เรื่องเล่าจากร้านอาหารไทยในอเมริกา ตอนที่ 3

plew April 20th, 2011

มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตการทำงานในร้านอาหารไทยในอเมริกากันต่อ สำหรับพนักงานเสริฟแน่นอนต้องเจอลูกค้ามากหน้าหลายตากันทุกวันวันนี้เลยขอมาเมาท์เรื่องเกี่ยวกับลูกค้ากันบาง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าลูกค้าในร้านอาหารไทยในอเมริกากับลูกค้าคนไทยอย่างเราในเมืองไทยนั้นพฤติกรรมต่างกันในหลายๆเรื่อง ที่อเมริกาโดยเฉพาะในแคลิฟอเนียเองนี่ด้วยความที่มีหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายวัฒนธรรมมาก หลากหลายที่มาที่ไปคือมีทั้งฝรั่งที่เป็นคนอเมริกันคือฝรั่งที่เกิดที่นี่ โตที่นี่ มีทั้งคนเอเชียซึ่งเอเชียเองก็หลากหลายมากๆ ทั้งจีน เกาหลี ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ หรือลากไปชนกลุ่มน้อยๆ เช่น ม้ง เมี้ยน มากมาย
ไหนจะแขกอีกทั้งแขกอินเดีย แขกซิกส์ แขกตะวันออกกลาง คือทั้งแขกฮินดู ทั้งแขกมุสลิม ไหนจะคนจากทางยุโรปทั้งตะวันตก ตะวันออก แล้วไหนจะคนดำอีกละ ต้องบอกอีกครั้งว่าที่ต้องเขียนแยกเชื้อชาติ สีผิว ออกมานี่ไม่ใช่จะเป็นการเยียดผิดหรือดูถูกดูแคลนเชื้อชาติแต่อย่างไร เพราะเราเองก็เอเชียเป็นแค่เด็กเสริฟต่ำต้อยไหนเลยจะมีสิทธิไปดูถูกดูแคลนใครเขาได้ เขาจะดูถูกเราซะมากกว่า แต่ที่ต้องพูดแยกเชื้อชาตินั้นเพราะพฤติกรรมรวมๆของลูกค้าแต่ละกลุ่มมีอะไรต่างกันให้เห็น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเราที่เห็น
อันนี้คือพนักงานเสริฟรวมๆเค้าก็พูดแบบเดียวกัน

เรื่องที่เห็นกันชัดๆถึงความต่างแน่นอนต้องเป็นเรื่องการให้ทิป แหมๆก็นะค่ะออาชีพเสริฟในร้านอาหารไทยในอเมริกานะค่าแรงไม่ได้เยอะนี่ค่ะ จะหมู่จะจ่าก็วัดกันที่ทิปนี่แหละนะจะไม่ให้พวกเราให้ความสำคัญได้อย่างไร อย่างที่บอกว่าปกติมาตรฐานการให้ทิปที่อเมริกาคือสิบห้าเปอร์เซ็น แต่ในความเป็นจริงๆนั้นไม่ใช่ทุกโต๊ะจะให้ในเรทนี้กันหมดเพราะไอ้ที่ไม่ให้นั้นเยอะทีเดียว ที่เป็นที่ลำลือและร้องยี้หรือพอเห็นเดินเข้าร้านมาแล้วก็ไม่ต้องหวังว่าจะให้ทิปดีๆมีดังต่อไปนี้ ขอเริ่มที่แขกก่อนเลยโดยเฉพาะแขกออกแนวอินเดีย
คือจริงๆอาจปากีหรืออื่นๆแต่คือหน้าแบบอินเดียคืออาบังที่ชอบกินแกงเผ็ดๆนี่แหละ ไม่ต้องหวังมาก ตั้งอต่เรามาทำใหม่ๆแล้วคนที่เขาทำงานกันมานานๆจะบอกโอ้ยพวกอาบังนี่ขี้เหนียวมากไม่ต้องหวังเลย แล้วพอมาเจอกับตัวก็จริงแฮะ คือต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ทุกคนแต่เอาเป็นว่า 90% ของที่เจอง้ั้นจริงๆ คือพวกนี้ส่วนมากหน้าที่การงานดี แต่งตัวดีทำงานออฟฟิต
มาบางทีสองคนสามีภรรยา สั่งแกงถ้วยเดียวแต่ว่าอัดข้าวสามสี่ออเดอร์ คือเน้นข้าว น้ำดื่มไม่มีสั่ง ให้น้ำเปล่าก็กินน้ำเปล่านี่ละไม่มีทางสั่งน้ำอะไรอย่างอื่นให้เปลือง อิ่มกลับบ้านแค่สิบเหรียญกว่าๆ
ส่วนมากให้ทิปคือเศษเงินทอนเศษเหรียญไม่ถึงเหรียญนึง บางคนไม่ให้เลย ใจดีหน่อยอาจทิ้งไว้ให้เหรียญนึง แล้วที่เจอส่วนมากกินสกปรกคือแกงอะไรงี้แบบหกเลอะเทอะมากๆ บวกที่เจอแขกจะเรื่องมากแบบว่าเสริฟน้ำให้ฟรีก็ขอใหม่ไม่กินน้ำแข็ง อันนี้จริงๆแขกส่วนมากจะไม่ชอบกินน้ำแข็งไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แล้วก็จะกินมังสวิรัติเยอะมาก บางทีจุกจิิกมากไอ้นี่ก็กินไม่ได้ ไอ้นั่นก็กินไม่ได้ กว่าจะสั่งกันเสร็จใช้เวลาเยอะ สุดท้ายไม่ให้ทิปอีก แล้วพวกนี้เวลาสั่งพวกแกงจะสั่งแบบเผ็ดสุดๆ
บางทีทำเผ็นสุดของร้านยังไม่พอขอพริกเพิ่มอีก พอกินเผ็ดก็น้ำก็กินเยอะ เติมน้ำให้ไม่รู้กี่รอบๆ สุดท้ายก็นั่นแหละคือเราบริการดีทุกคนละแต่เค้าไม่ให้ทิปหรือน้อยมากๆดังนั้นคนเสริฟที่นี่ส่วนใหญ่เห็นแขกเข้ามาก็จะเซ็งๆเพราะเรื่องเยอะแต่ทิปน้อยมากๆ

อีกกลุ่มที่เข้ามากินข้าวแล้วอย่าได้หวังทิปจากเขาก็คนดำนี่ละค่ะ พวกนี้แปลกมากคือเกิดก็เกิดที่นี่แต่ก็ไม่รู้ทำไมทำไมชอบทำตัวอะไรให้คนเขาไม่ยอมรับ คือจะว่าคนเขาดูถูกก็ใช่แต่พวกนี้บางทีทำตัวได้เหลือทนจริงๆ พอมาอยู่ถึงเข้าใจว่าทำไมคนเขาดูถูกทำไมคนเค้าไม่ชอบ ไม่ใช่เรื่องผิวอะไรหรอกเรื่องพฤติกรรมล้วนๆ ต้องบอกอีกแล้วว่าคนแอฟริกันอเมริกัน
ที่เขาดีๆก็มีเยอะ แต่เท่าที่เจอส่วนมากโอ้โหบรรยายไม่ถูก มีทั้งประเภทไม่มีปัญหาก็ทำให้มันมีปัญหา หาเรื่องด่าเพื่อจะได้กินฟรี หาเรื่องบ่นจะได้มีข้ออ้างว่าทำไมให้ทิปน้อยหรือไม่ให้ เสียงดัง กินเลอะเทอะ ขอโน่นขอนี่ บางทีมากินตอนร้านใกล้ปิด กินเสร็จขอห่อกลับบ้าน ขอน้ำจิ้มเพิ่ม ขอช้อนส้อมพลาสติกเพิ่ม ไม่ให้ทิปสักบาท เจอโต๊ะหนึ่งสั่งข้าวกล้อง Brown Rice มา เอามาให้เสร็จขอเปลี่ยนเป็นข้าวสวยโอเคเปลี่ยนให้ พอเก็บเงินเราก็เปลี่ยนแล้วจากข้าวกล้องเป็นข้าวสวย มาโวยบอกว่าไม่เปลี่ยนข้าวกล้องยังอยู่ เราบอกอยู่แค่ออเดอร์เดียวเพราะของเพื่อนคุณไง
มันก็อ๋อ ถามเพื่อนว่าออเดอร์เหรอไม่รู้ เออไม่รู้ได้ไงนั่งกินกันอยู่สามคนเป็นชั่วโมงบอกไม่รู้ เสร็จบอกแต่ทำไมข้าวสวยมีสองออเดอร์ มันกินคนเดียว เราบอกคนเดียวที่ไหนก็เพื่อนอีกคนสั่งข้าวสวยด้วย ตลกมากนั่งกินกันจนหมดไม่รู้ได้ไงว่าเพื่อนก็สั่งข้าว ตอนแรกทำโวยวายเสียงดังสรุปก็กินมาสามสิบเหรียญให้ทิปมาเหรียญหนึ่ง

อีกพวกที่เป็นที่เลืองชื่อของความงกคือคนม้ง พวกนี้รุ่นหลังหลังๆเกิดที่นี่ด้วยซ้ำแต่นิสัยไม่เปลี่ยน เพื่อนบางคนไม่ชอบม้งเพราะม้งบางทีชอบบอกคนอื่นว่าตัวเป็นคนไทย
พวกนี้แรกเริ่มมาจากการเป็นเรฟูจิ อยู่ตามภูเขาอาจในไทยหรือลาวหรือพม่า แต่ตอนเข้ามาอเมริกาพวกนี้ไม่บอกแน่นอนว่าเป็นไทยเพราะมาได้ต้องบอกว่าเป็นคนลาว คนม้งเรื่องคนม้งนี่เพื่อนที่เขาทำงานเสริฟที่นี่มานาน บอกโอ้ยพวกนี้ฤทธิ์เยอะ งกมาก เรื่องมาก บางทีมากินโต๊ะใหญ่ๆสั่งอาหารเพียบ แต่ไม่ว่าจะกินสักกี่บาทก็ไม่มีที่จะให้ทิปแม้แต่บาทเดียว ขอโน่นขอนี่เพิ่มตลอด กินสกปรกด้วย
เราเองก็ไม่ค่อยเจอ เพื่อนบอกเห็นหน้าปุ๊ปรู้เลยว่าม้ง ต่อมามีวันหนึ่งมีลูกค้าเข้ามาคู่หนึ่งเพื่อนบอกนี่ละม้ง ดูนะไม่ให้หรอกทิป เราก็แหมเขาอาจให้ก็ได้นะ พวกนี้ชอบสั่งส้มตำ ลาบข้าวเหนียว ปรากฎพอกินเสร็จจริงอย่างที่เพื่อนบอกไม่ให้สักบาทจริงๆ เพื่อนบอกเป็นไงละเห็นฤทธิ์ม้งรึยัง ฮ่าๆเรานี้ขำเลย

สำหรับฝรั่งอเมริกันปกติจะให้ทิปโอเคคือตามเรทและบางโต๊ะใจดีมากแบบให้เยอะเกินจำเป็นก็เยอะ บางทีดูไม่ยากเลยโต๊ะแบบผู้ใหญ่ๆหน่อย พูดจาดีๆ สั่งไวน์ส่วนมากจะใหทิปดีแต่ก็ไม่เสมอไป เคยเจอโต๊ะหนึ่งวัยรุ่นเลย คนดำกับคนขาว กินไม่เยอะมากโหเสร็จให้ทิปสามสิบเปอร์เลยก็มี มีอีกวันผู้ชายสองคนกลางคนไม่ได้บริการอะไรมากมาย ไม่เรื่องมากเลย กินเร็วนั่งไม่นานกินแค่ยี่สิบเหรียญให้ทิปเรามาสิบเหรียญคือให้ทิปห้าสิบเปอร์เซ็นเลย เพื่อนบอกสงสัยมันชอบแกแน่ๆเลย แต่เราว่าไม่เพราะเขาไม่ได้มีท่าทีอะไรเลย อีกวันหนึ่งคู่รักวันรุ่นเด็กๆอยู่เลย ผู้ชายคนดำแต่คือดูรู้ว่ามีการศึกษา ทำงานออฟฟิต กินก๋วยเตี๋ยวแค่ไม่ถึงยี่สิบ จ่ายเครดิตการ์ดก็เขียนบวกทิปให้ ปรากฎว่าตอนไปเก็บจาน ควักเงินสดให้เราอีกสิบเหรียญเรางงมาก ถามว่า Are you sure? เขาก็บอกใช่เอาไปเลย งงมากคือให้เบิ้ลเลย คือมันจะมีอะไรแปลกๆ บางคนก็ไม่ให้เลย หรือให้ทุเรศมากแบบไม่อายเลยว่าคนเขาจะมองอะไรยังไง เราเองกลับมาบ้านหลังทำงานชอบเล่าให้สามีฟังเรื่องลูกค้าแปลกๆ แฟนชอบถามคนประเภทไหนไม่ให้ทิป แปลกไม่รู้รึว่าประเทศนี้เขามีวัฒนธรรมกันยังไง แล้วไม่กลัวเหรอว่าคราวหน้าไปกินจะได้บริการแย่ๆ หรือท้องเสีย เราบอกโอ้ยเยอะเลยละพวกไม่ให้ แคร์ซะที่ไหนคนพวกนีี้ว่าใครจะคิดยังไงกับเขาขอประหยัดเงินเป็นพอ แต่บางคนก็แบบให้เวอร์มาก เคยเจออีกรายกินยี่สิบเหรียญให้ทิปสิบห้าเหรียญ ฮ่าดีแฮะ หรือบางทีลูกค้าสั่งทูโกคือสั่งห่อกลับบ้านซึ่งจริงๆไม่ต้องให้ทิปเลยก็ได้แต่บางรายให้ทิปเยอะเลยเยอะกว่าคนนั่งในร้านซะอีกนะ

ยังมีเรื่องเล่าอีกมากยังไงก็ติดตามตอนต่อไปนะค่ะ

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply