เรื่องเล่าจากร้านอาหารไทยในอเมริกา ตอนที่ห้า
plew May 1st, 2011
Cheap calls to Thailand
ทำงานเสริฟในอเมริกาตอนที่ห้าแล้วค่ะ โอเคมาโม้ ไม่ใช่มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังกันต่อ วันนี้มาว่าด้วยเรื่องถ้าอยากทำงานเสริฟในร้านอาหารไทยในอเมริกาต้องเตรียมตัวอะไรหรือเขาทำอะไรบ้าง ยากไม๊ ภาษาต้องได้ประมาณไหน รวมๆเอาเป็นว่าควรจะพูดและฟังได้ในระดับโอเค คือศัพท์ง่ายๆทั่วไปๆ ฟังเข้าใจว่าลูกค้าพูดะไร เพราะจริงๆถ้าไม่เคยมาอยู่ที่นี่มาก่อนมาแรกๆมักจะฟังคนที่นี่ไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะฝรั่งพูดภาษาอังกฤษกับคนไทยพูดมันต่างกัน ดังนั้นปกติหลายๆร้านถ้าแบบว่าเรามาใหม่
ภาษายังไม่ค่อยได้ เขาก็อาจรับแต่ว่าไม่ให้เรารับออเดอร์ คืออาจให่เป็นบัสคือเก็บโต๊ะ วางจาน เติมน้ำ เสริฟอาหารก่อน จนเริ่มชิน ซึ่งปกติแล้วถึงภาษาจะโอเคแต่ถ้าไม่เคยทำงานเสริฟมาก่อนเขาก็มักจะให้เป็นบัส หรือเป็นฟูดส์รันเนอร์ก่อนหรืออาจจะได้ทำงานในครัว แล้วพอเริ่มชินกับระบบ หน้าตาอาหาร การออกอาหารก็ค่อยๆขยับมารับออเดอร์
นอกจากนั้นปกติคนทำงานหน้าร้านคือคนเสริฟต้องรับโทรศัพท์ด้วย ทั้งโทรมาสั่งอาหาร โทรมาจองโต๊ะ โทรมาถามทาง สมัครงานอื่นๆ แน่นอนคุยโทรศัพท์ยิ่งยากกว่าคุยกันตัวเป็นแต่นั่นแหละถ้าเราจะทำเสริฟเราก็ต้องพูดคุย โต้ตอบกับลูกค้าทางโทรศัพท์ได้ อย่างที่เคยเล่าไปแล้วตอนเรามาอเมริกาใหม่สมัครงานตามร้านอาหารยากมาก เพราะซื่อบอกเขาไปตรงๆว่าไม่เคยทำงานเพิ่งมาได้สองอาทิตย์ เอาละถ้าเขาไม่ขาดคนจริงๆเขาไม่อยากรับหรอก เพราะหนึ่งเพิ่งมาภาษายังไม่น่าจะดี สองเพิ่งมาไม่เข้าใจวัฒนธรรมการกินอาหารของคนที่นี่มากนัก เพราะถึงแม้จะขายอาหารไทยแต่การเสริฟอะไรที่นี่ไม่เหมือนที่บ้านเรา นิสัยใจคอลูกค้าก็ต่างจากบ้านเรา ดังนั้นเวลาไปสมัครงานเจ้าของร้านมักจะชอบถามว่ามาอยู่อเมริกานานแค่ไหนแล้ว เพราะถ้ามานานหน่อยก็แปลว่าเขาใจวัฒนธรรม เข้าใจภาษามากขึ้น
เราเองบอกได้เลยมันเกี่ยวจริงๆ อยู่ไปเรื่อยได้ไปทานร้านอาหารที่นี่ทั้งร้านไทยและร้่านชาติอื่นๆเราจะอ๋อการบริการ การพูดคุยกับลูกค้า กาเสริฟ และอื่นๆของที่นี่เขาทำกันอย่างไร บอกได้เลยว่าไม่เหมือนบ้านเรา รายละเอียดค่อยมาบอกอีกทีและแน่นอนอยู่มานานภาษาย่อมน่าจะดีตามระยะเวลาที่อยู่ ฮ่าๆแต่ว่าอันนี้ไม่เสมอไปบางคนอยู่มานานมากแต่ยังไม่ไปถึงไหนก็เยอะทีเดียว
อีกอย่างที่ต้องเรียนรู้ถ้าจะทำงานร้านอาหารที่อเมริกาโดยเฉพาะเสริฟคือควรเรียนรู้เรื่องไวน์ อย่างน้อยๆเปิดไวน์ให้เป็นเรียนรู้ไวน์เด่นๆทั้งขาวทั้งแดง เพราะคนที่นี่นิยมสั่งไวน์โดยเฉพาะดินเนอร์ จริงๆถ้ายิ่งมีความรู้เรื่องบาเทนเดอร์ ผสมเหล้าได้ ทำค็อกเทลได้นี่สบายเลย เพราะงานบาร์เทนเดอร์มีความต้องการและรายได้ดี แต่ว่าต้องภาษาอังกฤษดีๆด้วย เพราะต้องคุยกับลูกค้าเก่งหน่อยถ้าจะเป็นบาร์เทนเดอร์หรุ่ง โอเคแน่นอนเวลาไปสมัครงานเค้าก็มักจะถามแน่ๆว่าเคยทำงานร้านอาหารมาไม๊ถ้าเคยก็จะหางานได้ง่ายเพราะเขาขี้เกียจฝึกคน แต่ถ้าร้านเขาขาดคนเขาก็รับและฝึกเอา ทั้งนี้เขาก็ดูหน่วยก้่านอะไรต่างๆประกอบด้วยอายุก็สำคัญมาก บางคนคิดว่าโอ้ยอเมริกาเค้าไม่มาสนใจเรื่องอายุ แต่นี่มันงานร้านไทยค่ะ ส่วนมากเขาก็ไม่อยากได้คนอายุเยอะ แต่แน่นอนหลายๆที่เขาก็มีคนอายุเยอะทำเสริฟกันเยอะ แต่ส่วนมากคือเขาทำมาตั้งแต่อายุไม่มาก บางคนเขาทำกันนานๆเป็นสิบปี
หรือบางคนอายุมากๆอาจจะสี่สิบขึ้นแต่เขาได้งานเพราะรู้จักมีคนฝากงานหรือโชคดีแบบร้านหาคนไม่ได้จริงๆ แต่งานในครัวจะอีกอย่างอายุเยอะๆกันซะส่วนมาก แหมนะคนเสริฟเขาก็อยากได้เด็กๆมากกว่า เพราะงานมันต้องทำอะไรเร็ว แล้วมันก็อาจจะนะช่วยดึงดูดลูกค้าด้วยอะ เท่าที่เราทำมาเราเองก็ไม่เด็กสามสิบกว่า เราบอกตรงๆงานเสริฟมันไม่ค่อยเหมาะถ้าเราอายุเยอะๆแล้วเพราะมันต้องยืนนานๆ คือถ้ายุ่งแทบไม่ได้นั่ง ทั้งเดิน ทั้งยก คือมันใช้กายภาพมาก แล้วการยืนเดินต่อกันหลายๆชั่วโมงมันไม่เป็นนั้นไม่ดีต่อหลังหลายๆคนที่ทำงานแบบนี้มักปวดหลัง บางคนเขาจะใส่รองเท้าพวกซัพพอร์ตก็ช่วยได้อยู่ แต่นะระยะยาวไม่ดีแน่ๆ แล้วมันไม่ใช่เดินอย่างเดียวต้องยกของหนักๆ บางทีแก้วเป็นลังๆ ยกหลายๆรอบ ไหนจะต้องกวาด ถู อีก คือมันหนักพอควร เราเองก็ไม่ค่อยชอบหรอกให้ทำเต็มที่ปีหนึ่งก็เกินพอแล้ว ฮ่าๆเอาจริงๆทำไปห้าเดือนเองพอแล้วกลับมาทำงานอย่างที่เคยๆที่เมืองไทยดีกว่า แก่แล้วสังขารไม่ไหว
บางคนมีกรีนการ์ดก็คิดว่าจะทำให้ร้านอยากรับมากขึ้น เอาจริงๆแล้วนะร้านไทยเขาไม่ค่อยแคร์เรื่องมีหรือไม่มีกรีนการ์ดเท่าไร นอกจากร้านดังๆ ใหญ่เขาจะรับแต่คนที่ทำงานอย่างถูกต้อง
แต่ร้านทั่วๆไปเขาไม่ค่อยแคร์ เขาแคร์ว่ามีประสบการณ์รึไม่มากกว่าแล้วก็ดูบุคลิกอะไรต่างๆด้วย เพราะจริงๆคนชาติอื่นๆที่เขาเป็นซิติฌว่นด้วยซ้ำ อันนี้โดยเฉพาะเมืองที่เราทำมีคนลาว คนม้ง
คนเวียดนาม เยอะแยะ แล้วส่วนมากพวกนี้เกิดที่นี่ด้วยซ้า คือเป็นซิติเซ่นพูดภาษาอังกฤษเพราะมันเกิดที่นี่ ก็มาเสริฟร้านอาหารไทยกันเยอะแยะ ดันั้นถ้าคิดว่าโอ้ยฉันมีกรีนการ์ดแล้วเขาจะตื่นเต้นรับนั้นก็ไม่ใช่เสมอไปสำหรับเราอย่างที่บอกสมัครงานตอนมาใหม่ๆยากมาก แต่รอบที่สองนี้ง่ายเพราะเวลาสมัครก็บอกเลยว่าเคยทำมาแล้ว ซึ่งก็จริงแต่ว่า อิอิทำแค่สามเดือนเอง นั่นแหละก็ถือว่ามีประสบการณ์ สองภาษาโอเคแน่ๆอยู่มาสามปี จบโทที่นี่อีกอย่างอายุสามสิบกว่า แต่ว่าหน้าเด็กค่ะ เอ้าไม่ได้ชมตัวเองนะ เพราะมีแต่คนคิดว่าเรายี่สิบกว่าๆทั้งนั้น เพราะไม่อ้วนละมั้งเลยดูไม่แก่ สมัครรอบสองเลยแบบว่าได้ง่ายๆเลย ได้หลายร้านด้วยสิ แต่สุดท้ายก็ทำร้านเดียว
อีกอย่างลูกค้าที่นี่เวลาสั่งอาหารไทยชอบสั่งเป็นหมายเลข เพราะเขาแบบว่าไม่คุ้นกับชื่ออาหารไทยก็กลัวจะอ่านออกเสียงผิด ก็เลยจะแบบเอาเบอร์หนึ่งสอง สาม สี่ดังนั้นถ้าจำรายการในเมนูได้ว่าอะไรเบอร์หนึ่ง เบอร์สิบ อะไรงี้จะง่ายในการทำงาน เราเองจำได้บ้าง แต่ทั้งหมดไม่ได้เวลารับออเดอร์จะแนบโบวชัวรายการอาหารไว้ในโฟลเดอร์เล็กเวลาลูกค้าสั่งเบอร์เราก็จดได้ลูกรายการ แล้วจะบอกว่าลูกค้าร้อยละแปดสิบสั่งเบอร์ทั้งนั้น มันง่ายสำหรับเขา
สำหรับร้านที่เราทำอย่างที่บอกร้านไม่ได้ขายดีมากดังนั้นคนเสริฟก็จะทำมันทุกอย่าง คือพาลูกค้าไปโต๊ะ เสริฟน้ำ รับออเดอร์ เก็บจาน จัดโต๊ะ เก็บเงิน รับโทรศัพท์แพคอาหารใส่กล่อง ตรวจตราของว่าครบไม๊ เติมของพวกกล่องกลับบ้าน เครื่องปรุง ชงชากาแฟ หันมะนาวที่ใส่ในน้ำ กวาด ถู ดูแลความสะอาดทั่วๆไปหน้าร้านเช็ดกระจก ปัดฝุ่น อ้อพับผ้าเช็ดปาก ฮ่าๆที่สำคัญไหว้พระถวายน้ำ อาหารพระเจ้าที่อีกด้วย เย็นกวาด ถู เก็บของเข้าตู้เย็น ปิดบัญชี แบ่งทิป จิปาถะ แต่ถ้าไปร้านใหญ่ๆ
ขายีเขาจะมีคนเสริฟ มีบัส มีรันเนอร์ มีโฮส มีแคชเชีย์ ผู้จัดการ อะไรก็ว่าไป ขึ้นกับระบบของแต่ละร้าน การทำงานเสริฟต้องทำอะไรเร็วๆ อย่าช้า เพราะถึงลูกค้าจะน้อยก็ทำอะไรให้เร็ว ไม่มีลูกค้าก็อย่ายืนหรือนั่งเล่นเฉยๆ หาอะไรทำ เช่น เช็ดโน่น เช็ดนี่ เช็คของอะไรขาดไม๊ เบีย์ในตู้เย็นเต็มไม๊ โดยเฉพาะช่วงทำงานใหม่ๆสำคัญมากๆเพราะถ้าเราแบบเฉื่อยๆไม่สนใจอะไร ไม่ทำงานนอกเหนือหน้าที่บ้าง เจ้าของไม่ชอบ เพืื่อนร่วมงานก็ไม่ชอบ ดังนั้นช่วงแรกๆและจริงๆตลอดไปก็ดีพยายามทำอะไรให้มีประโยชน์ดูแลความเรียบร้อยของร้าน จานวางสวยไม๊ จาน แก้วที่วางสะอาดไม๊ เก้าวางเรียบร้อยไม๊ เพราะมีพอสมควรที่แบบเจ้าของไม่ให้ทำต่อเพราะดูแล้วไม่ค่อยเวิร์ค พิมพ์จนเมื่อยมื่อแล้ววันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกันเนอะ
เรื่องเล่าจากร้านอาหารไทยในอเมริกาตอนที่ 1
เรื่องเล่าจากร้านอาหารไทยในอเมริกาตอนที่ 2
เรื่องเล่าจากร้านอาหารไทยในอเมริกาตอนที่ 3
เรื่องเล่าจากร้านอาหารไทยในอเมริกาตอนที่ 4
- เกี่ยวกับงาน ###
สวัสดีค่่ะ
ขอมูลน่าสนใจมาก รบกวนขออีเมลหน่อยได้ไหมค่ะ จะรบกวนสอบถามข้อมมูลเพิ่มน่ะคะ
K.Atak
มีคำถามอะไรฝากไว้ในนี้ได้เลยค่ะ
สวัสดีค่ะ ตอนนี้อยู่ที่อเมริกาเหมือนกัน สมัครงานร้านอาหารไทยแต่ยังไม่มีร้านไหนโทรมาเรียกเลย เฮ้อออ แอบเครียดจังคะ
คุณ aom
สู้ๆค่ะ อยู่เมืองไหนค่ะ
san fran คะ ขอบคุนนะคะ
สวัสดีครับ ^^ ชื่อน้องเล็กน่ะครับ อิอิอิ พอดีมีแพลนกำลังจะไปเรียนภาษา+หางานทำเก็บเงินด้วยอ่ะครับ(ที่ San Fran) ถ้าทุกอย่างพร้อมค่อยต่อโทอ่าครับ พอดีลิงค์ไปลิงค์มาแล้วเจอบล็อกนี้อ่ะครับ รู้สึกเป็นประโยชน์มากเลยอ่ะครับ เลยจะแวะมาฝากเนื้อฝากตัวอ่าครับเผื่อผมมีเรื่องปรึกษา พี่คงจะมีคำแนะนำดีดีได้ฮ๊าฟฟ ^^ แห่่ะๆๆ ขอบคุณล่วงหน้าคร้าบ =)
PS:: รู้สึกกังวลกับตื่นเต้น เพราะเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกอ่ะครับ
น้องเล็ก ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ ซานฟรานสวยมากค่ะ น้องคงชอบแน่ๆ
งั้นขอปรึกษาเรื่องอื่น อย่างเช่นเรื่องเรียนก่อนได้ป่าวครับ
เห็นพี่plewบอกว่าเรียนโทที่เมกาด้วย คืออยากรู้ว่ามหาลัยในเมกา เค้าจะมีทุนเรียนป.โท สำหรับนักศึกษาต่างชาติมั๊ยอ่าครับ อาจเป็นได้ทุนบางส่วนอะไรประมาณนี้อ่าครับ
ขอบคุณครับ ^^
น้องเล็ก
ทุนมันก็มีแต่ไม่ง่ายค่ะ พอเข้าไปเรียนจะเห็นประกาศมากมาย เช่นทุนวิจัย ทุนโครงการต่างๆ แต่เงื่อนไขก็เยอะค่ะ
เช่นต้องทำโปรเจคหรือวิจัยในเรื่องที่เขาสนับสนุน เสนอผลงานทางวิชาการ หรือมีผลการศึกษาในระดับดีมาก
ขึ้นกับสาขาที่เรียนและมหาวิทยาลัยด้วย แต่ปกติทุกยูจะมีงานที่จ้างนักศึกษาทั้งต่างชาติและคนของเขาทำงานในแคมปัส ตรงนั้นก็จะช่วยให้เรามีรายได้พิเศษเพิมขึ้นได้ค่ะ ถ้าปริญญาเอกละอันนั้นจะมีทุนเยอะเลย
ขอบคุณมากๆครับพี่plew แผนของเล็กตอนนี้คือ ไปเรียนภาษาที่สถาบันเอกชนสมัครไว้ประมาณ 6 เดือนอ่ะครับ ระหว่างนั้นคงเป็นโรบินฮู๊ดหางานทำเก็บเงินไปเรื่อยๆด้วยอ่ะครับ แล้วค่อยหาที่เรียนโท ไม่ก็ต่อเป็น Diploma (ใจจริงๆอยากต่อโทแบบไม่อยากรบกวนทางบ้านเท่าไหร่) แห่ะๆๆ ไงก็ขอบคุณพี่อีกครั้งน่ะคร้าบบบ
ปล1.ไม่รู้ว่ารบกวนเวลาทำงานพี่รึเปล่า ไงถ้ารบกวนเล็กขอโทษล่วงหน้าน่ะครับ
ปล2. วีซ่า F-1 นี่ไม่สามารถทำงาน(ตามร้านอาหาร)ได้ใช่มั๊ยครับ (ส่วนนี้ไม่รู้ว่าเล็กเข้าใจถูกรึเปล่า)
คุณเล็ก
วีซ่านักเรียนและวีซ่าท่องเที่ยวทำงานไม่ได้ค่ะ ที่ทำก็ทำแบบผิดกฎหมายทั้งนั้น
อ้อวีซ่านักเรียนทำงานได้ถูกต้องเฉพาะในยูหรือในโรงเรียนค่ะ…ไม่รบกวนค่ะ ขอโทษที่ตอบช้่านะ
สวัสดีคร้าบบบพี่plew
แวะมาทักทายครับ พอดีที่หายๆไปก้มัวแต่เตรียมเอกสารวีซ่าอยู่ ตอนนี้ได้คิววีซ่าละครับ เหลือก็แต่รอวันขึ้นเขียง 5555+++ หวังว่าพี่คงสบายดีน่ะครับ
ตอนนี้มีเล็กมีเรื่องกังวลอยู่อีกอย่างนึก คือเรื่องที่พักอ่าครับ บินคนเดียว ครั้งแรกในชีวิต–” ได้ไปอ่านบล็อกอันเก่าของพี่ที่ชื่อเรื่อง “ที่พักในซานฟราน” แอบหวั่นๆกลัวๆเหมือนกัน เพราะภาษาอังกฤษของเล็กก็ยังไม่แข็งTwT
หากพี่พอมีละแวกที่พักที่พอแนะนำใหม่ก็จะขอบพระคุณมากเลยครับพี่plew เล็กลงเรียนภาษาที่ INTRAXไว้อ่าครับ ตอนนี้โรงเรียนตั้งอยู่แถวๆ
Intrax San Francisco Center
101 Spear Street, Rincon Center, San Francisco อ่าครับ^^
คุณเล็กหวัดดีค่ะ
จะบอกว่าพีเคยอยู่ตรงที่คุณเรียนเลยละ แถวๆนั้นพี่ว่าเป็นย่านที่น่าอยู่ที่สุดที่หนึ่งในซานฟรานเลย
เป็นย่านธุรกิจ ไม่หางจากริมน้ำ ใกล้ที่ช๊อปปิ้ง แต่ว่าที่พักย่านนั้นแพงมากค่ะ เพราะส่วนมากจะเป็นอพาตเมนท์ดีๆค่ะ ต่ำสุดก็พันกว่าต่อเดือน หาที่พักย่านดาวทาวน์หรือไม่ก็ซันเซตจะถูกกกว่า แล้วก็นั่งรถเมล์มาเรียนก็ได้ ซานฟรานเมืองไม่ใหญ่ เดินทางง่ายค่ะ แต่ถ้าจะให้พี่บอกว่าไปพักที่ไหนเลยอะบอกไม่ได่หรอกเพราะมันขึ้นกับจังหวะว่าง ต้องลองหาตามเนตดูนะ อย่างที่บอกหลายๆคนไปว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป แรกๆอาจไม่ได่ที่ถูกใจเลยทีเดียวค่อยๆขยับขยายเอาทีหลัง
สวัสดีค่ะพี่ plew ข้อมูลที่พี่เอามาเล่ามีประโยชน์มากเลย
อ่านยังไม่จบซักที ตาลายยย55+
ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ
อยากขอคำแนะนำเรื่องการไปเรียนต่อโท และก็ทำงานไปด้วยน่ะค่ะ
ว่าเปนไปได้ไม๊ แบบไม่ต้องขอเงินพ่อแม่อะคะ ช่วยด้วยนะคะพี่ plew
คุณ Nano
โหถ้าจะไปเรียนโทแล้วหาเงินเองล้วนพี่ว่ายากนะ เพราะเราปทำมันก็ไม่ได้ทำอย่างถูกต้องอยู่แล้ว งานที่ทำได้พวกร้านอาหารไทย ก็แล้วแต่ร้านอีกละว่าร้านขายดีไม๊ ได้วันละร้อยนี่ก็หรูแล้วนะ ส่วนมากไม่ถึงหรอก แล้วเราเรียนก็ไปทำงานไม่ได้ทุกวัน พวกที่เขาทำงานเก็บเงินได้มากๆคือแบบทำทุกวัน ทั้งวันอะไรประมาณนั้น บวกค่าเรียนโทมันแพงไง เทอมเป็นหมื่นเหรียญ ไหนจะค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก ค่าห้อง ค่ารถ ค่าหนังสือ ถ้าแบบว่าขอพ่อแม่แค่ค่าเรียนแล้วอย่าวอื่นจ่ายเองอย่างงี้เป็นไปได้ แต่ก็ไม่แน่ถ้าน้องได้ร้านเงินดีจัดๆ ใชเงินประหยัด ค่าห้องถูกๆก็อาจจะได้ก็ได้นะ
สวัสดีค่าพี่ plew
ขอบคุณที่พี่เข้ามาตอบค่ะ เร็วมากมาย ขอบคุณจิงๆ
เดี๋ยววันเสาร์นี้จะลองไปงานศึกษาต่อต่างประเทศดู แล้วจะมารายงานความคืบหน้าให้พี่ทราบนะ และก็มาขอคำปรึกษาอีกค่ะ
ขอบคุณนะคะ
สวัสดีค่ะพี่ plew
พี่หน้าเหมือนรูมเมทตอนเรียนที่เชียงใหม่เลยค่ะ ชื่อพี่อุ๊ ตัวเองกำลังสนใจจะไปเที่ยวซานฟรานกับครอบครัว กะว่าจะบินไปค่ะ เคยไปกับทัวร์ แล้วเหนื่อยค่ะ อยากไปซัก 2 - 3 วัน พี่ช่วยแนะนำ การซื้อตั๋วจาก LA และที่พักที่นั่น เพราะพยายามอ่านแล้วมีแต่เวปไซต์ก็ไม่เข้าใจมากนัก จะไปกับลูก 2 คน ประมาณ 10 -12 ขวบ และสามี ที่นั่นเขาให้นอนโรงแรมห้องเดียวกันได้ไม๊คะ และควรจะพักที่ไหนดี ที่สะดวกสำหรับการซื้ออาหารประจำวัน เคยไปแล้วไปซื้อกับห้างใหญ่ ๆ เหมือนซุบเปอร์มาร์เก็ตค่ะ อร่อย และถูกกว่าตามที่ทัวร์เขาจอดให้ อยากถามหลายอย่างจังค่ะ เฮ้อ
ต้อย
คุณต้อยค่ะ อ่านคำถามไม่เข้าใจค่ะ คือจะซื้อตั๋วจากแอลเอไปซานฟราน หรือจากไทยไปแอลเอ ตกลงจะไปแอลเอหรือซานฟรานค่ะ ถ้าบินจากไทยไปแอลเอ แล้วบินจากแอลเอไปซานฟราน มีหลายสายการบินค่ะ ราคาน่าจะประมาณไม่เกินคนละร้อยเหรียญ แล้วแต่ช่วงด้วย ก็ลองเข้าไปเว็ปไซต์ของสายการบินได้เลย เช่นพวก ยูไนเต็ด เดลต้า south west เรื่องโรมแรมงงว่าถามโรงแรมที่ซานฟรานหรือแอลเอค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ plew
พอดีกำลังจะไปเรียนภาษาที่ซานฟราน จะเดินทาง 15 พย.นี้ แล้วค่ะ ตั้งใจจะทำงานเสิร์ฟร้านอาหารไทยควบคู่ไปด้วย แต่อ่านบทความแล้วก็รู้สึกท้อเหมือนกัน เพราะไปคนเดียว ไม่มีใครรู้จักอยู่ที่นั่นเลย เวลาหางานเราควรโทรไปก่อน หรือวอล์ค อินเข้าไปเลยดีค่ะ ถ้าเพิ่งไปอยู่เค้าจะรับยากใช่มั้ยค่ะ
คุณoil
ถ้าร้านไปสะดวกก็เข้าไปเลยได้ค่ะ เผื่อโชคดีไปจังหวะเจ้าของอยู่ เค้าขาดคนอาจคุยกับเราเลย
แต่ถ้าร้านไกลๆอาจโทรไปก่อน แล้วก็คุยกับเจ้าของร้านถ้าเขาไม่อยู่หรือไม่วา่งก็ถามว่าเจ้าของเข้าร้าน
ตอนไหน วันไหน แล้วค่อยไปก็ได้ค่ะ