เรียนปริญญาโทในอเมริกายากง่ายแค่ไหน
plew January 31st, 2010
เรียนต่อในอเมริกายาหรือง่ายขนาดไหน เคยเล่าเรื่องนี้ไปคร่าวๆตอนที่ตัวเองเปิดเทอมใหม่ตอนนี้ผ่านมาหนึ่งเทอมขึ้นเทอมที่สองแล้วสำหรับการเรียนต่อปริญญาโทในเอมริกา ท้าวความนิดแล้วกันสำหรับคนที่อาจเพิ่งเข้ามาอ่านเราเองเรียนปริญยาโทอยู่ที่ San Francisco State University ในด้าน Instructional Technology ซึ่งคดว่าจะจบในสามเทมอเพราะอัดไปเทอมละสี่ตัว จบเร็วๆจะได้มาห่งานทำเป็นเรื่องเป็นราวซะที
มาว่ากันเรื่องความยากง่ายในการเรียนดีกว่า เทอมที่ผ่านมาเราได้ A ทุกวิชาเกรดเฉลี่ย 4.00 เต็ม โอแม่เจ้าเกิดมาเรียนมาก็เยอะคือจนแก่ขนาดนี้ไม่เคยที่ได้เต็มขนาดนี้ แบบเอทุกวิชาเนี่ยไม่เคยจริงๆ ทั้งๆที่เราก็เป็นเด็กที่ค่อนข้างตั้งใจเรียน เรียนโอเคในระดับหนึ่ง แต่ในเมืองไทยเอทุกวิชาหรือ แทบจะเป็นไปไม่ได้ ก็หรูจะแย่ เนี่ยอะไรเนี่ย งงมากๆ แต่ตอนนี้หายงงแล้ว เพราะจริงๆจะบอกว่าไม่ได้เก่งอะไรเลย ธรรมดามากๆ เพียงแต่หลักเกณฑ์ การให้เกรดของที่นี่อาจจะเฉพาะแค่ยูที่เราเรียน ยูอื่นเราไม่แน่ใจมันไม่ได้เหมือนกับบ้านเรา ที่นี่สาขาที่เราเรียนคนได้เอในแต่ละวิชาเยอะคือจริงๆแล้ว ถ้าเข้าเรียนครบ ส่งงานครบตามกำหนดเวลา ได้มาตรฐานที่เขากำหนด ให้ความร่วมมือคือเดินตามเส้นทางไม่นอกลู่นอกทางแล้วละก็ส่วนมากจะเอกันทั้งนั้น เขาไม่ได้มาเน้นมากว่าใครทำดีกว่าใครมากมาย ใครไอเดียกระฉูดหรือมาตรฐานดูแล้วสูงกว่าไม่ใช่ คือที่ผ่านมายกตัวอย่างเช่นเราเรียนการผลิตและตัดต่อวิดิโอ คืองานออกมาจะเห็นเลยว่าบางคนดีกว่าบางคนอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายได้เกรดเท่ากันเพราะส่งงานครบเหมือนกัน มาเรียนครบเหมือนกัน บางคนงานโปรเจคออกมาดีมากกว่าคนอื่นแต่ไม่ค่อยมาเรียนส่งงานสาย ไม่ค่อยร่วมมือก็ไม่ได้เอ ทั้งๆที่จริงๆทักษะดีกว่า ตอนแรกที่เราเริ่มเรียนเราตั้งใจทำงานหนักมาก เพราะอยากให้งานออกมาดีดีกว่ามาตรฐาน แต่สุดท้ายตอนนี้ก็เเริ่มเนื่อยๆเพราะทำดีกว่าเขาก็ได้เอเท่ากันอยู่ดีแหละ จริงๆทำดีดีแล้วมันได้กับตัวเราเองเกรดไม่ใช่จุดหลักใหญ่ ตอนแรกเราก็ทำใจไม่ค่อยได้นิดนึงที่คนที่ทำงานออกมาดูชัดเจนว่าด้อยกว่าเราแต่ได้เกรดเท่ากัน แต่ตอนนี้ชินซะแล้ว
เพราะที่นี่เขามองเรื่องความตั้งใจที่จะเรียนมากกว่าความเก่งที่มีติดตัวมาก่อนหรือพวกพรสวรรค์ คือไม่เก่งแต่พยายาม ตั้งใจก็ได้เกรดดี เราเองเทอมที่ผ่านมาส่งงานตรงตามเวลาส่งก่อนด้วยซ้ำ มาเรียนทุกครั้งไม่เคยขาด ไม่เคยสาย ทำงานมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดด้วย ยอมรับว่างานเยอะมาก เหมือนจะได้เกรดง่ายๆแต่การที่ลงเรียนสี่ตัวและทำงาน บวกอ่านหนังสือตามเวลาที่กำหนด หนักเอาการคือมันไม่ถึงกับไม่มีเวลากิน นอน เพียงแต่อาจไม่มีเวลาเที่ยวหรือทำอะไรไร้สาระมากนัก จริงๆเทอมละสามตัวจะกำลังดีสบายๆ ตรงนี้จะต่างกับการเรียนการสอนในบ้านเรา ตัวเรางเองจบโทมาก่อนแล้วจากมหาวิทลัยปิดของรัฐแห่งหนึ่ง การได้เอยากคือคนได้เอน้อยมาก คืออาจารย์จะมองที่ตัวงานที่ส่งจริงๆถึงจะตั้งใจทุ่มเทแต่งานออกมาไม่ดีก็ไม่มีสิทธิได้เอ คือขยันแต่ไม่ค่อยฉลาดจะไม่ค่อยเข้าตากรรมการคืออาจารย์ในเมืองไทย บวกอาจารย์ในเมืองไทย เอาเป็นว่ามหาวิทย่ลัยที่เราเรียน ซึ่งถือว่าเป็นระดับต้นๆของประเทศ อาจารย์แบบไม่ค่อยจะแคร์หรือให้กำลังใจนักศึกษาเท่าไร เน้นโหดซะมากกว่า เวลาให้นักศึกษาก็ไม่ค่อยมีเพราะทำงานนอกซะมากมมาย เรื่องความเป็นกันเองหายาก บางคนก็ดีแต่ส่วนมากไม่ค่อย คือระยะห่างของความเป็นนักเรียน กับอาจารย?ในเมืองไทยมันสูง ตอนเราเรียนโทเมืองไทยกว่าจะได้เอคือยากจริงๆบางวิชาว่าทำดีแล้วตอบดีแล้วยังไม่ได้เลย
แต่ที่นี่ตรงข้าม อาจารย?จะเป็นกันเองมาก ทุ่มเท เตรียมการสอนดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ไม่มองว่าการสอนเป็นงานพาร์ตไทม์เพราะเงินเดือนน้อย รู้สักว่าเขารักในอาชีพดี ให้กำลังใจนักศึกษา ไม่เก่งไม่เป็นไรแต่ขอให้สู้เป็นใช้ได้ คือพยายามและมีวินัยในการเรียน ดังนั้นจะถามว่าเรียนโทที่นี่ยากไหมจริงๆแล้วไม่ได้ยากมาก แต่เมื่อเทียบกันเอาเป็นว่าไม่รวมเรื่องอุปสรรคของการใช้ภาษาอังกฤษ ก็คิดว่าถ้าไม่เดินออกนอกลู่นอกทางจบแน่นอน แต่งานจะเยอะกว่าเรียนเมืองไทยอันนี้เทียบเท่าที่เราเคยผ่านมาที่นี่จะมีงานทุกอาทิตย์ ไม่รวมหนังสือที่ต้องอ่าน เพราะต้องเตรียมตัวเพื่อจะได้มีอะไรในหัวมาคุยมาพูดในห้อง เพราอเมริกาเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมการแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียนมากๆ ดังนั้นถ้าไม่อ่านมาก็แย่ คือคนไทยภาษาก็สู้เขาไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งไม่มีอะไรในหัวยิ่งจบ เฉพาะนั้นตลอดภาคเรียนแทบไม่มีเวลาว่างเลย ผิดกับเมืองไทบที่อาจมีงานไม่กี่ชิ้นเป็นชิ้นใหญ่ๆตอนใกล้ปิเทอมอะไรประมาณนั้น แต่ที่นี่มีชิ้นล็กทุกครั้งบวกชิ้นใหญ่อีกต่างห่าง
มาเข้าเรื่องที่หลายๆคนกลัวในการมาเรียนเมืองนอกคือเรื่องภาษาอังกฤษบ้าง เท่าที่ผ่านมาเราว่าไม่ได้ถึกับยากมากอย่างที่เรากลัว แรกๆอาจเกร็งๆบ้างแต่นานๆไปจะดีขึ้นตามลำดับทั้งการฟังและพูด อ่านและเขียนก็เช่นกัน อ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มใหญ่แรกๆจะอ่านช้ามาก อ่นซ้ำๆแล้วซ้ำอีก แต่ตอนนี้แค่เทอมเดียวเองชินแล้วอ่านเร็วแล้ว ไม่รู้สึกว่าต่างกับการอ่านหนังสือภาษาไทยเท่าไรเลย เริ่มเหมือนกับอ่านภาษาไทยแล้วละ การเขีบนก็เช่นกันอ่านบ่อยๆฟังบ่อยๆจะช่วยเรื่องสำนวนการเขียนได้มาก จริงๆแล้วการมาเรียนปริญญาโทหรือเรียนอะไรที่มันเป็นเรื่องเป็นราวจะช่วยให้ทักษะทางภาษาพัฒนาเร็วกว่าการไปเรียนครอ์สภาษาอังกฤษธรรมดาด้วยซ้ำเพราะเราจะมีจุดมหายชัดเจนว่าต้องการเขียนอะไร อ่านอะไร เนื้อหาที่อ่านก็มากกว่าและหลากหลายมากกว่า บวกเป็นการใช้ภาษาในการสื่อสารแบบที่เขาจะไม่มามองว่าเราเป็นนักเรียนมาเรียนภาษาอังกฤษหรือมองว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เค้าจะพูดเร็วปกติมันจะทำให้เราต้องบังคับตัวเองให้ฟังและสื่อสารกับเขาให้ได้ เราเองเห็นพัฒนาการด้านภาษาของตัวเองชัดเจนจากที่เคยเรียนภาษาแบบเรียนภาษจริงๆที่ครูก็มองว่าเราเป็นคนต่างชาติ ความเร็วหรือสำนวนต่างๆจะต่างกันบ้างกับเวลาที่ฝรั่งเค้าคุยกันจริงๆ บวกการเรียนปริญญาโทการเขียนเป็นเรื่องสำคัญเพราะงานเขียนส่วนใหญ่เป็นงานวิชาการทำให้เราต้องระวังในการใช้ภาษา รวมทั้งแกรมม่า การสะกด เครื่องหมายวรรคตอนอะไรต่างๆมากมายขึ้น ศัพท์แสงจะใช้แบบพื้นๆบ้่นๆตลอดไปก็ไม่ดีไม่เหมาะกับคนที่เรียนปริญญาโท มันบังคับให้เราต้องใช้ความพยายามมากขึ้นซึ่งทำให้ภาษาอังกฤษเราดีขึ้นมากในเวลาแค่ไม่กี่เดือน สรุปคือภาษาอังกฤษไม่ได้ใช่อุปสรรรคแต่ก็แนะนำว่าเตรียมตัวคือพยายามให้ภาษาอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ก่นมาเรียนจะได้ไม่เครียดมากเกินไป แนะนำให้มี Longman Dic ไว้ในคอมพิวเตอร์ เป็น dictionary ที่ดีมาก ช่วยเรื่องการเขียนได้มากทีเดียว
รวมๆเรียนต่อปริญญาโท หรือตรี หรือเอกในอเมริกาก็ไม่ได้ยากไปกว่าการเรียนในเมืองไทยมากนัก อาจต้องปรับตัวในตอนแรกๆบ้างถ้าขยันเอาใจใส่ไม่เกินความสามารถ ขอย้ำว่าคนไทยเราเก่งไม่แพ้ฝรั่ง ไม่แพ้จริง ๆฝรั่งไม่ใช่จะเก่งจะฉลาดทุกคน โอเคเรื่องภาษาเราอาจสู้เขาไม่ได้แน่ๆ แต่เรื่องความคิดอะไรอื่นๆเราสู้ได้สบายๆ เราพิสูจน์มาแล้ว หลายๆวิชาเราทำได้กว่ากว่าเพื่อนฝรั่งอีก สาขาที่เราเรียนเคยมีคนไทยเราไม่รู้จักมาเรียนแล้วก็หายไป คือเรียนไม่จบไม่รู้ว่าเหตุผลอะไร เราต้องทำให้เขาเห็นว่าคนไทยไม่เหมือนกันทุกคน ที่เก่งและมีความรับผิดชอบมีอยู่มากมาย สุดท้ายเรียนที่ไหนก้แล้วแต่อย่าลืมช่วยกันเอาความรู้กลับไปพัฒนาประเทศเรา ประเทศเขามันไปไกลแล้ว (เริ่มถดถอย) เอ้าคนไทยสู้ๆ
เก่งจริงๆเลยน้องเรา ปรบมือให้จ้า
พี่เหมียวขอบคุณค่ะ ว่าแต่เรื่องโรงแรมเป็นไงเงียบไปเลย ตกลงจะมาเที่ยวซานฟรานเมื่อไรค่ะ จะได้เจอกันบ้าง
สวัสดีครับพี่ plew
ยังพิมพ์ไม่เสร็จเลย มือดันไปโดน Enter ^^ ผมชื่อเบ็นซ์ครับ เพิ่งเข้ามาครั้งแรกได้อ่านเรื่องราวต่างๆของพี่แล้วได้ความรู้ขึ้นมาเยอะเลยครับ ผมไม่เคยไปต่างประเทศหรอกครับ ตอนนี้ผมไม่ได้ทำงานเลย เรียนจบออกมาก็ทำงาน และก็มาตกงาน จนตอนนี้ ก็หาอะไรทำให้เกิดเป็นรายได้เสริมบ้าง หาข้อมูลเกี่ยวกับงานต่างๆ จนได้เข้ามาอ่านเรื่องของพี่ที่เขียนไว้ นานมากแล้ว เรื่องแรกที่อ่านเจอ ชีวิตแม่บ้านอเมริกันเต็มขั้น แล้วก็ไล่อ่านเรื่องสอง ทำไมคนไทยอยากมาอยู่อเมริกา อิอิ และเรื่องอื่นๆ อีกสองสามเรื่อง ทำให้ผมได้รับรู้สิ่งต่างๆของคนที่ได้สัมผัส ได้ไปดำรงชีวิตแบบที่ผมเองก็ไม่เคยได้สัมผัส ต้องขอบอกเลยว่าพี่เป็นคนที่ตั้งใจและขยันจิงๆ ขอบคุณพี่มาก แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่ครับ
ขอบคุณค่ะคุณ Benz หน้าบานเลยนะเนี่ย ยังไงก็ขอให้ได้งานทำเร็วๆนะค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ plew
ตอนนี้หนูเรียนภาษาอยู่ San Fran เนี่ยแหละค่ะแต่จะสอบ Toefl เดือนเมษายนนี้ตั้งใจว่าจะสมัครป.โทของมหาลัยรัฐ
ในอเมริกาเพราะไม่อยากรบกวนเงินที่บ้านมากนัก แต่ปัญหาคืออยากทราบว่าเกรดตอนสมัยเรียนป.ตรีมีผลมากแค่ไหนคะต่อการพิจารณารับเข้าเรียน ถ้าเราทำคะแนน Toefl ดีแต่เกรดตอนป.ตรีไม่ดีมากนัก (2.8) ควรจะลองยื่นใบสมัครมั้ยคะคือตั้งใจว่าอยากสมัคร SFSU มากค่ะแต่รู้สึกลังเลเลยขอถามคนที่มีประสบการณ์ตรงอย่างพี่ Plew ดีกว่า ขอบคุณนะคะ แล้วจะเข้าเยี่ยมเยียนเวปไซต์บ่อย ๆ ค่ะ เพราะรู้สึกอ่านแล้วมีประโยน์กับคนไทยมาก ๆ เป็นกำลังใจให้จบเร็ว ๆ นะคะคว้าเกียรตินิยมเลยยิ่งดีคะ คนไทยเก่งอยู่แล้ว อิอิ
คิดว่ายื่นได้อยู่แล้วละ แต่ขอให้ดูหลักเกณฑ์ของสาขาที่เราจะเรียนด้วยจากเว็ปไซต์เพราะแต่ละสาขามันมีข้อกำหนดอะไรต่างกัน บางสาขาต้องมี GRE บางสาขาก็ไม่ต้องคะแนนโทเฟิลก็เช่นกันแต่ละสาขาก็อาจมีความต่างกันของคะแนนขั้นต่ำ จริงๆ SFSU ก้ไม่ได้เป็นยูเข้ายากอะไรเลย อย่าลืมขอจดหมายรับรองจากอาจารย์ หรือเจ้านายเก่าจากเมืองไทยมาด้วยกี่คนก็แล้วแต่คณะ แนะนำว่าเข้าไปดูเว็ปไซต์ของสาขาเลยดีที่สุด ถ้ากลัวไม่ได้ก็สมัครยูอื่นๆพร้อมกันไปด้วยเลยพวกSJSU หรือ East bay ยูนี้น่าจะง่ายเข้าไปอีก แต่พี่ว่า SFSU ก้ไม่น่าจะยากอะไร เขียน Statement ดีๆเตรียมไว้ล่วงหน้าเลย
ขอถามต่อเลยน่ะค่ะ แล้วถ้าม่ายมีปาสบการทำงานเลยหล่ะค่ะ จาเข้ได้มัียค่ะ แล้ว จดหมายจากอาจารเนี่ย ให้ทางรร สอนพาสา เขียนได้มั๊ยค่ะ อีกเรื่องนึงเรื่องสเตทเมน เข้าต้องเอาปามานเท่าไรห่ค่ะ สำหรับ ปโท
จดหมายรับรองควรเอามาจากอาจารย์ที่คุณเรียนด้วยในระดับปริญญาตรีค่ะ ครูสอนภาษาไม่แนะนำค่ะ เพราะเข้าต้องการดูศักยภาพในด้านวิชาการของคุณค่ะ Statement ที่บอกคือเขียนเรียงความภาษาอังกฤษเกี่ยวกับตัวคุณเอง ประสบการณ์ ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อที่นี่ เรียนจบแล้วมีแผนการที่จะใช้ความรู้ที่เรียนไปทำอะไร ศักยภาพในตัวคุณที่ทำให้เขาเชื่อว่าคุณมาเรียนแล้วเรียนไหว มีเป้าหมายในการศึกษาที่ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องเงินค่ะ
จดหมายรับรองควรเอามาจากอาจารย์ที่คุณเรียนด้วยในระดับปริญญาตรีค่ะ ครูสอนภาษาไม่แนะนำค่ะ เพราะเข้าต้องการดูศักยภาพในด้านวิชาการของคุณค่ะ Statement ที่บอกคือเขียนเรียงความภาษาอังกฤษเกี่ยวกับตัวคุณเอง ประสบการณ์ ทำไมถึงอยากมาเรียนต่อที่นี่ เรียนจบแล้วมีแผนการที่จะใช้ความรู้ที่เรียนไปทำอะไร ศักยภาพในตัวคุณที่ทำให้เขาเชื่อว่าคุณมาเรียนแล้วเรียนไหว มีเป้าหมายในการศึกษาที่ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องเงินค่ะ
สวัสดีค่ะ หนูชื่อแก้วค่ะ กำลังตั้งเป้าว่าอยากต่อโทที่อเมริกา (กำลังจะจบตรีที่ไทยค่ะ)
แล้วก็ได้อ่าน entry นี้ของพี่ plew พอดี ใจชื้นขึ้นจมเลย
ขอบคุณนะคะ จะแวะมาอ่านอีกเรื่อยๆ ค่ะ ^^
รบกวนขอคำแนะนำหน่อยนะคะ
พอดีว่ากำลังจะไปเรียนป.โท ที่ Academy of art U. ในเทอมSummer นี้ (มิ.ย)
ตอนนี้กำลังหาที่อยู่คะ มีเพื่อนแนะนำให้อยู่เกาะ Treasure Island เพราะราคาไม่แพงและอยู่ไม่ไกลนัก แต่มีรุ่นพี่ที่จบมาจากที่นี้แนะนำให้พยายามหาที่อยู่Downtown เพราะจะได้เดินทางสะดวก (แต่มันแพ้ง แพงๆอะคะ) ก็เลยยังมึนๆอยู่ไม่รู้จะเริมอย่างไรดี รบกวนขอคำแนะนำหน่อยนะคะ
จริงเรื่องที่พักเนียมันต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ แรกๆถ้าอยากอยู่ในเมืองอ่จต้องยอมจ่ายแพงไปก่อนเพราะมันแพงทุกที่ แล้วพอรู้จักคนก็ค่อยๆหาแชร์ห้อง คนที่นี่เองก็ต้องหากันทางอินเตอร์เนต มันจะมาปุ๊ปลงตัวเลยยากหน่อยนอกจากมีคนรู้จักอยู่ก่อนแล้ว
จริงๆดาวทาวน์น่าจะสะดวกกว่ามากๆเพราะถ้าคุณเรียนแคมปัสในเมืองคุณเดินไปเรียนยังได้ แรกๆถ้าหาคนแชร์ไม่ได้ก็อาจตกอยู่ประมาณเจ็ดแปดร้อย คือห้องแบบธรรมดามากๆ อาจไม่มีครัว Treasure Island ก็ไม่ได้เลวร้ายนะคือมันต้องนั่งรถขึ้นเบย์บริดจ์แบบมันไม่ถึงกับข้ามไปฝั่งโอ๊คแลนด์ ถ้าไม่มีรถเราว่าไม่สะดวกนะ มันมีรถเมล์ไปถึงก็จริงนะแต่รถไม่ค่อยเยอะค่ะ แล้วมันก็เงียบๆอะ เราไม่ชอบ แต่ถ้าคิดว่ามาแล้วมีรถใช้เราว่าก็โอเคละ มีเพื่อนเคยอยู่เหมือนกันเค้าก็บอกก็โอเคแต่เค้าเป็นผู้ชายนะเช่าอยู่กับพวกญี่ปุ่น
สวัสดีคุณ plew พอดีเข้ามาอ่านได้สักพักนึงแล้วครับ นั่งไล่ออกไปจนเกือบครบละ
มีประโยชน์มากครับ ขอขอบคุณมากๆ
ผมอยากจะขอ email ติดต่อครับ มีเรื่องสงสัยอยากถามหลายๆเรื่องครับ
สวัสดีค่ะคุณ ap
ยังไงฝากคำถามไว้ที่นี่ก็ได้นะค่ะตอบทุกคำถามเท่าที่ตอบได้ค่ะ
แก้คำผิดครับ ไล่อ่าน ต่างหาก
ครับผม
อยากจะสอบถามเกี่ยวโรงเรียนภาษา แถวๆ mountain view กับ san jose ครับ
พอมีที่ไหนแนะนำบ้างไหมครับ
สวัสดีจ้า เปลว แนนเอง เข้ามายินดีด้วยจ้า เก่งจังเลยได้เอหมดเลย จบโทภายในสามเทอมด้วย โว้…. เทอมฟอลนี้ แนนไปเรียนที่ SFSU เป็นที่แน่นอนแล้วจ้า เรียนพยาบาลอ่าจ่ะ เด๋ววันหลังมีโอกาสสอบถามทางหน่อย อิอิ
คุณ AP ค่ะ ลองติดต่อคอมมิวนิตี้ คอลเลจดูนะค่ะ http://www.sjeccd.edu/ ซานโฮเซ่ค่ะ ส่วนเม้าเท่นวิว ก็นี่เลย http://www.fhda.edu/ รร นี้รูมเมทแนนก็เรียนที่นี่ค่ะ
อ้อ นิดนึง เปลวจ๋า บ้านแนนยังมีห้องว่างห้องนึงนะ ถ้าครัยสนใจเช่าห้องถูกๆ เปลวรบกวนแนะนำด้วยนะจ่ะ
ขอบคุณมากครับ ผมหาที่เรียน ESL ครับ หรือไม่ก็ TOEFL ครับ อยากได้เขตใกล้ๆ San jose กับ mountain view
พอดีจะเตรียมสมัคร MSE ที่ CMU silicon valley campus ครับ
ก็ที่โพสอ่ะ เป็นคอมมิวนี้คอลเลจ มีสอนESL ทุกที่แหล่ะ แต่โทเฟล ไม่แน่ใจว่าที่ไหนมีสอนนะ
สวัสดีจ๊ะแนน เป็นไงสบายดีนะ เรียนพยาบาลดีเนอะหางานง่าย แต่ว่าเราขอบายคนหนึ่ง..กลัวเลือด
ได้เลยจ๊ะถ้ามีคนถามเรื่องอพาตเมนท์จะแนะนำไปนะ
ไม่ทราบว่า ห้องของคุณแนน อยู่แถวไหนคะ พอดีกำลังจะไปเรียนต่อ ป.โท ที่ซานฟรานพอดี กำลังสนใจที่จะเช่าห้องค่ะ ถ้ายังไงรบกวนตอบกลับมาทางอีเมลล์ b_demony@hotmail.com ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
คุณ บิงค์ แนนส่งเมล์หาแล้วนะค่ะ แล้วก็ขอขอบคุณคุณเปลวด้วยค่า ที่อุตส่าห็ส่งข้อความมาเตือนอีกที ขอบคุณจิงๆ จ้า
อ่านข้อความแล้วรู้สึกอยากเรียนโทขึ้นมาบ้าง อยากสอบถามหน่อยค่ะ ว่าก่อนเรียนโทเราต้องเรียนปรับภาษารึป่าวค่ะ คือตอนนี้ภาษาไม่ค่อยดีเลยอ่าค่ะ แล้วถ้าเรียนภาษาที่ SFSU นี้ ดีรึป่าวค่ะ ถ้าเปรียบเทียบกับสถาบันสอนภาษาข้างนอกอ่าค่ะ
อ่านข้อความแล้วรู้สึกอยากเรียนโทขึ้นมาบ้าง อยากสอบถามหน่อยค่ะ ว่าก่อนเรียนโทเราต้องเรียนปรับภาษารึป่าวค่ะ คือตอนนี้ภาษาไม่ค่อยดีเลยอ่าค่ะ แล้วถ้าเรียนภาษาที่ SFSU นี้ ดีกว่ารึป่าวค่ะ ถ้าเปรียบเทียบกับสถาบันสอนภาษาข้างนอกอ่าค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ Kea
จริงๆโรงเรียนสอนภาษาก็เยอะมาก แต่ถามว่าที่ไหนดีก็ตอบไม่ถูก มันขึ้นกับเราได้อาจารย์คนไหนด้วย ถามว่าเรียนภาษาในยูดีกว่าไหม ก็อาจดีกว่าตรงที่เขาจะเข้มงวดมากกว่า แต่ปกติคนที่สมัครเรียนภาษาในยูเลยก็มักจะวางแผนที่จะสมัครเรียนต่อที่ยูนั้น ซึ่งมันทำให้เราคุ้นเคย บวกกับเขาจะช่วยไกด์แนะนำเราในเรื่องการสมัครเรียนต่อไปด้วย สว่นมากคอร์สในยูจะเน้นการสอบโทเฟิลและการเตรียมตัวในการเรียนระดับวิทยาลัยในอเมริกา ดังนั้นถ้าภาษาอ่อนมากๆหลายยูจะไม่มีคอร์สรองรับค่ะ บางที่ต้องมีคะแนนโทเฟิลในระดับหนึ่งถึงจะรับอะไรประมาณนั้น อีกที่ลองดูที่ City college of San francisco ก็มีคอร์สภาษาเป็นเรื่องเป็นราวสำหรับนักเรียน สถาบันอื่นๆพวก kaphan หรือระดับเดียวกันก็น่าจะ้ได้ ขึ้นกับตัวเราเองด้วยค่ะ จะสมัครเรียนต่อโทต้องสอบโทเฟิลให้ได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำของสาขานั้นๆ ปกติจะอยู่ที่ 79 คือIBT นะค่ะ แต่บางคณะอาจสูงกว่านี้อีก ถ้าเขารับแล้วก็ต้องสอบเขียน Essay ต่างหากอีก ถ้าสอบตัวนี้ไม่ผ่านก็ต้องลงเรียนภาษาอังกฤษตามที่อาจารย์ที่ปรึกษาเห็นควรค่ะ ภาษาไม่ดีเลยแนะนำว่าเริ่มเรียนภาษาจริงจังที่เมืองไทยซะก่อนเลยดีกว่า เตรียมตัวสอบโทเฟิลไว้ เอาให้ได้ในระดับหนึ่งดีกว่าแล้วค่อยมาเรียนที่นี่ทีหลังจะได้ไม่เสีียตังค์มาก และมาอย่างมั่นใจมากขึ้น