plew May 24th, 2010
Cheap calls to Thailand
เมื่อวานเพิ่งได้มีโอกาศเจอเพื่อนคนจีนที่ไม่ได้เจอกันมาปีกว่าๆ เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนคนแรกๆที่เรารู้จักในซานฟรานซิสโก มาเจอกันที่
city college ตอนสมัยที่เพิ่งมาอยู่อเมริกาใหม่ๆนั่งเรียนภาษาอังกฤษ แบบฟรีด้วยกัน มาถึงตอน ในกลุ่มที่สนิทกันก็มีประมาณสามสี่คน เราเป็นคนไทยคนเดียวนอกนั้นจีนหมดเลย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเข้ามาในอเมริกาในเวลาไล่เลี่ยกันมาก คือเข้ามาช่วงปี2007 ในตอนนนั้นทุกคนก็ยังใหม่กับที่นี่ ยังงง ยังไม่ชินกลับสภาพความเป็นอยู่และวัฒนธรรมที่ต่างจากรากเหง้าเดิมๆของตัวเอง ดังนั้นถึงจะต่างชาติต่างภาษาแต่ในวันนั้นเราก็เป็น Immigrants เหมือนกันคือมีกรีนการ์ด ความรู้สึก ความกลัว ความเบื่อๆ ความเหงาที่มีไม่ต่างกันมากนัก
เพื่อนคนนี้จริงๆอายุเด็กกว่าเราเกือบสิบปีได้ แค่ยี่สิบต้นๆ เอง หลังจากแยกย้ายกันจากการเรียนภาษาอังกฤษ เธอก็ไปได้งานบริษัททัวร์ของคนจีนย่านๆชานเมืองซานฟรานซิสโก แล้วก็ทำงานเรื่อยมาจนทุกวันนี้ก็สองปีได้แล้ว วันนี้เพื่อนเรามีรถขับแล้ว ซื้อเองป้ายแดงจากน้ำพักน้ำแรงการทำงาน เธอยังอยู่อพาตเมนท์เดิมกับแม่ เป็นห้องแบ่งเช่าในบ้านคนจีนด้วยกัน เจ้าของอยู่ชั้นบน ชั้นล่างมีสองห้องให้่เช่าเพื่อนเราห้องนึ่งอีกห้องนึงก็คนเช่าอีกราย เธอก็บ่นๆว่าห้องที่เธออยู่ไม่ดีเล็กมากๆ แต่มันถูกเดือนละห้าร้อยเหรียญ ตอนนี้แม่อยู่ด้วย เพื่อนบอกอยากอยู่คนเดียวแต่เธอสองคนกับแม่ก็จะไปเช่าห้องสองห้องก็ไม่ไหว เราก็ฟัง บวกเพลิดเพลินกับติ่มซ่ำ เพืื่อนพามากินติมซ่ำร้านอร่อย เพราะเราเรียกร้องเนื่องจากอยู่ซานฟรานมาก็สองปีกว่าไม่เคยเจอติมซ่ำอร่อยๆซะที วันนี้สมใจ อร่อยและถูกด้วย เข้าเรื่องอพาตเมนท์ต่อ.. เธอบอกงานที่ทำกับบริษัทคนจีนตอนนี้ได้เดือนละพันแปดร้อยเหรียญ โดนหักภาษีก็เหลือห้าได้ ทำงานอาทิตย์ละหกวันบ้าง ห้าวันบ้าง ค่าใช้จ่ายอื่นๆก็พวกประกันรถที่ต้องจ่ายรายเดือน เราถามเออแล้วประกันสุขภาพละ เธอบอกเธอไม่มี เรานี่ร้องเลย เฮ้ยมันเสี่ยงนะ เพราะเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาค่าหมอที่นี่มันแพงถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวได้เลยถ้าไม่มีประกัน แถมขับรถทุกวันด้วย เพืื่อนบอกเธอก็รู้แต่มันจ่ายไม่ไหว ก็คือทั้งแม่และตัวเองก็ไม่มีประกันสุขภาพทั้งคู่ ก็หวังว่าจะไม่เจ็บไม่ป่วยอะไรแรงๆ ส่วนตัวแม่เธอก็ทำงานร้านขนมปังของคนเวียดนาม เพราะแม่ก็พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ค่อยได้ ได้ค่าแรงชัวโมงละห้าเหรียญไม่มีอะไรอื่นๆ รวมๆก็ได้เดือนละแปดร้อยเหรียญ ดังนั้นการจะไปหาเช่าห้องดีจึงลำบากทีเดียว แต่รวมๆเธอก็มีความสุขดีตามอัตภาพ
แต่ที่เราฟังแล้วงงมากๆคือ เธอบอกเธอกับแม่ซื้อบ้านที่ Sacramento เราก็ว้าว เธอบอกซื้อมาหกหมื่นเหรียญ บ้านสามห้องนอน
สองห้องน้ำ มีสนามมีที่จอดรถ เราก็เฮ้ยบ้านอะไรทำไมมันถูกจังสามห้องนอนหกหมื่นเหรียญ แต่ก็อย่างที่รู้ๆว่าราคาบ้านในอเมริกาตกลงมาอย่างมากมายก็เลยทำให้มีโอกาศมาถึงคนหลายๆคนที่เมื่อก่อนเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีบ้าน แต่เธอบอกว่าบ้านที่ซื้ออยู่ในย่านที่ไม่ค่อยดีนัก คนที่อยู่ย่านนั้นก็จะดูไม่ค่อยโอเคเท่าไร พูดไปเดี๋ยวบางคนมาอ่านจะหาว่าดูถูกคนอื่นอีก แต่อันนี้เพื่อนบอก เธอกับแม่ซื้อเพื่อแค่ลงทุนแล้วก็จ้างเอเจนท์ปล่อยเช่าไปหักกลบอะไรๆก็มีรายได้ประมาณสามสี่ร้อยเหรียญ และก็หวังว่าอนาคตบ้านจะราราขึ้นแล้วก็ปล่อยขาย ที่ซื้อมาก็จ่ายสดเป็นเงินจากพ่อที่ยังอยู่ในเมืองจีน เราฟังแล้วก็เออเข้าใจละว่าทำไมคนจีนที่มาอยู่ที่นี่ถึงค่อนข้างจะประสบความสำเร็จและมีชีวิตที่ดีขึ้นๆกันเร็วจัง น่าชื่นชมขยันทำงาน รู้จักเก็บ รู้จักลงทุน เทาที่เราเห็นที่รู้จักคนเอเชียที่มาอยู่ที่นี่คนจีน คนเวียดนาม แต่คนไทยนี่ไม่รู้นะ ประสบความสำเร็จก้นดีทีเดียวคือชีวิตพัฒนาขึ้นดีขึ้น อาจเพราะคนจีนมีความเป็นนักธุรกิจชอบค้าขายในสายเลือดรึป่าว ครอบครัวเพื่อนเราคนที่หลายๆคนที่รู้จัก ดูเขาแบบจนๆ กินประหยัด ใช้ประหยัด ไม่ติดหรูอะไร แต่มีบ้านที่ซื้อไว้แล้วปล่อยให้ฝรั่งมาเช่าซะด้วยซ้ำ เพื่อนเราที่เรียนโทด้วยกันก็ฝรั่งก็เพิ่งได้ห้องเช่าใหม่ก็บอกเจ้าของเป็นคนจีน เพื่อนอีกคนที่ย้ายไปอยู่ที่ฟิลาเดลเฟียได้ปีหนึ่งก็เพิ่งซื้อบ้านที่โน่นราคาแสนเหรียญ และก็กำลังจะเข้าจะโอนเข้ามาวิทยาลัยเทอมหน้านี้ ชื่นชมเพราะเพื่อนคนนี้เดิมตอนอยู่ซานฟรานใหม่ๆจนมากๆ ทำงานเก็บเงิน แล้วก็เรียน เพราะพ่อ กับแม่ก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ทำงานหั่นปลา ก็ได้ค่าแรงน้อยมากๆ แต่เพียงสองปีกว่าๆ วันนี้เห็นความเปลี่ยนแปลงจริงๆ เรารู้สึกดีนะเพราะพวกเราที่เมื่อสองปีก่อนยังใหม่กับที่นี่ วันนี้ทุกคนมีพัฒนาการ มีงาน มีบ้าน มีรถ เราเองซะอีกงานไม่มี แต่ว่าเอาละก็เรียนใกล้จบแล้ว อีกเทอมเดียวก็จะได้ปริญญาโทที่นี่อีกหนึ่งใบ ภาษาอังกฤษก็ดีขึ้นมากมาย อิอิ เพื่อนบอกอิจฉาเพราะภาษาเราดีขึ้นมากๆ หลังจากไม่ได้คุยกันมาเป็นปี เพราะใช้แต่อีเมล์ แต่เพื่อนเราดูเหมือนภาษาจะแย่ลง คุยกันทำบากพอควร