คนจีนในซานฟรานซิสโก Chinese Immigrants in San Francisco
plew July 11th, 2008
หลายๆคนอาจคิดว่า ถ้ามาอยู่เมืองนอกนานๆ จะทำให้พูดภาษาอังกฤษได้เอง โดยไม่ต้องไปเรียนอย่างจริงจริงจัง นั่นก็เป็นความจริงแต่ความจริงอีกส่วนคือ คุณจะพูดได้แต่เป็นแบบผิดๆ หรือพูดได้แค่บทสนทนาพื้นฐานมากๆ รวมทั้งไม่สามารถพูดได้คล่องอย่างที่ควร ทำไมถึงพูดเรื่องนี้
เพราะก่อนจะมาอยู่ที่นี่ตัวเองเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าถ้ามาอยู่เมกาแล้วถึงไม่ได้เรียนจะทำให้ภาษาอังกฤษดีขึ้นมาก คิดไปขนาดว่ามาอยู่แค่หกเดือนก็คงพูดได้ดีขึ้นเยอะ ขอบอกว่าผิด เพราะจริงๆมันดีขึ้นแน่ๆแต่ดีขึ้นไม่กี่เปอร์เซ็นเท่านั้นเอง จริงๆจะเข้าเรื่องคนจีนที่รู้จักที่นี่นั่นแหละ
มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นคนจีนหลายๆๆคนมาอยู่ที่นี่ บางคนห้าปี บางคนเจ็ดปี บางคนสิบปี บางคนยี่สิบปี หรือมากกว่า บางตรงๆว่าตอนที่รู้ว่าเขาเหล่านั้นมาอยู่ที่นี่มานานนน….. แทบไม่อยากเชื่อ เพราะอะไรเหรอ ก็ภาษาอังกฤษของพวกพี่ๆ แย่กว่าเราที่มาอยู่ที่นี่ไม่ถึงปีนะสิ ทำไมละทำไมมาอยู่อเมริกายี่สิบปี มีลูกเกิดที่นี่สองคน ภาษาอังกฤษยังระดับประถม เพราะไม่มีไปเรียนภาษาอังกฤษไง คนจีนส่วนใหญ่ที่อพยพมาอยู่ที่นี่ส่วนมาก มาจากครอบครัวที่พื้นฐานไม่ดีนัก คือการศึกษาเดิมๆน้อย พอมาอเมริกาก็คิดแต่ทำงานหาเงิน เพราะต้องหาเงิน ไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน
ก็ทำงานพวกรายได้น้อยๆ กับคนจีนด้วยกัน หรือกับฝรั่งแต่เป็นงานใช้แรง ทำแต่งานไม่ไปเรียน หรือไม่สนใจที่จะเรียน สุดท้ายอยู่มาสิบปีภาษาอังกฤษดีขึ้นจริงแต่ถ้าเทียบกับมาตรฐานก็ยังไม่ดีพอที่จะทำงานดีๆ การศึกษาไม่มี ก็ทำได้แค่งานค่าแรงขั้นต่ำตลอดไป
คนพวกนี้บางคนคิดได้ตอนอายุเริ่มเยอะ เริ่มมาเรียน เพื่อนคนจีนคนหนึ่งบอกเธอรู้เลยว่าการเรียนตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษและการศึกษามีความสำคัญและทำให้มีชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เธอละน้องสาวย้ายมาอเมริกาด้วยกัน แต่เธอทำงานๆๆๆ ไม่เรียนหนังสือ ส่วนน้องสาวไม่ทำงาน เรียนภาษาอังกฤษอย่างจริงจังจนเข้าเรียนมหาลัยได้ คือไม่ทำงานเลย ตอนนี้ชีวิตของน้องสาวทำงานสอนในโรงเรียน ส่วนตัวเธอยังทำงานแบบได้ค่าแรงขั้นต่ำเหมือนเดิม…..
ชีวิตของคนที่อพยพมาอยู่ที่นี่อเมริกา ไม่ง่ายทั้งคนไทย คนจีน และชาติอื่นๆ เพราะถ้าภาษาอังกฤษไม่ดีมากๆ และไม่มีวุฒิการศึกษาที่นี่ คือไม่ได้จบที่นี่ หรือจบจากประเทศที่เขายอมรับ โอกาสในการหางานทำดีๆยาก มีเพื่อนคนจีนอีกคนคนนี้มาจากฮ่องกง อายุสี่สิบกว่าๆ จบปริญญาด้านไอที จากฮ่องกง ทำงานในฮ่องกงมาร่วมยี่สิบปี เขามั่นใจว่าเขาเก่ง เขามีประสบการณ์และฮ่องกง เป็นที่ยอมรับ มีความเป็นอินเตอร์ เขาเริ่มสมัครงานบริษัทใหญ่ๆที่นี่ จนในที่สุดมีหนึ่งบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์ วันรุ่งขึ้นเขาเล่าให้ฟังด้วยความเซ็ง และเบื่อชีวิตว่า ไม่รู้ว่าย้ายมาอยู่ที่นี่ทำไม เขาคิดว่าอเมริกาเปิดกว้าง ยอมรับปริญญาจากที่อื่น และเขามีประสบการณ์ แต่สรุปคือไม่ เขาบอกเขาเสียเวลาสัมภาษณ์ไปประมาณหกชั่วโมง โดนฝรั่งร่วมสิบคนสัมภาษณ์ เขายอมรับว่าจุดใหญ่อีกจุดคือเรื่องภาษา บางทีเขาไม่เข้าใจคำถาม เดิมทีเขามั่นใจว่าภาษาอังกฤษเขาดีพอ
สุดท้ายไม่ได้งาน มานั่งเรียน ESL กันต่อไป และเขาก็เริ่มรู้ว่าถ้าคิดจะหางานดีๆเหมือนที่เคยทำที่บ้านเกิด คงต้องมีปริญญาที่นี่อีกใบ..
เพื่อนอีกคน คนนี้จบปริญญาจากมหาวิทยาลัยที่ดังมากแห่งหนึ่งในประเทศจีน ก่อนแต่งงานและมาที่นี่เธอทำงานในบริษัทใหญ่ หน้าที่การงานดี ภาษาอังกฤษของเธอก็ถือว่าอยู่ในระดับดีที่เดียว แต่สุดท้ายย้ายตามสามีมาอยู่ที่นี่ ต้องทิ้งทุกอย่างและมาทำงานรายได้ขั้นต่ำในบริษัทเล็กๆของคนจีนด้วยกันในย่านไชน่าทาวน์
ชีวิตอีกแบบ เพื่อนคนนี้อายุแค่ยี่สิบเอ็ด เธอย้ายมาจากกวางโจวเมืองทางใต้ของจีน ใกล้ๆฮ่องกง เธอบอกครอบครัวที่โน่นยากจน หางานก็ยากในเมืองจีนเลยย้ายตามญาติที่มาอยู่ที่นี่ก่อนหน้า เธอมาทั้งครอบครัวคือตัวเองและพ่อ แม่ พ่อ แม่เธอ คือคนจีนที่ไม่มีการศึกษา พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ดังนั้นแม่เธอต้องรับจ้างเลี้ยงเด็กกับคนจีนด้วยกันที่นี่ เริ่มงานเจ็ดโมงเช้าเลิกสองทุ่ม ได้เงินเดือนละพันเหรียญ ส่วนพ่อย้ายไปอยู่ที่
ฟิลาเดลเฟีย ทำงานสับปลาในซุปเปอร์มาเก็ต ตัวเธอภาษาอังกษดีหน่อยได้งานทำในร้านอาหารจีน ทำงาน part time และเรียนภาษาไปด้วย รายได้ของทั้งครอบครัวรวมกันประมาณสามพันเหรียญ ค่าเช่าอพาตเมนท์หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ก็พันกว่าเหรียญ สุดท้ายครอบครัวนี้ทนอยู่ซานฟรานไม่ไหว เพราะค่าครองชีพและค่าเช่าสูง ก็ต้องย้ายไปอีกเมืองที่ค่าเช่าถูกกกว่ามากกว่าครึ่ง เราเคยถามเธอว่าสุดท้ายจะย้ายกลับไปอยู่เมืองจีนไม๊ เธอบอกไม่ ไม่มีอะไรเหลือที่นั่น นอกจากเพื่อน เมืองจีนหางานยากเพราะคนเยอะมาก ได้งานก็ต้องกอดให้แน่นที่สุด อากาศก็มีแต่มลภาวะ ทะเล แม่น้ำก็เป็นสีดำ เพราะโรงงาน ที่นี่ดีกว่ามาก ฟังแล้วดีใจจังที่เกิดเป็นคนไทย เพราะนอกจากเพื่อนคนนี้เพื่อนคนจีนคนอื่นๆก็บอกเหมือนๆกันเกี่ยวกับความลำบากในการทำงานในเมืองจีน
เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนที่เราสนิทมากคนหนึ่งและรู้สึกเหมือนเธอเป็นน้องสาวเพราะอายุน้อยกว่าเรามาก เธอชอบบ่นว่าเบื่อความจน อยากมีรายได้สักเดือนละห้าพันเหรียญ อยากท่องเที่ยว อยากมีเสื้อผ้าสวยๆ เราบอกอยากทำงานดีๆก็ต้องเรียน ต้องมีวุฒิ แต่เธอค่อนข้างขี้เกียจเรียน ขาดเรียนบ่อย เราถามทำไมไม่มาเรียนหลายวัน คำตอบคือขี้เกียจ หลังๆเธอทำงานน้อยลง แถมไม่มาเรียน เราก็งงว่าไม่มาเรียนแถมทำงานน้อยลง เธอบอกเหนือย เธอบอกอยากเป็นอย่างเรามีสามีรวย ไม่ต้องทำงาน แต่เราบอกมันไม่ใช่ ก่อนห้านี้เราทำงานหนักมาเยอะ ก็เพิ่งมาหยุดทำแค่ไม่ถึงปี จริงๆแล้วบางคนเราก็เข้าใจได้ง่ายๆว่าทำไมคนบางคนถึงรวย หรือ ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ หรือบางคนย่ำอยู่กับที่ตลอดเวลา ก็เพราะผลของการกระทำของตัวเองทั้งนั้น
Immigrants มากมายที่มาที่นี่จากไม่มีอะไร ทำงานและเรียนหนังสือสุดท้ายเรียนจบได้งานที่ดีขึ้นก็มีเยอะ แต่มันอาจต้องใช้ความอดทนและพยายามมากกว่าคนที่เขาเกิดเขาโตที่นี่ เพราะยังไงภาษาเราก็ยากที่จะดีได้เทียบเท่าคนที่เขาพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ แต่ถ้าตั้งใจฝึกภาษาอย่างจริงจัง บวกกับยิ่งบางคนมีพื้นฐานภาษาดีมาเป็นทุนก็จะไปได้เร็วขึ้น
สนใจอยากไปเรียนเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าเค้าจะเริ่มต้นจากไหนดี
ปีที่แล้ว..มีเพื่อนสนิทคนนึง ตัดสินใจไปเรียนภาษาและการโรงแรมต่อที่ปารีส, ฝรั่งเศส
ดำเนินการติดต่อและสอบผ่านบริษัทตัวแทนในเมืองไทย
การดำเนินชีวิต..แบบเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอ่ะค่ะ
อยู่ได้ปีกว่า..แต่ผลถือว่าไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้เลยค่ะ
เราเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้แล้วเลยเริ่มกังวล..นอกจากไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหน
ยังไม่รู้จะปรึกษาใครดี..ได้มาเจอเวปเธอนี่หล่ะ อ่านดูแล้วเป็นมิตรเชียว (หุ หุ)
อยากให้ add msn แล้วไว้คุยกันด้วยนะคะ..ขอบคุณค่ะ
เราไม่ค่อยได้ใช้ MSN เลยค่ะ ส่วนมากใช้ skype อะ
แนะนำเราด้วยนะเรามองหาที่เรียนที่ซานฟรายอยู่อ่ะอยากได้แบบไม่แพงมากอ่ะแนะนำหน่อยนะยังไงตอบทางเมลเราก้อได้นะช่วยเราที่ไปใจจะขาดแล้วววววววววววววอ่ะ naraka_69@yahoo.com อ่านเรื่องเธอแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะอ่ะ