนดีๆ และครอบครัวทั้งลูกเค้าลูกเราก็ดูเค้าเข้ากันได้ดีไม่มีปัญหาแบบบ้านเรา

ตัวอย่างข้างบนหรือค่านิยมของสังคมเอเชียหรือสังคมไทยก็รู้ๆกันอยู่ว่าปัจจุบันหรือแม้กระทั่งอดีตผู้ชายไทยมีโอกาสเลือกหรือเป็นฝ่ายเลือกซะมากกว่า จะด้วยความที่ผู้หญิงมันมากกว่าอย่างที่เขาว่ากัน และผู้ชายหลายๆเปอร์เซ็นก็เป็นเกย์เป็นแต๋วกันไปหมด ผู้หญิงที่ไม่ได้สวยไม่เลิศแต่ก็อยากมีครอบครัวนี่นา แม้กระทั่งคนที่ผ่านชีวิตคู่มาแล้วเขาก็อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ๆกับใครซักคน แล้วผู้ชายไทยส่วนใหญ่ก็ชอบแต่ขาว สวย หมวย เซ็กส์ หรือที่มันเอาก็หาดีไม่ได้ เช่นไม่รับผิดชอบ เมาทั้งปีทั้งชาติ เจ้าชู้ไปเรื่อย เขาก็หาฝรั่งสิค่ะ ตัวเราเองมาอยู่ที่นี่ก็ระยะหนึ่ง เราเห็นความแตกต่างหลายๆอย่างของผู้ชายตะวันตกกับผู้ชายไทย เอาเป็นว่ารวมๆเท่าที่สังเกตุนะ บางคนไม่ใช่อย่างนี้ก็มี คนฝรั่งเขาไม่ค่อยอะไรกับอดีตสักเท่าไร และไม่ค่อยมานั่งแคร์ว่าสังคมจะคิดยังไง เช่นอายเพื่อนที่จะแต่งงานกับแม่หม้ายลูกติดหรือกลัวคนจะคิดว่าไม่มีปัญญาหาสาวโสดหรือโง่หรืออะไรประมาณนั้น แฟนเราบอกว่าฝรั่งเค้ามองว่าทุกคนมีสิทธิที่จะทำผิดพลาดและเราควรให้โอกาศเขาไม่ใช่เอาอดีตมาตัดสิน แต่แฟนเราบอกถ้าเขาเลือกได้เขาก็เลือกคนโสดไม่มีลูกจะดีกว่า อ้าวซะงั้น… แต่ว่านี่ไม่ได้มาเชียร์ให้มาหาแฟนฝรั่งกันนะ เพราะจริงๆแล้วฝรั่งไม่ดีก็เยอะ ผู้ชายไทยดีๆก็มี (แต่ไม่เจอเอง) มองเป็นคนๆไปดีกว่า

ข้อดีของการแต่งงานกับคนอเมริกัน

plew April 8th, 2009


แต่งงานมีสามีเป็นคนอเมริกัน..จริงๆมีสามีอเมริกันก็มีข้อดีอยู่หลายอย่าง ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าแต่งงานกับคนไทยด้วยกันหรือคนชาติอื่นไม่ดีนะค่ะ แต่เรื่องที่จะเขียนวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่มันต่างกันระหว่างสังคมตะวันออกแบบเอเชียเรากับสังคมตะวันตกแบบฝรั่งๆ จุดเริ่มต้นที่ทำให้มานั่งเขียนเรื่องนี้ให้อ่านกันเล่นๆเนื่องจากการคุยปรับทุกข์กันระหว่างเพื่อนสามแม่บ้านสาวจากสามประเทศ ก็คือตัวเราเองคนไทยซึ่งมีสามีอเมริกัน อีกคนสาวญี่ปุ่นสามีก็ญี่ปุ่นเช่นกัน คนสุดท้ายสาวจีน สามีก็เป็นคนจีนแต่ย้ายมาตั้งรกรากที่อเมริกาเป็นสิบปีแล้ว เราสามคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเนื่องจากอายุอานามรุ่นเดียวกัน แต่งงานไล่เลี่ยกันคือแต่งงานมาได้เกือบสองปี ก็เลยมีอะไรมาเมาส์กันประสาผู้หญิงบ่อยๆ

เพื่อนสาวชาวจีนของเราเนี่ยชอบบ่นให้ฟังเรื่องปัญหาของเธอกับแม่สามี ถึงแม้ครอบครัวของสามีเธอจะย้ายมาอยู่อเมริกานานเป็นสิบปีก็ตามแต่ว่าการดำเนินชีวิตและแนวคิดนั้นยังเป็นแบบจีนขนาดแท้ คืออยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่พ่อ แม่ พี่น้อง สามีภรรยาของพี่น้องก็อยู่ร่วมกันหมดในบ้านเดียวกันซึ่งสามีของเธอเป็นเสาหลักเนื่องจากเป็นลูกคนโตและมีรายได้มากกว่าใคร ปัญหาหลักๆของเธอคือเธอบอกว่าแม่สามีเกลียดเธอเอามากๆ ชอบแอบรื้อค้นข้าวของส่วนตัวของเธอเสมอ บวกกับกับชอบแดกดันประชดและไม่พอใจเสมอเวลาเธอซื้อของไม่เว้นกระทั่งแค่ช๊อกโกแลต ไปจ่ายกับข้าวซื้อของอะไรกลับมาเป็นต้องเสนอหน้ามาดูรายละเอียดว่าเธอซื้ออะไรบ้าง คอยบ่นว่าเธอใช้เงินของลูกชายอย่างไม่เกรงใจ เรื่องเสื้อผ้าเครื่องสำอางนี่ไม่ต้องพูดเลยเป็นเรื่อง ต้องหลบๆซ่อนๆซื้อ ปัญหาไม่พ้นแม้เรื่องแหวนแต่งงาน ซึ่งแม่สามีบอกแพงเกินไปใหญ่เกินไป จนเธอเองไม่กล้าใส่เพราะใส่ทีไรโดนแดกดันทุกครั้ง

เรากับเพื่อนญี่ปุ่นฟังแล้วก็ถามว่าอือ ทำไมไม่ย้ายกันไปอยู่กันส่วนตัวละ เธอบอกคุยกับสามีบ่อยมากแต่ก็ทำไม่ได้เพราะถ้าทำอย่างนั้นแม่สามีคงโกรธมากๆ และเขาก็รักแม่เกรงใจแม่ สิ่งที่เขาทำได้คือบอกให้เธอ “อดทน” เราบอกเออแกก็แกแล้วคงอยู่ได้ไม่นานมั้ง เธอบอกไม่รู้ใครจะตายก่อน เธอต้องทนอย่างนี้ไปอีกกี่ปีไม่มีคำตอบ เงินทองที่แฟนหาก็ต้องจุนเจือครอบครัวญาติพี่น้องมากมาย ฟังแล้วเซ็งแทนจริงๆ

หลังจากเพื่อนจีนปรับทุกข์เพื่อนญี่ปุ่นก็ขอต่อบ้างว่าเธอเองก็มีปัญหากับแม่สามีเช่นกัน โชคดีที่ตอนนี้แฟนได้ย้ายมาทำงานที่อเมริกาแต่อีกไม่ก็เดือนก็ต้องกลับญี่ปุ่น ซึ่งเธอเองไม่อยากกลับเพราะมีปัญหาแม่สามีรออยู่ เรื่องของรายนี้คือสามีเธอเป็นลูกชายคนโตดังนั้นพ่อแม่ของสามีจึงอยากให้เธอและสามีอยู่ร่วมบ้านเดียวกันเพราะสุดท้ายเขาต้องดูแลพ่อแม่ ในฐานะลูกชายคนเดียว เธอบอกเธอเข้ากับแม่สามีไม่ได้เพราพูดกันคนละภาษา แค่เจอกันแว๊ปๆก็พูดกันไม่รู้เรื่องนับอะไรกับการต้องอยู่บ้านเดียวกัน ครอบครัวสามีเธออยู่ประเภทค่อนข้างจะบ้านนอกของญี่ปุ่นคือความคิดความอ่านแบบเก่าๆโบราณๆ ส่วนครอบครัวเธอเป็นแบบสมัยใหม่เกิดและโตในโตเกียว กระทั่งแม่สามีรู้ว่าลูกชายเธอทำงานในโตเกียวเธอก็ไม่สนใจ ดึงดันให้ทั้งสองย้ายมาอยู่ร่วมบ้านในชนบทที่มันไกลจากที่ทำงานของเขาคนละเรื่อง ถึงขนาดจะให้หางานใหม่ใกล้บ้าน เพื่อนเราบอกก็บ้านนอกอย่างนั้นมันจะมีงานดีๆอะไรทำละ ไม่ใช่ญี่ปุ่นมันจะเจริญเหมือนกันทุกที่ซะเมื่อไร กระทั่งตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังสรุปไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรหลังจากต้องกลับญี่ปุ่น เธอบอกเธออยากคุยกันให้จบแต่สามีเธอนะบ่ายเบี่ยงที่จะคุยเพราะทางหนึ่งก็เมียทางหนึ่งก็แม่ ก็คงยังนึกไม่ออกว่าจะเอายังไงดี

