ข้อดีของการแต่งงานกับคนอเมริกัน

plew April 8th, 2009


แต่งงานมีสามีเป็นคนอเมริกัน..จริงๆมีสามีอเมริกันก็มีข้อดีอยู่หลายอย่าง ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าแต่งงานกับคนไทยด้วยกันหรือคนชาติอื่นไม่ดีนะค่ะ แต่เรื่องที่จะเขียนวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่มันต่างกันระหว่างสังคมตะวันออกแบบเอเชียเรากับสังคมตะวันตกแบบฝรั่งๆ จุดเริ่มต้นที่ทำให้มานั่งเขียนเรื่องนี้ให้อ่านกันเล่นๆเนื่องจากการคุยปรับทุกข์กันระหว่างเพื่อนสามแม่บ้านสาวจากสามประเทศ ก็คือตัวเราเองคนไทยซึ่งมีสามีอเมริกัน อีกคนสาวญี่ปุ่นสามีก็ญี่ปุ่นเช่นกัน คนสุดท้ายสาวจีน สามีก็เป็นคนจีนแต่ย้ายมาตั้งรกรากที่อเมริกาเป็นสิบปีแล้ว เราสามคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเนื่องจากอายุอานามรุ่นเดียวกัน แต่งงานไล่เลี่ยกันคือแต่งงานมาได้เกือบสองปี ก็เลยมีอะไรมาเมาส์กันประสาผู้หญิงบ่อยๆ

เพื่อนสาวชาวจีนของเราเนี่ยชอบบ่นให้ฟังเรื่องปัญหาของเธอกับแม่สามี ถึงแม้ครอบครัวของสามีเธอจะย้ายมาอยู่อเมริกานานเป็นสิบปีก็ตามแต่ว่าการดำเนินชีวิตและแนวคิดนั้นยังเป็นแบบจีนขนาดแท้ คืออยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่พ่อ แม่ พี่น้อง สามีภรรยาของพี่น้องก็อยู่ร่วมกันหมดในบ้านเดียวกันซึ่งสามีของเธอเป็นเสาหลักเนื่องจากเป็นลูกคนโตและมีรายได้มากกว่าใคร ปัญหาหลักๆของเธอคือเธอบอกว่าแม่สามีเกลียดเธอเอามากๆ ชอบแอบรื้อค้นข้าวของส่วนตัวของเธอเสมอ บวกกับกับชอบแดกดันประชดและไม่พอใจเสมอเวลาเธอซื้อของไม่เว้นกระทั่งแค่ช๊อกโกแลต ไปจ่ายกับข้าวซื้อของอะไรกลับมาเป็นต้องเสนอหน้ามาดูรายละเอียดว่าเธอซื้ออะไรบ้าง คอยบ่นว่าเธอใช้เงินของลูกชายอย่างไม่เกรงใจ เรื่องเสื้อผ้าเครื่องสำอางนี่ไม่ต้องพูดเลยเป็นเรื่อง ต้องหลบๆซ่อนๆซื้อ ปัญหาไม่พ้นแม้เรื่องแหวนแต่งงาน ซึ่งแม่สามีบอกแพงเกินไปใหญ่เกินไป จนเธอเองไม่กล้าใส่เพราะใส่ทีไรโดนแดกดันทุกครั้ง

เรากับเพื่อนญี่ปุ่นฟังแล้วก็ถามว่าอือ ทำไมไม่ย้ายกันไปอยู่กันส่วนตัวละ เธอบอกคุยกับสามีบ่อยมากแต่ก็ทำไม่ได้เพราะถ้าทำอย่างนั้นแม่สามีคงโกรธมากๆ และเขาก็รักแม่เกรงใจแม่ สิ่งที่เขาทำได้คือบอกให้เธอ “อดทน” เราบอกเออแกก็แกแล้วคงอยู่ได้ไม่นานมั้ง เธอบอกไม่รู้ใครจะตายก่อน เธอต้องทนอย่างนี้ไปอีกกี่ปีไม่มีคำตอบ เงินทองที่แฟนหาก็ต้องจุนเจือครอบครัวญาติพี่น้องมากมาย ฟังแล้วเซ็งแทนจริงๆ

หลังจากเพื่อนจีนปรับทุกข์เพื่อนญี่ปุ่นก็ขอต่อบ้างว่าเธอเองก็มีปัญหากับแม่สามีเช่นกัน โชคดีที่ตอนนี้แฟนได้ย้ายมาทำงานที่อเมริกาแต่อีกไม่ก็เดือนก็ต้องกลับญี่ปุ่น ซึ่งเธอเองไม่อยากกลับเพราะมีปัญหาแม่สามีรออยู่ เรื่องของรายนี้คือสามีเธอเป็นลูกชายคนโตดังนั้นพ่อแม่ของสามีจึงอยากให้เธอและสามีอยู่ร่วมบ้านเดียวกันเพราะสุดท้ายเขาต้องดูแลพ่อแม่ ในฐานะลูกชายคนเดียว เธอบอกเธอเข้ากับแม่สามีไม่ได้เพราพูดกันคนละภาษา แค่เจอกันแว๊ปๆก็พูดกันไม่รู้เรื่องนับอะไรกับการต้องอยู่บ้านเดียวกัน ครอบครัวสามีเธออยู่ประเภทค่อนข้างจะบ้านนอกของญี่ปุ่นคือความคิดความอ่านแบบเก่าๆโบราณๆ ส่วนครอบครัวเธอเป็นแบบสมัยใหม่เกิดและโตในโตเกียว กระทั่งแม่สามีรู้ว่าลูกชายเธอทำงานในโตเกียวเธอก็ไม่สนใจ ดึงดันให้ทั้งสองย้ายมาอยู่ร่วมบ้านในชนบทที่มันไกลจากที่ทำงานของเขาคนละเรื่อง ถึงขนาดจะให้หางานใหม่ใกล้บ้าน เพื่อนเราบอกก็บ้านนอกอย่างนั้นมันจะมีงานดีๆอะไรทำละ ไม่ใช่ญี่ปุ่นมันจะเจริญเหมือนกันทุกที่ซะเมื่อไร กระทั่งตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังสรุปไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรหลังจากต้องกลับญี่ปุ่น เธอบอกเธออยากคุยกันให้จบแต่สามีเธอนะบ่ายเบี่ยงที่จะคุยเพราะทางหนึ่งก็เมียทางหนึ่งก็แม่ ก็คงยังนึกไม่ออกว่าจะเอายังไงดี

จบเพื่อนทั้งสองก็มองมาที่เราแล้วบอกว่าเราเนี่ยโคตรจะโชคดีเลย แต่งงานกับคนอเมริกันไม่ต้องมาวุ่นวายกับครอบครัวฝ่ายชายแบบครอบครัวเอเชีย เราบอกเอก็จริงนะเพราะ พ่อ แม่ พี่น้อง ของสามีเราเขาต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครต้องจุนเจือ ช่วยเหลือใครเป็นเรื่องเป็นราว พ่อ แม่เขาก็มีชีวิตของเขาไม่มาอะไร นานๆเจอกันที เพราะฉนั้นครอบครัวของเราก็คือ ครอบครัวของเราสองคนจริงๆไม่มีใครมาวุ่นวาย รวมทั้งครอบครัวเราเองที่เมืองไทยก็ไม่วุ่นวายอะไรกับเราสองคนเช่นกัน ถือว่าโชคดีทั้งของเขาและของเรา อย่างที่รู้กันว่าฝรั่งเขาไม่มีธรรมเนียมที่ว่าลูกต้องเลี้ยงดูหรืออยู่กับพ่อแม่ พ่อแม่คนแก่ของเขาก็ไม่ได้คิดอยากอยู่บ้านเดียวกับลูก คือมันปกติของเขาถ้าเป็นบ้านเราก็หนีไม่พ้นการเป็นลูกอกตัญญู เราเคยถามมแฟนว่าถ้าสมมติเรามีลูกอยากให้ลูกเป็นแบบไทยหรืออเมริกัน เขาบอกเอาแบบไทยลูกต้องดูแลเขาตอนแก่ เอยังไงเนี่ยตัวเองตอนหนุ่มกับพ่อแม่ตัวเองขอแบบฝรั่ง แต่ถ้าฉันมีลูกบ้างอยากให้ลูกดูแล จะว่าไปทุกวัฒนธรรมมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียปนแปกันไป สุดท้ายตอนแกเราจะเป็นไงไม่รู้ละ แต่วันนี้ยอมรับว่าตัวเองโชคดีที่แต่งงานกับคนอเมริกัน อย่างน้อยก็ตัดปัญหาเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้ไปได้จุดหนึ่ง

19 Responses to “ข้อดีของการแต่งงานกับคนอเมริกัน”

  1. AMMon 08 Apr 2009 at 10:54 am

    สวัสดีค่ะ
    เพิ่งได้ตามอ่านบล็อกของพี่ได้ไม่นาน รู้สึกว่าอ่านแล้วได้ประโยชน์ดีจัง พอดีสนใจอยากไปเมกาเหมือนกัน แต่ข้อมูลยังน้อย แต่พอดีมาอ่านบล็อกพี่แล้วได้รู้อะไรเพิ่มอีกเยอะเลย คิดอยากจะไปเรียนภาษาด้วยแล้วก็ทำงานด้วย แต่คิดไว้คร่าวๆ ว่าอาจจะไปปีหน้าพร้อมกับเพื่อน ตอนนี้เลยทำงานปั๊มตังค์ก่อน อิอิ

    เรื่องแม่สามีกับลูกสะใภ้นี่เป็นปัญหาคลาสสิคที่มีอยู่เกือบทุกประเทศเลยนะคะ โดยเฉพาะแถบเอเชียเนี่ย ดูแล้วพี่โชคดีจริงๆ นั่นแหละที่ไม่มีปัญหาแบบนี้ แบบว่า คับที่อยู่ได้คับใจ…อยู่ยาก

  2. plewon 08 Apr 2009 at 1:31 pm

    ขอบคุณค่ะ ยังไงก็แวะมาอ่านเรื่อยๆนะจ๊ะ

  3. Songon 11 Apr 2009 at 2:23 pm

    ยินดีต้อนรับ สู่ อเมริกา อีกครั้งน่ะ

    อ่านดูแล้ว ควรแนะนำเพื่อนให้รักแม่สามีให้มาก ๆ ดีกว่าน่ะ (ไม่นานก็คงจะตายแล้ว ถึงจะพูดเล่น ๆ แต่ฟังแล้วไม่รื่นหูเลย) อย่าทิ้งคนแก่ให้อยู่คนเดียว สักวันเราก็ต้องเป็นอย่างเขา…..อยู่อย่างเข้าใจ แล้วจะได้สุข….

  4. plewon 12 Apr 2009 at 12:50 am

    เห็นด้วยอย่างที่สุด แต่ปัญหาคือมันพูดง่ายแต่ทำยาก โดยเฉพาะการทำใจ
    ถ้าทำได้ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

  5. Nongon 14 Apr 2009 at 1:01 pm

    สวัสดีค่ะ พี่ plew คือว่าหนูกำลังจะไปเรียนภาษาที่ซานฟราน พอดีไปอยู่กะญาติที่มีสามีเป็นคนอเมริกัน แต่ก็ไม่กล้ารบกวนให้ญาติหางานให้ เพราะเกรงใจค่ะ

    หนูอยากหางานทำด้วยค่ะ เพราะคงเหลือเวลาค่อนข้างเยอะหลังจากเรียนภาษาในแต่ละวัน พี่พอจะแนะนำงานอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ร้านอาหารไทยได้มั้ยค่ะ ?
    เพราะได้ยินมาว่าคนไทยไม่อยากให้มาแย่งงานกัน และต้องโดนแบ่งค่าทริป

    แล้วอีกอย่างทำงานร้านอาหารมันเสี่ยงต่อการโดนจับ เพราะว่าวีซ่านักเรียนไม่อนุญาติให้ทำงานด้วย
    เลยอยากทำงานอื่นแทน เช่น ดูแลเเด็ก พี่ว่าพอเป็นไปได้หรือป่าว?

    หนูอยากได้เงินมาใช้จ่ายส่วนตัวบ้าง ไม่อยากต้องขอที่บ้านบ่อยๆ แบบว่าเรียนจบตรี แล้วไม่อยากรบกวนพ่อแม่มากเกินไป

    แล้วอีกอย่างถ้าหนูได้งานทำ หนูอยากออกมาอยู่เองเพราะว่าอยู่กับญาตินานๆแล้วหนูเกรงใจค่ะ

    รบกวนพี่ช่วยตอบทางอีเมลด้วยนะคะ

    ขอบคุณมากค่ะ

  6. plewon 14 Apr 2009 at 2:26 pm

    งานอย่างอื่นยิ่งยากกว่างานร้านอาหารไทย ยิ่งถ้าต้องการทำงานกับนายจ้างอเมริกัน
    ส่วนมากต้องการคนที่ทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย แม้กระทั่งงานบางอย่างเช่นเลี้ยงเด็ก
    ยิ่งถ้าเป็นนายจ้างอเมริกันคือเลี้ยงลูกคนอเมริกันหลายรายต้องการคนที่มีใบประกาศการ
    ผ่านการอบรมเฉพาะด้าน หรืออาจลองหาคนไทยที่ต้องการพี่เลี้ยงเด็ก
    อาจมีงานอื่นๆ เช่นรับจ้างทำความสะอาดหรืออะไรประมาณนั้น คืองานรับจ้าง
    รับทำเป็นจ็อบๆไป ต้องค่อยๆหาตามอินเตอร์เนตและโทรไปสมัครดู ไม่อีกทีก็ต้องลองเดินสมัครตามพวกร้าน
    เล็ก ร้านอาหาร กาแฟ อื่นๆที่เขาอาจไม่แคร์ที่จะรับคนไม่มีใบทำงานมาทำ
    สรุปคือลองสมัครงานร้านอาหารไทยดูก่อนดีกว่าเพราะมันง่ายสุดแล้ว

  7. Nongon 18 Apr 2009 at 12:46 pm

    ขอบคุณมากนะคะ สำหรับคำแนะนำ

    น้องคิดว่า คงทำตามที่พี่เปลวแนะนำก่อนดีกว่า

    ใกล้จะไปแล้ว เด๋วเป็นไง จะส่งข่าวบอกพี่เปลวอีกนะคะ

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

  8. หน่อยon 20 Apr 2009 at 12:19 pm

    ตอนนี้ได้มาอยู่สหรัฐกับสามีแล้ว ดีใจมาก โชคดีได้สามีที่ดีและอบอุ่น เค้ารักเรามาก แม่เค้าก็ไม่มาวุ่นวาย ใครต้องการรู้เรื่องเอกสาร อีเมล์มาถามนะ รออยู่

  9. jajaon 25 Jul 2010 at 11:34 am

    ชอบคนอเมริกันมากๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ แต่อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าชีวิตจะเจอเนื้อคู่แบบไหน สำหรับขณะนี้และตอนนี้ และไม่มีวันเปลี่ยนหัวใจก็ยังชอบคนอเมริกันตลอดไป

  10. Nookon 08 Nov 2010 at 3:42 pm

    เราเองก็ชอบคนอเมริกันมาก อยากแรกเลยคือเรื่องของการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตัวเอง อย่างที่สองคือคนอเมริกันเป็นพวกที่มีความรับผิดชอบสูง อย่างที่สามนี่ชอบมากเลย คือเราไม่เคยมีปัญหาเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ คือเขาจะช่วยเราอย่างเต็มที่ อย่างที่สี่ เราคิดว่าคนอเมริกันเป็นคนที่จริงใจ Honest พูดในสิ่งที่เค้าคิด บางทีเราอาจจะเห็นว่า แรงนะ แต่จริงแล้วเราว่าดีออก

    นี่เป็นเพียงประสบการณ์ของเรา จริงตรงที่ว่าคนทุกคนไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ว่าคนอเมริกันทุกคนจะเป็นอย่างที่เราว่า แต่ส่วนมากจะเป็นอย่างนั้นนะ

  11. Jannyon 06 Jan 2011 at 12:46 am

    อยากจะบอกว่าทุกอย่างมีด้านดี ก็มีด้านมืดด้วยเหมือนกัน เป็นคนไทยแต่มีสามีเป็นชาวอเมริกันเหมือน แต่ไม่ได้โชคดีอย่างที่น้องบอก เราใช้เวลาครึ่งปีในอเมริกา ครึ่งปีในเมืองไทย ผ่านมา 9 ปีในการใช้ชีวิตแบบนี้ แต่ปีที่ผ่านมาจับได้สามีไปมีผู้หญิงคนใหม่เป็นผู้หญิงเต้นA GO Go อยู่ในบาร์แถวสุขิมวิท ถึงขนาดเลี้ยงดูออกค่าเช่าห้อง และไปมาหาสู๋อย่างไมาเกรงใจเรา เพราะเขาคิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่ก็ทำกันอย่างนี้ เขาไม่ได้่ขาดการส่งเสียเลี้ยงดูเรา แต่เขาไม่รู้เขาทำร้ายจิตใจเรนาอย่างมาก เราต้องการหย่า แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร จดทะเบียนที่อเมริกา เรามีหลักฐานการโอินเงิน และ อีเมล์ต่างๆ ที่แสดงว่าเขานอกใจเรา เราท้อใจมาก เราไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ถ้าใครมีคำแนะนำ ขอให้คำแนะนำแก่เราด้วยผ่านทางอีเมล์ จะเป็นพระคุณมากเลย เพราะเราแก่แล้วไม่อยากแบกความทุกข์ อยากมีอิสระและสันติสุข ในบั่นปลายของชีวิต ขอบคุณล่วหน้ามา ณใ ที่นี้ด้วย ตอนนี้เราอยู่เมืองไทย แต่จะกลับเร็วๆ นี้ เราจึงอยากรู้ว่าเราควรเตรียมตัวอย่างไร แนะนำด้วยค่ะ

  12. yunon 09 Jan 2011 at 2:12 pm

    1.มีกรีนการ์ดแต่ตอนนี้นี้อยู่เมืองไทย อยากย้ายมาอเมริกาและซื้อบ้าน อยากทราบว่าเงินที่เราเอามาจากเมืองไทยต้องแจ้งให้รัฐบาลอเมริกาทราบไหม

    2.พอจะแนะนำ CPA ที่เป็นคนไทยในอเมริกาได้ไหมค่ะ

  13. plewon 10 Jan 2011 at 3:22 pm

    คุณ yun

    ถ้าโอนเงินเข้ามาจากเมืองไทยเข้าบัญชีที่นี่ เขาตรวจสอบได้อยู่แล้ว ตอนเสียภาษีก็ต้องแสดงอยู่แล้ว
    แต่ถ้าเป็นเงินสดอันนี้ก็แล้วแต่คุณแล้วละค่ะ ข้อสองไม่รู้จักใครเลยค่ะ

  14. AORon 11 Jan 2011 at 2:20 am

    พี่ plew ค่ะ อ้อรบกวนถามพี่หน่อยอ่ะค่ะ ถ้าอ้อมาเรียนภาษาที่ US อ้อได้วีซ่านักเรียน แล้วถ้าอ้อจะมาเปลี่ยนแปลงสถานะวีซ่าในภายหลังได้ไหมค่ะ เนื่องจากว่าแฟนอ้อที่เป็นคนไทยที่เกิดในUS เค้าเป็นCiticent ค่ะ ถ้าเราแต่งงานกันที่ US เราจะสามารถทไได้ไหมค่ะ แล้วสถานะในวีซ่าของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยรึป่าว ขอบคุณค่ะ

  15. plewon 11 Jan 2011 at 8:34 pm

    คุณอ้อ

    เปลี่ยนได้ค่ะ ถ้าแต่งงานกับซิติเซ่นสามารถทำเรื่องขอกรีนการ์ดที่เอมริกาได้เลยหลังจากแต่งงานและได้ทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว หลังจากยื่นขอกรีนการ์ดวีซ่านักเรียนก็จะใช้ไม่ได้แล้วค่ะ

  16. AORon 11 Jan 2011 at 11:12 pm

    พี่ plew ค่ะ อ้อรบกวนถามพี่ในหลายเรื่องหน่อยนะค่ะ
    1.ที่เรียนภาษาในซานฟรานที่เรียนฟรี หรือราคาถูกหาอยากไหมค่ะ พอดีว่าอ้อจะสมัครเรียนภาษาที่ Intrax อ่ะค่ะ แต่กะลังคิดอยู่ว่าจะสมัคร 3เดือน หรือ 6 เดือนดี เพราะกลัวว่าถ้าหากเราสมัคร6เดือน เราต้องจ่ายเงินเยอะ แล้วถ้าเราไม่สะดวกในการที่ต้องไปเรียนเราก็ต้องไปหาที่เรียนใหม่แล้วเงินตรงนั้นเราก็จะเสียไปเลยฟรีๆ เลยคิดว่าจะลองเรียน 3เดือนดูก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกทีดีไหมอ่ะค่ะ
    2.งานในซานฟรานหายากไหมอ่ะค่ะ เพราะแฟนอ้อจะไปหางานทำเค้าจบไฮสคูลที่อริโซน่า แต่จบป.ตรีที่ไทย แล้วถ้าจะไปทำงานแต่ในร้านอาหารไทย คงไม่น่าจะพอกับค่าใช้จ่ายอ่ะค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยนะค่ะ
    3.การเดินทางจาก Taraval Street between 40th & 41st Avenue ไปที่ โรงเรียนสอนภาษาที่ Sutter Street ไกลกันมากไหมค่ะ แล้วน่าจะใช้การเดินทางแบบไหนดี หรือถ้าไกลมากควรเช่าอพาร์ทเมนแถวนั้นเลยไหม

    รบกวนถามพี่ plew หน่อยนะค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ

  17. plewon 12 Jan 2011 at 3:11 pm

    คุณอ้อ

    ที่เรียนภาษาถูกๆเดือนละสามร้อกว่าก็มีค่ะเท่าที่รู้คือ San Francisco Institute of English ค่ะ ที่อื่นประมาณสี่ร้อยก็น่าจะมีแต่ไม่รู้จักชื่ออะค่ะ ที่เรียนฟรีคือ City Collegeค่ะ แต่ว่าอันนั้นจริงมันสำหรับคนมีกรีนการ์ดหรือคนที่อยากมาเรียนเพื่อเอาความรู้จริงๆเพราะเขาจะไม่มีออกใบอะไรให้ทั้งสิ้น คือถ้ามาเรียนแบบถือวีซ่านักเรียนเพื่อใช้อยู่ในอเมริกามันจะไม่ได้ค่ะ

    งานในซานฟรานหายากไม๊ ถ้างานร้านอาหารไทยถ้าไม่รู้จักใครก็ยากค่ะ เพราะคนไทยเยอะค่ะ ถ้าทำงานร้านอาหารไม่มีประสบการณมาก่อนจะยาก แต่ถ้ามีคนรู้จักอะไรก็ง่ายไปหมด ถ้าเขาทำงานถูกต้องไดด้ภาษาดีไปสมัครงานอย่างอื่นดีกว่าค่ะ งานอื่นๆน่าจะพอหาได้ไม่ยากนักถ้าไม่เลือกมากเช่น
    งานตามร้านอาหารอื่นๆเพราะของไทยจ่ายค่าแรงต่ำ หรือตามร้าน หรือซุปปเอร์มาเก็ต ร้านกาแฟ เยอะแยะไปค่ะ

    การเดินทางในซานฟรานไม่ยากค่ะ เมืองมันเล็ก ไม่มีที่ไหนที่ไกลเกินไปค่ะ ใช้รถเมล์ได้เกือบทุกที่ แต่บางจุดรถอาจไปไม่ถึงซะทีเดียวต้องเดินเอาหน่อยหรือต่อรถ ตรงที่ถามไม่แน่ใจค่ะว่ารถสายไหนไป ลองเข้าไปหาสายรถเมล์ Muni ของซานฟรานดูค่ะ ถ้าโชคดีหาอพาตเมนท์ใกล้ที่เรียนหรือที่ทำงานได้ก็ดีค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ก็อย่างที่บอกการเดินทางในซานฟรานรวมๆใช้รถเมล์หรือรถไฟได้หมดค่ะ จะเดินมากหรือเดินน้อยต่างกันเท่านั้น…อย่าลืมช่วยกันคลิกโฆษณาด้วยนะค่ะ

  18. Pleon 11 May 2011 at 5:01 am

    ถึงคุณแพรว ..
    เพิ่งได้เข้ามาอ่านหลายๆ บทความที่คุณแพรวนำมาลงไว้วันนี้เองค่ะ เนื่องจากกำลังจะหาข้อมูลเพื่อที่จะเดินทางไปเยี่ยมคุณน้าและคุณน้าเขยที่รัฐฟลอริด้า แต่เผอิญมาเจอเวปนี้ก่อน อยากเข้ามาขอบคุณ คุณแพรวแทนหลายๆ คนที่อยากรู้ข้อมูลในการมาอเมริกาค่ะ ทุกบทความมันมีความหมายและเป็นประโยชน์สำหรับคนหลายๆคนที่ต้องการทราบข้อมูลจิงๆค่ะ ^^ ขอให้คุณแพรวมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ จะเข้ามาอัฟเดทข้อมูลที่เวปนี้อีกค่ะ
    เปิ้ล

  19. plewon 11 May 2011 at 7:59 am

    คุณ Ple

    น่ารักจังขอบคุณมากๆเลยค่ะ ขอให้เที่ยวให้สนุกนะค่ะ

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply