Times Square Countdown to 2010
plew January 23rd, 2010
เรื่องนิวยอร์กยังไม่จบมาเล่าต่อ ตอนนี้ถือเป็นช็อตเด็ดสุดสำหรับการไปทัวร์นิวยอร์กครั้งนี้ (ครั้งแรกและอาจเป็นครั้งสุดท้าย) คือการไปนับถอยหลังสู่่ปี 2010 หรือ Times Square Countdown to 2010 นั่นเอง จริงๆแล้วถือว่าเป็นสิ่งที่ตอนแรกที่จะไปนิวยอร์กตั้งใจว่าจะทำและอยากจะมีประสบการณ์ แหมทุกปีตั้งแต่อยู่เมืองไทยสิ้นปี ปีใหมทีไรทีวีทุกช่องจะต้องมีข่าว มีภาพการ countdown ที่ไทม์แสควร์ทุกปี ดูทุกปีไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้ไปอยู่ตรงนั้น วินาทีนั้นกับเขาด้วย แต่ก่อนจะเล่ารายละเอียดต้องบอกเลยว่าให้ไปอีกไม่เอาแล้ว ครั้งเดียวก็เกินพอจริงๆ
จริงๆก่อนไปบอกเพื่อนที่เคยอยู่นิวยอร์กมาก่อนและเคยไปเาท์ดาวน์มาก่อนบอกว่าเออปีนี้จะไปนะ เพื่อนบอกคิดดีแล้วเหรอ เพื่อนบอกมันทำมาแล้วครั้งหนึ่งและไม่คิดจะไปอีกในชีวิตนี้ เราก็โหมันจะขนาดนั้นเชียวหรือ ก็ฟังๆแต่ในใจฉันเอานแน่ละ เราไปถึงนิวยอร์กวันที่ 30 ก็วันหนึ่งก่อนเคาท์ดาวน์ เพื่อนแฟนที่ทำงานอยู่ NBC New York ก็เตือนอีกแล้วว่าจะไปจริงหรือ ถ้าจะไปต้องไปแต่วันคือบ่ายสามโมงก็ต้องไปได้แล้ว จริงๆก็เหมือนที่เพื่อนเราบอกว่าต้องไปตั้งแต่วันๆเลย บางคนไปแต่เช้าด้วยซ้ำไปจองที่ แต่เรากับแฟนก็แบบว่าฟังๆก็ไม่ได้อะไร ประมาณไมค่อยเชื่อเท่าไร วันที่ 31 เพื่อนแฟนที่อยู่ NBC ก็โทรมาตอนสามโมงเย็นถามว่าเราอยู่ไหน เรายังอยู่โรงแรมอยู่เลย เขาบอกถ้าจะเคาท์ดาวน์ต้องออกไปได้แล้วเพราะตำรวจจะปิดถนนบริเวณงานช่วงบ่ายๆสี่ ห้าโมงนี่แหละแล้วจะเข้าไม่ได้ เรากับแฟนก็ฟังแต่ก็ยังโอ้เอ้ ออกไปก็ห้าโมงกว่าๆ ประกอบกับเป็นช่วงหน้าหนาวห้าโมงเย็นก็มึดเหมือนสามทุ่มแล้ว จริงๆแล้วบริเวณที่จัดงานคือเวทีหลักนั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเราเลย แต่มองไม่เห็นเพราะตึกเยอะบังหมด เวทีจะอยู่ช่วงถนน 7ave. ตัดกับ 42 -43 ave. เราพักอยู่ 6 ave and 46ave.ก็เดินไปปรากฎว่าตำรวจกั้นไปไม่เข้าไม่ให้เข้าจริงๆ เราก็ต้องเดินไปบล็อกต่อไปก็ปิดอีก คนก็โวยวาย ส่วนใหญ่ก็นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งนั้นที่ตั้งใจมาเคาท์ดาวน์ แต่พูดยังไงตำรวจก็ไม่ให้เข้า ทำได้คือเดินลงไปเรื่อย ตำรวจบอกต้องลองเดินไปเรื่อยๆคือไกลจากเวทีออกไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอบล็อกที่ยังเปิดอยู่ เพราะเขาจะไล่ปิดเป็นบล็อกๆไตั้งแต่ตรงที่ใกล้เวทีลงมา คือเพื่อไม่ให้แต่และบล็อกถนนมีคนแน่นจนเกินไปที่รักษาความปลอดภัย
เราเดินตามฝูงชนจนมาบล็อกที่ 53 ave. ซึ่งก็เหมือนจะกั้นแต่คนก็เดินเข้ามาได้ตำรวจไม่ได้ว่าอะไร ก็เป็นอันว่าผ่านเข้าได้ พอถึงเส้นที่เป็นเส้นที่จัดงาน ทั้งที่ก็ห่างจากเวทีมาประมาณสิบบล็อกได้ ก็มีด่านตำรวจอีกคือเส้นนั้นคือเส้นกลางทั้งเส้นจะมีเหล็กกั้นตลอดแนวเลย แต่ละบล็อกก็จะมีตำรวจตรวจ ถ้ามีกระเป๋าเป๋นี่ไม่ให้เข้าเลย พอเข้าไปได้คือตรงกลางถนนเลยเขาปิดถนนนั้นตลอดสาย คนแน่นมากขนาดไกลจากเวทีมากพอควร ตอนนั้นหนาวและฝนตกพรำ่ตลอด เราก็ยืนสักพักดูนาฬิกา โหต้องยืนคนแน่นๆอย่าวนี้อีกเกือบแปดชั่วโมงไม่ไหวะมั้ง เพราะมันหนาวและคือยืนจริงๆของกิน น้ำอะไรไม่ได้เอาติดมาเลย ยืนประมาณครึ่งชั่วโมงเริ่มมีคนที่ถอดใจเบียดแทรกๆออกมา หลายกลุ่ม เพราะมันไม่มีอะไรจะทำยืนจริงๆไม่ได้ยินอะไรจากเวทีเลย เห็นไกลๆ ไม่มีทีวีจอใหญ่อะไรให้ดู คือคนก็พยายามสรา้งบรรยากาศกันเอง เรากับฟนก็เออแปดชั่วโมงมันไม่ไหวแน่ๆนานเกินไปยืนกันตายเลย เลยตัดสินใจเบียดออกมาพร้อมกับอีกกลุ่มเราก็ตามน้ำมาด้วย
ตัดสินใจถูกที่เดินออกมาเพราะมันอีกชั่วโมงกว่าจะถึงเวลา เลยมานั่งกินข้าวร้านแถวนั้น จริงๆตำรวจกั้นทุกจุดแต่ถ้าบอกโอเคไปกินข้าวร้านนั้นตรงหรือมีข้ออ้างอื่นๆเขาก็จะให้เข้า ร้านอาหารแน่นมากๆถึงมากที่สุดเพราะหลายคนเหมือนกันคือมานั่งฆ่าเวลารอเวลา อาหารก็แพงมากๆ อีกร้ายแค่ช๊อกกาแลตร้อนไม่อร่อยเลยห้าเหรียญคิดว่าบวกราคาเฉพาะวันนี้ไปด้วย กินฏฆ่าเวลาก็แล้วก็ยังเหลืออีกหกชั่วโมงนั่งต่อก็น่าเกลียดเพราะอาหารก็หมดแล้ว เดินออกมาแต่มาเดินตรงฟุตบาทไม่ใช่ตรงกลางถนนที่ปิดนน ดีกว่ามากที่ยืนรอตรงฟุตบาทเเพราะหลบฝนตามชายคาตึกหน้าโรงแรมได้ เพราะฝนก็ยังตกตลอดเวลาจริงๆ ดูคนที่อยู่ตรงกลางถนนที่มีเหล็กกั้นก็สงสารเพราะยืนกางร่มหรือไม่ก็ตากฝนรอกันนานหลายชั่วโมง คนก็แน่นอะไรให้ดูก็ไม่มีเพราะมันห่างเวทีเกินไป เราเองถึงยืนตรงฟุตบาทหลบฝนหน้าโรงแรมแต่ยืนรวมๆหกชั่วโมงทั้งหนาวทั้งเมื่อย แต่สิ่งที่สังเกตได้คือคนรอบๆตัวพูดภาษาอื่นๆมากกว่าภาษาอังกฤษ คือนักท่องเที่ยวทั้งนั้น คนในท้องที่ไม่มีใครเขามาหรอก คนรัสเซียเยอะมากๆ สรุปคือรอกับรอแล้วก็รอจนนั่นแหละ เริ่มนับถอยหลังนาทีสุดท้าย คราวนี้ทุกคนก็ไม่กลัวฝนแล้วออกมาจากชายคามาร่วมนับถอยหลัง พอนับถึงหนึ่ง หลังจากนั้นลูกบอลก็ดรอปลงมาที่ตัวเลข ธรรมเนียมคือเขาก็จะจูบกันอะไรประมาณนั้น เสียงกรี๊ดดังสนั่น แล้วก็แค่นั้นจริงๆรอมาหกชั่วโมงเพื่อรอดูแค่เสี้ยวนาที ถึงบอกว่าไม่เอาอีกแล้ว ดูทีวีอยู่บ้านเห็นเยอะกว่าอีกแต่ก็นั่นแหละนะ เราว่าตอนเสร็จแล้วเดินกลับโรงแรมน่าจะเป็นจุดที่สนุกที่สุดเพราะทุกคนดูมีความสุขทักทายกันสวัสดีปีใหม่ทั้งที่ไม่รู้จัก ตำรวจก็ยิ้มทั้งๆที่ทำงานมาหนักทั้งคืน คนเดินควักไขว่ตลอดเส้นทาง ร้านขายอาหารริมถนนก็ขายดิบขายดี เอ้าจบแล้ว จบดื้อๆอย่างนี้แหละ
- ท่องเที่ยว ###
พี่แพรว ผมขอถามนอกเรื่องหน่อยนะครับ
พี่พอจะรู้จัก California state university,East bay รึป่าวครับ อยู่ที่ซานฟราน น่ะครับ
คืออยากรู้ว่าชื่อเสียง และ การยอมรับ ของมหาลัยนี้อยู่ในระดับไหน
พอดีกำลังจะทำเรื่องสมัครเรียนกับยูนี้น่ะครับ
ถ้าผิดพลาดยังไงขอโทษพี่แพรวด้วยครับ
สวัสดีค่ะ
California state university,East bay รู้จักค่ะเพราะเคยคิดจะสมัครเหมือนกัน คือจริงๆแล้วมันไม่ได้อยู่ในซานฟรานนะค่ะมันอยู่ฝั่งโอ๋๊คแลนด์ แต่คนไทยที่ไม่เคยมาที่นี่ก็เหมาว่ามันคือซานฟราน คือมันอยู่คนละฝั่งกับซานฟรานต้องขัยรถข้ามสะพาน Bay Bridge หรือนั่งรถไฟข้ามเบย์ไปค่ะ ขับรถถ้าจากซานฟรานก็ประมาณสิบห้าหรือครึ่งชั่วโมงประมาณนั้น ชื่อเสียงคือมันก็เป็น California State U. ซึ่ง โดยรวมมันก็กลางๆอยู่แล้วสู้ UC ไม่ได้ แต่ใน CSU ด้วยกัน California state university,East bay ก็ถือว่าเป็นยูค่อนข้างเล็กๆค่ะก็ใน CSU ด้วยกันก็ดูจะด้อยกว่า San Francisco State, San Jose State, San Diago ประมาณนั้น มีเพื่อฝรั่งเค้าเคยทำงานที่ California state university,East bay แต่ตอนนี้ย้ายมาทำที่ SFSU เขาบอกว่าระบบบริหารจัดการของ SFSU ดีกว่า Easy Bay พอควร ทำไมไม่ดู SFSUหรือ SJSU ละค่ะ น่าจะน่าอยู่กว่าการข้ามไปฝั่งโน้นนะ ยิ่งถ้าอยากอยู่ซานฟรานเลือก SFSU น่าจะเดินทางสะดวกกว่าและชื่อเสียงดังกว่า บวกค่าเทมอก็เท่ากันนะ เราก็เรียนอยู่ SFSU
พอดีไม่ค่อยรู้เรื่องระบบมหาลัยที่เมกาเลยน่ะครับ อาศัยเอาว่าเอเย่นแนะนำมาก็เลยลงๆไปก่อน ส่วนตัวผมก็กะจะลงคอร์สภาษาไปก่อน1เทอม มันก็3เดือน แล้วค่อยคิดอีกทีว่าอยากอยู่ที่ยูนี้ต่อรึป่าวก็กะว่าจะต่อโทถ้ายื่นคะแนนถึงน่ะครับ
รบกวนถามพี่แพรวหน่อยครับว่า
1. ฝั่ง oak land เนี่ยมันเจริญมากน้อยยังไง มีอะไรน่าสนใจบ้างครับเพราะ Campus ที่ผมจะต้องไปอยู่มันอยู่ตรง Hay ward น่ะครับคือติดสัญญาเช่าหอพักนักศึกษา 3เดือนด้วยน่ะครับ หรือว่า Hayward และ Oakland จะเป็นคนละเมืองกันอีก
2. อยากจะรู้เกี่ยวกับพวก outlet store , Food,สิ่งอำนวยความสะดวก ในฝั่ง oakland+hayward น่ะครับ
3. แล้วที่อยากถามคือพวกร้านอาหารไทยในฝั่ง oak land หรือ ละแวกๆ Hay ward มีอยู่เยอะมั๊ยครับ เพราะว่าคิดจะทำงานหาค่าขนมใช้เองไม่อยากรบกวนทางบ้านมากน่ะครับหรือว่าถ้าเด็กไทยอยากทำงานร้านอาหารต้องข้ามไปฝั่งซานฟรานอย่างเดียวเลยรึเปล่า
4. แล้วตอนนี้ ยูที่พี่แพรวเรียนอยู่ พี่รู้สึกว่ามันเป็นยังไงบ้างครับ หมายถึงโดยภาพรวมทั้งเรื่องเรียน+สังคมในละแวกที่พี่อาศัย
ถ้ารบกวนพี่แพรวมากไปต้องขอโทษด้วยนะครับเพราะผมก็เสิชหาข้อมูลเกี่ยวกับ Hay ward และ Oak land ไม่ค่อยเจอด้วยครับจะเจอแต่ซานฟรานซะมากกว่าอีกอย่างทักษะภาษาผมก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะอ่านอังกฤษแล้วแปลออกมาเข้าใจได้หมดจึงถามจากประสบการณ์ของพี่น่าจะทำให้เข้าใจง่ายกว่าเยอะเลยครับ
สวัสดีอีกครั้ง
ฝั่งโอ๊คแลนด์มันก็มีของกินของใช้ มีห้างมีโรงนังอะไรปกติแหละค่ะ เพียงแต่บางจุดมันไม่ค้อยน่าอยู่เพราะค่อนข้างอันตราย คือมีคนดำเยอะ มีอาชญากรรมบ่อยๆ แต่ตรงยูไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ถ้าจะเทียบกับซานฟรานมันก็เทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว เหมือนไปสยามกับไปฟิวเจอร์รังสิตอะไรประมาณนั้นแหละ สำหรับร้านอาหารไทยฝั่งโน้นก็มีแหละแต่จะมีมากแค่ไหนไม่รู้จริงๆ เพราะไม่ได้อยู่ แค่ผ่านๆไปบ้าง แต่มันก็ไม่มีร้านเยอะเหมือนฝั่งซานฟรานแน่นอนที่มีร้านไทยเยอะมากๆ ฝั่งโน้นถ้าได้ร้านไกลที่พักอาจต้องมีรถ เพราะรถเมล์อะไรต่างๆโซนนั้นไม่สะดวกเหมือนในเมือง
เรื่องช๊อปปิ้งจริงๆก็นั่งรถไฟมาซานฟรานไม่ยากเลย แต่ฝั่งโน้นเขาก็มีแหะอย่างที่บอกคือร้านพื้นๆมีเกือบทุกเมืองขนาดกลางๆอยู่แล้ว
ตัวพี่พี่อยู่ดาวทาวน์ซานฟรานซิสโก ดังนั้นสะดวกมากใกล้ทุกอย่าง เทียบกับเมืองไทยก็เหมือนอยู่ใกล้สยามอะไรประมาณนั้น แต่ข้อเสียคือแพง ที่พักดาวทาวน์โดยเฉพาะย่านดีๆแพงมาก ข้อดีของการอยู่ฝั่งโอ๊คแลนด์คืออพาตเมนท์ถูกกกว่าซานฟรานพอสมควร ยูที่พี่เรียน San francisco State ดีเดินทางสะดวก คนเอเชีย นักเรียนต่างชาติเยอะพอสมควร อาจารย์ก็ดีเป็นกันเองตั้งใจสอนดีมากๆ แต่มันก็ไม่ได่ถึงกับเป็นยูเด่นดังอะไรกลาง แต่ถ้าเทียบกับ East Bay ก็ถือว่าอยู่ในเกรดดีกว่าทีเดียว
ขอบคุณพี่แพรวมากครับ
ตอนนี้คงได้แต่ต้องไปลองอยู่ก่อน3เดือนถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยย้ายที่ใหม่ ^^
แต่ของผมค่าเรียน 3000$ ค่าหอ+อาหาร(น่าจะ21มื้อ) 4000$ หนังสือ 300$ พี่มองดูแล้วคิดว่า rate นี้โอเคมั๊ยครับ
ยังไงถึงตอนนั้นถ้ายังมีโอกาสผมอยากจะขอแนะนำจากพี่แพรววอีกนะครับ หรือถ้ามีโอกาสเมื่อผมไปถึงก็อยากเจอพี่แพรวเหมือนกันนะครับ ^^
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากๆครับ
ก็ดูโอเคนะค่ะเพราะค่าเรียนถูกแพงขึ้นกับคุณภาพของสถาบันด้วย แต่บางคนอาจมองว่าแพงเพราะบางคนเขาเรียนแค่เดือนละสี่ห้าร้อย ค่าเช่าห้องอีกเดือนละสี่ห้าร้อย ยังไม่รวมค่ากิน แต่อย่าคิดมากไปเปรียบเทียบกับคนอื่นอื่นค่ะ เอาคุณภาพและความปลอดภัยคุ้มกว่านะ เอาราคาที่เราจ่ายได้ ไปอย่างสบายใจดีที่สุด โชคดีค่ะ ยังไงมีอะไรก็ถามมาอีกได้ค่ะ ไงก็ช่วยคลิกโฆษณากูเกิลด้วยแล้วกันเนอะจะไม่มีตังค์ทำต่อไป