ชีวิตและการทำงานในอเมริกา Immigrants in the US.

plew May 24th, 2010

Cheap calls to Thailand


เมื่อวานเพิ่งได้มีโอกาศเจอเพื่อนคนจีนที่ไม่ได้เจอกันมาปีกว่าๆ เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนคนแรกๆที่เรารู้จักในซานฟรานซิสโก มาเจอกันที่
city college ตอนสมัยที่เพิ่งมาอยู่อเมริกาใหม่ๆนั่งเรียนภาษาอังกฤษ แบบฟรีด้วยกัน มาถึงตอน ในกลุ่มที่สนิทกันก็มีประมาณสามสี่คน เราเป็นคนไทยคนเดียวนอกนั้นจีนหมดเลย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเข้ามาในอเมริกาในเวลาไล่เลี่ยกันมาก คือเข้ามาช่วงปี2007 ในตอนนนั้นทุกคนก็ยังใหม่กับที่นี่ ยังงง ยังไม่ชินกลับสภาพความเป็นอยู่และวัฒนธรรมที่ต่างจากรากเหง้าเดิมๆของตัวเอง ดังนั้นถึงจะต่างชาติต่างภาษาแต่ในวันนั้นเราก็เป็น Immigrants เหมือนกันคือมีกรีนการ์ด ความรู้สึก ความกลัว ความเบื่อๆ ความเหงาที่มีไม่ต่างกันมากนัก

เพื่อนคนนี้จริงๆอายุเด็กกว่าเราเกือบสิบปีได้ แค่ยี่สิบต้นๆ เอง หลังจากแยกย้ายกันจากการเรียนภาษาอังกฤษ เธอก็ไปได้งานบริษัททัวร์ของคนจีนย่านๆชานเมืองซานฟรานซิสโก แล้วก็ทำงานเรื่อยมาจนทุกวันนี้ก็สองปีได้แล้ว วันนี้เพื่อนเรามีรถขับแล้ว ซื้อเองป้ายแดงจากน้ำพักน้ำแรงการทำงาน เธอยังอยู่อพาตเมนท์เดิมกับแม่ เป็นห้องแบ่งเช่าในบ้านคนจีนด้วยกัน เจ้าของอยู่ชั้นบน ชั้นล่างมีสองห้องให้่เช่าเพื่อนเราห้องนึ่งอีกห้องนึงก็คนเช่าอีกราย เธอก็บ่นๆว่าห้องที่เธออยู่ไม่ดีเล็กมากๆ แต่มันถูกเดือนละห้าร้อยเหรียญ ตอนนี้แม่อยู่ด้วย เพื่อนบอกอยากอยู่คนเดียวแต่เธอสองคนกับแม่ก็จะไปเช่าห้องสองห้องก็ไม่ไหว เราก็ฟัง บวกเพลิดเพลินกับติ่มซ่ำ เพืื่อนพามากินติมซ่ำร้านอร่อย เพราะเราเรียกร้องเนื่องจากอยู่ซานฟรานมาก็สองปีกว่าไม่เคยเจอติมซ่ำอร่อยๆซะที วันนี้สมใจ อร่อยและถูกด้วย เข้าเรื่องอพาตเมนท์ต่อ.. เธอบอกงานที่ทำกับบริษัทคนจีนตอนนี้ได้เดือนละพันแปดร้อยเหรียญ โดนหักภาษีก็เหลือห้าได้ ทำงานอาทิตย์ละหกวันบ้าง ห้าวันบ้าง ค่าใช้จ่ายอื่นๆก็พวกประกันรถที่ต้องจ่ายรายเดือน เราถามเออแล้วประกันสุขภาพละ เธอบอกเธอไม่มี เรานี่ร้องเลย เฮ้ยมันเสี่ยงนะ เพราะเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาค่าหมอที่นี่มันแพงถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวได้เลยถ้าไม่มีประกัน แถมขับรถทุกวันด้วย เพืื่อนบอกเธอก็รู้แต่มันจ่ายไม่ไหว ก็คือทั้งแม่และตัวเองก็ไม่มีประกันสุขภาพทั้งคู่ ก็หวังว่าจะไม่เจ็บไม่ป่วยอะไรแรงๆ ส่วนตัวแม่เธอก็ทำงานร้านขนมปังของคนเวียดนาม เพราะแม่ก็พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ค่อยได้ ได้ค่าแรงชัวโมงละห้าเหรียญไม่มีอะไรอื่นๆ รวมๆก็ได้เดือนละแปดร้อยเหรียญ ดังนั้นการจะไปหาเช่าห้องดีจึงลำบากทีเดียว แต่รวมๆเธอก็มีความสุขดีตามอัตภาพ

แต่ที่เราฟังแล้วงงมากๆคือ เธอบอกเธอกับแม่ซื้อบ้านที่ Sacramento เราก็ว้าว เธอบอกซื้อมาหกหมื่นเหรียญ บ้านสามห้องนอน
สองห้องน้ำ มีสนามมีที่จอดรถ เราก็เฮ้ยบ้านอะไรทำไมมันถูกจังสามห้องนอนหกหมื่นเหรียญ แต่ก็อย่างที่รู้ๆว่าราคาบ้านในอเมริกาตกลงมาอย่างมากมายก็เลยทำให้มีโอกาศมาถึงคนหลายๆคนที่เมื่อก่อนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีบ้าน แต่เธอบอกว่าบ้านที่ซื้ออยู่ในย่านที่ไม่ค่อยดีนัก คนที่อยู่ย่านนั้นก็จะดูไม่ค่อยโอเคเท่าไร พูดไปเดี๋ยวบางคนมาอ่านจะหาว่าดูถูกคนอื่นอีก แต่อันนี้เพื่อนบอก เธอกับแม่ซื้อเพื่อแค่ลงทุนแล้วก็จ้างเอเจนท์ปล่อยเช่าไปหักกลบอะไรๆก็มีรายได้ประมาณสามสี่ร้อยเหรียญ และก็หวังว่าอนาคตบ้านจะราราขึ้นแล้วก็ปล่อยขาย ที่ซื้อมาก็จ่ายสดเป็นเงินจากพ่อที่ยังอยู่ในเมืองจีน เราฟังแล้วก็เออเข้าใจละว่าทำไมคนจีนที่มาอยู่ที่นี่ถึงค่อนข้างจะประสบความสำเร็จและมีชีวิตที่ดีขึ้นๆกันเร็วจัง น่าชื่นชมขยันทำงาน รู้จักเก็บ รู้จักลงทุน เทาที่เราเห็นที่รู้จักคนเอเชียที่มาอยู่ที่นี่คนจีน คนเวียดนาม แต่คนไทยนี่ไม่รู้นะ ประสบความสำเร็จก้นดีทีเดียวคือชีวิตพัฒนาขึ้นดีขึ้น อาจเพราะคนจีนมีความเป็นนักธุรกิจชอบค้าขายในสายเลือดรึป่าว ครอบครัวเพื่อนเราคนที่หลายๆคนที่รู้จัก ดูเขาแบบจนๆ กินประหยัด ใช้ประหยัด ไม่ติดหรูอะไร แต่มีบ้านที่ซื้อไว้แล้วปล่อยให้ฝรั่งมาเช่าซะด้วยซ้ำ เพื่อนเราที่เรียนโทด้วยกันก็ฝรั่งก็เพิ่งได้ห้องเช่าใหม่ก็บอกเจ้าของเป็นคนจีน เพื่อนอีกคนที่ย้ายไปอยู่ที่ฟิลาเดลเฟียได้ปีหนึ่งก็เพิ่งซื้อบ้านที่โน่นราคาแสนเหรียญ และก็กำลังจะเข้าจะโอนเข้ามาวิทยาลัยเทอมหน้านี้ ชื่นชมเพราะเพื่อนคนนี้เดิมตอนอยู่ซานฟรานใหม่ๆจนมากๆ ทำงานเก็บเงิน แล้วก็เรียน เพราะพ่อ กับแม่ก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ทำงานหั่นปลา ก็ได้ค่าแรงน้อยมากๆ แต่เพียงสองปีกว่าๆ วันนี้เห็นความเปลี่ยนแปลงจริงๆ เรารู้สึกดีนะเพราะพวกเราที่เมื่อสองปีก่อนยังใหม่กับที่นี่ วันนี้ทุกคนมีพัฒนาการ มีงาน มีบ้าน มีรถ เราเองซะอีกงานไม่มี แต่ว่าเอาละก็เรียนใกล้จบแล้ว อีกเทอมเดียวก็จะได้ปริญญาโทที่นี่อีกหนึ่งใบ ภาษาอังกฤษก็ดีขึ้นมากมาย อิอิ เพื่อนบอกอิจฉาเพราะภาษาเราดีขึ้นมากๆ หลังจากไม่ได้คุยกันมาเป็นปี เพราะใช้แต่อีเมล์ แต่เพื่อนเราดูเหมือนภาษาจะแย่ลง คุยกันทำบากพอควร เพราะเขาทำงานกับคนจีน เพื่อนและคนแวดล้อมก็คนจีนหมด และก็ไม่มีเวลาไปเรียนหนังสือ แต่นี่ละเราว่าไม่ว่าพื้นฐานหรือที่มาของเราจะเป็นอย่างไร เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ถ้ายังสู้ ขยันทำงาน ไม่รอโชคชะตา ฟ้าละขิต หรือเรียกร้องแต่ความช่วยเหลือจากสังคมและคนรอบข้าง รู้จักเก็บ รู้จักใช้ รู้จักพอ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ปล.สำหรับเพื่อนที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ย้ำว่านี่เป็นเรื่องราวของคนที่เข้ามาอยู่อย่างถูกกฎหมายค่ะ คือมีกรีนการ์ด ดังนั้นโอกาศในการหางานทำ หรือจ่ายค่าเทอมในอัตราถูก จะต่างกับคนที่เข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวซึ่งจริงๆไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย

38 Responses to “ชีวิตและการทำงานในอเมริกา Immigrants in the US.”

  1. eayxon 08 Jun 2010 at 4:42 am

    คิดจะไป ที่นั้น เหมือนกันครับ มาศึกษาข้อมูล
    ขอบคุณมากครับ สำหรับ ลายละเอียด

  2. after midnighton 26 Jun 2010 at 4:55 pm

    ขออนุญาตถามคุณเปลว ดิฉันจบปริญญาตรีภาษาอังกฤษพอใช้ได้ แต่ไม่ถึงขั้นเลิศหรู แต่งงานกับสามีชาวอเมริกัน และกำลังจะย้ายตามสามีไปอยู่ที่อเมริกาปีหน้า เมื่อไปถึงอเมริกาดิฉันควรจะศึกษาต่อเพื่อให้ไ้ด้งานที่ดีๆ( แต่อายุเริ่มมากแล้ว )หรือควรตัดใจทำงานpart time อะไรก็ได้ที่เค้ายอมจ้างค๊ะ?

  3. plewon 27 Jun 2010 at 12:28 am

    สวัสดีค่ะคุณ after midnight
    ตอบยากค่ะ มันขึ้นกับความพอใจและความจำเป็นของแต่ละคนค่ะ เช่นตัวเราเองเราก็จบปริญญาโทมาจากเมืองไทย มาใหม่ๆก็ทำงานร้านอาหารได้แป๊ปนึงมันเลิกดึก แฟนก็ไม่อยากให้ทำเพราะแฟนมีรายได้เพียงพอไม่ได้ลำบาก ถามว่าถ้าเรียนต่อแล้วจะหางานดีๆตามสาขาที่เรียนมาอย่างที่หวังหรือไม่ก็ไม่มีใครตอบได้อีกค่ะ มันขึ้นกับจังหวะโอกาศและก็ขึ้นกับเมืองที่คุณอยู่ด้วยว่ามีงานรองรับหรือไม่ ถ้าอยู่เมืองเล็กๆก็ลำบากค่ะ ตอนนี้เอาจริงๆเพื่อนเราฝรั่งที่เรียนโทด้วยกัน เราเรียนต่อโทอีกใบที่นี่นะค่ะ ยังหางานแบบดีๆอย่างที่หวังไม่ได้เลยค่ะ ก็ได้อะไรก็ทำไปก่อน เราเองก็กำลังจะจบเทอมหน้าก็บอกตรงๆว่าไม่รู้จะได้งานรึป่าว หมายถึงงานตามสาขาที่เรียนมา เพราะมีเพื่อนคนจีนจบเทอมที่แล้วตอนนี้ก็ยังหางานไม่ได้เลย ดังนั้นตอบยากค่ะ ถ้ามีกำลังเรียนและไม่มีความจำเป็นเรื่องเงินก็น่าสนใจ โดยเฉพาะพวกสาขาด้านการแพทย์ พยาบาลเพราะมีความต้องการสูง แต่เราเองก็ไม่ชอบ แต่ถ้าขี้เกียจจะเสียเวลากับการเรียนอยากหาเงินเป็นของตัวเอง ก็หว่านๆใบสมัครไปเยอะจังหวะดีๆก็อาจได้งานที่ดีในดับหนึ่งก็เป็นได้ ท่ี่สำคัญอยู่ที่สามีด้วยค่ะว่าเขาคิดยังไง

  4. after midnighton 28 Jun 2010 at 5:55 pm

    ขอบคุณค่ะที่ช่วยตอบคำถาม คือว่าเศรษฐกิจไม่ีดีแบบนี้ สามีเราก็ต้องการให้ช่วยกันทำมาหากินน่ะค่ะ คงต้องลองหางานเลย ถ้ายังไร้วี่แววจริงๆค่อยเรียนเพิ่มเติมดีกว่าอยู่เฉยๆมั้งค๊ะ

  5. boongon 30 Jun 2010 at 11:47 am

    สวัสดีค่ะ

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลของคุณ เป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่ตัดสินใจจะไป ตอนนี้ดิฉันเรียนนวดแผนไทยอยู่กำลังจะจบถ้าไปสอบแล้ว เค้าจะออกไปให้เป็นภาษาอังกฤษ สามารถจะไปหางานทำได้มั๊ยค่ะ จะไปพักกับเพืื่อนที่ LA แล้วลองหางานดู จะไปวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ แต่ใจอยากจะรับนวดเองเพราะจะพาลูก 4 ขวบไปด้วยจะได้มีเวลาดูเค้า ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้านะคะ ตอนนี้สับสนกับชีวิตมากๆตัดสินใจไม่ถูกเลย ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ

  6. plewon 30 Jun 2010 at 1:38 pm

    จริงๆคุณคงรู้แล้วว่าการไปทำงานด้วยวีซ่าท่องเที่ยวมันผิดกฎหมาย มีใบประกาศก็ไม่ได้ช่วยค่ะเพราะคุณไม่มีสิทธิทำงานอย่างถูกต้องร้านดีๆเขาไม่รับแน่ แต่ถ้าร้านที่เขาไม่แคร์ก็อาจเป็นไปได้ แต่กรณีหลังมักจะกดค่าแรงเรา เพราะเขารู้ว่าเรามาแบบผิดๆไม่มีทางเลือก ยังดีที่คุณมีเพื่อนมีที่พัก เพื่อนจะช่วยเรื่องหางานได้มาก เพราะถ้ามีคนแนะนำก็จะง่ายกว่ามากเลย รับนวดเองก็ได้แต่ต้องคิดว่าจะไปนวดที่ไหนไปบ้านลูกค้าหรือให้ลูกค้ามาบ้านเรา ถ้ามาบ้านเราเรามีที่ทางเหมาะสมหรือไม่ ไปนวดข้างนอกระยะแรกคงไม่ง่ายในการเดินทางเพราะยังไม่ชิน บวกเรื่องภาษาและอันตรายในการไปบ้านคนที่เราไม่รู้จัก แต่ถ้าคิดว่าจะรับนวดให้คนไทยก็คงง่ายขึ้นแต่เรื่องคู่แข่งที่ทำมาก่อนเราก็ต้องคิดดูด้วย ถ้านวดให้ฝรั่งหรือไม่ใช่คนไทย คุณไปแบบผิดกฎหมายระวังด้วยเกิดนวดแล้วเขาเจ็บเขาฟ้องจะมีปัญหาเพราะเราไม่มีประกัน ปกติคนที่ทำงานนวด เขาจะทำกันไว้กรณีที่ลูกค้าฟ้องว่าเราทำเขาเจ็บ อยากให้คิดให้ดีๆนะค่ะเพราะเอาลูกแค่สี่ขวบไปด้วย ชีวิตที่อเมริกามันไม่ได้สบายเลย ยิ่งถ้ามีเงินติดตัวไปไม่มากก็จะยิ่งยาก โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ถามเพื่อนก่อนไปเลยว่าเขาช่วยเรื่องงานได้ไม๊ แนะนำว่าลองติดต่อใครที่เขาต้องการคนนวดก่อนดีไม๊แล้วค่อยไป จะได้ไปอย่างถูกต้อง..เหมือนเดิมช่วยกันคลิกโฆษณาด้วยนะค่ะ โชคดีค่ะ

  7. nuanon 01 Jul 2010 at 11:13 am

    สวัสดีค่ะคุณPlew
    ตอนนี้ก็มีความสนใจอยากจะไปเรียนต่อที่อเมริกาเหมือนกันค่ะ แต่เพิ่งอ่านเจอเรื่องเกี่ยวกับกรณีที่นักศึกษาไทยที่ไปเรียนแล้วถูกจับเพราะแอบทำงาน เห็นว่าเรื่องเกิดขึ้นตั้งนานแล้วไม่รู้ว่านักเรียนไทยเหล่านั้นได้รับอิสรภาพกันบ้างหรือยัง รู้สึกเป็นห่วงในฐานะคนไทยด้วยกัน แต่อยากขอรบกวนถามคุณหน่อยค่ะว่า ตามที่เห็นคุณเขียนเล่ามาตอนต้นว่าคุณได้เรียนภาษาอังกฤษแบบฟรีๆด้วย มีด้วยเหรอคะ? แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะโชคดีแบบนั้นบ้างคะ? ใจนึงก็อยากเรียนควบคู่ไปกับการทำงานแต่เห็นข่าวนี้แล้วก็กลัวเหมือนเพราะอ่านจากบทสัมภาษณ์แล้วบางคนก็ตั้งใจไปเรียนจริงๆแต่ก็ยังถูกจับไม่รู้ว่าเค้าเอาเกณฑ์อะไรมาตัดสินกันนะคะ? แล้วคุณทำอย่างไรถึงได้กรีนการ์ดคะ ? นอกจากที่เราต้องแต่งงานกับชาวอเมริกันแล้วจึงจะได้กรีนการ์ดแล้ว วิธีไหนที่จะทำให้ได้กรีนการ์ดอีกมั่งคะ? แล้วงานอะไรที่จะเหมาะกับคนที่ไปเรียนใหม่ๆบางคะ นอกจากงานร้านอาหารไทย ขอถามจริงๆนะคะ ร้านอาหารไทยในแคลิฟอร์เนียรับคนไทยทำงานไหมคะ? คือตัวเราพอจะพูดภาษาจีนได้ ถ้าเราอยากลองไปสมัครงานที่ใช้ภาษาจีนโอกาสได้จะพอมีไหมคะ?
    ขอโทษจริงๆค่ะที่ถามซะเยอะ แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์จริง เพราะไม่มีคนรุ้จักอยุ่ที่อเมริกาเลย
    ป.ล.ตอนนี้คนอเมริกันเองก็ยังตกงานกันมากเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ? แล้วเค้าทำอย่างคนไทยไหมคะ ที่หันเข้าสู่สถานะการศึกษามากขึ้นเช่นเรียนต่อมหาลัย ระหว่างนี้ในระดับที่สูงขึ้นระหว่างรอให้เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน ฟังจากที่คุณเล่า เดี๋ยวนี้ที่อเมริกาก็ไม่ต่างจากไทยใช่ไหมคะ?เรียนจบสูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะหางานได้ง่ายๆ เฮ้อถามซะยาว หวังว่าคุณจะไม่เบื่อที่จะตอบนะคะ
    ขอบคุณมากคะ

  8. plewon 01 Jul 2010 at 1:52 pm

    เราได้กรีนการ์ดจากการแต่งงานค่ะ แต่ก็มีวิธีอื่นๆที่สามารถได้กรีนการ์ดเช่น สมัครกรีนการ์ดล็อตโต กรีนการ์ดที่ได้จากการทำงานคือมีบริษัทเป็นสปอนเซอร์ขอกรีนการ์ดให้เรา หรือกรีนการ์ดจากการเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในอเมริกาค่ะ ร้านอาหารไทยปกติเค้าก็จ้างคนไทยยู่แล้วค่ะ ยกเว้นงานหนักๆพวกล้างจานหรืองานในครัวหลายๆที่จ้างแม๊กซิกันค่ะ
    เราเรียนภาษาอังกฤษฟรีที่ซานฟรานซิสโก ที่ city college of san francisco เป็นคอลเลจของรัฐ ไม่ใช่ว่าโชคดีอะไรแต่ใครๆก็เรียนฟรีได้ทั้งนั้น แต่ว่าคอร์สฟรีแบบนี้ไม่ใช่จะมีทุกเมือง หรือบางรัฐอาจไม่มีเลย เราโชคดีมั้งที่มาซานฟราน แต่ตอนนี้ครอ์สฟรีปรับลดจำนวนคลาสลงมาก เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจอย่างที่ทราบๆกัน คอร์สฟรีแค่กรอกใบสมัคร สอบวัดระดับ มีที่นั่งวางก็เรียนได้เลย
    คุณอยากสมัครงานที่ใช้ภาษาจีน ปัญหาคือคุณมาวีซ่าอะไร ถ้าท่องเที่ยวและนักเรียนจริงๆทำงานไม่ได้เลย ที่ทำได้ก็คืองานที่เขาไม่แคร์ที่จะรับคนที่ทำงานอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งก็คือพวกงานรา้นอาหาร หรือธึรกิจเล็กของคนไทยด้วยกัน หรือชาติอื่นๆแต่ก็มักเป็นพวกร้านอะไรเล็กๆ อีกอย่างในแคลิฟอเนียโดยเฉพาะซานฟรานซิสโก คนจีนเยอะมากๆ ค่ะ พม่าและชาติในเอเชียอื่นๆทีี่เชื้อสายจีน พูดจีนอย่างเจ้าของภาษาแล้วพวกนี้เข้ามามีกรีนการ์ดทั้งนั้นค่ะ แต่ถ้ารัฐอื่นๆที่คนจีนไม่มากก็อาจจะมีโอกาศมากกว่าไม๊เราก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าามวีว่านักเรียนหรือท่องเที่ยวอย่าคิดเรื่องจะได้งานดีๆค่ะ เพราะคนที่เขาทำงานได้ถูกต้องยังหางานยากเลยค่ะ เรื่องภาวะการจ้างงานตอนนี้น่าจะดีขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ใช่ดีจริงๆ รวมๆ งานยังหายาก ถูกค่ะ คนมาเรียนต่อโทกันเยอะเลย เพราะตกงาน บวกที่นี่เขามีทุนให้กู้เรียนดอกเบี้ยต่ำๆเยอะค่ะ เพื่อนเราเองที่เรียนด้วยกันหลายๆคนก็ถูกเลิกจ้างเลยมานั่งเรียนไปพลางๆ สรุปถ้าคิดจะมาทำงานอย่างผิดกฎหมายและหวังจะได้งานดีๆ เก็บเงินได้เยอะๆ ยากค่ะ ถ้าจะเก็บได้ ต้องประหยัดมากๆค่ะ..ยังไงอย่าลืมช่วยคลิกโฆษณากูเกิลในเว็ปด้วยนะค่ะ

  9. nuanon 04 Jul 2010 at 11:44 am

    ขอบคุณมากๆค่ะ ที่ช่วยตอบข้อสงสัยให้ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ได้อ่านบทความหลายๆบทความที่คุณเขียนเล่าไว้ เป็นประโยชน์ต่อคนไทยที่คิดจะไปเรียนต่อหรือคิดจะทำงานที่อเมริกาอย่างมากค่ะ บางครั้งอ่านก็พอทราบว่าคุณคงคิดถึงเมืองไทย เชื่อว่าคุณเป็นคนเข้มแข็งและอดทน จากบทความที่อ่านรู้สึกได้ว่าคุณเป็นคนเก่งในหลายๆด้าน เพราะฉะนั้นก็ขออวยพรแทนคำขอบคุณแล้วกันนะคะ ขอให้คุณมีความสุขมากๆ และมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

  10. daon 24 Jul 2010 at 1:40 pm

    รอสัมภาษกรีนการ์ดอยู่ เลยเข้ามาศึกษาค่ะ

  11. pupa_smileon 24 Jul 2010 at 2:22 pm

    P’Plew

    ถ้าเป้จบคอร์สภาษา 6 เดือนจากนิวยอร์กแล้ว อยากย้ายไปเรียน city college of sanfrancisco บ้างแล้วอยากเรียน certificate ด้านการท่องเที่ยวกับโรงแรมต่อ แบบนี้พอได้ไม๊คะ พอดีช่วงนี้ก็ทำงานร้านอาหารไทยที่นิวยอร์กด้วย เพื่อที่เก็บเงินจะเรียนการท่องเที่ยวต่ออ่ะคะ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียน college ไหนเลย
    รบกวนแนะนำด้วยนะคะ

    สามารถเรียนฟรี และต้องทำเรือ่งเองใช่ไม๊คะ แต่ก็ต้องไปหาบ้านพักที่นู่นอยู่ดี เพราะไม่มีคนรู้จักเลยคะ
    ขอบคุณนะคะ จะรอคำตอบค่า

  12. plewon 24 Jul 2010 at 2:49 pm

    คุณ Pu

    ถ้าจะเรียน Cer ไม่มีเรียนฟรีค่ะ อ้อมีหลักสูตรหนึ่งเรียนฟรีแต่เน้นงานเสริฟค่ะ และก็มีหลักสูตรทำอาหารกับเบเกอร์รี่่ที่ฟรี ถ้าท่องเที่ยวกับโรงแรมนี่น่าจะเป็น AA degree ค่ะ เรียนสองปี ไม่มีฟรี แบบเรียนเอาใบประกาศเรียนปีหรึ่งแน่ไม่แน่ใจเพราะไม่เคยเห็น สมัครเรียนหลักสูตรเป็นเรื่องเป็นราวต้องผ่านโทเฟิลหรือผ่านการเรียนภาษาอังกฤษครบตามวิชาที่เขากำหนดค่ะ ราคาก็ไม่ถูกนะเพราะถ้าคุณไม่มีกรีนการ์ดก็จ่ายราคาเต็มจำไม่ได้ว่าเท่าไร อีกที่ที่มี certificate ด้านโรงแรมคือ San Francisco State U, Extended college ค่ะ เรียนปีหนึ่ง แต่ก็แพงทีเดียว เงื่อนไขการรับนี่ไม่แน่ใจนะว่าดูอะไรบ้างแต่ไม่น่าจะยาก นอกนั้นพวกสถาบันอาหารบางที่ก็จะมีหลักสูตรโรงแรมด้วย แล้วก็ college เล็กๆพวก Everage ซึ่งเด็กที่เรียนดูไม่ค่อยดีเลย อีกทีก็ College อื่นๆของรัฐแต่อยู่นอกเมืองซานฟรานออกไป เช่น Skyline College
    พี่ว่าหาที่เรียนในนิวยอร์กที่เราอยู่ไม่ดีกว่าหรือเพราะจะได้ไม่ต้องมาปรับตัวมาหาที่อยู่ใหม่ หางานใหม่ หาเพื่อนใหม่

  13. pupa_smileon 24 Jul 2010 at 2:58 pm

    P’Plew

    ขอบคุณนะคะ สำหรับข้อมูล ตอนนี้ก็กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลเลย
    คงต้องดูรายละเอียดเยอะๆ บล๊อกพี่ให้ความรู้เยอะจริงๆคะ นี่ตามอ่านทุกกระทู้เลย
    ขอบคุณนะคะ

  14. Jeanon 09 Aug 2010 at 11:35 am

    สวัสดีคะ อยากรู้ว่าถ้าอยากอยู่ในอเมริกา วิธีใดจะถูกที่สุดคะ เช่นเรียนภาษาเป๊นคอส หรือลงทุนกับเพื่อนที่อเมริกาเปิดบริษัท? เเค่อยากอยู่ที่นี่เพราะเเฟนอยู่อ่ะคะ ไม่ได้ต้องการทำงานอะไร

    ขอบคุณคะ

  15. plewon 09 Aug 2010 at 4:18 pm

    สวัสดค่ะคุณ Jean

    ถูกที่สุดนี่หมายถึงค่าใช้จ่ายใช่ไม๊ค่ะ หรือถูกต้อง คิดว่าคงหมายถึงค่าใช่จ่ายเนอะ
    เรียนภาษาน่าจะง่ายและถูกกกว่า เพราะมีสถาบันที่ค่าเรียนเดือนละสี่ห้าร้อยเหรียญก็มีให้เลือก
    แล้วแต่เมืองด้วย ขอวีซ่ามาทำธุรกิจ ยุ่งยากกว่ากว่าแน่นอน แต่ต้องมีเงินลงเริ่มต้นเท่าไรนี่เราก็จำไม่ได้
    เคยอ่านผ่านๆ

  16. Beeron 28 Aug 2010 at 12:41 pm

    หวัดดีค่ะ
    ติดตามพี่ตั้งแต่เวบอันเก่าแล้ว อ่านแล้วมีประโยชน์มาก ๆ เลยค่ะ
    พอดีกำลังจะเดินทางไปเรียนที่ซานฟรานต้นเดือนกันยานี้แล้วอะคะ
    เรียนอยู่แถวๆ ดาวทาวน์ nob hill
    แต่ยังไม่ได้ที่พักเลยค่ะ มีคนแนะนำให้เข้าไปดูที่เวบ http://sfbay.craigslist.org/
    ดูแล้วมันก็ยังไม่ชัดไม่เคลียร์เท่าไหร่
    จึงอยากจะขอคำแนะนำว่าควรจองห้องพักไปสัก 1 สัปดาห์แล้วไปเดินหาจากของจริงที่ซานฟรานดีไหมคะ
    หรือว่าออกไปอยู่แถวนอกเมืองดี แล้วแถวที่ใหนดีอะคะ จะคุ้มค่ารถหรือป่าวคะ
    อยากขอคำปรึกษา รบกวนแอดอีเมลล์มาได้ไหมคะ b.classic@hotmail.com
    ขอบคุณมากๆ เลยค่า ^^

  17. aunon 05 Sep 2010 at 11:59 pm

    สวัสดีค่ะคุณ PLEW
    พอดีดิฉันกำลังหาข้อมูลเรื่องดีสนีย์ ฯ ค่ะคือดิฉันกับสามีมี Plan จะพาลูก 11 ขวบ ไปเที่ยว USA ตัวเองอยากไป ไนแองการ่า ส่วนลูกอยากไป ดีสนีย์แลนด์ หลักๆนะคะ ส่วนที่อื่นๆถ้ายังมีเวลาและการเดินทางไม่ยุ่งยาก ก็อยากไปค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ดิฉันอ่านประสบการณ์ที่ Disney world แล้วสนใจทริปนี้ค่ะ เพราะไม่อยากไปกับทัวร์ เรามีเวลาประมาณ 10 วันค่ะ จะรบกวนคุณ PLEW แนะนำ โปรแกรม คร่าวๆเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้ดิฉันไปหาข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ อีกอย่างตอนนี้ดิฉันกับลูกยังไม่ขอวีซ่าเลยค่ะ เพราะกะว่าเราต้องมี trip ที่ชัดเจน ทั้งเรื่องที่พัก และ สถานที่ที่จะเที่ยวไปประกอบการสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ
    แล้วที่พักใน Disney world ที่ราคาย่อมเยาว์กว่า Contemporary Resort พอจะมีหรือเปล่าคะ หาข้อมูลได้อย่างไร
    รบกวนด้วยค่ะเป็นมือใหม่แต่ลูกอยากเที่ยวค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

  18. plewon 06 Sep 2010 at 11:38 am

    คุณ aun
    รีสอร์ท ในดิสนีย์แลนด์ เวิร์ล มีหลายที่ให้เลือกค่ะ แต่ละที่ก็อาจอยู่กันคนละพาร์คเลย รวมๆ Contemporary น่าจะประมาณแพงอันดับต้นๆอยู่แล้ว ดังนั้นที่เหลือส่วนมากถูกกว่าอยู่แาล้วค่ะ ลองเข้าไปในเว็ปไซต์เขาจะมีราคาของแต่ละที่ และที่ตั้งบอกไว้ แต่บางรีสอร์ทโมโนเรลจะจอดหน้าโรงแรม บางรีสอร์ทต้องนั่งรถบัสบริการ แต่ Contemporary รถไฟโมโนเรลเข้าไปจอดในตึกเลย ดังนั้นความสะดวกในการเดินทางของแต่ละรีสอร์ทจะต่างกัน แล้วก็ Theme ก็ต่างกันไป ลองเข้าไปดูตามลิงค์ข้างล่างค่ะ
    http://disneyworld.disney.go.com/resorts/
    ดิสนีย์จะมีแพคเกตด้วยค่ะ คือค่าตั๋วเข้า บวกค่าโรงแรมตามที่เราเลือก ปกติถ้าซื้อตั๋วหลายๆวัน ราคารวมจะถูกกกว่าซื้อตั๋วน้อยวัน แล้วก็ขึ้นกับว่าจะให้สามารถเข้าได้กี่พาร์ค ตอนเราไปเราซื้อตั๋วไม่รวมค่าเข้าลากูนสวนน้ำก็จะถูกกว่าอะไรประมาณนั้นค่ะ ตั๋วและโรงแรมจองโดยตรงกับเว็ปของดิสนีย์ที่ให้ได้เลยค่ะ แนะนำว่าไปดิสนีย์เวิลด์มีเวลาสักอย่างต่ำสามวันค่ะ เพราะมันกว้างและหลายทีมพาร์ค เราไปห้าหรือเจ็ดนี่ละจำไม่ได้

    ถ้าอยากประหยัดจริงๆก็พักนอกรีสอร์ทค่ะ ถูกๆเยอะมากคืนละห้าสิบเหรียญก็มีค่ะ แต่มันก็ไม่สะดวกตรงต้องนั่วรถหรือขับรถเข้ามา บวกคนพักรีสอร์ทในจะได้สิทธิพิเศษมากกว่าเช่นอยู่ได้ดึกกว่า เข้าได้เร็วกว่า ถ้ามีเวลาแค่สิบวันทั้งไนแองการ่า กับดิสนีย์ด้วยคงจะรีบๆสักนิดค่ะ และมันก็ไม่ได้ใกล้กันเท่าไร คนละรัฐ แต่ถ้าบินจากนิวยอร์กมาออแลนโดก็คงประมาณสองชั่วโมง ไม่งั้นมีเวลาสิบวันอาจเที่ยวแค่ในฟลอลิด้าค่ะ เช่นมาดิสนีย์กับนาซ่าค่ะ เพราะไม่ไกลกันมากค่ะ และเด็กน่าจะชอบนาซ่า ได้ความรู้ดีด้วย ค่ะ มีอะไรให้ดูเยอะทีเดียว มีทัวร์ฟรีด้วย ยิ่งถ้าชอบเรื่องวิทยาศาสตร์ก็จะดีเลย จะแนะนำไปไมอามีต่ออีกก็ไม่แน่ใจว่าจะพอกับเวลาหรือไม่ แต่ไมอามีก็สวยค่ะ แต่อาจไม่เหมาะกับเด็กเท่าไหร่ จริงๆแล้วสิบวัน ถ้าขี้เกียจคิดมากไปดิสนีย์อย่างเดียวก็ยังได้ ไปให้ครบทุกพาร์คเลย แบบไม่ต้องรีบไม่ต้องตื่นเช้ามากมาย เพราะเดินเยอะค่ะ อ้อ ใน ออร์แลนด์โด มีเอาท์เลตใหญ่มากค่ะ ก็อาจแวะช๊อปปิ้งด้วยก็ได้..ช่วยคลิกโฆษณากูเกิลในเว็ปช่วยๆกันด้วยะค่ะ

  19. นุ่นon 21 Sep 2010 at 10:53 pm

    สวัสดีค่ะพี่เปลว
    หนูกำลังจะไปเรียนต่อโทที่Oaklandอ่ะค่ะ เป็นโครงการMaster plus workที่เค้าอนุญาตให้ทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ก้อไม่รู้ว่าจะหาได้มั้ย เพราะช่วงนี้ที่นู่นเศรษฐกิจไม่ดีใช่มั้ยคะ
    แต่เรื่องที่จะรบกวนปรึกษาก้อคือที่พักค่ะ เพราะทางU.เค้าไม่ได้จัดหาที่พักให้ เราต้องหาจองโรงแรมไปจากเมืองไทยก่อนใช่มั้ยคะ แล้วจะหาได้ยังไงเหรอคะ
    แล้วพวกเครื่องนอนหมอนมุ้งอะไร เราต้องเอาไปเองหรือซื้อที่นู่นอ่ะคะ แพงมั้ยคะ เพราะถ้าแบกไปจากนี่คงลำบากน่าดูเลย
    รบกวนด้วยค่ะ

  20. plewon 22 Sep 2010 at 7:09 am

    คุณนุ่น

    เรื่องที่พักในฝั่ง Oaklandพี่ไม่ค่อยรู้เลยละ เพราะพี่อยู่ฝั่งซานฟราน น้องไปเรียนยูไหน East Bay ใช่ป่าว
    โรงแรมถูกๆที่พอพักไปไปก่อนแถว East Bay พี่ก็ไม่รู้เลยละ แต่ฝั่งซานฟรานมันก็จะมีพวกโรงแรมพวกโฮสเทลล์ที่คิดเป็นอาทิตย์ถูกๆ ประมาณสองอาทิตย์สองสามร้อย ห้องน้ำรวม แต่ฝั่งโน้นพี่ไม่รู้อะ แต่อยากเตือนไว้นิดว่าฝั่งโอ๊คแลนด์นั้นไม่ค่อยโอเคเท่าไร มีคนดำเยอะแล้วก็มียิงกันอะไรกันบ่่อย ๆ ต้องดูดีๆไม่งั้นอาจไม่ปลอดภัยนักนะ ลองหาโรงแรมพวกโฮสเทลใกล้ๆยูเรานะ เพราะพี่ไม่รู้ตกลงเราเรียนที่ไหน ปกติถ้าเป็นพวกโรงแรมก็มีที่นอนมีอะไรให้ละ แต่ตอนหลังที่เราหาอพาตเมนท์เป็นเรื่องเป็นราวได้ส่วนมากจะไม่มีเฟอร์ให้จ๊ะ ถ้ามีก็จะแพงอะ พวกเครื่องนอนอะไรง่ายๆที่นี่ก็ไม่แพงมากหรอก แต่ต้องไปพวก discount store นะ พวก Ross, Marshall หรือไม่ก็ IKEA ไม่ต้องแบกมาจากเมืองไทยหรอก แรกๆก็เอาพออยู่ได้แล้วค่อยๆหาเพิ่มเอา ถ้าจะหสแพาตเมนท์ลองเข้าไปดูที่ http://sfbay.craigslist.org แล้วก้เลือก East bay แล้วก็ระบุย่านที่เราอยู่ได้อีก

  21. นุ่นon 22 Sep 2010 at 7:26 am

    นุ่นก้อกลัวเหมือนกันค่ะพี่เปลว แต่มันเป็นU.เดียวที่มีโครงการนี้แล้วก้อสายที่นุ่นเรียนได้
    นุ่นไปเรียน HRM ที่ Lincoln U.อ่ะค่ะ

    แงๆ นอกจากเรื่องอันตรายแล้ว พี่เปลวมีอะไรจะแนะนำอีกมั้ยค้า

  22. plewon 22 Sep 2010 at 12:10 pm

    คุณนุ่น ใจเย็นๆ แรกๆอาจคลุกคลัก ที่พักอาจไม่สะดวก หรืออาจต้องจ่ายแพงในช่วงแรก ซึ่งก็เป็นกันทุกคนแหละนอกจากคนที่เขามีเพื่อนมีญาติมีที่พักให้แล้ว พอเราไปเรียนมีเพื่อนมันจะค่อยๆมีช่องทางของมันเองนะ ตามยูทุกยูจะมีประกาศหารูมเมทหรือห้องว่างเยอะแยะ จริงๆที่พักฝั่งโอ๊คแลนด์นะถูกกว่าฝั่งซานฟรานพอสมควรเลยละ
    แต่อยากให้ได้ที่พักใกล้ยูเข้าไว้เพราะการเดินทางด้วยรถเมล์ฝั่งนั้นไม่สะดวกเหมือนซานฟราน และอย่างที่บอกบางโซนมันอันตรายด้วย มีย่านหนึ่งแต่ไม่รู้จะใกล้ยูรึป่าวนะคือ Emeryville มันจะอยู่ตรง IKEA พี่ว่าก็ดูโอเคนะไม่น่ากลัว มีโรงหนัง มีร้านอาหาร ช๊อปปิ้ง ก็เห็นมีอพาตเมนท์อยู่แต่ราคาไม่รู้นะ..เอแต่ว่ายูที่จะไปเรียนแบบเป็นยูของคนแอฟริกันอเมริกันด้วยนิน่า อือพี่ก็ไม่ได้อะไรกับคนดำนะ แต่รวมที่เจอมาไม่ค่อยประทับใจเท่าไร แล้วเรารู้รึป่าวว่าประมาณไม่น่าจะหลายเดือนที่ผ่านมานักมีแบบบุกปล้นห้าง เผาห้าง จราจลกันในดาวทาวน์โอ๊คแลนด์ประมาณน้องๆเสียแดงเลยอะ..เอาเป็นว่าก็อย่าลับบ้านดึก ไปเดินที่เปลี่ยวๆ เสี่ยง ก็คงไม่มีอะไรหรอก ขอโทษด้วยช่วยอะไรไม่ได้เยอะ อ้ออีกทีบางคนเขาเรียนฝั่งโน้นแต่เขาก็พักในซานฟรานแล้วก็นั่งรถไฟไปเรียนเอาก็มี

  23. นุ่นon 22 Sep 2010 at 10:58 pm

    นุ่นเรียนภาคค่ำด้วยอ่ะค่ะ
    แล้วช่วงกลางคืนมันมีรถเดินทางระหว่างซานฟรานกะโอ๊คแลนด์ตลอดเลยป่ะคะ

  24. plewon 23 Sep 2010 at 2:56 am

    คุณนุ่น

    ปกติเขาจะใช้รถไฟค่ะ Bart ซึ่งจะเปิดถึงเที่ยวคืน คุณนุ่นถ้าเรียนค่ำเราว่าหาที่พักใกล้ที่เรียนดีกว่า เพราะนั่งรถไฟค่ำๆ ดึกๆมันก็ไม่น่าจะดีบางครั้งมันเงียบคนน้อย ก็อาจดูนากลัวๆอยู่เหมือนกัน ถ้าตรงยูไม่ได้ใกล้สถานีก็ต้องนั่งรถเมล์ไปสถานี หรือเดินไปอีก โอ้ย ไม่งั้นก็หารถขับเองเลย ไม่รู้สิเราเป็นคนขี้กลัวอะ แต่ว่าอย่าฟังเรามาก เพราะคุณไปจริงๆย่านที่คุณเรียนมันอาจมีที่พักโอเค ย่านโอเคก็ได้ เพราะอย่างที่บอกเราเองก็ไม่เคยอยู่ฝั่งนั้น

  25. พรon 23 Sep 2010 at 10:56 pm

    เราก็หางานอยู่เหมือนกันแต่แฟนยังไม่อยากให้ทำเพราะยังไม่ได้กรีนการ์ดแต่อยากหางานทำในร้านเสริมสวยแต่ยังไม่มีใบอนุญาติของช่างทำผมตอ้งเสียเวลาไปเรียนอีกหลายเดือนเราทำเป็นหมดแล้วมีใครที่พอจะทราบบุคคลที่เขารับสอบใบอนุญาติใหมค่ะ

  26. plewon 23 Sep 2010 at 11:42 pm

    คุณพร เราก็ไม่ได้อยู่รัฐเดียวกัน แต่ปกตที่เราเคยได้ยินที่แคลิฟอเนียก็ไม่ต้องมีใบอนุญาตอะไรนี่ค่ะ หมายถึงถ้าเราไปทำงานเป็นลูกจ้างตามร้านไม่ได้เปิดเอง ไม่เหมือนพวกงานนวดที่ต้องมีแน่ๆ เพียงแต่ส่วนมากเขาอาจจะรับคนที่มีใบ Cer ว่าเรียนหรือมีความรู้ด้านนี้ค่ะ เราก็ไม่แน่ใจว่ารัฐคุณจะต้องมีใบอนุญาตด้วยหรือไม่ คุณพรมีใบประกาศอะไรจากเมืองไทยติดมารึป่าวค่ะ ถ้าไม่ แล้วเขาไม่รับก็คงต้องลงเรียนอะไรสั้นๆเพื่อเป็นใบเบิกทาง อีกอย่างภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญค่ะทำ ถ้ายังไม่สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ก็อาจจะลำบาก

  27. นุ่นon 24 Sep 2010 at 5:13 am

    ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำ นุ่นก้อคงกังวลล่วงหน้าไปเอง 555 เด๋วไปถึงซักพักก้อน่าจะโอเค ไว้มีอะไรนุ่นจะมารบกวนพี่เปลวอีกนะคะ
    ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ

  28. พรon 24 Sep 2010 at 6:47 pm

    ขอบคุณค่ะคุณแพรว….
    อยู่ที่รัฐคุณแพรวคงมีคนไทยเย่อะใช่ไหมค่ะ..อยู่ที่เมอร์ลีแลนเงียบไม่ค่อยเห็นคนไทยเลยเหงาเหมือนกันนะที่นี้ไม่มีเพื่อนเลยได้แต่คุยกับคุณแพรวนี้แหละค่ะ ขอบคุณนะค่ะที่ให้คำแนะนำ

  29. Paion 11 Oct 2010 at 3:00 am

    รบกวนถามหน่อยนะคะ พอดีช่วงซัมเมอร์2011หนูไปทำงานที่ร้านอาหารไทยชื่อ King of Thai noodle ในซานฟรานอ่าค่ะ มันมี4สาขาแต่หนูไม่รู้ว่าจะได้ไปอยู่สาขาไหน หนูอยากทราบราคาที่พักอ่าค่ะ ไม่ต้องดีมากก้อได้ ราคาประมาณเท่าไหร่คะ กลัวเอเจนซี่หาให้แล้วแพงเค้าบอกว่าประมาณ1000$แหนะ มีถูกกว่านี้มั้ยคะ ค่ารถก็แพงใช่มั้นคะ แล้วก็เรื่องSecond Job อ่าค่ะจะหาทำได้มั้ยคะ เพราะหนูคิดว่าถ้าทำที่นี่ไม่พอเอาเงินมาคืนแม่แน่ๆ เค้าให้ชั่วโมงงานน้อยอ่าค่ะ ถ้ายังไงรบกวนหน่อยนะคะหนูยังไม่ได้คอนเฟิร์มงาน อ่อ หนูไปโครงการ work and travel อ่าค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะพี่

  30. plewon 12 Oct 2010 at 11:41 am

    คุณ Pai

    ค่าที่พักถ้าหาแชร์กับคนอื่นได้ก็สามารถหาที่พักในช่วง 300 - 400 ถ้าอยู่เดี่ยวต่ำกว่าพันหายากเลยละ แต่ก็พอมีแต่อาจจะอยู่ในย่านที่ไกลหน่อยหรือแบบโทรมๆหน่อยอะไรประมาณนั้น ประมาณแบบบ้านแล้วซอยห้งให้เช่า แต่ห้องน้ำห้องครัวรวมกัน เรื่องงานที่สองมันขึ้นกับจังหวะจริงๆถ้าโชคดีก็อาจจะได้เร็วหย่อย

  31. bonitaon 07 Dec 2010 at 8:31 pm

    สวัสดีค่ะเพิงมาอเมริกาเมื่อเดือนพฤศจิกายนนี่เองค่ะ ใช้วีซ่าแต่งงานงานมาเค้าแสต้มให้สองปี แต่เราไม่รูเรื่องการเป็นอยู่ กฎหมายของบ้านเมืองเค้า แถมภาษาก้อไม่ได้อีกแต่ก้อพอซื้อของ พุดได้นิดหน่อย เราอยู่ที่ ฟลอลิด้า ไม่ค่อยมีคนไทยเลย แบบเหงานะค่ะมาไกลบ้าน ก้อเลยลองมาหาเพื่อนคุยนะคะ ที่นี่เค้าเลือรับคนทำงานยาก เหมือนเมืองไทยไหมค่ะ พอดีเราก้ออย่ากทำงาน แตเคยเกิดอุบัติเหตูเดินไม่ค่อยปรกติ เค้าจะรับเราไหมค่ะ ใครพอมีคำแนะนำบ้างค่ะ งานอะไรเราก้อทำได้นะคะ อยู่ที่ไทยก้อทำงานโรงงานมาก่อน กลัวเค้าหัวเราะเยาะเอานะค่ะ เพราะเคยเจอที่ไทยเเล้วมันเจ็บ

  32. plewon 07 Dec 2010 at 11:24 pm

    คุณ bonita

    จริงๆมีพี่คนไทยที่แต่งงานแล้วก็อยู่ในฟลอริดาเหมือนคุณเลย แต่ไม่กล้าให้เมล์เพราะไม่แน่ใจว่าพี่เขาอยากให้รึป่าว เพิ่งมาก็เหงาและต้องปรับตัวเป็นธรรมดา ใจเย็นๆค่ะ เรื่องงานก็ขอให้ใจเย็นๆเช่นกัน เอาเป็นว่าพยายามทำความคุ้นเคยกับอะไรใหม่ๆรอบตัวสักระยะแล้วค่อยหางานดีกว่า ถ้าภาษาไม่ดีก็หาที่เรียนหรือฝึกฝนค่ะ ถ้าภาษาไม่ได้เลยมันก็ลำบากค่ะ เอาให้พอสื่อสารได้ระดับหนึ่งแล้วสมัคร หรือไม่งั้นก็ต้องทำกับคนไทยด้วยกัน แต่ถ้าภาษาไม่ได้ก็คงต้องทำงานในครัว เรื่องงานเราว่าขึ้นกับโอกาศบางคนเค้าก็ได้ง่ายๆ บางคนก็ยาก มันตอบยากค่ะ ลองไปพวกวัดไทยที่อยู่ใกล้บ้านก็จะเจอคนไทยด้วยกันบ้างหรือมีช่องทางในการทำงานบ้าง แต่เราว่าถ้ามีโอกาศหาที่เรียนภาษาก่อนเลยก็ดีค่ะ

  33. bonitaon 08 Dec 2010 at 9:54 am

    ขอบคุณค่ะคุณ Plew ตอนนี้เราก้อไปเรียนภาษาอยูค่ะ เพิ่งไปได้สองอาทิตย์ เค้าสอนฟรีค่ะ เป็นของรัฐมั้ง ครูก้อเป็นอาสาสมัครช่วยสอนนะคะ
    ก้อคิดว่าจะลองดูสักพักก่อน คงจะชินขึ้นมั้งค่ะ
    แล้วตอนนี้คุณ Plewอยู่ที่นี้นานแล้วหรือค่ะ

  34. ืninjaon 19 Mar 2011 at 5:40 am

    หนูเป็นคนนึงที่กำลังจะไปค่ะ แพลนไว้ว่าช่วงปลายปี 54 ลงเรียนกับเอเจนซีไว้ 1 ปีที่ฟลอริด้า เป็นคอร์สเรียนภาษา แล้วหนูจะสามารถเรียนไปทำงานควบคู่กันไปได้ไหมคะ เคยไปwork&travel มาแล้วเมื่อ2008 ได้social มา ถ้าทำงานแล้วจะถือว่าผิดกฎหมายไหมคะ?

  35. plewon 19 Mar 2011 at 2:11 pm

    คุณ ninja

    ถึงมี Social จากวีซ่ารอบที่แล้วก็ถือว่าทำงานอย่างผิดกฎหมายเพราะวีซ่านักเรียนทำงานไม่ได้ค่ะ

  36. chantakarnon 17 Apr 2011 at 9:11 am

    ขอถามคุณ Plew ค่ะ ที่ซานฟราน ใช้ไฟกี่วัตต์หรือคะ พี่ต้องซื้อปลั๊กแปลงไฟไปด้วยไหมคะ ขอบคุณมากค่ะ

  37. plewon 17 Apr 2011 at 2:09 pm

    คุณ chantakarn

    120 volts and 60 hz and 15 - 30 แอมป์ ส่วนกี่วัตต์นี่แล้วแต่เครื่องใช้แต่ละชนิดค่ะไม่เท่ากัน
    ถ้าแค่มาเที่ยวไม่ต้องหรอกค่ะ เพราะถ้าแต่คอมพิมเตอร์ มือถือ ทอกกิ้งดิคพวกนี้มันใช้ได้เหมือนกันทุกที่ค่ะ
    แต่อย่างอย่างอื่นแน่นอนใช้ไม่ได้ค่ะ

  38. chantakarnon 18 Apr 2011 at 3:48 am

    ขอบคุณมากค่ะ คุณ plew

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply