โทรศัพท์มือถือในอเมริกา Buy a Cell Phone in the US.
plew July 22nd, 2010
วันนี้มานั่งเขียนเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ในอเมริกากันบ้าง สาเหตุที่เขียนเพราะมีเพื่อนๆในเมืองไทย แบบว่าอยากฝากเราซื้อ iPhone คือถามกันมาหลายคนเกี่ยวกับเรื่องการซื้อเครื่อง iPhone or Blackberry จากอเมริกากลับไปเมืองไทย เพราะส่วนมากจะคิดว่าซื้อเครืื่องโทรศัพท์มือถือที่นี่ถูกกกว่าเมืองไทย ซึ่งจะว่าไปมันก็จริง แต่ก็มีหลายๆอย่างที่มันต่างจากเมืองไทยมากๆที่หลายๆคนไม่เข้าใจ เราเองจริงๆสำหรับเพื่อนก็ยินดีที่จะหิ้วเข้าไปให้แต่มันก็ไม่ใช่ง่ายๆอย่างที่เพื่อนคิด เพราะอะไร
อย่างแรกที่นี่เวลาซื้อเครื่องคือซื้อโทรศัพท์มักหรือเป็นปกติจะต้องซื้อกับผู้ให้บริการเครือข่าย จะไปแบบว่าซื้อเครื่องเปล่าแบบเสรีอย่างเมืองไทยไม่มี แล้วปกติพวกผู้ให้บริการมักจะพยายามหรือบังคับเลยละให้เราต้องมีสัญญาผูกพันส่วนมากจะสองปีว่าจะต้องใช้บริการกับเขา ไม่งั้นค่าเครืืื่องโทรศัพท์จะแพงๆมาก ในขณะที่ถ้าเราเซ็นสัญญาคือจะใช้บริการกับเขาสองปีจะได้เครื่องฟรีในหลายๆรุ่น หรือได้เครื่องในราคาถูกกกว่ามากถ้าเทียบกับไม่มีสัญญา และเครื่ืื่องที่นี่ซื้อมาเครื่ืื่องจะล็อคคือล็อกให้ใช้ได้แค่สำหรับเครื่อข่ายนั้นๆ ถ้าจะปลดก็ต้องขอให้บริษัทส่งรหัสปลดมาให้ ซึ่งดูเหมือนง่ายคือก็ขอให้เขาส่งรหัสมาเราก็ปลดล็อกได้ แต่ในความจริงที่โดนกับตัวเอง ตอนกลับเมืองไทย เราก็อยากใช้เครื่องเดิมกับวิมในเมืองไทย ก็โทรไปขอรหัสปลดล็อกกับ TMobile ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เราใช้บริการอยู่ ขอก่อนไปสามอาทิตย์ได้ ก็ไม่ส่งมา ก็โทรไปตามส่งมาให้ปรากฎว่าก็ยังล็อกอยู่แจ้งไป ส่งรหัสใหม่มาให้ก็ยังไม่สามารถปลดล็อกได้อยู่ดี จนเราถอดใจกลับเมืองไทยก็ซื้อเครื่องถูกๆมาใช้ไปพลางๆ ตอนนี้กำลังจะกลับบ้านอีกรอบ ก็ให้แฟนไปติดต่ออีกเพราะแฟนก็อยากใชเครื่ืื่องที่เขามีระหว่างที่อยู่เมืองไทย คราวนี้ TMobile บอกว่าไม่สามารถรับปากได้ว่าจะหารหัสให้เราได้ไหมเพราะเขาต้องขอไปที่บริษัทที่ผลิตเครื่อง เราก็เซ็งๆ เราว่าจริงๆเขาไม่อยากให้เราปลดมากกว่าละมั้ง สรุปไปแจ้งขอมาสองอาทิตยืแล้วก็เงียบหายไปตามระเบียบ เราเองก็ไม่ใช่คนมีความรู้เรืื่องโทรศัพท์ไม่งั้นคงหาวามารปลดเองได้ ถ้าเป็นเมืองไทยคงมีร้านที่รับปลดได้อยู่
สรุปก็คือที่นี่มันไม่ได้เสรีเหมือนเมืองไทยที่มีตลาดมือถือมากมายทั้งมือหนึ่งมือสอง หรือซื้อเครื่องกับศูนย์ก็ไม่มีการล็อกเครื่องแต่อย่างใด เครื่องมือสองนะมีแต่ก็คือซื้อตามอินเตอร์เนตพวก ebay มันไม่มีแบบ MBK หรือตลาดมือถือมือสองอื่นๆแบบเมืองไทย หรือร้านขายมือสองเราก็ไม่เคยเห็นจริงๆ เพราะเราเองถ้าจะซื้อบางรุ่นเช่น iPhone ที่ไม่มีสัญญาเราก็ซื้อ ebay เช่นกัน พูดเรืื่อง iPhone แล้วก็ต่อเลยเพราะเป็นอะไรทีี่เพื่อนถามกันเยอะ อยากให้ซื้อมา ประเภทซื้อที่นี่เท่าไร ยังไง ถูกไม๊ iphone เอาจริงๆเลย ถ้าซื้อที่นี่มีผู้ให้บริการรายเดียวที่มี deal กับ apple คือ At&t ซื้อไอโฟนโดนบังคับให้มีสญญาสองปีกับ At&t ราคาเครื่องก็อยู่ประมาณ $199
iPhone 4 ตอนนี้ เครื่อข่ายอื่นๆที่นี่เช่นที่เราใช้ไม่สามารถใช้ไอโฟนได้ อย่างถูกต้อง จริงๆเราเองก็ใช้แต่เราซื้อเครื่องที่ปลดล็อกแล้วจากอีเบย์ 3gs มาก็ประมาณสามร้อยกว่าเหรียญเป็นมือสอง ซึ่งมันแพงกว่ามากถ้าเทียบกับซื้อตรงจากแอปเปิ้ลหรือ At&t แต่ว่าเราไม่ต้องการมีสัญญาสองปีนี่นาทำไงได้ เครื่องมือหนึ่งไม่ล็อกตามอีเบย์ก็อยู่ราวๆ $500-600 สำหรับ 3gs iPhone4 ก็จะแพงไปเป็นแปดร้อยถึงพันเหรียญ ซึ่งถ้าซื้อทางเนตเมืองไทยก็สั่งได้เช่นกัน เพียงแต่ผู้ขายบางรายอาจไม่ส่งของอินเตอร์คือส่งแค่ในประเทศ ดังนั้นก็ลองดูว่าราคาขนาดนี้ถูกกกว่าซื้อในเมืองไทยไม๊ เราเองก็ไม่ทราบว่าคนที่ขายเครื่องใหม่ไม่ล็อกเขาเอาเครื่องไอโฟนมาจากไหน แต่คนธรรมดาอย่างเรา หาไม่ได้ก็คือหาได้ทางเนตแล้วจ่ายแพงสถานเดียว คิดดูซื้อมีสัญยาแค่ร้อยเก้าเก้า แต่ไม่ล็อกปาเข้าไปพันหนึ่ง
บางคนอาจได้ข่าวเช่นกันว่าในอนาคตไม่รู้้แค่ไหน iphone จะสามารถใช้กับเครื่อข่ายอื่นๆมากขึ้นอันนี้หมายถึงในอเมริกา ที่คนพูดกันมากคือ verizon ซึ่งเป็นเครือข่ายที่นิยมมากที่นี่เพราะสัญญาณแรงแต่ว่ามันเป็นแบบ CDMA คือไม่ใช่ซิม ใชจูนอย่างเดียว ก็มีเสียงเรียกร้องมากอยากให้ไอโฟนใช้ได้กับเครือข่ายนี้ แต่เราว่าสุดท้ายมันก็ต้องมีสัญญาอีกอยู่ดีละ เพราะมันเป็นระบบของโทรศัพท์ที่อเมริกา ที่ชอบบังคับผูกมัดผู้บริโภค บางคนถามว่ามาอเมริกาควรเอามือถือจากเมืองไทยมาไม๊หรือมาซื้อที่นี่ จริงๆมันก็แล้วแต่นะ แต่ว่าถ้ามาอยู่แค่ไม่นานไม่กี่เดือนเอาเครื่องมาด้วยก็ดี กลับไปก็ไม่ต้องเสียเวลาเอาเครื่องที่นี่ไปปลดล็อก ก็แค่ซื้อซิมแล้วก็จ่ายเติมเงินเอา เพราะส่วนมากพวกเป็นแพลนๆที่นี่มักจะผูกพันยาว แต่ถ้าคิดมาอยู่ยาวๆก็มาซื้อที่นี่ก็ได้เพราะถ้าทำสัญยาพวกสองปี จะได้เครื่องราคาถูกกว่าเมืองไทย หรือได้เครื่องฟรีๆ ถ้าถามว่าค่าโทรศัพท์ของที่นี่กับเมืองไทยที่ไหนถูกกกว่าอันนี้หมายถึงมือถือ เราว่าพอๆกัน แต่ถ้าแบบเป็นครอบครัวที่นี่มักมีแพลนแบบครอบครัวห้าเบอร์อะไรประมาณนั้น โทรหากันฟรีตลอด หรือได้เครื่องกี่เครื่องฟรีแล้วแต่โปรโชมั่นก็ถูก แต่ตัวเราเองกับแฟนก็ตกเดือนละห้าสิบเหรียญต่อคนก็ประมาณพันห้าโทรได้กี่นาทีจำไม่ได้ เราว่ารวมๆก็ไม่ต่างจากเมืองไทย
- อื่นๆ ###
Nice writing style. I look forward to reading more in the future.
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
อยากจะถามพี่ว่า ไม่ทราบว่ามีแต่สัญญา 2 ปีหรอค่ะ คือว่าจะไปเรียนภาษา แต่น่าจะประมาณ 1 ปีค่ะ กำลังตัดสินใจว่าจะเอาไปจากไทย หรือไปซื้อที่นู้นดี แล้วไม่ทราบว่าไอโฟนมีแบบสัญญา 1 ปี หรือปล่าวค่ะ
และขอถามเรื่อง notebook ด้วยค่ะ ไม่ทราบว่าซื้อที่นู้นถูกกว่าไทยหรือเปล่าค่ะ คือยังงัยก็ต้องซื้อค่ะ แต่ไม่รู้จะซื้อจากไทย หรือซื้อที่ซานฟรานดีค่ะ
ถ้าโทรศัพท์อื่นๆที่ไม่ใช่ iphone ไม่สัญญาสองปี หรือซื้อซิมเติมเงินก็มีค่ะ แต่จะบอกว่าถ้าซื้อเครื่องที่นี่แบบไม่สองปีเครื่องจะแพงนะ แล้วก็มีรุ่นให้เลือกไม่มากนักด้วย แต่ถ้าไอโฟนมีแต่สัญญาสองปีกับ At&t ค่ะ ปีเดียวไม่มีนะ นอกจากคุณซื้อเครื่องไม่ล็อคจากที่่ือื่นมาแล้วก็ใส่ซิมที่นี่ แต่ถ้าซื้อที่นี่สองปีค่ะสัญญา ข้างล่างก๊อปมาจาก apple ค่ะ
Which U.S. mobile phone carrier provides iPhone service?
AT&T is the exclusive carrier for iPhone in the U.S. This means that iPhone is configured to work only with wireless service provided by AT&T.
Can I buy an iPhone without an AT&T contract?
No. iPhone requires a two-year AT&T wireless service contract.
สำหรับ laptop ซื้อเมกาถูกกกว่าค่ะ แต่ว่าไม่มีลงโปรแกรมอะไรให้เลยนะนอกจากแค่พวก main operation ถ้าจะซื้อที่นี่เตรียมโปรแกรมมาลงด้วยเลย เพราะที่นี่ไม่มีโปรแกรมผีขายนะจ๊ะ อ้อถ้าจะซื้อที่นี่ซื้อสติ๊กเกอร์แป้นพิมพ์ไทยมาด้วยเลยก็ดี ถ้าพิมพ์สัมผัสไม่ได้…อย่าลืมช่วยกันคลิกโฆษณาด้วยจ้า
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ
ขอถามอีกนิดค่ะ ถ้าเอาแผ่นโปรแกรมไปเอง ไม่ทราบว่าตอนผ่านเค้าเมือง จะมีการตรวจ หรือจับหรือไม่ค่ะ (แผ่นผีค่ะ)
เรื่องโปรแกรมผีถ้าเขาเจอก็ผิดซิค่ะ จริงๆพวกโปรแกรมผีพวกนี้มันไม่มีเขียนอะไรบนอผ่นอยู่แล้ว เวลาเอามาก้อย่าเอากระดาษข้างหน้าที่เขียนมันบอกว่าเป็นโปรแกรมอะไร เอามาแต่แผนเค้าไม่มาเปิดดูหรอกค่ะ เราเอามาประจำเลยก็ไม่เคยมีปัญหาเลยนะ แล้วก็ย่าไปเขียนบนแผ่นว่านี่โปรแกรมอะไรด้วย
ค่ะ ขอบคุณสำหรับคำตอบนะค่ะ
แนะนำให้เอา
1. window จะเป็น xp vista หรืออะไรก็ได้ที่คุรต้องการใช้
2. microsoft office ที่รองรับภาษาไทย
3. sticker แป้นพิมพ์ภาษาไทย
4.software programต่างที่ชอบเตียมไว้เลย
5.printer ที่นี่มีถูกยันแพง แต่หมึกแพงโครต หากสามารถขนหมึกแบบ refill มาได้ก็จะช่วยประหยัดครับ แถวchina town ที่ manhattan NY มีเจ้าหนึ่งขายแต่จะเน้นของ epson มีตลับหมึก หมึกของ copyขาย
6.ถ้าชอบ mp 3 player ( ที่นี่คนนิยมฟัง mp3 กันมาก)แนะนำซื้อจากเมืองไทยแถวบ้านหม้อ คลองถม สะพานเหล็กหรือ ที่ไหนก็ได้ เมืองไทยจะถูกกว่าครับ แต่ถ้าคุณมาที่นี่ ทำงานได้ หาเงินได้ มาซื้อของดีๆ พวก iphone ipod หรือ computer netbook notebook ดีๆได้ครับ
7.พวก talking dictionary ดีๆถ้าเอามาได้ก็เป็นประโยชน์อย่างมากครับ
ขอบคุณค่ะคุณ Vichan ที่ช่วยให้ข้อมูล talking dic เราใช้เยอะมากตอนมาอยู่ใหม่ แต่แนะนำเพิ่มว่าให้ซื้อ longman เล่มใหญ่ซึ่งมีแผ่นซีดีติดมาให้ด้วย แล้วก็ลงในคอมไว้เลย ขอบอกว่าดีมากๆ ค้ะโดยเฉพาะถ้าคุณมาเรียนภาษาหรือเรียนต่อ ช่วยเรื่องการเขียนและแกรมมาได้ดีมากๆ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ
สอบถามเพิ่มเติมค่ะ “ซื้อ longman เล่มใหญ่ซึ่งมีแผ่นซีดีติดมาให้” ซื้อตามร้านหนังสือหรอค่ะ
ใช่ค่ะซื้อตามร้านหนังสือทั่วไปหรือออนไลน์ก็ได้ หรือว่าถ้าอยากได้แค่ตัวโปรแกรมซื้อแล้วดาวโหลดจาก longman เลยก็ได้เช่นกัน
ขอบคุณค่ะ
พอดีเคยเห็นผ่านๆตา แล้วโดยส่วนตัวก็ใช้ T-mobile นะคะ ตอนนี้ยังเหลือสัญญาอีก 1 เดือน (ที่จริงกลับมาไทยตั้งแต่ยังเหลือสัญญาอีก 2 เดือนด้วยซ้ำ) เราก็ไม่ได้ใช้หรอกแต่ต้องจ่ายรายเดือนมันไปเพราะไม่งั้นมันก็จะปรับ 200 ดอล ทั้งๆที่เถียงกับทางเจ้าหน้าที่มันหลายรอบแล้วเรื่องสัญญา (อันนี้ขอข้ามไปก่อน เรื่องมันยาว) เจ้าหน้าที่มันก็ทำเฉย รับเรื่องแล้วก็เงียบ พอสิ้นเดือนมา บิลมันก็ออกมาอยู่ดี (เจ็บใจมาก เถียงไปก็เหนื่อยเปล่า เพราะมันก็จะปล่อยให้เรารอไปงั้นแหละ เสียความรู้สึก)
เด๋วอารมณ์เสียถ้าบ่นมากไปหน่อย อิอิ ขอเข้าเรื่องละกัน ไอโฟนที่ซื้อจากเมกาสามารถเอามาใช้ที่ไทยได้นะคะ ตามห้างที่เมกาก็จะมีบูทเล็กๆ สำหรับ ปลดล็อกมือถือ แต่เราก็ไม่เคยเข้าไปถามหรอกว่าราคาเท่าไหร่ แต่ก็เคยกูเกิลเจอหลายเว็บเหมือนกันที่ขายโค้ดปลดล็อกมือถือ เกือบทุกรุ่นในเมกา แล้วก็ไม่แพงมาก ขึ้นอยู่กับรุ่นโทรศัพท์ หรือไม่งั้นก็เอามาที่ไทยแล้วไปปลดล็อกได้ตามร้านโทรศัพท์เกลือนๆในกรุงเทพ เพราะเพื่อนรุ่นน้องเค้าก็เอาไปทำมา (จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่ไม่แพงค่ะ)
แต่ถ้าไม่ติดแบรนด์ ใช้โนเกียก็น่าจะดีกว่า เราเองเป็นแฟนโนเกียค่ะ ไปแรกๆก็เอาเครื่องที่ไทยไปเลย แล้วไปซื้อซิมเอาที่โน่น แรกๆก็ซื้อแบบงงๆ โง่ๆไป แล้วเครื่องที่ได้มาจากทีโมบาย ตอนนั้นเป็นซัมซุง สีแดง ฝาพับ ก็ใช้ไม่ถนัด เลยเปลี่ยนเอาซิมมาใส่ในมือถือโนเกียของเราเอง ปรากฏว่า เอ้า ใช้ได้นี่ อิอิ ก็เลยศึกษาดู ว่าส่วนใหญ่แล้ว หรืออาจจะทั้งหมดก็ได้ โนเกียเป็นมือถือที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก แค่ใส่ซิมไปเท่านั้น (ถ้ารู้งี้ ซื้อซิงแบบเติมเงินตั้งแต่แรกก็ดี) เพราะรวมๆ รายเดือนที่เลือกมาใช้แล้ว นี่ขนาดเลือกแบบถูกสุด คุ้มสุดแล้ว มันก็ยังเสียเงินไปเฉยๆ กว่าพันดอลล่าตั้งแต่ได้เบอร์มา ไม่คุ้มเลย ตอนนี้กลับมาที่ไทยก็เอาโนเกียที่ซื้อที่โน่นกลับมาใช้ที่ไทย (เครื่องเก่า ทำตกบ่อย แต่ก็ทนมือทนเท้ามากว่าสองปี ฮ่าๆๆๆ) แล้วใส่ซิมเน็ตของดีแทคเข้าไปก็ใช้เป็นโมเด็มเอาไว้ต่อเล่นเน็ตได้ด้วย อันนี้ถือว่าสะดวกมากมาย ใจจริงก็ชอบไอโฟนตรงที่มันเก๋ดี บาง แล้วหน้าาจอสวย แต่ผลลัพธ์โดยรวมแล้ว ฟังก์ชั่นแทบไม่ต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นโนเกีย หรือบริษัทอื่นๆ เพราะตลาดมีการแข่งขันสูงมาก แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วมันอยู่ที่เราค่ะ ว่าความต้องการของเราคืออะไร แล้วโทรศัพท์ที่เราอยากซื้อมาใช้มีประสิทธิภาพสูงเกินไปหรือเปล่า เพราะถ้าประสิทธิภาพสูงมาก ราคามันก็แพงมาก แต่ถ้าแค่เอามาใช้โทรออก ส่งเมสเสจ ฟังเพลง หรือถ่ายรูป พวกฟังก์ชั่นทั้งหลายแหล่ที่มีอยู่ในเครื่องก็ชาตินึงใช้ที อันนี้ไม่คุ้มเงินหรอกค่ะ
ตอนนี้โทรศัพท์รุ่นใหม่ ฟังก์ชั่นใหม่ๆออกมาเยอะมากที่เมกา ราคามันก็ถูกลง ถ้าเลือกให้ตรงกับความต้องการของเราแล้วใช้มันได้อย่างคุ้มค่าจะดีที่สุด เพราะที่สำคัญนั้น คือค่าโทร และโปรโมชั่นของระบบที่ให้บริการมากกว่า ที่เราต้องให้ความสำคัญ เราเลือกทีโมบายเพราะเห็นว่ามันถูกสุด แต่พอเอาเข้าจริง มันจะมีค่าปรับ นั่น โน่น นี่ ค่าเปลี่ยนแพคเกจแพงมากก รวมถึงค่าอะไรต่างๆนาๆที่แฝงเร้นเข้ามาอีก ซึ่งพอถามไปมันก็จะบอกเราว่า มันเป็นข้อตกลง นโยบาย บลาๆๆๆ ของบริษัท ถ้าเอทีแอนด์ที ที่ผูกขาดไอโฟนไว้ เราจำเป็นต้องซื้อแพคเกจไอโฟน ซึ่งก็แพงมหาโหดเหมือนกัน ทั้งๆที่การใช้งานก็ไม่ได้ต่างกะรุ่นอื่นตรงไหนมาก แต่มันจะมาแยกเป็นค่า เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (ทั้งๆที่ตัวเครื่องมีตัวรับสัญญาณไวเลส ซึ่งเราจะใช่สัญญาณจากที่ไหนก็ได้แบบฟรีๆอยู่แล้ว ถ้าไม่ค่อยได้ออกไปใช้เน็ตนอกบ้านมากมายอ่ะนะ) ส่วนเวอร์ไรซัน กับ สปริ๊นท์ก็ล็อกเครื่องไว้เลย อันนี้ทำไรไม่ได้ เลย (ของเค้าแรงมาก ขอบอก แต่สัญญาณพี่แกก็ไร้เทียมทานอ่ะนะ)
เพราะงั้นก็แล้วแต่จะพิจารณา ซื้อหามาใช้กัน ตามสมควรนะคะ ทางที่ดีศึกษาตามเว็บก่อนดีกว่า เปรียบเทียบเอาว่าอันไหนคุ้มกว่ากัน
ตอนไปอยู่นู่น ใช้ทีโมบายเหมือนกันค่ะ รู้สึกทีโมบายห่วยมากๆๆๆๆๆ
ดิฉันได้เบอร์โทร จากอเมริกามา 0118034519157 เคยโทรออกไปแล้วระบบ ตอบกลับมาว่า ขอโทษค่ะไม่สามารถโทรเบอร์นี้ได้ ดิฉันต้องกดอย่างไรคะ
คุณ Rungthip
ปกติเบอร์ที่อเมริกา จะเริ่มที่รหัสเมืองสามหลัก เช่น ซานฟราน ก็จะ 415 แล้วต่อด้วย
หมายเลขเจ็ดหลักแบบบ้านเราค่ะ ถ้าคุณจะโทรไปอเมริกาสมมติว่าคุณจะโทรจากระบบ
009 ของการสื่อสาร ก็กด 009 ตามด้วย 1 ซึ่งเป็นรหัสประเทศอเมริกา แล้วตามด้วย
รหัสเมืองแล้วก็เบอร์โทร ตัวอย่างนะ 00914157777888 ค่ะ เบอร์ที่คุณได้มา
เราเดาว่า รหัสเมืองคือ 803 เบอร์คือ 4519157 สามตัวข้างหน้าน่าจะเป็นรหัส หนึ่งตัวที่สามเป็รรหัสประเทศ แต่ ศูนย์หนึ่งข้างหน้าไม่แน่ใจ ดังนั้นถ้าคุณจะใช้ 009 โทรไปก็กด
00918034519157 คุณไม่จำเป็นต้องใช้ 009 มันมีบริการโทรระหว่างประเทศเยอะแยะค่ะ แต่แต่ละระบบอาจมีวิธีหรือรหัสต่างกันไป ปกติผู้ให้บริการก็จะบอกวิธีการใช้งานอยู่แล้ว
ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้เพิ่มเยอะเลย:)