คุยกับเจ้าของร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก ภาคสอง

admin September 14th, 2007

หลังจากคุยกับเจ้าของร้านได้ซักพัก ในใจก็เริ่มคิดตกลงจะรับไม๊เนี่ยไม่เห็นถามอะไรเลย เล่าแต่ชีวประวัติส่วนตัวซะยาวเชียวหลังจากนั้นแกก็เปิดฉากถามต่อแล้วมาได้กี่เดือนแล้วละ มาทำอะไร เราก็บอกและโกหกนิดหนึ่ง คือมาได้อาทิตย์เดียวและมาเรียนภาษา (จริงๆไม่ได้เรียนอะไรทั้งนั้นแหละ)แกก็บอก ยูมาได้แค่ไม่กี่วันไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภาษายังไม่ดีเท่าไรเราก็บอกไม่ได้แย่สื่อสารได้ เราจบปริญญาโทมาจากเมืองไทยแกถามต่อและอยู่เมืองไทยทำงานอะไร เราก็บอกไปตามจริงหลังจากนั้นแกก็เริ่มเข้าเรื่อง อือจริงๆตอนนี้ที่นี่ก็คนเต็ม แต่เห็นหน่วยก้านยูน่าจะทำงานได้ ก็จะให้มาฝึกงานดูช่วงฝึกงานก็ให้เงินพอมีค่ารถกลับบ้าน มีข้าวให้กินเต็มที่ ส่วนทิปก็อยู่ที่น้ำใจของเพื่อนร่วมงานเขขาอาจแบ่งให้นิดหน่อยค่ารถเดินทางก็ให้ประมาณห้าบาทสิบบาท (ดอลล่า) เราก็เออ รับแล้วโว้ย คือตอนนั้นอารมณ์ไม่ได้สนใจเท่าไรว่าได้เงินมากเงินน้อย ขอให้มีงานทำก็พอ เราก็คิดว่าได้น้อยดีกว่าไม่ได้ และอย่างน้อยก็จะได้มีประสบการณ์เราก็บอกพี่เจ้าของร้านแกไปว่าถ้างานเสริฟเต็มหนูทำในครัวก็ได้ค่ะอย่างยูไม่ต้องคิดเลยทำไม่ได้หรอกงานนครัวหนักมาก ทำไม่ไหวหรอก เราก็เหรอค่ะ ทำเสริฟนะดีแล้ว หน้าตาดีๆทำงานข้างนอกดีกว่า มีของดีก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์เราก็เอออะไรก็ทำทั้งนั้นแหละมีทางเลือกซะทีไหนละ
หลังจากนั้นแกก็เริ่มบรรยายเกี่ยวกับงานให้ฟัง งานเริ่มห้าโมงเย็น แต่ยูควรมาถึงร้านก่อนซักครึ่งชั่วโมง มาดูความเรียบร้อย ขอเลยอย่ามาสายเด็กที่นี่พอมาทำงานได้ซักพักก็เริ่มมาสาย เห็นพี่ใจดีไม่ว่าก็เอาใหญ่ยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้า อย่าไปหลบอยู่หลังร้านยืนด้านหน้าคอยต้อนรับ พี่เกลียดมากพวกชอบสุมหัวคุยกันหลังร้านแกร่ายยาวต่อโดยที่เราได้แต่พูดคำเดียวทุกคนที่นี่เท่าเทียมกันคนเก่าคนใหม่ มาทำงานไม่ต้องเชื่อใครฟังพี่คนเดียว บางทีคนเก่าสอนอะไรผิดๆมาทำงานต้องรักร้านภูมิใจในงาน ภูมิใจในร้าน ช่วยกันคิดกันทำให้ร้านดีขึ้นอย่างที่เล่าไปตอนที่แล้วว่า เนื่องจากมีร้านใหม่ที่ใหญ่กว่า สวยกว่ามาเปิดในย่านใกล้ๆกัน ร้านนี้ได้รับผลกระทบเข้าไปเต็มๆ ลูกค้าบางตาไปเยอะเจ้าของร้านแกเลยคิดให้มีคาราโอเกในร้านปิดร้านดึกขึ้นอีก พี่จะทำคาราโอเก เรียกลูกค้าพี่เลยคิดว่าอยากได้พนักงานหน้าตาดีๆมาดึงลูกค้าคุยกับลูกค้า แต่พี่ไม่ได้หมายความให้ยูทำอะไรที่มันไม่ดีนะ แค่คุยยิ้มแย้ม พี่ก็ต้องดุแลความปลอดภัยของลูกน้องอยู่แล้ว อาจให้ยูมาชวยตรงนี้ ในอนาคตร้านจะปิดตีสองเราฟังแล้วก็เออ จะดีไม๊เนี่ยตูแฟนรู้ละตายแน่แต่ด้วยความอยากได้งานก็ หมดแหละ ทำได้ทุกอย่างค่ะ
หลังจากคุยกันมาพักใหญ่ก็มาถึงบทสรุปคือ ได้งานทำแล้ว โอเคยูก็มาลองฝึกงานดู ค่าตอบแทนก็อย่างที่บอก พี่ถือว่าพี่ให้โอกาสยู พี่ชอบให้โอกาสคน แต่ถ้ายูไม่พอใจ คิดว่าเอาเปรียบก็ไป ที่นี่อเมริกาไม่จำเป็นต้องทน ยูมีสิทิเลือกทำงานที่ยูคิดว่าดี เพราะอย่างที่บอกจริงๆคนเต็มแล้วแต่นี่ก็คือช่วยยูนะ ยูต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำได้หรือไม่ พี่ให้เวลาสองอาทิตย์ในการพิสูจน์ ถ้าทำไม่ได้ก็ไป

และแล้วชีวิตการทำงานในร้านอาหารไทยก็ได้เริ่มในวันรุ่งขึ้น…………


5 Responses to “คุยกับเจ้าของร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก ภาคสอง”

  1. cher3155on 14 Sep 2007 at 9:38 am

    แวะมาเยี่ยมอีกที ดีใจด้วยค่ะได้งานทำแล้ว:)

    เรื่องสนุกๆ เพิ่งจะเริ่มต้นค่ะ…ต้องติดตาม!!

    เชอรี่

  2. projectlibon 15 Sep 2007 at 4:14 am

    ดีใจด้วยครับ
    สู้ๆ นะครับ
    อยากรู้เรื่องนอกประเทศไทยบ้าง อิอิ
    เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ

  3. zofeuson 30 Jun 2008 at 5:44 am

    ผมอ่านมาหลายตอนแล้ว สนุกมากได้ความรู้ด้วย คือไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่นู่นเป้นยังไง
    รู้ก็วันนี้แหละ ชีวิตสุดๆ จริงๆ คือผมก็กำลังจะไปซานฟรานเพื่อเรียนภาษา + ต่อโท แต่คงต้องเรียนภาษานานหน่อยก็คงต้องไปหางานทำอยู่นู่น
    ด้วย ได้อ่านข้อความของพี่แล้วรู้สึกว่า ผมต้องฟิตร่างกายแล้ว 55555 ตี้ครับ

  4. plewon 30 Jun 2008 at 12:18 pm

    ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ชีวิตต่างแดนไม่สบายเหมือนอยู่บ้านเรา แต่ถ้ามีตังค์ซะอย่างอยู่ที่ไหนก็สบาย…
    ยังไงรบกวนเพื่อนๆช่วยกันคลิกโฆษณาเพื่อสนับสนุนบล๊อกด้วยค่ะ

  5. windon 30 Jun 2008 at 10:02 pm

    ตอนนี้อยู่ ซานฟราน เหมือนกัน..

    อยากคุยเอ็มด้วยอ่ะค่ะ..

    อ่านเรื่องพี่ แล้วก็ชอบอ่ะ..

    แบบอยู่นี้.. เลยเห็นภาพง่ายมาก..

Trackback URI | Comments RSS

Leave a Reply