จบเพื่อนทั้งสองก็มองมาที่เราแล้วบอกว่าเราเนี่ยโคตรจะโชคดีเลย แต่งงานกับคนอเมริกันไม่ต้องมาวุ่นวายกับครอบครัวฝ่ายชายแบบครอบครัวเอเชีย เราบอกเอก็จริงนะเพราะ พ่อ แม่ พี่น้อง ของสามีเราเขาต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครต้องจุนเจือ ช่วยเหลือใครเป็นเรื่องเป็นราว พ่อ แม่เขาก็มีชีวิตของเขาไม่มาอะไร นานๆเจอกันที เพราะฉนั้นครอบครัวของเราก็คือ ครอบครัวของเราสองคนจริงๆไม่มีใครมาวุ่นวาย รวมทั้งครอบครัวเราเองที่เมืองไทยก็ไม่วุ่นวายอะไรกับเราสองคนเช่นกัน ถือว่าโชคดีทั้งของเขาและของเรา อย่างที่รู้กันว่าฝรั่งเขาไม่มีธรรมเนียมที่ว่าลูกต้องเลี้ยงดูหรืออยู่กับพ่อแม่ พ่อแม่คนแก่ของเขาก็ไม่ได้คิดอยากอยู่บ้านเดียวกับลูก คือมันปกติของเขาถ้าเป็นบ้านเราก็หนีไม่พ้นการเป็นลูกอกตัญญู เราเคยถามมแฟนว่าถ้าสมมติเรามีลูกอยากให้ลูกเป็นแบบไทยหรืออเมริกัน เขาบอกเอาแบบไทยลูกต้องดูแลเขาตอนแก่ เอยังไงเนี่ยตัวเองตอนหนุ่มกับพ่อแม่ตัวเองขอแบบฝรั่ง แต่ถ้าฉันมีลูกบ้างอยากให้ลูกดูแล จะว่าไปทุกวัฒนธรรมมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียปนแปกันไป สุดท้ายตอนแกเราจะเป็นไงไม่รู้ละ แต่วันนี้ยอมรับว่าตัวเองโชคดีที่แต่งงานกับคนอเมริกัน อย่างน้อยก็ตัดปัญหาเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ไปได้จุดหนึ่ง

ขอ Marriage License และแต่งงานที่อเมริกา

plew March 20th, 2009


เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับการแต่งงานในอเมริกาไว้แล้วครั้งหนึ่งแต่ตอนนั้นไม่ได้ใส่รายละเอียดไว้ให้ มีเพื่อนบางคนสงสัยว่าถ้าเป็นคนต่างชาติทั้งคู่คือเป็นนักท่องเที่ยวและไปเที่ยวอเมริกาแล้วอยากแต่งงานที่นั่นทำได้หรือไม่ คำตอบคือทำได้ค่ะ ลองเอารายละเอียดของสองเมืองมาให้ดูคือ SAN FRANCISCO กับ LAS VEGASสำหรับเมืองอื่นหรือรัฐอื่นๆอาจมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไปค่ะต้องลองไปหารายละเอียดของเมืองหรือรัฐนั้น

REQUIREMENTS FOR OBTAINING A MARRIAGE LICENSE IN THE CITY AND COUNTY
OF SAN FRANCISCO:

1. Only two unmarried persons over the age of 18 years of age may apply for a marriage license in California. Anyone under 18 must obtain a court order through the Juvenile Court system.

2. If either applicant was previously married, he/she will need to know the exact date of the dissolution of the last marriage by divorce/annulment/or death. If the last marriage ended less than 90 days from the date of the appointment, you must bring a CERTIFIED copy of the divorce decree issued by the court or death record issued by the Department of Public Health. Non-certified copies, i.e. filed copies or endorsed copies, usually given to you by your attorney, are not accepted.

3. Marriage license appointments are available Monday thru Friday at 8:15 a.m. through 3:30 p.m. every half hour. There are three appointments available during each available time period.

4. Appointments require a payment of $93.00 at the time of booking. Absolutely no refunds will be given.

5. A convenience fee of $5.00 is applied on all credit card payments. Visa and MasterCard accepted. Couples may choose to come in person to schedule an appointment. Payment for in-person requests may only be made by CASH or a preprinted check.

6. You do NOT need any witnesses at the time you are coming to obtain the marriage license. The couple must arrive at the INFORMATION DESK at: San Francisco County Clerk, City Hall, 1 Dr.Carlton B. Goodlett Place (Van Ness & Grove), Room 168, San Francisco, CA 94102-4678 to CHECK-IN at the scheduled time. Couples arriving more than 10 minutes after their scheduled time will not be served and will be required to schedule a new appointment and pay the marriage license fee again.

7. 3 DAYS RE-SCHEDULING POLICY - If you cannot make your appointment, you may reschedule within 90 days of the date of the original appointment. However, you must provide us with at least 3 days notice prior to the scheduled date. You may reschedule your appointment by visiting our website at http://www.sfgov.org/countyclerk (confirmation number would be required) or contacting us via e-mail at county.clerk@sfgov.org. Failure to meet this criteria will require a new marriage license appointment and fee to be paid.

Once you arrive at our office…
8. Each applicant must present a valid government agency issued picture ID containing first and last name and date of birth. If the name on the ID is different from the name on the application, then a certified copy of your birth certificate, social security card or passport showing your first and last name must be additionally presented.

9. Once the license is issued, you will be asked if you have a ceremony appointment scheduled through our office. If so, instructions will be provided to you as to how to proceed with the ceremony. Otherwise, you would present the license to the person you have chosen to solemnize your marriage, i.e. priest, minister, rabbi, who may solemnize your marriage within 90 days of the issuance of the license. The ceremony MUST be performed in San Francisco for couples opting to obtain a confidential marriage license through our office.

10. Ceremonies are performed at designated locations as determined by building management and/or the commissioner. Couples CANNOT specify location.

11. No form of litter is permitted to be thrown anywhere in the building (includes outside steps). Helium balloons, alcohol, and/or knives are not allowed into the building.

12. Camcorders and cameras are permitted.

REQUIREMENTS FOR OBTAINING A MARRIAGE LICENSE IN LAS VEGAS NEVADA
a. You don’t need to get a blood test

b. There is no waiting period after a license is issued.

c. The current fee for a marriage license is $55.00 CASH ONLY and the exact amount is recommended

d. Take a document with you that you can use to prove your age. One standard document is your driver’s license or photo ID. A passport is an acceptable form of photo ID.

e. You will need to apply for a marriage license. You can get this from the Marriage Bureau in Clark County. Both parties must be present at the Marriage License Bureau to obtain a marriage license

f. Courthouse Hours: 8am - 12 midnight every day. Including holidays.

g. Out-of-state marriage license are not accepted in the state of Nevada.

h. Adults 18 yrs and older DO NOT NEED consent but proof of age is required.

i. Ages 16 -17yrs old will need consent from their parents or legal guardian to get married. The parents or legal guardian will have to be present at the time of the application for a marriage license. If the parents cannot be there, a notarized document stating consent, as well as the birth certificate of the underage applicant, is required.

j. Under the age of 16 must have parent’s consent and authorization from the Nevada District Court. The parent or legal guardian will have to file a court action and presents a court order to the Marriage License Bureau.

k. A witness other than the individual performing the ceremony is required. The Wedding Chapel Wedding will provide a witness if you need one.

l. If you have been married before, you are not required to bring the divorce

m. decree but the divorce must be final and you must know the exact date of the divorce as well as the city and state where it was granted.

n. Ministers will request the original license prior to the ceremony or a copy of the original for all vow renewals.

o. In order to have a legal marriage, a ceremony must be performed in the State of Nevada within one year from the date of issuance of the marriage license. The ceremony may be performed in any wedding chapel, church or the civil marriage commissioner’s office.

These marriages are recognized throughout the world.

Special note for visitors from foreign countries
Marriages performed in the State of Nevada will be recognized by your country, however, some countries may require a certified copy of your marriage certificate and an Apostille from the Nevada Secretary of State to finalize the marriage in your country.

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงานในอเมริกาและการขอกรีนการ์ดได้ที่ www.marriagegreencard.info

ถือวีซ่าท่องเที่ยวแต่งงานในอเมริกาได้หรือไม่ Marriage in America

plew April 30th, 2008



หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าจะเข้าไปแต่งงานในอเมริกา ต้องถือเฉพาะวีซ่าคู่หมั้นเท่านั้นหรือไม่
คำตอบคือไม่จำเป็น ตัวเองกก่อนแต่งงานไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่ต้องบอกก่อนว่าตอนไปตอนแรกไม่ได้มีเจตนา
ว่าจะมาแต่งงานไม่ได้วางแผนไว้ก่อนแต่อย่งใด แต่ก็ขอย้ำว่าวีซ่าท่องเที่ยวก็แต่งได้ไม่มีปัญหา
แต่ต้องน้ำอีกทีว่าแต่งงานก็แต่งงาน ขอกรีนการ์ดก็ขอกรีนการ์ดมันคนละส่วน แต่งงาน จดทะเบียนสมรส
กับคนอเมริกันไม่ได้แปลว่าจะได้กรีนการ์ดเสมอไป เพียงแต่ทะเบียนสมรสเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นขอ
กรีนการ์ดเท่านั้น แล้วจะเล่าให้ฟังเรื่องการขอกรีนการ์ดในโอกาสต่อไป

การแต่งงานจดทะเบียนสมรสในอเมริกาถือวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ
นักท่องเที่ยวประเทศอื่น ที่เข้ามาบางทีเขาประทับใจที่นี่ เขาชอบเขาอยากแต่งงานที่นี่ ก็ได้เลย
ทั้งคู่เป็นนักท่องเที่ยวก็แต่งได้ เพราะบางคนเขาอยากแต่งงานที่นี่ ไม่ได้แปลว่าเขาอยากอยู่ที่นี่
เพียงแต่มีพาสปอร์ตมาแสดงก็เพียงพอแล้ว ง่ายมากค่ะ เพราะประเทศเขาไม่ได้เสียอะไร ได้ค่าธรรมเนียม
อีกต่างหาก
อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสในอเมริการวมทั้งการขอกรีนการ์ดได้ที่ www.marriagegreencard.infoอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
แต่งงานในอเมริกา Marriage in America

จดทะเบียนสมรสที่อเมริกา

Divorce is on the decline in the USA, but a report to be released today suggests that may be due more to an increase in people living together than to more lasting marriages.

ouples who once might have wed and then divorced now are not marrying at all, according to The State of our Unions 2005. The annual report, which analyzes Census and other data, is issued by the National Marriage Project at New Jersey’s Rutgers University.

The U.S. divorce rate is 17.7 per 1,000 married women, down from 22.6 in 1980. The marriage rate is also on a steady decline: a 50% drop since 1970 from 76.5 per 1,000 unmarried women to 39.9, says the report, whose calculations are based on an internationally used measurement.

จดทะเบียนสมสรที่อเมริกา American Marriage Certificate

plew April 27th, 2008


คนไทยหลายคนมีข้อสงสัยว่าถ้าจะแต่งงานในอเมริกาต้องมีผลเลือดหรือไม่ สำหรับที่แคลิฟอเนีย ไม่ต้องมี ใครก็สามารถแต่งงานที่นี่ได้แค่มีพาสปอร์ต และมีเงินเสียค่าธรรมเนียมก็พอ อีกที่ที่คนนิยมไปแต่งงานคือ ที่ลาสเวกัส เนวาดา ซึ่งไม่ต้องมีผลเลือดเช่นกัน และที่คนนิยมไปแต่งงานที่นั่นเยอะ เพราะเหตุว่าเวลาจะหย่าก็ง่ายกว่ารัฐอื่นเช่นกัน แถมมีบริการเรื่องการแต่งงานครบวงจรและราคาไม่แพง ให้เลือกมากมาย ส่วนรัฐอื่นอันนี้ไม่แน่ใจจริงๆว่าจะต้องมีผลตรวจเลือดหรือไม่ ต้องตรวจสอบที่เมืองและรัฐนั้น

เล่ามาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่าการแต่งงานที่นี่ไม่ยากอะไรเลย แต่ต้องชัดเจนว่า แต่งงานกับขอกรีนการ์ดมันคนละเรื่อง ไม่ใช่แต่งงานแล้วแปลว่าได้กรีนการ์ดเลย แต่เอกสารในการแต่งงานเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นขอกรีนการ์ด คนละขั้นตอนกันแต่มันก็ต่อเนื่องกันอยู่ เพราะฉะนั้นที่นี่แต่งงานต้องมีการทำพิธีไม่ใช่เมืองไทยไปจดทะเบียนสมรสกันเฉยๆก็ได้ แต่มีความรู้ใหม่เขาบอกว่าแต่งงานที่นี่ถ้าเราแต่งงานบนเรือ กัปตันเรือสามารถทำพิธีแต่งงานให้เราได้ หรือถ้าแต่งในรถแท็กซี่ คนขับก็ทำพิธีให้เราได้ พิธิที่ว่าจริงๆแล้วถ้าดูหนังฝรั่งคงพอนึกออก คือใครคนหนึ่งส่วนมากเป็นบาทหลวงถามว่าแต่ละฝ่ายจะยินดีรับอีกฝ่ายเป็นสามี ภรรยา และประกาศว่าโอเคนะต่อไปนี้สองคนนี้เป็นสามีภรรยากันแล้ว และมีพยานอีกสองคนรู้เห็น แค่นี้ก็คือพิธีแล้ว ส่วนจะมีงานเลี้ยงอีกหรือไม่ตรงนั้นไม่สำคัญแล้ว

วิธีแต่งงานง่ายๆอีกวิธีหนึ่งที่ประหยัดสะดวกและได้ใบทะเบียนสมรสเร็วมากไม่ต้องรอเป็นอาทิตย์คือ แต่งงานกันที่ซิตี้ฮอลมันซะเลยซึ่งเป็นที่นิยมมากเช่นกันซิตี้ฮอลที่ซานฟรานซิสโกมีคนมาแต่งงาน

เกือบทุกวันวันละหลายคู่ เนื่องจากถูกค่าใช้จ่ายประมาณแปดสิบเหรียญ แค่ทำการจองเวลา หาพยานมา ไม่มีจริงๆเขาก็จัดให้ ไม่ต้องหาคนทำพิธีให้ เพราะบางทีหาคนทำพิธีแต่งงานไม่ใช่ง่าย เพราะต้องเป็นคนที่มีใบอนุญาต แต่แต่งที่ซิตี้ฮอล เขาจัดการให้เราเสร็จ เสร็จปุ๊ปเซ็นเอกสารให้เลย รอรับใบทะเบียนสมรสได้ทันที เรียกว่า One Stop serviceเลยละสามารถขอLicenseและแต่งงานเสร็จในวันเดียวเลยทุกอย่างจบ

เรียบร้อยลืมบอกไปถ้าไม่ได้แต่งงานในวันเดียวกับวันที่ขอใบอนุญาตก็ต้องดำเนินการแต่งงานให้เรียบร้อยภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่ออกใบอนุญาตแต่งงาน ไม่งั้นก็ต้องมาเสียตังค์ขอใบใหม่อีก
ยกตัวอย่างให้ฟังสำหรับตัวเองเราขอ License ที่ซานฟรานซิสโก แต่เราแต่งงานที่ซานตาครูส ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งแต่อยู่แคลิฟอเนียเหมือนกัน ก็เมืองใกล้ๆกันนั่นแหละ คนที่ทำพิธีแต่งงานให้เราก็เป็นญาติซึ่งเดิมเขาไม่มีใบอนุญาตประกอบพิธีแต่งงานมาก่อน ก่อนวันแต่งงานตัวเขาเองก็ต้องไปที่ซิตี้ฮอลของซานตาครูสเพื่อขอใบอนุญาตทำการแต่งงานให้คนอื่น หลังพิธีเรียบร้อย เรามอบเอกสารที่ได้จากซิตี้ฮอลซานฟรานซิสโกให้เขาเป็นคนกรอกรายละเอียด ซึ่งเป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อผู้ทำพิธีแต่งงาน ชื่อบ่าว สาว สถานที่ วันเวลาแต่งงาน เสร็จแล้วเขาก็ลงนาม และพยานสองคนลงนามแล้วส่งเมล์กลับไปที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นเมืองที่ออกใบอนุญาต หลังจากนั้นประมาณสองอาทิตย์ทางซิตี้ฮอลก็จะส่งทะเบีนยสมรสมาให้ทางไปรษณีย์หรือจะไปรับด้วยตนเองก็ได้ และสามารถไปขอทำใบทะเบียนสมรสเพิ่มอีกกี่ใบก็ได้ตามต้องการ ใบละประมาณยี่สิบเหรียญ

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสในอเมริกา www.marriagegreencard.infoอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

แต่งงานในอเมริกา

MORE REQUIREMENTS FOR OBTAINING A MARRIAGE LICENSE IN THE CITY AND COUNTY OF SAN FRANCISCO:

  1. Only an unmarried man and an unmarried woman over the age of 18 years of age may apply for a marriage license in California. Anyone under 18 must obtain a court order through the Juvenile Court system.
  2. If either applicant was previously married, he/she will need to know the exact date of the dissolution of the last marriage by divorce/annulment/or death. If the last marriage ended less than 90 days from the date of the appointment, you must bring a CERTIFIED copy of the divorce decree issued by the court or death record issued by the Department of Public Health. Non-certified copies, i.e. filed copies or endorsed copies, usually given to you by your attorney, are not accepted.
  3. Marriage license appointments are available Monday thru Friday at 10:00 a.m., 10:30 a.m., and from 12:00 noon through 3:00 p.m. every half hour (additional 11:00 a.m. and 11:30 a.m., ceremonies on Thursdays and Fridays only). There are three appointments available during each available time period.
  4. Appointments require a payment of $89.00 at the time of booking. Absolutely no refunds will be given.
  5. A convenience fee of $5.00 is applied on all credit card payments. Visa and MasterCard accepted. Couples may choose to come in person to schedule an appointment. Payment for in-person requests may only be made by CASH or a preprinted check.
  6. The couple along with a maximum of 2 witnesses/guests must arrive at the INFORMATION DESK at: San Francisco County Clerk, City Hall, 1 Dr.Carlton B. Goodlett Place (Van Ness & Grove), Room 168, San Francisco, CA 94102-4678 to CHECK-IN at the scheduled time. You do NOT need any witnesses at the time you are coming to obtain the marriage license. Couples arriving more than 10 minutes after their scheduled time will not be served and will be required to schedule a new appointment and pay the marriage license fee again.
  7. If you are planning on having your ceremony through City Hall, it is highly advisable that you make your ceremony appointment first by visiting our online ceremony reservation site and then make a marriage license appointment no later than 30 minutes prior to your ceremony appointment. In other words, if your appointment is for 10:30 a.m. on a Tuesday, you can schedule a marriage license appointment for anytime on the previous Monday or no later than 10:00 a.m. on the Tuesday of your appointment. You may request to have a ceremony at City Hall when you come in, but one may not be available at the time of your visit. We would then provide you with information on our availability. Ceremony fee is $67.00.
  8. 3 DAYS RE-SCHEDULING POLICY - If you cannot make your appointment, you may reschedule within 90 days of the date of the original appointment. However, you must provide us with at least 3 days notice prior to the scheduled date. You may reschedule your appointment by visiting our website at http://www.sfgov.org/countyclerk (confirmation number would be required) or contacting us via e-mail at county.clerk@sfgov.org. Failure to meet this criteria will require a new marriage license appointment and fee to be paid.

แต่งงานในอเมริกา Marriage in America

plew April 25th, 2008


แต่งงานที่อเมริกา วันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าถ้าเกิดคุณมีแฟนเป็นคนอเมริกันและอยากจะแต่งงานกัน หมายถึงแต่งและจดทะเบียนสมรสที่นั่นต้องทำอะไรบ้าง จริงๆแล้วหลายคนอาจคิดข้ามช็อตไปถึงเรื่องการขอกรีนการ์ด ซึ่งจะขอกรีนการ์ดได้ก็ต้องแต่งงานจดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อยซะก่อน ซึ่งเท่าที่ฟังจากประสบการณ์ของหลายๆคน ถ้าแต่งงานในอเมริกาการขอกรีนการ์ดจะได้เร็วกว่า แต่งที่เมืองไทยเยอะเลย

มาเข้าเรื่องการแต่งงานจดทะเบียนที่อเมริกากันดีกว่า สำหรับตัวเองแต่งงานและจดทะเบียนที่ซานฟรานซิสโก แคลิฟอเนีย จริงๆแล้วจะบอกว่ามันค่อนข้างง่าย ง่ายเอามากๆเลยด้วย เอกสารสำหรับคนต่างชาติซึ่งอาจเป็นนักท่องเที่ยวหรือนักเรียนก็แล้วแต่ ใช้แค่พาสปอร์ตเท่านั้นเอง ขั้นตอนแรกเลยก็ต้องไปที่ซิตี้ฮอล City Hall ของเมืองนั้นๆที่เราอยู่หรือเมืองที่ไหนก็ได้ที่เราจะไปแต่งงาน เพื่อขอใบอนุญาตทำพิธีแต่งงาน Married License ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณเจ็ดสิบเหรียญ ทั้งนี้แล้วแต่รัฐราคาไม่เท่ากัน ซึ่งแนะนำว่าควรทำการนัดหมายให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งสามารถทำการนัดหมายทางอินเทอร์เนตได้ เพื่อรับประกันว่าไปแล้วจะไม่ต้องรอนานหรือได้รับบริการแน่นอน หลังจากทำการนัดหมายทางอินเตอร์เนตหรือโดยการโทรแล้วก็ไปตามเวลาที่เราจองไว้ โดยนำพาสปอร์ตตัวจริงพร้อมสำเนาหนึ่งฉบับไปด้วย สำหรับคู่ของเราที่เป็นคนอเมริกันก็แค่บัตรประจำตัวของเขาเท่านั้นเอง ง่ายมาก พอไปถึงเจ้าหน้าที่จะให้กรอกแบบฟอร์ม ซึ่งก็เป็นข้อมูลทั่วไปของสองฝ่าย เช่นชื่อ ที่อยู่ ชื่อบิดา มารดา พอกรอกเรียบร้อย เจ้าหน้าที่พิมพ์ใบ Married License ให้เรา ซึ่งเป็นแบบฟอร์มที่เราต้องนำไปให้กับผู้ที่จะทำพิธีแต่งงานให้ลงนาม พร้อมพยานสองคนที่ร่วมในพิธีแต่งงาน ผู้ที่ทำพิธีแต่งงานอาจเป็นบาทหลวงหรือใครก็ตามแต่บุคคลคนนั้นต้องมีใบอนุญาตจาก City ให้ทำพิธีแต่งงานได้ ไม่ใช่จะให้ใครที่ไหนก็ได้มาเซ็นให้ หลังจากทำพิธีแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ผู้ทำพิธีแต่งงานให้จะลงนามและเป็นคนกรอกรายละเอียดอื่นๆในแบบฟอร์ม และส่งกลับมาที่ City Hall เดียวกันที่ออก License ให้ หลังจากทุกอย่างเรียบร้อย ใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์เราก็จะได้รับตัวทะเบียนสมรสฉบับสมบูรณ์ ซึ่งตัวนี้เราสามารถขอเพิ่มก็ชุดก็ได้ตามต้องการ ตกอยู่ใบละประมาณยี่สิบเหรียญ แนะนำว่าขอไว้เผื่อสักสองสามชุด เพราะเวลาขอกรีนการ์ดต้องใช้ตัวจริง เราจะได้มีเก็บไว้ด้วย

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงาน จดทะเบียนสมรสในอเมริกาและการขอกรีนการ์ดได้ที่ www.marriagegreencard.infoอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
จดทะเบียนสมรสในอเมริกา
REQUIREMENTS FOR OBTAINING A MARRIAGE LICENSE IN THE CITY AND COUNTY OF SAN FRANCISCO:

  1. Each applicant must present a valid government agency issued picture ID containing first and last name and date of birth. If the name on the ID is different from the name on the application, then a certified copy of your birth certificate, social security card or passport showing your first and last name must be additionally presented.
  2. Once the license is issued, you will be asked if you have a ceremony appointment scheduled through our office. If so, instructions will be provided to you as to how to proceed with the ceremony. Otherwise, you would present the license to the person you have chosen to solemnize your marriage, i.e. priest, minister, rabbi, who may solemnize your marriage within 90 days of the issuance of the license. The ceremony MUST be performed in San Francisco for couples opting to obtain a confidential marriage license through our office.
  3. Ceremonies are performed at designated locations as determined by building management and/or the commissioner. Couples CANNOT specify location.
  4. No form of litter is permitted to be thrown anywhere in the building (includes outside steps). Helium balloons, alcohol, and/or knives are not allowed into the building.
  5. Camcorders and cameras are permitted.