เรื่องเล่าจากร้านอาหารไทยในอเมริกา ตอนที่สอง
plew April 13th, 2011
เล่าเรื่องชีวิตการทำงานในร้านอาหารไทยในอเมริกากันต่อ สำหรับวันนี้มาเล่่าเกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆกันบ้าง
อย่างที่รู้ว่าคนทำงานเสริฟรายได้จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับทิป เพราะปกติร้านไทยจะให้ค่าแรงต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำแน่ๆ
คือเท่าที่เห็นมักจะให้อยู่ชั่วโมงละห้าเหรียญ บางร้านในบางรัฐอาจไม่ให้ค่าแรงเลยคือจะได้จากทิปล้วนๆ ดูแล้วเหมือนธุรกิจนี้น่าจะไปได้ดีเพราะเหมือนได้คนมาทำงานให้ฟรีๆ เพราะทิปมันก็มาจากลูกค้าทั้งนั้น แต่ถึงค่าแรงหรือค่าชั่วโมงจะน้อยแต่ถ้าได้ร้านที่ลูกค้าเยอะๆก็สามารถมีรายได้ในระดับที่น่าพอใจสำหรับหลายๆคนๆ
มาตรฐานคนอเมริกันจะให้ทิปที่สิบห้าเปอร์เซ็นของราคารวม แต่ถ้าถามว่าลูกค้าให้ทิปกันสิบห้าเปอร์เซ็นทุกโต๊ะไม๊ ตอบว่าไม่ไม่ให้เลยก็ยังมี หรือให้มาต่ำกว่าสิบห้าเปอร์เซ็นมากๆก็มี ใจดีเวอร์ให้มาห้้าสิบเปอร์เซ็นก็มีอีก เรื่องความแปลกของลูกค้าจะเอาไว้เล่าในตอนต่อไป
ถามว่าปกติพนักงานเสริฟเค้าได้ทิปกันชิพละเท่าไร อันนี้นั้นแล้วแต่ร้านจริงๆ อย่างที่เราทำซึ่งร้านมันขายไม่ค่อยดี บางวันชิพกลางวันอาจได้ทิปไม่ถึงสิบเหรียญก็มี คิดดูเถอะได้ทิปประมาณสิบบวกค่าแรงอีกสิบห้า รวมแล้วยี่สิบห้าเหรียญ
นี่คือน้อยมาก แต่บางวันโชคดีขายดีกลางวันก็อาจได้สามสิบเหรียญสำหรับทิป เพราะทำกันสองคน บวกกับเราต้องแบ่งทิปให้คนครัวอีกสิบเปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นปกติที่ทุกร้านจะทำคือทิปที่ได้แบ่งในครัวสิบเปอร์เซ็นที่เหลือก็หารกันสำหรับคนที่เสริฟข้างนอก บางร้านอาจให้คนครัวเยอะกว่านี้แต่ปกติก็ไม่เกินสิบห้าเปอร์เซ็น เพราะคนในครัวจะได้ค่าชั่วโมงมากกว่าคนเสริฟ
สำหรับดินเนอร์แน่นอนต้องขายได้มากกว่าเเพราะชั่วโมงมากกว่า และราคาอาหารแพงกว่่า ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าร้านไทยที่นี่มักมี Lunch Special ซึ่งราคาจะถูกกกว่าอาหารเย็น เท่าที่เคยได้มากสุดก็แปดสิบเหรียญคือทำกันสองคน แล้วก็ทั้งยุ่งทั้งเหนือยแบบไม่ได้หยุดลืมหูลืมตา คือเหนือยมากๆจะได้สักเจ็ดสิบแปดสิบไม่รวมค่าแรงกลับบ้าน วันที่ขายดีๆอย่างนี้รวมค่าแรงรวมทำสองชิพก็ได้เกือบๆสองร้อย ไม่เคยได้มากไปกว่านี้เพราะร้านที่เราทำอย่างที่บอกขายไม่ค่อยดี ในขณะที่คนที่เขาทำงานร้านดังๆที่ขายดีๆ แค่ดินเนอร์เขาก็ได้ทิปกันเกือบสองร้อยหรือเกินกว่านั้น นั่นคือร้านขายดีจริงๆ รวมๆต่อวันที่เราคำนวณเฉลี่ยรายได้ต่อวันรวมทุกอย่างถ้าทำทั้งวันก็อยู่ที่เก้าสิบเหรียญ มันขึ้นๆลงแต่นี่คือค่าเฉลี่ย
สิ่งที่ดีของการทำงานร้านอาหารคือกินฟรีด้วย วันไหนมาทำงานก็กินฟรี แถมเอาแฟนมากินด้วย เพราะอาหารเหลือเฝืออยู่แล้วก็ถือว่าประหยัดค่าอาหาร ดังนั้นถ้าถามว่ามาทำงานร้านอาหารรายได้ดีไม๊ ขึ้นกับร้านและความพอใจของแต่ละคน แต่รวมๆค่าเฉลี่ยของคนทำงานร้านอาหารถ้าอยากมีเงินเก็บก็ต้องประหยัด และทำงานเยอะ ประเภททำทุกวันหรือทำมันหกวัน กินฟรี อยู่ที่พักถูกๆก็จะมีเก็บ แต่ถามว่าโหปีนึงจะเก็บได้เป็นล้านไม๊ตอบเลยว่ายาก นอกจากเฮงได้ ร้านที่มันขายระเบิดทุกวัน และต้องบอกว่าได้ทิปเยอะก็แปลว่ายิ่งต้องเหนือยมาก เพราะแปลว่ายุ่ง ลูกค้าเยอะ มันเหนื่อยจริงๆ เพราะต้องทำอะไรให้เร็ว เร็วทุกอย่าง คิดเร็วด้วย ยุ่งมากๆนี่เครียด ไม่รู้จะเริ่มอะไรก่อนคนโน้นก็เร่ง คนนี่ก็รอ และงานมันต้องเดิน ต้องยืนนานๆคือเกินสิบชั่วโมงในกรณีทำทั้งวัน บวกทั้งยกทั้งแบกแก้วเป็นลังๆ ลังละสิบกว่าใบ ร้านปิดกวาดถูอีกต่างหาก นั่นแหละจะได้เงินเยอะๆ กลับบ้านก็ปวดันทั้งตัว คนที่ทำมานานๆมักมีปัญหาเรื่องหลังเพราะการยืนเดินต่อๆกันหลายๆชั่วโมงมันไม่เป็นผลดีต่อหลังเราแน่ๆ แต่เรื่อง side works นั้นแล้วแต่ร้าน บางร้านคนเสริฟต้องกวาดถู บางร้านไม่กวาดถูแต่ต้องล้างห้องน้ำ ท้ิงขยะ ล้างกระจก หรือต้องช่วยห่อพวกปอเปี้ยะด้วยอะไรด้วย แต่คืองานมันไม่ใช่แค่เสริฟแล้วจบ คือส่วนมากมันต้องทำความสะอาดด้วย ปิดบัญชีด้วย ฟิลของ ฟิลเหล้าเบียร์ด้วย อีกอย่างก็อีกแหละขึ้นกับระบบการทำงานของแต่ละร้าน บางร้าน wait รับออเดอร์ ดูแลลูกค้าอย่างเดียว แล้วมี Buss ช่วยเก็บโต๊ะ เสริฟอาหารเก็บจาน
บางรา้นมี Host คอยต้อนรับพาแขกไปนั่งอีก รับโทรศัพท์ด้วย แต่ร้านที่เราทำ คือทำมันทุกอย่างบาวันทำคนเดียวเลย ทั้งรับออเดอร์ ทั้งเสริฟ ทั้วเก็บ รับโทรศัพท์ ห่อทูโก ทุกอย่างในหนึ่งเดียว วันไหนเกิดคนเยอะนี่คือทำไม่ทันเลยละ เพราะมันมีคนเดียว
