วีซ่าอเมริกา United States Visa
plew April 8th, 2008
วีซ่าอเมริกา
หลายคนคงเคยได้ยินคำล่ำลือมาแล้วว่าการขอวีซ่าอเมริกายาก แถมแพงตกอยู่ที่ประมาณสี่พันบาท อันที่จริงก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ เพราะจ่ายสี่พันก็จริงแต่เขาให้วีซ่าสิบปี ถ้าเทียบกับวีซ่าประเทศไทยเราจริงๆของเราแพงกว่าอีกวีซ่าแค่สามเดือนก็พันกว่าบาท แต่มันดูแพงตรงที่ว่าต้องจ่ายก่อนเลยตอนสมัครเข้าไป และถ้าไม่ได้ขึ้นมา เงินตรงนั้นไม่มีคืนสักบาท คือเสียไปเลยฟรีๆ สำหรับเอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าหลายคนถามว่าตกลงมันต้องแสดงหลักฐานอะไร หรือต้องมีเงินสักเท่าไรในบัญชีมันถึงจะได้ ตรงนี้ตอบฟันธงไปเลยยาก เพราะหลายรายที่เคยได้ยินมามีเงินในบัญชีก็โขอยู่ เดินทางมาซะก็หลายประเทศทั้งเอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย แต่ไม่ได้เฉยเลยก็มี เล่นเอางง ทำไม ฉันผิดตรงไหนวะ มีหลายคนที่โดนปฏิเสธแบบนี้ทั้งที่เจ้าตัวคิดว่าเขาก็มีคุณสมบัติ หลักฐานเพียงพอ ครบถ้วน บางคนบอกได้ไม่ได้อยู่ที่ดวงจริงๆ เหมือนมันไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อนบางคนบอกถ้าดันไปโดนสัมภาษณ์ช่องเจ้าหน้าที่คนไทยละก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่าอาจแห้ว เพราะประมาณว่าคนไทยนี่แหละชอบกั๊กกันเอง โหดถามเยอะ ประมาณ ฉันรู้ทันแกหรอกว่าไปแล้วจะไม่กลับ แต่ถ้าเจอช่องเจ้าหน้าที่ฝรั่งก็มีลุ้นเพราะฝรั่งใจดี บางคนบอกว่าช่วงเวลาที่ขอก็มีส่วน เช่นถ้าขอวีซ่าช่วงใกล้เทศกาลโดยเฉพาะช่วงคริสมาสต์ ช่วงปีใหม่จะได้ง่ายกว่าปกติ อันนี้จริงไม่จริงไม่แน่ใจเพียงแต่เป็นเรื่องที่เขาเล่ามาอีกที
แต่ถ้าจะบอกว่ามันไม่มีหลักเกณฑ์อะไรที่แน่นอนเลยในการ ให้ หรือ ไม่ให้ มันก็ไม่ใช้ จริงๆมันก็มีหลักของมัน อยู่กว้าง เช่น ประเภทของวีซ่าต้องขอให้ตรงกับวัตถุประสงค์ในการเดินทาง เช่นขอวีซ่าท่องเที่ยว คุณก็ต้องรู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ที่เมืองนั้นเขามีอะไรให้เที่ยวบ้าง จะไปเที่ยวกี่วัน ไปพักที่ไหนกับใคร ไปเองหรือไปกับทัวร์ ไปวันไหนกลับวันไหน เรื่องตั๋วเครื่องบิน ไม่ใช่บอกไปเที่ยวซานฟรานซิสโก แต่ไม่รู้เลยว่าที่นั่นเขามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง จะไปพักที่ไหนก็ยังไม่รู้ มันก็แปลก ถ้าขอวีซ่านักเรียน อันนี้ชัดเจนจะไปเรียนจริงๆแล้วต้องได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาจากสถาบันการศึกษานั้นๆมาแล้วก็จะดีกว่า หรือไม่อย่างนั้นต้องชัดเจนหลักสูตรอะไร ที่ไหน ใช้ระยะเวลาการศึกษานานเท่าไร
ประเด็นที่สำคัญประเด็นถัดมาคือ สถานะทางการเงิน ถ้าขอวีซ่านักเรียนต้องมีสถานะทางการเงิน มีรายได้เพียงพอที่จะใช้ในการศึกษาและกินอยู่ตลอดระยะเวลาจนจบการศึกษา ถ้าตัวเองไม่มีก็ต้องมีคนที่เป็นสปอนเซอร์ ซึ่งสปอนเซอร์ก็ต้องมีรายได้ถึงตามเกณฑ์อย่างที่บอก อันนี้มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังเป็นประเภทฉันอยากไปอเมริกา ก็ขอวีซ่าแบบไม่ได้เคยศึกษาข้อมูลว่ามันต้องมีเอกสารอะไร ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร และไม่มีการเตรียมพร้อมเรื่องเอกสารก่อนยื่นใบสมัครเลย รายนี้ขอวีซ่านักเรียน บอกจะไปเรียนห้าปี แต่ตัวเองทำงานรายได้ไม่กี่พันบาท พ่อก็ไม่ได้ทำงาน แม่ทำงานอยู่อเมริกาในร้านอาหารไทย รายได้ไม่มากและต้องดูแลคนทั้งครอบครัว บัญชีเงินฝากต่างๆรวมกันไม่น่าถึงแสน อันนี้ก็ชัดอยู่แล้วว่ามันไม่มีตังค์เรียนแหงๆ เจ้าตัวบอกแต่มีญาติผู้ใหญ่ ซึ่งตัวเองพักอยู่ด้วยเป็นสปอนเซอร์ ญาติผู้ใหญ่ท่านนี้มีธุรกิจส่วนตัว รายได้น่าจะอยู่ประมาณหลักแสนต้นๆ ต่อเดือน เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าแล้วญาติท่านนี้เขามีครอบครัวของเขาเองที่ต้องดูแล รับผิดชอบหรือไม่ คำตอบคือมี ญาติผู้ใหญ่มีบุตรสองคน ทั้งคู่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษา และคู่สมรสก็ไม่ได้มีรายได้จากทางอื่น ทั้งครอบครัวนี้รวมกันสี่คน มีรายได้จากแหล่งเดียว เพราะฉะนั้นรายได้หลักแสนต้นๆ สำหรับทั้งครอบครัวซึ่งมีบุตรอยู่ในวัยกำลังศึกษาถึงสองคนก็ไม่ได้มากมาย เพราะฉะนั้นคงไม่มีความสามารถพอที่จะส่งเสียให้คุณศึกษาได้ตลอดระยะเวลาห้าปีในอเมริกาได้ เพราะญาติท่านนี้คงต้องดูแลครอบครัวของเขาก่อน สรุปคือไม่ได้ แต่รายนี้ไม่จบยังวนเวียนสมัครซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบ แต่ก็คงยังทำแบบเดิมๆ คือ สถานะทางการเงินมันไม่พอเห็นๆ สมัครไปประมาณสี่ครั้ง ถูกปฏิเสธทุกครั้ง ครั้งสุดท้ายเขาก็แสตมในพาสปอร์ตเลยว่ารายนี้คือไม่ต้องมาขออีกแล้วคือแบลคลิส แต่โดนแบลคลิสกี่ปีไม่แน่ใจ เพราะฉะนั้นตรงนี้สำคัญถ้าดูแล้วว่าคุณสมบัติมันไม่ได้จริงๆ รายได้ไม่พอจริงๆก็อย่าเพิ่งใจร้อนไปขอ เพราะการถูกปฏิเสธครั้งก่อนไม่เป็นผลดีต่อการสมัครครั้งต่อไป แถมเสียเงินโดยใช่เหตุอีกด้วย
ถามต่อว่าแล้ววีซ่าท่องเที่ยวควรมีเงินในบัญชีสักเท่าไร อันนี้ก็ควรพอให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการพำนัก แต่สำหรับประสบการณ์ของตัวเอง เจ้าหน้าที่ไม่ดูสถานะทางการเงินเลยด้วยซ้ำ ไม่ดูเลยจริงๆ เพื่อนอีกสองคนที่ได้วีซ่าท่องเที่ยวก็เช่นกันเจ้าหน้าที่ไม่ดูไม่ถามเรื่องเงินในบัญชีเลย เพราะจริงแล้วสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่าคือ อะไรที่ทำให้เขาเชื่อว่าคุณจะแค่ไปเที่ยว ไปเยี่ยมจริงๆ ไปแล้วกลับจริงๆ ไม่ใช่ไปแล้วหาย นั่นก็คือต้องมีเอกสารยืนยันความผูกพันกับประเทศไทย เช่น มีงานประจำทำ มีธุรกิจ กิจการส่วนตัว ตรงนี้เอกสารที่ใช้ได้แก่หนังสือรับรองการเป็นพนักงาน หนังสือจดทะเบียนบริษัท กรณีของตัวเองเจ้าหน้าที่ดูแค่หนังสือรับรองการเป็นพนักงานเพียงอย่างเดียว ตอนสัมภาษณ์ก็ถามแค่ว่าทำงานที่นี่ ตำแหน่งอะไร ไม่ได้ถามเรื่องรายได้เลยแม้แต่น้อย ส่วนเพื่อนอีกคนซึ่งทำธุรกิจส่วนตัวเขาก็ดูแค่หนังสือจดทะเบียนบริษัท สมุดบัญชีเงินฝากอะไรไม่ได้ถามไม่ได้พูดถึง แต่ตรงนั้นเตรียมเอกสารไปให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ดีกว่าเพราะเกิดถามหรือขอดูขึ้นมาก็แสดงได้ทันที เอกสารอะไรอื่นอีกที่ใช้แสดงความผูกพันกับประเทศไทย เช่น พวกโฉนดบ้านที่ดินที่เราเป็นเจ้าของ หรืออสังหาริมทรัพย์ที่กำลังผ่อนอยู่ สรุปคือเอกสารที่ทำให้เขาเชื่อว่าเราไปแล้วต้องกลับบ้านเรา เพราะมีงานที่ดีอยู่แล้ว มีบ้านต้องผ่อน ไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยอะไร เพราะฉะนั้นบางคนอยากกลับอเมริกาใจจะขาด แต่อยู่เมืองไทยงานก็ไม่มีทำ อายุอานามก็เลยวัยศึกษาเล่าเรียนมาเยอะ กรณีนี้เห็นทีจะยากที่จะขอวีซ่าผ่าน เพราะดูแล้วมันหลักลอย
ประสบการณ์ส่วนตัวตัวเองถือว่าโชคดีมาก ได้สัมภาษณ์กับฝรั่งสาวๆใจดี ถามแค่ว่าทำงานที่ไหน ตำแหน่งอะไร จะไปเที่ยวกับเพื่อนใช่ไม๊ แค่นั้นจบ แล้วก็บอกตกลงเราให้วีซ่าคุณ โดยสรุปแล้วการขอวีซาอเมริกาไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ควรเตรียมเอกสารให้พร้อม เตรียมข้อมูลในการตอบคำถามให้ชัดเจนตรงกับประเภทวีซ่าที่ขอ การแต่งกายในวันสัมภาษณ์ก็เป็นเรื่องสำคัญ ตัวเองโชคดีเนื่องจากได้ศึกษาและถามข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์มาก่อน หลายคน แนะนำว่าแต่งกายให้สุภาพ ดูดี ถ้าเราเป็นคนทำงานก็แต่งตัวแบบคนทำงาน ดูเป็นมืออาชีพ ดูมีปัญญาไปเมืองนอก อันนี้เรื่องจริง วันที่ตัวเองไปสัมภาษณ์คนที่แต่งตัวดูดีภูมิฐาน โดนสัมภาษณ์ไม่นานและผ่านด้วย แต่หลานคนที่เห็นแต่งกายไม่สุภาพใส่ยีนส์ เสื้อสายเดี่ยว โดนถามและขอดูเอกสารเยอะมาก แหมก็แต่งกายชวนให้คิด ไปเที่ยวจริงๆหรือจะไปทำไซต์ไลน์กันแน่หว่า
เอ้าก่อนจะจบเรื่องวีซ่า มาสรุปให้ฟังแบบเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าให้ฟังอีกที ต้องบอกก่อนว่าอันนี้มันเฉพาะวีซ่าท่องเที่ยวนะค่ะ และทั้งหมดจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง และต้องย้ำอีกทีว่าไม่ใช้ผู้เชียวชาญด้านวีซ่า ไม่ใช่นักกฏหมาย สำหรับวีซ่าประเภทอื่นสามารถหาข้อมูลได้จากเวปไซต์ด้านล่างค่ะ
ขั้นตอนการขอวีซ่า
• ติดต่อขอเวลาสัมภาษณ์ ซึ่งสามารถทำได้ได้สองวิธีคือ การนัดทางอินเตอร์เนต หรือนัดหมายทางโทรศัพท์ ซึ่งทั้งสองวิธีคุณต้องติดต่อซื้อรหัสผ่านเพื่อการนัดหมาย การซื้อรหัสทำได้สองวิธีคือซื้อทางอินเตอร์เนต โดยบัตรเครดิต หรือซื้อได้ที่ทำการไปรษณีย์ http://bangkok.usembassy.gov
• หลังจากนั้นดาวโหลดแบบฟอร์มทางอินเทอร์เนต ซึ่งคุณสามารถกรอกแบบฟอร์มทางอินเทอร์เนตได้ทันที เมื่อคุณส่งแบบฟอร์ทางอินเทอร์เนต สถานทูตจะมีบาร์โค๊ตมาให้บนแบบฟอร์ม และพรินส์แบบฟอร์มเก็บไว้
• ชำระเงินค่าธรรมเนียมในการขอวีซาผ่านทางสำนักงานไปรษณีย์ และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้
• เตรียมเอกสารทั้งหมด คือแบบฟอร์มและเอกสารอื่นๆ ไว้ในซองหรือแฟ้มที่สะดวกในการหยิบใช้งาน อย่าแม๊กเย็บเอกสารนะคะ ใช้คลิปดีกว่า
• เดินทางไปสถานทูตในวัน เวลาที่ทำการนัดหมาย
• เมื่อไปถึงสถานทูตจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเบื้องต้นและจัดเอกสารให้อีกครั้งหนึ่ง
• ซื้อซองจดหมายเพื่อจัดสงวีซา
• ยื่นเอกสารและรับบัตรคิว ซึ่งตรงนี้ เจ้าหน้าที่จะเก็บเอกสารบางส่วนเข้าไปเพื่อรอการสัมภาษณ์ เอกสารอื่นที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เก็บคุณก็เก็บไว้กับตัวเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะถามคุณว่าต้องการสัมภาษณ์เป็นภาษาอะไร ไทย หรือ อังกฤษ
• สัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่จะถามคำถาม เกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องการเดินทางและอื่นๆแล้วแต่กรณี ซึ่งหลังจากนั้น คุณจะทราบผลทันทีจากเจ้าหน้าที่ว่าผ่านหรือไม่
• กรณีผ่าน คุณจะได้รับวีซ่าซึ่งจะส่งให้ทางไปรษณีย์ภายในสามวัน หรือติดต่อรับเองที่ ที่ทำการไปรษณีย์รองเมือง
เอกสารที่ต้องใช้ในการสัมภาษณ์
จริงๆแล้วเอกสารที่ใช้ในการสัมภาษณ์แตกต่างกันในแต่ละราย ตามสถานการณ์ของแต่ละคนแต่อาจสรุปได้ทั่วๆไปดังนี้
• แบบฟอ์มซึ่งกรอกข้อมูลและมีบาร์โค๊ตเรียบร้อย
• พาสปอร์ต ถ้าฉบับเดิมที่หมดอายุมีประวัติการท่องเที่ยวก็นำไปด้วย
• รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ตไซต์ ซึ่งมีพื้นหลังสีขาว เปิดให้เห็นใบหน้าและใบหูชัดเจนไม่ตกแต่งภาพเด็ดขาด
• หนังสือรับรองการทำงาน ว่าคุณมีงานทำอยู่จริงในปัจจุบัน
• หนังสือรับรองเงินเดือน
• เอกสารทางการเงินต่างแสดงฐานะทางการเงิน
• สมุดบัญชีเงินฝาก
• จดหมาย การ์ดเชิญหรือเอกสารอื่นๆของเพื่อนคุณหรือญาติ ที่ต่างประเทศส่งมาให้ เพื่อให้การสนับสนุนคุณหรือเชิญคุณให้เดินทางไปอเมริกา เช่นร่วมงานแต่งงาน วันเกิด
• เอกสารอื่นๆแสดงความผูกพันว่าคุณจะกลับเมืองไทยหลังจากการท่องเที่ยว
ช่วยกันสนับสนุนเวปไซต์โดยการคลิกเยี่ยมชมโฆษณาด้านบยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
In 2001 and 2002, the United States passed new laws that affected some aspects of the nonimmigrant visa process and entry-exit procedures. Many things remain the same, however.
What’s the Same in U.S. Visa Processing Procedures?
To obtain a visitor visa (for tourism, medical treatment, and certain kinds of business activities), the process may be relatively simple. To obtain other types of visas, to study or work, for example, more forms and documentation will be required. Individual experience in obtaining a visa can therefore range from relatively fast and simple to relatively complex and time consuming.
Applicants also still need to demonstrate their intent to return home rather than stay permanently in the United States. You will not be granted a visa if, in the judgment of the consular officer, you have not met all of the necessary criteria.
Applicants still must complete all of the various application forms, submit photographs, application fees and other kinds of documentation as they did before.
What’s Different about U.S. Visa Processing Procedures?
The United States is committed to what Secretary Powell has called the policy of “secure borders, open doors,” by facilitating legitimate travel to the United States by international visitors while maintaining the integrity and security of our borders and our nation. Laws passed after September 11, 2001 focused ways to improve border security in the United States. To learn more, select Safety and Security of U.S. Borders
Most visa applicants can expect to be interviewed and must now have two index fingerscans collected as part of the visa application process. These fingerscans are normally collected by the consular officer at the visa interview window, but in some posts they are collected prior to the visa interview.
In addition to being satisfied that the applicant intends to honor the terms of the visa by returning home, the consular officer must evaluate the security risk presented by the applicant. We carefully examine all applications. Visa applications take longer to process. This affects all nonimmigrant visas. Advance planning can smooth the visa application process for you.
What’s the Same in U.S. Visa Application Procedures?
Many aspects of U.S. visa application process continue as before. All applicants’ names are routinely checked against sophisticated government databases for possible criminal or other information that may disqualify them. The consular officer examines the application and supporting documents and data for facts indicating possible ineligibilities, inconsistencies or questions that may require clarification.
In certain situations, the consular officer may ask for additional application review in Washington, DC. Some visa applicants may need to undergo an extra review process if they seek to engage in a commercial exchange or academic pursuit involving certain designated fields of advanced technology.
What’s Different About U.S. Visa Application Procedures?
Some aspects of the nonimmigrant visa process have changed.
Supplemental Application — All male nonimmigrant visa applicants between the ages of 16-45, regardless of nationality or other factors, must now complete a supplemental application form which helps inform the consular officer’s judgment about visa eligibility. Consular officers have the authority to require anyone from any country to complete visa forms if they think it’s warranted.
Student and Exchange Visitor Visas - All student and exchange visitors, regardless of nationality or other factors, must complete a supplemental application form which helps inform the consular officer’s judgment about visa eligibility. Applicants must also get an authorization form from their sponsoring institution in the U.S. Before a visa can be issued, the sponsoring institution must authenticate the applicant by opening and maintaining an electronic file on a Web-based data management system managed by the Department of Homeland Security, called Student and Exchange Visitor Information System (SEVIS).
from http://www.unitedstatesvisas.gov
Usefull Link
http://bangkok.usembassy.gov
http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm
http://www.usvisa4thai.com/visas.html
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา
การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปอเมริกา
จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (1 )
จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (2 )
จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (3)
เอกสารทั้งหลายที่ควรเตรียมไปอเมริกา Important documents
วันเดินทางไปอเมริกา The day departed Thailand
สนามบินซานซิสโก San Francisco International Airport
ตรวจคนเข้าเมือง สนามบินซานฟรานซิสโก Port Of Entry-San Francisco International Airport (Immigration
คำถามที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอเมริกา Interview at the port of entry
- ขอวีซ่า ###

ผมต้องการเดินทางไปทำงานที่ร้านอาหารไทยที่อเมริกาผมควรทำเป็นวีซ่าอะไรครับ มีขั้นตอนยังไงบ้างครับ
คุณต้องการเดินทางมาอเมริกาเพื่อทำงานที่ร้านอาหารไทย
คำถามคือมีร้านอาหารที่โน่นรออยู่แล้วหรือไม่ เขาช่วยดำเนินเรื่อง
ขอใบทำงานให้หรือไม่ หรือตอนนี้ไม่รู้จักใครแต่คิดว่าจะไหางานเอาที่โน่น หรือมีงานรออยู่แต่เขาไม่ได้ช่วยเรื่องใบทำงาน
ปกติคนไทยส่วนมากที่นี่มาที่นี่อาจมาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวซึ่งจริงๆ
แล้วไม่สามารถทำงานได้ คือมาทำแบบผิดกฎหมาย บอกว่ามาเที่ยวแต่จริงๆมาหางานทำ
หรือมาด้วยวีซ่านักเรียน ซึ่งต้องติดต่อที่เรียนที่เมกาไว้ก่อนมา
บางคนมาวีซ่านักเรียนแต่ไม่ไปเรียนทำงานอย่างเดียวก็มี แต่ตอนนี้ได้ยินมาว่า เขาจะเข้มงวดมากขึ้นเรื่อง
คนที่มาวีซ่านักเรียนคือต้องมาเรียนต้องเข้าเรียน
เพราะฉนั้นตอบปัญหาของคุณไม่ถูกเพราะไม่ทราบสถานการณ์ของคุณว่าจริงๆเป็นไง
แต่จะขอวีซ่าก็เตรียมเอกสารต่างๆตามที่แนะนำไว้ข้างบนค่ะ
ขอเพิ่มอีกนิดค่ะ ถ้าไม่มีงานรออยู่ ไม่มีคนรู้จัก ไม่ได้คิดจะมาเรียน
คิดจะมาทำงานผิดกฎหมายที่นี่ก็คิดดุให้ดีๆนะค่ะ
มันไม่ได้สบาย ง่ายอย่างที่คิด
คือผมรู้จักกับเจ้าของร้านที่โน่นนะครับ เขาไม่รู้ว่าต้องเดินเรื่องอย่างไรบ้าง เขาให้ผมเดินเรื่องเอง หรือบอกเขาว่าต้องเดินเรื่องอย่างไรบ้างเขาจะช่วยแต่ให้เราแนะนำเขา ส่วนเรื่องงานและที่อยู่มีแน่นอน แต่ผมไม่มีความรู้ด้านนี้ครับว่าต้องทำเป็นวีซ่าอะไรดี ส่วนตัวผมเองต้องการทำเป็นวีซ่าทำงานเลยนะครับมันต้องทำเนินเรื่องยากไหมครับและต้องทำยังไงบ้างครับ ผมต้องทำเรื่องให้เร็วที่สุดเลยครับ ขอบคุณครับ พี่ plew
ปล.ถ้าเป็นไปได้ขอให้พี่ plew add msn ผมด้วยครับ comscience_019@hotmail.com
คุณอาทิตย์ ทางเจ้าของร้านต้องดำเนินการขอให้คุณค่ะ แต่รายละเอียดการขอวีซ่าตัวนี้คือ H-1B มันยาว
รบกวนเข้าไปศึกษาที่เวปไซต์นี้นะค่ะ
http://immigration.lawyers.com/H-1B-Visa-FAQ.html#index
http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=91919c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD&vgnextchannel=91919c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD
หรือให้ที่ร้านเขาติดต่อถามโดยตรงที่ USCIS เบอร์
1-800-357-2099
แต่เขาจะทำให้ไม๊นี่ลำบากเพราะมันยุ่งยากพอดู เสียตังค์เยอะด้วย
สวัสดีค่ะ…
มีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ คือ มีลุงกับป้าอยู่ที่เมือง Merced, California ค่ะ พอดีลุงชวนมาเที่ยวก็เลยอยากจะพาครอบครัวไปเที่ยวหาลุงค่ะ แต่ก็กลัวเรื่องวีซ่าว่าจะไม่ผ่าน (ครอบครัวมีทั้งหมด 5 คน) จึงอยากรบกวนปรึกษาดูค่ะว่า
รายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัวมีดังนี้ค่ะ
1. พี่สาวคนแรกทำงานอยู่บริษัทรับทำเวบไซด์ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารเงินเดือนประมาณ 20,000, ทำงานมาประมาณ 4 ปี, ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ, ผ่อนบัตรเครดิต ….
2. พี่สาวคนที่สองทำงาน NGO เงินเดือนประมาณ 1X,XXX กว่าๆ, ผ่อนบ้าน, ผ่อนบัตรเครดิต, ทำงานมาประมาณ 8 ปี
3. ตัวเองทำงานที่เดียวกันกับพี่สาวคนแรกตำแหน่ง Internet Researcher เงินเดือน+เงินพิเศษประมาณ 1X,XXX, ผ่อนรถ กับบัตรเครดิต, ทำงานมาประมาณ 3 ปี
ส่วนพ่อกับแม่ไม่ได้ทำอะไรอยู่บ้านเฉยๆ ถ้าจะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัว มีความเป็นไปได้ที่จะไม่ผ่านไหมคะ คือแบบว่าลูกๆมีงานทำจริง แต่หนี้เยอะ กลัวว่าถ้าไปเที่ยวแล้วกลัวจะไม่มีเงินพอในการจับจ่ายใช้สอย อะไรทำนองนี้ค่ะ แต่ว่าเรื่องตั๋วเครื่องบินนี่ทางลุงกับป้าเค้่จะออกให้ครึ่งหนึ่งที่เหลือออกกันเอง ถ้าแจ้งอย่างนี้กับทางเจ้าหน้าที่ท่างกงสุลจะได้ไหมคะ หรือว่าถ้าสำหรับ 5 คนเยอะไป ถ้าไป 3 คน (มีตัวเอง พี่สาวคนแรก และแม่) จะง่ายกว่าไหมคะ แต่ว่าเป็นผู้หญิงหมดจะมีปัญหาไหมคะ
เคยอ่านเจอว่าผู้หญิงที่ไม่มีพันธะไปอเมริกายากมากกกกกกก(พอดีเป็นโสดหมดเลยค่ะลูกสาวบ้านนี้)
ยังงัยรบกวนด้วยนะคะ แล้วจะแวะเข้ามาเช็คทุกวันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ถามว่าจะมีโอกาสถูกปฎิเสธไม๊ ตอบยากอย่างที่รู้ๆกันว่าบางคนดูน่าจะได้แต่ไม่ได้ก็มี
สำหรับกรณีครอบครัวคุณ ในความคิดตัวเองนะ ทั้งสามคนทำงานกันหมด และทำมาหลายปีซะด้วยคิดว่าโอกาสได้มีมากกว่าไม่ได้ค่ะ
ทั้งสามคนพี่น้องให้ที่ทำงานออกหนังสือรับรองการทำงานให้
รวมทั้งมีหนังสือจากบริษัทว่าอนุญาตให้ลาไปเที่ยวได้กี่วันก็ว่าไป
ยิ่งถ้าทำงานบริษัทใหญ่ๆ ดังๆยิ่งดีเลย ส่วนที่บอกมีหนี้ต้องผ่อนยิ่งดีใหญ่ เพราะแสดงให้เห็นว่ามีภาระผูกพันกับเมืองไทย มีบ้านช่องที่นี่ที่ต้องผ่อน แสดงว่าเราต้องกลับแน่ๆ
จริงๆถ้าลุงที่ชวนไปเที่ยวมีจดหมายประมาณว่าจะเป็นสปอนเซอร์ให้
ตอนเราไปเที่ยวยิ่งดีค่ะ หรือไปช่วงที่มีเทสกาลจะยิ่งน่าเชื่อถือ
มีคนบอกว่าช่วงคริสมาสต์ ปีใหม่เขาจะปล่อยวีซ่ามากกว่าปกติ
แต่อันนี้ไม่ยืยยันว่าจริงรึป่าว
อือขอวีซ่าเมกามันก็ต้องเสียงอะค่ะ ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะได้ไม่ได้
โชคดีค่ะ
สวัสดีค่ะ…
ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำและความคิดเห็น
อยากรบกวนสอบถามเพิ่มเติมค่ะเรื่องเส้นทางการเดินทาง (พอดีตัวเองก็ได้ลองศึกษามาบ้างแล้วแต่ก็ไม่ค่อยแน่ใน เลยจะถามผู้รู้ดีกว่า เพื่อข้อมูลที่หนักแน่นค่ะ) ไม่ทราบว่าเริ่มต้นจากประเทศไทย (เชียงใหม่) ไปถึง merced california จะต้องใช้เส้นทางไหนดีคะ (เอาแบบราคาถูกหน่อยก็ได้ค่ะ) เห็นบอกว่ามีทั้ง Flight
ยินดีช่วยค่ะ Merced ไม่ไกลจากซานฟราน คือขับรถประมาณสามชั่วโมงจากสนามบินซานฟรานซิสโกค่ะ
ก็คือเริ่มต้นคุณต้องเข้ามากรุงเทพก่อนแหละ ก็สุวรรณภูมินั่นแหละค่ะ
สายการบินที่บินมาซานฟรานมีหลายสายเลย แต่ที่ถูกๆก็
EVA, Chaina, Philippine airline ค่ะ
จริงๆก็มีสายอื่นๆนะเช่น เจเปน คาร์เธ นอร์สเวส บินไทย แต่มันแพงค่ะ สายถูกๆที่ว่าก็ตกไปกลับประมาณสามหมื่นกว่าๆค่ะ
แล้วแต่ว่ามาช่วงไหน ราคาต่างกันประมาณสามถึงห้าพัน แต่แนะนำ EVA ค่ะ คนไทยใช้บินกันเยอะเพราะถูกและโอเคค่ะ
อีว่ากับไชน่ามาเปลี่ยนเครื่องที่ไทเปค่ะ ถ้าฟิลิปปินส์ก็เปลี่ยนเครื่องที่ฟิลิปปินส์
บินรวมประมาณเกอืบยี่สิบชั่วโมงค่ะ จากนั้นจริงๆจากสนามบินซานฟรานขับไปเมืองที่คุณจะไปประมาณสามชั่วโมง
จริงๆเมืองนั้นมีสนามบินแต่มันสนามบินเล็กๆ ไม่แน่ใจว่ามีเที่ยวบินไปมากน้อยแค่ไหน และน่าจะแพง ขับรถหรือใช้ Shutter Bus จากที่สนามบินซานฟรานน่าจะดีกว่าค่ะ ปกติจากซานฟรานไปที่เมืองนั้นเขาก็ขัยรถกันค่ะ ไม่มีใครนั่งเครื่องไป และบินตรงจากเมืองไทยไปเมืองนั้นไม่มีค่ะ เมืองมันเล็กๆ
จากไทยก็มีแค่ไปแอลเอ ซานฟราน ซึ่งซานฟรานใกล้เมืองนั้นมากสุดแล้ว อาจลองถามคุณลุงซึ่งอยู่ในเมืองนั้นจริงๆอีกทีเขาอาจรู้ค่ะ แต่อย่างที่บอกปกติเขาขับรถไปกัน เพราะถูกกว่าบินเยอะ
เมืองที่คุณจะไปสวยดี ถ้าไปอย่าลืมแวะไปโยไซมิสตี ด้วยนะค่ะสวยและอยู่ในย่านเดียวกันค่ะ
ไม่แน่ใจว่าตอบครบป่าวถ้าไม่ครบยังไงถามมาอีกทีนะ
อ้อขอบคุณนะค่ะที่ชวยสนับสนุน ถูกแล้วค่ะ ขอบคุณมาก
โชคดีค่ะ
สวัสดีค่ะ..
มีข้อมูลอยากสอบถามเพิ่มเติมค่ะ อยากรบกวนคุณ plew ช่วยแนะนำด้วย
1. คือ อยากรบกวนสอบถามเส้นทางการเดินทางคะ ว่าควรจะเดินทางโดยใช้เส้นทางไหน (ตอนนี้ทางตัวเองก็ได้ศึกษาเส้นทางมาบ้างแล้ว แต่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่) เริ่มต้นจากประเทศไทย(เชียงใหม่) ไปจนถึง merced california ไม่ทราบว่าจะต้องต่อเครื่องกี่เที่ยวคะ แล้วจะต้องไปลงที่ไหนบ้าง มีเครื่องไปลงที่ merced เลย หรือต้องลงที่ california ก่อนถึงจะต่อเครื่องไป merced คะ หรือว่าจะต้องนั่งรถไปต่อ ไม่แน่ใจ ยังงัยรบกวนด้วยนะคะ คืออยากได้เส้นทางที่ประหยัดค่าใช้จ่ายหน่อยค่ะ (ถูกๆ ค่ะ)
2. จะไปเที่ยวควรจะไปช่วงเดือนไหนดีคะ (อยากไปช่วงที่มีหิมะนะค่ะ)
ขอบคุณค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่รบกวน
ขอบคุณอีกทีนะคะ
สวัสดีอีกรอบค่ะ…
ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางที่คุณ plew แนะนำมา ตอนนี้กะลังอยู่ในช่วงเก็บข้อมูลค่ะ เพื่อที่จะนำไปประกอบการขอวีซ่า (เพิ่งขอวีซ่าครั้งแรกเลยอยากจะได้ข้อมูลให้ๆด้มากที่สุด กันเหนียวค่ะ)
มีคำถามเกี่ยวกับการทำวีซ่ามาสอบถามเพิ่มเติมค่ะ (อย่าเพิ่งรำคาญนะคะ ไม่ทราบว่าจะปรึกษาใครจริงๆค่ะ)
1. ถ้าเรากำหนดเวลาไปและเวลากลับที่แน่นอนแล้วและไปยื่นขอวีซ่า เมื่อวีซ่าผ่านแล้ว แต่เมื่อไปซื้อตั๋วกลับหาเที่ยวบินที่ีแจ้งไปในเอกสารขอวีซ่าไม่ได้ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเราสามารถเลื่อนการเดินทางออกไป หรือเลื่อนเข้ามาได้ไหมคะ แล้วจะมีผลอะไรกับเอกสารที่เรากรอกลงไปเพื่อขอวีซ่าไหม เพราะวันไป-กลับอาจจะไม่ตรงกันกับเอกสารที่แจ้งไป (อันนี้ในกรณีที่ยังไม่ได้ซื้อตั๋วเครื่องบิน เพราะมีบางคนเค้าบอกว่าอย่าพึ่งซื้อตั๋วเครื่องบิน เผื่้อบางทีวีซ่าไม่ผ่าน จะคืนตั๋วก็ไม่ได้)
2. ตอนนี้ครอบครัวมีด้วยกัน 5 คน แต่อยู่บ้านกันคนละหลัง คือ พ่อ แม่ อยู่หลังนึง และ ลูกๆ อยู่กันหลังนึง (ทะเบียนบ้านแยกกัน) เมือไปซื้อ pin code เพื่อมาลงทะเบียนขอวีซ่า ต้องซื้อ pin 2 อันถูกต้องไหมคะ คำถามที่อยากทราบคือ ตอนที่ทางกงสุลนัดสัมภาษณ์ เค้าจะเรียกเข้าสัมภาษณ์เป็นครอบครัวเลยหรือเปล่าคะ (ทั้ง 5 คน เข้าไปพร้อมกันเลย) หรือว่าเรียก 2 ครั้งคะ (เรียกลูกทีนึง พ่อแม่อีกทีนึง) ถ้าเป็นอย่างนี้เราสามารถแยกไปสัมภาษณ์เป็นเพื่อนพ่อกับแม่ได้ไหมคะ คือไม่ใช่อะไรกลัวแกจะตื่นเต้นให้ข้อมูลได้ไม่ครบค่ะ
3. ถ้าในกรณีขอวีซ่าไม่ผ่าน และจะกลับไปขออีกทีต้องทิ้งช่วงนานเท่าไหร่คะ
4. เรื่องไปขับขี่อินเตอร์ เราควรเตรียมไปโชว์ตอนสัมภาษณ์ด้วยไหมคะ ว่าฉันก็มีใบขับขี่อินเตอร์นะ หรือว่าไม่ต้อง มันจะเหมือนกับว่าเราเตรียมพร้อมที่จะไปอยู่เป็นเวลานานๆ ถึงกับทำใบขับขี่อินเตอร์ไว้รอไหมคะ
สอบถามเท่านี้ก่อนนะคะ คิดไม่ออกแล้ว ไม่ทราบว่าที่เขียนมานี้คุณ plew พอจะเข้าใจไหมคะ ก็พยายามอธิบายให้ละเอียดที่สุดแล้วค่ะ ขาดตกบกพร่องตรงไหนแจ้งมาได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
ยินดีช่วยทเ่าที่ตอบได้ค่ะ เพราะเข้าใจเคยเป็นมาก่อนค่ะ
จริงๆถ้านามสกุลเดียวกันน่าจะใช้ pinเดียวกันได้หมดค่ะ..
แต่ยังไงรบกวนเข้าเวปของสถานทูตอีกทีเพื่อความชัวร์
ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบินอย่าไปคิดมาก แต่ตอนสัมภาษณ์บอกไปเลยว่าจะไปช่วงไหนกะว่าจะอยู่กี่วันก็ว่าไป
คือตอบให้ชัดว่าเรามีแผนการเดินทางที่แน่นอน แต่พอได้แล้วจะไปเมื่อรจะกลับเมื่อไรไม่มีผลอะไรทั้งนั้นค่ะ เราจะไปเมื่อไรก็ได้ตราบที่วีซ่าเราไม่หมดอายุ อย่างตัวเองพอได้กว่าจะไปก็อีกสี่เดือนต่อมา ซึ่งตอนสัมภาษณ์ก็บอกไปเดือนมกราแต่ไปจริงเมษาโน่นแนะ
ไม่มีผลอะไรเลยค่ะ
เรื่องใบขับขี่สากลไม่มีผลอะไรต่อการขอวีซ๋าค่ะ เขาไม่สนใจหรอก
จะได้ใช้ก็ตอนไปแล้วจริงๆนั่นแหละ ใบขับขี่อินเตอร์ทำวันนั้นก็ได้วันนั้นเลย อย่าเพิ่งไปสนใจมันเลยค่ะ เอาให้ได้วีซ่าก่อน
ถามว่าถ้าขอไม่ได้ต้องทิ้งช่วงนานแค่ไหนถึงจะขอได้อีก
จริงๆแล้วเขาไม่ได้มีกฎอะไรห้ามไว้เลยจะขออีกเมื่อไรก็ได้ค่ะ
แต่คิดว่าน่าจะขึ้นอยู่กับเหตุผลที่ถูกปฏิเสธมากกว่า ถ้าเขาบอกยังทำงานไม่นานเลยจะมีเงินพอเหรอประมาณนั้น อาจต้องรอจนเงินเดือนเราได้ถึงจุดนึง แต่แนะนำว่าอย่าขอบ่อย น่าจะทิ้งช่วงสักครึ่งปี หรือปีหนึ่ง
ส่วนถ้าอยากมาที่แคลิฟอเนียช่วงที่มีหิมะก็ต้องมาช่วงธันวา มกรา กุกุมภา ค่ะ แต่จริงๆแล้วแคลิฟอเนียพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีหิมะตกค่ะ จะมีหิมะเฉพาะบนภูเขาเท่านั้นค่ะ
ขอบคุณอีกทีที่ช่วยนะค่ะ ถูกแล้วค่ะ มีอะไรเพิ่มเติมถามอีกได้
ยินดีช่วยค่ะ แต่ขอย้ำนะว่าไม่ใช่นักกฎหมาย ตอบตามประสบการณ์และข้อมูลที่ฟังจากท่านอื่นๆที่มีประสบการณ์
และข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าค่ะ
สวัสดีค่ะ..(กลับมาอีกแล้ว หลังจากหายไป 1 วันค่ะ)
มาสอบถามอีกค่ะคือ
1. เมื่อวานลองโทรไปสอบถามบริษัทที่เค้่จัดการเรื่องวีซ่าดูค่ะ เห็นเค้าบอกว่า ถ้าญาติเขียนจดหมายมาการันตีให้ไปเที่ยวที่นั่นสามารถการันตีให้ไ้ด้่ 2 คน จริงเหรอคะ แล้วคนที่เหลือหล่ะคะจะให้ทำยังงัย หรือว่าจะให้ญาติช่วยระบุจำนวนคนมาได้ไหมคะ แล้วจดหมายจะต้องเขียนยังงัยบ้างช่วยแนะนำคร่าวๆ ได้ไหมคะ
2. จอหมายที่ญาติต้องส่งมาให้ฉบับนี้ต้องเป็นตัวจริงไหมคะ หรือส่งทางเมล์แล้วเราเอาปริ้นซ์จากคอมพ์ได้ (เห็นว่าต้องมีลายเซ็นของญาติในจดหมายด้วยเลยไม่แน่ใจว่าต้องใช้ตัวจริงเลยหรือเปล่าคะ)
3. ถ้าลางานไปประมาณ 1 เดือนนี่นานไปไหมคะสำหรับพนักงานบริษัท (กลัวเค้าจะคิดว่าลางานทำไมนานจัง แล้วที่บริษัททำไมให้ลางานนานจัง อะไรทำนองนี้ค่ะ เดี๋ยวเผลอๆ วีซ่าไม่ผ่าน —ไม่แน่ใจตัวเองคิดมากไปหรือเปล่าคะ—–) แล้วควรลาประมาณกี่วันดีคะ แต่ก็อยากไปเที่ยวนานๆเหมือนกัน นานๆเที่ยวทีต้องเอาให้คุ้ม (วีซ่ายังไม่ได้เลย คิดไปถึงโน่นละ)
4. กรณีพาแม่ไปเที่ยวด้วย ในส่วนของแม่ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างคะ แม่ไม่ค่อยมีเอกสารค่ะ แล้วก็ไม่ได้ทำงานด้วยอยู่บ้านเฉยๆ เป็นแม่บ้านค่ะ บัญชีเงินฝากก็มีนะคะแต่มีไม่มาก (ง่ายๆค่ะ ลูกเลี้ยงค่ะ คือพ่อแม่แก่แล้วเลยไม่อยากให้ทำอะไร และสุขภาพไม่ค่อยดีค่ะ)
5. รบกวนขอคำแนะนำในการให้ีสัมภาษณ์หน่อยค่ะ คือ เราควรตอบคำถามอย่างไรเมื่อเค้าถามเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดใครจ่าย (ได้เข้าไปศึกษาการตอบคำถามมาบ้างแล้วค่ะ แต่ก็คือจะมีวิธีการตอบไม่เหมือนกันเลย) ถ้าเราจะบอกว่าญาติออกให้ทั้งหมด (มันจะเหมือนกับว่าเราไปที่นั่นโดยเราไม่มีเงินไหมคะ โดยญาติจะเป็นคนรับผิดชอบ) หรือว่าตอบว่าจะไปแค่พักกับญาติทีีนั่น ส่วนค่าตัี๋วเครื่องบินไปกลับกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ออกเอง (ถ้าตอบไปแบบนี้ถ้าเกิดเค้าดูบัญชีเงินเดือนกลัวเอกสารกับคำตอบมันจะไม่สอดคล้องกัน เพราะว่าเงินในบัญชีมีเหลือไม่ค่อยเยอะค่ะ)
เฮ้อ….งงค่ะ สับสนค่ะ อยากจะไปสัมภาษณ์ให้มันเสร็จเร็วๆจัง จะได้ไม่ต้องเครียด แต่ตอนนี้กำลังเตรียมเอกสารอยู่ค่ะ เลยต้องรวบรวมข้อมูลให้มากหน่อย เพราะว่าอยากไปเที่ยวที่นั่นมากกกกกกกกกกกกกกค่ะ (แต่กลัวเรื่องวีซ่า)
ยังงัยบรกวนด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
อือ ถ้าทางจะกังวลเอามากๆเลย แต่อย่างที่บอกนะขอวีซ่าเมกาต้องทำใจเผื่อไว้ โอกาสได้มี โอกาสไม่ได้ก้มีเชนกัน
บอกตรงๆนะเรื่องเอกสารไม่มีใครหรือแม้พวกเอเจนท์จะรู้แน่ๆชัดๆว่าต้องมีอะไรแล้วผ่าน ไม่มีอะไรไม่ผ่าน
มันขึ้นกับเจ้าหน้าที่ที่สัมภาษณ์จริงๆ ตัวเองก่อนจะไปสัมภาษณ์โทรถามกับเจ้าหน้าที่ที่สถาานทูตโดยตรงว่าต้องมีเอกสารอะไรบ้าง เขาก็ตอบกว้างๆ
แต่แนะนำเหมือนกันแหละว่าเกสารที่สำคัญคือ การแสดงความผุกพันของเรากับเมืองไทย ทำไงให้เชื่อว่าไปแล้วกลับ
แน่ๆ ถามเขาว่าอะไรบ้างละไอ้ที่ว่าเขาก็ตอบไม่ได้ ตบเลี่ยงๆว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน
พูดตามความคิดตัวเองนะ เรื่องวีซ่าเราอ่านหนังสืออก มีการศึกษาไม่ต้องไปจ้างเอเจนทืหรอกค่ะ สรุปเขาช่วยอะไรเราไม่ได้หรอก บางทีหลอกลวงอีกต่างหาก เพื่อนโดนมาแล้วแต่รายนั้นขอกรีนการ์ด สรุปเสียเงินฟรี
ถามว่าสัมภษณ์ตอบอย่างไรดี พูดตรงๆนะตอบตามความจริงดีที่สุด กรณีคุณไปเที่ยวจริงๆนี่นา แต่ถ้าบอกไปเที่ยวเดือนนึงนะมันดูนานนะ บอกไปสักสิบห้าวันสิค่ะ มันดูโอเคกว่าเราทำงานบริษัท แล้วเงินเดือนก็ยังไม่ได้เยอะมากมาย จะไปอยู่เมกาเดือนนึงเนี่ยหลายตังค์อยู่ค่ะ
ค่าใช้จ่ายก็บอกไปที่อยู่เราไม่ต้องเสีย อาหารหลักก็ทำกินที่บ้านคุณลุง ไปเที่ยวเดินทางคุณลุงก็มีรถก็ขับไปเที่ยว หลักๆเราก็จ่ายค่าเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ พูดชมๆประเทศเขาว่ามันสวย มันดี ยกย่องเขา เราอยากไปสักครั้งหนึ่งในชีวิตประมาณนั้น เตรียมข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวให้ชัดจะไปเที่ยวที่ไหน ทำไมอยากไป ไปกี่วัน ที่อย฿่ที่ชัดเจนที่เราจะไปพัก ชื่อคนที่เราไปพักด้วย เบอร์โทรศัทพ์เขาที่โน่น
ส่วนคุรแม่เราว่าเตรียมเท่าที่เตรียมได้ เพราะลูกสามคนทำงานอะ จะพาแม่ไปอีกคนสามคนช่วยกันจ่ายให้แม่จะไม่ได้เชียวเหรอ และเราก็มีที่พักที่โน่นพักรวมกัน แต่ไม่แน่ใจนะ
เพราะไปห้าคนเขาอาจถามว่า ตั้งห้าคนแล้วบ้านคุณลุงจะมีที่พักให้พอเหรอ เราก็อาจตอบไปว่าบ้านมีสามห้องนอน สี่ห้องนอน อะไรก็ว่าไป เตรียมข้อมูลเรื่องนี่ไว้ด้วย
จดหมายเป็นฉบับจริงดีกว่าค่ะ มีลายเซ็น มีซองที่มันชัดๆว่าส่งมาจากที่นั่น เนื้อความก็เชิญชวนให้ไปเที่ยว มีที่พักให้อย่างไร ประมารไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะตัดเรื่องที่พัก อาหาร ค่ารถ และก็บรรยายว่าจะไปเที่ยวกันที่ไหน จริงๆถ้ามีวันอะไรพิเศษมาเกี่ยวด้วยก็ยิ่งดี หลายคนบอกว่า ถ้าสปอนเซอร์สามารถแสดงฐานะทางการเงินของเขาด้วย เช่นเรื่องภาษีที่จ่ายอะไรประมาณนั้น จะดี
เตรียมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อ้อถ้ากังวลจริงๆลองสวดมนต์พาหุงทุกวันขอพรก่อนไปสัมภาษณ์อาจช่วยได้นะ
อย่างน้อยก็มีกำลังใจมากขึ้น ฮ่าๆๆ ตัวเองทำมาแล้ว ได้ผลด้วย
ไม่ได้คราวนี้ก็ขใหม่ได้นา แต่ขอให้ได้ค่ะ
ขอบคุณจ้า สำหรับคำแนะนำ ไปเที่ยวอาจจะไม่ไปทั้งหมดก็ได้ อาจจะไปแค่ 3 คนค่ะตอนนี้ เพราะพี่สาวอีกคนไม่แน่ว่าจะลางานได้ไหม ส่วนพ่อคิดว่าจะให้อยู่เฝ้าบ้านเป็นเพื่อนพี่สาวค่ะ ถ้าเป็นแบบนี้มีโอกาสกว่าไหมคะ เพราะยังงัยเราก็กลับมาแน่ เพราะพ่อ กับ พี่สาวก็อยู่ที่นี่เราคงไม่ทิ้งไปหรอก (พูดปลอบใจตัวเองค่ะ)
ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ตอนนี้เหมือนคนบ้าเลยค่ะ โชคดีีเจอเวปไซด์ของพี่แพรว(เรียกพี่ละกันนะคะ) แล้วส่งให้พี่สาวดูเค้าสนใจมากเ้ลย (แอบอิจฉาเล็กๆ) แล้วจึงให้อาดา keep contact กับพี่แพรวไว้ ให้ศึกษาหาข้อมูลจากพี่แพรวว่าอะไรเป็นอะไร อย่างน้อยเมืองที่พี่อยู่ก็ใกล้ Merced (ไม่แน่ใจพี่แพรวอยู่ซานฟรานหรือเปล่าคะ) คงได้ข้อมูลบ้าง
ยังงัยก็ขอบคุณมากกกกนะคะ เดี๋ยวถ้าสงสัยอะๆไรเพิ่มเติมอาดาจะรบกวนพีอีกนะคะ (คงไม่รำคาญอาดาก่อนนะคะ)
แล้วเจอกันใหม่ค่ะ
อาดา ชื่อเก๋ดีค่ะชอบจัง ใช่ค่ะอยู่ที่ซานฟราน อยู่ในยานดาสทาวน์ค่ะ
คิดว่าถ้าไปแค่สามก็น่าจะง่ายขึ้น เพราะพ่อกับพี่ยังอยู่ ถามได้ค่ะ ไม่รำคาญหรอก
เพราะอยู่ที่นี่ไม่มีเพื่อนคุยค่ะ และไม่ได้ทำงานด้วย เรียนอย่างเดียว เลยว่างงงง
สวัสดีค่ะ….
มาถามอีกแล้วจ้า…คืออาดาเพิ่งไปศึกษาดูเอกสาร DS157 มาค่ะ มีอยูหัวข้อนึงที่เค้าให้กรอกคือ กำหนดการเดินทางโดยละเอียด รวมถึงข้อมูลทางการบิน สถานที่เจาะจงที่จะไปเยี่ยม และจุดนัดพบในแต่ละสถานที่ อันนี้นี่เราต้องกรอกข้อมูลให้ละเอียดเลยหรือเปล่าคะ คือตอนนี้อาดาสามารถกำหนดวันลาไป-กลับเรียบร้อยได้แล้วแต่ข้อมูลการเดินทางเรื่อง flight เวลา ยังไม่มีค่ะ (อันนี้จำเป็นต้องกรอกเลยไหมคะว่าเราจะออกจากไทยวันไหน เวลาไหน ถึงกรุงเทพกี่โมง แล้วต่อเครื่องจากกรุงเทพไปไหนอีก ……)
ขอบคุณจ้า
พี่แพรวรบกวนถามอีกทีจ้า ตอนนี้กะลังงงอยู่ค่ะว่า ไอ้แบบฟอร์มขอวีซ่า DS156/DS 157 สองอันนี้ เราต้องกรอกกันกี่ชุดเหรอคะ (กรณีไปเที่ยวกัน 3 คนครอบครัวเดียวกัน และซื้อ PIN ก็ใช้อันเดียวกันได้) และตอนที่ต้องไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์อีก เค้าจะรู้ได้ยังงัยว่าเราไปกันกี่คน งั้นก็แปลว่าแบบฟอร์ม DS156/DS157 ไปกี่คนกกรอกและ็ต้องปริ้นเอกสารออกมากันคนละชุดเลยเหรอคะ และวันนัดสัมภาษณ์สามารถเข้าไปพร้อมกันทั้ง 3 คนได้เลยหรือเปล่าคะ และเอกสารต่าง ๆ จาก sponsor นี้ ให้ใครคนใดคนนึงถือไว้ได้เลยหรือเปล่าคะ หรือว่าทั้ง 3 คน ต้องถือกันคนละชุด
รบกวนด้วยนะคะ
ต้องกรอกคนละชุดค่ะ เพราะข้อมูลของแต่ละคนต่างกัน แค่ชื่อก็คนละชื่อแล้ว เอกสารก็ต้องเตรียมของแต่ละคน เช่นหนังสือรับรองการทำงานของพี่กับของเรามันก็คนละคนกันเลย แต่เรื่องจดหมายจากคนที่เมกาก็คนหนึ่งถือตัวจริงไว้ คนที่เป็นหัวหน้าทีมค่ะ แต่คนที่เหลืออาจสำเนาติดไว้ด้วยประมาณนั้น เอกสารวันไปสัมภาษณ์แนะนำว่าใ้เอาตัวจริงไป และสำเนาไปหนึ่งชุดค่ะ ค่าธรรมเนียมก็เป็นรายคน เพราะวีซ่าเขาออกให้ทุกคน แยกกัน แต่พินนะซื้อพินเดียวใช้นัดหมายคนครอบครัวเดียวกันนามสกุลเดียวกันได้ ส่วนใหญ่ที่เห็นเขาก็สัมภาษณ์พร้อมกันทั้งครอบครัว
ใชชค่ะเราก็ระบุวันไป กลับ ให้เรียบร้อย แต่พอได้วีซ่าแล้วไม่จำเป็นต้องไปหรือกลับตามที่เราระบุไว้ค่ะ
เค้าไม่มาตามตรวจตรงนั้น ส่วนเรื่องตั๋ว นะแนะว่าอาจโทรไปจองตามเอเจนท์ไว้ก่อน บุ๊คไว้เฉยๆ แต่ยังไม่ต้องจ่ายเงิน พอเราบุ๊คไป เอเจนท์ส่งอีเมล์ยืนยันพวกเที่ยวบินมาให้เรา เราก็พรินท์ใบนั้นไปค่ะ
แต่ยังไม่ต้องจ่ายเงินนะ เพื่อไม่ได้ เพราะตรงนี้เขาก้ไม่อะไรหรอก เราก็บอกได้ว่าได้วีซ่าแล้วเราก็จ่ายเงิน
ประมาณนั้นซึ่งมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วใครจะไปซื้อตั๋วทั้งที่ยังไม่ได้วีซ่า
สวัสดีค่ะ..มีข้อสงสัยมาถามเพิ่มเติมค่ะ
1.มี plan ที่จะเดินทางไปเที่ยวเดือน ธ.ค. แล้วจะไปสัมภาษณ์วีซ่ากลางเดือนหน้า (มิ.ย.) คิดว่าเร็วไปไหมคะ
2. งงค่ะ..คือว่าถ้ากรณีที่วีซ่าผ่านแล้ว เค้าให้วีซ่า 3 เดือน มันหมายความว่างัยคะ (เห็นในตัวอย่างวีซ่า มันจะมี Issue Date กับ Expiration Date ด้วย ตรง Issue Date นี ้เค้าจะปั๊มวันที่ให้เราในวันไหนคะ วันที่เราสัมภาษณ์วีซ่าผ่านเลยหรือว่าวันที่เราจะเดินทางคะ
ถ้าปั๊มวันที่เราสัมภาษณ์วีซ่าผ่านเราก็ต้องเลื่อนการเดินทางขึ้นมาเหรอคะ เพราะเค้ามีระยะเวลาให้แค่ 3 เดือน แต่เรามีโปรแกรมที่จะเดินทางในเดืนธันวา
ถ้าปั๊มวันที่ตามที่เราแจ้งการเดินทางไป คือวันที่ 15 เราสามารถเลือ่นการเดินทางให้ไวขึ้นได้ไหมคะ อย่างเช่น เราขออนุญาติเดินทางวันที่ 15 ธ.ค. แต่เราจะเลื่อนมาเป็นวันที่ 10 ธ.ค.
รบกวนด้วยนะคะ
คิดว่าเร็วไปนะ เค้าอาจถามว่าไปตั้งธันวาทำไมรีบขอ แต่ก็ไม่น่าใช่ประเด็นสำคัญอะไร ส่วนเรื่องวันที่เราบอกจะไปกับวันไปจริงนะ อย่างที่บอกตอนกรอกแบบฟอร์มก็กรอกไปให้ชัด แต่ตอนได้วีซ่าแล้วจะไปเมื่อไรก็ได้ กลับเมื่อไรก็ได้
ตราบที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ
ปกติวีซ่าเมกา เขาให้สิบปี หรืออาจน้อยกว่านั้น
แต่คงไม่ใช้ให้แค่สามเดือนแน่ หลักปีขึ้นไปแหละ
แต่ได้วีซ๋าสิบปีหมายความว่าแต่ละครั้งที่ไปอยู่ได้ไม่เกินหกเดือน
แต่ไม่อีกก็ครั้งก็ได้ภายในระยะเวลาสิบปีที่มีซ่ายังไม่หมดอายุ
แต่แนะนำว่าไม่ควรไปบ่อยเกินกว่าปีละครั้ง สองครั้ง
สวัสดีค่ะ…
ที่ตัดสินใจว่าจะไปขอช่วงเดือนหน้าก็เพราะว่า ถ้าจะไปขอช่วงใกล้ๆกับวันที่เราจะเดินทาง(ช่วงก.ย.) กลัวว่าวันนัดสัมภาษณ์จะเต็มคะ เพราะเห็นว่าเค้าเปิดสัมภาษณ์แค่ 2 วันคือ จันทร์กับพุธ มีความเป็นไปได้ไหมคะที่จะเต็ม เพราะช่วงนั้นต้องมีคนเดินทางเยอะแน่ และถ้าตอนสัมภาษณ์ทางกงลุสเค้าถามว่าทำไมขอก่อนตั้งนานเราจะบอกว่ากลัววันสัมภาษณ์เต็มก็เลยมาก่อน เพาระช่วงนั้นคนมาขอวีซ่าต้องเยอะแน่ๆ ตอบไปอย่างนี้จะได้ไหมคะ
ส่วนอันนี้เรื่องพินค่ะ คือแม่อยู่คนละบ้านกับเรา นามสกุลเดียวกัน คนละทะเบียนบ้าน จะเป็นไปได้ไหมคะถ้าจะซื้อพินเดียว และตอนกรอกรายละเอียดแบบฟอร์ม DS 156 เราก็ต้องกรอกให้แม่อยู่แล้ว เพราะแม่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ เราจะใส่ที่อยู่ให้แม่เป็นทีอยู่เราได้ไหมคะ และมันจะมีผลอะไรกับพาสปอร์ตไหมคะ เพราะตอนไปทำเค้าใช้บัตรประชาชนกับทะเบียนบ้านตัวจริง แต่พอมาทำวีซ่า เป็นอีกที่อยู่นึงเค้าจะเช็คได้ไหมคะ
ถ้าไม่ได้ยังงัยก็ต้องซื้อ 2 พิน แล้วยังงี้ตอนสัมภาณ์เราสามารถเข้าไปกับแม่ได้ไหม (เพราะแม่ต้องโดนสัมภาษณ์เดี่ยวแน่ๆ แม่กลัวค่ะ)
แล้วถ้าเราจะย้ายแม่มาที่ทะเบียนบ้านเราจะเป็นไปได้ไหม ถ้าย้ายกะทันหันอย่างนี้มีผลอะไรไหมคะ แล้วทางกงสุลเค้ามกฏไหมคะว่าต้องอยู่ทะเบียนบ้านเดียวกันอย่างน้อง 3-6 เดือนถึงจะยื่นเรื่องขอวีซ่าได้ อะไรประมารนี้ค่ะ
ขอบคุณนะคะ และขอโ?ษค่ะที่รบกวนบ่อยๆี
สำหรับคุณแม่อยู่คนละทะเบียนบ้านอาจต้องใช้คนละพิน แต่แนะนำว่าลองซื้อพินหนึ่งก่อนแนะนำว่าให้ซื้อพินแบบ
ติดดต่อทางโทรศัพท์ ถึงจะแพงกว่านิดนึงแต่สะดวกกว่า เพราะมีอะไรสงสัยก็สอบถามคุยกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ทั้งเรื่องเอกสารและอื่นๆ รสมทั้งวันนัดหมายถ้าเขาบอกมาวันหนึ่งแต่เราไม่สะดวกก็ลองถามเดือนที่เราอยากไปสัมภาษณ์ให้เขาบุ๊คให้ได้ และพอนัดหมายทางโทรศัพท์เรียยบร้อยแล้ว เขาจะส่งอีเมล์คอนเฟิรมมาให้เราอีกด้วย พอซื้อพินใบแรกทำการนัดก็ถามไปเลยว่าแม่อยู่คนละทะเบีนยบ้าน แต่บอกไปว่าแต่ที่อยู่จริงๆเดียวกัน
จะใช้นัดหมายพร้อมกันได้ไม๊ เพราะตรงนี้ถามข้อมูลโดยตรงจากเจ้าหน้าที่เลยดีกว่า
รีบซื้อพินแล้วโทรสอบถามเลย เพราะพินใช้โทรได้สองครั้ง ถามแล้วก็นัดวันสัมภาษณ์ไปเลย ลองถามไปลยว่าอยากสัมภาษณ์ประมารเดือนนี้ เดือนนั้นว่างไม๊ ดีกว่าติดต่อทางอินเทอร์เนตเยอะค่ะ
อ้อที่สำคัญตัวเองสัมภาษณ์ที่สถานทูตที่กรุงเทพเลยไม่แน่ใจของที่เชียงใหม่ค่ะ เรื่องวันเวลาว่าเปิดปิดวันไหน
ที่กรุงเทพเขาก็เปิดทุกวันเวลาราชการ
ดิฉันต้องการไปทำงานที่อเมริกาได้ที่พักและร้านที่จะทำงานแล้วแต่มีข้อสงสัยว่า
1.ดิฉันกำลังจะขอวีซ่านักท่องเที่ยวจะถูกมั๊ยค่ะ
2.ดิฉันทำงานเป็นพนง.ราชการทำงานมาแล้ว 07 ปี ส่วนแฟนทำงานบริษัทเอกชนอายุงาน1เดือน15วัน เรา2คนจดทะเบียนกันแล้วแต่ไม่มีบุตร
3.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางพ่อแม่เป็นคนออกให้ทุกอย่าง
ดิฉันจะขอคำแนะนำด้วยเพราะต้องการที่จะเดินทางไปทำงานในเดือน มิถุนายน2551นี้เลยค่ะ
คุณจะไปทำงานร้านอาหารที่อเมริกา มีร้านมีที่พักแล้ว ถ้าร้านที่คุณจะไปทำเขาไม่ช่วยเรื่องขอใบทำงานให้
ซึ่งปกติเขาก็คงไม่ช่วยอยู่แล้ว เพราะมันยุ่งยากเขา คุณก็มีทางเลือกสองทางที่จะไปเอมริกา
คือขอวีซ่าท่องเที่ยว หรือขอวีซ่านักเรียนเข้าไป ซึ่งก็ไม่ง่ายค่ะ แฟนคุณอายุงานแค่เดือนเดียวดูจะไม่ง่ายค่ะ
เพราะขอวีซ่าท่องเที่ยวไปเขาต้องถามแน่ว่าทำงาานมาแค่เดือนเดียวนายจ้างที่ไหนจะให้ลางานได้ยาวๆได้ค่ะ
เป็นช่วงทดลองงานด้วยซ้ำไป และจริงๆใช้วีซ่าท่องเที่ยวเขาไปทำงานมันก็ผิดกฎหมายแน่ๆอยู่แล้วค่ะ
ถ้าไม่ขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไป หรือวีซ่านักเรียน ก็มีอีกทางแต่งงานกับซิติเซ่นและขอกรีนการ์ด นั่นยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ค่ะ
แต่บางคนที่เขาอยากทำงานที่นั่นอย่างถูกกฎหมายจริงๆเขาก็ใช้วิธีนี้กันแหละ
คิดดูดีๆอีกทีนะค่ะ มันไม่ได้สบายอย่างที่คิดหรอก
สวัสดีค่ะ….
มีเรื่องมารบกวนสอบถามอีกแล้วค่ะ
คือว่าตอนนี้ลุงกำลังเตรียมเอกสารเรื่องการเป็น sponsor ให้ค่ะ เห็นว่ามีแบบฟอร์ม I-134 (Affidavit of Support) ด้วย เอกสารตัวนี้จำเป็นไหมคะ หรือว่าเอาแค่จดหมายรับรองการเป็น sponsor และเอกสารทางการเงินอื่นๆ พอคะ
เพราะเท่าที่หาอ่านในเน็ตเอกสารตัวน (I-134) ี้เค้าเอาไว้รับรองในกรณีที่จะไปเรียนที่นั่น หรือจะเอาไปขอทำกรีนการ์ดใช่ไหมคะ
ถ้าลุงส่งเอกสารตัวนี้มาให้ แล้วเราควรเอาไปยื่นเป็นหลักฐานการขอวีซ่าจะมีปัญหาไหมคะ เพราะอ่านเจอเค้าบอกว่าถ้ามีเอกสารตัวนี้เป็นหลักฐานโอกาสที่วีซ่าจะไม่ผ่านเป็นไปได้ เนื่องจาก sponsor ของเราเป็น UScitizen แล้ว และถ้าเราไปเที่ยว เรามีที่พักพิง มีคนให้ความช่วยเหลือ โอกาสทีเราจะกลับมามีน้อยมาก (มุมองสำหรับเจ้าหน้าที่สถานฑูต)
ตกลงว่าควรที่จะยื่นประกอบการขอวีซ่าด้วยได้ไหมคะ รบกวนด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
อันนี้ตอบยากค่ะ เพราะมันขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ทีสัมภาษณ์ บางคนบอกถ้ามีคนที่โน้นอ้างอิง
และมีเอกสารซัพพอร์ตโดยเฉพาะด้านการเงินจะดีมาก บางคนบอกไม่ดี เลยไม่รู้เหมือนกันว่าตกลงยังไง เพรราะเจ้าหน้าที่แต่ละคนก็ต่างจิตต่างใจ
ไม่กล้าฟันธงค่ะ เพราะปกติเคสที่เคยได้ยินมาเค้ายื่นแค่จดหมาย หรือพวกการ์ดเชิญไปงานแต่ง
วันเกิดอะไรประมาณนั้นค่ะ เพราะปกติคนที่เป็นพลเมืองที่นั่น ไม่จำเป็นจร่ิงเข้าก็ไม่อยากโชว๋เรื่องภาษีอะไรกันอยู่แล้ว
ตกลงซื้อพินรึยังค่ะ ในใจอยากให้โทรถามกับเจ้าหน้าที่โดยตรงว่า
ต้องใช้ I 134 หรือไม่หรือถ้าไม่จำเป็นถ้าแนบไปจะมีผลบวกหรือลบ
ข้อโทษนะค่ะ ที่ให้คำตอยเรื่องนี้ไม่ได้ และคิดว่าคงไม่มีใครให้คำตอบที่แท้จริงได้ จนกว่าวันสัมภาษณ์
นั่นแหละค่ะ ลองเข้าไปอ่านข้อมูลที่นี่นะค่ะhttp://www.immihelp.com/visas/visitor/sponsordocs.html
http://www.rapidimmigration.com/usa/1_eng_kit_tourist.html
หวัดดีจ้า…
เรื่อง pin สอบถามที่กงสุลไปแล้วเค้าให้ซื้อ 2 pinค่ะ แต่ตอนไปสัมภาษณ์เค้าบอกว่้าให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ว่าขอเข้าสัมภาษณ์พร้อมกันเพราะมาขอวีซ่าเป็นครอบครัวค่ะ แต่ยังไม่ได้ซื้อ pin ค่ะ เพราะตอนนี้กะลังรอเอกสาร passport อยู่ค่ะ พอดีมีคำถามค่ะ อาดาได้ส่งเมล์ไปสอบถามกับทางกงสุลมา เค้าตอบมาให้ดังนี้ค่ะ (ไม่แน่ใจในคำตอบ มันงงค่ะ เลยอยากให้พี่แพรวช่วยแนะนำหน่อยค่ะ)
ถามกงสุลไปว่า: 1) We plan for interviewing for visas by the mid of Jun 08th, but our travelling schedule is around Dec 08. Is it too early to get the visas done?
กงสุลตอบว่า; It may be a bit early but if you have made definite plans then there is no reason why you cannot apply now. The only requirement is that you have firm plans but of course the longer out the more likely something might change. (อาดาเข้าใจว่า เค้าบอกว่ามันเช้าไปนิดส์ แต่ถ้าวางแผนไว้แล้วก็ไม่เป็นไรสามารถ apply ได้ แต่ถึงแม้ว่าจะได้วางแผนไว้แล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง…แปลถูกไหมคะ เค้าไม่ตอบตรงๆก็เลยงงๆว่าหมายความว่าอะไร???)
เลยถามเค้าไปอีกว่า: 2) For tourist visa; are you required for I-134 from our sponsor?
เค้าตอบสั้นๆกลับมาว่า: nonimmigrant visa applicants does not require sponsors, that is to say that you cannot have someone sponsor you. It can be useful but the I-134 is typically for an immigrant visa.
อันนี้อาดาเข้าใจว่า i-134 นี่เค้าไม่ต้องการ (เพราะเราไม่ได้ขอ imm visa) แต่เค้าบอกว่าวีซ่าชั่วคราวนี้ เค้าไม่ไดบังคับเรื่องของ sponsor หรือคะ จะมีหรือไม่มีก็ได้ หรือว่าเค้าไม่ให้มี sponsor เลยคะ ตกลงยังงัยแน่ ลุงจะ support เรื่องที่พัก,อาหาร,ตั๋วเครื่องบิน ก็ไม่ได้เหรอคะ….งงๆๆๆ…
*** ตอนนี้ยิ่งศึกษามากๆก็ยิ่งงงค่ะ ไม่ศึกษาก็ไม่ได้ กลัวพลาดค่ะ ***
ยังงัยรบกวนพี่แพรวช่วยแนะนำด้วยนะคะ (พอดีภาษาัอังกฤษไม่ค่อยเก่ง กลัวแปลไปผิด ๆ)
ขอบคุณค่ะ
คำตอบแรกนะค่ะ อย่างที่เข้าใจถูกแล้ว คือมันดูเร็วไปนิด แต่เรามีสิทธิขอได้ เพียงแต่แผนที่วางไว้ยาวๆ
โอกาสที่จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมันสูงกว่าแผนๆใกล้นะค่ะ ต้องคำนึงด้วยว่าคำว่ามีสิทธิขอได้ไม่ได้แปลว่าจะได้
และคนที่ตอบคำถามเรา กับคนที่สัมภาษณ์เราคนละคนแน่ๆ เพราะฉนั้นคิดว่าเขาติงมานิดหนึ่งอาจแสดงว่ามันอาจดูไม่ดีสักเท่าไรนัก ทำไมไม่พยายามนัดให้มันใกล้วันเดินททางอีกหน่อยละค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลว่ามันดูนานเกินไปรึป่าว เพียงแต่เราจองวันไว้ก่อน แต่อาจสัมภาษณ์สักสิงหา กันยา
อันที่สอง จริงๆอย่างที่เขาบอก วีซ่าท่องเที่ยวเขาให้ไม่ให้ เขาดูที่ตัวเราเป็นหลักไม่ใช่ที่ตัวลุงหรือสปอนเซอร์
แต่การที่เรามีลุงมันอาจช่วยให้ ดูมีน้ำหนักและความเป็นไปได้เรื่องการเงิน การใช้จ่ายที่นั่น เ
มากขึ้น เรามีคนสนับสนุนได้ค่ะ แต่เรียกว่ามันไม่เป็นทางการ คือไม่จำเป็นต้งมี แต่มีก็อาจทำให้ดูมี
ภาษีขึ้นบ้าง ไม่มากก็น้อยแล้วแต่คนสัมภาษณ์ เพราะมีที่พัก มีคนอ้างอิง จริงๆถ้างั้นอาจใช้แค่จดหมายจากคุณลุงแนบไป แต่ถ้าคุณลุงกรอก
I 134 ให้เราเอาไปด้วย แต่ไม่ต้องให้เขา แต่ถ้าตอนสัมภาษณ์เกิดถามเราก็โชว์
ไม่ถามไม่ต้องโชว์ คือตอนเราไปสัมภาษณ์เขาจะเก็บเอกสารสำคัญๆเข้าไปพร้อมแบบฟอร์มและ
พาสปอร์ต อเเอกสารอื่นๆเราถือไว้ ตัวเองตอนขอมีการ์ดเชิญไปงานแต่งงานที่โน่น พร้อมจดหม่ยเชิญและพูดทำนองให้ที่พัก ดูแลประมาณนั้น เตรียมไป
แต่เขาไมม่พูดไม่ถามเรื่องนั้น ก็ให้ก็จบ แต่ถ้าถามเรามีเราแสดงมันก็ดีกว่า
อย่างที่บอกเตรียมไปให้มากที่สุด แต่จะได้ใช้ไม๊ก็อีกเรื่องนึ่ง
แต่สรุปเขาไม่สนใจไม่ขอดู ไม่ถาม เขาดู
ขอบคุณจ้า สำหรับคำแนะนำ อาดาก็ว่าจะเลื่อนสัมภาษณ์ไปเป็นช่วงเดือนกันยา ตุลาเหมือนกันค่ะ เห็นพูดแบบนี้หลายคนก็กลัวเหมือนกันค่ะ แล้วถ้าเราจะซื้อ pin เดือนหน้า (มิ.ย.) แล้วเราจะไปนัดสัมภาษณ์ช่วง กันยา ตุลา จะได้ไหมคะ หรือว่ารอใกล้ๆ ก่อนแล้วค่อยซื้อพร้อมกับนัดเวลาสัมภาษณ์ดีคะ และสงสัยอีกนิดนึงค่ะ เรื่อง pin เค้าบอกว่าซื้อ pin มา pin จะมีอายุการใช้งาน 3 เดือน หมายความว่างัยคะ รบกวนอีกครั้งนะคะ
ขอบคุณมากๆนะคะที่ช่วยเหลือ ไม่ได้พี่ละแย่เลย พี่สาวฝากขอบคุณด้วยนะคะ
ื้พินมีอายุสามเดือนนับถัดจากวันที่ซื้อ และใช้โทรได้สองครั้ง ภายในสามเดือน ถ้้าซื้อพินตอนนี้เราก็โทรไปนัดวันแต่ขอวันเค้าในช่วงเดือนที่เราต้องการ
เพราะบางเดือนคิวสัมภาษณ์เยอะเต็มแล้วก็มี ดีถ้าเราจองวันไว้ก่อนที่มันจะเต็ม
เพราะบางคนซื้อพินมาโทรไปจอง วันสัมภาษณ์ที่ได้คืออีกสองเดือนข้างหน้าก็มีค่ะ
ยินดีช่วยค่ะ ขอให้โชคดี แต่อยากย้ำว่าโอกาสมันมีทั้งได้และไม่ได้ ก็ต้องทำใจค่ะ
เพราะอาจเสียเงินฟรีๆ แต่ไม่ลองไม่รู้เนอะ
รบกวนสอบถามเรื่องการกรอกD156 ค่ะ ลูกชายจะไปเรียนต่อtoronto ที่ canada ถ้าจองตั๋วเครื่องบิน northwest หรือ united airlines จะต้องมีแวะเปลี่ยนเครื่องที่อเมริกา ทางagent ขายตั๋วบอกว่าจะต้องมีวีซ่าเข้าอเมริกา เลยสงสัยว่าจะกรอกในช่องที่เขาถามว่า planจะเข้าอเมริกาเมื่อไหร่ พักที่ไหน แต่เราไม่ได้จะเข้าอเมริกา แต่ต้องทำเพื่อจองตั๋วเครื่องบินเท่านั้น ขอคำแนะนำหน่อยนะค่ะ เพราะเที่ยวบินเข้าtoronto เต็มเกือบตลอด แต่ถ้าnorthwest จะค่อนข้างหาง่าย เลยอยากเผื่อไว้
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
คำถามนี้ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าต้องมีวีซ่าจริงหรือป่าว ลองอ่านข้อมูลตามlink นี้นะค่ะ
http://answers.yahoo.com/question/index?qid=20080507110533AAcdWwe
แต่ถ้าเอเจนท์ยืนยันว่าต้องขอ เราก็เขียนไปตามจริงค่ะ ว่าไม่ได้พัก แต่ไปรอเปลี่ยนเครื่อง เครื่องเราไปลงที่สนามบินไหนเมืองไหน วันที่ไปถึงวันที่เท่าไร ก็แนบใบพรินส์เอาท์ที่ทางเอเจนท์
ตั๋วอีเมล์มาให้แนบไปด้วย
สวัสดีค่ะ คือดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการเดินทางเพื่อไปทำงานหาเงินในอเมริกาเพราะอยากเก็บเงินเพื่อให้ที่บ้านได้ทำธุรกิจจึงต้องเสียสละเพื่อครอบครัว ปัจจุบันทำงานในบริษัทเอกชนในตำแหน่งฝ่ายขาย ทำงานที่นี่ประมาณ 1 ปี แล้วแต่ประสบการณ์ทำงาน5 ปี เงินเดือนก็ประมาณหมื่นต้นๆ แต่มีภาระผ่อนรถและบัตรเครดิต แต่รถเป็นชื่อพี่ชาย ต้องการทำงานในร้านอาหารเพราะมีญาติเค้าแนะนำให้ ถ้าดิฉันขอวีซ่าท่องเที่ยวจะง่ายกว่าวีซ่าขอทำงานใช่ไหมค่ะ แต่ในใจจริงๆดิฉันไม่อยากเป็นโรบินฮูด อยากทราบว่าถ้าเราวีซ่าหมดแล้วยังอยู่เราไม่สามารถทำอะไรได้บ้าง หรือถ้าดิฉันหาชายต่างชาติแต่งงานเพื่อไปอเมริกา แล้วจะสามารถหางานทำได้อย่างถูกต้องไหมค่ะ รบกวนด้วยนะคะ
จริงๆแล้วมีwork permit ดีกว่าแน่ๆ แต่คนที่ดำเนินเรื่องการขอคือคนที่จะจ้างเราที่อยู่เมกา
ซึ่งกติร้านอาหารไทยถ้าไม่ใช่ญาติพี่น้อง หรือต้องการเราจริงๆ เขาก็ไม่ทำให้หรอกค่ะ มันยุ่งยากเขาและคนอยากทำงานมันก็เยอะด้วย เขาไม่จำเป็นต้องง้อ ขอวีซ่าท่องเที่ยวคงง่ายกว่า
แต่ก็อย่างที่รู้ถึงได้วีซ่าและไปทำ ก็ผิดกฎหมายแน่ๆ ปกติวีซ่าท่องเที่ยวอย่ได้หกเดือน พอหมดหกเดือนไม่กลับ คือวีซ่าหมดอายุก็เป็นโรบินฮูดแล้วละ คือกลับเมืองไทยเมื่อไรก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาที่นี่อีก นอกจากจะแต่งงานกับคนสัญชาติเขา การแต่งงานกับคนเอริกันเป็นทางเลือกที่ดีเพราะเราจะได้กรีนการ์ดหลังจากแต่งงาน ซึ่งทำให้เราทำงานอย่างถูกกฎหมายรวมถึงได้สิทธิประโยชน์อื่นๆ อีก แต่ถ้าแต่งงานจดทะเบียนที่เมืองไทย
หลายรายที่เห็นรอนานเป็นปีสองปี ตอนนี้ยังไม่ได้กรีนการ์ดเลยค่ะ
อ้อ ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวนั้นก้ไม่ง่ายนัก เพราะเงินเดือนคุณตอนนี้ดูยังไม่สูงมากนักค่ะ เขาอาจ
สงสัยได้ว่าจะมีตังค์ไปเที่ยวหรือไม่
สวัสดีครับ พี่แพรว ก่อนอื่นขอบคุณมากมายในน้ำใจที่มาแชร์ประสบการณ์การไปอเมริกา รวมถึงการตอบคำถาม อันเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการจะไป แต่ไม่มีที่ปรึกษาเป็นอย่างยิ่ง
ครับ ผมขอแนะนำตัวเองก่อนครับ ผมเรียนอยู่ปี4(ปีนี้อ่ะครับ) ตอนแรกว่าจะจบ 3ปีครึ่ง แต่มานั่งนึก ภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยดีอ่ะครับ คือพอเข้าใจบ้าง แต่อยากเก่งแบบPro เลยอ่ะครับ ก้อเลยอยากไปเก็บประสบการณ์รวมถึงการเรียนภาษาอังกฤษ ที่อเมริกา อ่ะครับ แต่รู้สึกว่าผมยัง งง กะ การขอวีซ่า ก้อเลยอยากสอบถาม และอยากให้พี่แพรวช่วยกรุณาตอบให้ด้วย จะเป็นพระคุณยิ่งครับ
1. ผมอยากทราบว่า หลักฐานที่ผูกพันว่า จะกลับประเทศไทย เนี่ย ผมเอาเป็นใบรับรองสถานภาพนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยดีมั้ยครับ เพราะผมอาจจะดร็อปเรียนไว้ แล้วค่อยกลับมาเรียนต่ออย่างนั้นอ่ะครับ
2. ผมมีญาติที่อเมริกา เป็นอาโกว(น้องสาวพ่อ) นามสกุลเดิม เป็นนามสกุลเดียวกัน อาโกวผมที่นู่นมี 2 - 3 คนครับ
2.1 โกวคนแรก แต่งงาน กะสามีฝรั่งล่ะงับ
2.2โกวคนที่ 2 เป็นพลเมืองที่นั่นล่ะอ่ะ ครับ ได้กรีนการ์ดล่ะ ยังงี้ จะง่ายขึ้นป่ะครับ
ถ้าให้เค้าเขียนมารับรองสถานะอ่ะครับ
3. ผมอยากไปเรียนภาษา และอยากหางานทำเก็บเงินไปด้วย(อิอิ) จะต้องขอวีซ่าสถานะภาพไหนดีอ่ะครับ
4.หลักฐานการเงินให้คุณพ่อsponsor ให้ แต่บัญชี มานเป็นบัญชีกระแสรายวันอ่ะครับ มีวงเงิน 4 แสน มีเงินไหลเข้าออก ทุกเดือน แต่บางเดือนยอดบัญชีอาจจะไม่ถึงแสน ก้อเลยจะผ่านไหมครับ
รบกวนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอรบกวนปรึกษาค่ะ
ดิฉันต้องไป Califonia ประมาณปลายปีค่ะ เพื่อนของคุณแม่เป็นชาวต่างชาติมีบ้านที่โน้น ต้องการให้ดิฉันไปอยู่เป็นเพื่อนและช่วยดูแลภรรยา และดูแลบ้านเป็นเวลา 1 ปี เพราะท่าน 2 คน ชอบเที่ยวรอบโลก แต่ปีนี้ท่านต้องการอยู่บ้าน และทางนู้นจะออกค่าใช้จ่าย ค่าเดินทางไปกลับให้ทั้งหมดค่ะ
อยากเรียนถามว่าต้อง ขอ วีซ่า ประเภทไหนค่ะ
ท่านจะมาประมาณปลายปีค่ะ
ต้องเตรียมเอกสารอไรบ้างค่ะ
ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหรค่ะ
คุณเสาวณีย์ ถ้าสะกดผิดต้องขอโทษด้วยค่ะ กรณีนี้น่าจะเป็นการขอ work permit เพื่อไปทำงานค่ะ แต่การขอใบทำงาน คนขอให้คือคนที่จะเอาเราไปทำงานก็คือนายจ้าง เขาต้องติดต่อกับทาง USCIS ซึ่งเขาต้องแสดงหลักฐานพวกรายได้และการเสียภาษี รวมทั้งจดหมายเชิญให้เราไปทำงาน และความจำเป็นอะไรต่างๆที่ต้องจ้างคนต่างชาติไปทำงานให้ ซึ่งปกติการขอใบทำงานไม่ใช่จะให้กันกับงานทุกประเภท
แต่ถ้าคุณขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไป ก็ไปได้แต่วีซ่าท่องเที่ยวจะอยู่ได้ครั้งละไม่เกินหกเดือนคุณก็ต้องกลับค่ะ
อีกทีอาจขอวีซ่านักเรียนไปเรียนปีหนึ่ง แต่จริงๆไม่ได้ไปเรียนสักเท่าไร ตรงนี้ก็ต้องติดต่อสถานที่เรียนที่เมกาให้เขาตอบรับ และเตรียมเอกสารด้านการเงินว่ามีเงินพอที่จะไปอยู่ไปเรียนจนจบนะค่ะ พาสปอร์ต และอื่นๆตามที่เขียนไว้ในโพส ค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าประมาณสี่พันบาทค่ะ แต่ขอใบทำงานนี่ไม่แน่ใจค่ะ
คุณตั๊ม
กรณีคุณต้องการไปเรียนภาษาก็คือขอวีซ่านักเรียนไป เรื่องเอกสารแสดงความผูกพันกับเมืองไทยไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับวีซ่านักเรียน ก่อนอื่นๆคุณต้องติดต่อที่
เรียนภาษาที่โน่นไว้ ให้เขามีเอกสารตอบรับคุณเข้าเรียน การขอวีซ๋าจะง่ายเลย ปกติถ้าคุณสมัครเรียนภาาษา
กับสถานบันที่โน่น และเขาตอบรับเขาจะมีเอกสารซัพพอร์ตการขอวีซ่าให้เราค่ะ
คุณตั๊ม
กรณีคุณต้องการไปเรียนภาษาก็คือขอวีซ่านักเรียนไป เรื่องเอกสารแสดงความผูกพันกับเมืองไทยไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับวีซ่านักเรียน ก่อนอื่นๆคุณต้องติดต่อที่
เรียนภาษาที่โน่นไว้ ให้เขามีเอกสารตอบรับคุณเข้าเรียน การขอวีซ๋าจะง่ายเลย ปกติถ้าคุณสมัครเรียนภาาษา
กับสถานบันที่โน่น และเขาตอบรับเขาจะมีเอกสารซัพพอร์ตการขอวีซ่าให้เราค่ะ ส่วนเรื่องสปอนเซอร์ ก็ดูไม่น่าจะมีปัญหาเพราะเรียนภาษาค่าเรียนก็ไม่ได้แพงมาก บางที่แค่เดือนละสามร้อยเหรียญก็มี และคุณมีญาติอยู่ที่โน่นก็อาจขอให้เขาร่วมเป็นสปอนเซอร์ ประมาณรับรองว่าจะช่วยคุณเรื่องที่อยู่ที่กิน
รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่ถ้าเขาเป็นสปอนเซอร์เขาก็ต้องแสดงเอกสารรายรับ การจ่ายภาษีประมาณนั้น
ก่อนอื่นก็ติดต่อที่เรียนไว้ก่อนเลยค่ะ
ขอบคุงมากๆงับ ผมจะได้ ของีซ่าได้ถูก แว้วยังงี้ผมขอวีซ่า นักเรียน การทำงานpart time ก้อจะทำได้ไม่เต็มที่ใช่มั้ยครับ แว้วยังงี้วีซ่าผมจะได้กี่เดือนอ่ะครับ ถ้าได้ในระยะสั้น จะขอต่ออายุจะลำบากมากไหมครับ
รบกวนด้วยครับ
จริงแล้ววีซ่า นักเรียนหรือวีซ่าท่องเที่ยวก็ทำงานไม่ได้เหมือนกันแหะค่ะ แต่เค้าก็แอบทำกันทั้งนั้น ถ้าอยากไปทำงานอย่างถูกต้องก็ต้องมีใบทำงานหรือได้กรีนการ์ด นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง
วีซ่านักเรียนบางคนที่รู้จักเขาได้กันห้าปีเลยทั้งๆที่จริงๆไปเรียนแค่ปีเดียว บางคนก็ไปๆกลับๆกันหลายรอบ
เพราะวีซ่าไม่หมดอายุค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ สะกดชื่อถูกต้องแล้วค่ะ จะรีบปรึกษากับทางนายจ้างนะค่ะ
แล้วถ้ามีอะไรไม่เข้าใจจะรบกวนมาปรึกษาอีกน่ค่ะขอบคุณมากค่ะ
ยินดีค่ะ
สวัสดีค่ะ…
จะรบกวนช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
ดิฉันทำงานบริษัทที่มั่นคงพอสมควร ทำมาแล้ว 5 ปี แต่ไม่มีเงินเก็บเลยค่ะ
ดิฉันจะเดินทางไปเที่ยวอเมริกากับคุณอา (น้องสาวแท้ๆของพ่อ)
โดยมีแม่เป็นสปอนเซอร์ แม่เป็นครูค่ะ แล้วหนังสือรับรองการทำงานของแม่เป็นภาษาไทย
-ดิฉันจะแปลเองได้รึเปล่าคะ หรือต้องไปจ้างแปล ต้องมีตรารับรองอะไรรึเปล่า
-ดิฉันขอลางาน 20 วัน โดยเป็นการลาพักร้อน 10 วัน อีก 10 เป็นการลาแบบไม่รับเงินเดือน
จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรคะ
-แล้วต้องมีจดหมายแสดงความผูกพันธ์กับเมืองไทยด้วยไหมคะ
จะบอกว่า
1. ดิฉันมีครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น มีพ่อ แม่ และน้องชายอยู่ที่นี่
2. เราต้องกลับมาแน่ๆ ต้องช่วยแม่ผ่อนคอนโด ซึ่งจะเป็นของเราในอนาคต (คอนโดชื่อแม่ แต่ดิฉันเป็นคนส่ง และเป็นเจ้าบ้าน)
3. เรามีหน้าที่การงานดี ในบริษัทที่มั่นคง
4. มีภาระหนี้บัตรเครดิต
จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรคะ
ดิฉันกังวลจริงๆค่ะ กลัววีซ่าจะไม่ผ่าน อยากไปเที่ยวอ่ะ
เกิดมาอายุจะ 30 แล้ว ยังไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศเลยค่ะ >_<
รบกวนคุณแพรวช่วยแนะนำด้วยนะคะ
จะเดินทางวันที่ 20 ก.ค. นี้แล้วค่ะ
คุณจะไปกับคุณแม่หรือคุณจะไปกับคุรอาค่ะ ถ้าไม่ได้ไปกับคุณแม่ก้ไม่ต้องมีหนังสือรับรองการทำงานของคุรแม่หรอกค่ะ แต่ถ้าจะโชว์ว่าคุรแม่เป็นสปอนเวอร์
คุณก็แสดงพวกหลักฐานการเงินของคุณแม่ค่ะ พวกบัญชีเงินฝาก สลิปเงินเดือนประมาณนั้น แต่จริงๆหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองเงินเดือนบริษัทหรือหน่วยงานส่วนใหญ่เขาออกเป็นภาษาอังกฤษใด้นี่ค่ะ
ส่วนเอกสารของตัวคุณเองคุณไม่ต้องมาร่างเองค่ะ ต้องเป็นหนังสือที่ออกมาจากบริษัทที่คุณทำงานอยู่
เช่นบริษัทอนุญาตให้คุณลางานได้กี่วันก็ว่าไปเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ ถ้าคุณร่างเองพิมพ์เอง ใครจะเชื่อว่าบริษัทอนุญาติจริง
เป็นหนังสือที่พิมพ์มีหัวกระดาษบริษัท ลงนามโดยผู้มีอำนาจ ถ้าเขาจะตรวจสอบต้องตรวจสอบได้
พร้อมหนังสือรับรองการทำงานหนังสือรับรองเงินเดือนจากบริษัททั้งหมด
จดหมายอะไรไม่ต้องมีทั้งนั้นค่ะ เอาเอกสารที่อ้างอิงได้เป็นหลัก หลักฐานการผ่อนคอนโด พวกหนังสือจดจำนอง
ประมาณนั้น เรื่องมีครอบครัวอะไรที่นี่เตรียมไว้ตอนสัมภาษณ์ค่ะ เขาดูเอกสารที่ออกจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้เป็นหลักค่ะ
ยังไงก็ขอให้โชคดีค่ะ
ไปกับคุณอาค่ะ แต่แม่เป็นสปอนเซอร์ค่ะ
ตอนนี้มี
-statement ย้อนหลัง 6 เดือนของแม่
-เอกสารรับรองการทำงานและเงินเดือนของแม่ (ภาษาไทย)
-เอกสารรับรองการถือหุ้นสหกรณ์ครู
-หนังสือรับรองการทำงาน หนังสือรับรองเงินเดือนจากบริษัทของดิฉัน
-สลิปเงินเดือน 6 เดือนของดิฉัน และเอกสารสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของดิฉัน
-โฉนดคอนโด (ต้องแปลเป็นไทยรึเปล่าคะ?)
-จดหมายรับรองจากคุณอาค่ะ และหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินค่ะ
ตอนนี้เอกสารทั้งหมดมีเท่านี้ค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่าจดหมายแสดงความผูกพันกับเมืองไทยนี่ต้องใช้ด้วยรึเปล่า
จองวันสัมภาษณ์วันศุกร์ ที่ 27 มิ.ย. ค่ะ
ขอบคุณคุณแพรวมากนะคะที่ช่วยแนะนำ ^^
ไม่ต้องมีจดหมายค่ะ เอกสารทั้งหมดที่เตรียมไว้ครบถ้วนดีแล้ว ถ้าจะให้ดีย่งขึ้นอย่างที่บอกมีหนังสือจากบริษัทว่า
อนุญาติให้คุณลางานไปเที่ยวได้ยี่สิบวัน
แต่ไม่ต้องระบุเรื่องว่าได้เงินหรือไม่ได้เงินช่วงลา ถ้าบริษัทออกให้ไม่ได้คุณก็พิมพ์แล้วให้หัวหน้างานเซ็นรับรองค่ะ
ส่วนเรื่องเอกสารแสดงความผูกพันกับเมืองไทย ก็คือเอกสารที่อ้างอิง ตรวจสอบได้ได้ ไม่ใช่จดหมายที่เราร่างขึ้นมาเอง
ซึ่งคุณก็มีแล้วเช่นโฉนดคอนโด หนังสือรับรองการทำงาน บางคนอาจแสดงหลักฐานการผ่อนรถ
ยังไงก็รอลุ้นตอนสัมภาษณ์อีกที เตรียมเรื่องข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว
และเรื่องที่พักที่โน่นไว้ ที่เหลือก็แล้วแต่ดวงแล้วละ
โชคดีค่ะ
ขอบคุณมากนะคะคุณแพรว
ขอบคุณมากจริงๆ
คือตอนนี้อยากจะไปwork and travel แต่กลัวไม่ผ่านวีซ่าต้องทำไงบ้างค่ะ แล้วต้องตอบคำถามยังงัย ช่วยหน่อยค่ะ
ว้าวเรื่อง J1 visa นี่ไม่แน่ใจเลยค่ะ เท่าที่เคยได้ยินเค้าติดต่อผ่านเอเจนท์ หน่วยงานทางโน้นเช่น YMCA ให้เดินเรื่องวีซ่าให้ ลองเข้าไปดูเวปไซต์ข้างล่างดูนะค่ะ ขอโทษด้วยจริงๆที่ช่วยไม่ได้มาก
http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=a4ac6138f898d010VgnVCM10000048f3d6a1RCRD&vgnextchannel=48819c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD
http://www.ciee.org/wat/
http://www.wiseabroad.org/work_and_travel_usa.htm
คุณแพรวขา….
มีเรื่องรบกวนอีกแล้ว
วันนี้เงินเดือนเพิ่งขึ้นค่ะ (ขึ้นเยอะด้วย)
ดิฉันควรขอเอกสารรับรองเงินเดือนใหม่ไหมคะ
หรือแค่เอกสารแจ้งว่าเงินเดือนขึ้นแนบไปพร้อมกับใบรับรองเงินเดือนใบเก่าได้ไหมคะ?
ใช่ค่ะ ควรขอใบที่อัพเดทล่าสุด เงินเยอะดีกว่าเงินน้อยค่ะเอาใบใหม่และสลิปเงินเดือนล่าสุด รวมกับสลิปเงินเดือนเดิมก็พอค่ะ ไม่ต้องมีเอกสารเรื่องการขึ้นเงินเดือนหรอกค่ะ
น่าอิจฉาจังเลยค่ะ คนได้เงินเดือนขึ้นเยอะๆเนี่ย
อยากสอบถามว่าถ้าตอนนี้ได้วีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีแล้ว เกิดอยากไปเรียนภาษาที่อเมริกา สามารถไปเปลี่ยนวีซ่าเป็นนักเรียนที่อเมริกาได้มั้ยค่ะ
แล้วเรายังมีสิทธิในวีซ่าท่องเที่ยวหรือป่าว เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้างค่ะ
และขอที่ประเทศไทย หรือ ที่ประเทศอเมริกา ยากกว่าค่ะ
ถ้ายังอยู่เมืองไทยก็คือต้องขอวีซ่านักเรียนใหม่อีกที ก็คือยื่นเรื่องใหม่เป็นการขอวีซ่านักเรียน เอกสารเรื่องการขอวีซ่านักเรียนก็ไม่ต่างจากวีซ่าท่องเที่ยว แต่ที่สำคัญวีซ่านักเรียนต้องติดต่อสถานที่เรียนที่เมกา
ให้เขาตอบรับมาให้เรียบร้อยก็จะขอวีซ่าไม่ยาก
อีกกรณีคือถือวีซ่าท่องเที่ยวไปเมกา และไปติดต่อที่เรียนที่โน่นซึ่งปกติสถาบันที่ตอบรับเราเข้าเรียน เช่นพวกโรงเรียนสอนภาษาเขาจะดำเนินการเรื่องเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียนให้ มีเพื่อนคนไทยหลายคนก็ใช้วิธีนี้
พอใช้วีซ่าท่องเที่ยวอยู่ไปจนใกล้ครบหกเดือนแต่ปรากฎว่ายังไม่อยากกลับก็สมัครเรียนภาษาเพื่อเปลี่ยนวีซ่าเป็นวีซ่า
นักเรียนที่โน่น ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ถามว่าที่ไหนยากกว่ากันตอบยากค่ะ
รบกวนเพื่อนๆช่วยกันคลิกโฆษณาด้านบนเพื่อสนับสนุนเวปไซต์ด้วยค่ะ
ตอนนี้เพิ่งได้วีซ่านักเรียน 5 ปีค่ะ ทาง รร. ก็ระบุวันใน I-20 ว่าให้ไปถึงเมกาก่อนวันที่ 1 สิงหานี้ค่ะ
แต่เกิดปัญหาเรื่องตารางสอบที่ไทยค่ะ คือ มีสอบที่ไทยเดือนตุลาที่จะถึงนี้ เลยยังไม่อยากเดินทางไปเมกา
เพราะเดือนตุลา จะต้องกลับมาสอบทีไทยด้วยค่ะ
กรณีแบบนี้ เราสามารถขอทาง รร. เลื่อนตารางเรียนไปเรียนเทอมหน้า (ต้นปีหน้า) ได้มั้ยคะ
แล้วถ้าเลื่อนได้ เราจะต้องขอ I-20 กับวีซ่าใหม่หรือเปล่าคะ ตอนนี้กำลังกลุ้มใจมากเลยค่ะ
เพิ่งเมลล์ไปถามทาง รร. แต่ยังไม่ได้รับคำตอบค่ะ รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะคะ
คือผมจะขอวีซ่าท่องเที่ยวอะครับ ผมไปขอใบรับรองจากบริษัทมาแล้ว เขาก็เขียนมาให้ว่ามี ตำแหน่ง, หน่วยงาน, วันที่เริ่มงาน. เงินเดือน. วันที่ออกใบรับรอง
แต่ว่าที่ผมอ่าน ๆ มาคือต้องมีใบรับรองว่าจะลากี่วันด้วยอะครับ ผมเลยอยากทราบว่า ใบนี้มันจำเป็นหรือเปล่าจริง ๆ หรือเปล่าครับ
อ่อ อีกอย่างนึง สัมภาษณ์ภาษาไทย กับภาษาอังกฤษมันต่างกันเยอะหรือเปล่าครับ
ขอบคุณครับ
จริงๆใบทีระบุว่าบริษัทให้ลางานได้ไม่ต้องมีก็ได้ แต่ถ้ามีไว้มันก็ดี คือถ้าเราเจอคนสัมภาษณ์แบบเคี้ยวๆไงค่ะ และมันเป็นการยืนยันชัดๆว่าเราลางานไป
เรากลับมาทำงานที่นี่อีกแน่ๆ ยิ่งถ้าไปนานๆด้วยแล้วมีก็ดี เพราะเขาอาจถามว่าทำงานอยู่นะ แน่ใจหรือว่าบริษัทจะให้ลางานได้นานๆ
ถ้าภาษาอังกฤษไม่แย่นักก็สัมภาษณ์ก็สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษดีกว่า เพราะจริงๆเขาก็ถามคำถามพื้นๆ และฝรั่งที่นั่นเอาจริงๆพูดไทยได้ อือแล้วจะได้มีโอกาสกับสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่คนไทยน้องลง เป็นที่ล่ำลือกันว่า
ถ้าเจอคนไทยละ เคี้ยว
คุณเอมมี่ ลองอ่านข้อมูลจากลิงค์นะค่ะ
http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=3a2c96981298d010VgnVCM10000048f3d6a1RCRD&vgnextchannel=48819c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD
ขอโทษด้วยไม่มีความรู้เรื่องนี้อะค่ะ
คือว่าตอนนี้อยู่กับป้าค่ะ แล้วป้าก็ทำงานแม่บ้าน แล้วทีนี้หลานของเจ้านายป้า
ไปเปิดร้านอาหารที่อเมริกาน่ะคะ เค้าก้อแอบชวนป้าไปทำงานด้วย
แล้วป้าต้องทำอย่างไรบ้างคะ
เพราะป้าทำงานแม่บ้าน คงไม่มีใบรับรองการทำงานแน่นอน
เรื่องเงินที่ต้องเอาไปโชว์ 2 แสนพอมั๊ยคะ
คือเอาไปโชว์ตอนขอทำวีซ่าเฉยๆคะ
พอจะไปจิงๆก้อมีแสนเดียว
อาชีพแม่บ้านธรรมดาจะไปอย่างไรดีคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ก้อทำไมไม่ให้เจ้าของร้านที่ชวนไปทำงานเค้าช่วยเรื่องเป็นสปอนเซอร์ให้ละค่ะ
อันนี้ไม่แน่ใจค่ะว่าทำงานเป็นแม่บ้าน แล้วมีเงินในบัญชีสองแสนไปโชว์โอกาสได้จะมีมากแค่ไหน ก็คงได้แต่ลองเสี่ยงดูค่ะ
พุ้งนี้ต้องไปสอบแล้วคับ นัดไว้13.30 วีซ่าไปเรียนคับ
อ่านมาเยอะกลัวว่า จะเจอคนไทยเวลาสัมภาษ
เค้าจะถามอารายบ้างหรองับพี่
รบกวนๆๆๆ
วีซ่านักเรียนถ้าเอกสารเราครบ ที่เรียนตอบรับมาแล้ว เงินพอ หรือมีคนสปอนเซอร์ที่มีรายได้พอ ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะ แต่ถ้าเขาถามว่าจะไปทำงานอะไรด้วยป่าวก็อย่าพยายามพูดว่าอยากไปทำงานด้วย
ก็โฟกัสเรื่องเรียนเป็นหลัก นอนั้นก็รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรที่เราจะไปเรียนค่ะ
คุณแพรวคะ
วันนี้ไปขอวีซ่าท่องเที่ยวมาแล้วค่ะ แต่ไม่ผ่าน Y_Y
เอกสารที่เค้าขอดูคือจดหมายของอาที่เป็นรองกงศุลสหรัฐอยู่เชียงใหม่
แล้วท่านกงศุลที่สัมภาษณ์ก็โทรศัพท์ไปเชค เสร็จแล้วถามเราว่าใครออกค่าใช้จ่าย
เราก็บอกว่าแม่กับอา
แล้วเค้าก็ขอดูสมุดบัญชี เราจะหยิบ statement ของแม่ให้ เค้าก็บอกว่า ไม่ๆ เค้าจะดูสมุดบัญชี
แล้วที่เตรียมไปมันคือสมุดบัญชีของเราที่มีเงินอยู่น้อยนิด
แล้วเค้าก็บอกว่า เสียใจครับ เราให้วีซ่ากับคุณไม่ได้ จากที่อ่านใบๆที่เค้าให้มาคือ ไม่มีหลักฐานเพียงพอ
ที่จะแสดงความผูกพันมั่นคงทางครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจภายนอกสหรัฐอเมริกา
เอกสารของแม่ยังอยู่ครบ เค้าไม่ได้ดูอะไรเลย
-statement ย้อนหลัง 6 เดือนของแม่
-เอกสารรับรองการทำงานและเงินเดือนของแม่ (ภาษาไทย)
-เอกสารรับรองการถือหุ้นสหกรณ์ครู
เอาไปแต่จดหมายของอา กับจดหมายลางานของดิฉัน
แบบนี้ถ้าดิฉันจะขอใหม่ จะต้องเอาหลักฐานอะไรไปแสดงอีกดีคะ
เศร้าใจจริงๆ จะเดินทาง 20 ก.ค. นี้แล้ว
สวัสดีค่ะคุณแพรว
มีคำถามเดิมๆค่ะ อยากไปทำงานร้านอาหารในเมก้าค่ะ คุณแม่เพื่อนเป็นเจ้าของร้านอยู่ อยากทราบว่า ถ้าขอวีซ่านักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวอย่างไรจึงจะมีแนวโน้มขอวีซ่าผ่าน คือ เรื่องที่พักค่ะต้องจองไว้ก่อนเพื่อไปยื่นประกอบการขอวีซ่ารึเปล่าค่ะ แล้วตั๋วเครื่องบินค่ะ ต้องทำอย่างไร เพราะจะไปแค่ 1 ปีค่ะ แล้วเมื่อไปถึงเมก้า ต้องทำตัวอย่างไรค่ะจึงจะอยู่รอดได้ค่ะ รบกวนช่วยแนะนำด้วยค่ะ
แล้วถ้ายื่นวีซ่า วันที่ 9 july นี้ จะได้วีซ่า ก่อนสิ้นเดือนไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ
เสียใจด้วยจริงๆค่ะ อันนี้มันตอบยากจังว่าต้องเอาอะไรไปแสดงอีก เพราะจริงๆคุณก็เตรียมไปเยอะมากแล้วแต่เขาไม่ดู
อาจเพราะเงินเดือนของตัวคุณเองยังอาจน้อยเกินไปในความคิดของเรา หรืออายุยังน้อยก็มีส่วน
เดายาก อย่างที่บอกว่าางคนพร้อมมากๆ คือรวยว่างั้นเหอะ
ไม่ผ่านเฉย แล้วเค้าไม่ถามเรื่องที่เรามีลุงเป็นสปอนเซอร์ที่โน่นหรือค่ะ คงเจอแบบเขี้ยวมากๆ
คนไทยหรือฝรั่งค่ะที่สัมภาษณ์ จริงๆอยากบอกว่าไม่แนะนำให้ขอติดๆกันแบบนี้ค่ะ
ไม่ดีมันยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าเราอยากไปมากมีอะไรมากกว่าไปเที่ยวหรือป่าว และถ้าขอติดๆกันแล้วไม่ได้อีก
คราวนี้คือการขอในอนาคตจะยากมากขึ้นไปอีก ญาติกันนี่แหละโดนมาแล้ว ขอบ่อยๆแต่คือไม่ได้ซักครั้ง
สุดท้ายโดนแสตมเลยค่ะ
คุณเจมส์
ขอวีซ่านักเรียนก็ติดต่อที่เรียนที่นี่ให้เขาตอบรับ ถ้าเขาตอบรับให้เรียนเขาจะออกเอกสารให้เราเพื่อประกอบการขอวีซ่า
ถ้าติดต่อที่เรียนเรียบร้อย และมีรายได้เพียงพอให้เขาเห็นว่าจะมีเงินเรียนและค่ากินอยู่ได้
ตลอดหลักสูตรก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าตัวเองรายได้ไม่พอก็ต้องมีคนเป็นสปอนเซอร์
ให้ คนเป็นสปอนเซอร์ก็ต้องมีรายได้มากพอและไม่มีภาระค่าใช้จ่ายที่เมืองไทยมากนัก
วีซ่าถ้านัดวันสัมภาษณ์และไปสัมภาษณ์เรียบร้อยก็ใช้เวลาไม่เกินสามวัน ถ้าผ่านนะค่ะ
ที่สำคัญคือต้องรีบจองวันสัมภาษณ์เพราะปกติคิวยาว ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน
แต่วันสัมภาษณ์ก็อย่าพูดเรื่องอยากไปทำงานรือมีงานรออยู่ละค่ะ
ที่พักกับตั๋วไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่จะจองๆไว้ทำให้เราดูพร้อมก็ได้ค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณแพรว
แล้วไปแบบนักเรียนแล้วก็ต้องเรียนหรอค่ะ
แล้วถ้าขอแบบนักท่องเที่ยวอาจจะเสี่ยงไม่ผ่านใช่ไหมค่ะ
แล้วถ้าสัมภาษณ์ ถ้าพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ แล้วเลือกสัมภาษณ์ไทย มีข้อแนะนำไหมค่ะ (เช่นเลือกช่องไหนดีค่ะ)
แล้ววีซ่าที่เค้าบอกกันว่าได้วีซ่า 10 ปีหมายความว่า เราเดินทางเข้าเมก้า แล้วอยู่ได้ 10 ปีเลยหรอค่ะ
กลับมาอีกครั้งค่ะ
สปอนเซอร์ในที่นี้หมายความว่ายังงัยคะ
ประมานว่าทำเรื่องร๋อคะ ถ้าเกิดเค้ามาทำเรื่องขอป้าไป ป้าจะได้ไปแน่นอนรึป่าวคะ
แล้วถ้าเกิดว่า ไปเที่ยวกะทัวร์หล่ะคะ แต่ขอทัวร์กลับเอง(แล้วอยู่เรย)
กรณีแบบนี้เปนไงม่างคะ ก้อเพราะว่าป้าไม่มีเงินโชว์มาก
และก้อไม่ได้ทำงานบริษัท แต่แต่งงานแล้วค่ะ
ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
รอบนี้คงไม่ไปขอวีซ่าท่องเที่ยวแล้วละค่ะ คงไม่ทันแล้ว
แต่ว่าปลายปีนี้เราตั้งใจจะไปเรียนภาษา 6 เดือน กับเรียนครอสแฟชั่นดีไซน์ประมาณ 1 ปี
การถูกปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวครั้งนี้จะมีผลกระทบกับวีซ่า F-1 ที่เราจะขอปลายปีนี้รึเปล่าคะคุณแพรว
แอบกังวลค่ะ แค่ขอไปเที่ยวก็ไม่ผ่านซะแล้ว
ขอไปเรียนนี่จะรอดมั๊ยเนี่ยะ Y_Y
จริงๆแล้ว ขอวีซ่านักเรียนถ้าโรงเรียนตอบรับมา และรายได้ทั้งตัวเราและคนเป็นสปอนเวอร์ให้เพียงต่อต่อการศึกษาและกินอยู่ตลอดหลักสูตร
น่าจะง่ายกว่าวีซ่าท่องเที่ยว คือเงินต้องพอค่ะ ไม่ใช่บอกว่าเงินมีเท่านี่แต่จะไปหางานทำหาค่าเรียนที่นั่น
คนเป็นสปอนเซอร์ก็ต้องไม่มีภาระค่าใช้จ่ายมากมายที่นี่ คือถึงรายได้เยอะแต่รายจ่ายเยอะ ก็อาจทำให้ถูกปฏิเสธได้ ถามว่าถูกปฎิเสธวีซ่าท่องเที่ยวมามีผลไม๊ ไม่น่าจะนะ ถ้ารอบสอง
สถานการณ์ของคุณเปลี่ยนไป แต่ก็อย่างที่ว่า ไม่มีใครบอกได้ร้อยเปอร์เซ็นว่าต้องมีเอกสารอะไร
ตอบคำถามอย่างไรึงจะผ่าน เอาใจช่วยค่ะ แต่อย่าใจร้อน ถ้าไม่พร้อมก็รอจนพร้อมจะดีที่สุด
คุณแอนนี่ ขอโทษที่ตอบช้า ไม่อยู่บ้านหลายวัน สปอนเวอร์คือเค้าอยากชวนป้าไทำงานก็ให้เขาช่วย
เป็นสปอนเวร์ในการขอวีซ่า เช่นถ้าขอวีซ่าท่องเที่ยวป้ารายได้น้อยก็บอกว่าคนนี้จะดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆให้ตอนไป
เที่ยวที่นั่น ส่วนไปเที่ยวจะไปทัวร์หรือไปเองก็ต้องขอวีซ่าเอง ไปทัวร์ไม่ได้ทำให้การขอวีซ่าง่ายขึ้นแต่อย่างใด
คุณจะไปทัวร์แล้วโดดอยู่ก็ได้ แต่ปัญหาคือจะขอวีซ่าผ่านรึป่าว ซึ่งรายได้ หรือพูดง่ายๆเรื่องเงินสำคัญที่สุด
จะแต่งงานหรือไม่ไม่มีผลมากนัก แต่ถ้าแต่งงานแล้ว และสามีมีรายได้เยอะ ก็อาจให้สามีเป็นสปอนเวอร์ในการขอวีซ่าก็ได้ คือป้ารายได้น้อยแต่สามีรายได้เยอะ สามีเป็นคนออกค่าใช้จ่าย
ในการเดินทางท่องเที่ยวให้ประมาณนั้น
สวัสดีค่ะ คุณเจมส์
วีซ่าสิบปีคือ คือวีซ่ามีอายุสิบปี แต่การไปแต่ละครั้งอยู่ได้ไม่เกินหกเดือน แต่ภายในสิบปีก่อนวีซ่าหมดอายุจไปกี่ครั้งก็ได้ แต่ทั้งนี้ไม่ควรจะเข้าๆออกๆบ่อยจนเกินไป เช่นหลังจากกลับมาแล้ว ควรเว้นระยะอย่างน้อยหกเดือนก่อนเดินทางไปอีก
คนขอวีซ่านักเรียนได้แล้วไม่เรียนก็เยอะ แต่ตอนนี้เขาเข้มงวดมากขึ้นกับนักเรียนคือเช็คว่าต้องเข้าเรียน
จะโดดไปทำงานตลอดเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้
ภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ก็สัมภาษณ์ไทยได้ค่ะ เรื่องสัมภาษณ์ต้องดูว่าขอวีซ่าประเภทไหนเข้าไปค่ะ
สวัสดีค่ะ อยากทราบเรื่องและขั้นตอน รายละเอีี่ยดเกี่ยวกับการขอวีซ่าทำงานค่ะ
ไม่รู้เหมือนกันว่าขอยากขนาดไหน แต่ก็พอทราบบ้างว่าขอยากพอสมควร พอดีหนูได้โอกาส
จากพี่เพื่อนน่ะค่ะ เค้าชวนไปทำงานด้วยที่อเมริกาค่ะ เค้าถือสัญชาติอเมกา ทำงานที่นั้นมา10ปีแล้วค่ะ คืออยากรู้ด้วยว่าถ้าให้เค้ามารับรองหนูจะได้ไหมค่ะ หรือต้องให้ทางเค้าทำอะไรบ้างหรือป่าวหมายถึงเกี่ยวกับเดินเรื่องน่ะค่ะ
ตอนนี้หนูดูแลร้านมินิมาร์ทอ่ะค่ะ แต่เป็นของแม่น่ะค่ะ
แล้วอย่างนี้หนูต้องให้แม่รับรองเรื่องการเปิดร้านและรับรองว่าหนูเป็นลูกและดูแลร้านจริงหรือป่าวค่ะ
ส่วนเรื่องเงินต้องใช้ประมาณเท่าไรค่ะที่จะใช้เอาไปโชว์เพื่อขอวีซ่าน่ะค่ะ
จริงๆแล้วจะไปอีกสองปีข้างหน้าน่ะค่ะ เพราะรอเรียนจบปริญญา อีกสองปีค่ะ
ช่วงนี้หนูจะได้เก็บเงินเข้าบัญชีไว้ค่ะ
แต่ก้อต้องขอวีซ่าก่อนประเภททำงานใช่ไหมค่ะ
ค่ะ คือหนูอยากหาข้อมูลให้ถี่ถ้วนน่ะค่ะ ไม่อยากพลาดค่ะ
รบกวนด้วยน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
พอดีว่าจะไปขอวีซ่าท่องเที่ยวที่อเมริกาค่ะ
อยากถามว่าถ้าขอวีซ่าท่องเที่ยวแล้ว ระหว่างนั้นก้อหางานที่นั้นไปด้วย
แล้วคุยกับทางบริษัทนั้นให้เค้าขอwork permit ให้เรา
เพื่อที่กลับเมืองไทย ก้อขอวีซ่าทำงานจะผิดกฎหมายไหมค่ะ
หรือมันจะเป็นไปได้หรือป่าววค่ะที่เค้าจะขอwork permitให้เราน่ะค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
ไปวีซ่าท่องเที่ยวนะจริงๆทำงานไม่ได้ผิดกฎหมายแน่ๆ
ส่วนใหญ่คนไทยที่ไปวี่าท่องเที่ยวก็ทำงานได้แค่ในร้านอาหารไทยหรือพวกร้านเล็กๆของฝรั่งหรืออื่นๆ
ที่เขาอยากได้คนค่าแรงถูกๆ และะวกร้านอาหารไทยหรือร้านเล็กๆเขาไม่มาขอใบทำงานให้เราหรอกค่ะ
นอกจากว่าเขาชอบอยากให้เราทำงานกับเขาจริงๆ เพราะมันยุ่งยากเขา และใบทำงานก็ไม่ได้จะขอได้กับงานทุกประเภทค่ะ
อ่านข้อมูลนี้ดูนะค่ะ จากUSCIs
http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=d502194d3e88d010VgnVCM10000048f3d6a1RCRD&vgnextchannel=1847c9ee2f82b010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD
คุณน้ำส้ม เรื่อง work permit เช่นเดียวกันรบกวนอ่าน link ใน comment
ข้างบนเลยค่ะ เรื่องมันยาว คนเดินเรื่องคือคนที่จะให้เราไปทำงานด้วยลองอ่านดูนะค่ะ
กลับมาขอบคูณค่ะ โชคดีค่ะที่ทางนั้นเค้าจะช่วยเปนสปอนเซอร์ให้
แล้วทางนั้นจะใช้เวลาขอนานมั๊ยคะ????
แล้วป้าจะได้ไปอยู่กับเค้ากี่ปี????
ถ้าป้าไปไม่กลับคงคิดถึงป้าแย่เลย
ถ้าเค้าขอ HB2 visa ซึ่งเป็นวีซ่าที่ายจ้างขอให้เราเข้าไปทำงานชั่วคราว ให้จะอยู่ได้หนึ่งปีค่ะ แล้วคงต้องต่ออายุถ้าเขาอยากจ้างต่อ ถ้าขอ HB1 จะอยู่ได้หกปี แต่คิดว่ากรณีคุณป้าไม่น่าจะขอแบบนี้ได้
ใช้เวลานานไหมไม่แน่ใจจริงๆ แต่ไม่น่าต่ำกว่าสามเดือนนะค่ะ
ค่ะ ที่ป้าไปHB1ไม่ได้ก็เพราะว่าป้าแก่เกินไปใช่ไหมคะ
แล้วค่าจัดทำนี่แพงมากมั๊ยคะ
ป้าไปอยู่ปีเดียวจะใช้หนี้เค้าหมดร๋อคะ
แล้วถ้ากิดว่าไปทำเรื่องขออยู่ต่อมันจะไม่จ่ายเยอะกว่าเก่าร๋อคะ
คุณแพรวพอจะทราบเรื่องค่าใช้จ่ายบ้างมั๊ยคะ
ถ้าทำเรื่องขอป้าไปได้
ป้าต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาลที่นั่นมั๊ยคะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
็HB1 ไม่ได้ให้กับงานทุกสาขาค่ะ ให้กับสาขาที่เขากำหนด และคนที่จะขอต้องมีคุณวุฒิมีประสบการณ์
ในสายงานนั้นๆ ส่วนมากประเภทนี้มักจะมีบริษัทใหญ่ๆขอให้ ถ้างานร้านยาหารคงไม่ได้หรอกค่ะ
ถ้าคุณเข้าไปทำงานถูกต้องก็ต้องจ่ายภาษีค่ะ แต่ส่วนมากคนไทยทำงานร้านอาหารเข้าไม่ค่อยจ่าย
ภาษีเพราะรับเงินสดกันวันต่อวัน จริงๆแล้วคุณควรคุยรายละเอียดกับนายจ้างของป้ามากกว่าค่ะ
ว่าไปทำแล้วจะยังไง เสียภาษีไหม หรือเขาจะช่วยขอใบทำงานให้ หรือแค่ช่วยเป็นสปอนเซอร์ในการ
ขอวีซ่าท่องเที่ยวให้แล้วแอบไปทำงาน คือต้องเคลียกันให้ชัดนะค่ะ จริงๆถ้าเขาช่วยเป็นสปอนเซอร์
เพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยวเขาจะยุ่งยากน้อยกว่าค่ะ แต่โอกาสจะได้หรือไม่ไม่แน่ใจค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่อาจสงสัยว่า
เป็นอะไรกันทำไมต้องมาช่วยให้คุณป้าได้ไปเที่ยวเมกาประมาณนั้น
เรื่องค่าใช้จ่ายไม่มีทราบค่ะขอโทษด้วย แนะนำว่าให้เข้าไปดูรายละเอียดในเวปของ USCIS ค่ะ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันได้รับเชิญจากเพื่อนที่อยู่เมกา ให้ไปเที่ยวตอนสิ้นปี แต่ดิฉันกังวลเรื่องการขอวีซ่า ค่ะ คือดิฉันยังไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ และมีประสบการในการทำงานมา 13 ปีค่ะ (ปัจจุบันก็ยังทำอยู่นะ) คือยังงง กับการเตรียมเอกสารที่จะไปขอวีซ่า ต้องจำเป็นไหมค่ะให้เพื่อนที่เชิญเราไปเที่ยวออกหนังสือรับรอง และในการยื่นขอวีซ่าต้องยื่นล่วงหน้าสักประมาณกี่เดือนค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
Nitt
ไม่จำเป็นต้องให้เพื่อนออกหนังสือรับรองให้ค่ะ ถ้าตัวเรามีคุณสมบัติเพียงพอ เช่น รายได้มากพอ มีงานที่มั่นคงในเมืองไทย มีภาระผูกพันกับเมืองไทย แต่บางคนเขาก็กันเหนียว เช่นตัวเอง ให้เพื่อน คนที่อยู่ที่โน่น ประมาณมีจดหมายเชิญให้เราไปเที่ยวไปเยี่ยมเขาประมาณนั้น ตอนตัวเองไปพอดีน้องสาว
แฟนจะแต่งงาน เขาก็ส่งการ์ดเชิญแต่งงาน มาพร้อมจดหมายประมาณนั้น ไม่ได้เป็นหนังสือรับรอง
แต่พอไปสัมภาษณ์จริง เขาไม่ได้ดูเลยไม่สนใจเลย ประเด็นหลักเขาสนใจเรื่องการงานของเรามากกว่า
แต่เอกสารเตรียมให้เยอะที่สุด ใช้หรือไม่ก็อีกเรื่องค่ะ ไม่ต้องขอล่วงหน้านาน สักเดือนก็พอ แต่ต้องรีบจองวันสัมภาษณ์ค่ะ รีบจองล่วงหน้าสักสองเดือน เพราะบางช่วงเต็ม บางคนรอวันสัมภาษณ์สองเดือน
ก็มีค่ะ
โชคดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณแพรว
อยากรู้จักกับคุณแพรวนะคะ เห็นจากทาง webกsite อ่ะค่ะ ก็อยากจะทำความรู้จักให้มากขึ้นนะค่ะ ตอนนี้ขวัญพักอยู่ที่อังกฤษ และกำลังขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะไปเที่ยวอเมริกากับสามีค่ะ(ขอที่ลอนดอน) แต่ก็กังวลนะคะ สัมภาษณ์วันที่ 4 สิงหาคม เดือนหน้าแล้วค่ะ กังวลว่าจะไม่ผ่านเพราะว่าเคยไม่ผ่านมาแล้วค่ะ ตอนอยู่เมืองไทยค่ะ นั่นก็นานมากแล้วนะคะ เกือบสิบปีเห็นจะได้แล้ว แต่ก็จะพยายามค่ะ
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ขวัญสนใจอยากจะเรียนทางด้านพยาบาลที่ California ( Sacramento ) ไม่ทราบว่าคุณแพรวพอจะมีอะไรแนะนำบ้างไม๊ค๊ะ เช่น เรื่องการฝึกภาษา ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ขวัญจบ ป.ตรี จากเมืองไทย แต่ก็บอกตรงๆ ก็หางานทำดี ๆ ยากนะคะที่นี่น่ะ ถ้าไม่ได้จบจากที่นี่ แล้วการเรียนพยาบาลคงยากมาก ส่วนเรื่องการเรียนก็ยังไม่เร็วๆนี้หรอกค่ะ ก็อยากจะสอบ TOEFL ให้ได้ก่อนนะคะ ขวัญวางแผนไว้ว่าปีหน้าค่อยลุยค่ะ ช่วงนี้ก็เรียนภาษาไปก่อน (เรียนด้วยตัวเอง ) ขอรบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ หวังว่าไม่รบกวนจนเกินไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ขวัญ
่้คุณขวัญ
เรื่องขอวีซ่า สามีเป็นคนอังกฤษหรือป่าวค่ะ ถ้าใช่ก็น่าจะช่วยให้ตัวเราได้ง่ายขึ้น ก็คือเขาเป็น leader ในการเดินทางครั้งนี้ของเรา แต่ถ้าไม่ ก็ขึ้นกับหน้าที่การงาน การเงินของตัวสามี หรือตัวคุณ
แหมไม่ผ่านมาเมื่อสิบปีที่แล้ว มันก็นานแล้วนะค่ะ สถานการณ์ของคุณก็คงจะเปลี่ยนไปมากแล้วละ คือดีขึ้น
ลองดูค่ะ
คุณขวัญอยากเรียนพยาบาลที่นี่ ต้องถามค่ะว่าพยาบาลระดับไหน เพราะมีหลายระดับมาก ตั้งแต่
แค่ ประกาศ อนุ ปริญญาตรี หรือโท คุณสมบัติก็จะต่างกันไปค่ะ ถ้าแค่ประกาศ หรืออนุ ซึ่งเรียน หนึ่งปีและสองปี ก็จะง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องผ่านโทเฟิลค่ะ มาสอบวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษและเลข
ถ้าถึงก็เรียนได้ ถ้าไม่ถึงก็อาจต้องเรียนภาษาอังกฤษหรือเลขเพิ่ม เรียนอีกมากน้อยก็อยู่ที่ได้ระดับอะไร
ถ้าตรีอาจมาเรียนภาษาที่นี่ก่อนแล้ว Transfer ได้ แต่โทต้องผ่านโทเฟิลค่ะ
คนเอเชียส่วนใหญ่ก็เรียนแบบปี สองปี ง่ายหน่อยและจบเร็ว จะได้ทำงานเร็วๆ แล้วอาจเรียนต่อไปตรีทีหลัง
ที่นี่ก็ไม่ต่างกับที่อังกฤษค่ะ ถ้าไม่มีวุฒิที่นี่ก็หางานดีๆทำยาก ตัวเองจบ ตรี โท จากมหาลัยรัฐอันดับต้นๆของบ้านเรา ก็เหมือนไม่ได้จบอะไร บวกกับมันยากที่จะพัฒนาทักษะทางภาษาให้ดีได้เทียบเท่ากับคนเกิดที่นี่ ถ้าเราอยู่เมืองไทยภาษาเราถือว่าดี ใช้ได้ มาที่นี่ไม่ใช่เลยค่ะ ถ้าอยากได้งานที่ไม่ใช่งานใช้แรงงานก็ต้องมานั่งเรียนใหม่อย่างเดียว ตัวเองก็เตรียมสอบโทเฟิลอยู่ค่ะ จะสมัครเรียนต่อโทอีกใบที่นี่กลางปีหน้า
สวัสดีค่ะ คุณแพรว
ขอบคุณมากค่ะที่เสียสละเวลามาตอบให้ น่ารักจริงๆ เลยค่ะ สามีเป็นคนอังกฤษค่ะ แต่ว่าก็สนับสนุนให้เรียนพยาบาลนะคะ แต่ก็ยังไม่ทราบเลยค่ะว่าจะเรียนระดับไหน คงต้องหาข้อมูลไปเรื่อย ๆ ก่อน แต่ถ้าไม่ต้องมีโทเฟิลก็ดีนะคะ แต่ก็จะลองดูนะค่ะ
ว่าแต่คุณแพรว กำลังเรียนต่อโท (ด้านใหนค๊ะ ) ดีนะค๊ะ มีปริญญาหลายๆใบ ขวัญก็อยากเรียนเพิ่มเหมือนกัน แต่ปริญญาใบต่อไปขอเป็นสายวิชาชีพ คงจะดีค่ะ
แล้วจะเขียนมาถามอีกนะคะ
ขวัญ
ยินดีตอบค่ะ จะสมัครเรียนด้าน IT ค่ะ จริงๆก็อยากเรียนด้าน Medical เหมือนกันค่ะ
เพราะหางานที่นี่ง่ายและรายได้ก็ดี เพื่อนๆที่เป็น Immigrant ส่วนใหญ่ก็อยากเรียนพยาบาลหรือสายงานด้านการแพทย์ เรียนแค่อนุก็พอแถมค่าเรียนถูกกว่าด้วย แต่แฟนอยากให้เรียนโท จริงๆแล้วบางทีก็ขี้เกียจเรียนค่ะ แก่แล้ว เสียเวลาเรียนมาแล้วมากกว่าครึ่งชีวิต ต้องมานั่งเรียนอีก..
ที่บอกว่าอนุหรือประกาศไม่ต้องสอบโทเฟิล แต่ถ้าไม่ขี้เกียจก็สอบไว้ก็ดี จะได้ไม่ต้องมาเรียนเพิ่ม
1 สามีกำลังทำเรื่องไปทำงานที่ Jupiter ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ทั้งด้านของเราและเจ้าของร้านต้องมีขั้นตอนการทำอย่างไร เพราะเขาไม่เคยรับคนจากเมืองไทยไป
2 เราจดทะเบียน กับสามีเกือบปีแล้ว และจะทำเรื่องไปเป็นผู้ติดตาม และทางด้านเอกสารต้องใช้อะไรบ้าง
3 ในกรณีแบบนี้ต้องทำวีซ่าอะไร
ไปสัมภาษณ์มาแล้วไม่ผ่านค่ะ ทำเรื่องไปเรียนมี I-20เรียบร้อยแต่มาตกสัมภาษณ์พูดภาษาไม่ได้จะสัมภาษณ์ใหม่จะมีโอกาศไหมค่ะ ไปสัมภาษณ์ที่ช่อง2เป็นเอเซียพูดเร็วมากเลย บางคนเขาเอารูปถ่ายที่ทำงานไปให้เขาดูด้วยจะมีผลไหมว่าเราจะกลับมาทำงานต่อ และหนังสือรับรองเงินดือนก็อนุญาติให้ไปเรียนภาษาได้(เขียนเป็นภาษาไทยต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษหรือเปล่า)แต่เขาไม่อ่าน และไม่ดูเอกสารเลย ส่วนมากจะถามอย่างเดียว ก็เลยไม่รู้ว่าจะขออีกที่ดีหรือเปล่า แลควรที่จะของหลังจากคั้งแรกเมื่อไรดีค่ะ ไปครั้งเมื่อวัน30ก.ค ที่ผ่านมา ระหว่างสัมภาษณ์ที่ชมกับกทม ที่ไปนมีโอกาศมากกว่ากันค่ะ ช่วยตอบให้ด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ
จริงๆแล้วเอกสารพวกหนังสือรับรองทุกอย่างควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
โหไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าต้องเอารูปถ่ายที่ทำงานไปด้วย อย่างที่บอกค่ะ
ขอวีซ่าที่นี่มันตอบยากว่าทำไมได้ไม่ได้ แต่ในความคิดตัวเองนะ ปกติหลายๆคนที่ได้วีซ่า เขาก็ไม่ได้เอารูปถ่ายที่ทำงานไป แต่จะมีก็ไม่ได้เสียหาย
คือเอกสารเอาไปให้เยอะที่สุดแต่เขาจะดูหรือไม่ก็อีกเรื่อง
ครั้งต่อไปก็ขอสัมภาษณ์ภาษาไทยก็ได้ถ้าไม่มั่นใจเรื่องภาษา
แต่ตอนตัวเองสัมภาษณ์ที่กรุงเทพกับฝรั่ง ผู้หญิงสาวๆใจดีมากเลย
พูดช้า แถมพูดไทยได้ด้วย ถามว่าสัมภาษณ์ที่ไหนง่ายกว่าคงพอๆกัน
อยู่ที่ว่าเจอคนสัมภาษณ์คนไหนมากกว่า เพราะบางช่องดูโหดถามนาน เยอะ
แล้วแต่ดวงจริงๆ แนะนำว่าทิ้งช่วงสักหกเดือน อีกอย่างที่อาจทำให้ช่วงนี้ขอยาก
คือเศรษฐกิจเมกาตกต่ำมาก คนตกงานก็เยอะขึ้น เขาอาจระวังเรื่องคนเข้าเมือง
เพื่อทำงานผิดกฏหมายมากขึ้น
สวัสดีค่ะ คุณแพรว
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาไปสัมภาษณ์มาแล้วค่ะ และก็ผ่านแล้วค่ะและได้วีซ่า 10 ปี เลยค่ะ ดีใจมากเลยค่ะ ตอนสัมภาษณ์เค้าถามคำถามข้อเดียวค่ะ ถามว่า ก่อนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ คุณอยู่ที่ไหนมาก่อน ขวัญก็ตอบไปว่าอยู่ที่ประเทศสเปน ประโยคต่อมาเค้าก็พูดว่า เราออกว่าซ่าให้คุณนะ แล้วให้ไปยื่นเรื่องการส่งหนังสือเดินทางกับเจ้าหน้าที่ด้านนอก ช่วงนั่งรอสัมภาษณ์ก็ยังหวั่น ๆ ใจว่าจะไม่ได้เพระว่าเคยไม่ผ่านมาก่อน แต่ก็ได้กำลังจากคุณแพรว 2-3 อาทิตย์ก่อน ขอบคุณมากค่ะ แต่จริง ๆ ขวัญเตรียมเอกสารไปเยอะมากรวมทั้งของสามี แต่เค้าไม่ดูของสามีเลย ส่งกลับมา เอาแต่เอกสารที่เป็นชื่อของขวัญล้วน ๆ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ขอให้เรียนได้คะแนน ดี ๆ นะคะ คุณแพรว
จาก ขวัญ
สวัสดีค่ะ คุณแพรว
ต้นปีหน้าเดือน ม.ค 52 จะแต่งงานกับแฟนชาวเมกา ต้องเตรียมเอกสารในการทำ visa
อย่างไรบ้าง เพราะว่าต้องไปอยู่ที่นั่นเลย จะต้องมีเงินอยู่ในบัญชีประมาณเท่าไร
ถึงจะไม่ติดปํญหา และในการสัมภาษณ์ ถ้าภาษาอังกฤษเรายังไม่เก่ง จะเกิดปัญหา
อย่างไร และจะต้องแก้ปัญหาได้อย่างไร ถ้าบอกว่าก็ไปเรียนภาษาเพิ่มเติม
ก็ไม่ทันหรอกค่ะ เพราะว่าพื้นฐานของเราไม่ค่อยดี และถ้าถามว่าทำมั๊ยคุยกับแฟนได้
ที่คุยกันอยู่ทุกวันนี้ใช้วิธีเปิด dic และเขาเริ่มเรียนภาษาไทย ก็เลยทำให้พอเข้าใจได้
แต่ถ้าไปสัมภาษณ์ เข้าจะสัมภาษณ์อะไรบ้าง ตอนนี้ยังทำงานอยู่ในเมืองไทย
ทำงานที่นี้มาประมาณ 5 ปีกว่า จบปริญญาตรี อายุ 41 ปี ถ้าไปอยู่ที่เมกา แฟนให้
เป็นแม่บ้านเพราะว่าเขามีธุรกิจส่วนตัว แฟนจบด็อกเตอร์ อายุ 58 ปี และในประวัติ
การเงินของเรา ในส่วนของ เครดิต ไม่ค่อยดีเท่าที่ควรที่ผ่านมา (ปัจจุยังมีหนี้อยู่ประมาณ 3-4 แสน)
และมีเงินอยู่ในบัญชีไม่มากนัก มีคอนโดของตัวเอง (ยังผ่อนอยู่เหลือไม่ถึงแสน) มีรถของตัวเอง
ขอรบกวนช่วยแนะนำให้หน่อยน่ะค่ะ จะได้เตรียมตัว ขอบคุณค่ะ
Dear KhunTangmo,
Now I am on vacation and my notebook can not typing
in Thai.I try to provide u more information when I get
back home na ka. Anyway, can u tell me more information such as where u will get married in Thailand or US.This will make different about your situation ka.
Dear K.Plew
Thank you so much for about your answer me very fast. yesterday
I print detail visa other person at them ask you all item. may be think
might marry in US easy yes or not. If marry in Thailand someone
may be must wait visa 2-3 year yes or not. and you think that.
if I go to marry US i must what the visa. Please help advise.
when how is decorate already I don’t register with him will beer
fruit with me. now I work my position Sales & Marketing Ass’t
Manager salary 3x,xxx ฿. this company more than 5 year.
last company 10 year. and about for a document must prepare
I read other person already.
Excuse me and I’m sorry for English is not so good.
Thank you again na ka.
คุณแตงโม
จริงๆแล้วถ้าแต่งในอเมริกาได้จะดีคือจะได้กรีนการ์ดเร็วกว่า แค่หกเดือน หรือบางคนเร็วกว่านั้นอีก แต่ก่อนมาคุณต้องขอวีซ่าคู่หมั้น
แล้วเข้ามาที่นี่ การขอวีซ่าคู่หมั้งเอกสารหลักเขาจะดูที่ตัวแฟนคุณที่เป็นอเมริกันเป็นหลัก เช่นพวกรายได้ การเสียภาษี และหน้าที่การงานประมาณนั่น ยังไงดูรายละเอียดในเวปไซต์ของ USCIS โดยตรงนะค่ะ
เรื่องขั้นตอนและเอกสาร พอได้วีซ่าคุณต้องแต่งงานภายในสามเดือน
หลังจากเข้ามาเมกา ไม่งั้นก็ต้องกลับเมืองไทย ไม่แนะนำให้ขอวีซ่าท่องเที่ยวและมาแต่งงาน เพราะโอกาสที่จะถูกปฏิเสธในการขอกดรีนการ์ดมี ถ้ารู้ว่าจะแต่งแน่ๆ มาวีซา่าคู่หมั้นเลย จะทำให้การขอกรีนการ์ดง่ายขึ้น หลายคนที่รู้จักแต่งเมืองไทยตอนนี้สองปีแล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลยค่ะ
สวัสดีคะคุณแพรว
ต้องขอบอกว่า..ทุกคำถาม และคำตอบมีประโยชน์มากจริงๆ
อ่านแล้ว มองอะไรชัดเจนได้มากขึ้น…
ต้องบอกว่า..ทุกอย่างได้มา มันมีเหตุ มีผล ไม่ไช่ฟลุ๊ก
แต่ก้อบวกดวงเข้าไป ไม่ผิดหรอก (เพราะการตัดสิ้น คือเจ้าหน้าที่)
แต่เอกสารและความจริง คือสิ่งที่แน่นอน ตอนแรกก็กลัวมากๆ
เพราะอ่าน..แยะ ก่อนไปสัมภาษณ์ แต่พอได้ ก็จะรู้ว่า เค้ามีหลัก
ในการพิจารณา … ที่เหลือคือดวง..จริงๆ
ที่ว่าเพราะดวง..มีส่วนนั้น เพราะไม่มีใครตอบได้ว่า จะได้แน่ หรือไม่ได้
เอาใจช่วยทุกคนคะ..เพราะ ก่อนหน้านี้ ก็เกร็ง มากๆ …
ผ่านมาได้ ยังคิดเลยว่าโชคดีจัง..เรา
ขอบคุณ คุณแพรวแทนทุกคน เพราะเป็นประโยชน์จริงๆคะ
สวัสดีค่ะ คุณแพรว
ต้องขอขอบคุณมากน่ะค่ะที่ให้คำแนะนำ และขอให้คุณแพรวประสบความสำเร็จ
ในทุก ๆ ด้าน น่ะค่ะ ถ้าหากมีข้อสงสัยอะไรจะขอรบกวนข้อมูลอีกน่ะค่ะ
คือได้วีซ่าท่องเที่ยวเมกาแล้วค่ะถ้าอยากอยู่ต่อเพื่อเรียนภาษาเพิ่มเติมจะได้มั๊ยค่ะ เห็นเพื่อนบอกว่าต้องรับรองฐานะการเงินไปด้วยน่ะค่ะ ต้องมีเงินประมาณเท่าไหร่ค่ะ
ขอถามต่อค่ะแล้วหนังสือรับรองฐานะการเงินนั้นมีอายุหรือเปล่าค่ะ แล้วเงินนั้นเราสามารถถอนออกมาใช้ได้หรือเปล่าค่ะ
ไปวีซ่าท่องเที่ยวแ
ล้วไปเปลี่ยนวีซ่านักเรียน ที่นั่นได้ค่ะแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะผ่าน เขาต้องดูว่าทำไมมาวีซ่านักเรียนตั้งแต่แรก ทำไมมาเปลี่ยนใจอยากเรียนที่หลัง ก็ต้องเตรียมคำตอบให้ดี มีเงินในบัญชีเท่าไร ก็คือรายได้ต้องพอเพียงกับค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรและค่า้จ่ายในการกินอยู่ตลอดหลักสูตรค่ะ
หนังสือหนังรองรายได้นี่ไม่แน่ใจ แต่ก็น่าจะเป็นเดือนล่าสุดตอนยื่นเรื่องย้อนไปหลังหกเดือน ก็ติดพวกสมุดบัญชีตัวจริง
ไปด้วยก็ดีค่ะ
กลับมารบกวนอีกครั้งค่ะ
หวังว่าคุนแพรวคงจำAnnieหลานป้าได้นะคะ
นายทางนั้นอ่ะค่ะ เค้าบอกว่าจะช่วยทำเรื่องให้ป้า แต่ว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-4ปี
เค้าก้อถามว่าป้ายังจะรออยู่อีกรึป่าวเค้าจะได้จ่ายค่าทำเรื่องให้ก่อน 5000ดอลค่ะ
เค้าไม่ได้ดำเนินการเองค่ะ
เค้าบอกว่าเค้าให้ทนายเค้าดำเนินเรื่องให้
คุนแพรวคิดว่าเค้าจะขอวีซ่าตัวไหนให้หร๋อคะทำไมมันใช้เวลานานขนาดนี้
ป้าจะไม่แก่ก่อนหร๋อคะ
เค้าจะโกงป้าหรือเปล่าคะ(ประมานว่าถ้าป้าได้ไปป้าจะได้กลับมาหรือเปล่า)
ชักไม่แน่ใจเรยค่ะ
มีวีซ่าที่ขอนานเปน2-4ปีด้วยหรอคะ
คุนแพรวพอจะเดาออกมั๊ยคะว่านายเค้าจะขอวีซ่าตัวไหนให้อ่ะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณแพรว พอดีหญิงเพิ่งจะลองเข้ามาอ่าน web นี้แล้วได้อ่านข้อมูลที่คุณแพรวให้มีประโยชน์มาก แต่หญิงก็ยังมีคำถามที่อยากจะถามคุณแพรวอยู่ดี ขอเกริ่นประวัติก่อนน่ะค่ะ หญิงแต่งงานแล้วเมื่อต้นปี 51 ยังไม่มีลูก เงินเดือนหญิง 25000 เงินเดือนสามี 20000 ทำงานทั้งสองคนทำมาประมาณ 5 ปี หญิงมีเงินเก็บในออมทรัพย์ประมาณ 1 แสน ฝากประจำประมาณ 5 แสน ส่วนแฟนไม่มีเงินเก็บไม่มีฝากประจำเลย แล้วปลายปีนี้เราสองคนอยากไปเที่ยว usa ไปฉลองปีใหม่กันอะค่ะ ในใบ DS156 มีอยู่ข้อนึง เค้าถามว่าค่าใช้จ่ายใครเป็นคนออก ของหญิงเนี่ยหญิงก็จะตอบว่า Myself แต่ของสามีนี่สิค่ะจะตอบว่าใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายดีค่ะ หรือว่าจะให้พ่อเค้าออกค่ะ พ่อเค้าทำงานในตำแหน่งใหญ่ในธนาคารแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้มีภาระหนี้สินอยู่ด้วย หรือจะบอกว่าหญิงเป็นคนออก เครียดค่ะ รบกวนคุณแพรวช่วยตอบด้วยค่ะมืดแปดด้านแล้วค่ะ
คุณหญิง จริงๆแล้วขอวีซ่าไปเที่ยวก้ไม่ต้องมีเงินมากมาย
บางทีเขาไม่ดูบัญชีเงินฝากเลยก็มี สำคัญคือทำให้เขาเชื่อว่าไปแล้วกลับ คุณสองคนทำงานมา
ตั้งห้าปีแล้ว สามีก็มีเงนเดือนถึงไม่มีเงินเก็บ ก็บอกไปแหละว่าเขาออกเอง หรือสองคนเป็นสามีภรรยากันก็คือคนเดียวกันก็ช่วยกันออก
ตอนสมภาษณ์ก็อย่าพูดว่าจะไปนาน บอกไปแค่อาทิตย์สองอาทิตย์พอ ปกติตอนสัมภาษณ์ถ้ายู่ทะเบียนบ้านเดียวกันก็สัมภาษณ์พร้อมกันอยู่แล้ว
พยายามพูดในฐานะคุณสองคนเป็นครอบครัวเดียวกัน กระเป๋าเดียวกันประมาณนั้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องเผืื่อใจนะค่ะ
ว่าโอกาศได้กับไม่ได้มันพอๆกัน
ขอบคุณ คุณแพรวมากค่ะ พอดีป้าหญิงเค้าฝากถามมาว่าเค้าจะไปขอวีซ่าท่องเที่ยวกับพี่สาว คือป้าของหญิงอีกคนนะค่ะ ขอเรียกว่าป้าคนโตกับป้าคนเล็กนะค่ะ คือป้าคนโตมี วีซ่า 10 ปี แต่ป้าคนเล็กไม่มีวีซ่าเลย เคยไปแต่ ฮ่องกง กับ สิงคโปร์ ป้าคนเล็กไม่มีเงินเก็บในบัญชีเลย แต่ป้าคนโตพอมีประมาณไม่กี่แสน ป้าคนโตจะไปเที่ยวเลยชวน ป้าคนเล็กไป หญิงลองถามจากเวปอื่นแล้ว เค้าบอกให้ป้าคนโตเป็นสปอนเซอร์ให้ เลยอยากรบกวนถามคุณแพรวว่า
1. มี ตัวอย่างหนังสือ การเป็นสปอนเซอร์บ้างมั้ยค่ะ
2. หญิงเข้าไปอ่านเกี่ยวกับที่คุณแพรวนั่งเครื่องบินไป ซานฟราน เค้าต้องมีกรอกอะไรก่อนที่เครื่องจะลงด้วยหรอค่ะ พวกภาษีอะไร ยังไงค่ะไม่ค่อยเข้าใจ
3. ถามเผื่อได้ไปว่า ถ้าเกิดเราบอกว่าเราจะไปเที่ยวกับทัวร์ตอนสัมภาษณ์ที่เมืองไทย แต่พอไปถึงนู้น เวลาที่ตม.สัมภาษณ์ เราไม่ได้มากับทัวร์เราจะตอบเค้ายังไงดีค่ะ แบบมีเพื่อนไปเรียนภาษาอยู่ที่นู้นจะให้เค้าพาเที่ยว แต่คงไม่บอกเค้าหรอกค่ะว่ามีคนรู้จักอยู่ที่นั้น ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงซะด้วย
รบกวนหน่อยนะค่ะ อย่าเพิ่งรำคาญนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
จะสัมภาษณ์วีซ่าท่องเที่ยววันที่ 23 ก.ย. 2008 กับพี่สาวที่แต่งงานกับคนแคนาดาซึ่งอาศัยอยู่ที่กทม. ทำงานให้กับบริษัทอเมริกัน
พี่เขยเค้าต้องไปทำงานที่อเมริกาประมาณ 2 อาทิตย์ เค้าจึงชวนพี่สาวกับดิฉันไปเที่ยว ในขณะที่เค้าทำงานอยู่ที่นั่น
แต่ดิฉันต้องการไปทำงานที่ร้านอาหารไทย แทนเพื่อนที่กำลังทำอยู๋(เค้าได้งานใหม่แล้วจะออก รอดิฉันไปทำงานแทน) เจ้าของต้องการให้ขอวีซ่าท่องเที่ยวที่สามารถอยู่ได้ 6 เดือนเป็นอย่างต่ำ และหลังจากนั้นเค้าจะจัดการติดต่อเรื่อง work permit ให้ ซึ่งจะทำได้มั้ย??
- ทางอเมริกา เค้าจะเช็คไหม ที่ดิฉันขอวีซ่ามาเที่ยว 2 อาทิตย์ แต่อยู่นานจนครบกำหนดวีซ่า แล้วยังจะทำเรื่องต่อ เพื่อขอ work permit อีก ??
- ถ้าได้วีซ่าแล้วเราจะได้อยู่ถึง 6 อาทิตย์มั้ย ปกติเค้าได้อยู่กันนานเท่าไหร่ ??
ขอบคุณมากๆๆค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณแพรว
เมื่อวัน พฤหัสไปขยื่นวีซ่าวีซ่าที่ยื่นเป็น j1 วีซ่า นาไปอเมริกาในโครงการ Intership program เป็นระยะเวลา 1 ปี และเอกสารที่เตรียมไปครบทุกอย่าง ทังประสบการณ์ในการทำงานและ ผลการตอบรับของอเมริกา ก็ชัดเจน แล้ว สถามทูต ช่อง 9 เป็นผู้หญิง ต่างชาติ ตัวอ้วน นั่งทำหน้ายักษ์ใส่ เราสวัสดี เค้าก็ทำท่าทางแทบอารมณ์ไม่ดี พอ มาถึงเวลาเค้าถามว่า
-ไปกี่เดือน
-เคยไปมาแล้ว ใช่ไหม อยู่ที่ไทยทำงานอะไร
แล้วทำไหมถึงกลับไปอีก ซึ่งคำถามนี้เป็นคำถามที่ถาม บ่อยมาก
สักพัก เค้าก็บอกว่าไม่ผ่านนะเพราะเราไม่มีความมั่นคง ทาง เศรษฐกิจ และ สังคม และเค้าบอกว่าฉันไม่เค้าใจคุณว่าทำไหมคุณถึงต้องกลับไปที่เดิม ฉันไม่เข้าใจ แต่เมื่อ เราอธิบายเค้าก็ไม่ฟังเราเลยนะ งง มาก เสียเงิน 4000 เพียงแค่ 2 นาที แล้วก็ตัดสิน เราว่า ไม่มีความเหมาะสม ที่จะไปอเมริกา
คุณแพรว แล้วถ้าเราจะขอใหม่อีกรอบ ประมาณ สัก 30 วันจะได้ไหมค่ะเพราะว่านาบอกกันนายจ้างที่นู่นว่าวีซ่าไม่ผ่านและเค้าสามารถที่จะช่วยอะไรเราไดบ้างไหมค่ะในการที่วีซ่าจะผ่านและถ้าจะขอใหม่อีกรอบจะมีความเป็นไปได้ไหมค่ะ
“_”"_”"_”ตอนนี้รู้สึกแย่มากเลยค่ะไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ ช่วยให้คำปรึกษาหนูด้วยนะค่ะ…
นานา
เออ เสียใจด้วยค่ะ เข้าใจ แต่อย่างที่รู้แหละขอวีซ่าอเมริกา มันไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ บางทีเอกสารเราครบ
ก็ไม่ให้ซะงั้น ในความคิดตัวเองคิดว่าไม่เหมาะแน่ที่จะยื่นอีกในช่วงเวลาแค่หนึ่งเดือน เพราะเขาจะมองว่าแค่หนึ่งเดือนสถานการณ์อะไรต่างๆของเราก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่ๆ และถ้าโดนปฏิเสธมันจะดูแย่ไปกันใหญ่
เพราะมันจะกระต่อการขอในอนาคตของเราด้วย ตอนนี้อย่างที่รู้ว่าเศรษฐกิจอเมริกาถดถอยมากถึงมากที่สุด
ดังนั้นเป็นธรรมดา เขาก็๋ไม่อยากให้คนต่างชาติเข้าไปแย่งงาน เพราะตอนนี้คนของเขาเองก็มัอัตรว่างงานเพิ่มสูงขึ้นมาก บอกได้ช่วงนี้จะขอวีซ่ายากมากขึ้นค่ะ หลายบริษัทปลดคนออกคนที่เขาปลดคือคนต่างชาติที่มี work permit ก่อนเลย ไม่่แต่อเมริกา อังกฤษตอนนี้ก็เข้มมากเรื่องคนต่างชาติเข้าประเทศเพราะปัญหากลัวเข้ามาแย่งงาน… แนะนำว่าลองปรึกษากับบริษัท หน่วยงานที่รับเราไปฝึกงานว่าเขาจะช่วยอะไรได้บ้างค่ะ
ขอบคุณนะค่ะคุณแพรว
ตอนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีเลยเศร้ามากเลย และติดต่อนายจ้างเค้าบอกว่าน่าจะผ่านนะแต่ทามไหมเราไม่ผ่านและเค้าสามารถที่จะช่วยอ่ะไรเราบ้างไหมค่ะ เค้าบอกว่าไม่รู้จะช่วยยังไงดี คุณแพรวมีวีธีช่วยชี้แนะได้ไหมค่ะ ถ้าเราจะยื่นอีกครั้งทำยังไงถึงจะผ่าน และทางอเริกาจะช่วยยังไงได้บ้าง
และเอเจนที่ไทย เป็นเอเจนที่แย่มาก เค้าไม่สามารถให้คำปรึกษากะเราได้เลย ว่า เราควรจะทำยังไง พอเค้าแนะนำ ก็ต้องเสียเงินตลอดเลย จะเก็บเงินจากเราอย่างเดี่ยว โดยไม่คิดถึง หัวใจเราบ้างเลยว่าเรารู้สึกยังไงในตอนนี้ ตอนนี้ก็รู้สึกแย่ ถึง แย่ที่สุดแล้ว
คุณแพรวช่วยชี้ทางให้หน่อยได้ไหมค่ะว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี
ขอบคุณค่ะ
เข้าใจค่ะแต่ไม่รู้จะแนะนำยังไง เใเมื่อนายจ้างทางโน้นขเาก็ช่วยเต็มที่ ทางสถานทูตยังไม่ให้ผ่าน อย่างที่บอกค่ะอย่ารีบขอซ้ำๆติดกันๆเลย ไม่ผ่านจะดูแย่กว่าเดิมค่ะ รอจังหวะให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เมกามันดีขึ้น
แล้วค่อยขอใหม่ดีกว่า
สวัสดีค่ะคุณแพรว ชื่อแพรวเหมือนกันค่ะ คือขอเรียกว่าพี่แพรวนะค่ะ คือว่าตอนนี้แพรวกำลังเรียนอยู่ที่รามค่ะ ใกล้จะจบแล้วเหลืออีกประมาณ 9 หน่วยกิตก็จะจบแล้วค่ะ จบประมาณเทอม2 สอบเดือนมีนาคม52ค่ะ แพรวกำลังจะไปขอวีซ่าไปอเมริกาค่ะ พอดีไปเจอแฟนเก่าพี่ชายไปแต่งงานและมีธุรกิจส่วนตัวที่โน้นและเขาอยากให้แพรวไปช่วยเขาขายของช่วงปลายปีนี้ค่ะ ประมาณเดือนครึ่ง เลยให้แพรวไปขอวีซ่าท่องเที่ยวดูถ้าได้ก็ให้ไปทำงานกับเขาและเขาจะพาไปเที่ยวตอนปีใหม่ค่ะ เลยอยากถามพี่แพรวถ้าแพรวไปขอวีซ่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้างค่ะ ตอนนี้ที่เตรียมไว้มี
1.ใบรับรองสภาพนักศึกษา+ใบเช็คเกรด
2.หนังสือเชิญจากพี่ที่อยู่ที่อเมริกา (เขียนที่เมืองไทยนะค่ะ เพราะว่าตอนนี้เขา+แฟนเขาอยู่ที่เมืองไทยค่ะ)
3.หนังสือรับรองการทำงานของพ่อ+แม่ค่ะ ของพ่อ 8 ปี เงินเดือน 1x,xxx และของแม่ 27 ปี เงินเดือน 2x,xxx ค่ะ
4.statementของพ่อก็เคลื่อนไหวไม่มากค่ะ แต่มีเป็นเงินฝากประจำของออมสินอีก100,000 บาทค่ะแล้วยังต้องใช้อย่างอื่นเพิ่มเติมอีกไหมค่ะ
ขอบคุณนะค่ะ คุณแพรว
ตอนนี้นาก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เอเจนที่อเมริกาก็ถามเราว่าจะยื่นอีกครั้งไหม นาก็ไม่รู้ว่าจบอกเค้าว่ายังไง แต่นาบอกว่าฉันอยากยื่นอีกครั้งนะแต่ฉันกลัวในการที่จะไม่ผ่านอีกรอบสอง เพราะว่าถ้าไม่ผ่านฉันคงจะแย่ และ คงจะไม่ได้เดินทางเข้าประเทศอเมริกาแน่นอน มันคงจะยากสำหรับฉัน
นาเลยบอกเค้าไปอย่างนี้เพราะนาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอายังไงดี เพราะการตัดสินใจทุกครั้งก็ต้องใช้เงิน นาเลยไม่รู้จะทำยังไงต่อดี
และนาดันไปยื่นลาออกจากงานเก่าที่ทำอยู่แล้วเค้าก็เซ็นอนุมัติ เพราะเค้าคิดว่าวีซ่าน่าจะผ่าน ผลสรุปงานก็ต้องออก วีซ่าก็ไม่ผ่าน อืมแย่จัง ทำไหมน๊า เหนื่อยจังคุณแพรว ไม่มีแรงแม้จะหางานใหม่เลย เซ็ง กะ ชีวิต
ขอบคุณนะค่ะ คุณแพรว
ตอนนี้นาก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เอเจนที่อเมริกาก็ถามเราว่าจะยื่นอีกครั้งไหม นาก็ไม่รู้ว่าจบอกเค้าว่ายังไง แต่นาบอกว่าฉันอยากยื่นอีกครั้งนะแต่ฉันกลัวในการที่จะไม่ผ่านอีกรอบสอง เพราะว่าถ้าไม่ผ่านฉันคงจะแย่ และ คงจะไม่ได้เดินทางเข้าประเทศอเมริกาแน่นอน มันคงจะยากสำหรับฉัน
นาเลยบอกเค้าไปอย่างนี้เพราะนาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอายังไงดี เพราะการตัดสินใจทุกครั้งก็ต้องใช้เงิน นาเลยไม่รู้จะทำยังไงต่อดี
และนาดันไปยื่นลาออกจากงานเก่าที่ทำอยู่แล้วเค้าก็เซ็นอนุมัติ เพราะเค้าคิดว่าวีซ่าน่าจะผ่าน ผลสรุปงานก็ต้องออก วีซ่าก็ไม่ผ่าน อืมแย่จัง ทำไหมน๊า เหนื่อยจังคุณแพรว ไม่มีแรงแม้จะหางานใหม่เลย เซ็ง กะ ชีวิต
สวัสดีค่ะคุณแพรว
จริงๆเราไม่ได้ชื่อแพรวหรอก แต่เพื่อนเขาคงเดาเอาจากคำภาษาอังกฤษที่เราใช้..
อือ ควรจะให้คนที่เชิญเราไป ซึ่งเป็น citizen or greencard แสดงพวกรายได้ของเขาด้วยค่ะ
ประมาณว่าเขาสปอนเซอร์ให้คุณไป ว่าจะจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายอะไรต่างๆให้ระหว่างที่คุณไปเที่ยวค่ะ เพราะ
รายได้ของคุณพ่อกับคุณแม่ก็ไม่มากเท่าไรอะ แถมคุณยังไม่มีงานการทำ เรียนก็ยังไม่จบ คือมันดูไม่ดีค่ะ คุณไม่มีความผูกพันอะไรที่นี่ ทำให้เขาสงสัยได่ว่าไม่ได้ไปเที่ยวแน่ๆ อาจแอบไปทำงาน แต่ถึงญาติที่อยู่ที่โน่นจะบอกเป็นสปอนเวอร์ให้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้แน่ๆนะค่ะ ก็ลองดูค่ะ วันสัมภาษณ์เอาสมุดบัญชีเงินฝากอะไรของพ่อ แม่ที่เป็นเล่มจริงไปด้วยนะค่ะ พร้อมกับหนังสือรับรองการทำงานและเงินเดือน..
ออ ชื่อไรค่ะ
ชื่อ นานะค่ะ
คือนาเข้าร่วมโครงการ Intership program เป็นโปรแกรมสำหรับนิสิตจบใหม่และมีประสบการณืในการทำงานในด้านการโรงแรม และในตอนนี้นาก็ทำงานที่โรงแรม มีเอกสารการทำงานทุกอย่าง และเอกสารที่โน่น ก็รับรองว่าเราได้เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะนาต้องติดต่อ เอเจนที่ไทย เอเจนอเมริกา และนายจ้าง ตอนแรกนาให้เอเจนเป็นคนติดต่อ แต่แล้ว ในตอนนี้นาต้องเป็นคนติดต่อทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยเอเจนที่ไทยแย่มาก เงียบ ไม่ติดต่อเราเลย เราต้องเป็นฝ่ายติดต่อกลับไปหาเอง ซึงตอนนี้นาเหนื่อยมาก ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าเราไม่ยื่นต่อเรก็ต้องโดนหักเงินปะมาณสามหมื่นรวมทั้งหมดแล้วนะค่ะ หรือเราคิดที่จะยื่นต่อ เราก็ต้องเสียค่าจัดส่งเอกสาร ใหม่ค่าวีซ่าใหม่ ตอนนี้นาไม่รู้จะทำยังดีเลย เหนื่อยหนายกะชีวิตเหรอเกิน ค่ะ คุณแพรว ช่วยนาด้วยนะค่ะ
หวัดดีค่ะ..
อาดาค่ะ วันนี้เพิ่งไปขอวีซ่ามาค่ะ ไปขอ 3 คน (พี่สาว ตังเอง แม่) ปรากฎว่า แม่ผ่านค่ะ โดยที่แม่ไม่โดนสัมภาษณ์อะไรเลย ยืนอยู่เฉยๆ ส่วนอาดากับพี่สาวไม่ผ่านค่ะ หลักฐานการทำงาน หรือเอกสารต่างๆเตรียมไปครบหมดทุกอย่างแต่ปรากฏว่า ของอาดาเค้าขอดูแค่หนังสือรับรองการทำงาน แค่อย่างเดียว (หรือจะให้พูดอีกที่ก็ไม่ได้ขอดูหรอกค่ะ อาดาเห็นเค้ารับไปแล้วหก็เปิดผ่านๆแค่นั้น) ส่วนพี่สาวขอดูหนังสือรับรองการทำงาน กับ book bank แค่นั้นจิงๆ และคำถามอีก 2-3 คำถาม แล้วก็คำตอบคือไม่ผ่าน ความรู้สึกตอนนั้นมันเสียความรู้สึกสุดๆเลยค่ะ กลับมาที่บ้านร้องไห้กันใหญ่เลย อาดากับพี่สาวเตรียมตัวกันตั้งเกือบปี หลักฐานทุกย่างเตรียมพร้อมคำถามต่างๆ ก็เตรียมกันอย่างดี แต่ผลออกมาแบบนี้หมดกำลังใจเลยค่ะ ไม่ทราบว่าเค้าวัดตัวเราจากอะไรเหรอคะ หรือว่าคนที่เป็นโสดหรือคนที่หย่าแล้วไปเที่ยวอเมริกาไม่ได้เหรอคะ (ลืมบอกไปค่ะ อาดากับพี่สาวโสดกันหมดเลย) ถ้าเค้าไม่เชื่อใจเราทำไมเค้าไม่ขอดูเอกสารต่างๆ ของเราล่ะคะ คือแบบว่าอาดาตั้งใจจะยื่นเอกสารให้เค้าดูเหมือนกันแต่ปรากฎว่าเค้าไม่เปิดโอกาสให้เลยสุดท้ายก็ไม่ผ่าน แต่คนที่ผ่านกลับเป็นแม่ซึ่งไม่ได้เตรียมตัวเตรียมหลักฐานอะไรเลย เฮ้อแล้วอย่างนี้แม่ได้แล้วจะมีผประโยชน์อะไรคะ ในเมื่อลูกจะพาไปเที่ยวและเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ แล้วลูกก็ดันไม่ผ่านทั้ง 2 คน คิดแล้วเจ็บใจค่ะ เมื่อเป็นอย่างนี้อาดาสามารถยื่นขออีกทีได้ไหมคะ และต้องทิ้งช่วงห่างแค่ไหนคะ … เศร้าจัง….
ขอบคุณนะค่ะคุณแพรว แต่แพรวไม่ได้ขอเอกสารทางการเงินของเพื่อนพี่ที่โน้นไว้อ่ะค่ะ แต่มีอาที่ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ถ้าให้อาเป็นสปอนเซอร์ให้จะดีกว่าไหมค่ะ
ก็ใครก็ได้ค่ะ แต่ตอยนสัมภาษณ์ไม่ควรพูดนะค่ะว่าจะไปช่วยพี่ทำงาน พูดว่าไปเที่ยวอย่างเดียวพอ
คุณอาดา เอจำไม่ได้ว่าคุณอาดาขอเป็นคร้ังที่สองใช่ไม๊ ถ้าใช่แล้วโดนปฏิเสธอีกแล้วขอแนะนำว่าท้ิงช่วงยาวเป็นปีเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะถ้าโดนเป็นครั้งที่สามละก็โอกาศจะโดนแสตมว่าไม่ต้องมาขออีกแล้วจะสูงนะ มีญาติกันนี่แหละขอซ้ำๆแล้วก็ไม่ได้ สุดท้ายเขาแสตมเลยอะ เสียใจด้วยจริงๆ ถามว่าเขาดูอะไรเราเหรอ อันนี้ตอบยากมาก อย่างที่บอกว่าก็ความผูกพันกับเมืองไทยเป็นหลัก อายุการทำงาน หน้าที่การงานการเงิน อย่างตัวเองตอนขอก็อายุสามสิบแล้ว ทำงานมาสิบปี เงินเดือนก็พอควร ประวัติการศึกษาก็โท มหาลัยดี ไม่รู้ว่าเกี่ยวป่าวนะ แต่มีคนเคยบอกว่า ถ้าคนจบมหาลัยดีๆ จะของ่ายกว่า พิสูจนืไม่ได้่ว่าจริงไม๊ บางคนถึงกับบอกว่าถ้าจบราชภัฏอะไรประมาณนั้่นและอายุยังน้อย อายุงานน้อยยากมาก อ้นนี้คนอื่นเขาเดาๆนะ ดูจากสถิติแล้วประมวลดู ดวงๆๆๆจริงๆ แต่ตอนนี้อย่างที่ย้ำกับหลายคนว่า เมกาเศณษฐกิจตกต่ำมากช่วงนี้ คนเขาเองตกงานเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการขอวีซ่าช่วงนี้จะยากมากขึ้นด้วย เขาก็ระวังไม่อยากให้คนเข้าไปแย่งงานคนข้างในประเทศ อาดา..มีที่เที่ยวที่ีอื่นอีกเยอะ ไปเที่ยวที่ีอื่นก่อน ถ้าเรามีประวัติไปเที่ยวประเทศอื่นๆ ยิ่งถ้าเป็นยุโรปหรือญี่ปุ่นมาแล้ว จะช่วยให้การขอวีซ่าไปเมกามีโอกาศมากขึ้น
อาดาขอครั้งแรกค่ะ ตอนแรกคิดว่ามีญาติอยู่ที่นั่นแล้ว ทางกงสุลสามารถเช็คได้จากญาติว่าเราไปเที่ยวจริงไหม คิดว่าน่าจะพออนุโลมให้อยู่ แต่นี่ reject หมดเลย ถ้าเค้า reject อาดาคนเดียวยังพอมีเหตุผลนะคะ แต่พี่สาวก็โดนด้วย ในขณะที่พี่สาวมีภาษีดีกว่าอาดาตั้งเยอะ น่าจะได้ คนที่ได้กลับเป็นแม่คนเดียว ยืนเป็นแค่แบ็คกราวด์แท้ๆ เค้าไม่ถามไม่ดูเอกสารของแม่เลยแม้แต่น้อย วีซ่าผ่านเฉยเลย แม่ยังบ่นเลยค่ะว่าแล้วจะให้ฉันผ่านทำไมเนี่ยะ ถึงผ่านก็ไปไม่ได้ เศร้าจังเลยค่ะ…
แสดงความเสียใจด้วยนะค่ะ นารู้ว่ามันเศร้ามากเลย เพราะตอนนี้นาก็โดนการปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลเลย คือว่าง่ายๆๆๆๆๆๆๆๆสถานทูตไม่มีบรรทัดฐานอะไรเลยว่าคนนี้จะผ่านหรือไม่ผ่าน เฮ้ย!!!!!!!!!อย่างว่าประเทศเค้าเป็นประเทศใหญ่ใครๆๆๆก็อยากไป แต่ไม่น่าทำกะเราอย่างนี้เลย แล้ว อาดา สอบสัมภาษณ์ช่องไหน ผู้ชายหรือผู้หญิงค่ะ ของนาช่อง 9 เป็นผู้หญิงอ้วน หน้าดุ เกลียดมากเลย
อาดาสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ค่ะ อาดาได้ช่อง 3 เป็นผู้ชายฝรั่ง ยังหนุ่มๆ อยู่เลย อาดาเห็นเค้าพูดกันในเน็ตว่าคนนี้ใจดี เค้าจะพยายามช่วยเรา พอไปเจอกับตัว เอ๋อเลยค่ะ หน้าเราเค้ายังไม่มองด้วยซ้ำ
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะค๊ะคุณอาดา แต่ว่าอย่าท้อถอยนะค๊ะ เราเองก็เคยโดน reject หลายครั้งนะค๊ะ แต่ก็พยายามสู้ สู้ ค่ะ สุดท้ายก็ได้นะค๊ะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
คุณขวัญ ขอวีซ่าหลายรอบเหรอคะ แล้วคุณขวัญเว้นช่วงการขอวีซ่าประมาณกี่เดือนค่ะ คือว่านา โดน reject เมื่อ อาทิดที่แล้วยังรู้สึกเศร้าไม่หายเลย แล้วตัดสินว่าจะขอใหม่ดู แต่ไม่รู้ว่าจะเว้นประมาณเทาไร กี่เดือนถึงจะเหมาะสม นาไม่รู้ว่าจะเว้นสักกี่ช่วงดี
หวัดดีครับคุณแพรว
คือว่าผมมีคนรู้จักอยู่ที่อเมริกาอะครับ (เขาเป็นเพื่อนน้าครับ)ตอนนี้เขาเปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่นั้นอะครับ เข้าจะขยายสาขาเพิ่มครับ เขาก็ชวนผมไปลงทุนแบบเป็นหุ้นส่วนกันครับ ผมไม่มีวีซ่าผมจะสามารลงทุนได้มั้ยครับ และ ถ้าลงทุนไปแล้วเขาจะสามารถยื่นขอวีซ่าให้เราได้มั้ยครับในฐานะที่เราเป็นหุ้นส่วน และถ้าเขายื่นขอวีซ่าให้เราได้ จะใช้เวลานานมั้ยครับ
ขอบคุณครับ
ลองให้คนที่เขาชวนไปทำเรื่องวีซ่าให้ก่อนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยไป แต่ถามว่าใช้เวลานานไหมก็น่าจะพอควรไม่น่าจะเร็วกว่าสองเดือนหรือนานกว่านั้น
หวัดดีคับ..มีเรื่องจะรบกวนถามน่ะคับ
คือผมอยากจะเดินทางไปซานฟราน ประมาณต้นปีหน้าน่ะคับ
เพื่อนผมจะเดินทางไปเรียนภาษานะคับ แล้วผมกะว่าจะเดินทางไปอยู่กัยเพื่อนน่ะคับ
แต่ผมไม่มีเอกสารรับรองการทำงาน ผมทำงานเปนช่างแต่งหน้าและช่างทำผม อิสระนะคับ
เรียนจบสถาบันวิชาชีพ เสริมสวยนิรันดร์ืรัตน์น่ะคับ เราจะใช้ใบประกาศไปยื่นแทนวุฒิการศึกษาไดมั้ยคับ
คือผมจบแค่มอต้นน่ะคับ แต่มีคุณน้าจะเป็นสปอนเซอร์ให้นะคับ
หรือมีอีกทางนึงคือจะให้ป้าของเพื่อนรับรองผมได้มั้ยแต่ป้าของเพื่อนอยุ่อีกเมือง west palm beach Florida
ยังไงก้อรบกวนทีนะคับ เพราะผมก้อไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดีอ่ะคับ
อือคุณทำงานอิสระคงต้องพยายามแสดงให้เห็นว่าโอเคทำงานอิสระแต่มีรายได้ประจำคือมีเงินเข้าออกในบัญชีสม่ำเสมอ เรื่องการศึกษาคงไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นคือเขาต้องการการพิสูจน์ว่าคุณมีความผูกพันกับเมืองไทย คือไปแล้วกลับ แต่ตอนนี้คุณการงานก็เรียกว่ายังดูไม่มั่นคง มันทำให้เขาคิดได้ว่าไปแล้วคุณอาจไม่กลับอาจไปแอบทำงานที่โน่นประมาณนั้น คุณมีบ้าน มีอะไรที่ต้องผ่อน หรืออะไรที่เป็นของตัวเอง คือมีอะไรที่จะแสดงได้ไหมว่าคุณต้องกลับเมืองไทยแน่นอนหลังจากไปเที่ยว คนสปอนเซอร์ก็ไม่ใช่ประเด็นหลักเช่นกัน
ประเด็นคือความมั่นคงและความผูกพันกับเมืองไทยของตัวคุณมากกว่า
เรื่องมีอยู่ว่าผมมีภริยาอยู่ที่อเมริกาซึ่งได้จดทะเบียนที่เมือ่งไทยแต่มีปัญหากับพ่อแม่เขาและได้ย้ายครอบครัวไปอยู่อเมริกากันหมดซึ่งครั้งแรกเราก็ยังติดต่อกันดีต่อมาครั้งหลังก็เงียบไปผมอยากทราบที่อยู่ของเขาที่อเมริกาผมส่งกระทู้มาหากใครทราบบอกผมด้วยผมไม่ทราบว่าจะไปตามได้ทีใดและจะตามอย่างไรเรื่องมันหลายปีแล้ว ภริยาผมชื่อ เสมอแข ปันยารชุน ถ้าท่านใดรู้จักกรุณาแจ้งให้ผมทราบด้วยผมทำอะไรไม่ถูกจริงๆ
หวัดดีคะ กำลังหาข้อมูลขอวีซ่าไปเมกา ประมาณต้นเดือนเมษายน 52 คะ เพื่อไปเยี่ยมสามี กะว่าจะขอลาไป 1 เดือนคะ (ที่ทำงานไม่มีปัญหา) ขอควมรู้หน่อยนะคะคือเป็นข้าราชการและแต่งงานแล้ว สามีเป็นคนไทยแต่ไปทำงานอยู่เมกาประมาณ 30 ปี ได้ซิติเซ่นแล้วและก็มีบัตรประชาชนเป็นคนไทยด้วย จดทะเบียนสมรสที่เมืองไทยสามีใช้บัตรคนไทยจดทะเบียนสมรสเแต่fungไม่ได้เปลี่ยนามสกุลคะ fung ยังต้องทำงานที่เมืองไทยอยู่ยังไม่ประสงค์จะไปอยู่เมกาถาวร ตอนนี้ก็กำลังผ่อนบ้านผ่อนรถอยู่คะ ถ้าเค้าถามถึงสถานภาพของสามีต้องตอบว่าอย่างไรคะ ต้องให้สามีทำหนังสือหรือไม่อย่างไร จะรอคำตอบคะ
คุณ Fung จริงๆของคุณจะขอวีซ่าแบบท่องเที่ยวก็ได้ หรือจะขอวีซ่าคู่สมรสก็ได้ แต่ถ้าขอวีซ่าคู่สมรสก็จะยุ่งยากกว่าเพราะสามีที่อยู่ที่โน่นต้องแสดงพวกรายได้และการเสียภาษีอะไรต่างๆ เอกสารจะเยอะกว่า คิดว่าจะไปเยี่ยมแค่หนึ่งเดือนและตัวคุณเป็นข้าราชการด้วย ปกติข้าราชการจะขอวีซ่าง่ายกว่าอยู่แล้วค่ะ ยิ่งหน่วยงานที่ทำมีหนังสือรับรองมาให้ แนะนำว่าบอกว่าไปเที่ยวค่ะอาจไม่ต้องพูดถึงสามีเลย เตียมข้อมูลว่าไปเที่ยวกับใครที่ไหนอย่างไร กลับเมื่อไร แต่ถ้าเขาถามก็บอกความจริงค่ะ ก็ต้องยืนยันว่าเรามีงานที่นี่ไม่ต้องการอยู่อเมริกา แค่อยากไปเที่ยวและไปเยี่ยม เพราะบางทีเขาจะถามค่ะว่ากรณีคุณขอวีซ่าแบบถาวรได้ทำไมไม่ขอ แตกรณีคุณเป็นข้าราชการมันก็ตอบไม่ยากเพราะงานเรามั่นคงดีและเราก็มีภาระเร่องบ้าน
ขอบคุณ คุณ plew มากคะ จะทำตามคำแนะนำคะ
พี่แพรวคะ คือว่าหนูอยากจะไปเมกา โดยขอวีซ่าท่องเที่ยว และตั้งใจจะเดินในเดือนมีนาคะพี่ (เป็นเดือนที่หนูเรียนจบแล้ว) คือหนูคิดว่าหนูจะไปขอวิซ่าเดือนธันวา แล้วในช่วงเดือนธันวาหนูยังเป็นนักศึกษามหาลัยอยู่ หนูสามารถใช้ใบรับรองการเป็นนักศึกษามหาลัยได้ไหมคะเพื่อเป็นเอกสารรับรองอย่างหนึ่งในการขอวีซ่า คือหนูไปแล้วจะต้องกลับมาแน่นอนช่วงก่อนเดือนมิถุนา เพราะหนูต้องกลับมารับปริญญา หนูจะเอาเหตุผลนี้มาใช้เพื่อสัมภาษณ์ได้ไหมคะว่ายังงัยก็ต้องกลับมารับปริญญาแน่ๆ(เป็นมหาลัยของรัฐบาล) หรือหนูจะต้องหาใบรับรองอะไรอีกไหมคะเกี่ยวกับการกลับมารับปริญญาของหนู
ขอแก้จากขอวิซ่าเดือนธันวา เป็นเดือน มกรา คะพี่
แล้วถ้าหนูมีเพื่อนรู้จักกันอยู่ที่เมกา หนูจะให้เพื่อนเขียนจดหมายเชิญได้ไมคะ
ก็ต้องลองดูค่ะ แต่น้องยังไม่มีงานทำเป็นนักศึกษาประเด็นสำคัญคือใครออกค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวให้เรา ก็ต้องแสดงให้ชัดว่าเรามีเงินไปเที่ยวแน่ๆ เอกสารพวกนั้นน้องคงทราบแล้ว หนังสือรับรองการเป็นนักศึกษาก็แสดงไปก็มันไม่มีเอกสารอื่นๆนี่นา เพราะเรายังไม่ได้ทำงาน เรื่้องต้องกลับมารับปริญญาก็ดูเป็นเหตุผลที่โอเคแต่ถ้ามีเอกสารอะไรมาแสดงเช่นกำหนดวันอะไรประมาณนั้นก็น่าจะดีขึ้นหรือแผนการหรือการสมัครสอบปริญญาโท ไม่รู้สิอะไรที่มันทำให้ดูหนักแน่นว่าเราจะกลับแน่ๆ เพื่อนที่โน่นให้เขาเขียนมาเชิญก็ได้แต่ก็ไม่มีใครยืนยันว่ามันช่วยได้จริงๆ อีกอย่างเพื่อนเขาทำอะไรที่นั่น ถ้าเขาเชิญเขามีศักยภาพพอที่จะดุแล ซัพพอร์ตเราระหว่างอยู่ที่นั่นได้ไหม ก็คงต้องลองดูค่ะ โชคดีค่ะ
สวัสดีครับ..คือผมจะสัมภาษณ์วีซ่า 9กุมภา52เดือนหน้าครับรบกวนถามว่าผมจะเดินทงไปกับบ.ทัวร์ผู้ใหญ่3คนและเด็ก1คนเด็กต้องเสียเงิน4500ด้วยหรืไม่ครับผเปิดร้าขายเสื้อผ้าโดยสัญญาเช่าปี/ปีและอีก1ร้านโดยห็นกับพี่สัญญา/ปีเหมือนกันและกรอกเอกสารขอวีซ่าเองทั้งหมดส่ววเงินในบัญชีก็ประมาณ400000บาทในส่วนของผมเองไม่ทราบว่าเพียงพอมั้ยครับในการยื่นขอสัมภาษณ์
หวัดดีค่ะ คุณ plew
อาดาเองค่ะ (ไม่แน่ใจว่าจำได้ไหม ที่เคยสอบถามเรื่องขอวีซ่าบ่อยๆ) พอดีอยากรบกวนสอบถามเศรษฐกิจที่เมกาเป็นยังงัยบ้างคะ พอดีว่าอยากจะไปขอวีซ่ากับพี่สาวอีก ไม่แน่ใจว่าจะยังน่ากลัวไหมคะช่วงนี้ (กลัวพลาดอีกกกกแล้วจะเสียจัยทีหลัง เหมือนปีที่แล้ว)
เห็นเค้าบอกว่าถ้าคนในครอบครัวไปเที่ยวแล้วกลับมาก็จะเป็นผลดีกันคนที่จะไปขอต่อไป ไม่ทราบว่าเกี่ยวกันไหมคะ เพราะว่าตอนนี้แม่ไปเที่ยวที่นั่น ตอนแรกก็กะว่าจะไปแค่เดีอนเดียวตอนนี้ก็ว่าจะขออยุ่ต่ออีก 1 เดือน ก็เลยคิดว่าจะรอให้แม่กลับมาก่อนแล้วค่อยไปขออีกทีประมาณช่วงสิ้นปี จะดีไหมคะ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
จำได้ค่ะคุณอาดา เศรษฐกิจอเมริกาก็ยังไม่ดีค่ะ แต่มันก็กระทบแค่กับคนบางกลุ่ม
แต่เท่าที่เห็นก็มีร้านใหญ่ๆปิดตัวกันมากพอดู ทำเอาใจหายร้านที่เคยช็อปหายไปซะแล้ว
ห้างบางห้างก็เงียบๆไปพอสมควร
คนทำงานหลายคนก็บ่นว่าโดนลดชั่วโมงการทำงานซะไม่พอใช้ และโอกาศถูกเลิกจ้างก็สูงด้วย
อือแต่ตัวเราเองก็ยังไม่มีผลกระทบอะไรนะ
ถ้าถามว่าน่ากลัวไม๊ที่จะขอวีซ่าช่วงนี้ เราว่าก็อาจมีส่วนบ้างแต่ไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะก็มีคนไทยหลายคนที่อ่านบล็อกเราแล้วตอนนี้มาที่นี่แล้วเขาเมล์มาบอกก็แสดงว่ามันก็ไม่ใช่จะเข้ายากอะไรมากมาย
ปัญหาหลักคือเรื่องที่เราคุยกันไว้แล้วก็คือตัวของเราเองนั่นแหละ ขอห่างจากครั้งที่แล้วนานแค่ไหน
แล้วสถานการณ์อะไรของตัวมีอะไรเปลี่ยนแปลงรึยัง เรื่องคนในครอบครัวเคยไปเที่ยวแล้วกลับมา
ตามเวลาเราไม่แน่ใจว่ามันมีผลมากน้อยแค่ไหน แต่คิดว่าไม่มาก ตัวเราสำคัญกว่า บวกพูดความจริง
เพราะคุณไปเที่ยวจริงๆ เอาใจช่วยนะ ก็เอาข้อมูลการไปเที่ยวของคุณแม่ด้วยก็ได้ว่าคุณแม่ไปมาแล้วเล่าให้ฟังว่าประเทศของเขาสวยน่าทึ่งซะขนาดนั้น ยิ่งทำให้อยากไปเห็นด้วยตัวเอง
ก็เช่นเดิมห้าสิบห้าสิบนะค่ะ เราเตรียมเอกสารให้ดีที่สุด แต่ผลนะก็ไม่มีใครบอกได้นอกจากเค้าคนนั้น…
สวัสดีครับ คุณplewอ่านว่าปิ๋ว หรือเปล่าครับ
พอดีผมจะไปซานฟา ประมาณอาทิตย์หน้า ได้ข้อมูลมาบ้างพอสมควร
อยากจะทราบว่า
1. จากunion square จะไป twin peak ยากไหมครับ ไปกับเพื่อนรวม 6 คน
ภาษาอังกฤษจัดว่าอ่อน น่ะครับ
2. จากunion suqare จะไปshopping outlets ไม่ทราบว่าต้องไปอย่างไรครับ น่าจะมีเวลา
ว่าง สักครึ่งวัน ขอบคุณครับ (พวกผมจองโรงแรมที่ vintage court ครับ)
รบกวนขอความรู้หน่อยน่ะครับ
ขอบคุณครับ
เสริมพล
สวัสดีค่ะคุณเสริมพล ไม่แน่ใจว่าคุณจะเช่ารถหรือว่าจะใช้ขนส่งมวลชน
แต่ twin peak ถ้าขับรถน่าจะสะดวกกว่า ตัวเองก็ไม่เคยไปโดยรถเมล์เพราะมันสูง
หนาวและลมแรงด้วย แต่ถ้าคุณอยากลองใช้รถเมล์ก็ลองอ่านลิงค์นี้ค่ะ
http://www.choisser.com/hiking/twinpeaks.html
จาก union square คือถนน powell เดินลงมาคุณจะเจอ Market St. คือมันย่านช๊อปปิ้งต่อๆกันนั่นแหละค่ะ จากmarket คุณรอรถสายที่จะวิ่งไป Castro ข้างหน้ารถจะมีป้ายบอก คือจะใช้รถเมล์บนดินหรือรถใต้ดินก็ได้มันวิ่งทางเดียวกันแนะนำว่าบนดินดีกว่าง่านกว่า ประมาณแค่ห้านาทีก็ถึงแยกคาสโตร แล้วต่อจากนั้นก็เดิน
เรื่อง outlets ในSF ไม่มีoutlet แบบใหญ่ๆที่เป็นประเภทร้านแบรนด์ต่างๆมากมาย แต่จะมีร้านเช่น
ROSS,Marshall ซึ่งอยู่Market St.นั่นแหละ จาก union square เดินมาได้เลย
คือร้านพวกนี้จะมีของจากหลากหลายแบรนด์แต่อยู่ในร้านเดียวกันไม่ได้แยกแบรนด์ ราคาถูกกกว่า
ตามห้างปกติมากเกินกว่า 50% แต่ตาดีได้ของดี บางช่วงของสวยๆเยอะบางช่วงไม่มีอะไรสวยๆเลยก็มี
outlet ที่เป็น outlet จริงๆนั้นที่แต่ละแบรนด์แยกร้านกันเลยดีๆก็คือ พรีเมี่ยมเอาท์เลท จะอยู่นอกเมือง
แนะนำให้ไปที่ Gilroy Premium outlets ซึ่งอยู่ในเมือง Gilroy จากซานฟรานขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งใช้ถนน 101 ลงใต้ ของเยอะมากและถูกโดยเฉพาะ Coach ถูกกกว่าในห้่างปกติมาก
http://www.premiumoutlets.com/outlets/outlet.asp?id=23
เป็นที่โปรดปรานของเราเช่นกัน แต่ไม่แน่ใจว่าคุณจะมีเวบาหรือไม่
ถ้าเช่ารถแนะนำให้ใช้ GPS ด้วยเลยไม่งั้นหลงแน่ๆ เช่ารถก็อยู่ประมาณวันละไม่เกิน $50 รวมประกัน
มา 6 คนเช่ารถน่าจะคุ้มแต่ไม่แน่ใจเรื่องที่จอดรถในโรงแรมเพราะโรงแรมบางที่ไม่มีที่จอดให้หรือต้องจ่ายเพิ่ม
โอเคเที่ยวให้สนุกค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ ที่ช่วยแนะนำนะคะ ปีที่แล้วอาดาไปขอวีซ่าช่วงเดือนตุลาคม ปีนี้ก็กะว่าจะไปขออีกทีช่วง ก.ค.-ส.ค. ช่วงนี้พอได้ไหมคะ คือเร็วเกินไปไหมคะ หรือว่าควรเว้นสักปีนึงรอเดือนตุลาค่อยไปขอดีคะ
พอดีอยากทราบรายละเอียดเรื่องการเรียนต่อโทด้วยค่ะ ที่คุณ plew เรียนไม่ทราบว่าค่าใช้จ่ายเป็นยังงัยบ้างคะ ระยะเวลาเรียนกี่ปี แล้วตอนไปสมัครเรียนมีการสอบไหมคะ
ขอบคุณค่ะ
ก็น่าจะโอเคนะคะก้เกือบปีแล้ว ส่วนรายละเอียดเรื่องเรียนโทกำลังจะเขียนไว้ในเรื่องต่อไปค่ะ
ก็ติดตามอ่านแล้วกันนะ เร็วๆนี้แหละ
สวัสดีค่ะคุณ plew
มีเรื่องจะรบกวนสอบถามเกี่ยA 7กับ L-1 Visa ค่ะ ตอนนี้ดิฉันได้จดหมาย approve จาก USCIS เรียบร้อยแล้วค่ะ นัดสัมภาษณ์กับสถานฑูตวันที่ 18 เดือนนี้ค่ะ อยากให้ช่วยแนะนำหน่อยค่ะว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง แล้วทางสถานฑูตจะถามเกี่ยวกับอะไรบ้างค่ะ ต้องทำเอสารทางการเงินส่วนตัวไปด้วยหรือเปล่าคะในเคสนี้เนื่องจากไปเพื่อทำงานหาเงินน่ะค่ะ
เรื่องที่เป็นห่วงที่สุดตอนนี้คือ เมื่อปีที่แล้วดิฉันเดินไปทางไปอยู่ที่ทำงานที่ออฟฟิตที่ LA เป็นเวลา 5 เดือน โดยใช้ วีซ่า B-2 ค่ะ เพราะทางบริษัทคิดว่าจะทำเรื่องวีซ๋ากันและขอเปลี่ยนวีซ่าตอนที่อยู่อเมริกาได้เลย แต่ปรากฎว่ามีความล่าช้าเกิดขึ้น ดิฉันเลยตัดสินใจกลับมาก่อนวีซ่าจะะหมด (แสตป์วีซ่าได้มา 6 เดือน) ดิฉันทราบว่าหากเข้าไปด้วย B-2 ได้ได้รับอนุญาติให้ทำงานโดยเด็ดขาด แต่ตอนอยู่ที่นั่นไม่มีหลักฐานใด ๆ แม้กระทั่งเงินเดือนก็ยังเข้าที่บัญชีที่เมืองไทยปกตินะคะ คิดว่าตรงนี้จะมีปัญหาหรือเปล่าคะ? หากสถานฑูตถาม ดิฉันควรจะตอบว่าอย่างไรดีค่ะ สามารถตอบได้มั๊ยค่ะว่าไปแค่ดูงานและความเป็นอยู่ว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สำหรับความช่วยเหลือ
L-1 จริงๆถ้าบริษัทที่คุณจะไปทำด้วยที่โน่นและบริษัทที่ส่งเราไปเข้าเกณฑ์ของ USCIS ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะค่ะ ถามว่าต้องเอาเอกสารเรื่องการเงินของคุณไปด้วยไหมจริงๆไม่น่าจะจำเป็นเพราะเรื่องวหลักๆคือเรื่องตัวบริษัทที่เราจะไปทำงานด้วยมากกว่า แต่ถ้าจะติดเอกสารอื่นๆไปด้วยก็ไม่ได้เสียหายอะไร ก็เผือๆไว้ก็ได้ เค้าไม่ถามก้ไม่ต้องเอาออกมาโชว์เราก็เก็บไว้
หลักๆเค้าน่าจะถามเรื่องงานเรื่องบริษัทที่จะไปทำมากกว่า
เรื่องคราวก่อนเคยเข้าไปทำงานด้วย B-2 ถ้าเขาถามก็บอกว่าไปเที่ยวเพราะ
B2 หลักคือเพื่อการไปท่องเที่ยวไม่ใช่่ B1 ที่เป็นการไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ก็บอกไปเที่ยวก็เตรียมข้อมูลไว้ก้ได้ว่าไปเที่ยวที่ไหนทำอะไรมาห้าเดือนในอเมริกาเพราะห้าเดือนมันก็นานอยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร จริงๆไม่น่าจะมีอะไรเพราะคุณไม่ได้อยู่เกินจนวีซ่าขาดก้ถือว่าไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่ต้องพูดเรื่องงานค่ะ แต่ถ้าจะบอกว่าก็แวะไปดูออฟฟิตอะไรมาบ้างเพื่อเตรียมตัวก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่หลักๆต้องบอกว่ามาเที่ยวหรือมาเยี่ยมเพื่อนอะไรก็ว่าไป
ขอบคุณคุณ plew มาก ๆ นะคะ สบายใจขึ้นเยอะค่ะเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณ plew เปิดเวปนี้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนคนไทยอื่น ๆ ต่อไปนะคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
Great post! Just wanted to let you know you have a new subscriber- me!
ตัวดิฉันมีวีซ่า 10 ปีแล้ว จะพาลูกไปเที่ยว ลูกอายุ 12ปี ถามว่าวันนัดสัมภาษณ์ ถ้าดิฉันไปแทน ต้องพาเด็กไปด้วยไหมคะ ได้วันนัดแล้วค่ะ
พาไปด้วยค่ะ
ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่ ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา แล้วโดนปฏิเสธ
ดิฉันซื้อ Pin เมื่อเดือน กค. แล้วกรอก DS 160 นัดสัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ขอ 20 วัน คืออยากไปเที่ยวและเยี่ยมเพื่อน เพื่อนดิฉันเป็นคนไทย และดิฉันก็ได้รู้จักแฟนของเธอที่เป็นอเมริกัน ตั้งแต่พวกเขายังไม่แต่งงานกัน จนกระทั่งไปอยู่อเมริกา เก้าปีแล้วค่ะ และเพื่อนก็ได้ซิติเซ่นแล้ว
สามีเขาเป็นคนเขียนจดหมายเชิญ และลงชื่อท้ายจดหมาย
มาทั้งสองคน สามีภรรยา และ มีจดหมายแนะนำตัว แนบมาด้วย
เอกสาร ที่อยู่บ้านเขา ที่เราจะไปพัก พาสปอร์ต หนังสือรับรองเงินเดือน
และงานพิเศษอื่นๆ ทะเบียนสมรส
ส่วนของดิฉัน มีกิจการ ของตัวเอง ไม่ใหญ่โต แต่นั่นแหละที่ดิฉันมี และภูมิใจนำเสนอ
มีเอกสารยืนยันเกี่ยวกับ ทรัพย์สิน และ เอกสารที่เป็นหนี้สินด้วยค่ะ และสมุดบัญชีธนาคาร
พร้อมรูปเป็นหลักฐานว่าเรารู้จักกัน จริงๆ ในอดีต จนถึงเมล์ที่ติดต่อกัน
มีหวังอยู่เหมือนกันว่าวีซ่าจะผ่าน แต่ก็ผิดหวังอย่างแรง
เจอผู้ชายอเมริกัน เป็นผู้สัมภาษณ์ ช่อง 10 ค่ะ คำถามไม่กี่ประโยค
เขาถามว่า จะไปทำอะไรที่อเมริกา เป็นอะไรกับผู้เชิญ
ดิฉันบอกว่าไปเที่ยว,เป็นเพื่อน
เขาหันมาถามย้ำกับดิฉันว่า คนเชิญเป็นแฟนดิฉันใช่มั้ย
ดิฉันตอบว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อน เขาคนนี้ที่ชื่อ…. เป็นสามีของคนนี้ชื่อ….
ดิฉันอธิบายความสัมพันธ์พอเป็นที่เข้าใจ
(ดิฉันมีเอกสารยืนยันนะคะ อยากให้เขาดู แต่เขาไม่ดูค่ะ)
เขาถามว่าดิฉันทำงานอะไร ,อยู่กับใคร
ดิฉันบอกตามความจริงเรื่องงาน และบอกดิฉันอยู่กับน้องที่กรุงเทพ และมีภาระรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดด้วยค่ะ
และคำถามสุดท้ายถามว่า ดิฉันโสดใช่ไหม ดิฉันตอบว่า ใช่
เขาก้มลงเขียนที่กระดาษ แล้วเงยหน้าขึ้นมาบอกดิฉันว่า
“ ขอโทษนะครับ ตามกฏของอเมริกา เราไม่สามารถ ออกวีซ่าให้คุณได้ครับ ขอโทษนะครับ “
งงค่ะ เอกสารที่ดิฉันอุตส่าห์เตรียมไป เขาไม่แตะต้อง หรือชายตาแลเลยแม้แต่นิด
ในกรณีอย่างนี้ ถ้าดิฉันจะยื่นใหม่ ต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
แค่อยากไปเที่ยวค่ะ ช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณค่ะ
สว้สดีค่ะ คุณหลิน
จริงๆเท่าที่ดูเอกสารที่คุณเตรียมไปก็เรียกว่ามันจะจะเพียงพอแล้ว เราว่าที่เขาไม่ให้หลักๆคือ เขาคิดว่าสามีของเพื่อนคุณจริงๆเป็นแฟนคุณอะค่ะ คือมันก็ตลกเพราะเอกสารยืนยันก็มีว่าเขาแต่งงานแลวกับเพื่อนของคุณ แต่เราคิดว่าเขาอคติไปแล้วคุณอธิบายอะไรไปก็มองว่าโกหก ประกอบกัยคุณเองเป็นโสด ตรงนี้เป็นประเด็นมาก เพราะคุณยังโสดเดินทางไปคนเดียวด้วย บวกทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งเขาอาจมองว่ามันไม่มั่นคงอะไรประมาณนั้น ตอบยากจังค่ะว่าต้องทำยังไง ใจเราเองิดคว่าบางครั้งการมีคนรู้จักที่โน่นสปอนเวอร์ให้ยบางครั้งอาจกลายเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดีได้เช่นกัน เพราะเขาอาจมองว่ามันง่ายกับคุณในการอแบหาช่องทางการทำงานแล้วไม่ยอมกลับ ถ้ายังอยากไปอยู่ขอให้เว้นระยะไปอย่างน้อนสักหกเดือน อย่ารีบไปขอซ้ำๆถี่ๆ เพราะไม่ได้มาอีกครั้งจะยิ่งขอยากมากขึ้นไปอีกในอนาคต อาจทำประมาณว่าไปกับบริษัททัวร์อะไรประมาณนั้น ไม่ต้องมีใครสปอนเวอร์ที่่โน่น แต่ถ้าแบบนี้ก็ต้องมั่นใจว่ารายได้หมุนเวียนของคุณทำให้เขาดูแล้วว่าคุณมีตังค์มากพอที่ไปเที่ยว เราเองกับสามีก้เคยช่วยเเพื่อนโดยเขียนจดหมายเชิญให้มาเที่ยวแบบนี้เหมือนกันเลย แล้วเพื่อนก็ไม่ได้เหมือนกัน
รบกวนขอสอบถามเรื่องpinหน่อยนะค่ะ พอดีกำลังจะเข้าไปจองวันสัมภาษณ์ เราจะไปขอกัน 6 คน มีเรา สามี ลูก พ่อแม่เราแล้วก้อแม่สามี โดยเรากับสามีแล้วก้อลูกอยู่กันคนละทะเบียนบ้าน ส่วนพ่อแม่อยู่ทะเบียนบ้านเดียวกัน แล้วแม่สามีก้ออยู่อีกทะเบียนบ้านหนึ่ง อย่างนี้เราต้องซื้อพินจองกี่อันอ่ะค่ะ หรือว่าเรากับสามีและลูกสามาดใช้อันเดียวกันได้ แล้วพ่อกับแม่เราจะใช้pinเดียวกับเราได้หรือป่าวค่ะ คือตอนนี้เราซื้อแล้ว2pin โดยpinที่1เรากรอกข้อมูลเราสามคนพ่อแม่ลุกแล้วก้อพ่อแม่เราไปอ่ะค่ะ ส่วนอีกpinก้อให้แม่สามีเราคนเดว ทำอย่างนี้ได้รึป่าวค่ะ แล้วเขาจะสามารถเช็คได้หรือป่าวว่าเราอยู่กันคนละทะเบียนบ้าน เพราะในds160เรากรอกทะเบียนบ้านเดียวกัน ตอบตามความเป็นจริงอ่ะค่ะว่าตอนนี้เราอยู่ที่บ้านนี้กันอ่ะค่ะ รบกวนหน่อยนะค่ะอยากรู้มากๆเลยอ่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ….คือ แตน อยากรบกวน ถาม นะคะ พอดี จะขอวีซ่า ท่องเที่ยว เพื่อ ไปหาพี่ สาว ที่ ซานฟราน
แล้ว เอกสาร ทุกอย่าง เรียบร้อย นะคะ ติดแต่ตรงที่ว่า แตน เพิ่งเรียน จบ …ผ่านมา 1 ปี ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
ก็ไป work and travel และ พวกเรียนพวกต่างๆ คือ ยังไม่มี งานทำ นะคะ……. ซึ่ง เท่าที่ศึกษา อ่าน เว็บ
นู้นนี้ มา….รู้สึก ว่า วีซ่า ไม่น่า จะผ่าน เนื่องจากเรา ไม่มี งานทำ………แต่ พี่สาว ก็ส่ง หนังสือ เชิญญาติ
มาเยี่ยม นะคะ……….เอกสาร พวก ใบ Certificate จาก work and travel แล้วก็ พวก ใบ Certificate จากการที่เราไปเรียน มาในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยให้ รู้สึกว่าเรา มี กิจกรรม ให้ทำ..ตลอดเวลา ไม่ได้อยู่เฉยๆ
มันจะเป็นเหตุผลที่ทำ ให้วีซ่า ท่องเที่ยว ผ่าน ไหมค่ะ …….. ช่วยตอบทีนะคะ !! ขอบคุณ มากๆๆ คะ ^^
Hi K.Tan
My Thai keyboard is not working, sorry about this.
Yes I think I must be tough since you don’t have a regular income, secure job and you are a young single lady and plus you have sister there. Have a lot of chance that they might think that you will try to work and change status after you get there and it might be easy because you have a sister there. Sometime when you have relative there this can be a weekness as well. Lots of cases that Thais have support from people in the US. but they were rejected the application.
Hi Khun Benz,
One pin works for 4 persons ka and have to stay in the same household. Anyways in your case, I am not sure if you all stay in the same house but register in the different address, is this ok or not. I think you should call the call center to get the right answer ka 001-800-13-202-2457
ขอบคุณ นะคะ!! สำหรับคำตอบ !! ^^;
สวัสดีค่ะ
กำลังคิดจะขอวีซ่าท่องเที่ยวไปอเมริกากับแฟน เพิ่งแต่งงานกันใด้ไม่กี่อาทิตย์ พอดีดูใบสมัครvisaแล้วเห็นคำถามสถานะว่า โสดหรือแต่งงาน เราเพิ่งจัดงานแต่งงาน แต่ไม่ใด้จดทะเบียนและไม่มีหลักฐานการจดทะเบียน และคงไม่จดทะเบียนสมรสด้วยเหตุผลบางประการค่ะ อย่างนี้ต้องตอบว่าไงค่ะ ถ้าเรากรอกว่าแต่งงานแล้วแต่ก็ไม่มีทะเบียนสมรสไปแสดง แต่ถ้าบอกว่าโสด พอไปinterviewจะว่าเราโกหกใหมนี่ค่ะ ควรจะตอบไงดีค่ัะ
ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ
นา
คุณ แพรว……ค๊า!!
ไปสัม ภาษณ์ มาแล้ว ค่ะ……….ผ่านแล้ว ค่ะ!! อาจเป็นเพราะ เอกสารรับรองจากมหาลัยพี่น่ะคะ!!
ให้กำลังใจ สำหรับ ทุกคน ที่จะไป สัมภาษณ์ นะคะ!! ^^;
คุณนา
เราแนะนำว่าตอบไปตามความจริงค่ะ คือแต่งงานแล้วแต่ไม่ได้จดทะเบียน วันไปติดรูปแต่งงานหรือการ์ดเชิญเผื่อไปด้วยก็ได้ค่ะ
คุณ TAN
เย้ๆ ดีใจด้วยค่ะ