เพราะเขาทำงานกับคนจีน เพื่อนและคนแวดล้อมก็คนจีนหมด และก็ไม่มีเวลาไปเรียนหนังสือ แต่นี่ละเราว่าไม่ว่าพื้นฐานหรือที่มาของเราจะเป็นอย่างไร เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ถ้ายังสู้ ขยันทำงาน ไม่รอโชคชะตา ฟ้าละขิต หรือเรียกร้องแต่ความช่วยเหลือจากสังคมและคนรอบข้าง รู้จักเก็บ รู้จักใช้ รู้จักพอ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ปล.สำหรับเพื่อนที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ย้ำว่านี่เป็นเรื่องราวของคนที่เข้ามาอยู่อย่างถูกกฎหมายค่ะ คือมีกรีนการ์ด ดังนั้นโอกาศในการหางานทำ หรือจ่ายค่าเทอมในอัตราถูก จะต่างกับคนที่เข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวซึ่งจริงๆไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย
plew May 17th, 2010
ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปนานเลย เพราะยุ่งๆกับเรื่องเรียนบวกกับไม่มีมุขจะเขียนด้วยแหละ แต่พอดีสองเดือนก่อนเสริชหาข้อมูล เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินจากซานฟรานซิสโกไปกรุงเทพ แล้วก็กรุงเทพกลับไปซานฟราน จริงๆแล้วสำหรับตัวเองก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งเดินทาง เดินทางไปๆมาๆมาแล้วก็หลายรอบ แต่ว่าที่ผ่านมาไม่เคยได้ลองเปรียบเทียบหลายๆสายการบินแบบจริงๆจังๆ เพิ่งมาได้ทำก็รอบบนี้นี้ละ (หมายเหตุหน่อยตอนนี้เรื่องนี้อยู่เมืองไทยวุ่นวายสุดๆ แต่ก็นั่นแหละนะ บ้านเรายังไงก็ต้องกลับไปอยู่ดีละ) หลายรอบที่ผ่านมาเราใช้บริการ EVA, China Air, Cathay Pacific ทั้งสามสายการบินเราก็ว่ารับได้ ราคาก็ไม่ต่างกันมากนักขึ้นอยู่กับช่วงเวลา และโปรโมชั่นด้วย แต่รวมๆ Cathay ค่อนข้างจะดีกว่าอีวาแอร์และไชน่าอยู่พอควร ราคาก็แทบไม่ต่างอย่างที่บอก แถมบางจังหวะคาร์เธย์จะถูกกกว่าด้วยบางครั้ง บอกก่อนว่าเราใช้บริการชั้นประหยัดนี่แหละ ยังไม่วาสนานั่งคลาสแพงซะที เสียดายตังค์
Cathay เบาะจะนั่งสบายกว่าอีว่าและไชน่า และระยะห่างระหว่างแถวจะมากกว่าคือยืดแข้งยืดขาได้มากกว่า ทุกที่นั่งมีจอทีวีส่วนตัว มีหนังเยอะ เกมส์ เพลงโอเคเลยทีเดียว อาหารก็ใช้ได้แต่เราว่าอาหารทั้งสามสายก็ไม่ต่างกันเท่าไร บริการบนเครื่องอื่นๆไม่ต่างกันมากเช่นกัน ทั้งสามสายต้องต่อเครื่อง Cathay ต่อที่ฮ่องกง เวลาต่อเครื่องเดินไกลทีเดียว ไชน่ากับอีว่าต่อเครื่องที่ไทเป เราว่าอีว่าดีตรงที่ต่อเครื่องเดินไปอีกเกตไม่ไกลนัก แต่เราเบื่อทั้งสองสายตอนไฟลท์ยาวไม่มีจอส่วนตัว ต้องดูจอรวม ไม่รู้ตอนนี้ปรับปรุงรึยัง ราคารวมๆทั้งสามสายยู่ที่ประมาณหนึ่งพันเหรียญอันนี้ืคือไปกลับ ถ้าจังหวะดีๆอาจได้แปดหรือเก้าร้อย เวลาจองให้เช็คราคาหลายๆวัน เพราะบางทีเืล่อนขึ้นหรือลงแค่วันเดียวราคาต่างกันเป็นร้อยเหรียญก็มี อีกข้อดีของทั้งสามสายนี้คือมีเวลาตารางบินให้เลือกมากหน่อย ทั้งสามสายจะบินเกือบตรงข้ามแปซิฟิกตรงไปฮ่องกง หรือไทเป ที่เขียนตรงนี้ไม่ใช่อะไรเดิมทีเราคิดทุกสายก็คงบินรูทเดียวกันจริงๆแล้วไม่ใช่ ซึ่งตรงนี้มีผลต่อชั่วโมงบินโดยรวมด้วย รวมๆก็อยู่ช่วงสิบเก้าชั่วโมง
ก่อนจองตั๋วรอบนี้เราก็คิดถึงการบินไทยขึ้นมา แต่เรารู้อยู่แล้วว่าการบินไทยไม่มีบินมาซานฟรานซิสโกมีแต่บินไปแอลเอ แต่ก็ลอง แป็บ หาๆดูปรากฎว่าจากซานฟรานเราบินการบินไทยกลับกรุงเทพได้ แต่ต้องนั่งเครื่องยูไนเต็ดหรือเดลต้าไปลงที่แอลเอซึ่งเค้าร่วมกับการบินไทยแล้วนั่งการบินไทยตรงไปกรุงเทพเลย เราเองก็เกือบจองแล้ว เพราะตอนแรกก็ดูว่าเออนั่งจากซานฟรานไปแอลเอก็แป็ปเดียวเอง จากนั้นก็บินยาว ตอนแรกโทรไปถามการบินไทยที่แอลเอ ราคาแพงมากพันแปดพันเก้า พนักงานบอกจองกับเอเจนท์จะถูกกกว่ามาก เขาก็ให้เบอร์เอเจนท์สองเจ้าที่เป็นคนไทยอยู่ในแอลเอ ก็โทรไปถามเจ้าแรกแพงกว่าและบอกว่าต้องนอนค้างแอลเอเพราะต่อเครื่องไม่ทัน เราก็งงเพราะจริงๆเราหาในเว็ปไซต์ขายตั๋วอื่นๆก็ต่อเครื่องทันทั้งนั้น ก็ลองโทรไปอีกที่ชื่อสตาร์ทัวร์ ใส่ขื่อบริษัทให้เพราะเค้าพูดจาดีบริการดี เค้าบอกมีไฟลท์ต่อเครื่องทันเลยรอต่อเครื่องแค่สองชั่วโมงราคาอยู่ที่พันสองเกือบพันสามร้อยเหรียญ เราก็เอยังไงดี เพราะราคาก็แพงกว่าคาร์เธย์ซึ่งจองได้แค่พันหนึ่งกว่าๆ แต่เค้าก็ว่าการบินไทยบริการดีกว่า ก็เกือบจองแล้ว ปรากฎว่ามาเช็คกับแฟนเครื่องที่การบินไทยใช้ในไฟลท์ที่เราจะไปเป็นเครื่องเก่าไม่มีทีวีส่วนตัว บวกรวมชั่วโมงบินนานกว่าสายอื่นๆ เพราะบินขากแอลเอจะตัดลงไปทางใต้ของแปซิฟิกแล้วเข้ากรุงเทพซึ่งระยะทางยาวกว่า บวกการบินไทยเครื่องออกค่ำ ไปถึงกรุงเทพอีกวัน ขณะที่สายอื่นๆถงกรุงเทพประมาณห้าทุ่ม บวกเอเจนท์บอกต้องรีบจ่ายเพราะการบินไทยจะขึ้นราคาเดือนหน้า ตอนนี้เขาก็ขึ้นราคาแล้วจริงๆ
ตอนนั้นก็ยงไม่ปลงใจเลือกที่ไหน ก็หาตามเว็ปขายตั๋วใหญ่ๆหลายที่เช่น Expedia, vayama ก็มาเจออีกสายการบินที่ไม่ได้เคยคิดมาก่อนก็คือ Korean Air วันที่เรากำหนดโคเรียนแอร์จะราคาถูกที่สุดคืออยู่ที่ เก้าร้อยหกสิบเหรียญไปกลับ แล้วเราก็บินสองคนมันก็แบบว่าประหยัดไปเยอะทีเดียว แต่เราก็ไม่เคยใช้บริการมาก่่อนไม่รู้ดีป่าว และข้อเสียของการบินไปกลับกรุงเทพ ซานฟรานกับ Korean Air คือขาบินกลับจากกรุงเทพมาซานฟราน รอเปลี่ยนเครื่องนานมากๆ คือประมาณเก้า ถึงสิบชั่วโมง ทีเดียว บวกถ้าเปลี่ยนตั๋วหรือเลื่อนวันเดินทางต้องเสียคนละหนึ่งร้อยเหรียญ ในขณะที่สายการบินอื่นๆเช่น อีว่า ไชนา หรือการบินไทยจะไม่ชาร์ตตรงนี้ สำหรับ Korean Air สายการบินนี้ก็ชัดเจนจากซานฟรานไปต่อเครื่องที่โซล แล้วก็ไปกรุงเทพ ที่แฟนชอบคือชั่วโมงบินน้อยกว่าพวกที่บินไปฮ่องกง หรือไทเป เพราะสายนี้จะบินขึ้นไปทางใกล้ขั้วเหนือแล้วลงมาที่เกาหลี เพราะเกาหลีเค้าก็เป็นประเทศโซนบนๆอยู่แล้ว สายการบินอื่นๆเช่นเจแปน หรืออื่นๆที่บินจากซานฟรานไปต่อเครื่องที่โตเกียว ญี่ปุ่นจะใช้เส้นทางเดียวกัน คือบินขึ้นทางเหนือแล้วลงมานิดนึงจอดที่โซลหรือโตเกียว สองประเทศนี้มันใกล้กันจะตาย พวกสายพวกนี้จะใช้เวลาสั้นกว่าประมาณชั่วโมงกว่าๆ แต่เจแปน แอร์ไลน์ก็ราคาแพง แฟนเคยใช้บริการบอกดี แต่ประหยัดเงินไว้ดีกว่า
นอกจาก Korean Air หรือ Japan ก็มี United air กับ Delta ที่มีเที่ยวบินจากซานฟราน กรุงเทพ ทั้งสามสายต่อเครื่องที่นาริตะ โตเกียว ราคาของยูไนเต็ดกับเดลต้า จริงๆไม่แพงด้วยใกล้เคียงกับอีว่า ไชน่าเลย คือพันหนึ่ง พันสอง แต่เรากับแฟนบอกตรงๆเข็ดบริการของสายการบินอเมริกัน ไม่รู้สิสายอินเตอร์อาจจะดี แต่ในประเทศนี่ห่วยมาก เลยไม่อยากใช้ นอกจากนี้ก็มีฟิลิปปินส์ แต่มีแต่คนบอกว่าห่วยที่สุดแล้ว ก็ควรจะตัดอกไป ที่เหลือก็มีสายการบินอื่นๆที่ต้องต่อเครื่องสองต่อ เช่นสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เดิมทีเราสนใจเพราะอย่างที่รู้ๆว่าเป็นหนึ่งในสุดยอสายการบิน แต่ว่าจากซานฟรานไปกรุงเทพ ต้องเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์หนึ่งรอบ แล้วก็มาเปลี่ยนที่อีกเมืองเราไม่รู้ว่าเป็นสนามบินในจีนหรือที่ไหน ดูแล้วก็ไม่ไหวต้องมาเปลี่ยนเยอะ แถมค่าตั๋วก็แพงด้วย ของอิมิเรตก็เช่นกันเปลี่ยนสอง สามรอบบวกค่าตั๋วแพงมัก มัก เมื่อไรจะรวยนะเราจะได้นั่งชั้นหรูๆ สบายๆซะที ก็บินกลับเมืองไทยทีนะนานเกือบยี่สิบชั่วโมง อีกอย่างที่ควรเช็คคือหลายๆสายการบอนก็จะโฆษณาว่าหรูเลิศ แต่จองแล้วบางทีเครื่องรุ่นที่เราบินอาจไม่มีอะไรเลย หรือเก่าตกรุ่น ดูโฆษณาบอกมีจอส่วนตัวเก้าอี้นั่งสบายเอาจริงได้เครื่องรุ่นเก่า ก็ต้องแอบเซ็งเพราะผิดหวัง
ยังไงใครกำลังดูๆเรื่องตั๋วอยู่แนะนำให้ดูไว้เนิ่น เปรียบเทียบหลายเว็ป หลายสาย แล้วก็หลายๆวันถ้ามีทางเลือก ก็จะประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้พอสมควร ยิ่งโลกเรามันยุ่งวุ่นวายเข้าไปทุกวันเงินทองก็หายากเข้าไปทุกที เอหรือโลกมันจะใกล้จะแตกแล้วก็ไม่รู้นิ