ชิปของจากอเมริกากลับไทย ตอนที่ 3 Ship Household Effect from America to Thailand
plew June 16th, 2011
Cheap calls to Thailand
มาเล่าเรื่องการขนของทางเรือจากอเมริกากลับไทยกันต่อ ตอนนี้ตอนสุดท้ายแล้วค่ะ หลังจากมาถึงเมืองไทย เราก็โทรไปบริษัทเรือที่กรุงเทพซึ่งจะดูแลต่อจากบริษัททัี่แอลเอ โอเคแจ้งให้เขารู้ว่าเรากลับแล้ว เบอร์มือถือเบอร์อะไร เบอร์บ้านเบอร์อะไร ซึ่งเรามาถึงก่อนที่ตู้จะมาถึงนานพอควร เพราะของใช้เวลาประมาณเดือนหนึ่งประมาณอาทิตย์กว่าๆก่อนที่เรือจะเข้าทางบริษัทคือบริษัทไทรอัมส์ก็โทรมาถามว่าเราจะออกของเองหรือให้บริษัทชิปปิ้งที่ทำร่วมกับเขาออกของให้ แล้วจะให้ลากตู้ทั้งตู้ไปที่บ้านเลยหรือจะย้ายของจากตู้ใส่รถบรรทุกเข้าไป ตรงนี้สำคัญเพราะถ้าบางบ้านอยู่ในซอยแคบ หรือสายไฟฟ้าต่ำๆ จะลากตู้ไปลำบาก เพราะรถที่ใช้ลากตู้ไปมันใหญ่พอควร ซึ่งถ้าซอยแคบก็ต้องขนของใส่รถประมาณหกล้อหรือรถกระบะที่สามารถเข้าออกได้สะดวกว่า เราเองตัดสินใจทั้งสองเรื่องอยู่ระยะหนึ่ง ตอนแรกก็ลองให้บริษัทชิปปิ้งที่ร่วมกับบริษัทนี้เสนอราคามา เขาเสนอมา 23000 กว่า คือรวมทุกอย่างคือ door to doorเราไม่ต้่องไปทำอะไรเลยรอรับของอย่างเ้ดียวเลย คือรวมค่าธรรมเนียมทุกอย่าง ค่าบริการทางพิธีการ ค่ารถลากมาที่บ้าน แต่ไม่รวมคนงานที่จะยกของลงจากรถเข้าบ้าน ซึ่งเป็นเรืองจำเป็นเพราะของเยอะสองคนเรายกไม่ไหว บวกอย่างที่บอกตู้จะสูงจากพื้นสี่เมตรซึ่งทำให้ขนยากเข้าไปอีก ก็ยังไม่ตกลงทันทีเพราะไม่แน่ใจว่าแพงเกินไปรึป่าว จริงๆแล้วคุณอาแท้ๆเราทำงานกรมศุลแล้วก็มีเพื่อนที่เป็นหัวหน้านายตรวจที่ลาดกะบัง ไปคุยกับอาว่าราคานี้แพงไหมเขาบอกว่าค่อนข้างแพง หรือจะออกของเองแต่อาผู้ชายก็บอกจริงอยู่ที่เพื่อนนายตรวจช่วยให้เรื่องตอนตรวจของผ่านง่ายๆ แต่เอกสารอื่นๆที่ต้องทำต้องกรอกมันเยอะ แล้วต้องเดินไปจุดโน้นจุดนี้ เราก็เอยังไงดี ลองปรึกษาเพื่อนอีกคนที่ทำชิปปิ้ง เขาก็บอกว่าค่อนข้างแพงแต่ว่าถ้าไม่คิดอะไรมากอาจแพงกว่าสองสามพันเพื่อความสะดวกก็ช่างมันเถอะ แต่เขาก็สามารถช่วยหาชิปปิ้งอื่นๆให้ได้ซึ่งคิดว่าถูกกกส่านี้ แต่พวกค่าธรรมเนียมอื่นๆที่มันต้องจ่ายอยู่แล้วยังไงก็เท่ากัน เช่นพวกค่ายกตู้ขึ้นลง และอื่นๆที่เราก็จำไม่ได้และไม่อยากจำ สุดท้ายก็เลยลองโทรไปคุยกับบริษัทเรือคือไทรอัมส์ เขาบอกออกของเองก็ได้หรือจะเอาชิ้งปิ้งอื่นที่หเองก็ได้ แต่ว่าจะต้องจ่ายค่ามันจำตู้คอนเทนเนอร์ให้กับบริษัท NYK ซึ่งเป็นเจ้าของตู่อีกสองหมื่น
แล้วก็ต้องไปตามคืนเอาเองซึ่งอาจเป็นสองอาทิตย์หรือเป็นเดือน แต่ถ้าใช้ชิปปิ้งที่ทำร่วมกับเขาคือบิษัททรานส์สปีด บริษัทเขาจะรับผิดชอบตรงค่ามัดจำตู้ให้ เราก็อ้าวบอกทำเองได้เอาเจ้าอื่นได้แต่ยุ่่งยากกว่า ต้องมีเงินมัดจำต้องตามเงินคืนเอง เราก็เอไม่บังคับก็กึ่งๆละนะ สุดท้ายเราเลยตกลงห้บริษัททรานส์สปีดออกของให้ เพราะอยากให้ได้ของแล้วจบขี้เกียจต้องไปนั่งตามเงินมัดจำสอง่หมื่นคืนอีก
สรุปก็จ่ายค่าดำเนินการออกของแล้วส่งของถึงบ้านเลยสองหมื่นสามกว่าๆ
เราเองก็ให้อาที่ทำงานกรมศุลฝากเพื่อนที่เป็นนายตรวจให้ช่วยดูแลคือแบบไม่ต้องมาขอค่าใต้โต๊ะอะไร เพราะชิปปิ้งย้ำเหลือเกินว่าปกติต้องโดนจ่ายใต้โต๊ะทุกราย แล้วเขาบอกค่าใช้จ่ายตรงนี้ไม่มีใบเสร็จเรื่องของเรื่องคือบางทีชิปปิ้งไม่ได้จ่ายอะไรนายตรวจจริงๆก็มีแต่มาอ้างกับลูกค้าว่าจ่ายเท่านั้นเท่านี้ แล้วไม่มีใบเสร็จเราก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม อาเราที่ทำงานกรมศุลก็บอกจริงๆของเรามันไม่มีภาษีอะไรอยู่แล้วเพราะมันของใช้แล้ว เขาไม่มาเรียกอะไรหรอก พวกชิปปิ้งบางทีก็มั่วกับลูกค้าเอาเงินเพิ่ม เราเลยบอกชิปปิ้งไปว่าเรารู้จักคนข้างในไม่มีต้องมาจ่ายใต้โต๊ะอะไรหรอกไม่ต้องห่วงแล้วเราไม่มีของผิดกฎหมายอะไรทั้งนั้นทุกอย่างถูกต้อง ตอนแรกเราก็ว่าเราจะไปออกของกับชิปปิ้งด้วย แต่พอหนึ่งวันก่อนขะออกของเราก็ถามชิปปิ้งว่าจะไปกี่โมงบอกด้วยจะได้ไปเจอกัน ปรากฎไม่โทรกลับเลย เราเองก็เบื่อที่จะโทรตามเพราะคุยยากเหลือเกินบอกโทรกลับไม่โทร อาเราบอกว่าเพื่อนที่อยู่ที่ด่านลาดกระบังบอกว่าไม่ต้องมาหรอกเพราะมันร้อน เดินหลายจุด ก็ให้ชิปปิ้งทำไปเราก็จ่ายเงินแล้วเดี๋ยวเขาดูให้ สรุปก็เลยไม่ไป ชิปปิ้งไม่โทรไม่อะไรบอกเราเลย สายๆสิบโมงกว่าบริษัทชิปปิ้งคือคนที่เป็นคนบนริการลูกค้าไม่ใช้คนที่เป็นชิปปิ้งไปออกของโทรหาเราบอกว่า ที่ด่านบอกไม่เห็นรู้เรื่องว่ามีคนรู้จักอะไรฝากเรื่องไว้ บอกให้เราโทรไปหาน้องชิ้งปิ้งเลย เราก็เอแล้วทำไมตาชิ้ปปิ้งก็มีเบอร์เราทำไมมีเรื่องด่วนไม่โทรหาเราโดยตรงต้องโทรไปที่ออฟฟิตให้คนออฟฟิตโทรหาเรา แล้วเราโทรหาเขาอีกรอบ บอกตรงๆว่ารำคาญการสื่อสารของชิปปิ้งคนนี้มาก
เราก็โทรไปถามอาบอกว่าที่ประตูห้าบอกไม่รู่เรื่อง อาก็โทรให้อีกทีแล้วก็บอกชื่อเจ้าหน้าที่ให้ชิปปิ้งไปคุย แล้วก็เงียบหายไปอีก เราก็เบื่อจะโทรตามจนสักบ่ายสอง อาเราเป็นคนโทรมาบอกว่าเพื่อนบอกว่าเขาปล่อยตู้เราออกมาแล้วเสร็จเรียบร้อย
แต่ชิปปิ้งอะไม่โทรมาบอกอะไรเราทั้งสิ้น เราเลยเป็นคนโทรไปถามเค้าก็บอกว่าเรียบร้อย เสร็จแล้วเราก็คุยกับคนที่เราติดต่อด้วยประจำที่บริษัทเรื่องการเอาตู้มาส่งก็คือคอนเฟิร์มอีกที คือจะเอาตู้เข้ามาเช้าวันรุ่งขึ้นประมาณสิบโมงเช้า ซึ่งเราก็นัดคนงาน
ที่จะมาช่วยขนสิบโมงเช้า
ปรากฎว่าแปดโมงเช้ามีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่าผมเป็นคนขับรถนะครับตู้มาอยู่ปากซอยแล้ว ตอนนั้นยังนอนอยู่เลย เราก็อ้าวไหนบอกสิบหรือสิบเอ็ดโมง ปรากฎว่าเขาเอาตู้มาจอดตรงปากซอยตรงข้างๆบ้านเพื่อนบ้านตั้งแต่สี่ทุ่มคืนก่อน พอเช้าพอดีตรงนั้นเป็นอู่เขาต้องใช้ที่ก็เลยมาไล่ เราก็ต้องไปบอกให้มาจอดตรงหน้าบ้านเรา แล้วก็ต้องรีบโทรตามขนงานให้ม่ก่อนเวลา เราก็งงๆถ้าจะมาดึกก็บอกกันก่อนก็ได้เพราะจะได้เอาคนมาถูกเวลากลายเป็นบอกมาเวลาหนึ่งมาก่อนซะมากมาย คนรถบอกเขากลังของหายเฃยขับรถออกมาเลยแล้วมาจอดนอน ซอยบ้านเรารถสวนกันเข้าออกได้ แต่เนื่องจากถนี่มันใหญ่มาก แล้วฝั่งตรงข้ามเพื่อนบ้านเอารถมาจอดนอกบ้านยอีก เวลารถเข้าออกจะแคบพอควร เราก็แบบว่าเกรงใจเพื่อนบ้านมาก ระหว่างรอคนงานก็เปิดตู้ออกมา ปรากฎ่วาทุกอย่างสภาพเหมือนเดิมจากตอนที่อกจากอเมริกาไม่มีอะไรเคลื่อนเลฃยแม้แต่น้อยคือมาไงถึงอย่างนั้น ไม่น่าเชื่อจริงๆตอนแรกกลัวว่ากว่าจะึงแพคไ้อาจไม่ีอาจมีของแตกหักบ้าง ปรากฎว่าไม่มีอะไรเลย บวกกับกรมศุลคือนายตรวจไม่ได้เปิดของไม่ได้แกะไม่ได้เปิดกล่องอะไรดูทั้งสิ้น อิอิ วีไอพี มีคนรู้จักก็ดีอย่างงี้เนอะ คือสรุปทุกอย่างอยู่ในสภาพเดิมอย่างที่แพคมาเลย เรากับแฟนก็ยิ้มในความสำเร็จเพราะแพคมากับมือ คนงานสามคนที่จ้างมาถึงก็เริ่มขนของที่เหลือไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ ให้รถกลับไป…เป็นอันว่าทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีอะไรแตกหักเสียหาย ของได้ครบทุกชิ้น วันรุ่งขึ้นบริษัทชิปปิ้งก็ให้คนเอาพาสปอร์ตตัวจริงมาคืน อ้อลืมบอกไปเราต้องท้ิงพาสปอร์ตไว้ให้เขาใช้ในการออกของค่ะ สรุปแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ตกอยู่ประมาณหนึ่งแสนบาท จะว่าแพงก็แพงแต่ก็ได้ของทั้งหมดมาใช้ที่นี่ แต่จริงๆถ้าไม่เหมาตู้ก็จะถูกกว่านี้ แต่ก็นั่นแหละถ้ามีเฟอร์นิเจอชิ้นๆใหญ่ๆที่ขนาดๆไม่ได้ตามที่เขากำหนดเหมาตู้ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งนี้ถ้าเพื่อนท่านไหนคิดว่าจะต้องชิปของกลับบ้านก็ลองเปรียบเทียบราคา บริการจากหลายเจ้า ถามให้ชัดทั้งค่าใช้จ่านที่ต้นทางและปลายทางค่ะ ที่สำคัญถ้าแพคเองของเยอะเตรียมแพคไว้แต่เนิ่นจะได้ไม่เหนือยแบบเราที่มาแพคเสร็จจริงๆก็ตีสามของวันที่จะต้องขนของซะแล้ว
ชิปของจากอเมริกากลับไทยตอนที่หนึ่ง
ชิปของจากอเมริกากลับไทยตอนที่สอง
- อื่นๆ ###
อ้าว!! เล่า ๆ ไปกำลังสนุกเลย อยู่ ๆ ทำไมถึงกลับเมืองไทยล่ะคะ
แล้วจะมีเรื่องเล่าต่ออีกมั้ยคะ?