วันสัมภาษณ์กรีนการ์ด Interview for Green Card

plew September 20th, 2008


อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการขอกรีนการ์ดได้ที่ http://www.marriagegreencard.info/

หลังจากยื่นเอกสารทั้งหมดและมีการส่งเอกสารเพิ่มเติมบางส่วนตามที่ USCIS แจ้งให้ส่งเพิ่มคือเอกสารเรื่องรายได้ของสามี รวมระยะเวลาที่รอประมาณห้าเดือน ก็ได้รับหนังสือ USCIS ให้ไปสัมภาษณ์ ที่ออฟฟิตในซานฟรานซิสโก จริงๆตอนนั้นอยู่เมืองไทยก็ได้เพื่อนของแฟนที่ซานฟราน่คอยเช็คจดหมายให้แล้วสแกนส่งมาให้เราทางอีเมล์ เราสองคนเลยต้องบินกลับอเมริกาอย่างกระทันหัน เพราะไม่คิดว่าจะได้สัมภาษณ์เร็วขนาดนี้ คือเราเพิ่งส่งเอกสารด้านการเงินเพิ่มเติมตามที่เขาขอมาได้แค่ไม่ถึงเดือนก็เรียกสัมภาษณ์แล้ว

ออฟฟิตของ USCIS ก็จะมีตามเมืองใหญ่ๆ โชคดีที่เราอยู่ซานฟรานซิสโก เลยไม่ต้องเดินทางไปสัมภาษณ์ที่เมืองอื่น วันสัมภาษณ์จำได้ว่าเป็นเวลาบ่ายโมง เรานำสำเนาเอกสารทั้งหมดที่เราส่งไปให้ USCIS พร้อมกับจดหมายนัดสัมภาษณ์มาด้วย จริงๆบอกตรงๆว่าตื่นเต้นและแอบกลัวเล็ก เพราะเคยอ่านตามเวปไซต์ บางคนบอกเขาถามถึงขั้นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ หรือประมาณสามีหรือภรรยาชอบใส่กางเกงในสีอะไรคือถามลึกๆถึงการใช้ชีวิตฉันท์สามีภรรรยาว่างั่นเหอะก่อนวันเราสองคนก็พยายามเตรียมคำตอบมากมายเท่าที่เราอ่านจากอินเตอร์เนตว่าอาจมีคำถามต่างๆเหล่านั้น

พอไปถึงสถานที่สัมภาษณ์ ปรากฎว่าคนนั่งรออยู่เต็มห้อง คือคนเยอะมาก เราก็โห คงต้องรอเป็นวันเลยมั่งนี่ แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ดูเอกสารนัดแล้วก็เช็คอะไรสักอย่างในคอมพิวเตอร์แ้ล้วบอกให้เราสองคนขึ้นไปรอที่ชั้นสาม เราก็ขึ้นไปชั้นสามคือขั้นไปอีกชั้น ปรากฎว่าเงียบสนิท ไม่มีคนนั่งรอเลย ไม่มีใครเลยมีกันสองคน ก็งงเอบอกอะไรเราผิดรึป่าว ก็เห็นคนอื่นรอกันที่ชั้นสองกันหมด ก็นั่งรอไปสักสิบนาที ก็ไม่มีใครมาที่ชั้นสามเลย คือมีแค่สองคนเหมือนเดิม กะว่าอีกห้านาทีไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะลงไปถามเจ้าหน้าที่แล้วละว่าบอกผิดรึป่าว รอไปอีกไม่นาน ก็มีฝรั่งผู้หญิงท่าทางใจดีถือเอกสารในมอแล้วก็มาเรียกเราสองคนเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นออฟฟิตทำงานของเธอ เราก็งง เอสัมภาษณ์ตรงนี้เลยเหรอ เพราะคิดว่ามันจะเป็นห้องสัมภาษณ์โดยเฉพาะประมาณนั้น พอเข้าไปก็กันเองมากๆแบบสบายๆ เธอเปอดเอกสารของเราที่เราส่งไปทั้งหมด พลิกไปพลิกมา แล้วก็บอกว่า อือเอกสารครบถ้วนดีมาก แถมบางส่วนเกินมาอีกว่าแล้วก็คืนส่วนที่เกินให้เรา แล้วก็บอกให้สาบานว่าจะพูดความจริงประมาณนั้น แล้วก็ถามแบบเหมือนไม่ถาม คือดูเอกสารแล้วทวนกันมากกว่า สิ่งที่เธอถามเช่น เจอกันที่ไหน แต่งที่ไหน แล้วดูรูปที่เราส่งไป บอกน่ารักดีนะ แต่จุดที่เธอพยายามย้ำมากคือ เราออกนอกประเทศสหรัฐก่อนเราได้กรีนการ์ด แต่กลับมาเพื่อสัมภาษณ์ โดยใช้หนังสืออนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศได้ในระหว่างรอปรับสถานะหรือ Advance parole คือเรากลับสหรัฐหลังจากได้ parole แล้ว เธอก็ย้ำว่าเรากลับเข้ามาเมื่อได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ถ้าขืนออกไปแล้วแอบกลับเข้ามาโดยวีซ่าท่องเที่ยวก็คงเป็นเรื่องแน่ๆ สรุปคือเราทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎกติกาของเขา คุยไปไม่กี่นานเธอก็บอกโอเคอีกประมาณอาทิตย์หนึ่งจะมีหนังสือส่งไปว่ายินดีต้นรับสู่อเมริกาประมาณนั้น ก็คือเราได้กรีนการ์ด งงว่าทำไมง่ายจัง คุนแค่ห้านาทีได้ สุดท้ายเธอบอกเธอเพิ่งมาทำงานที่นี่ แล้วเราเป็นรายแรกที่เธอสัมภาษณ์ ดังนั้นเขาจะเลือกเฉพาะเคสที่ง่ายๆให้เธอ คือเคสที่ไม่มีอะไรผิดสังเกตุ เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ว่างั้นเหอะ เราสองคนเลยโชคดีผ่านแบบง่ายๆ อีอส่วนเธอถามว่าเราเตียมเอกสารกันเองไม่ได้จ้างทนายใช่ไม๊ เราก็บอทำเองไม่ได้จ้าง
เธอก็บอกดี

สรุปแล้วการขอกรีนการ์ดจากการแต่งงาน Green card by marriage ก้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ทำเองได้ไม่ต้องไปจ้างใครให้เสียเงิน ถ้าเราแต่งจริง เอกสารครบ ทำทุกอย่างถูกต้อง ที่สำคัญรายได้ของสามี ภรรยาที่เป็นอเมริกันถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ และจริงๆแล้วถ้าแต่งที่อเมริกาใช้เวลาไม่นานเลย ตัวเองถ้าไม่กลับเมืองไทยและดึงเรื่องส่งเอกสารเพิ่มเติม เพราะอยากอยู่เมืองไทยต่อ เอาจริงๆสี่เดือนก็ได้แล้ว นีี่เราเองดึงเรื่องส่งเอกสารกลับไปช้า ยังแค่หกเดือน

มีบางคนจ้างทนายหรือนายหน้าอะไรประมาณนั้นทำ เขาให้เซ็นอะไรก็เซ็นไม่ได้รู้ว่าขั้นตอนจริงๆมันมีอะไรเป็นอย่างไร สองปีผ่านไปบอกไม่มีอะไรคืบหน้าเลย รัฐบาลไม่ติดต่อกลับมาเลย คือเงียบ อันนี้บอกได้เลยว่าไม่ปกติแล้วละ เพราะจริงๆ USCIS จะมีจดหมายติดต่อเราเป็นระยะ ไม่ว่าเราจะได้หรือๆไม่ได้ และเราก็สามารถตรวจสอบความคืบหน้าทางอินเตอร์เนตได้ โดยใช้รหัสที่เขาแจ้งมากับจดหมายแจ้งว่าเขาได้รับเอกสารของเราแล้ว หลังจากนั้นก็ยังตามมาด้วยจดหมายแจ้งให้ไปพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูป และจดหมายอื่นๆในกรณีที่เขาต้องการให้เราส่งเอกสารหรือแก้ไขเอกสาร คือไม่มีเงียบไปเฉยๆแน่นอน

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

16 Responses to “วันสัมภาษณ์กรีนการ์ด Interview for Green Card”

  1. วีon 07 Oct 2008 at 12:35 pm

    เรียน พี่แพรว นะค่ะ

    หนูชื่อวีนะค่ะ มีโปรแกรมจะไปเรียนภาษาที่ซานฟรานค่ะ และก้ออยากหางานทำด้วย..คือไม่อยากรบกวนเงินที่บ้านเยอะมากนะค่ะ

    แต่ตอนนี้หนูมีเรื่องสงสัยอยากถามพี่นิดนึงนะค่ะว่าง..การที่เรามีsocial แล้วตกลงมันดีหรือไม่ดีต่อการสมัครงานค่ะ

    หนูสงสัยมากค่ะรบกวนพี่ตอบที่นะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

  2. plewon 07 Oct 2008 at 11:58 pm

    สวัสดีค่ะคุณวี จริงๆถ้าเรามี social ดีค่ะ เพราะเราจะทำงานได้อย่างถูกกฎหมายคือทำงานอะไรอื่นๆได้ ไม่ใช่แค่ร้านอาหารไทย แต่ข้อเสียคือถ้าไปทำงานอื่นๆ เช่นทำกับฝรั่งแล้วเรามี social เราก็ต้องเสียภาษีค่ะ แต่คนทำงานร้านอาหารไทยปกติเขาไม่เสียภาษีกัน ก็ได้อย่างเสียอย่าง แต่พี่ว่ามีถ้าเรามี social ก็ทำให้เรามีโอกาศหางานได้หลากหลายขึ้น

  3. วีon 08 Oct 2008 at 5:18 am

    ดีค่ะ P’plew

    ขอรบกวนถามอีกนิดนึงนะค่ะ ว่าถึงใช้ social ไปสมัครงาน มันจะผิดกฎหมายไหมค่ะ เพราะวีซ่านักเรียนเขาไม่อนุถาตให้ทำงาน

    คือหนูอยากถามพี่นะค่ะ เพื่อพี่มีประสบการณ์ ว่ามันสามารถใช้ได้ หรือไม่ได้ยังงัย เพราะตอนนี้หนูกับเพื่อนมีsocialแล้วค่ะ

    แต่บางคนก๊บอกใช้ได้ บางคนก็บอกอย่าใช้จะดีกว่า เพราะมันจะมีปัญหาอื่นตามมานอกจากเรื่องภาษี หนูเลยอยากถามพี่อีกครั้งนะค่ะ

    แบบว่ายัง งง อยู่นะค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ

  4. plewon 08 Oct 2008 at 8:28 am

    อือกรณีถือวีซ่านักเรียนแต่มี social อันนี้พี่บอกตรงๆว่าไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ มันแล้วแต่ร้านหรือแต่ละที่ด้วย ก็ลองไปสมัครดูถ้าร้านเขารับแล้วถามว่ามีsocial ไหมก็บอกว่ามีแต่ถ้าไม่ก็ถามก็อย่าไปพูดถึงมัน คือมีsocial เราก็จะเปิดบัญชีได้ซึ่งหมายความว่ารับเช็ดได้ หรือเขาโอนเงินเข้าบัญชีเราได้ มันสะดวกคนจ้างเขาค่ะ เพราะหลายร้านเขาไม่จ่ายเงินสดประมาณนั้น พี่ว่าตัดปัญหาก็หาร้านไทยทำแล้วก็รับเงินสดง่ายดี

  5. วีon 08 Oct 2008 at 12:43 pm

    ขอบคุณพี่มากๆๆเลยค่ะ

    อิอิ ขอรบกวนอีกได้ไหมค่ะ คือตอนนี้ฟังข่าว เศรษฐกิจอเมริกาไม่ค่อยดี

    เลยคิดว่างานคงหายากกว่าเดิมแน่ๆๆใช่ไหมค่ะพี่…….

    แล้วถ้าเรามีฝีมือเกี่ยวกับงานด้านแกะสลักกผัก ผลไม้อยู่บ้าง…

    มันพอจะช่วยอะไรได้บ้างไหมค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้าอีกเช่นเคย….

    พี่ใจดีจังค่ะ

  6. fat loss 4 idiotson 09 Oct 2008 at 1:55 am

    Hey more pics please, you must balance the text and the pictures :D

  7. plewon 09 Oct 2008 at 10:38 am

    ใช่ค่ะตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี งานก็หายากมากขึ้น ร้านเจ๊ง ร้านปิดไปมีให้เห็นมากขึ้น
    แต่มันก็ขึ้นกับจังหวะด้วย ถ้าเจอจังหวะเขาขาดคนก็โชคดี
    โหเกาะสลักผักได้จะหางานได้ง่ายขึืนไหม ที่นี่เขาก็ไม่เห็นเกาะกันนะ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้
    สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ได้งานง่ายขึ้นคือภาษาค่ะ สำคัญที่สุดแล้ว
    อ้อ ช่วยกันคลิกโฆษณากันด้วยนะค่ะ พี่จะได้มีตังค์ทำเวปต์ต่อไป โชคดีครับ

  8. น้องon 27 Nov 2008 at 6:57 am

    หวัดดีค่ะ พี่แพรว

    น้องอยากรบกวนถาม เรื่อง การแต่งงานที่อเมริกา

    น้องอยู่ L.A. แบบโรบินฮู้ด ได้ 5 เดือนค่ะ ไม่มีใบขับขี่ ลำบากในการเดินทางมาก

    แต่น้องมีแฟน คนไทย ที่เป็น citizen ค่ะ เขาอายุ 24 น้องอายุ 23 ถ้าเราแต่งงานกันพอจะมีโอกาส

    ได้ กรีนการ์ดไหมค่ะ ถ้าแฟนน้องทำงานรายได้ดี เสีย tax ครบไม่มีประวัติเสีย

    และถ้าแต่งงานแล้วจะมีโอกาสได้ทำใบขับขี่ให้เร็วที่สุดได้ตอนไหนค่ะ น้องอยากมีใบขับขี่ให้เร็วที่สุด และ

    น้องมี ssn ค่ะ

  9. plewon 28 Nov 2008 at 9:42 am

    ถ้าแฟนเป็น citizen และรายได้ถึงก็น่าจะได้แต่ปัญหาคือการอยู่เกินวีซ่าของคุณ แต่ก็ทำได้ค่ะ หลังจากได้กรีนการ์ดก็ขอ Social แล้วก็ไปสอบใบขับขี่ได้เลยค่ะ

  10. aomon 11 Nov 2009 at 9:51 pm

    สวัสดีค่ะ

    รบกวนถามเรื่องกรีนการ์ดค่ะ พอดีว่าตอนนี้เตรียมเอกสารเสร็จแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าต้องส่งไปที่ที่อยู่ไหนน่ะค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  11. plewon 12 Nov 2009 at 12:17 am

    Send to

    USCIS
    P.O. Box 805887
    Chicago, IL 60680-4120

  12. aomon 13 Nov 2009 at 2:52 pm

    ขอบคุณค่ะ
    แล้วจะช่วยคลิกด้วยค่า

  13. plewon 01 Mar 2010 at 3:04 pm

    สวัสดีค่ะ คุณแพรว ดิฉันชื่อโบวค่ะ เดือนหน้า โบกับแฟนมีนัดสัมภาษณ์กรีนการ์ดที่ซานฟรานซิสโกค่ะ โบรบกวนถามคอมเมนต์และคำแนะนำบางส่วนจากคุณแพรวนะคะ โบมาวีซ่าคู่หมั้น แต่ก่อนมาโบมาเยี่ยมแฟนด้วย วีซ่าท่องเที่ยว 2 ครั้ง เจอแฟนทางเน็ตค่ะ จริงๆแล้วเจอเขาก่อนไปขอวีซ่า แต่ตอนไปขอวีซ่าก็บอกว่าไม่รู้จักใคร เพราะตอนนั้นที่ขอก็ไม่แน่ใจว่าจะมาเจอเขาดีหรือเปล่า ก็ได้มาสิบปี แต่หลังจากนั้นก็มาเยี่ยมเขา สองครั้ง ครั้งละประมาณ สิบวัน ปี 2007,2008 ปี 2009 ทำวีซ่าคู่หมั้นแล้วมาที่่นี่อย่างถูกต้อง
    ตอนสัมภาษณ์วีซ่าท่องเที่ยว ง่ายดายมากค่ะ เจอแค่สามคำถามก็ได้วีซ่าสิบปีเลย แต่วีซ่าคู่หมั้น โดนซักหนักมากเกือบชั่วโมง ทั้งที่เรามาเยี่ยมแฟนแค่ครั้งละ 10 วัน 2 ครั้ง แต่ประเด็นคือ โบกะแฟนอายุห่าง โบ 33 แฟน 62 แฟนไม่เคยมาเยี่ยมโบที่ไทย มีแต่โบไปอเมริกา ตอนนั้นกลัวจะโดนเรื่องโกหกครั้งแรกว่าไปแล้วไม่รู้จักใคร ทำมัยไปเจอแฟน ปรากฎว่าไม่โดนข้อนี้เลย โดนถามแต่เรื่องความสัมพันธ์จะบอกว่าไม่กลัวเพราะเป็นความจริง รักกันจริง แต่เหนื่อยมากกว่าจะได้วีซ่าคู่หมั้นแล้วบินมา โบมาเดือน 9 /2009 แต่งงาน 10/2009 ยื่น AOS 11/2009 ตอนนี้ได้วันนัดสัมภาษณ์แล้ว คุณแพรวที่เล่ามาทั้งหมด เพราะอย่างจะถามคอมแมนต์คุณแพรวว่า ในวันสัมภาษณืโบจะโดนรุกหนัก โดนแยกห้อง หรือว่าโดน Declined หรือไม่
    โบจะได้เตรียมตั้งรับได้ทัน เพราะตอนสัมภาษณ์ K-1 ก็คิดว่าเรามไ่น่ามีปัญหา ผิดคาดมากก รอบนี้เลยจะเตรียมตัวให้รอบคอบ อ่านประบการณ์สัมภาษณ์กรีนการ์ดคนอื่น ทำมัยไม่ยาก ส่วนก็จะผ่าน แต่โบก็ไม่ประมาณค่ะ รบกวนคุณแพรวแนะนำโบด้วยค่ะ แฟนโบทำงาน San mateo County รายได้สามารถ Support ได้ไม่มีปัญหาค่ะ ไม่มีคดี ไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกเพราะลูกอยู่กับเรา
    ขอบคุณคุณแพรวที่ช่วยแนะนำค่ะ

  14. plewon 01 Mar 2010 at 3:05 pm

    สวัสดีค่ะ คุณโบ

    ถามว่ามีโอกาศถูกแยกห้องไม๊ ตอบว่ามีค่ะเพราะเหตุผลหลักคือคุณอายุห่างกันมากค่ะ แต่ว่าไม่ถามว่าจะมีโอกาศไม่ได้ไม๊คิดว่ายังไงก็ได้ค่ะ แต่ถ้าโชคร้ายอาจโดนถามเยอะหรือแยกห้อง เพราะอย่างที่บอกเรื่องอายุค่ะ แต่เราอยู่กันจริงไม่ได้โกหกนี่ค่ะยังไงก็ได้อยู่แล้ว แต่เตรียมคำตอบอะไรให้ตรงกันค่ะ จะได้ไม่ต้องมีปัญหามาก อาจจะโดนถามเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวอะไรปนะมาณนั้นก็เตรียมไป เขาชอบอะไร เราชอบอะไร เรื่องกุญแจบ้านอะไรประมาณนี้มีติดเอาไว้ทั้งสองคน อย่างอื่นคุรไม่น่ามีปัญหาเลยเพราะเข้ามาอย่างถูกต้องทุกอย่าง เรื่องวีซ่าเก่าๆเค้าคงไม่สนใจค่ะ

    โชคดีค่ะ

  15. เสาวนีย์on 12 Feb 2011 at 11:04 pm

    สวัสดีค่ะ..รบกวนปรึกษาหน่อยนะคะกรณีของดิฉันพี่ชายของสามีทำเรื่องขอกรีนการด์ให้ค่ะคือของให้เราทั้งครอบครัวเลย
    คือสามคนพ่อแม่ลูกแต่กรณีของดิฉันพี่ชายของสามียื่นเรื่องไปได้สิบเอ็ดปีพอดีก็มีการตอบรับให้ได้สิทธิกรีนการด์แต่บังเอิญ
    ช่วงสามปีที่ผ่านมาที่จะได้กรีนการด์นี้ดิฉันและสามีหย่ากันเกี่ยวกับการเงินและก็ไม่ได้จดทะเบียนสมรสไว้เหมือนเดิมเพราะเรา
    ก็ใช้ชีวิตอยู่กันตามปกติเพราะไม่ได้คิดเรื่องการยิ่นกรีนการด์เลยค่ะเพราะมันนานมากแต่ตอนนี้ดันเรื่องมาผ่านและเราก็ได้ยื่นเรื่องไปคือส่งเอกสารตามความเป็นจริงทุกอย่างและไม่ได้ไปจดทะเบียนเหมือนเดิมเพราะคิดว่าทางพี่ชายของสามีเค้ารับรองตามศักยาภาพที่พี่ชายเค้ามีคือสามารถรองรับคนอีกสามคนเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านได้ตามที่ฐานะทางการเงินการเสียภาษีย้อนหลังสามปีที่ทางการขอวีซ่าตั้งไว้พี่ชายของสามีก็ผ่านดิฉันก็เลยไม่มั่นใจอะค่ะว่ามันจะมีปัญหาไหมให้กรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนกันแต่ถ้าต้องจดก็ได้อยู่แล้วรบกวนช่วยคลี่คลายด้วยนะคะขอบพระคุณมากๆค่ะ เพราะดิฉันฝันไว้นานแล้วอยากไปอเมริกาอยากให้ลูกไปเรียนที่นี่อยากมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ค่ะขอบคุณอีกครั้งนะคะ

  16. Dakota Wescovichon 10 Aug 2011 at 1:23 am

    Wimnzdorssedifj, eaDkafem

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply