มัลดีฟส์ที่สุดของคนรักทะเล ภาค2 Maldives
plew December 31st, 2008
![]()
ต่อจากโพสแรกเรื่องมัลดีฟส์.. หลังจากเราข้ามเรือจากเมืองมาเลย์มาที่สนามบินอีกครั้งเพื่อต่อ Seaplane ไปเกาะรีสอร์ท ซึ่งรีสอร์ทที่เราจะไปคือ Velidhu Island Resort ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งใน North Ari Atoll ซึ่งใช้เวลาบินด้วย Seaplane ประมาณครึ่งชั่วโมง แค่มารอที่ท่าSeaplane ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นเยอะเพราะสวยกว่าที่มาเลย์เยอะเลย เห็นเครื่องบินน้ำจอดอยู่เต็มซึ่งมีสองบริษัท บริษัทหนึ่งก็สีแดง ดำ อีกบริษัท เหลือง ฟ้า น่ารักดี เป็นครั้งแรกที่เห็นซีเพลน ตื่นเต้นที่จะได้นั่งเป็นครั้งแรก
Seaplane บริษัทที่ไปที่เกาะ Velidhu คือ Maldives Air Taxi เครื่องจุคนได้ประมาณสิบห้าคน คือลำเล็กจิ๊ดเดียว ด้านท้ายก็เก็บกระเป๋า รู้มาหลังจากนั้นว่ากัปตันที่ขับ Seaplane ของทั้งสองบริษัทจะเป็นคนอเมริกันกับคนแคนนาดา กัปตันเครื่องเราเป็นผู้หญิงแถมสวยซะด้วย คุ้มมากที่ตัดสินใจไปรีสอร์ทที่ไกลๆเพราะได้นั่งเครื่อง วิวจากซีเพลน สวยและน่าสนใจมาก เพราะภูมิประเทศของมัลดีฟส์แตกต่างจากที่ๆเราเคยไป มันไม่ใช่เกาะหรือทะเลธรรมดา อย่างบ้านเราหรือแม้แต่ฮาวาย มองลงมาเห็นเกาะเล็ก เกาะน้อยที่ดูเหมือนวงแหวนซะมากกว่าเกาะ เรียงรายอยู่ในทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา สีน้ำที่หลากสีต่างกันไปตามระดับความลึก เป็นอะไรที่ Unique มากๆ เที่ยวบินนี้แวะจอดสามโรงแรม คือ Nika Velidhu และ W Retreat
พอเครื่องมาจอดที่รีสอร์ทที่เราพักลงปุ๊ปก็เจอเจ้าหน้าที่ที่มารอรับอยู่แล้ว รวมทั้งเขารู้ข้อมูลทุกๆอย่างของเราสองคนเช่นบินมาด้วยสายการบินอะไร จากประเทศอะไร แล้วก็ให้คนยกกระเป๋าไปไว้ที่ห้อง เราก็ไปที่ล๊อบบี้เขาก็อธิบายอะไรๆเกี่ยวกับการให้บริการของรีสอร์ท ถือว่าให้การต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นมืออาชีพดี แถมให้เราเข้าห้องพักได้เลยทั้งๆที่เรามาถึงรีสอร์ทเช้ามากคือเจ็ดโมงครึ่ง จริงๆเช็คอินบ่ายสอง
ห้องที่เราพักเป็นแบบ water bungalow
ต้องบอกก่อนว่ารีสอร์ทนี้เป็นระดับกลางๆคือไม่ได้หรูหราไฮโซมากมาย แต่เราก็ประทับกับห้องที่กว้าง เพดานสูง โปร่ง มีเล่นระดับตรงเตียงนอน เตียงก็ใหญ่นุ่มกำลังดี ตรงส่วนรับแขกพื้นเจาะกระจกมองเห็นทะเลใต้ห้องเลย
ระเบียงใหญ่กว้าง ห้องน้ำก็กว้างได้ใจมากๆสรุปคือชอบค่ะ ถึงจะไม่ได้ดูเลิศอลังการแต่เราว่ามันดูธรรมมชาติ เรียบๆและสบายๆดี วันแรกที่เรามาถึงอะไรดูหม่นๆนิดนึ่งเพราะฝนตกอากาศไม่สู้ดีนัก แต่ที่สัมผัสได้ทันทีคือน้ำใส ใสมากๆ เหมือนคริสตอลจริงๆคือใสและสะอาดมากๆ คือเห็นน้ำทะลุปรุโปร่งว่ามีปลามีอะไร ใสอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนใสขนาดนี้ เห็นปลาว่ายเต็มไปหมดจากที่ห้องเลย ทั้งปลาฉลามเล็ก ปลากระเบน และปลาอะไรไม่รู้สีน้ำเงิน ตลกมากตอนแรกที่เราเห็นปลาสีน้ำเงินเราคิดว่าเป็นท่อน้ำเพราะสีเหมือนท่องพีวีซีเลย แต่มันคือปลาค่ะ ![]()
หลังจากตื่นนอนตอนเช้าในคืนรุ่งขึ้น รู้ไหมค่ะ เปิดประตูห้องออกมาตอนประมาณเก้าโมงเช้า ตื่นสายเพราะคืนแรกมันอดนอนจากมาเลย์ เปิดประตูมาเราร้องว้าวเลย ว้าวอะไร บอกแฟนสวยจังเลยอะ เพราะอากศวันนั้นดีมากฟ้าโปร่ง คือทุกอย่างมันลงตัวเหมือนโปสเตอร์ที่เราดูก่อนมาไงงั้นเลย ไม่ผิดเผี้ยน มัลดีฟส์มันสวยอย่างนี้นี่เองเขาถึงอยากมากัน รูปที่ถ่ายมาบอกได้เลยว่าแค่ครึ่งของของจริงสีสันจริงๆมันสวยกว่าในรูปเยอะ เราบ่นแฟนเลยทำไมมันได้แค่นี้ อยากให้รูปมันสะท้อนทุกอย่างที่ตาเราเห็น น้ำทะเลมันสวยสีไล่เรียงกันจากอ่อนไปแก่ ฟ้าซะจนไม่รู้ว่าอะไรมันจะฟ้าสวยขนาดนั้น ไม่ได้เวอร์นะสวยจริงๆ ![]()
ทรายที่รีสอร์ทนี้ขาวมากและนุ่มด้วย บางเกาะคนบอกทรายจะหยาบๆ คือมันลงตัวมากทะเลใส่หลากสี ทรายขาวนุ่ม อากาศก็บริสุทธ์สะอาด นี่ขนาดยังไม่ได้เห็นโลกใต้ทะเลนะยังหลงขนาดนี้ เกาะนี้เป็นเกาะขนาดเล็กเดินแป๊บเดียวก็รอบแล้วค่ะ เจ้าหน้าที่โรงแรมส่วนใหญ่เป็นคนศรีลังกา บริการดีเลยดีเดียว เนื่องจากเราซื้อแบบรวมอาหารเครื่องดื่มทุกอย่างค่ะ ขอบอกว่าน้ำสำคัญมากเพราะอากาศที่นี่ร้อนอย่างบ้านเราแหละ ยิ่งตอนไม่มีลมร้อน ทำให้เรากระหายน้ำมาก เราก็ทานบุฟเฟต์ที่ห้องอาหารทุกมื้อและก็ได้น้ำดื่มขวดใหญ่ไปดื่มทุกวันไม่ต้องกังวลเรื่องค่าน้ำที่ค่อนข้างแพงถ้าซื้อต่างหาก ถึงจะทานบุฟเฟต์ทุกวันแต่ก็ไม่เบื่อเพราะเขาก็มีเมนูอะไรใหม่ๆทุกวัน บางวันมี theme ด้วย เจอ theme ไทยด้วยวันหนึ่ง อาหารที่นี่คือว่าใช้ได้เลยค่ะ ขนม ของหวานเพียบ เค้กหลากหลายชนิด อร่อยด้วย
บริการดี ที่บาร์ก็โอเคสั่งแซนวิชอะไรมานั่งกินก็ได้ เครื่องดื่มก็โอเคใช้ได้เลย เราว่าเราคิดถูกค่ะที่เอาแบบ all include เพราะยังไงมันก็ไปกินที่อื่นไม่ได้อยู่แล้ว มันไม่ใช้แบบไปเที่ยวทะเลบ้านเราที่ไปกินข้างนอกได้ นี่มันเกาะกลางทะเลอะ ถ้าไม่เอาแบบรวมหมดค่าอาหารค่าน้ำอะไรอีกเยอะเลย และแบบนี้มันทำให้เราไม่ต้องมานั่งกังวลว่ากินดีไม๊ดื่มดีไม๊ เพราะจริงๆน้ำ เครื่องดื่มแพงค่ะ ราคาเหมือนที่อเมริกาเลยถือว่าตัดสินใจได้ถูกต้องนอกจากนั้นอุปกรณ์ในการดำน้ำตื้นทางรีสอร์ทมีให้ครบไม่ต้องเอามาก็ได้ วันเช็คเอาท์ค่อยเอามาคืนที่ Velidhu นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่พักที่นี่มาจากยุโรปโดยเฉพาะเยอรมันกับรัสเซียเยอะมากๆ วันแรกที่มาไม่มีคนเอเชียเลย เราเป็นหัวดำคนเดียวถ้าไม่รวมพนักงาน ต่อมามีญี่ปุ่นเพิ่มมาอีกสามคู่ ค่อยยังชั่วหน่อยมีเพื่อนแล้ว จะว่าไปแฟนเราก็ไม่มีเพื่อนเพราะไม่ได้ยินใครพูดภาษาอังกฤษที่นี่ค่ะ แขกส่วนใหญ่พูดภาษาอะไรไม่รู้อะ คาดว่าคงเยอรมันหรือรัสเซียนี่แหละ ก็ฟังไม่รู้นี่หว่า สรุปไม่มีอเมริกันสักคนเลยค่ะ พวกฝรั่งที่มาพักที่นี่เขาก็แปลกนะคือเขาเดินเท้าเปล่าตลอดแม้กระทั่งตอนมาทานที่ห้องอาหาร มาดินเนอร์ก็ไม่ใส่รองเท้า แฟนเรายังงงเลยว่าคนยุโรปเขาเป็นแบบนี้กันเหรอ
มาว่ากันที่โลกใต้ทะเลกันบ้างดีกว่า เราเองไม่ได้ดำน้ำลึกค่ะ เพราะแค่น้ำตื้นๆก็สุดยอดดดด..เลย
รีสอร์ทนี้ปะการังรอบเกาะเยอะมาก คือไปตรงไหนก็มีประการัง ไปตรงไหนก็มีปลา คือเบื่อปลาไปเลยเพราะมันเยอะเต็มไปหมดทุกที ลงน้ำไปจากหาดก็เจอแล้ว คือมันรอบเกาะจริงๆ แถมน้ำตื้นเหยียบถึงด้วย บางจุดตื้นมากแค่เข่า แต่ปลาสวยมากๆ หลากสีจะเอาสีอะไรละมีหมด ตอนไปฮาวายก็ว่าเยอะแล้ว มาที่นี่ฮาวายชิดซ้ายไปเลย ดังนั้นการดำน้ำตื้นที่นี่ค่อนข้างปลอดภัยเพราะน้ำตื้นจริงๆ ปลอดภัยกับคนแต่ไม่ปลอดภัยกับปะการัง เพราะโอกาศที่จะโดนเหยียบสูง ก็มันตื้นอะ ดังนั้นจุดที่นักท่องเที่ยวพึงระวังและใส่ใจมากๆคือ ต้องดูให้ดีก่อนที่จะเหยียบลงไปว่าไม่ได้แตะหรือเหยียบประการังหรือสิ่งมีชีวิตใดๆใต้ทะเล ปะการังที่นี่ถือว่าสวยและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก็จริงๆเกาะต่างๆของมัลดีฟส์นั้นมันเป็นเกาะปะการังนี่นา จากการสัมผัสด้วยตาตัวเองต้องบอกว่าปะการังที่นี่สวยมากๆ เป็นชั้นเป็นดอกซ้อนกันหลายๆชั้น อุดมสมบูรณ์มากๆ ถ้าดูในรูปอาจบอกธรรมดา ขอบอกว่าของจริงมันสุดๆจริงๆ แฟนเราบอกประการังที่นี่ดูสมบูรณ์ และดูเปาะบางจนกลัวกลัวว่าจะเผลอไปเตาะเข้า เราไม่อยากไปทำลายมัน!![]()
เรื่องปลาไม่ต้องพูด ฉลามตัวเล็กๆ เยอะมาก ชอบว่ายใกล้ๆฝั่งน้ำตื้นๆ ไม่ต้องดำแค่เดินผ่านก็เห็นจนเบื่อ เช่นเดียวกับกระเบน ก็เยอะเช่นกัน แต่เจ้าปลาหลากสีนี่ซิ พอดำน้ำตื้น โอโห เยอะ บางจุดเยอะเป็นร้อยๆพันๆ จริงๆ ตัวเล็กตัวน้อย สีเหลือง สีน้ำเงิน สีเงิน สีรุ้ง ทุกสี มองตรงไหนเจอตรงนั้น ไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ไม่ต้องค้นหาเพราะมันว่ายรอบๆตัวเรา บางตัวมันว่ายมาหาเราอีก จนเราต้องว่ายหนี กลัวมันกัด คือมาที่นี่เจ็ดวันเบื่อปลาไปเลย เหมือนว่ายน้ำในตู้ปลา สรุปคือถ้าใครชอบดำน้ำตื้นมาโรงแรมนี้ไม่ผิดหวัง เพราะเท่าที่ศึกษาที่อ่าน ไม่ใช่ทุกโรงแรมจะเหมาะในการดำน้ำตื้น เพราะมีแนวปะการังรอบเกาะมากน้อยไม่เท่ากัน บางโรงแรมไม่มีเลย ต้องเสียเงินซื้อทริปนั่งเรือไปจุดอื่นๆเพื่อดำน้ำ แต่โรงแรมนี้ไม่ต้องไปไหน แค่รอบๆเกาะอย่างเดียวก็ดูยังไม่หมดเลย เยอะมาก แต่ผิดหวังนิดหน่อยเพราะไม่เจอเต่า แต่จริงๆเพราะเราว่ายไม่ครบทุกจุดด้วย เหนื่อยและกลัวดำด้วยแหละ ปัญหาหลักเลย
ทริปนี้เราเสียเงินนั่งเรือออกไปดูปลาโลมาด้วยคนละ 35 เหรียญ เค้าบอกถ้าไม่เห็นโลมาคืนเงิน 50 % แต่ปรากฎว่าเห็นค่ะ ฝูงใหญ่เลยเป็นสิบตัว แต่มันดูเบื่อๆคน ว่ายหนีตลอด และไม่เล่น ไม่โดดโชว์เลย แต่ก็คุ้มเพราะระหว่างทางกลางทะเลวิวสวยมาก ยิ่งตอนกลับมาที่รีสอร์ท วิวจากกลางทะเลมองมาที่รีสอร์ทสวยสุดๆ ธรรมชาติช่างวาดช่างสร้างสรรค์จริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงว่ากันว่า มัลดีฟส์เป็นสวรรค์บนดิน
![]()
นอกจากปลาและทะเลที่สวยแล้ว เกาะยังมีความเป็นธรรมชาติมาก ที่พิเศษเกาะนี้มีนกแก้วเยอะมาก บินเต็มไปหมด แถมไม่กลัวคนด้วย ![]()
ค้างคาวก็บินเล่นซะงั้นทั้งที่เป็นกลางวันแสก มีแมวน่ารักด้วย สรุปแล้วถือว่ารีสอร์ทนี้โอเคเลยทีเดียวเพราะทะเลสวย ประการังและปลาเยอะ บริการดี ห้องพักโอเค อาหารอร่อย ที่สำคัญราคาไม่เวอร์เหมือนหลายๆรีสอร์ท มัลดีฟส์จริงๆถือว่าค่อนข้างแพงทีเดียวราคาสากลเลยละ แต่ถ้าถามว่าคุ้มไหมเราว่าคุ้มนะ อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นอาหารตาที่ดีและเป็นสถานที่ทื่เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ กับสิ่งที่ได่ถือว่าคุ้มค่าค่ะ
คลิกที่นี่เพื่อดูภาพถ่ายที่มัลดีฟส์
- ท่องเที่ยว ###