ซื้อตั๋วเครื่องบินไปอเมริกา Buy Tickets to America
plew July 20th, 2009
เรื่องโดย Araya
ขอเล่าประสบการณ์ ของตัวเองให้ฟังนะคะ เพื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ด้วยความที่มี วีซ่าท่องเที่ยวอยู่แล้ว และ เคยมาอเมริกาบ้างแล้ว ตอนตัดสินใจจะมาแต่งงานที่นี่ พี่มาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว พร้อมทั้งขอวีซ่านักท่องเที่ยวให้ลูกสาวซีงก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร วีซ่าที่ลูกสาวได้ก็ได้ สิบปี ดังนั้นตอนที่ซื้อตั๋วฯ มาลงที่ซานฟรานฯ ก็ซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียวสองใบ คือตัวเองใบ ลูกสาวใบ โดยที่เอเจนซี่ที่ซื้อตั๋วฯด้วยไม่ได้บอกอะไร ตกลงซื้อกันด้วยราคา สองหมื่นแปด สองคนก็ห้้าหมื่นสี่ บาท จ่ายไปด้วยวีซ่าการ์ดของแฟนพี่(คนอเมริกัน) ดูๆก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะพี่ชื้อตั๋วล่วงหน้าประมาณ หนึ่งเดือนก่อนเดินทาง
วันเดินทาง พี่ไปสนามบิน ตั้งแต่เที่ยง เนื่องจากเป็นการจากเมืองไทย ย้ายถิ่นฐาน เพื่อนๆ เลยไปส่งกันเยอะ เครื่องออกประมาณห้าโมงเย็น แต่สายการบิน เปิดให้เช็คตั๋ว และ โหลดสัมภาระ ประมาณบ่ายสองโมง คือก่อนประมาณ สามชั่วโมงก่อนบิน ปรากฎว่าที่เคาท์เตอร์สายการบินบอกพี่ว่า วีซ่าของพี่และลูกสาวเป็นวีซ่าท่องเที่ยว แต่ตั๋วเป็นวันเวย์ ไม่ใช่ตั๋วไป-กลับ เพราะฉะนั้น เวลาจะเข้าอเมริกา พี่จะมีปัญหาตรงอิมมิเกรชั่น เขาจะขอดูตั๋วเที่ยวกลับของพี่ แล้ว ที่เคาท์เตอร์สายการบิน ก็ถามพี่ว่าพี่ไปอเมริกาทำไม พีก็บอกว่า ก็พาลูกไปเที่ยว แต่ยังไม่รุ้ว่า จะกลับจากที่ไหน แบบว่า เราอาจจะบินข้ามไปเที่ยว แล้วกลับอีกทางก็ได้ หลังจากพูดคุยกันซักพัก สายการบิน บอกว่า แล้วแต่พี่นะ เพราะเขาเห็นมาเยอะว่าอาจมีัปัญหาไม่ได้เข้าประเทศและถูกส่งกลับเลย เพราะเราไปด้วยวีซ่าท่องเที่ยว พี่ตอนนั้นสติแตก เหลือเวลา สามชั่วโมง ฉันควรทำอย่างไรดีเนี่ย เขาบอกพี่ว่าให้รีบโทรกลับไปที่เอเยนต์ที่พี่ซื้อตั๋ว โชคดีที่วันนั้นไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์เป็นวันจันทร์ ดังนั้น พี่จึงโทรกลับไปที่เอเจนต์ บอกเขาว่าต้องการซื้อตั๋วกลับเพิ่ม ซึ่งเขาบอกทำไม่ได้พี่ พี่ถามว่าทำไมทำไม่ได้ แล้วควรต้องทำอย่างไร เขาบอกว่าต้องทำเรื่องยกเลิกตั๋วใบนี้ และซื้อตั๋วไป-กลับใหม่ ส่วนเรื่องตั๋วใบเก่า พี่ต้องทำเรื่องขอคืนเงิน
งงมั๊ยคะ พี่ไม่ได้ยกเลิกตั๋ว พี่ซื้อเพิ่มด้วยซ้ำ ตั๋วเก่าก็จ่ายเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้คืนทันที ตั๋วใหม่ ก็ต้องจ่ายทันทีไม่งั้นก็ไม่ได้ไป แถมราคาตั๋วไป-กลับวันนั้น ใบละ สี่หมื่นสอง สองคนแม่ลูก ก็แปดหมื่นสี่ ต่อรองไม่ได้เลย พี่ไม่มีทางเลือก จ่ายไป (ครั้งที่แล้วที่ซื้อตั๋วไปกลับนั้น เจ้าเดียวกันนี่แค่ สามหมื่นแปดเอง เฮ้อ)
มาดูเมื่อเดือนทางถึงสนามบิน เจ้าหน้าที่ถามพี่ว่าพี่มาทำไม พี่บอกมาเยี่ยมน้องสาว เพราะมีน้องสาวอยู่ที่นี่ และก็มาเยียมหลายครั้งแล้ว เขาบอกพี่ว่าพี่เพิ่งเดินทางออกไปเมื่อ สามเดือนก่อน ทำไมกลับมาเี่ที่ยวอีก (พี่ไม่เคยโอเวอร์สเตย์นะคะ) พี่บอกว่าก็ครั้งนี้พาลูกสาวมาเที่ยว เขาถามอีกว่า อ้าวแล้วที่ทำงานยูไม่ว่าอะไรหรือ เพราะลางานปีนึงหลายครั้ง พี่ก็บอกไปว่า พี่ รีไทร์แล้ว เค้าถามอีกหลายอย่างซัก เกี่ยวกับลูกประมาณถามกลับไปกลับมาถึงอายุลูก และรายละเอียดของลูกสาว กลัวเราไม่ใช้แม่จริง (ลูกใช้นามสกุลของสามีเก่าคะ) และสุดท้าย ท้ายสุด เค้าถามกลับเมื่อไร พี่บอกเดือนนึง เขาจึงขอดูตั๋วฯ วันกลับ กรรมละซิ เพราะพี่ไม่มี เนื่องจากใช้โทรศัพท์ไปเปลี่ยน แต่ได้เลขที่ตั๋วฯ โดยจดมาไว้กับตั๋วเก่าที่เอเยนต์ส่งเมลล์มาให้ซึ่งในใบนั้นเป็นรายละเอียดของตั๋วฯใบเ่ก่าที่เป็นวันเวย์ พี่บอกเค้าไปว่า พี่ไม่ได้ Print มา คราวนี้เขาถามเลย อ้าวแล้วยูรู้ได้ไงว่ากลับวันไหน พี่เลยบอกวันที่ไป จำได้ซิคะ (เพิ่งจ่ายเงินไปหยกๆ) และก็บอกให้เขาเช็คเลขที่ตั๋ว ใบนี้ที่เราได้เลขที่ มาจากเอเยนต์ ในที่สุด แกก็ให้ผ่านมา พี่ไม่เคยเสียเวลานานขนาดนั้นตอนการบินมาเที่ยวครั้งก่อนๆเลย
พอมาถึงบ้านที่นี่ รีบโทรกลับไปเรื่องตั๋วฯ เดิมที่ซื้อและได้ยกเลิกไปตามคำแนะนำของเอเจ้นท์ เธอบอกว่า พี่ไม่ต้องห่วงหนูทำเรื่องให้ โดยปรกติแล้วมันต้องใช้เวลาสามเดือน (หา !! สามเดือน) เพราะหนูต้องทำเรื่องส่งไปที่ สายการบิน นั้น แล้วต้องรอเขาเรื่องคืนเงิน พี่คะ อีกเรื่องคะ พี่อาจไม่ได้คืนเต็มจำนวนนะคะ (อ้าว !!! เฮ้ย ทำไมอะ ง ง คะ ง ง) ทำไมพี่จะไม่ได้คืนละคะ พี่ยกเลิกตั๋วเพราะพี่ซื้อตั๋วใบอื่น (ที่เป็นตั๋วแพงกว่าเดิมด้วย) ไม่ได้ยกเลิกการเดินทาง นะคะ (เฮ้อ กรรม คะ กรรม) เสียงเจ้าหน้าที่ บอกกลับมาว่า พี่คะ ไม่ได้คะ ฏฏคะ มันเป็นกฏ
หนึ่งเดือนต่อมา พี่ก็โทรไปถาม ความคืบหน้า กับเจ้าหน้าที่คนเดิม อ้อ พี่คนนั้นเค้าออกไปแล้วคะ แต่ไม่เป็นไรนะคะ น้องทำเรื่องต่อให้ อ้าว แล้วพี่จะได้คืนเมื่อไรละคะ พี่ไม่ต้องห่วงคะ สามเดือนคะสามเดือน xxxx :<ตอนนั้นเซ็งคะ แถมกำลังปรับตัวกับการอยู่ที่นี่ด้วย จริงๆ ก็นอกจากเรื่องเงินแล้ว มันโกรธอะคะ แถมไม่ใช่เงินของเรา เค้าจ่ายให้ เราก็ค่อนข้างเกรงใจสามี ตั๋วฯ ไปกลับ ที่ซื้อมายังเหลือตั๋วกลับอยู่ใช่มั๋ยคะ ซึ่งตอนนั้นคิดว่าคงต้องทิ้งไปด้วย เพราะถ้าทำเรื่องขอปรับสถานะวีซ่า ที่นี่ ตั๋วฯซึ่งใช้ได้หกเดือน ต้องหมดเวลาอยู่แล้ว
เดือนที่สองก็เลยทำลืมๆไป พอใกล้หมดเดือนที่สาม เอาวะ โทรไปตามอีกครั้ง โทรไปอีกที ส่งเรื่องไปแล้วคะ หนูทำอะไรไม่ได้แล้วคะ เพราะเรื่องอยู่ทางโน้น ต้องรอให้ทางสายการบินเค้าคืนเงินมาก่อน รอคะรอ พี่ก็รอนะคะ เลยสามเดือนไปหนึ่งอาทิตย์ไม่มีการติดต่อกลับมาอีก คราวนี้ พี่บอกกับสามีว่าเอายังไงกันดี จริงๆ ในตอนแรก สามีพี่บอกว่า ถ้าเป็นที่อเมริกา ถ้ายูไม่ได้ใช้ตั๋วฯ นั้น เขาต้องคืนเงินทันที ในที่สุด สามีโทรกลับไปแจ้ง ที่บัตรเครดิต ของเค้า แจ้งรายละเอียด อย่างที่พี่ว่า เขาถามคำเดียวยูไม่ได้ใช้ตั๋วนั้นใช่มั๊ย สามีบอกว่าใช่ เขาบอกว่า ปรกติแล้ว เค้าจะยกเลิกการเรียกเก็บบิลใบนี้ให้ได้เลย แต่นี่ผ่านไปเกือบสามเดือน แถมข้ามปีอีกรบกวนให้ทางเราช่วยกรอกแบบฟอร์มการขอคืนเงิน หรือปฎิเสธการจ่ายเงินบิลนี้ใ้ห้เขาด้วย (เป็นบัตรวีซ่าของธนาคารที่นี่นะคะ) โอเค เราก็ทำไป ไม่มีทางเลือก หลังจากทำเรื่องจากทางนี้ไป ก็ทำใจ คะ