น้องบางคนที่เขาทำร้านที่ขายดีๆ มีเงินเก็บซื้อบ้านได้ ก็คือผ่อนบ้านได้เลย แต่ถามว่าเขาชอบทำไม๊ก็ไม่หรอก แต่ก็ทำเพราะได้เงินโอเค งานอย่างอื่นก็ไม่มีวุฒิไม่้จะทำอะไร เพราะมาจากเมืองไทยก็ไม่จบอะไรมา มาถึงก็ทำงานไม่ได้เรียนอะไรเพิ่ม หรือหลายๆคนทำงานในครัว เสริฟมาพักใหญ่เก็บเงินได้พอควรเห็นช่องทางก็ขยับมาเปิดร้านตัวเองก็มากมาย แต่จะรุ่งหรือจะร่วงอันน้ันอีกเรื่องนึง แต่เท่าที่เห็นร้านที่ดังๆขายดีๆ ส่วนมากจะเป็นพวกลูกคนมีตังค์อยู่แล้ว หรือคนมีการศึกษาดีมาเปิด พวกนี้บางทีมาเรียนโท มาเรียนต่อ มาทำงานเสริฟเล่นๆ แล้วเห็นช่องทาง เข้าใจธุรกิจบ้างแล้วบวกกับมีเงินก็เปิด ขายดีก็ขยายสาขา เอาญาติที่เมืองไทยมาหุ้นมาขยายสาขาเพิ่ม คือพวกที่ขายดีก็หยุดไม่อยู่ ขยายมันเรื่อยๆ มีเจ้าของร้านหนึ่งร้านนี้ขายดี มีหลายร้านแต่ใช้คนละชื่อ เจ้าของก็ทำงานบริษัทดังในเมืองไทย early retired มาได้เงินก้อนใหญ่ก็มาเมกา เริ่มมาหาประสบการณ์ในครัว แล้วก็มาเสริฟต่อ
แต่คือเขาลองทำเพราะอยากเรียนรู้ธุรกิจ พอรู้ระบบแล้วก็เปิดของตัวเอง เจ้าของร้านอีกประเภทที่เจอคือเป็นลูกจ้างมานานอาจจะทำในครัวหรือทำเสริฟมานาน เก็บเงินได้ก็เอ้าเปิดบ้าง เคยเจอร้านหนึ่งแบบว่านะคนมือใหม่หัดทำธุรกิจ ก็บนมันทุกชั่วโมง คนน้อยจัง ลูกค้าทำไมไม่มี ตอนรับเราเข้ามาทำก็บอกให้มาทำร้านเขาเลยไปออกจากร้านเก่า ปรากฎพอทำ บางวันโทรมาแหละก่อนถึงเวลาทำงานตครึ่งชั่วโมง โอ้ยวันนี้ลูกค้าน้อยมากเลยขายไม่ได้ไม่ต้องมานะ เจอมาสามครั้งเราก็เลยโอเคทำกันเองละกัน ใครเขาจะมาทำงานกับคุณ เราเองยังดีเพราะจริงๆไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่คนที่เขาต้องทำงานจริงๆ เดี๋ยวให้มาเดี๋ยวโทรมาแล้วไม่ต้องมา ใครเขาจะมาทำเขาก็ไปทำร้านอื่นกันหมด พวกเจ้าของแบบหลังนี้คือยังไม่เข้าใจธุรกิจมันก็อย่างนี้มีขึ้นมีลง แต่ว่าจะมาประหยัดกับค่าแรงแค่ยี่สิบเหรียญแล้วสุดท้ายไม่มีคนทำงานให้ แล้วก็บ่นทุกชั่วโมงว่าคนไม่มี แต่เดี๊่ยวก็หน้าบานว่าลูกค้าเยอะอะไรงั้น ในขณะที่ร้านที่เราทำเจ้าของเขาเป็นนักธุรกิจ เขาไม่ค่อยมากังวลมากกับคนเยอะคนน้อยรายวันรายชั่วโมงดูที่ภาพรวม เพราะแน่นอนทำธุรกิจไม่ใช่งานประจำที่มันจะแบบว่าดีทุกวัน แต่สิ่งที่เขาต้องคิดคือถ้าเขาจะประหยัดกับค่าแรงคนแค่ยี่สิบ แต่ถ้าเกิดมันขายดีแล้วบริการไม่ทัน ตรงนี้กระทบมาก เพราะลูกค้าเมื่อไม่ประทับใจอาจไม่กลับมาใช้บริการอีกเลย ในขณะที่ร้านที่ยังไม่เข้าใจก็โอเคฉันขอประหยัดไอ้เงินเล็กๆน้อยๆ เพราะช่วงเช้าขายไม่ดีตอนเย็นก็เดาว่าคงไม่ดีอีกแต่หารู้ไม่ว่าเช้าขายไม่ได้ไม่ได้แปลว่าเย็นจะขายไม่ดีซะที่ไหน ปรากฎเย็นขายดีทำไม่ทัน คราวนี้ก็บ่นอีก โอ้ยหาคนมาทำงานยากจัง เฮ้อๆ คิดแล้วก็ขำดี เอาละตอนหน้าจะมาเล่าเรื่องลูกค้าแปลกให้ฟังกันบ้าง
- เกี่ยวกับงาน ###