สมัครเรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา

plew May 3rd, 2009


สมัครเรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา หลังจากสัมภาษณ์กับหัวหน้าภาควิชาเรียบร้อย อีกสองวันลองเข้าไปเช็คสถานะในเว็ปไซต์ทุกอย่างก็เรียบร้อยคือตอบรับให้เข้าเรียน ต่อมาก็ได้รับจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่ออย่างเป็นทางการจากทางมหาวิทยาลัย ตอนนั้นก็คิดว่าโอเคเรียบร้อยทุกอย่างไม่ต้องมีเอกสารอะไรอีก ปรากฎว่ายังคือทางมหาวิทยาลัยต้องการเอกสารยืนยันเกี่ยวกับการได้รับวัคซีนป้องกันโรคคางทูม โรคหัดเยอรมัน ซึ่งจริงๆคนส่วนใหญ่ก็เคยได้กันมาแล้วตั้งแต่เด็กๆ แต่เราเองไอ้เจ้าเอกสารที่ว่ามันก็คงไม่เหลืออยู่แล้วไม่รู้หายไปไหนแล้วเพราะนานมากๆ และถ้ามีก็อยู่เมืองไทยอีกอย่างมันก็เป็นภาษาไทยยังไงก็ต้องแปลอีก

ดังนั้นเมือเราไม่มีเอกสารมาแสดงได้ว่าเรามีภูมิคุ้มกันหรือเคยไดด้รับวัคซีนมาก่อน ก็มีอยู่สองทางเลือกคือฉีดวัคซีนซ้ำไปอีกเข็มหรือเจาะเลือดเพื่อตรวจดูว่ามีภูมิคุ้มกันหรือไม่ สุดท้ายเราเลือกฉีดวัคซีนใหม่ จริงๆแล้วมหาวิทยาลัยเองก็มี Health Center ซึ่งให้บริการตัวนี้ด้วย สาม วัคซีนรวมกันในเข็มเดียวมหาวิทยาลัยคิดราคา $75 เราก็ไม่แน่ใจว่าถูกหรือแพงกว่าคลีนิคปกติ แต่แฟนก็บอกว่าน่าจะถูก แต่บังเอิญตอนนั้นขี้เกียจเข้าไปมหาวิทยาลัย แฟนเลยพาไปที่ศูนย์การแพทย์ของรัฐบาลคล้ายๆพวกอนามัยอะไรประมาณนั้น ปรากฎว่าแค่เข็มละ $15 โชคดีที่ไม่ไปฉีดที่มหาวิทยาลัย ไม่งั้นคงเจ็บใจน่าดู ฉีดเสร็จเขาก็ให้เอกสารมาเราก็ตัวนั้นไปยื่นกับทางมหาวิทยาลัยก็เป็นอันจบเรื่องนี้ไป
ดังนั้นถ้าใครจะมาเรียนที่นี่ก่อนจะมาถ้ามีเอกสารตัวนี้ก็เตรียมไว้ได้เลยหรือฉีดทำอะไรมาจากบ้านเรา ถูกกว่าแน่ๆจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายที่นี่

หลังจากเคลียเอกสารครบ ก็จ่ายเงินค่าของเราเนื่องจากเป็น Resident จึงจ่ายแต่ค่าธรรมทเนียมไม่ต้องจ่ายค่าหน่วยกิต ปกติขจั้นตอนเกือบทุกอย่างของมหาวิทยาลัยนี้ทำผ่านทางอินเตอร์เนตได้ทั้งหมดเลย การจ่ายเงินก็เช่นกัน จ่ายผ่านบัตรเครดิตทางอินเตอร์เนตได้เลยแต่ว่าดันต้องเสียค่าธรรมเนียม $55 คือแปลกๆนิดนึงถ้าจ่ายด้วยบัตรเครดิตจ่ายได้เฉพาะออนไลน์ ถ้าจะจ่ายที่มหาวิทยาลัยรับเฉพาะเงินสด อือเราก็แบบว่าไม่อยากจ่ายเงินสด เลยยอมเสียค่าธรรมเนียมไป $55 ก็จะได้ไม่ต้องเดินทางไปมหาลัยด้วย หลังจากจ่ายเงินเขาก็จะขึ้นใน Profile ของเราว่าชำระเงินแล้ว รอลงทะเบียนซึ่งเขาจะกำหนดวันที่เราจะสามารถลงทะเบียนไว้อย่างชัดเจน คือต้องเช็คออนไลน์ใน Profile ของเรา จะลงก่อนไม่ได้ ถ้าลงหลังจากวันที่กำหนด ก็ต้องรอจนถึงเวลาที่เขาเปิดอีกที ก็ดีเพราะคงไม่อยากให้นักเรียนแห่มาลงวันเดียวกันแน่น ระบบคงล่มแน่ๆ ก็จัดไปเลยว่าคนนี้วันนี้ แต่ก่อนจะลงทะเบียนก็ต้องเข้าไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเสียก่อนเพื่อวางแผนการเรียนซึ่งอันนี้ก็ปกติไม่ต่างจากบ้านเรา ส่วนตารางเรียนทุกอย่างก็ออนไลน์ ซึ่งก็มีรายละเอียดให้ครบทั้ง วิชา วันเวลา อาจารย์ผู้สอน สถานที่ ตำราหลักที่ใช้ จนกระทั่งความจุคือรับได้กี่คน ก็ชัดเจนและสะดวกดี สรุปแล้วอะไรๆก็ต้องทำผ่านทางอินเตอร์เนตเกือบทุกขั้นตอนเลย ลงทะเบียนแล้วก็รอเปิดเทมอ..ตื่นเต้นจัง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องก่อนหน้า

6 Responses to “สมัครเรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา”

  1. เหมียว ฟลอริดาon 08 May 2009 at 8:56 pm

    ยินดีด้วยนะจ๊ะ เก่งมาก พี่ยังติดตามอ่านเรื่องน้องตลอด
    เดียวจะเข้ามาตามข่าวเรื่อยๆค่ะ

  2. NamhwaNon 12 May 2009 at 5:33 pm

    สวัสดีค่ะ คือว่าน้ำหวานมีคำถามค่ะ ถ้าจะเรียนต่อนี่ต้องทำยังไงบ้างเป็นอันดับแรกเหรอคะ น้ำหวานมาอยู่อเมริกาได้ 6 เดือนแล้วนะคะ แต่ว่ายังไม่ไปถึงไหนเลยน่ะค่ะ กำลังเรียนภาษาอยู่ แล้วก็หาข้ามูลไปด้วย อยากทราบว่าถ้าจะเรียนต่อนี่เราจะต้องไปคุยกับใครบ้าง แล้วมีปริญญาโทมาจากเมืองไทยนะคะ แต่ว่าไม่รู้ว่าจะโอนหน่วยยังไงน่ะค่ะ ของคุณที่เข้าเรียนได้โอนหน่วยรึเปล่าคะ แล้วพอจะรู้รรึเปล่าคะว่าโอนหน่วยทำยังไง แล้วสามารถเรียนต่อปริญญาโทได้เลยเหรอคะ ต้องเรียนปริญญาตรีซ้ำหรือเปล่าคะ
    ช่วยหน่อยนะคะ ไม่รู้อะไรเลยน่ะค่ะ
    ขอบคุณมากนะคะ

  3. plewon 13 May 2009 at 2:17 pm

    สวัสดีค่ะคุน้ำหวาน ถ้าเดาชื่อผิดต้องขอโทษด้วยนะ เรื่องโอนหน่วยกิตนี่ไม่แน่ใจทั้งนี้ขึ้นกับสาขาที่คุณจะเรียนด้วยว่าเรียนสาขาเดิมที่เคยจบมาหรือไม่ อีกอย่างแต่ละหมาวิทยาลัยนั่นมีมาตรฐานมีเกณฑ์ที่ต่างกันไป คุณต้องคุยกับคณะที่คุณต้องการสมัครเรียนว่าการโอนเป็นไปได้ไหม ถ้าเรียนต่อต้องไปคุยกับใครบ้าง?
    คุณจะเรียนต่อระดับไหน ปริญญาโทอีกใบหรืออะไร ถ้าเป็นโทอีกใบอย่างแรกเลยแนะนำว่าสอบโทเฟิลให้ผ่านก่อนเลยค่ะ เพราะมหาวิทยาลัยดีเค้าจะมีเกณฑ์อยู่แล้วว่าโทเฟิลเท่าไรถึงจะสมัครได้ แต่มหาลัยบางแห่งที่ประมาณอาจโนเนมอาจไม่แคร์เลยว่าคุณได้โทเฟิลเท่าไร แต่สอบไว้ค่ะจำเป็น บางที่อาจไม่จำเป็นต้องสอบถ้าคุรเรียนภาษาที่นี่ในสถาบันที่ได้รับการยอมรับมาอย่างน้อยหนึ่งปีหรือสองปี อย่างที่บอกว่าแต่ละมหาลัยนั้นมีเกณฑ์ต่างกัน คุณต้องรู้ตัวเองว่าอยากเรียนด้านไหน แล้วก็หาทางเนตนี่แหละว่ามหาลัยไหนเค้ามีสาขาที่คุณต้องการ ถ้าจะให้แคบลงมาคุณอาจถามตัวเองว่าอยากเรียนที่เมืองไหน ย่านไหน รัฐไหน แล้วเข้าไปในเวปของมหาลัยนั้นๆว่ามีสาขาที่คุณต้องการไหม

    แต่ละมหาลัยแต่ละคณะจะมีข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการอยู่ในเวปไซต์รวมทั้งชื่อ หมายนเลข อีเมล์ของคุณที่คุณต้องติดต่อหรือสอบถามข้อมูล ตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าอยากเรียนอะไร จำกัดไหมว่าต้องรัฐนี่เมืองนี้หรือที่ไหนก้ได้ อย่างเราเราชัดว่าเราต้องการเรียนในซานฟรานหรือระแวกใกล้ๆเท่านั้น ดังนั้นตัวเลือกก็จำกัด ข้อมูลทั้งหมดเราได้จากเวปของมหาวิทยาลัยหมด ขั้นตอนเอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้มีในเวป

    recommendation ถ้าคุณจะเรียนต่อโทยิ่งมหาลัยดีๆ ที่ไม่ใช่ประเภทห้องแถวหรือมีเงินก็เข้าได้ ควรมาจากอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยที่คุณจบมาจากเมืองไทย หรืออดีตนายจ้าง(ไม่มช่นายจ้าวงตอนทำร้านอาหารไทยที่นี่)
    คืออะไรที่มันดูเป็นเรื่องเป็นราวค่ะ เพราะคนนี้ต้อง recommend คุณในแง่ความสามรถในด้านวิชาการของคุณและความเป็นไปได้ที่คุณจะสามารถจะเรียนจบได้ ไม่ใช่ญาติหรือเพื่อน ครูสอนภาษาก็ไม่แนะนำ แต่ถ้้าไม่มีทางเลือกจริงๆก็… เราเองก็กลับเมืองไทยไปหาอาจารย์ให้อาจารย์เซ็นให้ค่ะ แล้วถ้าจะเรียนจริงๆคุณก็ต้องกลับไปเอาทรานสคริปต์ที่เมืองไทยอยู่ดี เพราะต้องให้มหาลัยเซ็นซองปิดผนึกมาด้วย

    ยาวแล้ว เอาเป็นว่าอยากเรียนอะไรที่ไหนก่อนเลย และภาษาต้องโอเคค่ะ เตรียมสอบโทเฟิลไว้เลยค่ะ..ช่วยกันคลิกอ่านโฆษณาด้วยเด้อ โชคดี

  4. NamhwaNon 13 May 2009 at 7:55 pm

    ขอบคุณมากเลยนะคะ ยากจังเลยนะ จะเรียนอะไรเนี่ย อ้อ ชื่อน้ำหวานค่ะ น้ำหวานจบโท วิศวกรรมเคมี มาค่ะ อยากเรียนเยอะมากเลยค่ะ อิอิอิ แต่ว่าไม่แน่ใจว่าถ้าเปลี่ยนสาขาไปเรียนอย่างอื่นยังไม่รู้ว่ากี่ปีจะจบน่ะค่ะ เรื่องหนังสือที่คุณใช้ในการสอบ TOEFL ที่คุณ Post ไว้นะคะ น้ำหวานก็ไปตามหามาละค่ะ ว่าแต่ที่คุณอ่านคำอธิบายเป็นเป็นภาษาไทย หรือว่าเป็นภาษาอังกฤษละคะ คือว่าคิดว่าถ้าเป็นภาษาไทยคงจะเข้าใจง่ายกว่าน่ะค่ะ แต่ที่น้ำหวานหาได้เป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลยน่ะค่ะ
    ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคำตอบดีๆอย่างนี้นะคะ ทำให้น้ำหวานดีขึ้นเยอะเลยค่ะ เริ่มท้อแล้ว แต่พออ่านที่คุณ post ไว้ น้ำหวานมักำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ดูแล้วไม่น่าจะยากจนท้ออีกแล้วคะ

  5. plewon 14 May 2009 at 1:16 am

    ใช่แล้วไม่ได้ยากถ้าจะทำซะอย่าง คู่มือโทเฟิลเราอ่านเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดเลย ทั้งสามเล่มที่แนะเป็นเล่มที่ฮิต
    นักเรียนในเมืองไทยที่ผ่านๆกันได้คะแนนเยอะส่วนมากก็อ่านเหมือนกัน ถ้าจะอ่านของไทยด้วยก็ได้ แนะนำว่าอ่านหลายๆเล่มก็จะดี เราอ่านพวก writing ด้วยอีกหลายเล่ม ยืมห้องสมุดเอาก็เยอะ ซื้อหมดไม่ไหวแพง
    หนังสือที่นี่คุณก็รู้ ที่สำคัญต้องทำแบบฝึกหัด ทำข้อสอบเก่าเยอะๆช่วยได้มาก..โชคดีจ๊ะ

  6. gspaon 17 May 2009 at 11:40 pm

    วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา
    สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่เปิดสอนระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
    เปิดรับสมัคร…ปริญญาโท
    หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA)
    • สาขาวิชานโยบายสาธารณะ รุ่นที่ 5
    • สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน รุ่นที่ 11

    หลักสูตร 2 ปี สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทุกสาขา
    หลักสูตร 1 ปี ผู้สำเร็จการศึกษา หลักสูตร นอ./นปส./เสธ.ทบ/เสธ.ทร./วทร./นพส

    ภาคพิเศษ เรียนเฉพาะ วันเสาร์-วันอาทิตย์ (สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด)
    รอบแรก หมดเขตรับสมัคร วันที่ 23 พฤษภาคม 2552
    รอบสอง “ “ วันที่ 30 มิถุนายน 2552
    • พร้อมรับคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค ฟรี
    • สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาดูงานต่างประเทศ
    • สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาดูงานในประเทศ
    • พร้อมการสอนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ
    • เสื้อสูทพิธีการ, ตำราเรียน ตลอดหลักสูตร
    • มีคณาจารย์ประจำให้คำปรึกษา และดูแลอย่างใกล้ชิด
    • ค่าเรียนระบบเหมาจ่าย ไม่บานปลาย
    ศูนย์การศึกษาศรีนครินทร์ อาคารเสรีเซ็นเตอร์ ชั้น 3 (ฝั่งโฮมโปร) ถ.ศรีนครินทร์ พร้อมที่จอดรถในร่มตลอดทั้งวัน http://www.gspa-buu.net โทรศัพท์: 02-325-9068-9 ,0-81-915-2566
    *** พัฒนาตน พัฒนางาน ประสบการณ์กว้างไกล***

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply