เรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา Study Further in The USA.

plew April 29th, 2009


สมัครเรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา หลังจากตัดสินใจแล้วว่าเรียนต่อโทอีกสักใบหนึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ก็ใช้เวลาในการหาว่าจะเรียนคณะอะไร ที่มหาวิทยาลัยไหนอยู่พักหนึ่ง แต่ข้อจำกัดของเราคือเรามีครอบครัวดังนั้นจะเที่ยวร่อนเรไปเรียนไกลๆก็ไม่ด้ ตัวเลือกที่มีอยู่คือ Cal State ที่อยู่ในละแวก Bay Area หรือ UC ก็มีที่เดียวที่ใกล้ในย่านซานฟรานก็คือ UC Berkley แต่ก็ต้องตัดไปทั้งที่ใจอยากเพราะ Requirement ที่ค่อนข้างจะสูงเพราะถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยเกรดเอ รวมทั้งราคาที่แพงกว่า Cal State เอกชนนั้นเราตัดทิ้งแต่แรกเพราะแพงๆเสียดายตังค์ ดังนั้นก็เหลือแต่ CSU นี่แหละที่ใกล้และสะดวกที่สุดและเราต้องการที่สุดคือ SFSU อีกที่ก็ East Bay แต่จริงๆก็ไม่ได้อยากเพราะค่อนข้างเล็กและชื่อเสียงสู้ SFSU ไม่ได้ นอกนั้นก็ไกล ตัวเลือกเราคือต้องเดินทางโดยรถสาธารณะได้เท่านั้น ดังนั้นก็เหลือตัวเลือกเดียวคือ San Francisco State

ค่าใช้จ่ายสำหรับ CSU หรือ California State University ค่อนข้างถูกถ้าเป็น Resident เพราะไม่ต้องเสีนค่าหน่วยกิตเสียแต่ค่าธรรมเนียม ถ้าลงทะเบียนแบบ Fulltime คือมากกว่า 6 หน่วยขึ้นไปอยู่ที่ $2200 กว่าๆ ต่ำกว่า 6 หน่วยก็ ประมาณ $1800 แต่ถ้าไม่ใช่ Resident ก็เสียค่าธรรมเนียมตรงนี้บวกค่าหน่วยกิตหน่วยละประมาณ $300 ต้นๆ คือเป็นResident จะจ่ายถูกลงไปมากโขอยู่ นี่เป็นอีกเหตุนึงที่เราคิดว่าควรจะเรียนโทมันอีกสักใบ เพราะเผลอๆจะถูกกกว่าเรียนโทอินเตอร์ในเมืองไทยซะอีก
หลังจากผ่านโทเฟลคือได้คะแนนไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เขากำหนด เราก็สมัครซึ่ง CSU ทั้งหมดจะสมัครผ่านทางเว็ปรวมเวปเดียวกันคือสมัครผ่านอินเตอร์เนตเท่านั้น ค่าสมัคร $55 จ่ายผ่านเครดิตการ์ดเลย เราสมัครที่เดียวใบสมัครก็ไม่ได้ยุ่งยากมาก แล้วก็ save ไว้ได้กรอกต่อวันหลังได้ กรอกใบสมัครส่งเรียบร้อย วันสองวันจำไม่ได้ก็มีอีเมล์ส่งยืนยันว่าได้รับใบสมัครแล้ว รวมทั้งหมายเลขอ้างอิงต่างๆเรียบร้อย

สำหรับสาขาที่เราสมัครเรียนคือ Instructional Technologies (เรียนพวก Web Design, Multimedia Design,
E-learning) โชคดีเพราะไม่จำเป็นต้องมีคะแนน GRE แต่ต้องมี portfolio เพื่อแสดงเกี่ยวกับระดับความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่เดิม นอกจากนั้นก็ทั่วไปคือ Recommendation Letters, Statement of purpose รวมทั้งต้องเข้ามาสัมภาษณ์กับ Department Chair ด้วย

สิ่งที่ต้องทำหลังจากกรอกใบสมัครทางเนตคือ กลับไปขอ Transcript กับทางมหาวิทยาลัยให้เขาใส่ซองและเซ็นซองปิดผนึกให้เรียบร้อย แล้วก็ส่งซองนี้กลับไปที่ Graduate Department อีกซองคือพวก Recommendation และ Statement และอื่นๆตามที่แต่ละสาขาวิชากำหนดส่งไปที่ Department ที่เราสมัครเรียน ต้องแยกซองกัน เราก็ส่ง FedEx ไปเลย ตกซองละ 800 บาท จริงๆแล้วที่อยู่ที่เดียวกันเลยละแต่คนละตึกแต่ FedEx เขาก็คิดแยกเพราะถือว่าคนละตึก

หลังจากส่งไปได้ไม่กี่วันทางมหาวิทยาลัยคือ Graduate Department ก็อีเมล์กลับมาว่าเอกสารและคุณสมบัติครบถ้วนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ขั้นต่อไปคือจะรับหรือไม่รับก็ขึ้นกับการพิจารณาของ department ซึ่งในอีเมล์ฉบับนี้ทางมหาวิทยาลัยจะให้รหัสนักศึกษาเรามาด้วย โดยให้ใช้รหัสตัวนี้ login ในการเช็คความคืบหน้า สถานะต่างๆของเราได้ทางเว็ปไซต์ ซึ่งหลังจากที่มหาวิทยาลัยตอบรับเราเข้าเรียนแล้วเราก็ใช้รหัสนักศึกษาและรหัสผ่านที่เรากำหนดนี้ตลอดไปจนเรียนจบ คือข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของเราทั้งหมด ทั้งการลงทะเบียน การจ่ายค่าหน่วยกิต กำหนดการ ตารางเวลาเรียน เวลาสอบ เกรด อะไรทุกอย่างใช้รหัสตัวนี้เหมือนกัน เหมือนเป็นหน้า Profile ของนักศึกษาแต่ละคนเลย

ย้อนกลับมาหลังจากที่มหาวิทยาลัยส่งอีเมล์ยืนยันคุณสมบัติของเราว่าผ่านเกณฑ์แล้ว อีกสองอาทิตย์ได้ทาง Department ที่เราสมัครก็อีเมล์มาว่าได้รับซองเอกสารของเราแล้วและขอให้เรานัดเพื่อเข้ามาสัมภาษณ์กับหัวหน้าภาควิชา เราก็นัดวันไป โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่ต้องเตรียมเอกสารอะไรมาเพราะเอกสารเราครบถ้วนดีแล้ว

วันที่ต้องเข้าไปสัมภาษณ์ก็ไม่แน่ใจว่าควรแต่งตัวยังไง คือเราก็ไม่แน่ใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมของที่นี่ดีนักว่าควรดูสุภาพขนาดไหน แต่เราก็แต่งกลางๆคือใส่เชิ้ตกางเกงขายาวไม่ใช่ยีนส์ แต่พอไปถึงจริงก็แบบว่าเขาดูสบายๆกันมากกว่าที่เราคิด เจ้าหน้าที่ประสานงานพอเราโผล่หน้าเข้าไปเขาก็ทักเลย “โอเคเรารู้ว่าคุณชื่ออะไร” แล้วก็เจออาจารย์อีกท่านก็แบบว่าใจดีเป็นกันเอง ก็ประมาณยินดีต้อนรับอย่างโน้นอย่างนี้ คือระหว่างที่รอหัวหน้าภาคอยู่ คือทุกคนเป็นกันเองและอบอุ่นดี เราก็ถามว่ามีนักเรียนประมาณแบบอินเตอร์คือพวกที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักสักกี่เปอร์เซ็น เขาก็บอกไม่ต้องกลัวนักเรียนต่างชาติเยอะ แต่ปีนี้ลดลงไปเยอะพอควร อาจเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก คือปีที่เราจะเข้าเรียน ในภาควิชามีนักเรียนต่างชาติแค่ประมาณห้าเปอร์เซ็นได้ จากที่เคยมียี่สิบเปอร์เซ็น

รอสักพักหัวหน้าภาควิชาก็เปิดประตูเข้ามาเรียกเราเข้าไปคุย เธอเป็นคนเกาหลี แต่จบโทและเอกที่อเมริกาและแต่งงานกับคนอเมริกัน เวลาคุยกันทำให้เรารู้สึกดีเพราะอย่างน้อยหัวหน้าภาคก็พูดภาษาอังกฤษสำเนียงเกาหลีเชี่ยว คือรู้ว่าไม่ใช่เจ้าของภาษา รู้สึกเหมือนมีเพื่อนยังไงไม่รู้ ปรากฎว่าจริงๆก็ไม่ใช่การสัมภาษณ์อะไร คือเขารับเราแล้ว เพียงแต่มาคุยว่าสนใจจะเน้นด้านไหนเป็๋นพิเศษ๋ และความรู้พื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ว่าอยู่ในระดับไหน ใช้โปรแกรมอะไรได้บ้าง คือถ้าไม่มีพื้นฐานพออาจต้องลงวิชาปูพื้น ซึ่งเราเองก็ผ่านไม่ต้องลงพื้นฐานเพิ่ม และที่โชคดีชั้นที่สองคือ ปกตินักศึกษาปริญญาโทที่ไม่ได้จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักจะต้องผ่านการทดสอบ Graduate Essay Test ภายในปีแรกถ้าไม่ผ่านก็ต้องลงเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม แต่โชคดีเพราะเราจบปริญญาโทมาก่อนแล้ว นี่เป็นการเรียนใบที่สอง เลยได้รับยกเว้นไม่ต้องสอบตัวนี้ เพราะมีเกณฑ์ว่าคนที่จบโทมาแล้วไม่ว่าจากที่ไหนได้รับการยกเว้น เธอบอก “You are so lucky” เราก็บอกใช่ๆ หัวหน้าภาคก็พลิกดูเอกสารต่างๆของเราแล้วก็บอกเอกสารเราครบถ้วนสมบูรณ์ดีมาก Recommendation ก็ดีมาก ผลการเรียนที่ผ่านมาก็ดี เอแต่ไม่ได้พูดถึง Statement เลย แหมกว่าจะเขียนตัวนั้นเสร็จแทบแย่ หลังจากนั้นก็เป็นการแนะว่าแต่ละเทอมเราควรลงวิชาอะไรก่อนหลังประมาณนั้น ใช้เวลาสั่้นๆสรุปแล้วเราก้ได้กลับมาเป็นนักศึกษาอีกครั้ง เย้ๆ…ยาวแล้วแต่ว่ายังไม่จบโปรดติดตามตอนต่อไป

Link ต่างๆที่เกี่ยวกับบทความนี้
San francisco State University
California State University
UC Berkeley

7 Responses to “เรียนต่อปริญญาโทในอเมริกา Study Further in The USA.”

  1. NamhwaNon 12 May 2009 at 5:44 pm

    ดีจังเลยนะคะ แหมอยากโชคดีอย่างงั้นบ้างจังเลยค่ะ น้ำหวานมีคำถามอีกละค่ะ แล้วว่าแต่ recommendation นี้ต้องให้ใครเขียนให้เหรอคะ จำเป็นต้องเป็นอาจารย์ของเราที่เมืองไทยรึเปล่าคะ เป็นคนอเมริกาที่เป็นครูเราหรือว่าเป็นญาติทำนองนี้ได้รึเปล่าคะ เพราะว่าไม่ได้ติดต่อกับอาจารย์เลยน่ะค่ะ ตั้งแต่จบมาน่ะค่ะ
    ขอบคุณนะคะ

  2. popon 31 May 2009 at 10:38 pm

    สนใจคณะ Instructional Technologies นี้อยู่เหมือนกันครับ
    เห็นหลักสูตรบอกเป็น MA. นี่เรียน ปีเดียวจบโท หรือป่าวครับหรือ 2 ปีตามปกติ
    ขอบคุณครับ

  3. plewon 01 Jun 2009 at 9:54 pm

    ปกติสองปีค่ะ แต่ถ้าอัดจริงๆปีครึ่งก็จบได้ อันนี้ที่คุยกับอาจารย์นะค่ะ แต่แกก็แนะว่าสองปีกำลังดี
    จะไม่หนักเกินไป เพราะถ้าเร่งปีครึ่งต้องลงเทอมละ 4-5 ตัว สมัครเลยอยากมีเพื่อน เชียร์ๆๆ

  4. phenon 30 Aug 2009 at 11:14 pm

    ขอทราบว่าถ้าเรียนปริญญาตรีแล้วเรียนต่อโทที่อเมริกาหากไม่มีประสบการณ์ทำงานจะสามารถเรียนได้หรือไม่ค่ะ ที่พักจะอยู่แถวEAGLE ROCK

  5. plewon 31 Aug 2009 at 1:51 pm

    เรื่องเรียนต่อโท คุณสมบัติที่กำหนดของแต่ละมหาลัยต่างกันระบุไม่ได้หรอก และก็ขึ้นกับสาขาที่เรียนด้วย
    ถ้ายูดังๆท๊อปๆ MBA ปกติก็ต้องมี profile ดี ประสบการณ์ทำงานก็จะมีส่วนสำคัญในการพิจารณา
    จริงๆแล้วเลือกสาขาเลือกมหาวิทยาลัยแล้วก็อ่านคุณสมบัติเบื้องต้นที่เขากำหนดจะได้คำตอบที่ดีที่สุด
    เพราะบางมหาลัย บางคณเด็กจบตรีใหม่ๆก็เรียนกันเยอะแยะ แต่ถ้ายูที่มีการแข่งขันสูงคุณสมบัติเบื้องต้น
    ที่เขากำหนดอาจไม่พอ

  6. derekon 07 Feb 2010 at 8:22 pm

    โทนี้ ปีนึงมีกี่เทมอค่ะ แล้วควอเตอคือรัยค่ะ ตกลงปีนึง แบ่งเปนกี่ตอน แล้วอ่ะรัยบ้างค่ะ แล้วค่าเทมอ หล่ะค่ะ ปามานเท่าไหร่ เอาแค่ปามานอย่างยูของพี่อ่ะค่ะ จาลองมาเปรียนเทียบกันดู ขอบคุนค่าา

  7. plewon 08 Feb 2010 at 3:09 am

    มีสามเทอมค่ะ spring,fall,summer แต่ซัมเมอร์จะสั้นมากแค่ประมาณห้าสัปดาห์ ทั่วไปเขาจะไม่ลงเรียนวัมเมอร์กันเท่าไร ค่าเทอมของ CSU ทุกที่ อยู่ประมาณ หน่วยกิตละสามร้อยกว่าเหรียญก็แล้งแต่ลงกี่หน่วย บวกค่าธรรมเนียมอีกประมาณสองพันแปดร้ยเหรียญต่อเทอมค่ะ

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply