จดทะเบียนสมสรที่อเมริกา American Marriage Certificate

plew April 27th, 2008


คนไทยหลายคนมีข้อสงสัยว่าถ้าจะแต่งงานในอเมริกาต้องมีผลเลือดหรือไม่ สำหรับที่แคลิฟอเนีย ไม่ต้องมี ใครก็สามารถแต่งงานที่นี่ได้แค่มีพาสปอร์ต และมีเงินเสียค่าธรรมเนียมก็พอ อีกที่ที่คนนิยมไปแต่งงานคือ ที่ลาสเวกัส เนวาดา ซึ่งไม่ต้องมีผลเลือดเช่นกัน และที่คนนิยมไปแต่งงานที่นั่นเยอะ เพราะเหตุว่าเวลาจะหย่าก็ง่ายกว่ารัฐอื่นเช่นกัน แถมมีบริการเรื่องการแต่งงานครบวงจรและราคาไม่แพง ให้เลือกมากมาย ส่วนรัฐอื่นอันนี้ไม่แน่ใจจริงๆว่าจะต้องมีผลตรวจเลือดหรือไม่ ต้องตรวจสอบที่เมืองและรัฐนั้น

เล่ามาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่าการแต่งงานที่นี่ไม่ยากอะไรเลย แต่ต้องชัดเจนว่า แต่งงานกับขอกรีนการ์ดมันคนละเรื่อง ไม่ใช่แต่งงานแล้วแปลว่าได้กรีนการ์ดเลย แต่เอกสารในการแต่งงานเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นขอกรีนการ์ด คนละขั้นตอนกันแต่มันก็ต่อเนื่องกันอยู่ เพราะฉะนั้นที่นี่แต่งงานต้องมีการทำพิธีไม่ใช่เมืองไทยไปจดทะเบียนสมรสกันเฉยๆก็ได้ แต่มีความรู้ใหม่เขาบอกว่าแต่งงานที่นี่ถ้าเราแต่งงานบนเรือ กัปตันเรือสามารถทำพิธีแต่งงานให้เราได้ หรือถ้าแต่งในรถแท็กซี่ คนขับก็ทำพิธีให้เราได้ พิธิที่ว่าจริงๆแล้วถ้าดูหนังฝรั่งคงพอนึกออก คือใครคนหนึ่งส่วนมากเป็นบาทหลวงถามว่าแต่ละฝ่ายจะยินดีรับอีกฝ่ายเป็นสามี ภรรยา และประกาศว่าโอเคนะต่อไปนี้สองคนนี้เป็นสามีภรรยากันแล้ว และมีพยานอีกสองคนรู้เห็น แค่นี้ก็คือพิธีแล้ว ส่วนจะมีงานเลี้ยงอีกหรือไม่ตรงนั้นไม่สำคัญแล้ว

วิธีแต่งงานง่ายๆอีกวิธีหนึ่งที่ประหยัดสะดวกและได้ใบทะเบียนสมรสเร็วมากไม่ต้องรอเป็นอาทิตย์คือ แต่งงานกันที่ซิตี้ฮอลมันซะเลยซึ่งเป็นที่นิยมมากเช่นกันซิตี้ฮอลที่ซานฟรานซิสโกมีคนมาแต่งงาน

เกือบทุกวันวันละหลายคู่ เนื่องจากถูกค่าใช้จ่ายประมาณแปดสิบเหรียญ แค่ทำการจองเวลา หาพยานมา ไม่มีจริงๆเขาก็จัดให้ ไม่ต้องหาคนทำพิธีให้ เพราะบางทีหาคนทำพิธีแต่งงานไม่ใช่ง่าย เพราะต้องเป็นคนที่มีใบอนุญาต แต่แต่งที่ซิตี้ฮอล เขาจัดการให้เราเสร็จ เสร็จปุ๊ปเซ็นเอกสารให้เลย รอรับใบทะเบียนสมรสได้ทันที เรียกว่า One Stop serviceเลยละสามารถขอLicenseและแต่งงานเสร็จในวันเดียวเลยทุกอย่างจบ

เรียบร้อยลืมบอกไปถ้าไม่ได้แต่งงานในวันเดียวกับวันที่ขอใบอนุญาตก็ต้องดำเนินการแต่งงานให้เรียบร้อยภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่ออกใบอนุญาตแต่งงาน ไม่งั้นก็ต้องมาเสียตังค์ขอใบใหม่อีก
ยกตัวอย่างให้ฟังสำหรับตัวเองเราขอ License ที่ซานฟรานซิสโก แต่เราแต่งงานที่ซานตาครูส ซึ่งเป็นอีกเมืองหนึ่งแต่อยู่แคลิฟอเนียเหมือนกัน ก็เมืองใกล้ๆกันนั่นแหละ คนที่ทำพิธีแต่งงานให้เราก็เป็นญาติซึ่งเดิมเขาไม่มีใบอนุญาตประกอบพิธีแต่งงานมาก่อน ก่อนวันแต่งงานตัวเขาเองก็ต้องไปที่ซิตี้ฮอลของซานตาครูสเพื่อขอใบอนุญาตทำการแต่งงานให้คนอื่น หลังพิธีเรียบร้อย เรามอบเอกสารที่ได้จากซิตี้ฮอลซานฟรานซิสโกให้เขาเป็นคนกรอกรายละเอียด ซึ่งเป็นข้อมูลทั่วไป ชื่อผู้ทำพิธีแต่งงาน ชื่อบ่าว สาว สถานที่ วันเวลาแต่งงาน เสร็จแล้วเขาก็ลงนาม และพยานสองคนลงนามแล้วส่งเมล์กลับไปที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นเมืองที่ออกใบอนุญาต หลังจากนั้นประมาณสองอาทิตย์ทางซิตี้ฮอลก็จะส่งทะเบีนยสมรสมาให้ทางไปรษณีย์หรือจะไปรับด้วยตนเองก็ได้ และสามารถไปขอทำใบทะเบียนสมรสเพิ่มอีกกี่ใบก็ได้ตามต้องการ ใบละประมาณยี่สิบเหรียญ

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสในอเมริกา www.marriagegreencard.infoอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

แต่งงานในอเมริกา

MORE REQUIREMENTS FOR OBTAINING A MARRIAGE LICENSE IN THE CITY AND COUNTY OF SAN FRANCISCO:

  1. Only an unmarried man and an unmarried woman over the age of 18 years of age may apply for a marriage license in California. Anyone under 18 must obtain a court order through the Juvenile Court system.
  2. If either applicant was previously married, he/she will need to know the exact date of the dissolution of the last marriage by divorce/annulment/or death. If the last marriage ended less than 90 days from the date of the appointment, you must bring a CERTIFIED copy of the divorce decree issued by the court or death record issued by the Department of Public Health. Non-certified copies, i.e. filed copies or endorsed copies, usually given to you by your attorney, are not accepted.
  3. Marriage license appointments are available Monday thru Friday at 10:00 a.m., 10:30 a.m., and from 12:00 noon through 3:00 p.m. every half hour (additional 11:00 a.m. and 11:30 a.m., ceremonies on Thursdays and Fridays only). There are three appointments available during each available time period.
  4. Appointments require a payment of $89.00 at the time of booking. Absolutely no refunds will be given.
  5. A convenience fee of $5.00 is applied on all credit card payments. Visa and MasterCard accepted. Couples may choose to come in person to schedule an appointment. Payment for in-person requests may only be made by CASH or a preprinted check.
  6. The couple along with a maximum of 2 witnesses/guests must arrive at the INFORMATION DESK at: San Francisco County Clerk, City Hall, 1 Dr.Carlton B. Goodlett Place (Van Ness & Grove), Room 168, San Francisco, CA 94102-4678 to CHECK-IN at the scheduled time. You do NOT need any witnesses at the time you are coming to obtain the marriage license. Couples arriving more than 10 minutes after their scheduled time will not be served and will be required to schedule a new appointment and pay the marriage license fee again.
  7. If you are planning on having your ceremony through City Hall, it is highly advisable that you make your ceremony appointment first by visiting our online ceremony reservation site and then make a marriage license appointment no later than 30 minutes prior to your ceremony appointment. In other words, if your appointment is for 10:30 a.m. on a Tuesday, you can schedule a marriage license appointment for anytime on the previous Monday or no later than 10:00 a.m. on the Tuesday of your appointment. You may request to have a ceremony at City Hall when you come in, but one may not be available at the time of your visit. We would then provide you with information on our availability. Ceremony fee is $67.00.
  8. 3 DAYS RE-SCHEDULING POLICY - If you cannot make your appointment, you may reschedule within 90 days of the date of the original appointment. However, you must provide us with at least 3 days notice prior to the scheduled date. You may reschedule your appointment by visiting our website at http://www.sfgov.org/countyclerk (confirmation number would be required) or contacting us via e-mail at county.clerk@sfgov.org. Failure to meet this criteria will require a new marriage license appointment and fee to be paid.

17 Responses to “จดทะเบียนสมสรที่อเมริกา American Marriage Certificate”

  1. น้องon 24 Jul 2008 at 1:42 pm

    รบกวนถามหน่อยนะคะ ตั้งใจจะจดทะเบียนสมรสที่ ลาสเวกัส ต้องใช้ใบรับรองโสดของฝ่ายเราด้วยไหม

  2. plewon 24 Jul 2008 at 8:30 pm

    ไม่ต้องค่ะ ใช้แค่พาสปอร์ตค่ะ ถ้าพาสปอร์ตเป็นนางสาวนะค่ะ

  3. น้องon 24 Jul 2008 at 9:21 pm

    ขอบคุณมากเลยจ๊ะ คุณ plew อีกข้อค่ะหลังจากนั้นยื่นขอกรีนคารด์ ใบเกิดต้องใช้ใช่ไหมคะ

    มีวีซ่าท่องเที่ยวสิบปี พี่อยู่กับแฟนมาสิบสองปีแล้ว แล้วตอนนี้เพิ่งจะคิดเรื่องแต่งงาน

  4. plewon 25 Jul 2008 at 1:09 am

    ใบเกิดต้องใช้ค่ะ จัดการแปลเป็นอังกฤษแล้วให้คนแปลเซ็นรับรองค่ะ

  5. น้องon 27 Jul 2008 at 9:26 pm

    ขอบคุณอีกครั้งค่ะ :)

  6. jenon 25 Aug 2009 at 9:11 am

    สวัสดีค่ะ

    นี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามาอ่านข้อมูลที่คุณเขียนไว้นะคะ
    ดิฉันมีคำถาม รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ

    คือ ดิฉันมีแฟนเป็นคน virginia ค่ะ แล้วลองคุยเรื่องการแต่งงานกับเขา เขาบอกว่าจะแต่งและจดทะเบียนสมรสที่ไทยน่ะค่ะ ดิฉันเลยสงสัยว่ามันจะทำให้ดิฉันสามารถไปใช้ชีวิตที่อเมริกาและมีสิทธิเท่าเทียมพลเมืองที่นั่นได้มั๊ย เพราะเขาบอกดิฉัยว่าไม่ต้องรอกรีนการ์ด แค่จดทะเบียนที่เมืองไทย แล้วเขาจะติดต่อไปที่สถานราชการของสหรัฐ แล้วให้ทางสถานราชการติดต่อกับสถานทูตอเมริกาในไทย แล้วดิฉันก็จะถูกตรวจสอบประวัติว่าเคยทำความผิดอาไรไว้มั๊ย และถ้าผ่าน ก็เอาเอกสารให้ทางสถานทูตจัดการแปลให้และส่งไปที่อเมริกา และเขาก็จะทำหนังสือส่งมาว่ายอมรับดิฉันเข้าประเทศ และสามารถเปลี่ยนเป็นพลเมืองอเมริกันได้ ดิฉันว่ามันแปลกๆ เพราะว่าไปอ่านข้อมูลที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ตรงของคนที่เคยแต่งงานกับคนอเมริกันก็พบว่าทุกคนต้องขอกรีนการ์ด ดิฉันบอกแฟนไป เขาก็บอกดิฉันว่า ดิฉันไม่รู้กฎหมายที่นั่น แต่เขารู้ ดิฉันเลยเถียงต่อไม่ได้ เขายังบอกดิฉันอีกว่า เขาไปถามเพื่อนเขาที่แต่งงานกับคนฟิลิปปินส์โดยแต่งและจดทะเบียนที่ฟิลลิปปินส์เลย เพื่อนเขาก็ว่าทำแค่นี้ก็ผ่าน พาภรรยามาอยู่ในอเมริกาได้เลย ดิฉันว่ามันง่ายแปลกๆ

    ยังไงรบกวนคุณช่วยให้ข้อมูลดิฉันด้วยนะคะ จะเป็นความกรุณาอย่างสูง

    แฟนดิฉันเขาไม่เชื่อที่ดิฉันพูดเลยว่าต้องใช้เอกสารเยอะ เขาเชื่อแต่ที่เพื่อนเขาพูดค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  7. plewon 26 Aug 2009 at 2:09 am

    คุณ jen คุณแต่งงานจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยก้ได้หลังจากจดทะเบียนแล้วมีสองวิธีที่คุณจะเดินทางเข้าอเมริกาได้ วิธีแรกสามีคุณขอวีซ่าคู่สมรสให้คุณแล้วคุณก็เดินทางเข้าไปอเมริกาและดำเนินเรื่องขอกรีนการ์ดในอเมริกา หรือหลังจากแต่งงานแล้วสามีคุณและคุณยื่นขอกรีนการ์ดที่เมืองไทยและก็รอจนกว่าจะได้กรีนการ์ดจึงจะเดินทางไปอยู่อเมริกาในฐานะ resident หลังจากถือ green card สามปีสามารถสอบเป็นcitizen ได้ค่ะ
    สรุปคือยังไงก็ต้องยื่นขอกรีนการ์ดค่ะ เพียงแต่จะขอทีไหนเท่านั้นเอง ปกติถ้าแต่งงานกับ citizen ขอกรีนการ์ดในอเมริกาใช้เวลาประมาณหกเดือน แต่ถ้ายื่นจากเมืองไทยไม่แน่ใจว่านานแค่ไหนค่ะ บอกให้เขาเข้าไปอ่านข้อมูลที่ USCIS ค่ะเป็นของรัฐบาลโดยตรง เข้าจะได้เข้าใจมากขึ้น หรือคุณสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเรื่องการขอกรีนการ์ดได้ที่ http://www.marriagegreencard.info/

  8. jenon 27 Aug 2009 at 8:14 am

    ขอบคุณค่ะที่ช่วยตอบคำถาม
    คือเข้าไปอ่านตามเว็บไซค์ที่คุณแนะนำแล้ว แต่ดิฉันยังไม่เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อขอกรีนการ์ดน่ะค่ะ รบกวนช่วยบอกลิงก์ด้วยนะคะ

  9. jenon 27 Aug 2009 at 9:08 am

    ขอโทษค่ะ ดิฉันเจอข้อมูลแล้ว แต่สงสัยจังว่าทำไมขั้นตอนการจดะเบียนกับชาวต่างชาติในไทยกับการขอวีซ่าคู่สมรสมันถึงเยอะจังคะ กินเวลามากเลย ดิฉันกังวลว่าแฟนจะรออยู่ในเมืองไทยนานไม่ได้ค่ะ เขาติดงานที่โน่น ลาได้ไม่นานเท่าไร ก็เลยไม่แน่ใจว่าดิฉันจะได้ไปอยู่กับเขาที่นั่นตอนไหน เกรงว่าถ้าไปๆมาๆกัน เอกสารจะดำเนินการไม่เสร็จสักที คุณพอจะมีคำแนะนำมั๊ยคะ เพราะดิฉันคิดว่าถ้าแต่งและจดทะเบียนแล้วดิฉันก็ต้องตามแฟนไปอยู่ที่อเมริกาแน่นอนค่ะ ค่อนข้างคิดมากเรื่องพวกเอกสารเหมือนกัน อยากให้เรียบร้อย

    ขอบคุณค่ะที่ช่วยตอบ

  10. plewon 27 Aug 2009 at 5:11 pm

    please check here
    http://www.marriagegreencard.info/igreencardform.html

  11. plewon 28 Aug 2009 at 3:38 am

    คุณ jen พอคุณเมื่อคุณส่งแบบฟอร์มทั้งหมดแล้ว แฟนคุณก็กลับไปอเมริกาได้กลับมาอีกทีตอนที่ได้สัมภาษณ์
    หรือจริงๆคุณสัมภาษณ์คนเดียวก็ได้ ถ้าคิดว่าไม่มีเวลาจริงๆอาจจ้างทนายหรือเอเจนท์ที่น่าเชื่อถือ แฟนคุณก็เซ็นเอกสารทิ้งไว้ แต่แนะนำว่าถึงจะจ้างใครทำก็ต้องทราบขั้นตอนจะได้ไม่เสียเงินเสียเวลาฟรี เรื่องเวลาและขั้นตอนทุกคนต้องทำเหมือนกันไม่มีข้อยกเว้นค่ะ ต้องยอมรับจุดนี้ แต่ถ้าขอวีซ่าคู่สมรสแล้วไปผขอกรีนาลการืดที่โน่นน่าจะเร็วกว่า แต่ก็ไม่ใชยื่นอาทิตย์นี้อาทิตย์หน้าได้อยู่ดี แต่นานแค่ไหนไม่แน่ใจค่ะ ส่วนกรีนการ์ดบางคนรอเป็นปีๆก็มี

  12. Nanon 29 Aug 2009 at 10:14 pm

    ขอแนะนำเวปไซด์เกี่ยวกับวีซ่าให้กับคุณ Jen นิดนึงนะจ่ะเปลว คุนเจนค่ะถ้ามีเวลาว่าง เข้าไปเวปนี้ค่ะ http://www.usvisa4thai.com/index.php มีข้อมูลของการขอวีซ่าทุกประเภท แต่เท่าที่แนนได้ยินมานะค่ะ ถ้าเที่ยบระหว่างขอวีซ่าโดยการแต่งงานที่เมืองไทย กะการขอวีซ่าแบบคู่หมั้นเนี่ย วีซ่าคู่หมั้นใช้เวลาน้อยกว่านะค่ะ หากต้องการเดินทางมาที่อเมริกาโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอให้คุนเจนตรวจสอบข้อมูลที่แน่นอนจากเวปนี้ก่อนค่ะ เพื่อนๆที่ทำวีซ่ามาแชร์ประสบการย์ไว้เพียบ หวังว่าจะช่วยได้บ้าง

  13. คุณอัญon 01 Apr 2010 at 6:42 pm

    Khun Plew ka

    พี่ชอบประสพการณ์ของคุณมากค่ะ และเป็นแบบอย่างให้ปฎิบัติได้โดยไม่ต้องพึ่งทนาย พี่กำลังดำเนินเรื่องขอกรีนดาร์ด ซึ่งแฟนที่ก็อายุ แปดสิบ
    แล้วล่ะ แต่แข็งแรง เป็นเอ็นจิเนีย และรีไทร์มาเป็นหลายสิบปีแล้ว ซึ่งเค้าเป็นคนมีฐานะดีมาก ไม่มีหนี้สิน มีเครื่องบินสองลำ มีบ้านให้เช่าที่
    ลอนดอนหนึ่งหลัง และใช้รถยี่ห้อดีค่ะ (ไม่ได้เวอร์นะคะ ซึ่งเป็นความจริงเล่าให้น้องฟังค่ะ) ทีนี้ แฟนพี่เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองมาก
    ซึ่งมันก็คนละเรื่องกับการยื่นขอกรีนดาร์ดนะคะ พี่เห็นด้วยกับน้องทุกอย่าง ที่บอกว่า เอกสารมากเท่าใด ก็ง่ายกับเรามากเท่านั้น
    คำถาม มีดังนี้ค่ะ

    ถ้าเค้าไม่มีใบรับรองการทำงาน และ จ่ายแท็กซ์ จะทำอย่างไรคะ

    เป็นไปได้มั้ยว่า ขณะนี้ พี่ถือวีซ่า ท่องเที่ยว ซึ่งอนุญาตให้อยู่ได้หกเดือน นี่ก็อยู่มาได้ เกือบสี่เดือนแล้ว เพิ่งไปจดทะเบียนกันที่ซิติฮอล์ ลาสเวกัส
    เมื่อ เก้า กุมภาพันธ์ค่ะ และกำลังเตรียมเอกสาร เปิดธนาคารร่วมกัน เอกสารเสียค่าน้ำ ร่วมกัน เครดิตคาร์ดต่าง ๆ มีชื่อร่วมกัน และถ้าพี่มีบิล
    จ่ายต่าง ๆ ในขณะที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน ไปยื่นด้วย จะดีมั้ยคะ

    ขอบคุณมากนะคะ
    คุณอัญ

  14. plewon 03 Apr 2010 at 3:42 pm

    สวัสดีค่ะคุณอัญ

    เรื่องพวกใบเสร็จค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นเท่าไรแต่จะนวมไว้ก็ได้ค่ะ เอาเอกสารหลักๆพวกเอกสารการเปิดบัญชี หรือเอกสารหลักๆที่มีชื่อร่วมกัน แต่คงไม่ถึงกับเอาใบเสร็จเยอะๆไปแสดง รูปถ่ายแต่งงาน เอกสารที่แสดงการคบหาดูใจกันก่อนที่จะแต่งงานสำคัญมากค่ะ พวกรูปถ่ายด้วยกันตอนคบหากัน จดหมายอะไรประมาณนั้น เขาให้ความสำคัญเพราะเป็นการพิสูจน์ว่าแต่งงานกันจริงๆไม่ได้จ้างแต่งค่ะ
    สามีคุณเกษียณแล้วก็อาจแสดงรายรับที่ได้จากรัฐหรือแสดงรายรับอื่นๆที่มี ก็ต้องแสดงสเตทเมนท์ว่าเค้ามีรายรับมาจากที่ไหนอย่างไร
    เอกสารพวกการครอบครองทรัพย์สินอะไรต่างๆที่มีอยู่ ถ้ามีฐานะดีอยู่แล้วคงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เรื่องสปอนเซอร์ร่วมใช้เฉพาะในกรณีที่คู่สมรสที่เป็นอเมริกันมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดค่ะ รายคุณคงไม่จำเป็นเพราะมีรายได้เพียงพออยู่แล้วค่ะ ทำจดหมายชี้แจงเพิ่มเติมว่าเจอกันที่หนอย่างไร บวกอาจมีจดจดหมายอีกฉบับที่ชี้แจงเรื่องรายได้ แล้วก็จดหมายปะหน้า จดหมายที่ชี้แจงเรื่องไหนก็แนบไปกับแบบฟอร์มให้ตรงเรื่องกันค่ะ

  15. ยุ้ยon 28 May 2010 at 1:01 am

    หวัดดีค่ะคุณ phew…ยุ้ยกำลังจะไปทำเรื่องจดทะเบียนพอดีค่ะ กำลังคิดอยู่ว่าจะไปเวกัสหรือที่ไหนดีอ่ะค่ะ แต่ใจก้ออยากจะทำให้มันเสร็จภายในวันเดียว เพราะยุ้ยกะแฟนอยู่ที่พอร์ตแลนด์ โอเรกอนอ่ะค่ะ ไม่อยากให้เสียเวลา และอีกอย่าง แฟนต้องกลับมาทำงานด้วยอ่ะค่ะ…มาเจอข้อมูลที่บล๊อกนี้ ได้ประโยชน์มากค่ะ แต่รบกวนขอคุณphew แนะนำอีกทีได้มั้ยคะ ยังงงๆนิดนึงอ่ะค่ะ

    มีอีกเรื่องนึงที่ยุ้ยสงสัยคือ หลังจากที่จดทะเบึยนเรียบร้อยแล้ว เราต้องยื่นเรื่องปรับสถานะใช่มั้ยคะ ยุ้ยไม่แน่ใจว่า ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใหร่กันแน่อ่ะค่ะ…แหล่งข้อมูลที่ 1 บอกมาว่า สั่งจ่ายเช็คสองใบ $1010กับ $355 รวมเปน $1365 แหล่งข้อมูลที่ 2 บอก $930 กับ $80 รวมเปน $1010 อ่ะค่ะ และเค้ายังบอกอีกว่า กรณีที่ 1 สั่งจ่าย $1365 นั้น เปนกรณีที่มีลูกหรอคะ….รบกวน ช่วยหน่อยนะคะ เพราะกำลังจะไปจดทะเบียนเร็วๆนี้ และก้อยื่นเรื่องเปลี่ยนสถานะเลยอ่ะค่ะ

    ยุ้ยขอขอบคุณล่วงหน้าเลยนะคะ

  16. plewon 28 May 2010 at 1:10 pm

    แบบฟอร์มต่างๆที่ต้องใช้ในการยื่นขอกรีนการ์ดที่ได้จากการแต่งงาน รายละเอียดเข้าไปที่ http://www.marriagegreencard.info/igreencardform.html

    I-130 petition alien for relative
    I-485 application to register permanent residence or adjust of status
    G-325A biographic information
    I-864 affidavit of support
    I-693 Report of Medical examination and vaccination record
    I-765 application for employment authorization ยื่นถ้าต้องการขอใบทำงาน
    I-131 application for travel document ยื่นถ้าต้องการเดินทางออกนอกประเทศระหว่างรอกรีนาร์ด

    ข้างบนคือแบบฟอร์มที่ต้องกรอกทั้งหมดที่นี่แต่ละฟอร์มเขาจะบอกไว้เลยว่าต้องแนบเช็คเป็นเงินเท่าไร บางฟอร์มก็เสีย บางฟอร์มฟรี
    ดีที่สุดคือเข้าไปเว็ปนี้ค่ะ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=db029c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD&vgnextchannel=db029c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD
    เป็นของรัฐบาลโดยตรงเลย เพราะบางที่เว็ปอื่นเขียนไว้นานแล้ว แต่จริงๆรัฐเขาปรับราคาหรือมีการเปลี่ยนแปลงแบบฟอร์มบางอย่างไปแล้ว

    สำหรับเรื่องแต่งงานจดทะเบียนแต่ละรัฐจะต่างกันไปต้องเข้าไปดูระเบียบของแต่ละรัฐ ลองดูรายละเอียดคร่าวที่
    http://www.marriagegreencard.info/marriedinna.html

  17. ยุ้ยon 28 May 2010 at 10:21 pm

    ขอบคุณมากค่ะ คุณ phew ยังไงยุ้ยจะลองเข้าไปอ่านดูค่ะ…

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply