About

admin April 6th, 2008

สวัสดค่ะ blog นี้ย้ายมาจากบ้านเดิมที่ plew.wordpress.com มาที่บ้านใหม่ถาวร www.thaiinamerica.com มีการเปลี่ยนแปลง บางส่วนจากบ้านเดิม

My first experience in America มาเป็น My experiences in America เพราะระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ “อเมริกา” มันไม่ใช่ประสบการณ์ครั้งแรกซะแล้วมันเริ่มกลายเป็นบ้านถาวรหลังที่สอง ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นก็หมายถึงประสบการณ์ ความรู้ที่มากขึ้นตามไปด้วย

แต่อย่างไรก็ตามวัตถุประสงค์ของ Blog ก็ยังคงเดิมคือถายทอดประสบการณ์ รวมทั้งมุมมองส่วนตัว ที่ได้รับและสัมผัสจากการใช้ชีวิตในอเมริกา ที่นี่ซานฟรานซิสโก ทั้งการใช้ชีวิต การปรับตัว การเรียน การทำงาน การท่องเที่ยว กรีนการ์ด เกร็ดเล็กๆน้อยที่จำได้และอยากเล่าสู่กันฟัง ทุกอย่างที่บอกเล่าเป็นประสบการณ์จริง เล่าเท่าที่ได้รู้ ได้สัมผัส บางส่วนอาจเป็นข้อความที่ได้รับการบอกเล่ามาอีกต่อ เชื่อว่าอเมริกายังเป็นประเทศที่คนไทยหลายๆคนอยากจะมาไม่ว่าจะอยากมาเที่ยว มาเรียนต่อ มาทำงาน และเป้าหมายอื่นๆ ก็หวังว่าข้อมูลของตัวเองจะเป็นประโยชน์กับหลายท่านในการใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมตัว หรือบางท่านที่ไม่ได้คิดอยากมาอเมริกาก็สามารถอ่านเพื่อเป็นข้อมูล หรืออ่านขำๆ สนุก ตามอัธยาศัย

สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการฝากคำถาม สามารถฝากคำถามไว้ใน comment ได้เลยค่ะ ขอย้ำว่าจะตอบผ่านในเวปไซต์ค่ะ ไม่ตอบทางอีเมล์ เพราะเพื่อนๆท่านอื่นจะได้อ่าน เป็นข้อมูลด้วย เพราะจากประสบการณ์ส่วนใหญ่มีคำถามคล้ายๆกัน จะพยายามตอบทุกคำถาม เท่าที่ตอบได้นะค่ะ ต้องบอกอีกทีว่าตัวเองไม่ใช่ทนาย นักกฎหมาย ตอบจากประสบการณ์ รวมทั้งข้อมูลที่ได้ศึกษา ค้นคว้าจากแหล่งอื่นๆ

นอกจากนั้นตอนนี้มีเว็ปไซต์พี่น้องที่อยากให้ลองแวะไปอ่านคือ http://www.marriagegreencard.info/ ซึ่งเว็บนี้จะเป็นอะไรที่ให้ข้อมูลตรงๆและค่อนข้างจะละเอียดเกี่ยวกับการขอกรีนการ์ด โดยเฉพาะกรีนการ์ดจากการแต่งงาน นอกจากนั้นรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกรีนการ์ดประเภทต่างๆ เอกสารที่ใช้ การสัมภาษณ์และขั้นตอน รวมทั้งกรณีศึกษาที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะเสริมกันไปกับ
thaiinamerica ที่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ซะมากกว่าการเน้นให้ข้อมูลหนักๆ

ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ

Thaiinamerica.com

82 Responses to “About”

  1. Nokon 14 May 2008 at 11:47 pm

    สวัสดีค่ะอยากจะปรึกษาทางอีเมล์หรือโทรศัพท์จะเป็นการรบกวนมั้ยคะ? เพราะนกกำลังจะจดทะเบียนกับแฟนอเมิรกันที่ฟลอริด้าและอยากสอบถามรายละเอียดค่ะ

  2. plewon 15 May 2008 at 1:31 am

    รบกวนฝากคำถามไว้ที่บล๊อกได้เลยค่ะ ตอบทุกคนเท่าที่ตอบได้ค่ะ
    แต่ถ้าข้อมูลยังไม่ชัดยังไงค่อยโทรคุยอีกทีก็ได้ค่ะ

  3. Janeon 25 May 2008 at 4:03 am

    รบกวนสอบถามข้อมูลด้วยคนค่ะ
    Jane กำลังวางแผนกับแฟนที่เป็น U.S. Citizen ว่าจะไปแต่งงานที่อเมริกาโดยใช้ visa ท่องเที่ยวกลับเข้าไป หลังจากนั้นก็แต่งงาน และยื่น I130 ตามมาด้วยขอปรับสภาพ green card ซึ่งทั้งหมดนี้ ถ้าเราถือ visa ท่องเที่ยว เราจะอยู่ที่อเมริกาได้ไม่เกิน 6 เดือน เราสามารถทำทุกอย่างโดยรออยู่ที่นั่น ไม่ต้องกลับมาเมืองไทยได้รึเปล่าคะ
    ส่วนตัวเองกังวลมากน่ะค่ะ ไม่อยากเสียค่าตั๋วกลับมารอที่เมืองไทยแล้วต้องไปใหม่อีกรอบน่ะค่ะ

    รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ
    ขอบคุณมากค่ะ

  4. plewon 25 May 2008 at 12:54 pm

    หลังจากคุณยื่นขอกรีนการ์ดเรียบร้อยแล้ว และอยู่ะหว่างรอผลซึ่งปกติใช้เวลาประมาณหกเดือน
    คุณรอที่อเมริกานั่นแหละค่ะ ไม่ต้องกลับเมืองไทย ถ้ากลับเมืองไทยนะเรื่องยุ่งเลย
    รอที่เมกาดีที่สุด เพราะจริงๆขอกรีนการ์ดโดยการแต่งงานปกติใช้เวลาประมาณหกเดือน
    บางคนแค่สี่เดือนก็มี และที่สำคัญหลังจากคุณยื่นขอปรับสถานะแล้ววีซ่าท่องเที่ยวที่มีอยู่ใช้ไม่ได้อีกต่อไปค่ะ

  5. kaewon 30 May 2008 at 2:59 am

    ยิ่งอ่านเรื่องราวของคุณกี่รอบ ก็สนุกยิ่งขึ้น เหมือนเป็นความหวังของชีวิต อ่านไม่เบื่อ อยากอ่านเยอะ ๆ เข้ามาดูทุกวันเลย รูปภาพก็สวย อยากไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้างจังเลย ความรู้สึกจะเป็นอย่างไรนา

    อิจฉาสาวสวย ที่ได้ใช้ชีวิตในต่างแดนจัง

  6. kaewon 30 May 2008 at 3:06 am

    ได้เข้ามาอ่านข้อมูลของคุณ รวมทั้งของ thaitownusa แล้ว กลัวมาก ทั้งเจ้าของร้านอาหารไทย การไปอย่างผิดกฏหมาย คนไทยในต่างแดนที่เห็นแก่ตัว รู้สึกว่าทุกคนที่ไปอเมริกาจะต้องพบเจอเหตุการณ์เหล่านี้ ทำไมคนไทยไม่รักกันทั้งในประเทศและนอกประเทศ อยากหาที่อบอุ่นและมีความสุขสักแห่งในโลกนี้

  7. plewon 30 May 2008 at 6:54 pm

    ขอบคุณค่ะ และดีใจที่อ่านแล้วสนุก จริงๆแล้วคนดีๆก็มีแหละค่ะ แต่เราคงโชคร้ายมั้ง
    อีกอย่างอาจเป็นเพราะเขาลำบาก ทำงานหนัก คนมาทำงานที่นี่ไม่ได้สบาย โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ
    อยากบอกว่าการได้มาอยู่ที่นี่เป็นประสบการณ์ที่ดี แต่ตอนนี้อยากกลับเมืองไทย
    ไม่มีที่ไหนดีกว่าบ้านเราหรอก..จริงๆนะ

  8. kaewon 02 Jun 2008 at 7:54 am

    สวัสดีค่ะ

    ได้อ่านบทความอันใหม่แล้ว ถูกใจจังเลย

    ดิฉันออกจากงานตอนอายุ 38 เพราะต้องการสร้างครอบครัวเพราะยังไม่มีลูกแต่เหตุกลับเป็นต้องเลิกกับแฟนตอนอายุ 40 รู้จักและคบกันมา 17 ปี เรื่องหางานใหม่ ไม่ต้องพูดถึง ส่ง resume ไปเถอะ หายต๋อม เงียบ เคยคิดจะกลับไปทำงานที่อเมริกา เพราะเคยไปตอนจบปริญญาโทใหม่ ๆ อยู่ที่นั้น 2 เดือน ทำงานร้านอาหารไทยที่ซานดิเอโก เจ้าของ ขี้เหนียว พูดจาไม่เพราะ แถมคนครัวขี้อิฉจา ชอบนินทา แต่ถ้าเทียบกับที่คุณ plew เล่าแล้ว ที่ดิฉันได้พบมันแค่จิ๋ว ๆ แต่ก็เสียเงินเดือนงวดสุดท้าย ไป 300$ เพราะเจ้าของไม่ยอมจ่าย เนื่องจากลาออกกระทันหัน กลับมาก็ได้จดทะเบียนสมรสกับแฟนเลย ท่าทางตอนนั้นกลัวเราได้คนใหม่ ผู้ชายนี่หวงก้างจริง ๆ

    ตอนนี้ไม่อยากไปอเมริกาเพื่อหางานแล้ว เพราะอ่านข้อมูลของคุณ plew ,thaitownusa, thaieurope แล้วกลัว

    ถ้าใช้เงินอย่างประหยัด ก็คงอยู่เมืองไทยได้จนรับประกันสังคม นู้นแนะ
    คิดเสียว่าสมัยสาว ๆ เที่ยวมาเยอะแล้วกัน

    ที่เขียนมาเสียยาว ก็เพราะบางครั้งจิตใจว้าวุ่น เหงา และชอบคิดวนเวียน ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี

    เคยคุยกับพี่ผู้หญิง เขาได้ green card และมีพี่ชายอยู่อเมริกา เขาบินไปอยู่อเมริกา 2 ครั้ง ห่างกัน 2 ปี แล้วกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร เขาบอกว่าอยู่เมืองไทยดีกว่าเยอะ คนไทยไม่น่าคบ รายได้หลังหักภาษีแล้วเหลือ 65$ เขาบอกว่าไม่ดึงดูดใจให้อยู่ต่อเพราะค่าครองชีพแพงด้วย

    มันเหมือนคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า

    หาสามีใหม่ดีไหมหนอ?

  9. plewon 02 Jun 2008 at 7:58 pm

    ในความคิดตัวเอง คนไทยเรายิ่งมีการศึกษาดีๆ
    แล้วอยู่เมืองไทยดีกว่าเยอะค่ะ ตอนเราอายุน้อยๆเงินเดือนก็ไม่มาก เมื่อเทียบกับมาทำงานที่เมกามาทำงานร้านอาหาร
    แต่ทำงานบริษัท ราชการ เงินเดือนมันขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ใช้ความรู้ความสามารถตามที่เรียน มาทำงานร้านอาหารทำกี่ปีมันก็ได้เท่านั้น นอกจากจะขยับไปเปิดร้านเอง เปิดร้านที่นี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆต้องได้มาตราฐานของเขา
    ภาษีก็แพงอย่างที่รู้ ค่าครองชีพแพงกว่าแน่นอน
    ยิ่งอยู่เมืองใหญ่ๆ ด้วยแล้วยิ่งแพง ไปอยู่เมืองเล็กๆถึงค่าครองชีพจะถูก แต่ก็น่าเบื่อ เงียบเหงา จริงค่ะคนในอยากออกคนนอกอยากเข้า ตัวเองคิดว่าถ้ามาเอาประสบการณ์ชีวิต มาเปิดหูเปิดตาอันนี้ดีค่ะ

  10. Pattraon 23 Jun 2008 at 8:37 am

    พี่คะ ต้องการปรึกษาค่ะ เรื่องไปเรียน และ ไปทำงาน ที่อเมริกาน่ะคะ
    ถ้าไปทำงานอย่างเดียว ได้หรือเปล่าคะ แล้วจะต้องทำอย่างไรบ้างคะ

    ต้องการถามพี่หลายเรื่องมาก พี่มีอีเมลล์ติดต่อหรือเปล่าคะ รบกวนพี่ตอบด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ

  11. plewon 23 Jun 2008 at 8:45 pm

    จะไปทำงานอย่างเดียวก็ได้แต่ต้องมี work permit คือต้องให้นายจ้างที่โน่นมีหนังสือเชิญเราไปทำงานให้เขา และนายจ้างต้องดำเนินการติดต่อ USCIS เพื่อขอ work permit ให้เรา แต่ปกติคนไทยที่กะไปหางานทำที่โน่นก็มักไปวีซ่านักเรียนและไปทำงาน
    ถ้าจะขอวีซ่านักเรียนก็ต้องติดต่อที่เรียนให้เรียบร้อย รายละเอียดตามที่ตอบเพื่อนๆไว้ข้างบนเลยค่ะ
    คุณถามกว้างค่ะเลยตอบไม่ถูก ยังไงถามกลับมาใหม่อีกทีนะค่ะ รบกวนถามผ่านทางเวปต์ค่ะ

  12. panyaon 04 Jul 2008 at 3:01 am

    สอบถามเกี่ยวกับ การตรวจหนังเดินทาง ที่กองตรวจคนเข้าเมือง ที่สนามบินซานฟรานซิสโก มีขั้นตอนยุ่งยากไหม และคำถามส่วนใหญ่ถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง รบกวนช่วยแนะนำ หน่อยนะครับ

  13. plewon 04 Jul 2008 at 12:59 pm

    เข้าไปอ่านตรงนี้นะค่ะ
    http://www.thaiinamerica.com/2007/08/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/

    เป็นโพสแรกๆที่เขียนไว้เกี่ยวกับตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินซานฟรานค่ะ จริงๆมีโพสอื่นๆที่พูดถึงรบกวนดูใน
    index ค่ะ

  14. paulon 13 Jul 2008 at 9:03 am

    เป็นโรบินฮู้ดอยู่อเมริกามาหลายปีแล้ว อยากกลับเมืองไทยต้องทำอย่างไรบ้าง? โดยที่ไม่ให้ อิมมิเกชั่นจับติดคุก

  15. plewon 13 Jul 2008 at 1:13 pm

    อยู่มาหลายปีน่าจะรู้มากกว่าเราอีกนา ก็ไม่ต้องทำไงซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วก็กลับเลย ตอนกลับเขาไม่ตรวจอะไร
    ทั้งนั้นแหละค่ะ ออกไปได้เลย เพียงแต่กลบมาที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว

  16. dearon 15 Jul 2008 at 11:52 am

    รบกวนสอบถามหน่อยนะค่ะ คือว่าทางปู่ของดิฉันต้องการหาเพื่อนที่เป็นชาวอเมริกา ที่เป็นทหารGI ที่มารบในสงครามเวียดนามอยู่ที่อุดรธานี ประเทศไทย เค้าชื่อ เดวิด แต่ไม่ทราบนามสกุล และมีรูปถ่ายก่อนที่เขาจะกลับอเมริกา เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว เขาบอกปู่ของดิฉันว่า บ้านของเขาอยู่ห่างจากวอชิงตันประมาณ 400 ไมล์ ถ้ามีช่องทางไหนที่จะสามารถประกาศหาได้กรุณาตอบกลับที่อีเมลด้วยนะค่ะ คือปู่อยากเจอเพื่อนคนนี้มาก ตอนนี้แกอายุประมาณ 60 ค่ะ จะขอบพระคุณอย่างสูง

  17. plewon 15 Jul 2008 at 11:04 pm

    ท่าจะหายากอยู่นะค่ะ ลองเข้าไปเวปพวกนี้ดูนะค่ะ
    http://www.vetfriends.com/?source=google&gclid=CIqUr761w5QCFSoZagodmTQeFQ
    http://benefits.military.com/reg/buddy_finder_reg.do?ESRC=ggl_mem_bf_vet.kw&strGotoURL=http%3A%2F%2Fcommunity.military.com%2Fbuddy-finder%2Fsearch.do%3FESRC%3Dggl_mem_bf_vet.kw%26loc%3DQL
    http://www.classmates.com/cmo/reg/military/;jsessionid=LAV2UR2AZBC22CQKWZTCQCQKBK1GOIV3?s=74616&expa=GO019456_mil_locate_vietnam_veterans&tsacr=GO524418370&_requestid=678788
    http://www.vva.org/
    http://www.vietvet.org/lostfnd.htm

    โทษทีที่ช่วยได้ไม่มาก ขอให้หาเจอค่ะ

  18. paton 01 Aug 2008 at 1:47 pm

    ตอนลงประกาศรับนวด ลงประกาศในเว็บอะไรคะ .. ตอนนี้ว่างงาน ยังขับรถไม่ได้ เพิ่งมาเมกาได้เดือนนึง ตังเริ่มร่อยหรอแล้วค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

  19. plewon 01 Aug 2008 at 9:25 pm

    เวปนี้ค่ะ http://www.craigslist.org/about/sites.html

  20. Tassyon 22 Sep 2008 at 10:37 am

    สวัสดีค่ะ
    เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ เห็นสถานที่ท่องเที่ยวใน Califlonai สวยงามมาก อยากจะไปเที่ยวจังเลย ตอนนี้อยู่ที่ประเทศออสเตรียอากาศเริ่มหนาวแล้ว อยากจะหนีหนาวไปเที่ยวที่อเมริกาจัง

  21. ornon 24 Jan 2009 at 3:06 am

    สวัสดีค่ะ คุณ plew

    ชอบเข้ามาอ่านเรื่องราวต่างๆ ของคนุณ plew ค่ะ อ่านตั้งแต่อยู่เมืองไทย เพื่อหาข้อมูล จนตอนนี้มาอยู่ซานฟรานแล้วก็ยังอ่านอยู่ เลยมีเรื่องจถามค่ะว่า

    ตอนนี้อรถือวีซ่านักท่องเที่ยวอยู่ค่ะ แล้วก็อยู่ซานฟรานด้วย พอได้อ่านก็เลยอยากเรียนภาษาอังกฤษแบบฟรีๆ มั่ง รบกวนถามคุณ plew ว่าต้องไปสมัครอย่างไร เมื่อไหร่ แล้วต้องเตรียมเอกสารอะไรไปรึปล่าวคะ อยากเรียนมากๆ เลยค่ะ รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

  22. minton 23 Apr 2009 at 6:20 pm

    พี่ขา
    ช่วยแนะนำหน่อย
    อยากคุยเกี่ยวกับท่องเที่ยวในซานฟรานอ่ะค่าาาา

    แอดเมล์มาได้น๊าค่าา

  23. minton 23 Apr 2009 at 6:25 pm

    ตอนนี้อยู่ที่ไวโอมิ่งอ่าค่า…
    จะไปเที่ยวซานฟรานประมาณมิถุนา
    อยากรู้การเดินทาง ค่าใช้จ่าย แล้วก็สถานที่เที่ยว

    จะกลับไทยเดือนมิถุนาคะ
    เป็นเด็กไทย มาทำงานตอนซัมเมอร์อ่าคะ
    mymintty_yajok@hotmail.com

    อยากคุยอ่าค่ะ
    ช่วยแนะนำหน่อย

  24. plewon 25 Apr 2009 at 2:08 pm

    ขอตอบตรงนี้นะค่ะคุณมิ้น เริ่มไงดีการเดินทางเอาจากสนามบินถ้าอยากประหยัดคุณก็ใช้รถไฟหรือที่เรียกว่า
    BART มาจากสนามบินเข้ามาตัวซานฟรานได้เลยสะดวกและง่ายค่ะ จะขึ้นสถานีไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณพักย่านไหน ค่ารถห้าเหรียญกว่าๆ ถ้าไม่งั้นก็ชัตเตอร์หรือแท็กซี่ ชัตเตอร์ก็ประมาณคนละสิบห้าเหรียญ
    การเดินทางที่นี่สะดวกเพราะเมืองเล็กและมีรถเมล์ รถใต้ดินไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทุกที่
    แนะนำว่าให้เริ่มต้นที่ Market ST.เพราะเป็นบริเวณที่คุณสามารถนั่งรถเมล์รถไฟไปได้ทุกจุด และย่าน
    นี้คือ Market , Powell ก็เป็นแหล่งช็อปปิ้งหลักๆถนนรอบๆย่านนี้ร้านให้ช็อปมากมาย เดินจากPowell
    ขึ้นไปก็เจอยูเนียนแสควร์ซึ่งมันก็เดินต่อๆถึงกันได้หมด แนะนำให้นั่งเคเบิลคาร์จาก Market&Powell
    ค่าโดยสารเที่ยวละ $5 รถจะขับขึ้นนิน จะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวเช่นไชน่าทาวน์ Lombard ST. และอื่นๆ
    บ้านเรือน อาคารสองข้างทางสวยอยากแวะลงก็ลงได้ แต่ว่าไปให้สุดสายก็จะไปจอดที่ Fisher Warft
    ซึีงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวดังอีกแห่ง ก็จะมีร้านช็อกโกแลตดัง และร้านอาหารริมน้ำ และอื่นๆ ถนนเลียบริมเบย์
    คือ Embacadero จะเป็นถนนที่ทอดขนานกับ SF Bay ตลอดทางก็มีอะไรสวยๆให้แวะ เช่น Pire 39 ซึ่งตรงนี้จะสามารถนั่งเรือไปอัลคาทราสได้และก็มีขายพวก city tour ,Ferry Buliding วันเสาร์อาทิตย์จะมี farmer market เดินได้ถ้าไม่เหนื่อย หรือนั่งรถ Muni ก็จะวิ่งตลอดถนนสายนี้ คือมันเป็นถนนตรงตลอด
    ไม่หลงแน่ๆ ค่ารถเมล์ปกติ 1.5 ค่ะเก็บตั๋วเดิมใช้ได้สองชั่วโมงสายไหนก็ได้

    อะไรอีกที่สำคัญต้องไป Golden Gate Bridge เดินเล่นถ่ายรูปแต่ลมแรงมากแต่ก็สวยอะไม่ควรพลาด มีรถเมล์จาก Market ไปได้ นอกนั้นก็Golden Gate Park หรือย่านช็อปปิ้งอื่นๆ เช่น Union ST, Haight ST. Ball Park

    ค่าโรงแรมประมาณ 150 เหรียญ ถูกกกว่านั้นก็มีแต่อาจไม่ค่อยดี เอไม่เคยพักซะด้วย แนะนำว่าพักย่านดาวทาวน์จะได้เดินทางไปจุดอื่นๆได้สะดวก พักย่านใกล้ Market ก็จะดี

    เหนื่อยแล้วไงก็ขอให้เที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ ช่วยๆกันคลิกดูโฆษณาด้วยนะ อิอิ

    จาก Ferry Building ก็จะมาเชื่อมกับ Market อีกแล้วคือง่ายค่ะเหมือนสีีเหลี่ยม

  25. Natapornon 30 Apr 2009 at 9:09 am

    อยากถามรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานนวดแผนไทยในอเมริกาค่ะ อยากทราบว่าเราต้องมีคุณสมบัติและรายละเอียกเกี่ยวกับใบประกาศอย่างไรบ้างค่ะ เพราะเคยได้ยินว่าต้องมีใบประกาศ ประมาณ 500 ชั่งโมงถึงจะทำงานนวดไทยได้ เป็นอย่างนั้นจริงรึเปล่าค่ะ หรือแค่เรียนจบนวดแผนโบราณ,นวดฝ่าเท้า,นวดน้ำมัน และนวดกดบำบัด แค่นี้ก็สามารถทำงานได้แล้ว

  26. plewon 30 Apr 2009 at 2:58 pm

    ขึ้นอยู่กับกำของแต่ละรัฐซึ่งไม่เหมือนกันค่ะ ถ้าเป็นแคลิฟอเนียปกติจะต้องสอบเอา licence ค่ะ และคุณสมบัติ
    ก่อนที่จะสอบเพื่อขอใบอนุญาตก็ต้องผ่านการอบรมมาแล้วกี่ชั่วโมงนี่ไม่แน่ใจแต่ก็หลักร้อยอะค่ะ แล้วถึงจะสอบได้ ดังนั้นถ้าจะมาสอบก็ควรมีใบประกาศอะไรที่เป็นภาษาอังกฤษมาด้วย แต่ทั้งนี้ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะบังคับว่าต้องผ่านการอบรมจากสถาบันที่เขายอมรับด้วยหรือไม่ เพราะมีคนไทยที่เคยคุยเขาทำนวดอิสระเขาเรียรนวดที่วัดโพธิ์มาคือมีประกาศจากเมืองไทย แต่เขาก็มาเรียนเพิ่มเอาชั่วโมงที่นี่ด้วยแล้วสอบได้ใบอนุญาต

    แต่ถามว่าจริงๆถ้าจะนวดจริงๆไม่มีใบก็นวดได้เพราะเราเองก็เคยทำคือรับอิสระแล้วก้ไม่ได้มีใบอนุญาตอะไรเลย
    ก็นวดและมีลูกค้าด้วย แต่ปัญหาคือคนที่นี่ไม่เหมือนคนไทยถ้าเรานวดเขาแล้วเกิดเจ็บและฟ้องเราขึ้นมาตรงนี้ละจะมีปัญหามาก ดังนั้นคนที่เขานวดเป็นมืออาชีพ เขาจะทำประกันเอาไว้ในกรณีที่โดนฟ้องประกันจะได้จ่าย แต่ถ้าคุณไม่มี licence เขาก้ไม่รับทำประกันให้ แล้วอีกอย่างถ้าเป็นโรงแรมดี ร้านดีๆเขาก็ต้องการคนที่มี licence ค่ะ

  27. trimason 26 May 2009 at 12:19 am

    สวัสดีค่ะ คุณ plew

    วันนี้เป็นวันแรกและครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมใน web นี้นะคะ ยอมรับค่ะว่า เป็น web ที่ดีมาก ๆ และให้ประโยชน์แก่ผุ้ที่ใฝ่ฝันจะเป็นประชากรของ USA. ดิฉันก็เป็นอีกคนนึงค่ะ ที่กำลังทำเรื่องเพื่อเข้าไปเป็นประชากรของเค้า ขออนุญาตเริ่มเรื่องเลยนะคะ

    คือเดิมดิฉันทำงานเป็นพนักงานอยู่ใน PRIVATE YACHT เรือจะแล่นไปในส่วนของทะเลแคริบเบียนค่ะ และบางครั้งก็จะเข้าอเมริกา คือ ทุกครั้งที่เข้าอเมริกา จะมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจทุกครั้งค่ะ อ้อ ลืมบอกไปค่ะ ตอนเช้าไปทำงานครั้งแรก ขอวีซ่าของประทเศอเมริกาเข้าไปค่ะ แต่ในวีซ่าเค้าให้เวลาแค่ทุกหนึ่งปีค่ะ ดิฉันเข้าไปทำงานขึ้นปีที่สองแล้วค่ะ แต่ในวีซ่า ตรงช่องที่เค้าอนุญาต (Annotation) เค้ากำหนดที่อยู่ของเรือไว้เลยค่ะ และแต่ละครั้งที่เข้าไปในอเมริกา เข้าก็จะออกเป็น I-94 ให้ค่ะ โดยมีระยะให้ไม่เกิน 3 เดือนค่ะ ปัญหาตอนนี้มีอยู่ว่าเมื่อต้นปีนี้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ดิฉันได้จดทะเบียนกับแฟนค่ะ ที่แอตแลนต้า หลังจากจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แฟนดิฉันไม่อยากให้ดิฉันกลับไปทำงานที่เรืออีก อยากให้อยู่เป็นครอบครัวค่ะ เราเลยคิดกันว่าทำเรื่องขอกรีนการ์ดซะเลย จะได้หางานทำที่นั่นได้เลย โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่เราได้มอบหมายให้ตัวแทนเป็นคนจัดการให้ค่ะ ซึ่งเอกสารต่าง ๆ ก็เป็นไปตามที่คุณบอกทุกอย่างค่ะ ลืมบอกไปว่าสามีดิฉันเป็นคนไทยที่ไปเติบโตที่นั่นค่ะเค้าเป็น CITIZEN แล้วค่ะ และดิฉันได้ส่งเอกสารและยื่นเรื่องไปเรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากส่งเรื่องไปได้ประมาณ 10 วัน ก็มีจดหมายตอบกลับมาว่า ได้รับเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ระหว่างที่ส่งเอกสารไปแล้วนั้น ดิฉันจำเป็นต้องกลับกรุงเพทฯค่ะ เพราะ I-94 จะหมดอายุค่ะ และอีกอย่างดิฉันถือวีซ่าในฐานะลูกเรือด้วย ซึ่งตัวแทนบอกว่าเป็นกรณ๊พิเศษ ซึงต่างจากวีซ่าท่องเที่ยว เพราะดิฉันไปจดทะเบียนกับสามีในฐานะซึ่งยังเป็น CREW MEMBER เค้าแนะนำให้บินกลับไปก่อนจะดีกว่า แล้วรอเรื่องต่าง ๆ ที่กรุงเทพฯ

    คำถามมีอยู่ว่า ในกรณีอย่างนี้ ต้องใช้ระยะเวลานานมาก - น้อย แค่ไหนคะ และจะเป็นปัญหาในการขอกรีนการ์ดไหมคะ เพราะระยะเวลาที่คบกันสามีเป็นช่วงสั้น ๆ แต่เราตั้งใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันจริง ๆ ค่ะ (ลืมบอกไปว่า ตัวดิฉันอายุ 44 ปี แล้วค่ะ สามีดิฉัน 48 ปี ค่ะ) เพราะตอนนี้ดิฉันก็ไม่ได้กลับไปทำงานที่เรือค่ะ และกำลังรอเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดอยู่ที่กรุงเทพฯค่ะ หากต้องการทราบรายละเอียกมากกว่านี้ก็ติดต่อดิฉันได้ที่เมลล์ jtrimas@hotmail.com นะคะ

    รบกวนช่วยให้คำแนะนำด้วยนะคะ และท้ายนี้ขอขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สำหรับการสละเวลาอันมีค่าของคุณ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

  28. plewon 26 May 2009 at 3:13 am

    สวัสดีค่ะคุณ Trimas เท่าที่อ่านคือคุณแต่งงานในอเมริกาและยื่นขอกรีนการ์ดในอเมริกาถูกต้องนะค่ะ
    จริงๆแล้วคุณไม่จำเป็นต้องออกนอกประเทศอเมริกาเลยถึงแม้ว่า I-94 จหมดอายุก็เถอะ เพราะหลังจากที่คุณ
    file เอกสารไปแล้วและอยู่ระหว่าง pending คุณอยู่ในประเทศได้อย่างไม่ได้ผิดอะไรเลย และจริงๆแล้วหลังจากคุณ file เอกสารทั้งหมดแล้วคุณจะออกนอกประเทศและกลับเข้ามาได้คุณต้องขอ advance parole และรอให้ได้เอกสารตัวนั้นจึงจะเดินทางออกและกลับเข้ามาใหม่ได้โดยใช้เอกสารตัวนั้นเข้ามา

    If you are applying for adjustment to permanent resident status, you must receive advance permission to return to the United States if you are traveling outside the United States. This advance permission is called Advance Parole. If you do not apply for Advance Parole before you leave the country, you will abandon your application with Immigration and you may not be permitted to return to the United States. For more information, please see How Do I Get a Travel Document? ลองเข้าไปอ่านข้อมูลของ USCIS ดูค่ะ

    ดิฉันเองจริงๆไม่ใช่นักกฎหมายแต่ถ้าตอนนี้คุรไม่ได้ทำงานเป็นลูกเรือแล้ว วีซ่าตัวนั้นยังใช่งานได้หรือไม่ แล้วตอนคุณกลับเข้ามาอเมริกาคุณจะใช้วีซ่าอะไรเข้ามาถ้าวีซ่าตัวนั้นหมดอายุแล้ว และจริงๆแล้วหลังจากยื่นขอกรีนการ์ดแล้วไม่ควรใช่วีซ่าอื่นๆในการเดินทางเข้าประเทศนอกจาก Advance parole ทางเอเจนแนะนำหรือไม่ เพราะปกติแล้วไม่มีใครเขาเดินทางออกนอกประเทศหลังจากยื่นเรื่องแล้วถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เพราะอย่างที่บอกวีซ่าหมดอายุก็อยู่ได้ ปกติแต่งงานกับซิติเซ็นใช้เวลาแค่หกเดือนก็ได้กรีนการ์ดแล้วค่ะ ถ้ารายได้ของสามีถึงเกณฑ์ หลังจากได้ใบเสร็จไม่กี่วันเค้าก็จะนัดพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว..

  29. trimason 27 May 2009 at 5:35 am

    ขอขอบคุณมากนะคะ ที่ตอบให้รวดเร็วทันใจดีมาก ๆ สำหรับคำแนะนำที่ได้รับเป็นประโยชน์มาก ๆ ค่ะ ก็คงต้องยอมรับว่า การดำเนินการทุกอย่าง ก็ให้ตัวแทนเป็นคนจัดการให้ค่ะ ทางเราเตรียมเอกสารต่าง ๆ จนครบค่ะ แต่ตัวแทนที่มอบหมายให้จัดการไม่ใช่เป็นทนายนะคะ แต่เค้าก็ได้รับอนุญาตในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานที่เกี่ยวข้องทางนี้ได้ค่ะ จากคำแนะนำของคุณทำให้ดิฉันได้รับทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มากขึ้น และรู้จักที่จะค้นหา ติดตามรายละเอียดมากขึ้น โดยการค้นหาข้อมูลทาง INTERNET ค่ะ ตอนนี้ดิฉันก็ได้แต่รอเรื่องต่าง ๆ ที่กรุงเทพฯ นี่แหละค่ะ โอกาสที่จะกลับไปอีก คงอีกนาน
    ท้ายนี้ขอใหคุณและครอบครัวมีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ และอยู่คู่ web นี้ต่อไปนาน ๆ นะคะ ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมาก ที่ติดตามคุณอยู่ค่ะ

  30. plewon 17 Jun 2009 at 2:53 pm

    โฮๆๆ โทษทีกดผิดไปลบคอมเมนท์ออกไปเพียบเลย เรียกกลับก็ไม่ได้เศร้า

  31. plewon 17 Jun 2009 at 2:55 pm

    คุณแนนจำได้ดิ เราอยู่ SOMA ถนน Folsom ค่ะ 4 บล็อกจาก Market St.

  32. Nanon 17 Jun 2009 at 3:16 pm

    อ้าวตายแล้ว เปลว แนนก็ตามหาคอมเม้นที่แนนโพสก็หาไม่เจอ ก็งงอยู่เนีย นึกว่าไม่ได้สัมมิต กำ

  33. Nanon 17 Jun 2009 at 3:21 pm

    ดุจากแผนที่แล้วนะ เรียกเปลวเฉยๆ ก่อนละกันนะไม่รู้คัยพี่คัยน้อง อยู่คนละฝั่งอ่ะ แต่ไม่ไกลเท่าไหร่ สามสิบนาทีได้

  34. plewon 17 Jun 2009 at 5:11 pm

    เดาๆว่าแนนน่าจะเด็กกว่าแน่ๆเลย ดูรูปใน facefook อะดูเด็กเชียว เราก็รุ่นป้าแล้วอะ

  35. Nanon 17 Jun 2009 at 5:39 pm

    โอ้ย ไม่เด็กแล้ว จะสามสิบอยู่แล้วนา

  36. Ninaon 30 Jun 2009 at 7:13 pm

    ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำ แต่ตอนนี้มีปัญหาอีกค่ะ เพราะแฟนยังถือ
    canadian resident อยู่ด้วย เค้ายังไม่ได้เป็น u.s.citizen เนื่องจาก
    เค้ามีเงินรีไทร์จากแคนาดาอยู่ ไม่อยากเสียสิทธิ์ตรงนั้น ในกรณีนี้ดิฉัน
    ต้องทำอย่างไรบ้าง วีซ่าจะหมดอายุ 19 aug. นี้ บางคนบอกว่าให้กลับ
    ไปแต่งงานที่เมืองไทย และให้แฟนขอ apply กลับมาอยู่กับสามีที่เมกา
    และทำเรื่องขอกรีนการ์ดไปด้วย แต่อาจจะใช้เวลานานไม่รู้เท่าไหร่
    ช่วยแนะนำด้วยค่ะ ดิฉันไม่อยากกลับเมืองไทยตอนนี้ กำลังปรับตัวได้
    ทุกอย่างแล้ว เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่เราไม่ได้ค้นหาหรือทราบมาก่อน
    คิดว่าคงไม่มีปัญหามากเท่านี้ เพราะเราแต่งงานกันจริง รบกวนด้วยค่ะ
    ขอบคุณมาก

  37. plewon 30 Jun 2009 at 10:46 pm

    แต่งงานกับ resident ปกติอย่่างที่บอกใช้เวลาในการขอกรีนการ์ดนานมาก และถึงแม้คุณจะยื่นขอแล้ว
    แต่วีซ่าคุณกำลังจะหมดอายุคุณก็ต้องออกนอกประเทศคือกลับบ้านไปรออย่างเดียว ไม่สามารถอยู่ระหว่าง
    รอได้เดหมือนคนที่แต่งกับ citizen จะแต่งที่นี่หรือที่เมืองไทยก็ค่าไม่่างกันเพราะถึงแต่งที่นี่ยื่นเรื่องก็ต้องกลับเมืองไทย เพราะคู่สมรสของกรีนการ์ดยื่นได้แค่ I-130 แล้วรอจนมี number ว่างคือรอโควต้าที่ว่างถึงจะยื่น
    I-485 ได้ คุณแต่งจริงหรือไม่ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นแล้วเพราะสามีคุณไม่ใช่ citizen ก็ต้องรออย่างเดียว
    และอีกประเด็นสามีที่เป็นกรีนการ์ดไม่สามารถขอวีซ่าคู่หมั้่นให้คุณเดินทางเข้าอเมริกามาแต่งงานได้เหมือน
    คู่หมั้นของ citizen มีวิธีเดียวที่คุณจะอยู่ต่อได้คือคุณต้องมีวีซ่าประเภทอื่น เช่นนักเรียนหรือ work permit
    ซึ่งอย่างหลังนี่ยากค่ะ ต้องยอมรับค่ะว่าแต่งกับresident นั้นเงืื่อนไขและสิทธิไม่เท่ากับคนเป็น citizen ค่ะ
    ลองอ่านข้อมูลนี้เพิ่มค่ะ http://www.marriagegreencard.info/marriage_resident.html

    ปล.ช่วยกันคลิกโฆษณาเพื่อช่วยให้มีตังค์ทำเว็ปต่อไปด้วยนะค่ะ

  38. Ninaon 01 Jul 2009 at 12:28 pm

    ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำค่ะ

  39. ซาร่าon 29 Jul 2009 at 11:58 am

    สวัสดีค่ะ คุณ plew

    เข้ามาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับซานฟรานฯหลายครั้งแล้ว จน 26 ส.ค. 52 นี้ก็จะเดินทางไปซานฟรานค่ะ
    มากับน้องสาว น้องสาวมาเรียนที่ซานฟราน ป.เอก 1 เทอม มีกำหนดกลับ 14 ม.ค. 52 ช่วงที่น้องสาว
    เรียน ก็มีวางแผนไว้ว่า จะไปเที่ยวซีแอทเทิล (บ้านนองสาวของเพื่อน) สัก 2 อาทิตย์ หลังจากนั้น ก็กลับ
    มาซานฟราน (ไปคนเดียว)

    ช่วงนั้น อากาศที่ซานฟรานเป็นไงบ้างคะ? กันยา ตุลา พฤศจิกา ธันวาคม ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหนไปถึงจะดีคะ?
    การแต่งกายในมหาวิทยาลัย ต้องแต่งกายอย่างไรคะ ป.เอก อายุ 40
    ค่าใช้จ่าย ต่อวัน ไม่รวมค่าที่พัก ประมาณเท่าไหร่ดีคะ จะได้เตรียมไปได้ถูกต้อง
    อาหารแห้ง ประเภทน้ำพริกเผา ต่างๆ กุ้งแห้ง เอาไปได้มั๊ยคะ

    ขอบคุณค่ะ
    ซาร่า

  40. plewon 29 Jul 2009 at 8:01 pm

    สวัสดีค่ะคุณซาร่า เรื่องอากาศที่ซานฟรานช่วงกันยา ตุลา อากาศดีค่ะเย็นๆสบายๆ วันวันอาจแบบอุ่นๆเลยด้วยซ้ำ
    แล้วแต่วันด้วยแต่ปกติอากาศดีประมาณ20 กว่าองศาค่ะ ปกติแค่เสื้อคลุมหรือแจ๊คเก็ตบางๆก็พอ
    มาช่วงพฤศจิก็จะหนาวขึ้นละค่ะก็อาจลงสิบกว่าๆ ธันวาก็จะหนาวค่ะแต่ไม่มีหิมะบางวันอาจมีโอกาศเกือบศูนย์
    ช่วงนี้ก็แจ๊คเก็ตหนาๆคะ ถุงมืออะไรประมาณนั้น แต่ที่นี่ปกติจะลมแรงเกือบตลอด ขึ้นอยู่กับบริเวณด้วย

    เสื้อผ้าปกติมีแจ๊ตเก็ตติดมาเอาแค่พอใส่เดินทางมาก็พอ เพราะจริงๆแล้วเสื้อหนาวและอื่นๆของหนาวๆมาซื้อ
    ที่นี่นะถูกกกว่าเมืองไทยค่ะ แต่ก้ไปร้านพวก discount พวก Ross, marshall อะไรพวกนี้ละถูกมากๆ
    แต่ก็แล้วแต่นะ

    แต่งกายในมหาลัยแต่งอะไรก้ได้ไม่มีใครว่าหรือสนใจ ปกติทั่วไปเขาก็ยีนส์ เสื้อยืด แจ๊คเก็ต อยากดูดีๆก็
    หาแจ๊คเก็ตสวยๆดีๆ รองเท้าแนะนำว่าอย่าเอาเปลือยแบบเมืองไทยมาเลยเพราะหนาวและที่นี่บางทีต้องเดินเยอะ
    เอาที่เดินสะดวกพวกผ้าใบ หรือจะบูทก็มาซื้อที่นี่ก็ได้

    ค่าใช้จ่ายตอบยากขึ้นอยู่กับเรา กินในบ้านคือทำกับข้าวเองก็ถูกกกว่ามาก กินข้างนอกถูกสุดก็ฟาสฟูด
    มือหนึ่ง $5ก็อยู่แล้ว ถ้าอาหารอื่นๆเช่นตามฟูดเซ็นเตอร์ก็ตกไม่ต่ำกว่าสิบเหรียญแต่ว่ามันจานใหญ่มาก แต่ถ้ากินร้านก็แพงค่ะเกินสิบเหรียญแน่ๆแค่สั่งอย่างเดียวธรรมดาๆ เช่นก๋วยเตี๋ยว ร้านดีๆยิ่งแพง บวกทิปอีก
    ค่ารถเที่ยวละ $2 อาหารแห้งเอามาได้แต่ต้องเป็นแบบที่มันอยู่ในแพคในหอที่ซีลเรียบร้อยค่ะ
    จริงๆที่นี่ก็มีร้านจีนที่มีของไทยนที่คุณต้องการแทบทุกอย่างเลยละ แต่โอเคมันก็แพงกว่าคุณขนมาแน่
    แต่ก้ไม่ถึงกับแพงสาหัส เช่นมาม่าห่อละ $0.39 ที่นี่คนเอเชียเยอะค่ะ คนไทยก้เยอะของกินไม่ลำบากเลย
    ถ้าประหยัดๆกินข้าวบ้านตลอด วันละสามสิบก็พอนะแล้วแต่คนจริงๆ

  41. ซาร่าon 30 Jul 2009 at 10:59 am

    ขอบคุณค่ะ คุณ เปลว (ไปอ่านเจอ เค้าเรียกคุณแบบนี้) ตกลงคุณชื่อเปลวนะคะ…น่ารักดีค่ะ เอาไว้ไปซานฟรานฯ อาจจะมีโอกาสได้เจอคุณบ้าง

    ที่จริง อยู่เมืองไทยก็ดีน๊า ไม่ต้องคิดว่า จะต้องใช้เงินวันละเท่าไหร่ จะกินอะไร บางวันไม่เห็นต้องใช้เงิน เพราะ ถึงบ้านก็มีคนเตรียมไว้ให้เสร็จ แต่ก็นั่นแหลเน๊าะ ชีวิตต่างแดน มันก็อีกแบบได้รสชาติ ของชีวิตไปอีกแบบ แล้วจะรู้สึกรักเมืองไทย ขึ้นมากมายก่ายกอง แต่ก็รักเพราะเป็นแผ่นดินเกิด มีพ่อ แม่ พี่ น้อง อยู่ที่เมืองไทย ….

    อยู่ได้ค่ะ ปกติก็ชอบเที่ยวแบบแบ็คแพกเกอร์ อยู่แล้วไม่กลัวลำบากหรอกค่ะ เงินหมดก็ กลับบ้านทำงาน เก็บเงิน แล้วก็เริ่มต้นเที่ยวใหม่

    อยู่จันทบุรีค่ะ คุณอยากได้อะไรทางนี้บ้างคะ จะเอาไปฝาก

    ขอบคุณค่ะ
    ซาร่า

  42. Ninaon 23 Aug 2009 at 4:22 am

    สวัสดีค่ะ คุณคงพอจำเรื่องของดิฉันได้บ้าง คือตอนนี้ดิฉันกลับมาเมืองไทย
    แล้ว ตอนนั้นสามีเป็น canadian residense แต่ตอนนี้เค้ากำลังจะ apply us citizen ดิฉันทราบว่าคงต้องรอประมาณ 4 เดือนถึงจะได้
    แต่คำถามคือว่า ในช่วงที่เค้าสมัครนี้ เค้าสามารถขอวีซ่าคู่หมั้นให้ดิฉัน
    กลับเมกาได้หรือไม่ และถ้าไม่ ดิฉันต้องอยู่เมืองไทยนานเท่าไหร่ถึงจะ
    ไปเมกาได้อีก ดิฉันไป 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกได้ 6 เดือน ครั้งที่ 2 ได้
    3 เดือนค่ะ เดือนหน้าสามีดิฉันจะมาเมืองไทย และถ้าดิฉันไปลงที่ฮาวาย
    immigration จะ stamp visa ได้มากกว่าหรือไม่อย่างไร
    รบกวนช่วยตอบคำถามด้วยค่ะ ขอบคุณมาก

  43. plewon 23 Aug 2009 at 2:46 pm

    เขาเป็น resident กำลังจะขอเป็น citizen ก็คือยังเป็น resident อยู่เขาขอวีซ่าคู่หมั้นให้คุณไม่ได้ค่ะ
    ถามว่าคุณต้องอยู่เมืองไทยนานเท่าไรถึงจะบินกลับไปใหม่ได้ จริงๆไม่มีใครรู้คำตอบจริงๆหรอกว่ามันต้องเท่าไร อยู่ที่ดวงด้วย แต่ปกติไปบ่อยอย่างที่คุณเคยทำคุณก็เห็นผลแล้วว่าระยะเวลาที่เขาแสตมป์ให้มันสั้นลง
    แต่ถ้าคุณไปใหม่เช่นห่างกันเดือนเดียวแต่คุณมีเหตุผลชัดว่าทำไมมาบ่อยก็อาจจะโอเค เขาก็ต้องสงสัย
    อย่างที่บอกว่าไม่ทำงานทำการหรือรวยมากหรืออย่างไรถึงมาเที่ยวได้บ่อยๆ ที่เขาพูดๆกันก็น่าจะทิ้งช่วงสักหกเดือนหรือปี หรืออย่างน้อยสักสามเดือน แต่ก็อย่างที่บอกถ้าคุณมีเหตุผลที่ดูโอเคก็ไม่น่าจะมีปัญหาแต่
    อาจจะแสตมป็ให้ไม่นานเป็นไปได้มาก

    ไปฮาวายแสตมป์ได้นานกว่าไม๊ไม่ทราบค่ะ แต่คิดว่ามาตราฐานไม่ต่างกันค่ะ เพราะเท่าที่เคยไปเที่ยวมา
    มาตรการต่างๆที่สนามบินก็เหมือนที่อื่น

  44. aomon 14 Sep 2009 at 12:57 pm

    สวัสดีค่ะ

    บลอคเป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ ตอนนี้กำลังทำเรื่องจาก F1 เปลี่ยนเป็น green card อ่านบลอคนี้ควบคู่ไปด้วยทำให้ง่ายขึ้นเยอะเลย ขอบคุณค่ะ
    มีคำถามรบกวนนิดนึงค่ะ
    ๑.คือว่าถ้าอยากให้มีสปอนเซอร์ร่วม อยากทราบว่าสปอนเซอร์ต้องมีเอกสารคือ แทกซ์ย้อนหลังสามปี เอกสารรับรองรายได้ สรุปการทำงาน แล้วมีอย่างอื่นด้วยมั้ยคะ? เช่นใบเกิด หรือพาสปอร์ต แล้วมีเอกสารจาก uscis ที่สปอนเซอร์ร่วมต้องดาวโหลดมากรอกรึเปล่าน่ะค่ะ

    ๒.พวกเอกสารแสดงความสัมพันธ์เช่นรุปถ่ายงานแต่งงาน บิลค่าแหวน ควรแนบไปตอนเมลเอกสาร หรือว่าตอนสัมภาษณ์คะ

    ๓. ได้ยินมาว่าเอกสารทุกอย่างต้องส่งไปสองชุด อันนี้ถูกมั้ยคะ

    ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
    อ้อม

  45. plewon 14 Sep 2009 at 1:23 pm

    1.สปอนเซอร์ร่วมใช้แค่เอกสารเรื่องรายได้ ประสบการณ์ทำงาน และการจ่ายภาษีค่ะและกรอก I 715 แต่จะแนบสำเนาพาสปอร์ตไปด้วยก็ดีค่ะ
    2.เอกสารแสดงความสัมพันธ์ทั้งหมดแนบไปกับแบบฟอร์มตอนส่งเลยค่ะ แต่สำเนาไว้อีกและนำติดตัวไปในวันสัมภาษณ์ค่ะ จริงๆคือเอกสารทุกอย่างที่ส่งไปสำเนาไว้และเอาไปในวันสัมภาษณ์ทั้งหมดเลยค่ะ เพราะถ้าเขาถามหรือสงสัยเอกสารบางตัวเราก็จะได้ชี้แจงและยืนยันได้ง่ายขึ้น
    3.ไม่จริงค่ะขึ้นอยู่กับแต่ละฟอร์มถ้าเขาไม่ได้เขียนว่าสำเนาสองชุดก็ส่งแค่ตัวเดียว ปกติเอกสารเกือบทั้งหมดเท่าที่จำได้ส่งแค่ชุดเดียวค่ะ

    ยังไงอย่าลืมช่วยกันคลิกโฆษณาเพื่อสนับสนุนเว็ปด้วยนะค่ะ
    โชคดีค่ะ

  46. sodaon 15 Sep 2009 at 6:00 pm

    สวัสดีค่ะ ดิฉันพยายามอ่านมาหลายๆเวบแต่ยังไม่เข้าใจร้อยเปอร์เซ็น จึงต้องรบกวนถามค่ะ
    1.เนื่องจากดิฉันเห็นว่าการยื่นเรื่องขอวีซ่าคู่หมั้นที่เมืองไทยยุ่งยากมาก ดิฉันจึงคิดว่าเข้าเมกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแล้วค่อยไปแต่งงานและทำเรื่องยื่นขอเปลี่ยนสถานะง่ายกว่า ดิฉันสามารถทำทั้งหมดที่กล่าวมาได้โดยไม่ผิดกฏหมายใช่มั้ยคะ
    2. แล้วเกี่ยวมั้ยคะที่เคยได้ยินมาว่า เหมือนเราทำผิดวัตถุประสงค์ เพราะมาแต่งงานแทนที่จะท่องเที่ยวอย่างเดียว แล้วจะทำให้การขอกรีนการ์ดยากขึ้นมั้ยคะ
    3.อยากทราบว่าระหว่างรอยื่นเรื่องเปลี่ยนสถานะ (pending) แล้ววีซ่าท่องเที่ยวหมดอายุก่อน ดิฉันยังสามารถอยู่ในเมกาอย่างถูกกฏหมายใช่มั้ยคะ
    4.เราจะได้ work permit ได้ยังไงคะ ต้องใช้เอกสารยื่นรึป่าว แล้วแต่งงานไปกี่เดือนถึงจะได้ work permit คะ คือไม่อยากรบกวนเงินสามีมากเท่าไรค่ะ
    5.อย่างกรณีของดิฉันที่เข้ามาท่องเที่ยวและแต่งงาน ความเป็นไปได้ที่จะได้กรีนการ์ดต้องรอนานเท่าไร เห็นอ่านกระทู้อื่นๆบอกว่า 6 เดือนแต่มาด้วยวีซ่า k1-k3 กัน
    6.ดิฉันต้องจ้างทนายดำเนินเรื่องรึป่าวคะ ใจจิงอยากทำทุกอย่างเอง แต่กลัวเพราะเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวนี่ล่ะค่ะ
    7.รูปถ่ายนี่สำคัญมากมั้ยคะที่จะต้องเปนหลักฐานประกอบการขอกรีนการ์ด เพราะโดยส่วนตัวเปนคนไม่ชอบถ่ายรูปจิงๆ และกะว่าคงไม่แต่งงานเปนประเพณีอะไร กะแค่จดทะเบียนเฉยๆค่ะ แล้วอย่างนี้ยังมีหลักฐานไรอีกบ้างที่แสดงว่าอยู่ด้วยกันจิงๆ
    8. ขอบคุณค่ะ รบกวนด้วยนะคะ

  47. sodaon 15 Sep 2009 at 6:08 pm

    รบกสนอีกครั้งค่ะ นี่เป็นคำถามสำหรับเพื่อนค่ะ
    คือเพื่อนดิฉันเคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนระดับมัธยมปลายที่อเมริกามาเมื่อสามปีก่อน ตามกำหนดการวีซ่ามันแค่ 1 ปี แต่เค้าไปอยู่ปีครึ่ง แล้วถึงกลับมาไทยเมื่อต้นปีที่แล้วค่ะ ที่ไปอยู่เกินเพราะทำเรื่องยื่นต่ออายุวีซ่าที่อเมริกาได้ แต่พอไปสัมพาสวีซ่าเพื่อกลับไปอเมริกาอีกครั้งเค้าถูกบล๊อกลิสค่ะ แต่ทางสถานทูตไม่บอกว่ากี่ปี ดิฉันไม่รู้จะหาข้อมูลส่วนนี้ได้ยังไง จึงรบกวนถามคุณปลิวลมค่ะ กรณีอย่างนี้เค้าโดนแบล๊กลิสกี่ปีคะ

  48. plewon 16 Sep 2009 at 3:36 pm

    คุณ Soda

    คุณใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปแต่งงานก็ทำได้ และหลายๆคนก็ใช้วิธีนี้ แต่ถามว่ามีโอกาศที่จะถูกพิจารณาว่าใช้วีซ่าผิดประเภทหรือไม่ก็ตอบว่ามีเช่นกัน เช่นเข้ามาปุ๊ปแต่งปั๊ปอะไรประมาณนั้น ดังนั้นถ้าจะใช้วีซ่าท่องเทียวเข้ามาแล้วมาแต่งงานควรอยู่สักระยะหนึ่งให้ดูว่าแรกเริ่มแค่อยากมาเที่ยวจริงๆและเหตุผลอะไรก็ว่าไปเลยตัดสินใจแต่งงาน หลังจากยื่นขอกรีนการ์ดแล้ววีซ่าท่องเที่ยวหมดอายุสามารถอยู่ในอเมริกาได้อย่างถูกกำหมาย เรื่องใบทำงานให้กรอกแบบฟอร์มและยื่นขอใบทำงานพร้อมกับการขอกรีนการ์ดในคราวเดียวกันเลย
    โปรดอ่านรายละเอียดที่ http://www.marriagegreencard.info/greencardmarriagemenu.html
    ปกติขอกรีนการ์ดในกรณีแต่งงานกับ citizen ใช้เวลาประมาณหกเดือนขึ้นกับความครบถ้วนถูกต้องของเอกสารและคุณสมบัติของตัวคุณและสามี คือถ้าไม่ได้ทำอะไรขัดต่อกฎหมายและมีรายได้มากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำก็ประมาณหกเดือน

    ถามว่าต้องใช้ทนายหรือไม่ ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ เขียนได้ทำเเองได้ เพียงอ่านวิธีการกรอกและเอกสารที่ต้องใช้ซึ่งแสดงไว้ชัดเจนในแบบฟอร์มแต่ละชุดอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีเวลาและไม่อยากยุ่งยากบวกมีทุนทรัพย์ก็จะจ้างก็ไม่เสียหายอะไร ส่วนเรื่องรูปถ่ายสำคัญเพราะถ้าคุณเข้ามาแล้วแต่งที่นี่ก็แสดงว่าเพิ่งงเริ่มใช้ชีวิตด้วยกันแล้วจะเอาหลักฐานอะไรอย่างอื่นมายืนยัน โอเคอาจมีจดหมายหรืออะไรอย่างอื่น ที่สำคัญถ้ามาแต่งงานที่นี่ยังไงก็ต้องจัดงานเพียงจะเล็กจะใหญ่ อย่างน้อยก็ต้องมีคนทำพิธีแบบประกาศว่าโอเคตอนนี้คุณสองคนเป็นสามีภรรยา ไม่เหมือนเมืองไทยที่แค่จดทะเบียนสมรสอย่างเดียวก็พอ เพราะถ้าคุณไม่ผ่านพิธีอย่างที่บอกคือไม่มีคนเซ็นเป็นคนทำพิธีแต่งงานให้เขาก็ไม่ออกทะเบียนสมรสให้ค่ะ

    ยังไงช่วยกันคลิกโฆษณาด้วยนะค่ะ

  49. sodaon 19 Sep 2009 at 2:26 am

    ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำตอบ คลิกดูโฆษณาแล้วนะคะ ทีนี้ดิฉันอยากทราบว่า 1. ถ้าดิฉันอยู่เมกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวจะประมาณซัก 4-6 เดือนแล้วค่อยแต่งงาน ก้จะไม่น่าสงสัยและก้ไม่จำเป็นต้องจ้างทนายใช่มั้ยคะ
    2.ถ้าสมมติ ตม ปั๊มI-94 ให้อยู่แค่ 1 เดือน แล้วดิฉันอยู่จนเลยเวลาที่เค้ากำหนดไว้ไปเรื่อยๆและค่อยแต่งงาน ตอนที่จดทะเบียน หรือยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดเค้าจะว่ามั้ยคะ ว่าเราอยู่เกินอายุวีซ่าแล้วจะทำให้การขอกรีนการ์ดยากขึ้น
    3.เห็นคุณplew บอกว่าคุณแต่งงานที่ city hall มันคือไรคะ เปนสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานมีพิธีแบบคริส หรือแค่ศาลเฉยๆคะ แล้วถ้าดิฉันแค่แต่งงานในศาลแค่กล่าวคำสาบาน ไม่มีไม่มีการจัดเป็นพิธี จะมีผลให้ขอกรีนการ์ดยากขึ้นมั้ยคะ

  50. plewon 19 Sep 2009 at 1:24 pm

    ถ้าตม.ให้คุณอยู่ได้แค่เดือนเดียวแล้วคุณอยู่เกินแล้วค่อยแต่งงานแล้วขอกรีนการ์ดอันนี้ไม่ไดีค่ะ เพราะแปลว่าคุณมีสถานะเป็นคนที่อยู่อย่างผิดกฎหมายเต็มๆ ทำให้การพิจารณากรีนยการ์ดยุ่งยากมากขึ้น เพราะหลักสำคัญในการพิจารณาคือการไม่เคยทำอะไรขัดต่อกฎหมาย แต่ถามว่าจะทำให้ไม่ได้เลยไม๊ก็ไม่ใช่ขนาดนั้น โดยเฉพาะถ้าแต่งกับ citizen โอกาศได้ก็ยังสูงแต่กรณีนี้อาจต้องจ้างทนายมาช่วยเพื่อขอยกเว้นกรณีที่คุณอยู่อย่างผิดกำหมายมาก่อน

    ดิฉันไม่ได้แต่งที่ city hall ค่ะ แต่หลายคนนิยมแต่งที่ซิตี้ฮออลเพราะไม่ต้องหาคนมาทำพิธีให้เค้าจัดการให้เสร็จแบบแต่งด่วน ง่ายๆไม่ต้องแต่งตัวอะไรเลิศก้ได้ ไม่ใช่แบบคริสต์ค่ะ ก็คล้ายๆศาลนั่นแหละ มีพยานมาแค่สองคนจบ เอกสารยื่นขอทะเบียนสมรสก็จะได้เร็วเพราะแต่งที่นั้นไม่ต้องเสียเวลาส่งเอกสารมาซิตี้ฮอลอีกรอบ บวกถูกเมืองอื่นไม่รู้่แต่ซานฟรานประมาณร้อยเหรียญได้ แต่งใหญ่แต่งเล็กไม่มีผลหรอกค่ะ แต่ขอให้มีหลักฐานแสดงการคบหากันก่อนแต่ง เอกสารหลักฐานการทำอะไร ครอบครองอะไรร่วมกันก็เพียงพอ

  51. พูon 05 Oct 2009 at 9:15 pm

    สวัสดีค่ะคุณแพรว

    มีข้อสงสัยค่ะ
    เดินทางมาเที่ยวบ้านแฟนที่อเมริกา อยู่ได้สี่เดือนแฟนขอให้แต่งงานเพราะจะได้อยู่ตลอด แฟน u.s.citizen ค่ะ
    หลังจากแต่งงาน ได้รับ License เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนแปลงสถานะ เพราะถ้ายื่นเรื่องต้องรอ 4 - 6 เดือน ตั้งใจจะกลับไปทำธุระที่บ้านก่อน จะยังคงใช้วีซ่า และพาสปอต เดิมได้รึเปล่าค่ะ ไปแค่สองอาทิตย์
    ตั้งใจมาเที่ยวเลยค้างงานที่เมืองไทยไว้

    ขอบคุณค่ะ

  52. plewon 06 Oct 2009 at 1:55 am

    คุณพู คือตอนมาใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาใช้ไม๊ค่ะ ถ้าใช้ปกติก็ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดิมที่ยังไม่หมดอายุ รวมทั้งพาสปอ์ตได้ แต่ว่าตอนเข้ามาผ่านตม.ก็อย่าบอกว่าคุณแต่งงานแล้ว ก็คือมาเที่ยวเหมือนครั้งแรก แต่ปัญหาคือปกติถ้าใช้วีซ่าท่องเที่ยวและเพิ่งมาแล้วกลับออกไป แล้วจะกลับเข้ามาใหม่ระยะเวลาติดๆกันอาจมีปัญหาที่ตม.ได้ค่ะ
    จริงๆถ้าอยากทำอะไรให้ถูกคุณออกไปตอนกลับเข้ามาก็ขอวีซ่าคู่สมรสเข้ามา แต่ว่าวีซ่าคู่สมรสก็ค่อนข้างจะยุ่งยากและใช้เวลาพอสมควรเผลออาจนานพอๆกับการขอกรีนการ์ดในอเมริกาซึ่งใชเวลาประมาณหกเดือน จริงๆแล้วถ้าคุณขอกรีนการ์ดแล้วระหว่างรอเรื่องจะต้องกลับเมืองไทยก็ทำได้แต่คุณต้องยื่นเอกสารอีกตัวคือ I-131 ซึ่งสามารถยื่นพร้อมกับตอนขอกรีนการ์ดได้เลย ปกติตัวนี้ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน ได้แล้วก็ใช้ตัวนี้แทนวีซ่าตัวเดิมในการเดินทางเข้าสหรัฐ ลองเข้าไปอ่านข้อมูลที่ http://www.marriagegreencard.info/greencardmarriagemenu.html

  53. พูon 06 Oct 2009 at 1:15 pm

    ขอบคุณมาก ๆ ค่ะคุณแพรว สำหรับคำแนะนำ
    อ่านเว็ปของคุณแพรวก่อนมาเที่ยว เป็นข้อมูลที่ดีมาก

    พู

  54. Judyon 27 Dec 2009 at 11:59 am

    คุณแพวค่ะ คือตัวดิชั้นจะไปซานฟราน เดือนหน้าแล้วแต่ยังหาที่พักไม่ได้เลย ไปอยู่คนเดียวด้วย กะว่าจะไปหาประสบการณ์ คุณแพวพอจะมีคำแนะนำเรื่องการหาที่อยู่ในซานฟรานบ้างไมค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

  55. plewon 28 Dec 2009 at 12:32 pm

    Hi Khun Judy,

    Sorry now I am on vacation so don’t have Thai keyboard.
    Well, in the first time you might have to stay in a cheap
    hotel that you have to share bathroom like Post hotel or other around Post,Polk,Geary St. and then look online at http://sfbay.craigslist.org/ to find apartment.
    Or go to the apartment name Aroi, belong to Thai people,
    where you can find lots of Thai there price around $700/month. I don’t know about your budget so if you don’t have much then you have to share room with someone.
    People here use the web that I told you to find apartment.

  56. น้องon 13 Apr 2010 at 12:35 am

    สวัสดีค่ะ พี่เปลว
    น้องอ่านบล็อกของพี่แล้วน้องรู้สึกว่าพี่ตอบคำถามได้ตรงแล้วก็ถึงกึ๋นดีค่ะ
    แล้วตัวน้องเองก็มีคำถามอยากจะรบกวนพี่ช่วยตอบด้วยนะคะ
    น้องเป็นโรบินฮู้ดมาอยู่เมกาได้เกือบสองปีแล้วค่ะ น้องมาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาทางซานฟราซิสโกแต่ตอนนี้น้องย้ายมาอยู่แถวๆเท็กซัส
    น้องกำลังจะแต่งงานกับแฟนที่เป็นอเมริกันซิติเซ่น (เรามีลูกด้วยกันหนึ่งคน) แล้วน้องอยากจะทราบว่า หลังจากที่น้องแต่งงานแล้ว น้องต้องยื่นเอกสารตัวไหนบ้างคะ น้องอ่านเจอบอกว่า I-130,I-485 แล้วไปอ่านเจออีกที่บอกว่าต้องยื่น I-485A ด้วย น้องก็เลยงงค่ะ ว่าตกลงมันต้องยื่นอะไรกันแน่ เพราะถ้าเรายื่นเพิ่มมันก็เสียเงินเพิ่ม ซึ่งน้องเองก็ไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นหรอกค่ะ แล้วสรุปแล้ว ค่าใช้จ่ายจะประมาณเท่าไหร่อ่ะคะ
    ช่วยตอบน้องด้วยนะคะ
    น้อง

  57. plewon 13 Apr 2010 at 11:22 am

    คุณน้อง ตอบให้แล้วนะค่ะในหน้ากรีนการ์ด http://www.thaiinamerica.com/thailand/#comment-27580

  58. น้องon 13 Apr 2010 at 7:47 pm

    ขอบคุณค่ะพี่เปลว น้องเข้าไปเช็คดูในเว็บไซด์ที่พี่บอกแล้วค่ะ น้องอยากจะทราบว่าคุณสมบัติของผู้ที่ยื่น I-130 ต้องมีอะไรบ้างคะ แล้วงานที่ เข้างาน แปดโมงเช้า เลิกงาน ห้าโมงเย็น ทำอยู่ที่บริษัทนี้มาเป็นปี(เพราะเราย้ายมาจากซานฟราน)
    นี่ถือว่าเป็นงานมั่นคงมั้ยคะ ขอโทษนะคะที่น้องถามคำถามโง่ ๆ แต่น้องไม่ทราบจริง ๆน้องถึงถาม หวังว่าพี่คงไม่ว่ากันนะคะ
    ขอบคุณค่ะ

  59. โบว์on 10 Jun 2010 at 4:11 am

    อยากไปอเมริกาค่ะ ควรทำยังไงคะ รบกวนแนะนำทีค่ะ

  60. plewon 11 Jun 2010 at 12:50 pm

    คุณโบว์ ถามกว้างมากเลยค่ะตอบไม่ถูกเลย แรกเลยก็ต้องตอบตัวเองว่าจะมาอเมริกาจะมาทำอะไร มาเที่ยว หรือมาเรียน ทำงานหรือเหตุผลอื่นๆ เพราะมันจะเกี่ยวกับการขอวีซ่าค่ะ

  61. Mon 18 Jul 2010 at 2:10 pm

    สวัสดีครับ ผมจะสอบถามว่า ถ้าผมไปเรียนต่อแล้วผมpack ยาที่ผมทานหรือ มีโอกาสได้ทาน บ่อยๆ เผื่อไว้เป็นปีเลย (ซื้อมาแลัว) ใส่กระเป๋า load ใต้เครื่อง (รวมๆ แล้วก็มี ปริมาณมากๆ) สามารถทำได้ มีปัญหาตอน ตรวจ baggage หรือเปล่า?

    ยาส่วนใหญ่เป็นยาสามัญ แก้ภูมิแพ้ แก้อักเสบ ยาบางตัวเป็นยาที่ทานโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ (ทานมานาน) พวกยาไมเกรน

    บางคนบอกว่าจะต้องไปให้แพทย์เขียนใบสั่งยา (ชื่อยาทั้งหมดที่เราจะเอาไป) แนบไปด้วย พอเวลาเขาตรวจ จะได้มีเอกสารแนบ อันนี้จำเป็นหรือเปล่าครับ

    เรื่องใบสั่งยาจาแพทย์ วันก่อนไปรพ แห่งหนึ่ง โชค?ดีไปพบแพทย์ (ไม้บรรทัด) :) นั่งอธิบายผมซะยาวเลยว่า ประวัติรักษา การจ่ายยาตัวนี ไม่มี (ผมแจงไปแล้วว่า เวลาผมเจ็บป่วย ถ้าตอนนั้นอยู่ใกล้รพ ไหน ก็เข้าหมด ประวัติก็ไม่ได้รวมเป็นที่เป็นทาง) เขียนไปอาจจะใช้ไม่ได้ ให้เราไปคุยกับจนท ตอนตรวจกระเป๋าว่ายาพวกนี้เป็นยาสามัญ เราทานประจำ ? (สรุป นั่งรอไปครึ่งชม ฟังไปครึ่งชม แล้วเขียนให้ไม่ได้) <– ส่วนนี้ผมต้องพยายามไปหาแพทย์ที่ยอมเขียนให้ หรือ ความเป็นจริงแล้วยากลุ่มที่ผมนำไป ไม่ต้องมีก็ได้

    ขอบุคณครับ

  62. plewon 19 Jul 2010 at 1:39 am

    สวัสดีค่ะ M

    เรื่องการนำยาเข้ามา ปกติก็ทำได้แต่ถ้ามันเยอะมากๆอย่างที่บอกก็อาจมีปัญหาได้ถ้าเขาเกิดเปิดดูขึ้นมา ตอนเรามาครั้งแรกก็เอายามาหลายขนานที่เดียวพวกยาแก้อักเสบ แก้แพ้อะไรเหมือนกัน แต่ไม่ได้มีปริมาณมากอะไรก็ผ่านมาสบายๆ ดังนนั้นถ้าปริมาณยาประเภทเดียวกันมันดูเยอะจริงๆควรมีใบรับรองแพทย์จะดีที่สุด บวกยาทั้งหมดที่เอาเข้ามาควรมีสลากหรือเอกสารกำกับยาชัดเจนว่ามันเป็นอะไรให่เขาอ่านเข้าใจ ไม่งั้นอาจเป็นเด็นเรื่องสารต้องห้ามหรือสารเสพติดขึ้นมาได้อีก และเรื่องเดิมคือยาประเภทหรือยี่ห้อเดียวกันเอาเข้ามาเยอะๆอาจมีประเด็นเรื่องภาษีเข้ามาได้อีกด้วย เพราะไม่ว่าจะยาสามัญหรือไม่สามัญถ้าเอาเขามามากๆเขาก็อาจมองว่าเป็นเรื่องพาณิชย์หรืออะไรประมาณนั้น สรุปมีใบสั่งยาจากแพทย์มาไว้กันดีกว่าแก้ค่ะ

  63. Bankon 04 Aug 2010 at 6:36 am

    สวัสดีครับ

    พอดีได้เข้ามาเห็น web อ่ะครับ แล้วเห็นว่าข้อมูลมีประโยชน์ดี
    ตอนนี้ผมกำลังพยายามสร้างwebsite ชุมชนคนไทยในอเมริกา
    เลยอยากจะถามพี่ว่า สะดวกมั้ยครับถ้าจะช่วยไป post ลง blog(หรือ ถ้าจะให้ไปใส่เอง)
    ที่ thaitown.ning.com

    อยากจะเพิ่มลงหน้าแรก คล้ายๆ section “Tips and Tricks” ที่มีอยู่ตอนนี้อ่ะครับ
    ขอบคุณครับ

  64. plewon 04 Aug 2010 at 2:40 pm

    ถ้ามีเวลานะค่ะ ตอนนีี้ blog ตัวเองยังไม่ค่อยจะมีเวลาเขียนเลยอะ บวกเริ่มขี้เกียจแล้วด้วย

  65. Wannon 21 Oct 2010 at 6:32 am

    สวัสดีค่ะ

    ได้เข้ามาอ่านเรื่องที่ขอวีซ่ากันไม่ผ่าน กำลังจะไปขอจึงอยากรบกวนปรึกษาเรื่องขอวีซ่าหน่อยค่ะ

    เพราะว่าตั้งใจอยากไปศึกษาต่อจริงๆ แต่ด้วยฐานะการเงินไม่ค่อยดีในช่วงหลังๆ แต่คนเราก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนกันไปใช่มั้ยคะ

    เพราะพ่อกับแม่ตกงานแต่ก็หาเงินมาส่งเราจนจบเอแบคได้ จึงอยากปรึกษาว่าถ้าสถานะแบบนี้ เราจะให้เพื่อนแม่(เขารวยมาก)

    มารับรองว่าจะซัพพอร์ตให้เรา

    ที่บอกว่าถ้ายังไม่พร้อมแล้วไปสัมภาษณ์อาจะโดนแบล็กลิสและเสียเวลาเสียเงินเปล่า จึงอยากคุยรายละเอียดว่าตอนนี้เราเป็นอย่างนี้ มีอย่างนี้ๆๆ “แล้วจะเรียกว่าพร้อมได้มั้ยคะ”

    รบกวนขอเบอร์โทรได้มั้ยคะ เพราะอยากคุยรายละเอียดส่วนตัวจริงๆค่ะ natsumi_stujimoto@hotmail.com

  66. plewon 21 Oct 2010 at 10:32 pm

    คุณ Wann

    เราเองก็ไม่ใช่นักกฎหมายอะไรค่ะ ปกติเวลาช่วยตอบคำถามก็ตามประสบการณ์จากตัวเอง เพ่ื่อน และอ่านหาข้อมูลเอา เรื่องถ้าไปขอแล้วโดนปฏิเสธมันก็ไม่ได้แบล็คลิสเลยค่ะ เพียงแต่เราก็เสียเงินไปฟรีๆก็เท่านั้น กรณีโดนแบล็กลิศก็แบบขอบ่อยๆหลายๆครั้งแล้วโดนปฏิเสธตลอดอะไรประมาณนั้น ซึ่งเราว่าอย่าไปเรียกว่าแบล็คลิสเลยเพียงแต่เขาก็คงบันทึกไว้ว่าเคสนี้น่าสงสัย เพราะถ้าเวลาผ่านไป แล้วสถาการณ์อะไรต่างๆของเราเปลี่ยนไปเราก็ยังมีสิทธิของได้อยู่ดี เรื่องจะให้เพื่อนแม่เป็นสปอนเซอร์ก็ทำได้เพียงแต่ว่าเขาก็ต้องสงสัยมากๆ ว่าเพื่อนแม่จะมาช่วยคุณทำไม เป็นลูกหลานก็ไม่ใช่อาจจะยาก ถึงเขาจะรวยมากๆก็เหอะ

  67. ืn'paton 15 Dec 2010 at 2:27 am

    สวัสดีค่ะ
    อยากถามเกี่ยวการจองตั๋วเครื่องบินค่ะ หนูกำลังจะไป work and travel ที่ซานฟราน
    จองกับเอเจนซี่ไหนดีค่ะ http://www.tactravel.co.th โอเคมั้ยค่ะ
    อยากนั่งของ โคเรียนแอร์ เพราะขากลับอยากแวะที่เกาหลีอ่ะค่ะ
    รบกวนพี่ช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ อยากได้ราคาประหยัดหน่อยค่ะ

    พี่ค่ะแล้ววีซ่า j1 ของwork and travel มีโอกาสไม่ผ่านมั้ยค่ะ

    พี่ได้ไปเที่ยวsix flags discovery kingdom หรือยังค่ะ
    หนูรบกวนถามอีกเรื่องนึงว่า ช่วงก่อน มิ.ย. มันเปิดเฉพาะ เสาร์ อาทิตย์ จริงป่ะ
    ขอบคุณค่ะ

  68. plewon 15 Dec 2010 at 3:25 pm

    n’pat

    จริงๆจองตั๋วที่ไหนก็ไม่น่าต่างกันมาก เวลาพี่จองพี่ก็เลือกเจ้าที่ให้ราคาถูกสุดค่ะ ต้องเช็คหลายๆเจ้า รวมทั้งเช็คในเว็ปของสายการบินเองโดยตรง เพราะบางครั้งอย่างโคเรียนซื้อตรงกับสายการบินก็ราราเท่ากันเลย ก็จองทางอินเตอร์เนตจ่ายผ่านบัตร พี่ก็จองตรงกับสายการบิน พี่นั่งโคเรียนมารอบล่าสุดดีทีเดียวตอนนั้นเป็นสายที่ราคาถูกที่สุดอีกด้วย แต่เรื่องราคาเปรียบเทียบแต่ละสายการบินมันจะไม่แน่นอน บางช่วงสายนี้ถูกบางช่วงสายนั้นถูกก็อย่างที่บอกต้องเทียบหลายๆที่เลย แต่โคเรียนดีทีเดียวละ แต่อาหารไม่ค่อยอร่อยเท่าไร แต่ถ้าจะจองกับเอเจนท์ก็ดูเงื่อนไขการจ่ายเงิน บางที่รับแต่เงินสด ถ้าบัตรต้องชาร์ตเพิ่ม บางที่จะมีบริการส่งตั๋วให้ถึงที่ รับเงินถึงที่ บางที่เราต้องไปที่ออฟฟิต Best Buy Ticket, Ticket Discount จะอยู่แถวชิดลมทั้งคู่เลย อ้อแล้วก็ต้องเช็คว่าตั๋วกี่เดือน เวลาเปลี่ยนวันเสียเงินไหม ถ้ายกเลิกตั๋วทีหลังจะได้เงินคืนเท่าไรยังไง แต่โคเรียนนะถ้าเลื่อนตั๋วขาไปเสียหนึ่งร้อยเหรียญ แต่ขากลับเลื่อนฟรีหนึ่งครั้ง ในขณะที่บางสายเลืื่อนฟรีตลอด เลื่อนได้หลายครั้ง

    Six flags discovery kingdom ไม่เคยไปค่ะ เคยแต่ดิสนีย์

  69. ลดาon 16 Jan 2011 at 2:41 am

    สวัสดีค่ะ มีเรื่องอยากรบกวนให้ช่วยตอบทีค่ะ คือได้วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา 10 ปี และไปมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่นั่น 6 เดือน ตามที่ ตม.อนุญาติ อยากกลับไปอีกครั้ง ต้องเว้นระยะอยู่ที่เมืองไทยนานแค่ไหนคะ

  70. plewon 16 Jan 2011 at 11:37 pm

    คุณลดา

    จริงๆไม่มีกฎอะไรนะค่ะ แต่น่าจะเว้นสักหกเดือนค่ะ

  71. juneon 16 Mar 2011 at 9:57 pm

    หนูมีกรีนการ์ดเมกา แล้วกำลังจะจบป.ตรีปีนี้ค่ะ
    จะเรียนโทที่นี่เหมือนกัน มีบ้านป้าอยู่แคลิฟอเนียค่ะ
    เคยสอบโทเฟลมาจะใช้คะแนนยื่นด้วยได้มั้ยคะ ถ้ามีกรีนการ์ด
    แล้วอยากให้พี่แนะนำคณะให้หนูหน่อยค่ะ
    หนูจบเอกอังกฤษโทภาษาจีนมา
    -ถ้าต่อบริหารจะยากมั้ย เพราะหนูโง่เลขและไม่ชอบอะไรที่เปนหลักการ
    -ถ้าต่อเกี่ยวกับท่องเที่ยวมันจะโอเคมั้ยคะ จบมาอาจจะเป็นไกด์ไม่ก้เปนกราว เพราะความสูงไม่ถึงเป็นแอร์ฯ
    เอาจริงๆตอนนี้หนูยังไม่รู้เลยค่ะว่าอยากทำงานอะไร
    ดูๆมหาลัยที่ซานฟรานกะซีเอสยูอยู่เหมือนกันค่ะ
    ขอบคุนล่วงหน้านะคะ

  72. plewon 16 Mar 2011 at 11:29 pm

    คุณ june

    มีกรีนการ์ดหรือไม่มีถ้าไม่ได้จบไฮสคูลหรือจบตรีจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักยังไงก็ต้องยื่นโทเฟลอยู่แล้วค่ะ ตอบยากจังเรื่องคณะแล้วแต่ความชอบ จริงๆเรียนโทด้านภาษาอังกฤษเลยยังได้ หรือโทด้่นการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองที่เรกว่าTESOL ถ้าจะเรียน MBA ก็ต้องสอบ GMAT ซึ่งมันก็มีเลขแน่ๆอยูาแล้วค่ะ
    ถ้าจะมอง Hospitality ก็น่าสนใจแล้วก็อาจเลือกเอาว่าจะเอาด้านไหน ท่องเที่ยวหรือโรงแรม หรือธุรกิร้านอาหาร
    บางยูด้านนี้ยังแยกออกไปหลายเอกทีดียว ถ้าจะเป็นแอร์คงไม่ต้องเสียเวลาเรียนโทหรอกค่ะ ตรีก็พอแล้วถ้าภาษาได้บุคลิกตรงสปเคของสายการบินนั้นๆ นัั่นนะสิ พี่ว่าลองใช้เวลาสำรวจดูหลายๆสาขา แล้วก็ดูว่าแต่ละสาขามีวิชาอะไรที่ต้องลงบ้างจบแล้วเค้าไปทำงานอะไรกัน แล้วค่อยๆมาเลือกอีกทีดีกว่านะ

  73. Moritzon 28 May 2011 at 5:39 am

    คือเดิมดิฉันทำงานเป็นพนักงานอยู่ใน PRIVATE YACHT เรือจะแล่นไปในส่วนของทะเลแคริบเบียนค่ะ และบางครั้งก็จะเข้าอเมริกา คือ ทุกครั้งที่เข้าอเมริกา จะมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจทุกครั้งค่ะ อ้อ ลืมบอกไปค่ะ ตอนเช้าไปทำงานครั้งแรก ขอวีซ่าของประทเศอเมริกาเข้าไปค่ะ แต่ในวีซ่าเค้าให้เวลาแค่ทุกหนึ่งปีค่ะ ดิฉันเข้าไปทำงานขึ้นปีที่สองแล้วค่ะ แต่ในวีซ่า ตรงช่องที่เค้าอนุญาต (Annotation) เค้ากำหนดที่อยู่ของเรือไว้เลยค่ะ และแต่ละครั้งที่เข้าไปในอเมริกา เข้าก็จะออกเป็น I-94 ให้ค่ะ โดยมีระยะให้ไม่เกิน 3 เดือนค่ะ ปัญหาตอนนี้มีอยู่ว่าเมื่อต้นปีนี้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ดิฉันได้จดทะเบียนกับแฟนค่ะ ที่แอตแลนต้า หลังจากจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แฟนดิฉันไม่อยากให้ดิฉันกลับไปทำงานที่เรืออีก อยากให้อยู่เป็นครอบครัวค่ะ เราเลยคิดกันว่าทำเรื่องขอกรีนการ์ดซะเลย จะได้หางานทำที่นั่นได้เลย โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่เราได้มอบหมายให้ตัวแทนเป็นคนจัดการให้ค่ะ ซึ่งเอกสารต่าง ๆ ก็เป็นไปตามที่คุณบอกทุกอย่างค่ะ ลืมบอกไปว่าสามีดิฉันเป็นคนไทยที่ไปเติบโตที่นั่นค่ะเค้าเป็น CITIZEN แล้วค่ะ และดิฉันได้ส่งเอกสารและยื่นเรื่องไปเรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากส่งเรื่องไปได้ประมาณ 10 วัน ก็มีจดหมายตอบกลับมาว่า ได้รับเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ระหว่างที่ส่งเอกสารไปแล้วนั้น ดิฉันจำเป็นต้องกลับกรุงเพทฯค่ะ เพราะ I-94 จะหมดอายุค่ะ และอีกอย่างดิฉันถือวีซ่าในฐานะลูกเรือด้วย ซึ่งตัวแทนบอกว่าเป็นกรณ๊พิเศษ ซึงต่างจากวีซ่าท่องเที่ยว เพราะดิฉันไปจดทะเบียนกับสามีในฐานะซึ่งยังเป็น CREW MEMBER เค้าแนะนำให้บินกลับไปก่อนจะดีกว่า แล้วรอเรื่องต่าง ๆ ที่กรุงเทพฯ
    +1

  74. แพทon 17 Jun 2011 at 5:13 am

    หวัดดีค่ะ

    ช่วยแนะนำเมืองที่เขียนไว้ว่าหางานง่ายให้ทีค่ะ ที่บอกว่าอยู่ทางเหนือตอนกลางอ่ะค่ะ ใช่ oakland รึเปล่าค่ะ
    ยังไงตอบกลับที่ Swizerl@hotmail.com นะค่ะ

    ตอนนี้ทำงานที่ไหนค่ะเผื่อมีโอกาสจะได้เจอกัลค่ะ

    ขอบคุณค่ะ
    แพท

  75. plewon 17 Jun 2011 at 10:16 am

    K.แพท

    ขอตอบในเว็ปค่ะ ไม่สะดวกตอบอีเมล์…ต้องบอกก่อนนะค่ะว่าคำว่าง่ายมันอาจเป็นเพราะจังหวะดีหรือองค์ประกอบอื่นๆรวมกัน เพราะเมืองเดียวกันบางคนใช้เวลามากน้อยต่างกันในการหางาน เมืองที่พูดถึงคือซาคราเมนโตค่ะ อันนี้หมายรวมถึงเมืองที่อยู่รอบๆด้วยค่ะ ตอนนี้กลับเมืองไทยแล้วค่ะ

  76. แพทon 23 Jun 2011 at 3:04 am

    K.plew
    ขอบคุณค่ะ อยากจะถามอีกเรื่องคือเรื่องที่พักค่ะ
    คือ

    1. พอจะทราบที่พัก ของทั้งซาคราเมนโต และ ซานฟราน (ช่วยแนะนำทีค่ะ) แบบรูมเมทพอมีตรงไหนได้บ้าง
    2.การเดินทางจาก SFO ไป ซาคราเมนโต ค่ะ

  77. plewon 23 Jun 2011 at 8:21 am

    คุณแพท

    เรื่องที่พักโดยเฉพาะแชร์ให้ดูที่ http://sfbay.craigslist.org/ , http://sacramento.craigslist.org/
    ถ้าจะหาแชร์กับคนไทย มันต้องไปก่อนแล้วพอรู้จักคนใครเข้ามีห้องว่างต้องการแชร์ก็ค่อยขยับขยาย แต่ถ้าแชร์กับคนชาติไหนก็ได้ก็ตามลิงค์นั่นเลยค่ะ ซาคราเมนโตกว้างไม่เหมือนซานฟราน ต้องมีรถอย่างเดียวไม่งั้นลำบากค่ะ
    การเดินทางจากสนามบินซานฟรานไปซาคราเมนโต ปกติขับก็ขับรถกันค่ะ หรือนั่งรถไฟมาลงที่ซานฟรานก่อน แล้วก็ต่อนั่งรถบัสไป ไม่แน่ใจว่ารถไฟมีรึป่าว หรือไม่งั้นก็เช่ารถจากสนามบินซานฟรานขับไปแต่เอาเ
    ื่อนไขที่ไปคืนรถที่ซาคราเมนโต แนะนำว่าถ้าไม่พร้อมที่จะขับรถ ซื้อรถขับอยู่ซานฟรานดีกว่า

  78. แพทon 24 Jun 2011 at 12:24 am

    หวัดดีค่ะคุณ plew คือแพทขอถามอีกเรื่องพอดีนึกได้ขึ้นมาค่ะ คงต้องรบกวนหน่อยละค่ะ
    เรื่องการโอนเงิน-ถอนเงินหน่ะค่ะ

    1.เงินฝากไว้ที่แบงค์ในเมืองไทย แร้วจะสามารถถอนเงินที่เมกาได้มั้ยค่ะ ทางไหน
    2.โอนเงินมาเมืองไทยใช้บริการของอะไรโอนด ีที่สุด (ไ ม่ต้องการเปิดบัญชีที่นู่นค่ะ)
    3.บัตรเครดิตที่ใช้ที่เมืองไทยตอนนี้ เอาไปใช้ที่นู่นได้ไ ม๊ค่ะ จิงๆคิดว่าคงได้แต่มันจะเสียค่าบริการแพงใชมั้ยค่ะ

  79. plewon 24 Jun 2011 at 7:31 am

    คุณแพท

    เงินฝากในไทย ถอนที่อเมริกาได้โโยใช้บัตรเอทีเอ็มที่ให้ถอนเงินสดได้ทั่วโลก แต่ค่าธรรมเนียมแต่ละครั้งน่าจะประมาณสามเหรียญค่ะ

    โอนเงินมาไทย ใช้มันนี่แกรมสะดวกดีค่ะ ค่าธรรมเนียมไม่แน่ใจขึ้นกับจำนวนเงินที่โอนค่ะ

    บัตรเครดิตพวกวีซ่า มาสเตอร์ พวกนั้นใช้ได้ทั่วโลกค่ะ แต่ว่ามันจะมีค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนสกุลเงิน ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าใช้บ่อยดีกว่าค่ะ

    ยังไงก็ช่วยกันคลิกโฆษณาในเว็ปด้วยนะค่ะ

  80. Nongon 26 Dec 2011 at 8:50 pm

    สวัสดีค่ะ

    มีโอกาสได้อ่านเรื่องการหางานและทำงานร้านอาหารไทยของคุณ Plew แล้ว รู้สึกโดนใจมากเลยค่ะ 555 ตัวเรามาอยู่อเมริกาได้ 1 ปีแล้วค่ะ จบป.โทมาจากไทย แต่เนื่องจากหางานยากเลยต้องทำงานที่ดันกิ้นโดนัทไปพลางๆ จะว่าไปก็ 6-7 เดือนแล้วล่ะค่ะ แอบเศร้าเหมือนกันที่เพ่งจบโทมา แต่ต้องมาทำงานที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้กับประสบการณ์ที่มีมี (เคยทำงานออฟฟิศ ฝ่ายบุคคล) ลืมบอกไปว่าแต่งงานกับคนเอเชียที่เกิดที่นี่ ก็เลยต้องมาอยู่อเมริกา ตอนนี้ก็เครียดเป็นพักๆ มีคนชวนไปเรียนทำเล็บ ทำผม แต่ก็ยังคิดอยู่ เสียดายในสิ่งที่เรียนมา อยากจะถามว่า ควรเบนเข็มชีวิตไปเลยดีมั้ยคะ ไปเป็นช่างทำเล็บ หรือเสรีมสวย.. T_T เพราะเค้าว่าได้เงินเยอะ

    แค่คิดก็เครียดละ T_T อยากหาเพื่อนคุย

  81. plewon 01 Jan 2012 at 1:29 am

    คุณน้อง

    ขอโทษที่ตอบช้าค่ะ ถ้าจะเบนเข็มก็ต้องถามตัวเองว่าสิ่งที่จะเบนไปเราชอบหรือป่าว หรืออย่างน้อยไม่เกลียดและคิดว่าทำได้ไม๊ งานพวกเสริมสวยคงได้เงินมากกว่าทำร้านโดนัทแน่ๆเพราะมีทิปด้วย ใจเราว่านะคนที่ไม่ใช่ native อย่างพวกเราหางานดีๆในออฟฟิตยาก หรือถ้าได้ก็อาจเป็นพวกงานเสมียนซึ่งมันก็ไม่ได้เงินดีอะไรมากมาย ที่สำคัญเราจะเข้ากับสภาพการทำงานในออฟฟิตแบบฝรั่งได้หรือไม่ จบโทในอเมริกาเองยังหายากเลยนะ ขึ้นอยกับเมืองที่เราอยู่ด้วยละ เราเองคิดว่างานบริการแบบนี้คงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของผลัดถิ่นอย่างเรา และใครจะรู้มีประสบการณ์มากขึ้นเราก็อาจเป็นจ้าของกิจการก็ได้ใช่ไม๊ค่ะ แต่นะลองดูโอกาสอื่นๆด้วย อาจไม่จำเป็นต้องเป็นงานเสริมสวยอย่างเดียวก็ได้นะ สู้ๆค่ะ เครียดได้แต่อย่าเครียดนานนะ

  82. Nongon 08 Jan 2012 at 8:26 pm

    คุณ Plew คะ

    ตอนนี้เราได้งานออฟฟิศแล้วนะคะ ดีใจมากเลยอ่ะ บริษัทอยู่ใน NASDAQ ด้วย ถึงจะเป็ฯตำแหน่งเล็กๆ แต่ก็ดีกว่าทำที่ดันกิ้น 555 แต่ยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำนะคะ แต่ก็คิดว่าเป็นประตูเปิดไปพวกงานออฟฟิศ ^^

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply