ถือวีซ่าท่องเที่ยวแต่งงานในอเมริกาได้หรือไม่ Marriage in America

plew April 30th, 2008



หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าจะเข้าไปแต่งงานในอเมริกา ต้องถือเฉพาะวีซ่าคู่หมั้นเท่านั้นหรือไม่
คำตอบคือไม่จำเป็น ตัวเองกก่อนแต่งงานไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว แต่ต้องบอกก่อนว่าตอนไปตอนแรกไม่ได้มีเจตนา
ว่าจะมาแต่งงานไม่ได้วางแผนไว้ก่อนแต่อย่งใด แต่ก็ขอย้ำว่าวีซ่าท่องเที่ยวก็แต่งได้ไม่มีปัญหา
แต่ต้องน้ำอีกทีว่าแต่งงานก็แต่งงาน ขอกรีนการ์ดก็ขอกรีนการ์ดมันคนละส่วน แต่งงาน จดทะเบียนสมรส
กับคนอเมริกันไม่ได้แปลว่าจะได้กรีนการ์ดเสมอไป เพียงแต่ทะเบียนสมรสเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นขอ
กรีนการ์ดเท่านั้น แล้วจะเล่าให้ฟังเรื่องการขอกรีนการ์ดในโอกาสต่อไป

การแต่งงานจดทะเบียนสมรสในอเมริกาถือวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียน อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ
นักท่องเที่ยวประเทศอื่น ที่เข้ามาบางทีเขาประทับใจที่นี่ เขาชอบเขาอยากแต่งงานที่นี่ ก็ได้เลย
ทั้งคู่เป็นนักท่องเที่ยวก็แต่งได้ เพราะบางคนเขาอยากแต่งงานที่นี่ ไม่ได้แปลว่าเขาอยากอยู่ที่นี่
เพียงแต่มีพาสปอร์ตมาแสดงก็เพียงพอแล้ว ง่ายมากค่ะ เพราะประเทศเขาไม่ได้เสียอะไร ได้ค่าธรรมเนียม
อีกต่างหาก
อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสในอเมริการวมทั้งการขอกรีนการ์ดได้ที่ www.marriagegreencard.infoอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
แต่งงานในอเมริกา Marriage in America

จดทะเบียนสมรสที่อเมริกา

Divorce is on the decline in the USA, but a report to be released today suggests that may be due more to an increase in people living together than to more lasting marriages.

ouples who once might have wed and then divorced now are not marrying at all, according to The State of our Unions 2005. The annual report, which analyzes Census and other data, is issued by the National Marriage Project at New Jersey’s Rutgers University.

The U.S. divorce rate is 17.7 per 1,000 married women, down from 22.6 in 1980. The marriage rate is also on a steady decline: a 50% drop since 1970 from 76.5 per 1,000 unmarried women to 39.9, says the report, whose calculations are based on an internationally used measurement.

40 Responses to “ถือวีซ่าท่องเที่ยวแต่งงานในอเมริกาได้หรือไม่ Marriage in America”

  1. เจon 17 Aug 2008 at 2:16 pm

    สวัสดีคะคุณแพรว

    ขอถามนิดนะคะ เรื่องแต่งงาน ที่บอกว่าหากเราเป็นนักท่องเที่ยว ต้องการจะแต่งงานที่นั้น
    ก้อแต่งได้เลย..นั่นหมายถึงว่า เราเป็นคนไทย สองคน ไปเที่ยว และต้องการจะแต่งงาน จดทะเบียนที่อเมริกา

    ก้อสามารถทำได้เลยอย่างนั้นหรอคะ

    และมีที่ไหนบ้างที่ ให้ชายแต่งชาย หญิงแต่งหญิง …เพราะเท่าที่มีข้อมูล(ไม่แน่ใจว่าถูกหรือเปล่า)
    จะแต่งได้ก็ต่อเมื่อ คนในคนหนึ่งต้องเป็นพลเมืองที่นั้นนี่คะ

    แต่หากเป็นอย่างนั้น..ก็หมดสิทธิ์((((งง))) คะ

  2. plewon 17 Aug 2008 at 4:00 pm

    เมืองที่คนเพศเดียวกันจะแต่งงานกันได้ก็คือซานฟรานซิสโก
    เมืองที่เราอยู่ตอนนี้นี่แหละค่ะ เดือนที่ผ่านมาคิดว่าเป็นเดือนที่กฎหมายผ่านมีเกย์จากทั่วโลกมาแต่งงานที่นี่ แต่จริงๆเมืองอื่นๆในแคลิฟอเนียก็แต่งได้ แต่ซานฟรานเป็นเมืองทีเปิดมากกว่าที่อื่นเพราะเกย์เยอะ
    เรื่องแต่งงานคือแคแต่งงานนะค่ะ ใครก็มาแต่งได้ค่ะ เพราะมันไม่ได้มีผลอะไรกับเมืองเค้า เราก็จัดงานแต่งเค้าก็ออกใบทะเบียนสมรสให้
    แต่เราไม่ได้มีสิทธิในการเป็นพลเมืองหรือเป็นผู้อยู้อาศัยที่นี่แต่อย่างใด
    คือมันเหมือนสนองความต้องการทางใจมากกว่าค่ะ สำหรับชาวเกย์ว่าโอเคเราแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ แต่เราแต่งที่นี่ กฎหมายที่บ้านเราจะวายังไงอันนี้ไม่ทราบค่ะ ตอนนี้ธุรกิจแต่งงานของคนเพศเดียวกันที่นี่คึกคักมาก รองหาข้อมูลเพิ่มเติมในเวปไซต์
    ของ city of SF เพื่อดูรายละเอียดอีกทีนะค่ะ

  3. Somon 20 Mar 2009 at 1:12 pm

    Dear p’Plew (p’ or not, I’m 25 yrs)

    Now I’m in Florida America, I came here with B1/B2 visa since January (2 months right now) Before I came here I never think about marritage. But now I fall in love with the american citizen (I think same as you? hehehe)

    I am very very worry about getting marry with him. I afraid it is illegal to get marry with tourism visa…and if we get marry, I will be baned and will be sent back to our country. However, I am very very glad when I saw you can do that. Please help me by telling me how to do that. Please send email to me (oreal_sp@hotmail.com) and leave your number for me to call back (if you don’t mind) I hope you understand when we are in concern and worry.
    you are my only one hope now. I am looking forward to your response.

    ps. Please write to me in Thai (then I can understand better) I don’t have thai keyboad then I can not write to you in thai (even I really love to write in thai)

    thanks forward to you kindness

  4. plewon 21 Mar 2009 at 1:28 pm

    คุณ Som

    ขอตอบที่นี่นะค่ะ ตอนนี้อยู่เมืองไทยค่ะ กลับมาเยี่ยมบ้าน
    คุณแต่งงานได้คะถึงแม้จะถือวีซ่าท่องเที่ยว แต่ขอให้คุณแยกให้ชัดว่าการแต่งงาน
    กับกรีนการ์ดนั่้นเป็นคนละเรื่องค่ะ การแต่งงานที่นี่ปกติไม่ได้ห้ามว่าคนต่างชาติจะเข้ามาแต่งงานไม่ได้
    แล้วเขาก็ไม่ส่งคุณกลับหรอก แค่คุณทั้งคู่โสดไม่เคยแต่งงานมาก่อน คุณเพียงแค่แสดงพาสปอร์ตก็ไปขอ
    marriage license ก็แต่งได้แล้ว แต่ว่าหลังจากคุณแต่งงานแล้วและคุณอยากยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดนั้นแหละ
    ค่ะที่จะเป็นปัญหา คือโอกาสที่จะได้ 50/50 เพราะเขาอาจปฏิเสธและตอบว่าคุณเข้ามาโดยใช้วีซ่าผิดประเภท
    แต่อย่างที่บอกมัน 50/50 โอกาศได้ก็มี อย่างตัวเราเองก็ได้กรีนการ์ดท้้งๆที่เข้ามาโดยวีซ่าท่องเที่ยว

    โปรดดูขั้นตอนเอกสารเกี่ยวกับการแต่งงานที่เราเพิ่งโพสไว้ที่
    http://www.thaiinamerica.com/2009/03/%e0%b8%82%e0%b8%ad-marriage-license-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4/

    แต่ทั้งนี้แต่ละรัฐแต่ละเมืองอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกันบ้างคุณต้องลองเช็คข้อมูลจาก city hall ของเมืองที่คุณจะแต่งงานให้แน่ใจอีกครั้ง

    มีอะไรถามมาอีกได้ค่ะ

  5. plewon 21 Mar 2009 at 1:36 pm

    คุณkai

    หลังจากที่คุณยื่นเรื่องแล้วและอยู่ระหว่างรอ คุณอยู่อเมริกาได้เลยค่ะถึงวีซ่าเดิมจะหมดก็อยู่ได้ตรงนี้เข้าทราบกันอยู่แล้ว แล้วขั้นตอนมันก็ไม่ได้แบบว่าส่งไปแล้วตอบกลับเลยว่าไม่ได้ โดยมากเขาอาจขอให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมอะไรแบบนั้นซึ่งก็ทำเพิ่มแก้ไขเอกสารกันไป แล้วถ้าเขาปฏิเสธจริงๆคุณก็ยื่นใหม่ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่อยากยื่นใหม่เลย อยากกลับบ้านก็กลับได้แต่คราวนี้ทำเรื่องจากเมืองไทยซึ่งปกติจะใช้เวลานานกว่าทำที่อเมริกา แต่ถ้าให้แนะนำจริงๆและไม่เสี่ยงทำไมคุณไม่ขอวีซ่าคู้หมั้นไปละค่ะ อันนั้นได้กรีนการ์ดง่ายเลยไม่ต้องมานั่งกังวล เพราะถ้าคุณรู้ว่าจะแต่งงานแน่ๆไปให้มันถูกต้องดีกว่านะค่ะ ไม่ต้องมาเสี่ยงมาลุ้น

  6. น้องออยon 29 Apr 2009 at 10:38 pm

    พี่Plew คะ ออยเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะไปแต่งงานกันแฟนที่อเมริกาเช่นกันคะ และแฟนออยเค้ากะว่าจะสมัครกรีนการ์ดให้ออยด้วย แต่ปัญหามีอยู่ว่า แฟนออยยังเป็นกรีนการ์ดอยู่เช่นกันคะ ปลายปีหน้าเค้าถึงจะสอบซิติเซ่น แต่เราก็อยากอยู่ด้วยกันงัยคะ แฟนออยเค้าก็เลยจะพยายามสมัครกรีนการ์ดให้ออย ออยอยากทราบว่าออยมีสิทธิขอกรีนการ์ดได้ไหมคะ แล้วออยต้องใช้เวลาในการขอกรีนการ์ดเท่าไรคะแล้วถ้ารอนาน ออยออกนอกประเทศได้มั้ยคะ ตอนนี้เครียดไปหมดแล้วคะ กลัวว่าจะไม่สามารถทำได้ แต่แฟนออยเค้ามีคุณสมบัติครบนะคะ ทั้งเรื่องรายได้และภาษีมีพร้อมค่ะ แต่ปัญหาใหญ่ของเราก็คือ แฟนไม่ใช่ซิติเซ่น เราอยู่ที่เมือง San Jose ในแคลิปฟอร์เนียคะ ออยว่าพี่ต้องรู้จักเมืองนี้แน่นอน พี่ช่วยแนะนำหน่อยนะคะว่าออยสามารถทำได้มั้ย เราแต่งงานเราก็อยากอยู่ด้วยกันคะ แฟนออยเค้าก็บอกว่า เราคงรอไม่ไหวถ้าจะแยกกันอยู่คนละประเทศจนกว่าแฟนจะได้ซิติเซ่น…เศร้าค่ะ แต่ก็หาทางออกไม่ได้ซักที รบกวนนะคะ
    ขอบคุณคะ

  7. plewon 30 Apr 2009 at 3:14 pm

    แฟนคุณขอกรีนการืดให้คุณได้ เพียงแต่ระยะเวลาจะนานแค่ไหนเราไม่แน่ใจ เนื่องจากแฟนคุณเป็นกรีนการ์ด
    ปกติการให้กรีนการ์ดเขาจะมีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง เช่นถ้าเป็นสามี ภรรยา ลูก พ่อแม่ ของซิติเซ็น จะไม่ต้องรอคิว แต่ถ้าเป็นสามีภรรยา บุตรของกรีนการ์ด จะต้องรอคิว เพราะแต่ละปีเขาจะมีโควต้ากำหนดว่าให้กรีนการ์ดได้กี่ราย ปกติแต่งงานกับซิติเซ็นใช้เวลาประมาณหกเดือน กรณีคุณก้ต้องนานกว่านั้น
    แต่นานแค่ไหนตอบไม่ได้ค่ะ ระหว่างที่รอปรับสถานะคุณสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้แต่คุณต้องยืน
    อีกแบบฟอร์มหนึ่งคือ Travel Document ต้องระบุเหตุผลว่าทำไมต้องการเดินทางออกนอกประเทศ และรอจนกว่าจะได้ใบอนุญาตตัวนั้นจึงเดินทางออกไปตอนกลับเข้ามาก็ใช้ใบนั้นแสดงค่ะ อย่าใช้วีซ่าเดิมแสดงเด็ดขาด
    แต่ถ้าคุณออกไปโดยที่ไม่มีเอกสารตัวนั้น อาจกลับเข้ามาไม่ได้หรือทำให้เคสของคุณถูกยกเลิกเลยค่ะ แนะนำว่าระหว่างที่รอถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็อยูารอในอเมริกาดีกว่าค่ะ ลองอ่านข้อมูลเพิ่มที่

    http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=0775667706f7d010VgnVCM10000048f3d6a1RCRD&vgnextchannel=4f719c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD

    ปล. San Jose รู้จักสิสามีเราเกิดและโตที่นี่แหละ เคยไปบ่อยๆเพราะแม่สามีอยู่ที่นั่น

  8. tuktikon 05 May 2009 at 11:01 pm

    สวัสดีค่ะพี่แพรว
    ตุ๊กติ๊กมีข้อสงสัยและกงวล แต่นี่คิดว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจมากกว่าว่าจะยังไง
    คือเเฟนเป็นอเมริกันค่ะ เค้าไม่สามารถมาเมืองไทยได้ในตอนนี้เพราะงาน แต่เค้าอยากให้ตุ๊กติ๊กไปหา
    แล้วถ้าไปคราวนี้เราเข้ากันได้คิดว่าอยู่ด้วยกันได้ก็คิดว่าจะแต่งงานเลย แต่ถ้าไม่ก็ต้องกลับ
    ตุ๊กติ๊กมีเวลาแค่สองอาทิตย์ค่ะในการตัดสินใจ
    ถ้าไม่ใช่จริงๆก็จะกลับมาทำงานต่อได้โดยไม่ต้องลาออกค่ะ
    รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะค่ะ

  9. plewon 06 May 2009 at 2:36 am

    คุณตุ๊กติ๊กค่ะ อืองงนิดนะค่ะว่าที่บอกว่ามีเวลาสองอาทิตย์นี่หมายความว่ามีเวลาสองอาทิตย์ในการตัดสินใจว่าจะไปอเมริกาดีไม๊หรือมีเวลาแค่สองอาทิตย์ในการไปอยู่อเมริกาแล้วต้องตัดสินใจว่าจะแต่งหรือไม่ในสองอาทิตย์

    ถ้าหากว่าเป็นอย่างหลังคือมีเวลาสองอาทิตย์ในการอยู่ด้วยกันแล้วตัดสินใจว่าจะแต่งดีไม๊ เราว่ามันเร็วไปมากๆเลยค่ะ แต่ทั้งนี้เราไม่รู้ข้อมูลอื่นๆของคุณ เช่นคบกันนานแค่ไหน หรือเคยเจอตัวจริงๆกันมาก่อนหรือไม่อะไรประมาณนั้นนะค่ะ ถ้าเป็นการเจอครั้งแรกคืออาจเคยคุยทางเนตหรืออะไรมาก่อนแต่ไม่เคยเจอตัวจริงๆ อันนี้ถ้าไม่ใช่แบบนี้ก็ขอโทษด้วยนะค่ะ ถ้าเป็นกรณีแบบนี้อันนี้ไม่แนะนำค่ะมันเร็วไป ถ้าคิดว่าแค่มาเที่ยวก่อนสองอาทิตย์มาดูก่อนว่าบ้านช่องห้องหับ การอยู่การกินของเขาที่นี่เป็นไง เรารับได้ไม๊อันนี้โอเคค่ะ แล้วกลับไป ไปๆมาๆอีกสักระยะ น่าจะดีกว่า
    เขาว่างจากงานก็มาหาเราที่เมืองไทย อะไรแบบนี้ อันนี้ความคิดเรานะ แล้วอีกอย่างคือถ้าคุณมาด้วยวีซ้าอะไร
    เราเดาว่าวีซ่าท่องเที่ยว มาสองอาทิตย์แล้วคุณก็แต่งงานเลย แล้วคุณก็ขอกรีนการ์ด โอกาศที่เขาจะปฏิเสธการให้กรีนการ์ดก็สูงเพราะถือว่าคุณใช้วีซ่าผิดประเภท แต่ถ้าคุณไปด้วยวีซ่าคู่หมั้นอันนั้นก็โอเคค่ะ ถ้าจะไปวีว๋าท่องเที่ยวแล้วแต่งงานเสร็จแล้วขอกรีนการ์ด คุณต้องอยู่สักระยะค่ะ ไม่ใช่เข้าปุ๊ปแต่งปั๊ป

    คิดดูดีๆนะค่ะ นี่เพื่อนเราก็เพิ่งเลิกกับแฟนฝรั่ง อยู่กันมาปีกว่า..แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่มีใครตัดสินใจแทนคุณได้
    เพราะคุณเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าสถานการณ์ของคู่คุณเป็นอย่างไร..มีอะไรถามมาอีกได้นะยินดีช่วยถึงจะช่วยยอะไรไม่ได้มาก..โชคดีค่ะ

  10. tuktikon 06 May 2009 at 12:44 pm

    ขอบคุณมากนะค่ะ
    และต้องขอโทษที่ให้รายละเอียดไม่ชัดเจนเท่าไหร่
    คือที่มีเวลา 2 อาทิตย์หมายถึงเวลาที่อยู่ที่อเมริกาค่ะ คือเคยเจอกันเมื่อหกปีก่อนที่เมืองไทยแล้วเค้าก็กลับไป ก็ไม่ได้คุยกัน เพิ่งจะมาคุยกันจริงๆจังๆก็ 2 ปีมาแล้วค่ะแต่คุยทางอินเตอร์เน็ตนะค่ะ
    ถ้าวีซ่าท่องเที่ยวต้องอยู่ไปสักระยะหมายถึงอยู่ไปก่อนแล้วค่อยแต่งก่อนทีวีซ่าจะหมดอายุใช่มั้ยค่ะ
    แล้วถ้าแต่งแล้วเราก็อยู่ต่อรอกรีนการ์ดได้ถึงแม้วีซ่าท่องเที่ยวของเราจะหมดอายุก็ตามใช่มั้ยค่ะ
    ที่ต้องขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไปเพราะไม่แน่ใจค่ะว่าไปแล้วจะอยู่กันได้ แล้วที่อยากไปแล้วแต่งกันเลยเพราะกลัวว่าถ้าไปแล้วกลับมาแล้วจะกลับไปอีกมันจะยากนะค่ะ
    แต่ถ้าขอวีซ่าคู่หมั้นจะยากมั้ยค่ะเพราะตั้งแต่ตกลงเป็นแฟนกันเค้ายังไม่เคยมาเมืองไทยเลย จะเอาอะไรไปยืนยันค่ะ แค่เมลย์ที่ส่งหากันพอมั้ยค่ะ
    รบกวนอีกทีนะค่ะช่วยแนะนำด้วย

  11. plewon 06 May 2009 at 1:30 pm

    จริงๆแล้วการใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าไปแล้วไปแต่งงานนั้นปกติมันทำได้ไม่ได้มีปัญหาถ้าคุณไม่ได้อยากขอกรีนการ์ด แต่ถ้าคุณจะขอโอกาศถูกปฏิเสธมีเนื่องจากมันแสดงออกถึงการใช้วีซ่าผิดประเภท คือบอกมาเที่ยวแล้วมาแต่ง แต่ถ้ามาวีซ่าท่องเที่ยวแล้วแต่งที่หลังแบบประมาณอยู่พักหนึ่งแล้วแต่งคือใกล้หมดอายุอย่างที่บอก
    มันก็ทำให้ดุดีกว่าว่าเราไม่ได้มีเจตนาจะแต่งตั้งแต่แรกแต่ว่าอยู่กันระยะหนึ่งแล้วคิดว่ามันลงตัวอะไรประมาณนั้น
    แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าโอกาศจะถูกปฏิเสธจะไม่มีนะค่ะ เพียงแต่โอกาสได้มากขึ้นโอกาศจะถูกปฏิเสธลดลง

    หลังจากที่แต่งแล้วก็ยื่นขอกรีนการืดวีซ่าท่องเที่ยวคุณก็หมดอายุคุณอยู่ต่อไปเลยไม่ต้องออกมา ปกติแต่งกับซิติเซ่นหกเดือนก็ได้กรีนการ์ดแล้ว

    ถ้าขอวีซ่าคู่หมั้นก็กรอกแบบฟอร์ม จดหมายรูปถ่ายอะไรต่างๆแสดงการคบหากัน พร้อมมีจดหมายจากบุคคลที่สามที่รับรู้การคบหากันนของคุณสองคน ถ้าบุคคลที่สามเป็นซิติเซ่นน่าจะดีคนนั้นก็เซ็นในจดหมาย นอกจากนั้นก็เอกสารเรื่องรายได้ ภาษีของแฟนคุณ วีซ่าคู่หมั้นนานแค่ไหนนี่เราไม่แน่ใจค่ะ แต่ถ้าเข้าไปวีซ่าคู่หมั้นต้องแต่งงานภายในสามเดือน ถ้าสามเดือนไม่แต่งก็ต้องกลับมา ถ้าเข้าไปวีซ่าคู่หมั้นการขอกรีนการ์ดจะไม่มีปัญหา

    จริงๆแล้วเราเองก็ไปวีซ่าท่องเที่ยวและแต่งแล้วก้ได้กรีนการ์ด แต่งตอนอยู่ที่โน่นไปแล้วห้าเดือนค่ะ แต่เราว่านะไปอยู่แค่สองอาทิตย์มันไม่น่าจะบอกได้อะว่ามันจะอยู่กันได้หรือป่าว เรากับแฟนช่วงแรกๆที่อยู่นี่ทะเลาะกันบ่อยเลย ไม่ได้ทะเลาะกันใหญ่โตแต่มันก็มีอะไรขัดกันบ่อยๆ เพราะมันมีอะไรที่ต้องปรับเยอะ อยู่ด้วยกันจริงๆกับคุยกันทางเนตมันต่างกันเยอะมาก อีกอย่างนอกจากตัวเขาและเราก็คือเรื่องที่อยู่อาศัยสภาพแวดล้อม ไม่ใช่ทุกคนจะชอบอยู่อเมริกาเหมือนกัน บางคนชอบบางคนก็ไม่ บวกเรื่องหน้าที่การงานอะไรที่มันต้องเปลี่ยนไป ไปจริงๆเขาจะซัพพอร์ตคุณได้แค่ไหน เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหลักแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเล็ก เรื่องงานเขาอยากให้เราทำงานหรือเป็นแม่บ้าน อื่นๆอีกมากมาย ยาวแล้วจริงๆอย่างที่บอกเราก็ไม่รู้สถานการ์ของคุณสองคน แต่ก็แบบว่านะเป็นห่วงอะค่ะ…โชคดี

  12. Somon 06 May 2009 at 1:45 pm

    สวัสดีค่ะ พี่แพรว ^_^
    (ตอนนี้พิมพ์ภาษาไทยได้แล้ว เพิ่งได้โน๊ตบุ๊คมา)
    ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับข้อมูล (ซาบซึ้งๆ) พี่แพรวพอจะทราบมั๊ยคะว่าขั้นตอนและเอกสารการขอกรีดการ์ดมีอะไรบ้าง หลังจากแต่งงานแล้วได้ใบสมรสมาแล้ว ยื่นเรื่องเลยได้หรือเปล่า ต้องใช้แบบฟอร์มอะไรบ้างในการยื่นเรื่อง แล้วใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะได้กรีนการ์ดคะ ส้มขอแบบ step by step เลยนะคะ คือตอนนี้เกิดอาการสับสน มึนไปหมดแล้ว ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี ส้มกะว่าจะบินไปแต่งงานที่ลาสเวกัสค่ะ วีซ่าเล็กส้มจะหมดอายุอีก 2 เดือน
    ขอบคุณพี่แพรวมากค่ะ

  13. tuktikon 06 May 2009 at 1:47 pm

    ขอบคุณมากๆ อีกครั้งนะค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ มีประโยชน์มากเลยค่ะ
    และก็ขอบคุณสำหรับความห่วงใยนะค่ะ ขอบคุณจริงๆ
    ไว้จะเข้ามารบกวนอีกนะค่ะ

  14. Somon 06 May 2009 at 2:10 pm

    ปล.ส้มอ่านบทความเกี่ยวกับกรีดการ์ดที่พี่แพรวโพสต์ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่แบบว่าไม่เข้าใจอ่ะ(ประมาณว่าส้มค่อนข้างทึ่ม เข้าใจอะไรยาก -_-” ) ส้มว่ากรณีของพี่กับส้มมันคล้ายๆ กัน.. ส้มไม่ได้กะจะมาแต่งงาน แต่พอรู้จักกันแล้วประมาณว่า คนนี้ใช้เลย ส้มไม่ค่อยเชื่อใจทนายเท่าไหร่ เลยอยากทำเรื่องเองมากกว่า ตอนพี่แพรวทำเรื่อง พี่แพรวทำยังไงบ้างคะ ใช้เอกสารอะไรบ้างในแต่ละขั้นตอน ส้มพอรู้ลางๆ ว่าส้มต้องมีใบสูติบัติ…ส้มจะหาที่แปลได้ที่ไหน เพราะส้มไม่ได้กลับเมืองไทย พี่พอจะมีที่แนะนำหรือเปล่าคะ
    แล้วไอ้เรื่องใบรับรองความประพฤติจากสนง.ตำรวจ เราต้องใช้ด้วยหรือเปล่า ต้องทำยังไงถึงจะขอได้เพราะส้มอยู่ที่อเมริกา

    คำถามยืดยาว เพราะส้มเข้าขั้นประสาทกินแล้ว เนื่องจากไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง จะรอพี่แพรวตอบกระทู้ค่ะ (ปล. ส้ม save favorite เว็บบอร์ดพี่ไว้แล้ว ดังนั้นไม่หายชัวร์ พรุ่งนี้จะมาดูนะคะ คราวก่อนจำไม่ได้ ต้องใช้เวลาหาตั้งนานกว่าจะเจอพี่อีกครั้ง)

  15. plewon 07 May 2009 at 12:06 am

    Som,

    เออถ้าเอาแบบละเอียดเนี่ยมันยาวมากเลย เรื่องแบบฟอร์มที่ใช้เข้าไปอ่านอันนี้นะ โพสเก่าๆอีกแหละ
    http://www.thaiinamerica.com/thailand/

    สูติบัตรส่งแปลเมืองไทยส่งผ่านทางเนตได้เลยก็แสกนไฟล์ส่งไปได้ เขาแปลเสร็จก็จะส่งไฟล์กลับมา
    แต่ไม่พอขอให้เขาเซ็นประทับตราร้านส่งมาทางเมล์ด้วย เพราะเอกสารแนบต้องใช้ใบที่สำนักแปลเซ็นจริง
    จำไม่ได้แน่ว่าร้านชื่ออะไรแต่เราก็หาทางเนตนี่แหละ ร้านอยู่แถวๆเมืองทองธานี ค่าแปลประมาณ $50 บวกค่าส่ง fedex อีก ประมาณ $20 ลองหาทางเนตนะร้านอื่นก็ได้ ประมาณอาทิตย์หนึ่งก็เสร็จ ตอนนี้ว่างๆก็ส่งแปลรอเลยก็ได้

    ใบรังรองความประพฤติไม่ต้องจ้า

    เวลาเข้าไปโหลดแบบฟอร์มมาจากเวปที่บอกไว้ข้างบน ในแบบฟอร์มเขาจะบอกรายบละเอียดอย่างชัดเจนเลยว่าแต่ละฟอร์มใช้เอกสารประกอบอะไร ค่าธรรมเนียมเท่าไร ส่งไปที่ไหน แต่ละฟอร์มบางที่ส่งไปคนรที่ต้องดูให้ละเอียด ค่าธรรมเนียมก็จ่ายเป็นเช็คแยกเป็นชุดๆไป ให้แฟนฝรั่งอ่าน ถ้าเขามีเวลาทำเองได้ เพียงแต่เอกสารมันจุกจิกหน่อยจริงๆแล้วเอกสารพวกนี้คุณไปดาวโหลดมาอ่านแล้วเตรียมกรอกไว้ได้เลย ทำก่อนแต่งก้ได้ เพราะมันใช้เวลากรอกเวลาเตรียมพอสมควรเลย ค่อยๆกรอกค่อยๆอ่านไป จะได้ไม่ต้องรีบและไม่ต้องจ้างทนาย

    เอกสารประกอบที่ต้องใช้ http://www.thaiinamerica.com/2008/05/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82/ โพสเดิมอีกแหละ

    คือว่าเขียนใหม่ไม่ไหวมันเยอะ หลักรูปถ่ายเตรียมไว้เลย งานแต่งถ่ายไว้เยอะๆเลยสำคัญ ประวัติการทำงานของแฟนย้อนหลังห้าปี หลักฐานด้านการเงิน รายรับ สมุดบัญชี การเสียภาษีเตรียมเลยสำคัญที่สุด ย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี ถ้าเขารายได้ไม่ถึงเกณฑ์ หาสปอนเซอร์ร่วมที่มีรายได้พอ

    ถ้าต้องการข้อมูลที่อัพเดทและถุฏต้องที่สุดต้องไปอ่านที่
    http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=db029c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD&vgnextchannel=db029c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD
    เพราะนั่นแหละคนที่จะออกกรีนการ์ดให้เรา ถ้าสงสัยจริงๆโทรไปถามให้แฟนคุณโทรไปถามได้เลย เพียงแต่รอสายนานหน่อย ตอนเราแฟนก็โทรไปถาม เพราะบางส่วนอ่านไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกต้องไหม คนที่จะตอบได้ตรงที่สุดคือเจ้าหน้าที่ เบอร์ 1-800-375-5283 (TTY 1-800-767-1833)

    **สิ่งที่ดีที่สุดคือไปดาวดหลดแบบฟอร์มมาซะแล้วค่อยๆอ่านทำความเข้าใจ**

  16. Somon 07 May 2009 at 3:09 pm

    plew

    ขอบคุณมากๆ ค่ะ สำหรับข้อมูล ส้มโทรหาสำนักแปลในเมืองไทยแล้ว เค้าว่าถ้าเอกสารที่จะใช้ไปทำกรีนการ์ดต้องได้รับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ,กระทรวงยุติธรรมด้วย แถมต้องใช้ตัวจริงส่งไปให้เค้า รวมเบ็ดเสร็จค่าแปลบวกธรรมเนียม ประมาณ 4400 (แปล 3 แผ่น)

    จริงอย่างที่เค้าว่าหรือเปล่าคะ ตอน plew แปลต้องรับรองแบบนั้นหรือเปล่า
    ขอบคุณค่ะ

  17. plewon 08 May 2009 at 1:38 pm

    เอตอนเราแปลก็ส่งไฟล์แสกนไปเฉยๆไม่ได้ส่งตัวจริงแล้วก้ไม่ได้รับรับรองจากกระทรวงไหนทั้งก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลยค่ะ ลองโทรหาร้านอื่นดีกว่านะ

  18. Dearon 03 Nov 2009 at 10:31 pm

    ใช่ค่ะ ตอนนี้ต้องให้กระทรวงต่างประเทศรับรองเอกสารการแปลอีกที เพราะกำลังทำอยู่ แต่ว่าอยากถามว่าไม่ต้องมีใบรับรองความประพฤติก็ได้หรือคะ เพราะว่าเพื่อนทำแล้วและบอกว่าต้องมีด้วย คือแต่งงานมาสี่ปีแล้ว ลูกสองคน ต้องกลับไปอเมริกาด่วนจึงไม่อยากรอที่เมืองไทย เลยจะใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ไม่ทราบว่าเสี่ยงแค่ไหนคะที่จะถูกปฎิเสธ

  19. plewon 04 Nov 2009 at 1:17 am

    ตอนที่เรายื่นขอไม่มีใบรับรองความประพฤติใดๆทั้งสิ้น แล้วก็มาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวด้วย หกเดือนก็ได้กรีนการ์ดแล้วค่ะ เอกสารอะไรใช้หรือไม่ต้องใช้ดีที่ที่สุดคือให้ดูจากคู่มือการกรอกแบบฟอร์มแต่ละชุด
    ซึ่ง USCIS จะระบุไว้ชัดว่ากรณีไหนต้องใช้อะไรบ้าง ดิฉันขอมาสองปีที่ผ่านมาไม่แน่ใจว่าเขาเปลี่ยนกฎหรือหลักเกณฑ์อะไรหรือไม่ แต่เท่าที่ดูก็เหมือนเดิม แต่ถ้าเพื่อความสบายใจเพื่อนคุรบอกว่าต้องมีก็จะขอเอาไว้ก็ได้เหลือดีกว่าขาด บางครั้งถ้าจ้างสำนักงานหรือเอเจนท์ทำบางทีชอบให้เราเตรียมเอกสารมากกว่าที่จำเป็น เคยเจอมาบอกให้เราเตรียมเอกสารการจ่ายภาษีสามปีย้อนหลัง แต่จริงๆแค่ปีเดียวก็พอแล้ว
    ดีที่สุดอย่างที่บอกเข้าไปเว็ปของรัฐบาลเขาเลยไม่มีผิดแน่นอน ถ้าคุณแต่งกับซิติเซ่นมีลูกด้วยยังไงก็สุดท้ายก็ต้องได้ เพียงแต่จะได้ง่ายๆหรือยากเท่านั้นแหละ เช่นถ้าเขาเล่นแง่ว่าคุณใช้วีซ่าผิดประเภทก็อาจต้องใช้ทนายเขามาช่วยทำเรื่องขอยกเว้น แต่ทเ่าที่เจอรวมตัวเองด้วยก็เห็นได้กันแบบไม่ได้ยุ่งยากอะไร
    รายได้ การงานของสามีก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ง่ายหรือยากเช่นกัน แต่สุดท้ายยังไงก็ได้ค่ะ

  20. Jib jibon 01 Feb 2010 at 2:23 pm

    ในการเป็นนักท่องเที่ยวแล้วไปแต่งงานกับเมกันน่ะค่ะ ได้ยินว่าการขอกรีนการ์ดก็มีสิทธิ์โดนปฏิเสธแบบ 50/50 อยากทราบว่าเขาเอาเกณท์อะไรมาตัดสินค่ะ
    - เราสามารถขอแค่ work permit ได้ไหม หรือ ถ้าเราอยากขอ work permit และกรีนการ์ดในเวลาเดียวกันจะได้ไหม
    -ไม่ทราบว่าเราจะได้ work permit หรือ กรีนการ์ดก่อนกันค่ะ และเป็นไปได้ไหมที่ว่า เขาให้เรามาแค่ work permit แต่เขาปฏิเสธกรีนการ์ดของเรา
    - ที่บอกว่า เมกันต้องมีรายได้ขั้นต่ำในการขอกรีนการ์ดให้ภรรยา ขั้นต่ำอยู่ที่เท่าไหรค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  21. plewon 01 Feb 2010 at 3:08 pm

    จริงๆแล้วโอกาศที่จะได้ีมากกว่าโอกาศที่จะโดนปฎิเสธมาก เพราะถึงจะเข้ามาโดยวีซ่าผิดประเภทก็สามารถจ้างทนายเพื่อทำเรื่องขอยกเว้นตรงนี้ได้อยู่ดีแต่อาจยุ่งยากหน่อย แต่ปกติที่เจอก็ได้กันแทบทุกราย โดยเฉพาะถ้าแต่งจริง มีเอกสารมีหลักฐานความสัมพันธ์ทำให้เขาเชื่อว่าแต่งกันจริงไม่ได้จ้างแต่ง เราสามารถยื่นขอใบทำงานพร้อมกับการขอกรีนการ์ดได้เลย ปกติจะได้ตัวนั้นก่อนกรีนการ์ด และไม่มีแน่ๆที่ได้แค่ใบทำงานแต่ไม่ได่กรีนการ์ดเพราะปกติเขาจะดูเอกสารการขอกรีนการ์ดว่าคุณสมบัติโดยรวมผ่านเอกสารครบถึงจะออกใบทำงานให้ เรื่องรายได้ขั้นต่ำรบกวนอ่านที่ http://www.marriagegreencard.info/i864.html ช่วยๆกันคลิกโฆษณาด้วยนะค่ะ

  22. Jib jibon 01 Feb 2010 at 5:55 pm

    ถ้าเราไม่จ้างทนายจะได้ไหมค่ะ เพราะว่าการจ้างทนายนั้นแพงมากเลย และเราวางแผนกันไว้ว่า เราจะจดทะเบียนกันที่เมกา และก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆๆเฉพาะครอบครัวในวันที่จดทะเบียน พอหลังจากที่ดิฉันได้กรีนการ์ดแล้ว เราจะกลับไปแต่งกันที่เมืองไทย เพราะค่าใช้จ่ายในการแต่งที่เมืองไทยถูกกว่า
    คือเราสองคนกำลังสร้างครอบครัวน่ะค่ะ ซึ่งทางแฟนก็ไม่ได้มีหน้าที่การงานดีมาก เราก็เลยอยากทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตอนนี้เราก็กลังหาข้อมูลเกี่ยวเอกสารกันอยู่ ทางตัวดิฉันนั้นอยากได้ Work permit มากเลยค่ะ เพราะถ้าไปแล้วก็อยากทำงานช่วยสามี ส่วนเรื่องกรีนการ์ด เมื่อไหรก็รอได้
    ไม่ทราบว่าไม่ต้องใช้ทนายจะมีทางได้ work permit เร็วขึ้น และเรื่องสามารถได้กรีนการ์ดเหมือนคนอื่นไหมค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  23. Jib jibon 01 Feb 2010 at 11:47 pm

    อยากจะทราบในด้านของเอกสารเวลาที่เราไปแต่งงานน่ะค่ะ อยากทราบว่า
    - ตอนที่เราไปจองคิวแต่งงานน่ะค่ะ เขาใช้เอกสารอะไรบ้างค่ะ (ใช้แค่Passport และใบขับขี่แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ไหมค่ะ)
    - พอได้ Licenseแล้วค่อยไปแต่งแล้วจดทะเบียนใช่ไหมค่ะ
    - พอได้ใบทะเบียนสมรสมาแล้วเราค่อยขอยื่นเรื่องขอ work permit and Green card ใช่ไหมค่ะ?
    ตอนนี้อยากจะเตรียมเอกสารให้พร้อมที่สุดน่ะค่ะ

    ยังไงช่วยตอบดิฉันด้วยน่ะค่ะ

  24. Jib jibon 02 Feb 2010 at 10:22 am

    ขอถามอีกคำถามน่ะค่ะ อยากทราบว่า เอกสารอะไรบ้างที่เราต้องใช้ตัวจริงค่ะ
    คือดิฉันมีตัวจริงpassport ใบขับขี่จากเมืองไทย เอกสารแค่นี้สามารถทำการจดทะเบียนได้ไหมค่ะ

    ส่วนการขอกรีนการ์ดนั้น ดิฉันต้องมี สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาสูติบัตร สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ที่ต้องได้รับการรับรองและ แปลเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ทราบว่าดิฉันเข้าใจถูกไหมค่ะ

    ขอบคุณมากๆๆค่ะ

  25. plewon 02 Feb 2010 at 2:05 pm

    ใช่ค่ะใช้แค่พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุอย่างเดียวพอค่ะ แต่ถ้ามีบัตรอื่นๆที่มีชื่อเรา รูปเป็นภาษาอังกฤษด้วยก็ดี อันนี้คือตอนไปขอใบอนุญาตทำการแต่งงานค่ะ ใช้ค่ะหลังจากได้ใบอนุญาติแต่งงานมาแล้วก็แต่งทีหลังแต่ต้องแต่งภายในปกติสามสิบวันค่ะแล้วแต่รัฐค่ะ หลังจากแต่งแล้วรอให้ได้ทะเบียนสมรสตัวจริงซึ่งต้องใช้ในการขอกรีนการ์ด เอกสารของคุณที่ต้องใช้ก็สำเนาพาสปอร์ต สูติบัตรแปลเป็นอังกฤษจากสำนักแปลที่มีคุณสมบัติจะแปลเอกสารให้เราได้ ทะเบียนบ้านกับบัตรประชาชนจริงๆไม่ต้องก็ได้แต่ถ้าจะมีก็โอเคค่ะ
    ไม่ได้บอกว่าต้องจ้างทนายนะค่ะคือปกติทำเองได้ไม่ต้องจ้าง แต่ที่บอกว่าจ้างคือในกรณีที่คุณขอแล้วโดนปฎิเสธเพราะการใช้วีซ่าผิดประเภทถ้ายังงั้นก็ต้องจ้าง แต่อย่างที่บอกปกติเขาก็ได้กันทั้งนั้นแล้วก็ทำเองก้นไม่ได้จ้างทนาย เพราะจริงๆการขอกรีนการ์ดไม่ได้ยากมากมายเพียงแต่เกสารเยอะหน่อย บวกถ้าคุณและแฟนอ่านภาษาอังกฤษเข้าใจ เพราะแฟนคุณก็เป็นอเมริกันอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา บางคนที่จ้างเพราะเขาขี้เกียจหรือมีัปญหาเรื่องภาษา หรือคิดว่าจ้างจะได้ง่ายกว่า ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ค่ะเราทำเองได้
    รบกวนอ่านเพิ่มเติมทีี่
    http://www.marriagegreencard.info/marriageinusmenu.html
    http://www.marriagegreencard.info/igreencardform.html
    http://www.thaiinamerica.com/2009/03/%e0%b8%82%e0%b8%ad-marriage-license-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4/

  26. Jib jibon 03 Feb 2010 at 3:39 pm

    ตอนนี้ดิฉันทำงานที่ประเทศแคนาดาซึ่งดิฉันถือ work permit ของแคนาดาน่ะค่ะ และก็เลยขอวีซ่าท่องเที่ยวเมกา ในประเทศแคนาดา ซึ่งเขาก็ให้ดิฉันมาสองปี ตามใบทำงานในประเทศแคนาดาค่ะ ซึ่งเป็นประเภท M หมายถึงการเข้าออกในประเทศอเมริกา กี่ครั้งก็ได้ภายในระยะเวลาสองปีนี้ ซึ่งการใช้ครั้งแรกของดิฉันที่ไปเมกาจำนวน 10วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม - 1 มกราคม แต่ตอนเข้าไปทางเจ้าหน้าที่เขาประทับตราให้อยู่ได้ 6 เดือนคืออยู่จนถึงเดือน มิถุนายน แต่ดิฉันออกจากประเทศอเมริกาในวันที่ 1 มกราคมน่ะค่ะคืออยู่ไม่ถึงหกเดือนตามที่เขาประทับตราให้ เพราะเราต้องรีบกลับมาทำงาน ซึ่งคำถามของดิฉันมีอยู่ว่า
    -ดิฉันจะกลับไปเมกาอีกในปลายเดือนมีนาคมนี้( 3 เดือนหลังจากการเข้าไปในรอบแรก) ดิฉันจะสามารถเดินทางเข้าประเทศอเมริกาในฐานะนักท่องเที่ยว เหมือนตอนแรกได้หรือไม่ค่ะ
    - จำเป็นไหมที่ดิฉันต้องรอจนเดือนมิถุนายน แล้วค่อยเข้าไปได้อีก

    ถามมาหลายๆคนก็บอกว่าเข้าไปได้เหมือนเดิมกับตอนแรกนั้นแหละ แต่บางคนก็บอกว่าต้องรอจนถึงเดือนมิถุนายน

    ขอบคุณค่ะ

  27. plewon 04 Feb 2010 at 2:32 pm

    คุณ
    จริงๆแล้วถ้าวีซ่คุณไม่หมดอายุคุรก็เข้าได้อยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ว่าที่เขาเตือนกันคือการที่เคยเพิ่งไปมาไม่นานและอยู่นานๆหลายเดือน แล้วก็ไปอีกแล้วมันอาจทำให้เขาสงสัยค่ะว่าคุณมาทำไมบ่อยๆ งานการไม่ทำหรืออย่างไรอะไรประมาณนั้น แต่กรณีคุณน่าจะง่ายกว่าคนที่เข้าตรงจากไทยเพราะคุณเข้าจากแคนาดา มันก็ไม่น่าผิดปกติมากเพราะแคนาดามันใกล้กัน แต่ยังไงซะคุณก็ต้องเตรียมตอบคำถามค่ะว่ามาทำไมิีกเพิ่งมาเมื่อเดือนสองเดือนก่อน แล้วตอนที่มาครั้งแรกอยู่นานมาทำอะไร อะไรประมาณนั้นค่ะ แต่คิดว่าสุดท้ายเขาคงให้เข้าค่ะเพียงแต่ว่าจะให้คุณอยู่ได้กี่วันเท่านั้นถ้าเขาสงสัยอาจให้แค่อาทิตย์ หรือเดือนอะไรระมาณนั้น

  28. Jib jibon 04 Feb 2010 at 9:06 pm

    ขอบคุณมากเลยค่ะ ตอนนี้ก็โล่งใจไปมาก พอตอนไปเมกา จะได้แต่งตัวสวยๆๆเข้าไป LOLOL…

  29. Jib jibon 06 Feb 2010 at 9:29 pm

    เอกสารที่เราต้องใช้ในการขอกรีนการ์ด ก็จะมี สำเนาสูติบัตร สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือใบขับขี่ และสำเนาทะเบียนบ้านเขาเรา ซึ่งอยากทราบว่ามีอายุเพียง หกเดือนหลังจากที่สถานกงศุลรับรองให้ใช่หรือเปล่าค่ะ
    คือเพื่อนของดิฉันเขาฝากมาถามว่าเขาแปลเอกสารพวกนี้ตั้งแต่ ปี2008 และเขาจะแต่งงานกับแฟนปีนี้ ไม่ทราบว่าเขาจะยังใช้เอกสารพวกนั้นได้หรือไม่ค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  30. ลดาon 02 May 2010 at 12:42 am

    สวัสดีค่ะคุณแพรว จำลดาได้มั้ยคะ ดิฉันเคยโพสต์เข้ามาถามเรื่องวีซ่า และถามเรื่อง ตม. ที่อเมริกา และล่าสุดตอนปลายปี52 ดิฉันได้สอบถามเรื่องวีซ่าท่องเที่ยวหลังจากวีซ่าเดิมหมดอายุ และตอนนี้ขอวีซ่าใหม่เมื่อ มี.ค.53ได้วีซ่า 10 ปี เรียบร้อยแล้วค่ะ ต้องขอขอบคุณคุณแพรวมากๆ ที่ให้คำแนะนำทีดีกับดิฉันค่ะ และตั้งใจไปอเมริกาเดือน มิ.ย. ค่ะ ดังนั้นดิฉันขอคำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ

    1. ดิฉันจะไปแต่งงานที่อเมริกา ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งแฟนถือกรีนการ์ดและยังไม่เป็นซิติเซ่นค่ะ (ปัจจุบันแฟนอยู่ที่อเมริกา 30 ปีค่ะ ) แต่แฟนกำลังทำเรื่องขอซิติเซ่นค่ะ ขั้นตอนการทำเรื่องต่างๆ อย่างไรบ้างคะ และอยู่ที่อเมริกาแล้วจะเป็นปัญหาใดๆ มั้ยคะ
    2. ดิฉันต้องเตรียมเอกสารสำคัญอะไรบ้างจากไทยที่จะนำไปที่อเมริกาคะ

    รบกวนให้คำแนะนำด้วยนะคะ

    ขอบคุณค่ะ
    ลดา

  31. plewon 02 May 2010 at 2:57 am

    คุณลดา จำได้ค่ะ ขอแนะนำว่าควรให้แฟนคุณได้ซิเซ่นให้เรียบร้อยแล้วค่อยไปแต่งค่ะ เพราะถ้าคุณแต่งตอนที่แฟนคุณยังเป็นแค่กรีนการ์ด คุณต้องรอนานมากค่ะกว่าจะได้หมายเลข เพราะเขาจะให้สิทธิกับคู่สมรสของซิติเซ่นก่อน และถ้าแต่งแล้ววีซ่่าคุณหมดเช่นเค้าประทับตราให้หกเดือนคุณก็ต้องออกมาค่ะอยู่ไม่ได้ บางรายยื่นไปสองปี สามปีก็มี ไม่เหมืนกับคนแต่งกับซิติเซ่นค่ะ ันนั้นจะเร็ว เพราะแฟนกำลังจะทำเรื่องขอซิติเซ่นก็ไม่รู้จะได้เมืื่อไร เอกสารที่ต้องใช้ก็พาสปอร์ตของเรา ใบสูติบัตร แปลเป็นอังกฤษโดยสำนักแปลที่ได้รับการรับรอง ถ้าเคยแต่งงานมาก่อนก็ต้องมีเอกสารการจดทะเบียนหย่าแปลเป็นอังกฤษเช่นกัน จะไปขอหนังสือรับรองการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจไว้ก้ได้แต่จริงๆไม่จำเป็น อย่ารีบร้อนค่ะ ให้เขาได้ซิติเซ่นแล้วจะของ่ายและเร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัว

  32. ลดาon 02 May 2010 at 9:08 am

    ขอบคุณค่ะคุณแพรว แต่แฟนดิฉันบอกว่าถ้าวีซ่าหมด สมมติ 6 เดือนที่ตม.ประทบ สามารถจ้างบริษัททำเรื่องต่อให้อยู่ต่อที่อเมริกาได้ คุณแพรวพอจะทราบเรื่องในลักษณะนี้บ้างมั้ยคะ

  33. plewon 02 May 2010 at 12:35 pm

    เท่าที่พบที่เขาทำกันคือเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียนโดยสมัครเรียนพวกภาษาหรืออื่นๆ แต่วิธีอื่นไม่ทราบค่ะ แต่คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆค่ะ อีกอย่างคิดดีๆคุรเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวมาแต่งงานก็ถือว่าใช้วีซ่าผิดประเภทแล้วการทำเรื่องอยู่ต่อคงวุ่นพอควร เพราะคนที่แต่งงานกับซิติเซ่นเองบางกรณีที่ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาแต่งยังอาจโดนกรณีว่าใช้วีซ่าผิดประเภท เพียงแต่ก็ยังสามารถให้ทนายยื่นขอยกเว้นได้ แต่ถ้าแต่งกับกรีนการ์ดก็ยิ่งไปกันใหญ่กันค่ะ เพราะปกติคนถือกรีนการ์ดจะขอวีซ่าคู่หมัั้นให้แฟนเข้ามาแต่งยังไม่ได้เลย
    ปกติคนที่แต่งกับซิติเซ่นวีซ่าหมดเขาจะอยู่ต่อไปได้เลยอย่างถูกกฎหมาย แต่กรณีกรีนการ์ดไม่ได้ แต่อันนี้ก็แล้วแต่นะค่ะ

  34. ลดาon 05 May 2010 at 8:37 am

    ขอบคุณค่ะคุณแพรวที่ให้คำแนะนำ ดิฉันคงจะรอให้แฟนได้ซิติเซ่นตามที่คุณแพรวแนะนำค่ะ

  35. Jusminon 06 May 2010 at 11:03 pm

    สวัสดีค่ะถ้าจะรบกวนปรึกษาปัญหาบ้าง หวังว่าท่านที่มีประสบการณ์จะช่วยกรุณาไขข้ากังวลได้บ้าง

    ข้อสงสัยคือ เรามีแฟนเป็นอเมริกันแฟนมาที่เมืองไทยประมาณ4-5 ครั้งหลังจากเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ แต่ว่าเรากับแฟนคบกันได้ปีกว่าๆตั้งแต่เดือนเมษายนเรากับแฟนตกลงลองอยู่ด้วยกันเราอยู่ด้วยกันประมาณ2เดือนแฟนต้องกลับประเทศและหลังจากนั้น4เดือนแฟนกลับมาที่เมืองไทยอีกและเราอยู่ด้วยกันอีก6เดือนแฟนต้องกลับอเมริกาอีกเราสองคนจึงตัดสินใจที่จะแต่งงานกันแต่งแฟนอยากให้ไปแต่งที่อเมริกา ในส่วนของเอกสารที่ฝ่ายชายต้องเตรียมมีอะไรบ้างและเอกสารของทางฝ่ายหญิงมีอะไรบ้างแฟนเราค่อนข้างจะกังวลกลัวว่าวีซ่าจะไม่ผ่านและไม่อยากขอวีซ่าท่องเที่ยวเพราะเรามีจุดประสงค์ที่จะแต่งงาน และได้ยินว่าบางรัฐถ้าแต่งงานแล้วต้องอยู่ที่นู่นอย่าน้อย6เดือนจริงมั้ยเพราะเราต้องกลับมารับปริญญา และถ้าหากแต่งงานในประเทศไทยโอกาสที่เราจะขอวีซาไปอเมริกาง่ายกว่ามั้ย

    รบกวนผู้ใดที่มีประสบการณ์ช่วยตอบทำถามนี้ด้วยนะคะ

    ขอบคุณล่วงหน้า

  36. plewon 07 May 2010 at 11:59 pm

    สวัสดีค่ะคุณ Jusmin
    สรุปก็คือคุณจะขอวีซ่าคู่หมั้นเพื่อไปแต่งงานที่อเมริกา รายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ลองเข้าไปดูที่ http://www.immihelp.com/visas/kvisa/k1-fiance-visa-application-process.html หรือจริงๆแล้วเว็ปของรัฐบาลเค้าเองโดยตรงก็มีรายละเอียดค่ะ คร่าวๆคือสำเนาพาสปอร์ต เอกสารการจ่ายภาษี เอกสารรับรองการทำงาน รายได้ เสาเนาสูติบัตร
    ถ้าแต่งแล้วต้องยู่อย่างน้อยหกเดือนหรือไม่ จริงๆขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยื่นขอกรีนการ์ดหรือไม่ ถ้าคุณยื่นขอกรีนการ์ดหลังจากแต่งงานปกติใช้เวลาประมาณหกเดือน แต่จริงๆสามารถยื่นขอเอกสารขอเดินทางออกนอกประเทศไปพร้อมๆกับการยื่นขอกรีนการ์ดเลยได้ แต่กว่าจะไดเเอกสารตัวนั้นอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือกว่านั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าการแต่งงานกับการขอกรีนการ์ดเป็นคนละเรื่อง ถ้าแต่งงานเฉยๆไม่ขอกรีนการ์ดก็ออกมาได้ แต่พอจะกลับไปใม่ก็ต้องมายื่นขอวีซ่าคู่สมรสเข้าไปอีก ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะขอวีซ่าคู่หมั้นเข้าไปแค่แต่งงานแล้วออกมา แต่งในไทยก็ไม่ต่างกันคือหลังจากแต่งทำได้สองกรณีคือขอวีซ่าคู่สมรสเข้าไป แล้วเขาไปขอกรีนการ์ดที่โน่น หรือขอกรีนการ์ดจากเมืองไทยเลยรอบเดียว แต่ปกติการขอกรีนการ์ดจากเมืองไทยจะใช้เวลานานกว่าขอในอเมริกาพอสมควร

  37. ลดาon 28 Aug 2010 at 7:55 pm

    สวัสดีค่ะคุณแพรว ลดาเองค่ะ สบายดีนะคะ ลดามีเรื่องรบกวนสอบถามรายละเอียดการแต่งงานค่ะ ตอนนี้ลดามาอยู่อเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวได้ 1 เดือนแล้วค่ะ (วีซ่าทาง ตม.อนุญาตให้อยู่ถึงปลายเดือนมกราคม ปีหน้าค่ะ) และแฟนมีกรีนการ์ดกำลังจะยื่นเรื่องทำซิติเซ่นให้เสร็จภายในกลางเดือนกันยายน (ที่ทำเรื่องช้าเพราะหาข้อมูลหลายอย่างในอดีตหลายปีค่ะ) คุณแพรวคะดิฉันรบกวนถามดังนี้ นะคะ

    1. อยากทราบระยะเวลาการยื่นเรื่องซิติเซ่นของแฟนจนแล้วเสร็จใช้เวลานานแค่ไหนคะ

    2. สมมติถ้าเรื่องเสร็จเรียบร้อยเร็วภายในสองสามเดือน ดิฉันควรทำเรื่องแต่งงานยังไงต่อไปคะ (เพราะวีซ่าดิฉันยังไม่หมด) จะสามารถทำเรื่องทันเวลามั้ยคะหรือสามารถอยู่ต่อได้เลยแม้กระทั่งวีซ่าขาดไปแล้ว

    3. มีขั้นตอนอื่นๆ ที่สามารถดำเนินการเรื่องอย่างไรบ้างคะ

    ดิฉันต้องขอโทษสำหรับคำถามอาจจะไม่ถูกต้องค่ะ ดังนั้นจึงขอคำแนะนำจากคุณแพรว มาในครั้งนี้ค่ะ

    ขอบคุณมากอีกครั้ง

    ลดา

  38. plewon 29 Aug 2010 at 12:37 am

    คุณลดา

    เท่าที่ฟังคนอื่นมาขอซิติเซ่นรวมๆจะใช้เวลาประมาณหกเดือนถึงปีหนึ่งค่ะแล้วแต่รัฐ เขาว่าแคลิฟอเนียเร็วที่สุด ถ้าเรื่องเรียบร้อยก่อนวีซ่าคุณหมดอายุซึ่งดูแล้วน่าจะโอกาศไม่มากนัก ก็แต่งงานซะแล้วรวบรวมเอกสารยื่นขอกรีนการ์ดเลย จริงๆระหว่างนี้คุณลดาเตรียมเอกสารไว้เลย เตรียมพร้อมกรอกข้อมูลไว้เลยก็ได้ แต่ถ้าวีซ่าคุณหมดก่อนก็อย่าออกมา ก็ขอไปตามปกติหลังจากที่แฟนได้ซิติเซ่นแล้ว กรณีหลังอาจทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นบ้าง แต่ยังไงซะเมื่อแฟนคุณเป็นซิติเซ่นแล้วสุดท้ายคุณก็ต้องได้ กรณีหลังอาจหาทนายมาช่วยด้วย เพราะคุณอยู่เกินวีซ่าไปแล้ว และแฟนก็เพิ่งได้ซิติเซ่นมาหมาดๆ แต่ยังไงก็เอาใจช่วยให้แฟนได้ซิติเซ่นก่อนวีซ่าคุณหมดอายุค่ะ

  39. ลดาon 29 Aug 2010 at 3:47 pm

    ขอบคุณมากเลยค่ะคุณแพรวสำหรับคำแนะนำ เรื่องเตรียมเอกสารขั้นตอนขอกรีนการ์ดกำลังศึกษาอยู่ดูบ้างแล้วเอกสารเยอะเหมือนกัน คุณแพรวพอจะแนะนำให้เข้าไปศึกษาข้อมูลที่เวปไหนที่สามารถศึกษาเข้าใจง่ายเนื่องจากลดาเองภาษาอังกฤษยังไม่เก่งค่ะ รบกวนอีกครั้งและขอบคุณค่ะ

  40. plewon 29 Aug 2010 at 10:30 pm

    คุณลดา
    ดีที่สุดคือเข้าเว็ปของรัฐบาลโดยตรง ดาวโหลดแบบฟอร์มมา ซึ่งเขาจะบอกขั้นตอนอย่างละเอียดอยู่แล้ว รวมทั้งเอกสารประกอบอื่นที่ต้องใช้ อีกที่ก็ลองดูตามลิงค์ค่ะ
    http://www.uscis.gov/portal/site/uscis
    http://www.immihelp.com/

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply