Archive for July, 2010

โทรศัพท์มือถือในอเมริกา Buy a Cell Phone in the US.

plew July 22nd, 2010

Cheap calls to Thailand

วันนี้มานั่งเขียนเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ในอเมริกากันบ้าง สาเหตุที่เขียนเพราะมีเพื่อนๆในเมืองไทย แบบว่าอยากฝากเราซื้อ iPhone คือถามกันมาหลายคนเกี่ยวกับเรื่องการซื้อเครื่อง iPhone or Blackberry จากอเมริกากลับไปเมืองไทย เพราะส่วนมากจะคิดว่าซื้อเครืื่องโทรศัพท์มือถือที่นี่ถูกกกว่าเมืองไทย ซึ่งจะว่าไปมันก็จริง แต่ก็มีหลายๆอย่างที่มันต่างจากเมืองไทยมากๆที่หลายๆคนไม่เข้าใจ เราเองจริงๆสำหรับเพื่อนก็ยินดีที่จะหิ้วเข้าไปให้แต่มันก็ไม่ใช่ง่ายๆอย่างที่เพื่อนคิด เพราะอะไร

อย่างแรกที่นี่เวลาซื้อเครื่องคือซื้อโทรศัพท์มักหรือเป็นปกติจะต้องซื้อกับผู้ให้บริการเครือข่าย จะไปแบบว่าซื้อเครื่องเปล่าแบบเสรีอย่างเมืองไทยไม่มี แล้วปกติพวกผู้ให้บริการมักจะพยายามหรือบังคับเลยละให้เราต้องมีสัญญาผูกพันส่วนมากจะสองปีว่าจะต้องใช้บริการกับเขา ไม่งั้นค่าเครืืื่องโทรศัพท์จะแพงๆมาก ในขณะที่ถ้าเราเซ็นสัญญาคือจะใช้บริการกับเขาสองปีจะได้เครื่องฟรีในหลายๆรุ่น หรือได้เครื่องในราคาถูกกกว่ามากถ้าเทียบกับไม่มีสัญญา และเครื่ืื่องที่นี่ซื้อมาเครื่ืื่องจะล็อคคือล็อกให้ใช้ได้แค่สำหรับเครื่อข่ายนั้นๆ ถ้าจะปลดก็ต้องขอให้บริษัทส่งรหัสปลดมาให้ ซึ่งดูเหมือนง่ายคือก็ขอให้เขาส่งรหัสมาเราก็ปลดล็อกได้ แต่ในความจริงที่โดนกับตัวเอง ตอนกลับเมืองไทย เราก็อยากใช้เครื่องเดิมกับวิมในเมืองไทย ก็โทรไปขอรหัสปลดล็อกกับ TMobile ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เราใช้บริการอยู่ ขอก่อนไปสามอาทิตย์ได้ ก็ไม่ส่งมา ก็โทรไปตามส่งมาให้ปรากฎว่าก็ยังล็อกอยู่แจ้งไป ส่งรหัสใหม่มาให้ก็ยังไม่สามารถปลดล็อกได้อยู่ดี จนเราถอดใจกลับเมืองไทยก็ซื้อเครื่องถูกๆมาใช้ไปพลางๆ ตอนนี้กำลังจะกลับบ้านอีกรอบ ก็ให้แฟนไปติดต่ออีกเพราะแฟนก็อยากใชเครื่ืื่องที่เขามีระหว่างที่อยู่เมืองไทย คราวนี้ TMobile บอกว่าไม่สามารถรับปากได้ว่าจะหารหัสให้เราได้ไหมเพราะเขาต้องขอไปที่บริษัทที่ผลิตเครื่อง เราก็เซ็งๆ เราว่าจริงๆเขาไม่อยากให้เราปลดมากกว่าละมั้ง สรุปไปแจ้งขอมาสองอาทิตยืแล้วก็เงียบหายไปตามระเบียบ เราเองก็ไม่ใช่คนมีความรู้เรืื่องโทรศัพท์ไม่งั้นคงหาวามารปลดเองได้ ถ้าเป็นเมืองไทยคงมีร้านที่รับปลดได้อยู่

สรุปก็คือที่นี่มันไม่ได้เสรีเหมือนเมืองไทยที่มีตลาดมือถือมากมายทั้งมือหนึ่งมือสอง หรือซื้อเครื่องกับศูนย์ก็ไม่มีการล็อกเครื่องแต่อย่างใด เครื่องมือสองนะมีแต่ก็คือซื้อตามอินเตอร์เนตพวก ebay มันไม่มีแบบ MBK หรือตลาดมือถือมือสองอื่นๆแบบเมืองไทย หรือร้านขายมือสองเราก็ไม่เคยเห็นจริงๆ เพราะเราเองถ้าจะซื้อบางรุ่นเช่น iPhone ที่ไม่มีสัญญาเราก็ซื้อ ebay เช่นกัน พูดเรืื่อง iPhone แล้วก็ต่อเลยเพราะเป็นอะไรทีี่เพื่อนถามกันเยอะ อยากให้ซื้อมา ประเภทซื้อที่นี่เท่าไร ยังไง ถูกไม๊ iphone เอาจริงๆเลย ถ้าซื้อที่นี่มีผู้ให้บริการรายเดียวที่มี deal กับ apple คือ At&t ซื้อไอโฟนโดนบังคับให้มีสญญาสองปีกับ At&t ราคาเครื่องก็อยู่ประมาณ $199
iPhone 4 ตอนนี้ เครื่อข่ายอื่นๆที่นี่เช่นที่เราใช้ไม่สามารถใช้ไอโฟนได้ อย่างถูกต้อง จริงๆเราเองก็ใช้แต่เราซื้อเครื่องที่ปลดล็อกแล้วจากอีเบย์ 3gs มาก็ประมาณสามร้อยกว่าเหรียญเป็นมือสอง ซึ่งมันแพงกว่ามากถ้าเทียบกับซื้อตรงจากแอปเปิ้ลหรือ At&t แต่ว่าเราไม่ต้องการมีสัญญาสองปีนี่นาทำไงได้ เครื่องมือหนึ่งไม่ล็อกตามอีเบย์ก็อยู่ราวๆ $500-600 สำหรับ 3gs iPhone4 ก็จะแพงไปเป็นแปดร้อยถึงพันเหรียญ ซึ่งถ้าซื้อทางเนตเมืองไทยก็สั่งได้เช่นกัน เพียงแต่ผู้ขายบางรายอาจไม่ส่งของอินเตอร์คือส่งแค่ในประเทศ ดังนั้นก็ลองดูว่าราคาขนาดนี้ถูกกกว่าซื้อในเมืองไทยไม๊ เราเองก็ไม่ทราบว่าคนที่ขายเครื่องใหม่ไม่ล็อกเขาเอาเครื่องไอโฟนมาจากไหน แต่คนธรรมดาอย่างเรา หาไม่ได้ก็คือหาได้ทางเนตแล้วจ่ายแพงสถานเดียว คิดดูซื้อมีสัญยาแค่ร้อยเก้าเก้า แต่ไม่ล็อกปาเข้าไปพันหนึ่ง

บางคนอาจได้ข่าวเช่นกันว่าในอนาคตไม่รู้้แค่ไหน iphone จะสามารถใช้กับเครื่อข่ายอื่นๆมากขึ้นอันนี้หมายถึงในอเมริกา ที่คนพูดกันมากคือ verizon ซึ่งเป็นเครือข่ายที่นิยมมากที่นี่เพราะสัญญาณแรงแต่ว่ามันเป็นแบบ CDMA คือไม่ใช่ซิม ใชจูนอย่างเดียว ก็มีเสียงเรียกร้องมากอยากให้ไอโฟนใช้ได้กับเครือข่ายนี้ แต่เราว่าสุดท้ายมันก็ต้องมีสัญญาอีกอยู่ดีละ เพราะมันเป็นระบบของโทรศัพท์ที่อเมริกา ที่ชอบบังคับผูกมัดผู้บริโภค บางคนถามว่ามาอเมริกาควรเอามือถือจากเมืองไทยมาไม๊หรือมาซื้อที่นี่ จริงๆมันก็แล้วแต่นะ แต่ว่าถ้ามาอยู่แค่ไม่นานไม่กี่เดือนเอาเครื่องมาด้วยก็ดี กลับไปก็ไม่ต้องเสียเวลาเอาเครื่องที่นี่ไปปลดล็อก ก็แค่ซื้อซิมแล้วก็จ่ายเติมเงินเอา เพราะส่วนมากพวกเป็นแพลนๆที่นี่มักจะผูกพันยาว แต่ถ้าคิดมาอยู่ยาวๆก็มาซื้อที่นี่ก็ได้เพราะถ้าทำสัญยาพวกสองปี จะได้เครื่องราคาถูกกว่าเมืองไทย หรือได้เครื่องฟรีๆ ถ้าถามว่าค่าโทรศัพท์ของที่นี่กับเมืองไทยที่ไหนถูกกกว่าอันนี้หมายถึงมือถือ เราว่าพอๆกัน แต่ถ้าแบบเป็นครอบครัวที่นี่มักมีแพลนแบบครอบครัวห้าเบอร์อะไรประมาณนั้น โทรหากันฟรีตลอด หรือได้เครื่องกี่เครื่องฟรีแล้วแต่โปรโชมั่นก็ถูก แต่ตัวเราเองกับแฟนก็ตกเดือนละห้าสิบเหรียญต่อคนก็ประมาณพันห้าโทรได้กี่นาทีจำไม่ได้ เราว่ารวมๆก็ไม่ต่างจากเมืองไทย

ซ่อมนาฬิกาในอเมริกา..ขอครั้งเดียวพอ

plew July 4th, 2010



เรื่องที่จะเล่าวันนี้คงเป็นอีกหนึ่งความประทับใจทีี่ยากจะลืมจากประสบการณ์ที่ได้จากการอยู่ที่นี่ “อเมริกา” เริ่มเรื่องดีกว่าปกติเราเองเป็นคนที่ชอบนาฬิกามากๆแต่ก็ไม่ได้มีมากมาย เรื่องก็คือนาฬิกาเราเรือนหนึ่งถ่านหมด บวกกับเพิ่งถอยนาฬิกาใหม่มาอีกเรือนซื้อทางอินเตอร์เนตมันก็เลยต้องเอาไปตัดสายเพราะเรามันพวกไซส์เล็ก ข้อมือเล็กมากๆ ก็เลยมีนาฬิกาสองเรื่อนที่ต้องทำ เราเองก็ไม่เคยซ่อมนาฬิกาอะไรที่นี่มาก่อน ถ้าเป็นเมืองไทยก็บ่อยเลยพวกเปลี่ยนถ่าน อะไรนิดๆหน่อยๆ แฟนเราเองเป็นคนไม่ใส่นาฬิกาเขาก็เลยไม่รู้เหมือนกันว่าซ่อมที่ไหนดี จริงๆเราอยู่ดาวทาวน์ซานฟรานซิสโก มันก็น่าจะหาร้านซ่อมไม่ยาก แฟนก็เสริชหาในเนตว่ามีที่ไหนใกล้ ก็ปรากฎว่าส่วนมากก็ไปทางด้านยูเนี่ยนแสควร์ จริงๆถ้าเทียบกับกรุงเทพเทียบกันไม่ได้เพราะกรุงเทพเราร้านซ่อมมากมายทั้งริมถนนท้ั้งในร้าน ในห้าง หรือศูนย์ แต่ที่นี่น้อยทั้งๆที่ซานฟรานมันก็เมืองไม่ใช่เงียบๆ เรากับแฟนก็เอร้านอื่นๆก็ไม่รู้ยังไง ก็นึกถึง Macy’s ขึ้นมา สาขายูเนียนแสควร์ซีึ่งเป็นสาขาใหญ่คนตรึม แฟนกับเราบอก Macy น่าจะดีเพราะซ่อมในห้าง และก็ไม่ต้องหาให้วุ่นเพราะคุ้นกับห้างอยู่แล้ว ก็ไป Macy’s

ไปถึงก็มีพนักงานผู้หญิงน่าจะเป็นลาติโน เราก็ถามตัดสายเรือนเท่าไร เปลี่ยนถ่านเท่าไร เขาก็ขอดูนาฬิกา ก็บอกตัดสาย $40 เปลี่ยนถ่านอีก $60 เรากับแฟนมองหน้ากันเลย โหแม่เจ้าแค่เนี้ยแพงมากๆ ตอนนั้นคิดถึงเมืองไทยขึ้นมาอีกแล้ว แม่เจ้าเราเปลี่ยนถ่านบ่อยๆ ถ่านแบบดีของสวิสใช้ได้สองปีเลยมั้งแค่สามร้อยบาทไทย เราก็ว่าแพงแล้วน่า นี่พันห้าพันหกบาท ตัดสายก็เป็นพันบาท บ้าฉิบ แต่แฟนก็บอกร้านอื่นก็คงไม่ถูกกว่ากันเท่าไร แล้วอือข้างนอกก้ไม่รู้ว่าจะทำดีป่าว ขี้เกียจเดินหาด้วย ก็ตกลงทำ เราก็ถามว่านานไหม เธอบอกสิบนาทีก็เสร็จให้เรารอไม่ต้องไปไหนเพราะตัดสายแล้วจะได้ลองดูด้วยว่าพอดีไหม เราก็สิบนาทีรอไม่มีปัญหา เธอก็เอาเข้าไปทำ เราก็งงนิดหน่อยเพราะดูหน้าตาคิดว่าแค่มารับเรื่อง คิดเงิน คิดว่ามีคนอืื่นทำ เพราะดูหน้าตาไม่น่าจะทำเป็น แต่ก็ไม่ได้อะไร ปรากฎว่าสิบนาทีก็แล้ว สิบห้าก็แล้วเราก็เห็นทำอยู่ สรุปประมาณสี่่สิบห้านาทีที่เรารออยู่ตรงนั้น ตอนทำเราก็เห็นเพราะมันเป็นห้องกระจก เราไม่เห็นเธอใส่แว่นขยายหรือไม่รู้เรียกว่าอะไรที่ช่างซ่อมนาฬิกาเขาจะใส่ตอนซ่อม เพราะบางชิ้นส่วนมันเล็กมากๆ

เธอออกมาพร้อมนาฬิกาสองเรือนของเราก็ลองเรือนตัดสาย จริงๆมันใหญ่ไปข้อหนึ่งได้ แต่เราก็เออเผืื่ออ้วนก็โอเค จริงๆเราเองไม่ได้เป็นคนเรื่องมากจู้จี้อะไร ที่นี่เรือนเปลี่ยนถ่านเธอก็วางไว้บอกเสร็จแล้ว แล้วก็เดินไปเครื่องเตรียมจะคิดเงิน เราก็หยิบนาฬิกาเรือนเปลี่ยนถ่านมาดูปรากฎว่ามันไม่ได้ตั้งเวลาเพราะเวลามันผิดไปมากๆ คือคนละเรื่องเลย เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คิดว่าคงลืมตั้งมั้ง ก็ส่งให้แฟนบอกตั้งเวลาซิ ปรากฎว่าแฟนยังไม่ได้ทำอะไร แค่จับเม็ดมะยมแค่นั้น เม็ดมะยมหยุดลงมากองกับพื้นเลย แฟนกับเราก็งงเลย เพราะปกติถ้านาฬิกาไม่พังเม็ดมะยมมันแข็งมาก ไม่มีทางจะหลุดมาง่ายๆนอกจากอะไรบางอย่างมันหักข้างใน หรือใช้เครื่องมือดึงมันแรงๆออกมา เราก็บอกเฮ้ยอะไรเนี่ย สองคนพนักงานผู้หญิงที่เป็นคนทำกับผู้ชายคงเป็นหัวหน้าออกมาดูแล้วเอานาฬิกาเข้าไปเช็ค มันออกมาบอกนาฬิกาพัง คุณสองคนทำอะไร มันโทษเราว่าเราเป็นคนทำนาฬิกาเราเองพัง ทั้งๆที่เราแตะแค่ไม่ถึงนาทีด้วยมือเปล่า

แฟนบอกก็ดูซินาฬิกาไม่ได้ตั้งเวลาก็เอามาดูแค่จับเม็ดมะยมไม่ได้ดึงอะไรเลยก็หลุด มันก็บอกนาฬิกาตั้งเวลามาแล้ว เราบอกดูซิดูซินี่หรือตั้งเวลามาแล้ว เพราะเวลามันคนละเรื่อง ไอ้คนผู้ชายบอกผมเห็นเขาตั้งนะ หมายถึงผู้หญิง เราบอกแน่ใจเหรอว่าเห็น มันก็เงียบ เพราะมันชัดๆอยู่ว่าไม่ได้ตั้ง มันก็บอกเราไปเปลี่ยนเวลารึป่าว เราบอก ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้ ก็อยู่ด้วยกันกับแม่คนซ่อม แค่เธอหันหลังไปเครื่องคิดเงินไม่ถึงนาทีฉันจะทำมันพังเลยรึ ตอนแรกแฟนเราพูด แต่ด้วยความโกรธที่มันไม่ยอมรับว่ามันทำนาฬิกาเราพัง แล้วยังโทษลูกค้าอีก บวกไม่แสดงความรับผิดชอบหรือขอโทษอะไร เรางี้พรั่งพรูสุด ที่ทำให้เราโกรธมากๆคือ แฟนเราถามแล้วยังไงนี่ใครจะซ่อม มันบอกมันไม่ซ่อม มันไม่รับผิดชอบ ต้องส่งไปซ่อมสำนักงานใหญ่ แล้วแฟนถามใครจ่ายมันบอกมันไม่จ่าย เราปี๊ดแตกมากๆ ค่ราวนี้เราพูดเองเลย เราบอกนาฬิกาเรือนนี้เราซื้อมาไม่ใช่ถูกๆ โอเคมันไม่ใช่ rolex หรือ Cartier หรือสุดยอดไฮเอนด์อะไร แต่มันก็เป็นแบรนด์ดีคนทำนาฬิกาก็ต้องรู้ ซื้อมาเป็นพันเหรียญ ซื้อมามือหนึ่งในห้างมีใบรับประกันครบ ไม่เคยเปลี่ยนถ่านมาก่อน ไม่เคยเปิด ไม่เคยซ่อม เพราะอายุแค่ไม่ถึงสองปี บวกใส่น้อยมากเก็บอย่างดี นี่เป็นการเปิดเปลี่ยนถ่านครั้งแรก เพราะฉนั้นก่อนมานาฬิกาเราสภาพเกินร้อยเปอร์เซ็น แล้วถ้าคุณซ่อมนาฬิกาเป็น คุณเป็นมืออาชีพคุณก็รู้อยู่แล้วว่าไอ้เม็ดมะยมนะมันไม่ใช่จะกระชากหลุดกันด้วยมือเปล่า เพราะการใช้งานจริงๆเวลาตั้งนาฬิกามันก็ต้องดึงแรงพอสมควรเลยละสำหรับนาฬิกาเกรดนี้ ใครเขาจะมาทำหลวมแบบเรือนละหลักสิบเหรียญหรือแม้นาฬิกาถูกๆใช้มือเปล่าดึงมันยังไม่หลุดเลย ซ่อมนาฬิกาเป็นจริงหรือ มันก็อึื้ง แต่ก็ยังไม่ขอโทษ

เถียงกันนานมาก เสียงดังด้วย คนเดินในห้างก็มอง เพราะมันไม่ยอมรับท่าเดียวว่ามันผิด แล้วก็พูดซ้ำๆว่าเราเป็นคนทำพัง สุดท้ายแฟนบอกงั้นจะไปฟ้อง Macy หรือร้องเรียนให้หมด มันบอกจริงๆร้านนี้ไม่ใช่ของ Macy โดยตรงเป็นร้้านมาเช่าที่แต่ก็มีหลายสาขาสำนักงานใหญ่อยู่ Ohio พอขู่มากๆมันก็เริ่มอ่อนลงบอกจะส่งไปซ่อมที่สำนักงานใหญ่แล้วเราไม่ต้องเสียเงิน ใช่้เวลาหกอาทิตย์ ซึ่งมันนานมากๆ ก็เขียนใบรับงานแฟนก็ให้ระบุเลยว่าเป็นการซ่อมฟรีเพราะพนักงานทำพังเอง ตอนนั้นก็ไม่รู้จะทำยังไงก็โอเคหกอาทิตย์ วันนั้นเซ็งมากๆ จริงๆนาฬิกาเรือนนี้ แฟนซื้อให้เซอร์ไพรส์หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน เพราะเขารู้ว่าเราชอบไปเดินห้างด้วยกันเราก็ดูบ่อยๆ แต่ไม่ได้คิดจะซื้อเพราะเสียดายเงิน แต่แฟนก็ซื้อมาให้ จนได้

หลังจากนั้นหกอาทิตย์พอดี ก็คือไม่ได้รับการติดต่อใดๆ เราก็ให้แฟนโทรไปตามว่าไปรับได้รึยัง ปรากฎว่าโทรไปผู้หญิงรับไม่รู้คนที่ทำพังรึป่าว ก็ให้แฟนเรารอสายนานมากๆ สุดท้ายบอกขอค้นเรื่องสิบห้านาทีจะโทรกลับ ปรากฎว่าสิบห้าก็แล้วชั่วโมงก็แล้วก็ไม่โทรกลับ แฟนก็โทรกลับไป เอาอีกให้รอสายนานมาก สุดท้ายบอกนาฬิกาไม่ได่อยู่ที่นี่ หาไม่เจอ ไม่รู้ตอนนี้อยู่ที่ี่ไหน แฟนเราด่า ด่า ด่า เลยแล้วก็บอกจะฟ้องแล้ว ทุกหน่วยงานที่ฟ้องได้ เอาเรื่องให้ถึงที่สุด มันก็ได้แต่บอกมันไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆ วางสายมาเราบอกเขาทำงานกันยังไงใบรับ เลขรับงานก็มีเขาไม่มีระบบจะเช็คงานอะไรเลยรึว่าตอนนี้ของมันไปอยู่ที่ไหน พูดได้แต่ไม่รู้ไม่รู้ท่าเดียว โทรไปเช็คที่สำนักงานใหญ่ก็ไม่โทร ไม่ทำอะไรทั้งนั้น คือไม่รู้ว่ามันโง่หรือมันเลว ต้องขอด่าแรงๆหน่อยเพราะสุดยอดจริงๆ ไม่คิดมั้งว่าคนที่เป็นเจ้าของจะรู้สึกยังไง ว่าตอนนี้นาฬิกาอาจจะหายไปแล้วด้วยซ้ำ

แฟนก็เลยเสริชหาชื่อบริษัทแล้วกดเบอร์โทรไปที่สำนักงานใหญ่ โทรไปไม่มีคนรับ ตัดเข้าเครื่องตอบรับตลอด กดประมาณเจ็ดรอบสุดท้ายไปติดที่ฝ่ายบุคคลรับแล้วก็บอกว่าจะโอนไปฝ่ายบริการ โอนไปก็ไปเข้าเครื่องตอบรับอีก น่าโมโหมากๆ โทรไปใหม่ไปเจอฝ่ายบุคคลอีก แฟนบอกถ้าคร่าวนี้โอนไปแล้วไม่มีคนรับหรือไปเข้าเครื่องตอบรับอีกคร่าวนี้เป็นเรื่องนะ ไม่งั้นเรียกคนที่ใหญ่ที่สุดในนั้นมาคุยเดี๋ยวนี้ คร่าวนี้มันก็โอนไปที่ผู้หญิงที่เป็นคนดูแลเรื่องนี้ แม่มทำไมไม่โอนให้แต่แรกไม่เข้าใจ ผู้หญิงที่ดูแลเรื่องรับสายก็ขอเลขรับงานก็ให้ไป เธอบอกนาฬิกายังซ่อมไม่เสร็จ เพราะไอ้โน้นก็พัง ไอ้นี่ก็พัง เรายืนฟังแฟนคุยโทรศัพท์ตลอด งงมากๆ แฟนบอกอะไรกันนี่ ตกลงไอ้สองคนที่ Macy มันทำอะไรกับนาฬิกาเพราะจริงๆเดิมมันไม่ได้เป็นอะไร ต่อมามันทำเม็ดมะยมพัง คร่าวนี้บอก เสียหลายรายการ แล้วก็บอกว่าหกอาทิตย์เสร็จซึ่งมันก็นานมากอยู่แล้ว นี่โทรมาบอกไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไร ไม่รอแล้วให้จ่ายค่าชดใช้เท่ากับราคานาฬิกา เพราะไม่รู้ว่าซ่อมมาแล้วสภาพจะเหมือนเดิมไหม ขอเรียกว่ามันแล้วกัน มันก็บอก กำลังรออะไหล่อยู่ยังไม่ได้ ขอเวลาอีกหนึ่งอาทิตย์ถ้าไม้ได้จะคืนเงิน แล้วอีกอาทิตย์จะโทรมาแจ้งความคืบหน้า

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปเช่นเดิม ไม่มีหมาตัวไหนโทรมาทั้งสิ้น ต้องโทรไปด่าอีกตามเคย ปรากฎว่ามันบอกอะไหล่ยังไม่มา แต่จะมาในอีกสามวันแน่ๆ รับรอง แฟนเราบอกเอาละ ให้เวลาแค่สิ้นเดือนคือประมาณสองอาทิตย์ต้องได้รับน่ฬิกาในสภาพสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็น ไม่งั้นต้องชดใช้ค่าเสียหาย ถ้าไม่ได้นาฬิกาหรือเช็คภายในสิ้นเดือน จะร้้องเรียนไปทุกที่แล้วเขียนประจานในอินเตอร์เนตด้วย มันก็รับปาก

อีกสามวันสิ้นเดือนผู้หญิงคนเดิมที่สำนักงานใหญ่ก็โทรมาฝากข้อความว่านาฬิกาเสร็จแล้ว ส่งไปแล้วจะได้รับภายในวันนั้นวันนี้ แล้วบอกว่าจะให้ผู้จัดการสาขาที่ Macy โทรมาบอกเราถ้านาฬิกามาถึง ครบวันที่บอกว่านาฬิกาควรมาถึง เพราะระบบการส่งพัสดุมันเช็คได้อยู่แล้วว่าของไปถึงไหน ปรากฎก็ไม่มีหมาตัวไหนโทรมาอีกเช่นเคย เราก็รอจนบ่ายของอีกวันก็ไม่มีใครโทร เราเลยให้แแฟนโทรไป แฟนเบื่อมากไม่อยากโทร คร่าวนี้โทรไปผู้หญิงที่แมซี่รับบกว่าให้มารับได้เสร็จแล้ว เราก็เป็นคนไปรับเอง เรางี้ไม่อยากไปเลยเพราะไม่อยากที่ต้องเจอหน้าไอ้สองคนที่ Macy ไปคนเดียวก็เจอผู้หญิงอีกคนคนใหม่ก็เอานาฬิกามาให้ ตรวจดูก็โอเค ไอ้ผู้ชายอยู่ในร้านไม่ยอมมองหน้าเราเลย เออฉันก็เกลียดแกเหมือนกันว้อย ไม่มีคำขอโทษใด ช่างมันได้นาฬิกากลับมาก็ดี
สรุปแค่เอานาฬิกาไปเปลี่ยนถ่านธรรมดา มันทำนาฬิกาพังเลย แล้วใช้เวลาซ่อมสองเดือนกว่าๆ ไม่ขอซ่อมอะไรที่นี่อีกแล้ว วัฒนธรรม พังแล้วท้ิง เพราะจากประสบการณ์ทั้งเครื่องซักผ้า เฟอร์นิเจอร์ มันซ่อมไม่ได้ซักอย่าง บวกแพงมหาโหด ฮ่า ฮ่า Welcome to America เซ็งเป็ด