<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>
<channel>
	<title>Comments on: ขอวีซ่าอเมริกาไม่ผ่าน..ทำไมWhy US Visa Applications are Declined</title>
	<atom:link href="http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/</link>
	<description>เล่าเรื่องอเมริกา ชีวิตคนไทยในอเมริกา วีซ่า การทำงาน การท่องเที่ยว ในอเมริกา</description>
	<pubDate>Sun, 20 May 2012 06:18:52 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5</generator>
		<item>
		<title>By: Ky</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-42129</link>
		<dc:creator>Ky</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 May 2011 10:15:18 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-42129</guid>
		<description>ขอบคุณ คุณ plew สำหรับคำแนะนำมากค่ะ

ดิฉันคงจะไม่ดิ้นเพื่อให้ได้กลับไปที่นั่นอีกแล้วล่ะค่ะ

คิดว่าคงจะหาที่เรียนต่อที่นี่ก็ได้ หางานทำเป็นเรื่องเป็นราว ใช้ชีวิตกับครอบครัว และเพื่อนๆ(อยู่บ้านเราสุขใจกว่าเยอะค่ะ^^)

อีกทั้งประวัติของดิฉันก็เสียไปแล้ว(แบบงงๆ--")

ก็ไม่รู้ต้องพยายามกลับไปอีก เพื่ออะไร

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณคุณ plew อีกครั้งนะคะ ที่กรุณาเข้ามาตอบคำถามดิฉัน

ขอบคุณมากค่ะ

Ky</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณ คุณ plew สำหรับคำแนะนำมากค่ะ</p>
<p>ดิฉันคงจะไม่ดิ้นเพื่อให้ได้กลับไปที่นั่นอีกแล้วล่ะค่ะ</p>
<p>คิดว่าคงจะหาที่เรียนต่อที่นี่ก็ได้ หางานทำเป็นเรื่องเป็นราว ใช้ชีวิตกับครอบครัว และเพื่อนๆ(อยู่บ้านเราสุขใจกว่าเยอะค่ะ^^)</p>
<p>อีกทั้งประวัติของดิฉันก็เสียไปแล้ว(แบบงงๆ&#8211;&#8221;)</p>
<p>ก็ไม่รู้ต้องพยายามกลับไปอีก เพื่ออะไร</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณคุณ plew อีกครั้งนะคะ ที่กรุณาเข้ามาตอบคำถามดิฉัน</p>
<p>ขอบคุณมากค่ะ</p>
<p>Ky</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: plew</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-42031</link>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 May 2011 04:27:22 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-42031</guid>
		<description>คุณKy

วีซ่าเดิมใช้ไม่ได้แล้วค่ะ และคิดว่าขอใหม่ก็ยากค่ะเพราะประวัติเสียไปแล้ว เนื่องจากถูก USCIS สั่งให้ออกจากประเทศมาแล้ว ถาอยากไปอีกจริงๆน่าจะท้ิงเวลาพอสมควร แล้วขอไปเรียนโทให้เป็นเรื่องเป็นราว สอบโทเฟลจากที่นี่ให้ผ่านแล้วสมัครเรียนไปเลยให้ยูตอบรับ ตรงนั้นน่าจะมีโอกาศมากขึ้น</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คุณKy</p>
<p>วีซ่าเดิมใช้ไม่ได้แล้วค่ะ และคิดว่าขอใหม่ก็ยากค่ะเพราะประวัติเสียไปแล้ว เนื่องจากถูก USCIS สั่งให้ออกจากประเทศมาแล้ว ถาอยากไปอีกจริงๆน่าจะท้ิงเวลาพอสมควร แล้วขอไปเรียนโทให้เป็นเรื่องเป็นราว สอบโทเฟลจากที่นี่ให้ผ่านแล้วสมัครเรียนไปเลยให้ยูตอบรับ ตรงนั้นน่าจะมีโอกาศมากขึ้น</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Ky</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-42004</link>
		<dc:creator>Ky</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 May 2011 10:35:39 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-42004</guid>
		<description>สวัสดีค่ะ ดิฉันมีปัญหาอยากจะรบกวนปรึกษาผู้รู้ด้วยนะคะ

คือ ดิฉันเคยเรียนภาษาอยู่ที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่งใน แมนฮัตตัน (ขอแทนว่า โรงเรียน A)
เรียนไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีอะไร เพราะช่วงแรกๆที่ไปอยู่คนเดียว ก็อยู่อย่าง งงๆน่ะค่ะ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องความสำคัญของการรักษา  สถานะนักเรียนของที่นั่น ว่าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน จนมีวันนึง ก็เรียนกับโรงเรียนนี้ไปได้สักพัก จนลืมนึกถึงเรื่อง i20 ของตัวเองไป ว่าสถานะตอนนั้นเป็นอย่างไร  วันนึงเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเดินเข้ามาในห้องเรียนที่ดิฉันกำลังเรียนอยู่ ว่าขอให้ออกมาคุยที่ office หน่อย ตัวดิฉันก็งง ว่าเกิดอะไรขึ้น ...เจ้าหน้าที่บอกว่าดิฉันว่า คุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับ i2o และ เพราะดิฉันไม่ได้ไปทำเรื่องติดต่อกับเขา ก่อนที่มันจะหมดอายุ...ซึ่งที่จริง ทางโรงเรียนได้ทำการ warning มาทางอีเมลของดิฉันแล้ว  แต่เพราะเป็นอีเมลที่ดิฉันไม่ค่อยได้ใช้ จึงไม่ได้เข้าไปเช็คบ่อยนัก...ทางโรงเรียนบอกดิฉันว่า ให้ออกนอกประเทศไปซะ แล้วทำเรื่อง re-entry หรือไปสมัครโรงเรียนใหม่ที่เค้ายินดีจะรับคุณเข้าเรียน..ดิฉันจึงได้ไปหาโรงเรียน B..ทางโรงเรียน B ก็ยินดีรับดิฉันเข้าเรียน จ่ายเงิน ทำเรื่องใหม่ (reinstatement) จนได้ i20 ตัวใหม่มา....เรียนไปได้ประมาณ 7-8 เดิอน (เปอร์เซนต์การเข้าเรียนเต็ม 100% ต่างจากโรงเรียน A ซึ่งไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ได้น้อยจนน่าเกลียด)...และแล้ววันนึง ก็มีจดหมายมาที่หน้าบ้าน จาก USCIS ว่าดิฉันต้องออกนอกประเทศภายใน 15 วัน...ดิฉันก็ทรุดเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  ในเนื้อความจดหมายบอกว่า"USCIS บอกว่าดิฉันมี% การเข้าเรียนแค่ 30% ดังนั้นดิฉันจึงต้องไป เพราะดิฉันไม่เข้าเรียนทางโรงเรียน A ซึ่งได้แจ้งไปว่าเปอร์เซนต์การเข้าเรียนของดิฉันมี ต่ำมาก" ในขณะเดียวกัน ดิฉันได้เอาเนื้อความในจดหมายที่ดิฉันเคยได้จากโรงเรียน A มาอ่านอีกทีดีๆ ว่าเปอร์เซนต์การเข้าเรียนของดิฉันกับโรงเรียน A เป็นอย่างไร จึงจับใจความได้ว่า  " จดหมายจากโรงเรียน A แจ้งว่า ดิฉันมี%การขาดเรียนเพียง 30% นั่นแสดงว่า มีการ"เข้าใจผิด" กันในจดหมาย ความหมายที่สองฝ่าย ทั้ง USCIS และ โรงเรียน A เป็นไปในทางตรงกันข้าม และ i-20 ของดิฉันโดน Denied ไปแล้วเรียบร้อย โดยที่ดิฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่ย้ายมาเรียนกับโรงเรียน B..ตอนนี้ดิฉันกลับไทยมาแล้วค่ะตอนนี้ แต่ยังอยากกลับไปเรียนต่อ  คืออยากจะเรียนต่อโทถ้าเรียนภาษาจบแล้วน่ะค่ะ..
   1.วีซ่า(5ปีค่ะ อายุวีซ่ายังเหลืออีก 3 ปีกว่าๆ)ดิฉันขาดไปหรือยังคะ เพราะ i20 ที่โดน denied น่ะค่ะ
   2.ถ้ายังไม่ขาด ดิฉันจะยังสมัครเรียน และขอ i20 ใบใหม่เท่านั้นใช่หรือปล่าวคะ (ถึงสมัครเรียนใหม่ ก็กลัวไปติดตรง ตม.ที่นู่นจังค่ะ เพราะเค้าไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และพวกเขาอาจจะเข้าใจว่า คราวที่แล้วดิฉันไปโดด ไม่ได้ไปเรียนจริงๆ จุดนี้ก็เป็นไปได้ ใช่มั้ยคะ?)
   3.ถ้าโดนยกเลิก visa ไปแล้ว จะขอใหม่ได้ไหมคะ แล้วความน่าจะเป็นในการขอวีซ่าครั้งใหม่นี้จะเป็นยังไงคะ
   4.หรือถ้าจะปรึกษา ทนาย เพื่อทำเรื่องขอวีซ่าคืน(ในกรณีที่visa ขาดไปแล้ว) กรณีนี้จะพอทำได้มั้ยคะ?

   ขออภัยหากเรื่องราวของดิฉันอาจจะยาวเกินไป และ ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะคะ ขอบคุณมากค่ะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ ดิฉันมีปัญหาอยากจะรบกวนปรึกษาผู้รู้ด้วยนะคะ</p>
<p>คือ ดิฉันเคยเรียนภาษาอยู่ที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่งใน แมนฮัตตัน (ขอแทนว่า โรงเรียน A)<br />
เรียนไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีอะไร เพราะช่วงแรกๆที่ไปอยู่คนเดียว ก็อยู่อย่าง งงๆน่ะค่ะ ยังไม่ค่อยรู้เรื่องความสำคัญของการรักษา  สถานะนักเรียนของที่นั่น ว่าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน จนมีวันนึง ก็เรียนกับโรงเรียนนี้ไปได้สักพัก จนลืมนึกถึงเรื่อง i20 ของตัวเองไป ว่าสถานะตอนนั้นเป็นอย่างไร  วันนึงเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเดินเข้ามาในห้องเรียนที่ดิฉันกำลังเรียนอยู่ ว่าขอให้ออกมาคุยที่ office หน่อย ตัวดิฉันก็งง ว่าเกิดอะไรขึ้น &#8230;เจ้าหน้าที่บอกว่าดิฉันว่า คุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับ i2o และ เพราะดิฉันไม่ได้ไปทำเรื่องติดต่อกับเขา ก่อนที่มันจะหมดอายุ&#8230;ซึ่งที่จริง ทางโรงเรียนได้ทำการ warning มาทางอีเมลของดิฉันแล้ว  แต่เพราะเป็นอีเมลที่ดิฉันไม่ค่อยได้ใช้ จึงไม่ได้เข้าไปเช็คบ่อยนัก&#8230;ทางโรงเรียนบอกดิฉันว่า ให้ออกนอกประเทศไปซะ แล้วทำเรื่อง re-entry หรือไปสมัครโรงเรียนใหม่ที่เค้ายินดีจะรับคุณเข้าเรียน..ดิฉันจึงได้ไปหาโรงเรียน B..ทางโรงเรียน B ก็ยินดีรับดิฉันเข้าเรียน จ่ายเงิน ทำเรื่องใหม่ (reinstatement) จนได้ i20 ตัวใหม่มา&#8230;.เรียนไปได้ประมาณ 7-8 เดิอน (เปอร์เซนต์การเข้าเรียนเต็ม 100% ต่างจากโรงเรียน A ซึ่งไม่สูงนัก แต่ก็ไม่ได้น้อยจนน่าเกลียด)&#8230;และแล้ววันนึง ก็มีจดหมายมาที่หน้าบ้าน จาก USCIS ว่าดิฉันต้องออกนอกประเทศภายใน 15 วัน&#8230;ดิฉันก็ทรุดเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  ในเนื้อความจดหมายบอกว่า&#8221;USCIS บอกว่าดิฉันมี% การเข้าเรียนแค่ 30% ดังนั้นดิฉันจึงต้องไป เพราะดิฉันไม่เข้าเรียนทางโรงเรียน A ซึ่งได้แจ้งไปว่าเปอร์เซนต์การเข้าเรียนของดิฉันมี ต่ำมาก&#8221; ในขณะเดียวกัน ดิฉันได้เอาเนื้อความในจดหมายที่ดิฉันเคยได้จากโรงเรียน A มาอ่านอีกทีดีๆ ว่าเปอร์เซนต์การเข้าเรียนของดิฉันกับโรงเรียน A เป็นอย่างไร จึงจับใจความได้ว่า  &#8221; จดหมายจากโรงเรียน A แจ้งว่า ดิฉันมี%การขาดเรียนเพียง 30% นั่นแสดงว่า มีการ&#8221;เข้าใจผิด&#8221; กันในจดหมาย ความหมายที่สองฝ่าย ทั้ง USCIS และ โรงเรียน A เป็นไปในทางตรงกันข้าม และ i-20 ของดิฉันโดน Denied ไปแล้วเรียบร้อย โดยที่ดิฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่ย้ายมาเรียนกับโรงเรียน B..ตอนนี้ดิฉันกลับไทยมาแล้วค่ะตอนนี้ แต่ยังอยากกลับไปเรียนต่อ  คืออยากจะเรียนต่อโทถ้าเรียนภาษาจบแล้วน่ะค่ะ..<br />
   1.วีซ่า(5ปีค่ะ อายุวีซ่ายังเหลืออีก 3 ปีกว่าๆ)ดิฉันขาดไปหรือยังคะ เพราะ i20 ที่โดน denied น่ะค่ะ<br />
   2.ถ้ายังไม่ขาด ดิฉันจะยังสมัครเรียน และขอ i20 ใบใหม่เท่านั้นใช่หรือปล่าวคะ (ถึงสมัครเรียนใหม่ ก็กลัวไปติดตรง ตม.ที่นู่นจังค่ะ เพราะเค้าไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และพวกเขาอาจจะเข้าใจว่า คราวที่แล้วดิฉันไปโดด ไม่ได้ไปเรียนจริงๆ จุดนี้ก็เป็นไปได้ ใช่มั้ยคะ?)<br />
   3.ถ้าโดนยกเลิก visa ไปแล้ว จะขอใหม่ได้ไหมคะ แล้วความน่าจะเป็นในการขอวีซ่าครั้งใหม่นี้จะเป็นยังไงคะ<br />
   4.หรือถ้าจะปรึกษา ทนาย เพื่อทำเรื่องขอวีซ่าคืน(ในกรณีที่visa ขาดไปแล้ว) กรณีนี้จะพอทำได้มั้ยคะ?</p>
<p>   ขออภัยหากเรื่องราวของดิฉันอาจจะยาวเกินไป และ ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะคะ ขอบคุณมากค่ะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: plew</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-41629</link>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Apr 2011 18:11:01 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-41629</guid>
		<description>คุณP

ขอบคุณค่ะที่มาเล่าสู่กันฟัง ปณิธานแน่วแน่มากค่ะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คุณP</p>
<p>ขอบคุณค่ะที่มาเล่าสู่กันฟัง ปณิธานแน่วแน่มากค่ะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: P</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-41612</link>
		<dc:creator>P</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Apr 2011 14:14:38 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-41612</guid>
		<description>ของผมนี่อาจจะแปลกกว่าทุกท่านที่กล่าวมาข้างต้นครับ อาจจะฟังดูเวอร์ไป แต่ยืนยันได้ครับว่าเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ คือว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างแอนตี้ประเทศอเมริกามากกกก ถึงมากที่สุด ในการขึ้นชื่อเรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศเค้ายากเหลือเกิน ไม่รู้จะหวงอะไรกันนักหนา ก็เข้าใจนะว่าห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่ก็ไม่น่าจะยากเย็นวุ่นวายขนาดนี้ ผมก็เลยตั้งปณิธานกับตัวเองไว้เลยว่า ชีวิตนี้จะไม่ไปเที่ยวหรือไปอเมริการเด็ดขาด (ไม่ได้เกี่ยวกับว่าประเทศเค้าไม่น่าเที่ยวนะครับ) เนื่องจากไม่ชอบวีธีการขอวีซ่า ดังนั้นถ้าเราไม่สามารถยอมรับระเบียบเค้าได้ ก็ไม่ควรไปใช่มั้ยครับ แล้วก็มีอยู่วันหนึ่งแฟนผมก็ชวนไปเที่ยวอเมริกาด้วยกัน แต่ในใจลึก ๆ ก็บอกกับตัวเองไว้แล้วว่าไม่อยากไป แต่ด้วยความที่จะบอกแฟนไปเลยว่าไม่ไป ก็จะดูกะไรอยู่ จึงบอกไปว่าโอเคไปกัน จากวันนั้น ก็ได้ดำเนินการเกี่ยวกับหลักฐานต่าง ๆ ที่ต้องไปยื่น แล้วต่อมาก็ได้นัดสัมภาษณ์ แล้วสิ่งที่อยู่ในใจผมก็คือไม่อยากไป ดังนั้นในการสัมภาษณ์ในวันนั้น ผมจึงตอบคำถามที่คิดว่าจะทำให้ผมไม่น่าจะได้รับการอนุมัติให้ไปประเทศเค้าได้ ซึ่งคำถามคำตอบที่ผมตอบไป ยกตัวอย่างดังนี้ครับ ...จะไปอเมริกาทำไมครับ ตอบ "จริงๆ ก็ไม่ได้อยากไปหรอกครับ แต่แฟนชวนไป ก็เลยลองมาขอวีซ่าดู" ...ทำงานมากี่ปีแล้ว ตอบ "ประมาณ 10 ปี ได้แล้วครับ แต่ก็ย้ายงานไปเรื่อย เพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ ก็กะว่าไปอเมริกคราวนี้ ก็จะไปลองหาโอกาสดูด้วยครับ" ซึ่งคำตอบที่ผมตอบไปนั้น ก็ไม่น่าจะเป็นคำตอบที่น่าฟังเลยใช่มั้ยครับ แต่ปรากฎว่า ผมได้วีซ่าครับ งงมั้ยครับ ผมเองก็งง เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จริง ๆ แล้ว ยังมีคำถามมากกว่านี้อีก แต่ผมยกมาเฉพาะข้อที่คิดว่าน่าจะโดนใจสุด ๆ แล้วที่จะทำให้ผมไม่ได้ไป แต่สุดท้ายแล้วยังไงรู้มั้ยครับ ผมก็ไม่ไปอยู่ดี ก็ปล่อยให้แฟนไปกับลูกกับน้องสาวแฟน ส่วนผมก็ยังยึดปณิธานเดิมของผมต่อไป</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ของผมนี่อาจจะแปลกกว่าทุกท่านที่กล่าวมาข้างต้นครับ อาจจะฟังดูเวอร์ไป แต่ยืนยันได้ครับว่าเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ คือว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างแอนตี้ประเทศอเมริกามากกกก ถึงมากที่สุด ในการขึ้นชื่อเรื่องขอวีซ่าเข้าประเทศเค้ายากเหลือเกิน ไม่รู้จะหวงอะไรกันนักหนา ก็เข้าใจนะว่าห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่ก็ไม่น่าจะยากเย็นวุ่นวายขนาดนี้ ผมก็เลยตั้งปณิธานกับตัวเองไว้เลยว่า ชีวิตนี้จะไม่ไปเที่ยวหรือไปอเมริการเด็ดขาด (ไม่ได้เกี่ยวกับว่าประเทศเค้าไม่น่าเที่ยวนะครับ) เนื่องจากไม่ชอบวีธีการขอวีซ่า ดังนั้นถ้าเราไม่สามารถยอมรับระเบียบเค้าได้ ก็ไม่ควรไปใช่มั้ยครับ แล้วก็มีอยู่วันหนึ่งแฟนผมก็ชวนไปเที่ยวอเมริกาด้วยกัน แต่ในใจลึก ๆ ก็บอกกับตัวเองไว้แล้วว่าไม่อยากไป แต่ด้วยความที่จะบอกแฟนไปเลยว่าไม่ไป ก็จะดูกะไรอยู่ จึงบอกไปว่าโอเคไปกัน จากวันนั้น ก็ได้ดำเนินการเกี่ยวกับหลักฐานต่าง ๆ ที่ต้องไปยื่น แล้วต่อมาก็ได้นัดสัมภาษณ์ แล้วสิ่งที่อยู่ในใจผมก็คือไม่อยากไป ดังนั้นในการสัมภาษณ์ในวันนั้น ผมจึงตอบคำถามที่คิดว่าจะทำให้ผมไม่น่าจะได้รับการอนุมัติให้ไปประเทศเค้าได้ ซึ่งคำถามคำตอบที่ผมตอบไป ยกตัวอย่างดังนี้ครับ &#8230;จะไปอเมริกาทำไมครับ ตอบ &#8220;จริงๆ ก็ไม่ได้อยากไปหรอกครับ แต่แฟนชวนไป ก็เลยลองมาขอวีซ่าดู&#8221; &#8230;ทำงานมากี่ปีแล้ว ตอบ &#8220;ประมาณ 10 ปี ได้แล้วครับ แต่ก็ย้ายงานไปเรื่อย เพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ ก็กะว่าไปอเมริกคราวนี้ ก็จะไปลองหาโอกาสดูด้วยครับ&#8221; ซึ่งคำตอบที่ผมตอบไปนั้น ก็ไม่น่าจะเป็นคำตอบที่น่าฟังเลยใช่มั้ยครับ แต่ปรากฎว่า ผมได้วีซ่าครับ งงมั้ยครับ ผมเองก็งง เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จริง ๆ แล้ว ยังมีคำถามมากกว่านี้อีก แต่ผมยกมาเฉพาะข้อที่คิดว่าน่าจะโดนใจสุด ๆ แล้วที่จะทำให้ผมไม่ได้ไป แต่สุดท้ายแล้วยังไงรู้มั้ยครับ ผมก็ไม่ไปอยู่ดี ก็ปล่อยให้แฟนไปกับลูกกับน้องสาวแฟน ส่วนผมก็ยังยึดปณิธานเดิมของผมต่อไป</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Jane</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-41374</link>
		<dc:creator>Jane</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Mar 2011 18:05:45 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-41374</guid>
		<description>อยากถามว่าเคยไปwork &#38;travel มาแร้วปีที่แร้ว แร้วกับมาขอวีซ่าเรียนอีกรอบคิดว่าน่าจะได้แต่พอไปสัมพาดกับไม่ได้เค้าถามนานมาก แระค่ำถามสุดท้ายก่อนที่เค้าจะไม่ไห้ผ่าน เค้าถามว่ากับมาจะทามไร ก่ตอบเค้าไปว่าจะกับมาเรียนปรินยาโทแระอยู่ดีๆเค้าก่ไม่ไห้ผ่านงงมากไม่รู้ว่าทามไม แต่หน้าเค้าดูเซงๆ อยากถามว่าถ้าขอรอบสองจะผ่านไหมค่ะ. กลัวมากเค้าบอกว่าขอรอบแรกไม่ผ่านรอบสองก่จะยากขึ้นส่วนไหย่จะไม่ผ่าน</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อยากถามว่าเคยไปwork &amp;travel มาแร้วปีที่แร้ว แร้วกับมาขอวีซ่าเรียนอีกรอบคิดว่าน่าจะได้แต่พอไปสัมพาดกับไม่ได้เค้าถามนานมาก แระค่ำถามสุดท้ายก่อนที่เค้าจะไม่ไห้ผ่าน เค้าถามว่ากับมาจะทามไร ก่ตอบเค้าไปว่าจะกับมาเรียนปรินยาโทแระอยู่ดีๆเค้าก่ไม่ไห้ผ่านงงมากไม่รู้ว่าทามไม แต่หน้าเค้าดูเซงๆ อยากถามว่าถ้าขอรอบสองจะผ่านไหมค่ะ. กลัวมากเค้าบอกว่าขอรอบแรกไม่ผ่านรอบสองก่จะยากขึ้นส่วนไหย่จะไม่ผ่าน</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ออนนี่</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-41244</link>
		<dc:creator>ออนนี่</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Mar 2011 19:34:49 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-41244</guid>
		<description>ค่ะ สวัสดีค่ะ 
  ออนนี่ ค่ะ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในอเมริกาค่ะ คือ สมมติว่าไปลง เรียนภาษาที่อเมริกา 1 ปี แล้วเกิดตั้งครรภ์ 
 ไม่ทราบว่าเด็กที่เกิดมาถือสัญชาติไหนค่ะ
 แล้วออนนี่เองพอวีซ่าหมดอายุต้องกลับไทยเรยรึป่าว? 
 แล้วเด็กที่เกิดล่ะค่ะ มีสิทธิ์ในอเมริกาไหมค่ะ 
 ออนนี่สามารถยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดตามลูกได้ไหมค่ะ

ขอบคุณมากเรยค่ะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ค่ะ สวัสดีค่ะ<br />
  ออนนี่ ค่ะ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในอเมริกาค่ะ คือ สมมติว่าไปลง เรียนภาษาที่อเมริกา 1 ปี แล้วเกิดตั้งครรภ์<br />
 ไม่ทราบว่าเด็กที่เกิดมาถือสัญชาติไหนค่ะ<br />
 แล้วออนนี่เองพอวีซ่าหมดอายุต้องกลับไทยเรยรึป่าว?<br />
 แล้วเด็กที่เกิดล่ะค่ะ มีสิทธิ์ในอเมริกาไหมค่ะ<br />
 ออนนี่สามารถยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดตามลูกได้ไหมค่ะ</p>
<p>ขอบคุณมากเรยค่ะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Todd</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-41224</link>
		<dc:creator>Todd</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Mar 2011 16:41:26 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-41224</guid>
		<description>ขอบคุณครับ คุณ Plew  วีซ่า คิดว่าน่าจะเป็น F1 เพราะว่าเป็นนักเรียน ตอนแรกก็งงๆ อยู่ว่าต้องเป็น J1 หรือเปล่าเพราะได้ทุน แต่คิดว่าไม่น่าจะใช่ พอจะรู้บ้างหรือเปล่าครับเนี่ย อย่างไงเดี๋ยวจะคลิกโฆษณาให้นะครับ สถาบันไหนครับ ที่ร่วมกัน  มช. หรือธรรมศาสตร์ครับ 
ก็คงต้องลองดู ไม่รู้ว่าจะอย่างไงแล้วครับ แต่เห็นว่า ปกติเค้าจะล้างข้อมูลทุกๆๆ 5 ปีไม่ใช่เหรอครับ ข่าวนี้ถูกต้องหรือเปล่าครับเนี่ย สงสัย</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณครับ คุณ Plew  วีซ่า คิดว่าน่าจะเป็น F1 เพราะว่าเป็นนักเรียน ตอนแรกก็งงๆ อยู่ว่าต้องเป็น J1 หรือเปล่าเพราะได้ทุน แต่คิดว่าไม่น่าจะใช่ พอจะรู้บ้างหรือเปล่าครับเนี่ย อย่างไงเดี๋ยวจะคลิกโฆษณาให้นะครับ สถาบันไหนครับ ที่ร่วมกัน  มช. หรือธรรมศาสตร์ครับ<br />
ก็คงต้องลองดู ไม่รู้ว่าจะอย่างไงแล้วครับ แต่เห็นว่า ปกติเค้าจะล้างข้อมูลทุกๆๆ 5 ปีไม่ใช่เหรอครับ ข่าวนี้ถูกต้องหรือเปล่าครับเนี่ย สงสัย</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: plew</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-41214</link>
		<dc:creator>plew</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Mar 2011 19:24:39 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-41214</guid>
		<description>คุณ Todd

เราว่าถึงที่ผ่านมาคุณจะทำผิดกฎหมายคืออยู่เกินแน่ๆ บวกทำงานอย่างผิดกฎหมายแน่ๆ แต่เราว่าก็ใช่ว่าคราวนี้จะไม่มีโอกาศซะเลย
เพราะคราวนี้ไปเรียนปริญญาเอก ยูตอบรับแล้ว บวกได้ทุนจากมหาลัยที่นี่ซึ่งมันมีสัญญาการใช้ทุนชัดเจนอยูาแล้วยังไงก็ต้องกลับมา
และจริงๆ ตอนส่งเรื่องเอกสารหลักๆเรื่องการได้รับทุนจากหอการค้าและเอกสารที่ยูทางโ้น้นตอบรับเป็นเอกสารหลักเขาเอาเข้าไปอยู่แล้ว
เราว่าก็ลองดูเถอะ ได้ก็โชคดีไป ไม่ได้คุณเองก็คงไม่ได้เสียโอกาศหรือเสียใจมากมายเพราะรู้อยู่แล้วว่าทำไม แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้นะ
โอกาสมาขนาดนี้แล้ว เรืืองขอวีซ่าแบบไหน เราว่าลองดูจากอาจารย์คนอื่นๆที่เขาได้ทุนเขามาแบบไหนกันละค่ะ แต่เราว่ามันก็ต้องเป็นวีซ๋านักเรียน เพราะคุณมาเรียนถึงแม้จะเป็นเรื่องที่นายจ้างปัจจุบันส่งมาก็จริงๆ แต่นายจ้างเราที่เมืองไทยไม่ได้มีสำนักงานสาขาที่อเมริกานี่ค่ะ 

อ้อยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนร่วมสถาบันค่ะ ยังไงอย่าลืมช่วยกันคลิกโฆษณาด้วยแล้วกันเนอะ โชคดีค่ะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คุณ Todd</p>
<p>เราว่าถึงที่ผ่านมาคุณจะทำผิดกฎหมายคืออยู่เกินแน่ๆ บวกทำงานอย่างผิดกฎหมายแน่ๆ แต่เราว่าก็ใช่ว่าคราวนี้จะไม่มีโอกาศซะเลย<br />
เพราะคราวนี้ไปเรียนปริญญาเอก ยูตอบรับแล้ว บวกได้ทุนจากมหาลัยที่นี่ซึ่งมันมีสัญญาการใช้ทุนชัดเจนอยูาแล้วยังไงก็ต้องกลับมา<br />
และจริงๆ ตอนส่งเรื่องเอกสารหลักๆเรื่องการได้รับทุนจากหอการค้าและเอกสารที่ยูทางโ้น้นตอบรับเป็นเอกสารหลักเขาเอาเข้าไปอยู่แล้ว<br />
เราว่าก็ลองดูเถอะ ได้ก็โชคดีไป ไม่ได้คุณเองก็คงไม่ได้เสียโอกาศหรือเสียใจมากมายเพราะรู้อยู่แล้วว่าทำไม แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้นะ<br />
โอกาสมาขนาดนี้แล้ว เรืืองขอวีซ่าแบบไหน เราว่าลองดูจากอาจารย์คนอื่นๆที่เขาได้ทุนเขามาแบบไหนกันละค่ะ แต่เราว่ามันก็ต้องเป็นวีซ๋านักเรียน เพราะคุณมาเรียนถึงแม้จะเป็นเรื่องที่นายจ้างปัจจุบันส่งมาก็จริงๆ แต่นายจ้างเราที่เมืองไทยไม่ได้มีสำนักงานสาขาที่อเมริกานี่ค่ะ </p>
<p>อ้อยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนร่วมสถาบันค่ะ ยังไงอย่าลืมช่วยกันคลิกโฆษณาด้วยแล้วกันเนอะ โชคดีค่ะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Todd</title>
		<link>http://www.thaiinamerica.com/2008/10/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97/#comment-41203</link>
		<dc:creator>Todd</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Feb 2011 17:21:42 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiinamerica.com/?p=143#comment-41203</guid>
		<description>สวัสดีครับ คุณ Plew, 
ผม คนหนึ่งที่กำลังกลัวการทำ visa เรียนต่อที่เมกา เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากจบ ป.ตรี ผมได้ทำงานและมีประสบการณ์ทำงานประมาณ 2 ปี แล้วกะจะไปเรียนต่อโทที่เมกา เลยขอวีซ่า อีกอย่างผมจบธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับสอง ผลการขอวีซ่า ผ่านฉลุย ได้ Visa F1 5 ปี (ปลายปี 1999) i-20 เป็นของโรงเรียนภาษาธรรมดาแถว LA หลังจากนั้น ก็ต่อ i-20 มาอีก 2 ครั้ง เพราะยังไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัย จนกระทั่ง มีคนที่รู้จักชวนไปเปิดร้านที่ Missouri ก็เลยย้ายไป ทำงานกับเค้าประมาณ 4 ปี โดย ไม่ได้ต่อ I-20 โดยคนที่รู้จักบอกว่าจะทำเรื่องเปลี่ยน status ให้แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้เปลี่ยนจนแฟนผมจบเอก และได้งานเป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ ผมก็เลยตัดสินใจ ไม่สนใจแล้วอยากกลับบ้านใจจะขาด เลยกลับมาช่วงปี 2005 (visa ไม่หมดอายุ) แต่ I-20 ขาดไปนานแล้ว ตอนอยู่เมกา มีใบขับขี่ ของรัฐ Missouri ครับ ที่เหลือก็ไม่มี เพราะต้องขับรถไปทำงาน ก็เลยทำ ใบขับขี่ ในเมือง St-louis ได้ 
หลังจากนั้นผ่านไป 5 ปี ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสไปเมกาอีกแล้ว เพราะว่าอยู่จนเบื่อ และไม่คิดว่าจะต้องไปเลย ตั้งแต่กลับมา ก็เรียนต่อ MBA ที่เชียงใหม่ จบมาด้วยเกรด 3.92 และมีประวัติการทำงานมาตลอดตั้งแต่ตอนเรียน และย้ายเข้าทำงานที่ กรุงเทพฯ ทำงานบริษัท Fuji ได้ เกือบปี ก็ได้มีโอกาส ไปทำงานในมหาวิทยาลัยหอการค้า เป็นอาจารย์ และสอบชิงทุนเรียนต่อปริญญาเอก ในใจคิดว่าเวลาผ่านไปกว่า 5 ปี ก็เลยคิดว่าลองสมัครไปเรียนต่อเอก ที่เมกา ดูสิ ว่าจะเป็นอย่างไง ด้วยอะไรๆหลายๆๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นผลสอบ หรือว่าการได้ทุนเรียนจากมหาวิทยาลัย เลยเรียกว่ามีโอกาสได้เรียนต่อเอก คณะบริหารธุรกิจ ของ Washington State University ที่ Pullman เอาละสิครับพี่ ชะงักที่เคยทำไว้ ไม่เคยคิดว่าจะต้องไปเรียนต่อเอกที่เมกา หรือกลับไปอีก ถ้าไปขอ Visa คิดว่าจะได้ไหมครับ เนี่ย จริงๆ ก็อยากบอกความจริงหมดแหละ เพราะว่าไม่รู้จะโกหกไปได้อย่างไร แค่ให้กรอก driver licence no เค้าก็รู้ชีวิตผมหมดแล้วที่เมกา พี่ว่าอย่างไงครับ มีโอกาสหรือเปล่าครับ เคยถามเพื่อนที่รู้จักเพื่อนที่ทำงาน fbi ลองค้นชื่อผมดู ปรากฎว่าชื่อขึ้นเลยว่า Over Stay. ตอนนี้แต่งงานแล้ว มีแฟนเป็นอาจารย์อยู่ที่ธรรมศาสตร์ครับ รบกวนให้คำแนะนำด้วยครับ อีกอย่างถ้าขอวีซ่า ควรขอแบบไหนครับ J1 หรือ F1 และจากประสบการณ์คิดว่าจะได้ Visa ไหมครับ เพราะเท่าที่อ่านดูมีแต่บอกว่า สัมภาษณ์อย่างเดียวไม่ดู เอกสารเลย 
ขอบคุณครับ
Todd</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ คุณ Plew,<br />
ผม คนหนึ่งที่กำลังกลัวการทำ visa เรียนต่อที่เมกา เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากจบ ป.ตรี ผมได้ทำงานและมีประสบการณ์ทำงานประมาณ 2 ปี แล้วกะจะไปเรียนต่อโทที่เมกา เลยขอวีซ่า อีกอย่างผมจบธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับสอง ผลการขอวีซ่า ผ่านฉลุย ได้ Visa F1 5 ปี (ปลายปี 1999) i-20 เป็นของโรงเรียนภาษาธรรมดาแถว LA หลังจากนั้น ก็ต่อ i-20 มาอีก 2 ครั้ง เพราะยังไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัย จนกระทั่ง มีคนที่รู้จักชวนไปเปิดร้านที่ Missouri ก็เลยย้ายไป ทำงานกับเค้าประมาณ 4 ปี โดย ไม่ได้ต่อ I-20 โดยคนที่รู้จักบอกว่าจะทำเรื่องเปลี่ยน status ให้แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้เปลี่ยนจนแฟนผมจบเอก และได้งานเป็นอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ ผมก็เลยตัดสินใจ ไม่สนใจแล้วอยากกลับบ้านใจจะขาด เลยกลับมาช่วงปี 2005 (visa ไม่หมดอายุ) แต่ I-20 ขาดไปนานแล้ว ตอนอยู่เมกา มีใบขับขี่ ของรัฐ Missouri ครับ ที่เหลือก็ไม่มี เพราะต้องขับรถไปทำงาน ก็เลยทำ ใบขับขี่ ในเมือง St-louis ได้<br />
หลังจากนั้นผ่านไป 5 ปี ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสไปเมกาอีกแล้ว เพราะว่าอยู่จนเบื่อ และไม่คิดว่าจะต้องไปเลย ตั้งแต่กลับมา ก็เรียนต่อ MBA ที่เชียงใหม่ จบมาด้วยเกรด 3.92 และมีประวัติการทำงานมาตลอดตั้งแต่ตอนเรียน และย้ายเข้าทำงานที่ กรุงเทพฯ ทำงานบริษัท Fuji ได้ เกือบปี ก็ได้มีโอกาส ไปทำงานในมหาวิทยาลัยหอการค้า เป็นอาจารย์ และสอบชิงทุนเรียนต่อปริญญาเอก ในใจคิดว่าเวลาผ่านไปกว่า 5 ปี ก็เลยคิดว่าลองสมัครไปเรียนต่อเอก ที่เมกา ดูสิ ว่าจะเป็นอย่างไง ด้วยอะไรๆหลายๆๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นผลสอบ หรือว่าการได้ทุนเรียนจากมหาวิทยาลัย เลยเรียกว่ามีโอกาสได้เรียนต่อเอก คณะบริหารธุรกิจ ของ Washington State University ที่ Pullman เอาละสิครับพี่ ชะงักที่เคยทำไว้ ไม่เคยคิดว่าจะต้องไปเรียนต่อเอกที่เมกา หรือกลับไปอีก ถ้าไปขอ Visa คิดว่าจะได้ไหมครับ เนี่ย จริงๆ ก็อยากบอกความจริงหมดแหละ เพราะว่าไม่รู้จะโกหกไปได้อย่างไร แค่ให้กรอก driver licence no เค้าก็รู้ชีวิตผมหมดแล้วที่เมกา พี่ว่าอย่างไงครับ มีโอกาสหรือเปล่าครับ เคยถามเพื่อนที่รู้จักเพื่อนที่ทำงาน fbi ลองค้นชื่อผมดู ปรากฎว่าชื่อขึ้นเลยว่า Over Stay. ตอนนี้แต่งงานแล้ว มีแฟนเป็นอาจารย์อยู่ที่ธรรมศาสตร์ครับ รบกวนให้คำแนะนำด้วยครับ อีกอย่างถ้าขอวีซ่า ควรขอแบบไหนครับ J1 หรือ F1 และจากประสบการณ์คิดว่าจะได้ Visa ไหมครับ เพราะเท่าที่อ่านดูมีแต่บอกว่า สัมภาษณ์อย่างเดียวไม่ดู เอกสารเลย<br />
ขอบคุณครับ<br />
Todd</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