หลังจากที่เลิกกลุ้ม แฟนบอกว่าเค้าไม่มายหรอก ช่างมัน พี่ก็อะ นะ รู้สึกผิดเล็กๆ เงินห้าหมื่นสี่ สำหรับพี่ มันเยอะอะ ครึ่งแสนเชียวนา วันนึงหลังจากนั้นไม่นาน มีอีเมลล์มาถึงพี่ บอกว่า เค้าเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัท เอเยนท์ตั๋ว ที่พี่ซื้อ แล้วเจ้าหน้าที่คนที่ที่เรือ่งคนที่สองอะ ก็ออกไปแล้ว บริษัทฯ นี่้ ก็เปลี่ยนเจ้าของแล้ว เธอมารับหน้าที่ใหม่ และเธอเห็นเรื่องของพี่ที่ทางสายการบิน ส่งเช็คมาให้แล้ว ต้องการโอนกลับเข้าบัญชีให้พี่ พี่รีบโทรกลับไป เธอก็บอกรายละเอียด ไปเรื่อยๆ จน ถึง … แต่ แต่ คะ แต่ พี่คะ ไม่ได้คืนหมดนะคะ ได้คืนสี่หมื่นคะ (จากห้าหมื่นสี่) และอยากขอให้ทางพี่ โทรแจ้งยกเลิกเรื่องที่ทำไว้กับทางธนาคารบัตรวีซ่าของพี่ด้วยคะ โอเคมั๊ยคะ พี่ฟังแล้ว อืม อ้อ ติดต่อฉันมาเพราะทางธนาคารทางนี้แจ้งไปนั่นเอง ไปปรึกษาสามีว่าเอาไง รบต่อมั๋ย เขาบอกช่างมันเหอะ ถ้าเป็นที่นี่เขาไม่ยอม แต่ก็อะนะ ก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย พี่ก็เลยแจ้งกลับไปว่า ก็ได้ เขาถามว่าให้คืนกลับอย่างไร ส่งเช็คไปที่ไหน พี่บอกก็ทำเรื่องเดบิตกลับเข้าไปในบัตรวีซ่า ก็ได้ จะได้สะดวก ก็ไม่ได้อยู่เมืองไทย ส่งเช็คมาที่นี่ เป็นเช็คธนาคารไทย ก็ยุ่งยากอีกพี่ว่า คิดว่าจะจบนะคะ ยังคะ ยังไม่จบ น้องคนนั้นโทรกลับมาบอกว่า เจ้าของใหม่ซึ่งเป็นคนต่างชาติให้ขอที่อยู่ใหม่พี่และจะส่งเช็คมาให้ พี่บอกอ้าว ทำไมอะ เธอบอกไม่รู้ เหมือนกัน พี่เลยบอกว่าเอางี้ ให้มาคุยกับแฟนพี่เองแล้วกัน แล้วพี่ก็รีบมาบอกแฟนพี่ว่า พี่ว่าเป็นเพราะธนาคารเขานั่นแหละ ที่ส่งเรื่องไปกระตุ้น ถ้าจะทำอะไร ต้องปรึกษากับแบงค์ที่นี่ก่อนนะ เค้าก็โอเค หลังคุยกัน แฟนพี่โทรไปปรึกษาธนาคารของเขา เขาบอกก็ทำหลักฐานไว้ ให้คอนฟิร์มข้อตกลงกันทางอีเมลล์ อะไรประมาณนี้ ในที่สุด พี่ก็ได้คืนเงินบางส่วน แต่ เป็นการโอนเดบิตกลับให้กับบัตรเครดิต ของแฟนพี่ งงมั๊ย
ครั้งนี้ไม่ตามแล้วไม่ถามแหระ ได้เงินคืนแล้วก็ช่างมัน จบๆ ซะที เรื่องครั้งนี้พี่ไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของใครคนใดคนนึง พี่ลองกลับมาทบทวน ก็พอสรุปกันตัวเองนะ ประมาณนี้
เอเยนต์ที่พี่ซื้อ พี่ใช้บริการหลายครั้ง และทุกครั้งไม่เคยมีปัญหา อาจจะเป็นเพราะความคุ้นเคย ทำให้ ตอนที่พี่บอกเขาว่าคราวนี้พี่มาอยู่อเมริกาเลยเพราะจะแต่งงาน ขอซื้อแค่ตั๋วไป เที่ยวเดียว เขาเลยไม่ได้ซักอะไร อาจจะคิดว่า พี่ขอวีซ่า คู่หมั้นไป เลยไม่ได้แนะนำอะไร เงินที่คืนไม่หมด อาจเป็นเพราะหักค่าคอมมิสชั่นไปแล้วไม่อยากคืน (ก็ได้สองค่าคอมฯจากตั๋วเก่าและตัี๋วใหม่เลยนะเนี่ย)
พี่นะควรให้สามีถามกับธนาคารบัตรเครดิตของเขาตั้งแต่แรก (ตอนนั้นไม่รู้ทำไม ไม่ได้คิดเรื่องนี้)
ก็นะคะ ลองอ่านดูเป็นอุทธาหรณ์ เพื่อใครจะได้ประโยชน์ไปบ้างคะ
- ท่องเที่ยว ###
อยากรู้จักคนไทยต่างแดน หวังว่าคงรู้จักกันได้นะ
ได้ซิค่ะ
เราทำงานกับสายการบินค่ะ
เราเข้าใจที่คุณเขียนทุกบรรทัด
ปกติแล้ว เอเจนซี่ จะต้องถามคุณพี่ว่าวีซ่าอะไร ถ้าท่องเที่ยว บังคับให้ซื้อไปกลับเท่านั้นค่ะ
แต่นี่คุณพี่คิดว่าไปแต่งงาน agency น่าจะคิดว่ามีวีซ่าเลยไม่ได้คิดอะไร
โดยหลักแล้ว ทางเค้าเตอร์สนามบินไม่ปล่อยให้ไปด้วยซ้ำค่ะ
เพราะว่าหากเข้าประเทศไม่ได้แล้วจะต้องกลับแล้วไม่มีตั๋วกลับ ซื้อใหม่ไม่ได้
หรือเที่ยวบินเต็ม หรือเหตุอะไรก็ตาม สายการบินจะโดนปรับ
ทำไมซื้อตั๋วเที่ยวเดียวแล้วซื้อเพิ่มไม่ได้ เพราะ fare rule ต่างกันค่ะ
ทางเอเจนซี่สามารถออกตั๋วเที่ยวเดียวจากกรุงเทพ ไปอเมริกาได้ แต่ไม่สามารถออก เที่ยวเดียว จากอเมริกากลับ กรุงเทพได้
จะต้องออกตั๋วที่เป็น round trip
นั้นคือต้องทำ reservation ใหม่ซึ่ง fare rule ก็ไม่เหมือนกันอีกนะคะ
ส่วนมากแล้วตั๋วเครื่องบินจะ non refundable นะคะ ถ้าจะ refund ต้องมีเหตุผลหรือกรณีพิเศษซึ่งทาง agency จะต้อง ยื่นเอกสารมาที่สำนักงานใหญ่ของสายการบินเพื่อให้ตรวจสอบ เพราะหากตั๋วเป็น non refundable agency ไม่สามารถทำการ refund ได้เองค่ะ
กรณีที่ agency สามารถ refund ได้เองคือ ตั๋วจะต้องเป็น refundable ticket (ซึ่งราคาจะแพงกว่ามาก)และเสียค่าปรับ 150 USD บาง fare fule เสียถึง 200 USD ก็มี
การ rejected charge บัตรเครดิต สายการบินจะส่ง debit memo ไปให้ที่ agency ค่ะ
แล้ว agency ก็ตามไปเก็บเงินที่ผู้โดยสารได้อยู่ดี
เราทำงานในส่วนของการตรวจสอบ transactions ต่างๆของ travel agency ให้กับสายการบินแห่งหนึ่งค่ะ
หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะคะ