ESL Classes in San Francisco
plew June 29th, 2008

มาเล่าถึงบรรยากาศในการเรียนภาษาอังกฤษที่ City College of San Francisco กันดีกว่า ในความคิดตัวเองมองว่าเป็นหลักสูตรที่เรียนฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท แถมแจกเอกสารประกอบฟรีอีก ยืมหนังสือที่ห้องสมุดก็ได้ มีคอมพิวเตอร์มีอินเตอร์เนตให้ใช้ มีห้องซาวแลปให้ฝึกการฟัง การพูด ทุกอย่างฟรี ต้องบอกว่าคุณภาพดีมากทีเดียว อาจารย์ที่สอนก็เป็นคนอเมริกันที่จบด้านการ
สอน ESL โดยตรง ถ้าเรียนภาษาอังกฤษกับฝรั่งในเมืองไทยที่เราไม่รู้ว่าจบด้านการสอนมาจริงไม๊ขอแค่เป็นฝรั่ง เราจ่ายชั่วโมงละเท่าไร
คนที่ลงเรียนหลักสูตรแบบเรียนฟรีส่วนใหญ่เป็นคนที่มีกรีนการ์ด แต่อยู่ที่นี่ไม่ถึงหนึ่งปี ทำไมนะเหรอเพราะเรารอให้อยู่ที่นี่เกินหนึ่งปี จะลงเรียนแบบcredit ได้ถูกคือหน่วยละ 20 เหรียญ ก็เรียนแบบฟรีเพื่อพัฒนาและเตรียมความพร้อมไปก่อน นอกจากคนที่มีกรีนการ์ดก็มีกลุ่มที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาเรียนเพราะรู้ว่าฟรีและไม่ตรวจเรื่องวีซ่า เพื่อนบางคนที่รู้จักเป็นคนฮ่องกงบินไปบินมาฮ่องกงเอมริกาหลายรอบเพื่อมานั่งเรียนฟรี ไม่ใช่แต่คนเอเชียเพื่อนร่วมชั้นหลายคนมาจากอิตารีหรือฝรั่งเศสก็ถือวีซ่าท่องเที่ยวมานั่งเรียนเช่นกัน อาจารย์ที่สอนก็รู้ไม่ว่าอะไรแถมยังชมว่าขยันมาเที่ยวยังอุตสาห์เจียดเวลามาเรียน…
ข้อเสียของการเรียนฟรีคือมันไม่มีการสอบ เมื่อไม่มีการสอบทำให้หลายคนไม่สนใจที่จะทบทวนหรือทำแบบฝึกหัด ก็ไม่มีเกรดไม่มีตกนี่นา แต่ฟรีหรือไม่มีฟรีถ้าจะเรียนภาษาให้ได้ดี ต้องทำแบบฝึกหัด ต้องใช้ ต้องทบทวน ตัวเองลงเรียนหลายวิชา ทั้งการออกเสียง การพูด แกรมม่า วิชาที่ทำให้ภาษาอังกฤษพัฒนาขึ้นมาก คือช่วยได้มากคือ Writting อาจารย์ที่สอนเก่งและตั้งใจสอน เรากลับไปฝึกเขียน การเขียนทำให้เราต้องทั้งอ่านเพื่อหาข้อมูลที่จะเขียน ทั้งทบทวนเรื่องแกรมม่า ทบทวนเรื่องคำศัพท์ และพัฒนาทักษะการสื่อสารแสดงความคิดเห็นออกมาเป็นภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ บางคนหรือหลายคนลงเรียน writting แต่ไม่เคยส่งการบ้านคือไม่กลับไปเขียนได้แต่นั่งฟัง นั่นไม่ช่วยอะไรเลย แกรมม่ามันเยอะเราจะจำได้ก็ต่อเมื่อเราได้ฝึกใช้มันกับประโยคจริงๆ จาก Eassy แรกๆที่ผิดเพียบและใช้เวลาเป็นวันกว่าจะเขียนสามหน้ากระดาษเสร็จ มาวันนี้ผิดน้อยลงมาก เขียนเร็วขึ้นมาก แม่นแกรมม่ามากขึ้นเยอะ
เวลาเรียนสักพักเราจะเห็นความแตกต่างระหว่างคนที่เรียนด้วยความตั้งใจถึงไม่มีสอบก็ตั้งใจ พวกนี้ภาษาจะพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะหลายคนยัง..เหมือนเดิม
อีกวิชาที่ช่วยด้านภาษาได้มากคือ Pronunciation เรามันคุ้นเคยกับการออกเสียงภาษาอังกฤษแบบผิดหลายๆคำมานาน เวลาพูดภาษาอังกฤษหลายๆคำ เราก็ว่าเราพูดถูก ทำไมเขาไม่เข้าใจละ
ก็จริงๆมันผิดนะสิ บางคำที่เราคิดว่ามันออกเสียคล้ายกันหรือเหมือนกัน ฝรั่งฟังเราอาจเข้าใจไปคนละเรื่อง เพราะสำหรับเขามันต่างกันคนละเรื่อง Sh & Ch การเรียนออกเสียงจึงมีความสำคัญมาก
นอกจากช่วยให้พูดได้ถูกต้องแล้ว ยังช่วยการฟังอีกด้วย ยอมรับว่าครูที่สอนสอนเก่งจริงๆ
สำหรับตัวเองบอกได้เลยว่าการเรียนภาษาที่นี่ช่วยให้ภาษาอังกฤษดีขึ้นมาก จากคนไทยที่ไม่ได้จบโรงเรียนหรือมหาลัยอินเตอร์ ไม่ค่อยหรือแทบไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการทำงาน ไม่สนใจภาษาอังกฤษหรืออาจพูดได้ว่าไม่ชอบ ไม่ชอบฟังเพลงฝรั่ง ไม่เคยมาเมืองฝรั่ง ไม่มีเพื่อนฝรั่ง คือภาษาอังกฤษอยู่ในระดับธรรมดามาก ไม่ถึงกับแย่หลังจากเรียนภาษาประมาณสี่เดือน บวกกับกลับมาอ่านทบทวนทุกวัน ทำแบบฝึกหัด อ่านข่าวภาษาอังกฤษ ฝึกเขียนอย่างน้อยวันละสองหัวข้อ ภาษาอังกฤษดีขึ้นมากจริง แต่ต้องพยายามมากพอควรต้องบังคับตัวเองให้ทำสิ่งที่ไม่ชอบ ก็ภาษาอังกฤษนี่แหละ จริงๆแล้วเกลียด..แต่วันนี้ไม่ค่อยเกลียดเท่าไรแล้ว
เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่นี่ เรียกว่า International มากๆ วิชาหนึ่งที่เรียนนักเรียนมาจากประเทศที่ต่างๆกันสิบหกประเทศ แต่ในภาพรวมส่วนใหญ่ก็คนจีนกับคน อเมริกาใต้ อเมริกากลางซะเป็นหลัก
คนยุโรป คยเอเชียชาติอื่นๆก็มีแต่เทียบกับคนจีนไม่ได้ เพราะเยอะจริงๆ เราเองก็ต้องเข้าก๊วนเพื่อนคนจีน อีกวิชาก็สนิทกับเพื่อนญี่ปุ่น ส่วนใหญ่คนเอเชียก็มักชอบอยู่กับเอเชียด้วยกัน พวกอเมริกาใต้ อเมริกากลางที่พูดภาษาสเปนเข้าก็ชอบอยู่ด้วยกัน พวกมาจากยุโรป เช่นคนอิตารี กับคนฝรั่งเศสก็ชอบอยู่ด้วยกัน น้อยมากที่จะเห็นนักเรียนฝรั่งกับนักเรียนเอเชียสนิทกันมากๆ เพื่อนๆเอเชียก็คิดเหมือนกันว่าเอเชียด้วยกันถึงจะคนละประเทสแต่มันปรับตัวเข้ากันได้ง่ายกว่าเข้ากับคนฝรั่ง ซึ่งตัวเองยอมรับเลยว่าจริง สำหรับตัวเองมีเพื่อนคนไทยที่รู่จักที่เรียนคนเดียวแต่ไม่สนิทกัน กลับสนิทกับเพื่อนญี่ปุ่นและเพื่อนจีนมากกว่า เราถึงเรื่องของเพื่อนคนจีนที่นี่ ทำให้อยากเล่าให้ฟังถึงคนจีนในซานฟรานซิสโก ซึ่งซานฟรานถือเป็นเมืองที่มี China Town ใหญ่ที่สุดในอเมริกา มีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย อยากเล่าสู่กันฟังในตอนต่อไป
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
สวัสดีค่ะ^^
คือว่ากำลังสนใจอยากไปเรียนที่City College of San Francisco
น่ะค่ะ กำลังหาข้อมูลอยู่เลย
ไม่ทราบว่าคือเท่าที่หาข้อมูล
สงสัยค่ะว่าหลักสูตรESL
กับ Intensive English Program
นี่มันอันเดียวกันรึเปล่าค่ะ??
คือค่าเรียนคอร์สIntensive เนี่ยมันสามพันกว่าเหรียญเลยน่ะค่ะ
เลยสงสัยมากๆค่ะว่ามันเหมือนกันรึเปล่า
แล้วก็อยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนอนการเพื่อ
ไปเรียนที่นู่นด้วยค่ะ
รบกวนช่วยตอบมาในเมล์ได้มั๊ยคะ
นี่เมล์ค่ะarlalea@hotmail.com
รบกวนด้วยนะคะ คือชอบซานฟรานซอสโกมากจริงๆ น่ะค่ะ
เลยตัดสินใจว่าจะเรียนที่นี่
ขอบคุณค่ะ
ต่างกันค่ะ ESL เป็นหลักสูตรระยะยาวคือเรียนเป็นเทอมๆเหมือนเรียนในมหาลัย ถ้าจะเรีนยให้จบก็ต้องไต่ระดับไปจนตัวสุดท้ายคือ 160 แล้วต่ออีกตัวจำชื่อไม่ได้ ก่อนลงทะเบียน
ต้องสอบวัดระดับก่อน แต่Intensive จะเป็นหลักสูตรระยะสั้นประมาณสามเดือน ส่วนมากจะเน้นสำหรับ
ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียน แต่ ESL จะมีทั้งนัศึกษาต่างชาติและ Residents
ขอบคุณมากๆค่ะพี่plew ตอนนี้เริ่มดำเนินการแล้วค่ะ
แต่ยังหาที่พักไม่ได้เลย
ต้องไปสิงหาแล้วด้วยกลุ้มๆเลย
อยากทราบว่าการหาที่พักนี่จะสามารถsearch ได้จากที่ไหนคะ
พี่plewอยู่ที่ซานฟรานใช่มั๊ยคะ
ถ้าไปถึงแล้วอยากไปเจอจังเลยค่ะ^^
แต่ตอนนี้ต้องรีบหาบ้านก่อนT^T
เรื่องที่พักลองเข้าไปอ่านในโพสเรื่อง หาที่พักในซานฟราน นะค่ะ บอกลิงค์ไว้แล้ว
แต่ตัวเราเองจะกลับเมืองไทยต้นเดือนตุลานี้เหมือนกัน กลับไปเมืองไทยหกเดือน
แต่ยังไงถ้ามาเดือนสิงหาคงมีโอกาสได้เจอกันนะค่ะ
D ka P’ plew
อยากทราบว่าที่พี่ไปเรียนอันนี้ มีแบบที่ไม่ฟรี คือ ESL
แล้วออก I20 ให้ ไหมคะ
มีค่ะที่ที่เราเรียนมีแบบเรียนลงทะเบียนและเปิดสำหรับนักศึกษาต่างชาติค่ะ ลองเข้าไปดูที่ http://www.ccsf.edu/ นะค่ะ ที่นี่จะได้บรรยากาส
เป็น campus นอกจากนั้นก็มีสถาบันสอนภาษาอื่นๆมากมายให้เลือกค่ะ