วันทำเลสิค

plew January 16th, 2009


วันผ่าตัดทำเลสิคมาถึง เราได้คิวตอนบ่ายสามโมง มาก่อนเวลาเล็กน้อย มาถึงเจ้าหน้าที่ก็อธิบายขั้นตอนให้ฟังอีกครั้งแล้วก็ให้เซ็นหนังสือประมาณว่าจะไม่เรียกร้องหรือฟ้องร้องใดๆต่อคลีนิคและคุณหมอ ซึ่งเขาให้เราอ่านตัวสัญญาตั้งแต่วันที่เรามาตรวจประเมินแล้ว และที่อื่นๆก็ต้องเซ็นเอกสารนี้เหมือนกันก็เซ็นไป พร้อมทั้งยื่นผลเลือด นั่งรออีกแป๊ปเขาก็จัดถุงยามาให้พร้อมทั้งอธิบายว่าใช้อะไรยังไง ประกอบด้วยยาหยอดตา 2 หลอด คือตาข้างละหลอดเลย ขวาและซ้าย ยาคลายกังวลให้มาสี่เม็ดเผื่อคนไข้นอนไม่หลับ ยาพาราในกรณีที่ปวดหลังผ่าตัด สกอตเทปไว้ใช้กับที่ปิดตา และเอกสารแนะนำการปฎิบัติตัวหลังจากจากผ่าตัดในสัปดาห์แรก เราก็รับไว้ ตอนแรกงงว่าให้ก่อนผ่าอีก มาคิดอีกทีก็ดีเพราะผ่าเสร็จมันอาจเจ็บและมองอะไรไม่ชัด เสร็จแล้วก็จ่ายเงิน ถ้าจ่ายสดลดอีก 500 แต่เราจ่ายบัตรเพราะตั้ง 75500 ขี้เกียจเบิกเงินสดมา อยากได้คะแนนจากบัตรด้วย หลังจากนั้นก็รออีกแป๊ปก็ให้เข้าห้องผ่าตัด

เข้าห้องผ่าตัดเลสิค เข้าไปปุ๊ปจะมีจอแสดงรูปเรา เออดีนะ ชัวร์ดีว่ามาไม่ผิดคน แล้วก็ใส่เสื้อคลุมและหมวกคลุมผม นาฬิกาใส่ได้ไม่มีปัญหา แล้วก็มาล้างหน้าอีกที เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็ให้มานอนพักที่เก้าอี้เพื่อหยอดยาชา หยอดครั้งแรกจะแสบนิดๆ และหยอดซ้ำอีกสามครั้งได้ คือหยอดจนเราไม่รู้สึกแสบแสดงว่าชาแล้ว พยาบาลที่นี่บริการดี คอยบอกตลอดว่าสบายๆนะ ไม่ต้องกังวล รวมทั้งบอกขั้นตอนอีกครั้งรวมทั้งระยะเวลา ว่าทำอะไรบ้างในห้องผ่าตัด เช่นอาจได้กลิ่นไหม้ๆไม่ต้องตกใจเพราะเป็นปฎิกิริยาของเลเวอร์กับผิวตาของเรา สักพักคุณหมอก็มานั่งข้างๆบอกอีกสิบนาทีนะคิวเราแล้ว รวมทั้งบอกว่าเราต้องทำอะไร คือให้ฟังแล้วทำตามคุณหมอเวลาอยู่ในห้อง ใช้เวลาประมาณแปดนาทีอะไรประมาณนั้น ตอนคุณหมอคุยเราก็พยักหน้ารับ คุณหมอบอกเวลาอยู่ในห้องผ่าตัดอย่าทำอย่างนี้คือ ฟังเข้าใจแล้วทำตามอย่าขยับศรีษะตาม คุณหมอถามกลัวไหม เราบอกไม่เลย อยากผ่าเร็วๆ ไม่ได้โกหกนะ วันนั้นไม่กลัวเลยสักนิด อยากทำมากๆ ไม่กลัวเพราะเราศึกษามาแล้ว และมั่นใจในคุรหมอและเครื่องมือ เพราะถือว่าเราได้เลือกคุณหมอที่เขาว่าเก่งที่สุดในด้านนี้คนหนึ่งในประเทศไทย แล้วจะกลัวทำไม

พอถึงคิวเข้าห้องผ่าตัดทำเลสิคจริงๆ เขาก็ให้เรานอนบนเตียง หัวเราก็วางบนส่วนที่มีรูปร่างคล้ายโดนัส มองไปข้างบนก็เป็นเครื่องเลเซอร์ มีพยาบาล 2 และเจ้าหน้าที่อีกคนดูควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์และคุณหมอ พยาบาลเช็ดทำความสะอาดหน้าให้อีกครั้ง และใช้พลาสติกเหนียวคุลมส่วนบนใบหน้าคือหน้าผากลงมาถึงใต้ตา แล้วก็ตัดเจาะบริเวณรอบตาสองข้าง ซึ่งพลาสติกมันตรึงหนังตาเราไว้ไม่ให้ขยับ หลังจากนั้นเริ่มที่ตาซ้ายก่อน คุรหมอให้มองจุดเขียวเอาไว้ให้นิ่งแล้วก็ใช้เครื่องมือเปิดกระจกตาคือวางและกดบริเวณตาดำแป๊ปเดียว จากนั้นคุณหมอบอกตลอดว่าโอเคตอนนี้จะมองไม่เห็นอะไรแล้วนะ โอเคเปิดกระจกตาเรียบร้อย ย้ายมาข้างขวาก็ทำอย่างเดียวกัน เปิดกระจกข้างขวาก็กลับมาซ้าย คุรหมอจะบอกตลอดว่าจะเห็นหรือไม่เห็นอะไร มาข้างซ้ายมองจุดเขียวอีกรอบ แล้วคราวนี้เริ่มยิงเลเวอร์แล้วนะให้มองจุดแดงให้นิ่งไว้ เราก็มองนิ่ง แป๊ปเดียวเอง คุณหมอบอกโอเคแจ๊วมาก เรียบร้อย แล้วก็เอาเครื่องมืออะไรมาถูๆบริเวณตาเราแล้วก็มีสเปรย์พ่นด้วย ก็คงปิดกระจกตากลับไปนะแหละ เหลือข้างขวาก็ทำอย่างเดียวกันเลย เร็วมากจริงๆไม่เจ็บอะไรเลย ไม่น่ากลัวด้วย แต่มีเจ็บนิดนึงตอนคุรหมอแกะพลาสติกออกคือมันดึงผิวดึงขนเราอะ นั้นแหละเจ็บที่สุดแล้วในการทำเลสิคสำหรับเรา ออกมาจากห้องผ่า นั่งที่เก้าอี้อีกรอบพยาบาลหยอดยาปฏิชีวนะให้แล้วปิดฝาครอบตาให้เป็นอันเรียบร้อย ออกมาถอดเสื้อคลุมถอดหมวก

เจ้าหน้าที่ให้ทานยาแก้ปวดกันไว้ เขาถามเจ็บไหมเราบอกไม่นะ คือเราไม่รู้สึกแสบหรือน้ำตาไหลอะไรเลยคือค่อนข้างปกติมาก อาจรู้สึกเคืองๆนิดหน่อย เขาบอกนั่นแหละเพราะยาหยอดยังออกฤทธ์กลับไปเดี๋ยวจะปวดสะแสบบ้าง เราก็อือ หลังผ่าเราก็มองเห็นเลยก็รู้สึกว่าเห็นดีแต่ยังบอกไม่ได้เพราะมีฝาครอบมองไม่ถนัดนัก กลับบ้านมาก็ปกติกินอาหารอะไรปกติ และก็ไม่ได้ปวดหรือแสบน้ำตาไหลอะไรเลยคือปกติมาก แค่เคืองเหมือนมีผงที่ตาขวาเท่านั้น

วันรุ่งขึ้นเก้าโมงเช้าไปเปิดฝาครอบตา ว้าวพอเปิดเห็นชัดเลย พยาบาลก็เช็ดตา เช็ดหน้าให้ หยอดยาปฏิชีวะนะ และน้ำตาเทียม และให้น้ำตาเทียมเพิ่มกลับบ้านรวมทั้งคอตตอนบัดไว้ทำความสะอาดขี้ตาในตอนเช้า รวมทั้งบอกวิธีดูแลตัวเองในสัปดาห์แรกอีกครั้ง พร้อมทั้งวัดสายตาคร่าวๆ คือเราอ่านตัวเลขตรงเส้นแดงได้สบายเลย แล้วพบคุณหมอ คุณหมอตรวจเร็วมาก บอกแผลสมานกันดีแล้ว โอเคเลยไม่มีติดเชื้อไม่มีปัญหาอะไร นัดมาตรวจอีกทีในห้าวันถัดมา เพราะอาการดูแล้วโอเคก็ไม่ต้องหนึ่งอาทิตย์
อย่างที่รู้กันว่าหลังผ่าตัดอาทิตย์แรกห้ามตาโดนน้ำเด็ดขาด ทำให้ล้างหน้าสระผมไม่ได้ด้วย เราก็ทำตามเคร่งครัด ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะอยู่บ้านหน้าจะมันหัวจะเหม็นหน่อยก็ไม่เลวร้ายมากมาย บางทีเราก็เอาแอลกอฮอล์ชุบสำลีเช็ดหน้าบ้างนิดหน่อยแต่ห่างบริเวณตาพอสมควร เรื่องการหยอดยาและหยอดน้ำตาเทียมก็ทำไม่ขาดวันละสี่ครั้ง แต่น้ำตาเทียมบ่อยหน่อย เพราะเจ้าหน้าที่บอกหยอดบ่อยๆดี ในห้าวันแรกอาการโอเคมาก คือไม่เจ็บไม่แสบ มีเคียงเล็กๆ บางครั้ง พยายามพักพยายามนอนให้มาก แต่จริงๆเขาบอกใช้สายตาได้ตามปกติ เราใช้คอมบ้างแต่ยอมรับว่าใช้แค่สักสิบนาทีคือใช้สายตาสักสิบนาที จะรู้สึกว่าตาล้า มันอยากพัก ตาจะล้าเร็ว เราเองวันที่สามยังออกไปดูหนังอีกด้วยออกไปค่ำ ตอนแรกก็กลัวเพราะเค้าบอกบางคนเข้าไปที่มืดอาจมีปัญหาในการมองเห็นไม่ดี หรือพวกแสงกระจาย ตาปรากฎว่าเราไม่ปัญหานั้นเลย คือชัดแจ๋วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนสิบกว่าปีที่ผ่านมา ชัดกว่าใส่คอนเทคเลนส์ซะอีก แต่ปัญหาคือใช้สายตานานๆแล้วจะล้า ต้องแอบหลับตาบ้างเป็นระยะ
เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราก็น่ารักโทรมาคุยมาถามว่าเป็นไง เราก็บอกโอเคเลย เพียงแต่ล้าๆเวลาใช้ตาเกินสิบนาที เขาบอกปกติ เพราะตามันเพิ่งผ่ามา ก็อยู่ระหว่างปรับด้วย เราก็เข้าใจอยู่แล้ว ในวันที่ห้าหลังการผ่าก็นัดไปตรวจอีกที ผลการตรวจวัดคือไม่มีค่าสายตาแล้ว คือ20/20 แต่ตาขวาการมองยังๆไม่คมชัดเท่าตาซ้าย แต่สองข้างพร้อมกันดีมากเลย พบคุณหมอตรวจดูบอกแผลโอเคไม่มีปัญหาอะไร ล้างหน้าสระผมได้ หยุดยาหยอดตา แต่น้ำตาเทียมใช้ต่อได้ปกติ เราก็ถามถ้าอยากหยอดยาต่อได้ไหมผลคือไม่ควร เพราะจริงๆยาหยอดปฏิชีวะนะมันทำให้ตาเราแห้งไม่เป็นผลดี ถ้าแผลเราโอเคแล้วไม่ควรใช้ต่อ แต่ยังห้ามแต่งหน้ารอบดวงตาจนอาทิตย์ที่สองถึงแต่งได้
วันที่เขียนอยู่นี้ผ่ามาครบ 7 วัน อาการดีขึ้นเรื่อยๆ คือใช้ตาได้นานๆโดยไม่ค่อยล้าแล้ว การมองเห็นยังคมชัดดีมาก เหมือนได้โลกใหม่จริงๆ เพราะปกติเวลาอยู่บ้านไม่ใส่แว่นและมองวิวไปนอกหน้าต่างมันเห็นแต่ตึกใบหยก หลังจากทำมันเห็นตึกอื่นๆ ไกลไปจนตึกแถบริมแม่น้ำเจ้าพระยาโน่นเลย รู้สึกว่าชีวิตมันมีความสุขมากขึ้น คุรภาพชีวิตดีขึ้น ไม่ต้องมากัลวลเรื่องใส่คอนเทคเลนส์แล้วเคืองตา หรือกังวลว่าล้างไม่สะอาด ใส้แว่นก็ดูแก่ไม่ใช่ตัวเรา มันสะดวกขึ้นเยอะ คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริงๆ และรู้สึกโชคดีที่ตัวเองไม่มีผลข้างเคียงอะไรที่เลวร้าย
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าหลังการผ่าตัดทุกคนจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมือนกันหมด เพราะเพื่อนของเพื่อนสองคนมีภาวะแสงกระจายถาวร คือเห็นพระจันทร์สามดวงเลยแก้ไม่ได้ด้วย เพื่อนบางคนมีภาวะแสงกระจายนานประมาณเก้าเดือนแต่ตอนนี้หายแล้ว แต่เธอก็บอกคุ้มที่ทำ บางคนผ่ามาสี่ปีตอนนี้เริ่มไม่ค่อยชัดเหมือนก่อนแล้ว แต่เขาก็บอกคุ้มเช่นกัน
สุดท้ายถ้าใครถามเราว่าทำเลสิคดีไหมเราก็จะบอกว่าดีมากเลย เพราะมันไม่ได้น่ากลัว ใช้ระยะเวลาสั้นๆมากๆ แต่ผลลัพธ์มันทำให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

อ่านรื่องทำเลสิคที่ไหนดี

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply