Archive for August, 2007

สนามบินซานซิสโก San Francisco International Airport

admin August 20th, 2007



Bay Bridgeหลังจากการเดินทางกว่าสิบห้าชั่วโมง เครื่องบินลงจอดที่จุดหมายที่รอคอย San Francisco International airport สนามบินซานฟรานซิสโก จริงๆแล้วไม่ได้อยู่ในตัวเมืองซานฟรานซิสโกจริงๆ พูดง่ยก็อยู่ประมาณชานเมืองนอกเมือง สนามบินซานฟรานซิสโกอยู่ในเมือง South San Francisco จากสนามบินขับรถเข้าไปตัวเมืองประมาณสิบห้านาทีเพราะของเรารถไม่ติด สนามบินก็ไม่ได้สวยงามหรูหรา เพราะใช้งานมานานก็เรียกว่าเก่าแล้ว ถ้าเทียบกับสนามบินฮ่องกง สนามบินกรุงโซล สนามบินเซียงไฮ หรือสุววรณภูมิบ้านเราสวยกว่าแน่นอน ก่อนมาก็จินตนาการสนามบินอเมริกาคงสวยและไฮเทคมากๆแต่จริงๆแล้วก็เหมือนกัน แถบเอเชียเราทันสมัยและไม่ได้น้อยหน้าเลยสักนิด ดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ที่ชอบคือเขามีคล้ายกับรถไฟฟ้าบ้านเราแต่วิ่งภายในสนามบินจากจุดนิดไปอีกจุดที่ไกลๆ ไม่ต้องเดิน และนอกจากนั้นที่สะดวกคือมีรถไฟฟ้า ซึ่งที่นี่เรียกว่า Bart ซึ่งสามารถนั่งเข้าเมืองหรือไปเมืองอื่นๆ คือสะดวกไม่จำเป็นต้องนั่งแท๊กซี่ แท๊กซี่ที่นี่แพงมาก

เมื่อออกจากเครื่องจะมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง Immigration หรือเรียกว่า Port Of Entry-San Francisco International Airport ก่อนเลยก็แถวยาวรอสัมภาษณ์ ตรวจพาสปอร์ต พอผ่านด่านไปได้ก็มารับกระเป๋า ต้องบอกว่า อีวาแอร์ไลน์บริการดีมากพอลงก็จะมีเจ้าหน้าที่สายการบินคอยดูแลบอกให้มาตรงนั้นตรงนี้ พอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาก็จะคอยบอกว่ากระเป๋าอยู่สายพานไหน คอยดูแลตลอดจนผ่านออกไป ซึ่งไม่เห็นสายการบินอื่นมีพนักงานมาค่อยช่วยเหลือผู้โดยสารแบบนี้

พอได้กระเป๋าแล้วก็เดินต่ออีกนิดเพื่อผ่านศุลกากร ตรวจสอบข้าวของที่ต้องเสียภาษี และก็เป็นอันเสร็จค่ะ ที่ชอบคือที่นี่ขั้นตอนจากจุดหนึ่งไปอีกจุดไม่ต้องเดินไกลเลยมันต่อๆกันหมด

วันนี้เล่าให้ฟังคร่าวๆ ฉบับต่อไปมาเล่ารายละเอียดสำคัญให้ฟังต่อค่ะ


บนเครื่องบิน On the Airplane to America

admin August 19th, 2007



dscf2881.jpg มาถึงระยะเวลาอันแสนจะยาวนานและทรมานบนเครื่องบินกันดีกว่า โหตั้งสิบกว่าชั่วโมง บอกรึป่าวคะว่าบินไปคนเดียว แถมเป็นการบินคนเดียวครั้งแรกและไกลมากอีกต่างหาก ก่อนหน้านั้นก็เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศบ้างแต่ก็ในแถบเอเชียบ้านเราและไปกันหลายคน แต่คราวนี้ไกลที่สุดและไปคนเดียว

ก็ตังค์ไม่ค่อยมีก็นั่งชั้นประหยัด มันก็แคบสิค่ะยืดขาหรือจะเอนนอนก็ไม่ได้มาก อยากนอนแต่นอนไม่หลับมันเมื่อยมาก เลยอยากแนะนำว่าบินยาวชั้นประหยัดนั่งริมทางเดินก็ดีเพราะมันลุกเดิน ไปห้องน้ำง่ายดีไม่รบกวนคนอื่นถ้านั่งในโหออกทีคนนั่งริมก็ต้องลุกออกบ่อยๆก็เกรงใจเขานะค่ะ

พอขึ้นเครื่องอันนี้คือจากไทเปไปซานฟราน คนที่นั่งข้างๆเขาเป็นอเมริกัน นั่งปุ๊ปเขาก็ถามคนไทยใช่ไม๊ครับ เออผมจำคุณได้เห็นคุณตั้งแต่สุวรรณภูมิแล้ว ซักพักเขาก็เริ่มพูดไทยเราก็เออดีอะ พูดไทยได้ด้วย พูดเก่งอีกตางหาก ก็เลยได้เพื่อนคุย ฝรั่งคนนี้เข้ามาทำวิจัยที่เมืองไทยบ่อยๆ เขาบอกทำวิจัยด้านพฤกศาสตร์ รวมทั้งทำวิจัยในประเทศอื่นๆในแถบเอเชีย เขาพูดได้ทั้งไทย เขมร ลาว มาเลย์ เก่งจัง เขาเป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยที่ Oregon

มีเพื่อนคุยก็ดีแต่บางทีเราก็ขี้เกียจคุยอยากอยู่เงียบๆคนเดียวบ้างเหมือนกัน แต่คุยกับฝรั่งก็ดีจริงๆฝรั่งเขาปลื้มบ้านเราจะตายบอกน่าอยู่ ของถูกอีกต่างหาก แต่คนไทยบางคนบอกเมืองไทยมันแย่ อยากอยู่เมืองนอก คนเรามักอยากได้อะไรที่ตัวเองไม่มีเสมอ

อยู่บนเครื่องก็ไม่อดอยาก เขามีอาหารเย็นให้ อีวาอาหารก็ใช้ได้ แต่ใครอยากติดของคบเคี้ยวแก้เซ็งก็ดี แต่ดีที่สุดคือพยายามหลับ บางคนก็กินยานอนหลับเพราะมันนานทรมาน แต่ตัวเองไม่หลับเลยตลอดเวลาสิบห้าชั่วโมงจนถึงสนามบินซานฟรานซิสโก

อ๋อพอใกล้ถึงแอร์เขาจะแจกเอกสารที่คุณต้องกรอกในการเข้าประเทศ ซึ่งรวมทั้งเอกสารที่ให้แจกแจงสิ่งที่คุณต้องเสียภาษี มูลค่าสิ่งของที่ขนมา อิอิ พยายามเขียนมูลค่าให้มันน้อยเข้าไว้ ถ้าไม่มีอะไรต้องเสียภาษีก็บอกไม่มี อย่าไปเขียนว่าในกระเป๋ามีของมีมูลค่าเยอะแยะ แล้วคุยต่อว่าทำไม เพราะมันมีผลตอนคุณผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง Immigration ที่สนามบิน


วันเดินทางไปอเมริกา The Day I Departed Thailand

admin August 18th, 2007



เอาละค่ะตอนนี้ก็มาถึงวันขึ้นเครื่อง บินข้ามขอบฟ้าไปไกลบ้านแล้ว ตัวเองได้ไฟลท์สี่โมงเย็น จริงๆก็ควรไปก่อนเวลาเพื่อเช็คอินคิวยาวและเผื่อกระเป๋าน้ำหนักเกินจะได้มีเวลารื้อ แต่ทางที่ดีชั่งมาซะให้เรียบร้อยจากบ้านคือสองใบใบละไม่เกินหกสิบกิโลกรัม และตรวจสอบว่ากระเป๋าปิดแน่นหนา ไม่แตกระหว่างทาง เพราะเวลาเขาโหลดกระเป๋า ขนย้ายเขาฌโยนแบบไม่ปราณีกระเป๋าเราเลยดังนั้น มีสายรัดหรือเทปซีลเลยก็ดี

ตัวเองเจอปัญหากระเป๋าแตกเป็นกระเป๋าเดินทางไฟเบอร์ใบใหญ่ตอนแพคก็ไม่รู้พอเสร็จวันเดินทางยก ขยับ เฮ้ยมันเปิดอะ สายรัดก้ไม่มีคือคลุกคลักมารู้ว่ามันเปิดเพราะของมันเยอะก็ตอนจะไปสนามบินเลยเอ้า เทปกาวน้ำตาลใหญ่ซีลรอบเลยดีค่ะแน่นหนาดี ก็อย่างที่บอกไปก่อนเวลาสักสองชั่วโมงเพื่อคิวยาว แต่ตอนไปคนว่างเออเลยรอนานหน่อย

ส่วนของที่คุณจะติดตัวไปขึ้นเครื่องด้วยคิดว่าหลายคนคงรู้แล้วคืออย่านำสิ่งของที่มีส่วนผสมของนำไปด้วยเป็นอันขาด เพราะตอนคุณผ่านเครื่องเอกซ์เรย์ ถ้าพบเขาก็จะยึดไว้ คุณก็เสียของ ของน้ำๆทั้งหลาย โลชั่น นำหอม ลิปสติกและอื่นๆที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ รวมทั้งของมีคมต่างกรรไกร คัตเตอร์ คือของที่คุณอาจใช้เป็นอาวุธทำร้ายคนอื่นได้ก็โหลดซะ จะได้ไม่โดนยึดเสียของป่าวๆ

อย่างที่เคยบอกไปแล้วส่วนใหญ่เดินทางไปอเมริกาต้องไปเปลี่ยนเครื่อง ตัวเองใช้อีวาไปเปลี่ยนเครื่องที่ไทเป จากกรุงเทพไปไทเป ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมง ต่อเครื่องจากไทเปไปซานฟรานซิสโก สิบสอง สิบสามชั่วโมง ส่วนกระเป๋าตอนเปลี่ยนเครื่องไม่ต้องกังวลเขาจะย้ายไปเครื่องต่อให้คุณเอง ไม่ต้องเช็คอินใหม่

อันนี้ขอแนะนำนิดนึงตอนคุณซื้อตั๋วถ้าเป็นแบบที่ต้องต่อเครื่องดูให้ดีว่าตอนไปถึงสนามบินที่จะเปลี่ยนเครื่องใช้เวลารอนานแค่ไหนกว่าจะบินไปที่หมายสุดท้าย เพราะบางไฟล์ทเช่นพอไปถึงไทเป รอเปลี่ยนเครื่องจากไทเปไปซานฟราน หรือแอลเอนานมากห้า หกชั่วโมงหรือมากกว่า หรือบางไฟล์ทระบุเวลารอในการเปลี่ยนเครื่องแค่ชั่วโมงเดียว อันนี้มีคนเตือนว่าก็ไม่ดีเพราะถ้าไฟล์จากรุงเทพเกิดช้ากว่ากำหนด แต่ไฟล์ทจากไทเปออกตามกำหนดคุณมาถึงพลาดไฟล์ทนั้น อาจต้องรอไฟล์ทต่อไปนานเลย แต่อันนี้ไม่แน่ใจเพราะแฟนแนะนำมาอีกทีตอนตัวเองเลือกไฟล์ท ก็เชื่อเขาเพราะเขาบินไปๆ มาๆ อเมิรกา ไทย บ่อยๆ ดังนั้นดีที่สุดคือไฟล์ทที่ระบุระยเวลารอเปลี่ยนเครื่องที่สอง ชั่วโมงค่ะ เพราะเอาเข้าจริงๆกว่าออกจากเครื่องเดิม เดินมาอีกประตูหนึ่ง เข้าห้องน้ำ คุณรอเปลี่ยนเครื่องไม่นานประมาณชั่วโมงหนึ่งได้ อันนี้ประสบการณืจริงตัวเองเลือกไฟล์ทที่รอเปลี่ยนเครื่องสองชั่วโมง เอาจริงๆรอไม่นานเลยก็ต่อเครื่องใหม่แล้ว


เอกสารทั้งหลายที่ควรเตรียมไปอเมริกา Important Documents

admin August 17th, 2007



สำหรับวันนี้มาว่ากันด้วยเรื่องเอกสารต่างๆที่คุณควรนำติดตัวไป อันนี้ในกรณีคนที่คิดว่าจะไปยาว หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงสถานะหรือเปลี่ยนประเภทวีซ่าที่นั่น เพราะสำหรับตัวเองหลังจากแต่งงานก็ต้องดำเนินการเรื่องการขอกรีนการ์ด ซึ่งต้องใช้เอกสารหลายอย่างที่ไท่ได้เตรียมไป เพราะไม่ได้ตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะแต่งงาน หรือเปลี่ยนสถานะที่นั่น

เอกสารที่ควรเตรียมไป ซึ่งอาจเป็นสำเนาหรือที่สะดวกคือคุณสแกนเป็นไฟล์เก็บไว้ก็สะดวก จะใช้งานเมื่อไรก็พรินส์เอา เอกสารที่แนะนำ

  • บัตรประจำตัวอื่นๆนอกจากพาสปอร์ต ที่ภาพภาพถ่ายของคุณถ้ามีชื่อเป็นภาษาอังกฤษด้วยจะดีกว่า

  • บัตรเครดิต บัตรเดบิต

  • สมุดเงินฝากหรือเอกสารแสดงฐานะทางการเงิน

  • สูติบัตร

  • ใบขับขี่สากล

  • รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ตติดมาเผื่อใช้ ถ่ายที่นี่แพงและประเภทด่วน รูปออกมาแย่มาก เพราะถ้าดำเนินการเปลี่ยนประเภทวีซ่า หรือกรีนการ์ด ต้องใช้เยอะ

  • ประวัติการรักษาพยาบาล ประวัติการฉีดวัคซีน เพราะถ้าคุณขอกรีนการ์ดคุณต้องตรวจสุขภาพ แต่ถ้าคุณมีเอกสารยืนยันว่าเคยฉีดวัคซีนตามมาตรฐานที่เขากำหนด ก็ไม่ต้องฉีดอีกครั้งแต่ถ้าไม่มีคุณต้องฉีดวัคซีนใหม่และทดสอบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

  • จดหมาย ภาพถ่ายที่ติดต่อกับแฟนในกรณีที่คุณมาพบแฟนและเป็นไปได้ว่าอาจแต่งงานกันที่นี่และขอกรีนการ์ด หลักฐานการติดต่อกันทั้งหมดให้นำมาด้วย

อย่างที่แนะนำข้างต้นเอกสารทั้งหมดถ้าสแกนเป็นไฟล์มาได้ก็จะสะดวกหรือสำเนามาจำนวนหนึ่ง เอกสารที่เป็นภาษาไทยถ้าดำเนินการขอกรีนการ์ดต้องดำเนินการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมาดำเนินการที่นี่ภายหลังได้


จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed for America Part 3

admin August 15th, 2007



จัดกระเป๋ายังไม่จบ สำหรับวันนี้มาคุยเรื่องอาหารบ้าง สิ่งที่คนไทยหลายคนกังวลและกลัวเวลาไปเมืองนอก คือเรื่องอาหาร ตัวเองก่อนไปอเมริกา โดนแซว เอ้ากินอาหารไทยซะให้พอไปที่โน่นไม่มีกินนะ มีแต่สเต็ก สตู เนย นม ชีส ขนมปัง ผู้หวังดีก็เตือน เอ้าเอามาม่าไปเยอะๆจะได้ไม่อดตาย ปลากระป๋อง กะปิ นำปลา น้ำพริก ขนไป

เออจริงๆแล้วจะบอกว่าเจ้าพวกอาหารทั้งหลาย มันหนัก มาม่าก็กินที่มาก ยิ่งของกระป๋องด้วยแล้วหนักมาก ข้าวสารอะไรประมาณนั้นยิ่งหนัก จริงๆตรงนี้เอาเป็นว่าเป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ สำหรับตัวเองว่าไม่ต้องขนอาหารไปเยอะ หลายๆอย่างหรือแทบทุกอย่างหาซื้อที่โน่นได้หมด แต่แน่นอนยอมแพงกว่าบ้านเราแน่นอน แต่ไม่ได้แพงจนน่าเกลียดหรือจับไม่ลง ยิ่งถ้าคุณไปทำงานก็ไม่ต้องกังวลเลยมันไม่แพงเลยคะ ต้องบอกก่อนว่าอาหารไทยเรานี้เป็นที่นิยมของคนอเมริกันมา มีร้านอาหารมากมาย อย่างที่ซานฟราน ร้านอาหารไทยเกือบร้อยได้มั้งคะ เยอะมากค่ะ ดังนั้นเครื่องปรุง ส่วนประกอบของอาหารไทยหาซื้อได้ที่นี่ ทั้งตามซุปเปอร์มาเก็ตใหญ่ๆ ไม่ว่าจะ Safeway, Whole Foods

หรือร้านในไชน่าทาวน์ หรือร้านคนไทย ร้านกัมพูชา ร้านเวียดนาม เครื่องปรุง ผัก ต่างๆหาซื้อได้ไม่ยากเลย ขอย้ำว่าไมม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้กินอาหารไทยหรือกลัวว่ามันจะแพงจนไม่มีปัญาซื้อ ตัวเองอยู่ที่นี่ทำอาหารไทยกินเองทุกวัน ทั้งข้าวเหนียว ไก่ย่าง ลาบ ต้มยำ ทำเองได้ทุกอย่าง แต่ถ้าอยากกินในร้านอาหารก็มีให้เลือกมากมายแต่มันก็แพงกว่ามากถ้าเทียบกับการทำอาหารทานเอง

แนะนำซุปเปอร์มาเกตสองที่นี้มีของกินเกือบทุกอย่าง

Safeway Whole foods



จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed for America Part 2

admin August 12th, 2007



ฉบับที่แล้วแนะนำเรื่องเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นต้องขนไปเยอะ เพราะหาซื้อที่อเมริกาได้ไม่แพง วันนี้มาคุยต่อเรื่องของที่ควรจะเตรียมไปจากเมืองไทย บอกก่อนว่าอันนี้เป็นข้อเสนอแนะแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละท่านนะค่ะ

ของอย่างแรกที่แนะนำให้ขนไปจากที่นี่คือ กางเกงใน บรา ประมาณนี้ เพราะจริงๆที่นั้นก็มีแหละ แต่ร้านขายของถูกที่เคยแนะนำไปมันมีแต่ไซต์ใหญ่นะคะ ไซต์เล็กมีขายในร้านปกติ แต่ถ้าเทียบกับบ้านเราบ้านเราถูกกกว่า ก็เตรียมไปเยอะ

ใครมีโรคประจำตัวหรือยาบางอย่างที่ต้องใช้ประจำก้เตรียมไป จริงๆที่นั่นก็หาซื้อยาได้ไม่ยาก แต่บางอย่างเช่นแก้หวัด คัดจมูกเอาไปจากบ้านเรา ห้าบาท สิบบาท ที่โน่นแพงกว่าแน่นอน แต่ใครที่กังวลว่าซื้อยาที่ดน่นต้องมีใบสั่งแพทย์เสมอ ไม่จริงค่ะ ซื้อได้หมายถึงยาทั่วไป แก้หวัด ปวดหัว ลดไข้ วิตามินทั้งหลาย มีขายเยอะแยะหาง่าย แต่ถ้าไม่ใช้ประเภทยาพื้นๆ ก็เตรียมไปดีกว่า หาหมอที่นี่มันแพง อย่างตัวเองเป็นโรคมีปัญหาในการขับถ่ายต้องใช้ยาขมเม็ดตลอด ดังนั้นใครที่ติดยาพื้นบ้าน สมุนไพรไทยก็เอาไป เพราะซื้อที่โน่นหายาก จริงๆก็พอมีร้านขายแต่เอาไปดีกว่า ตอนมาตัวเองก็เอามา ยาขม ยาตราตะขาบประมาณนั้น เพราะพวกยามันไม่หนัก ไม่กินที่มาก

ส่วนข้าวของเครื่องใช้ทั่วๆ สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม พวกนั้นไม่ต้องขนมาให้หนัก เพราะอย่าลืมคุณขนมาได้แค่สองใบใบละไม่เกินหกสิบกิโลกรัม ของพวกนั้นาซื้อที่นั้นได้ ไม่แพง แต่ถ้าติดยี่ห้อจริงๆ และไม่แน่ใจว่าที่นั่นมีขายไม๊ก็เอามาก็ได้ แต่เดี๋ยวมันก็หมดอยู่ดี

ส่วนเครื่องสำอางค์ ครีมบำรุงผิวก็หาซื้อที่นี่ได้ ใครที่ชอบแบรนเนมส์ฝรั่งอยู่แลวยิ่งดี เพราะซื้อที่นี่ถูกกว่านิดหน่อย และมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อกว่าบ้านเรา แนะนำให้ไปที่ เพราะมีเกือบทุกยี่ห้อ ลองสินค้าได้ตามชอบใจ ไม่มีพนักงานคอยกวนใจ แต่สำหรับคนที่ติดแบรนด์ที่ไม่ใช่ของฝรั่ง หรือแบรนด์อเมริกัน เช่นญี่ปุ่น ก็เอามาจากเมืองไทยก็ดี เพราะที่นี่แบรนด์ญี่ปุ่นหายาก หรือหาไม่ได้ แต่ถ้าคุณใช้ ชิเชโด ก็ไม่มีปัญหาเพราะมีตามห้างท่วไป อย่างตัวเองใช้ของญี่ปุ่นยี่ห้อหนึ่ง หาที่นี่ไม่ได้เลย เจ็บใจเพราะเอามาขวดเดียว พอหมด ก็ต้องใช้อย่างอื่นซึ่งไม่ชอบ

นอกจากนั้นใครใช้คอนแทคเลนส์ ก็เอามาดีกว่าที่มีมีแหละ แต่หาร้านยาก ซื้อก็ยุ่งยากกว่าซื้อบ้านเรา ส่วนน้ำยาล้างไม่ต้องหาซื้อง่ายตามร้านขายยาทั่วไป

อีกอย่างที่น่าจะเอาไปด้วยคือ แผ่นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆที่คุณต้องใช้ เผื่อเครื่องคอมเสีย ต้องลงโปรแกรมใหม่ หรือบางคนบอกก็ไม่มีคอม ไม่มีโน๊ตบุค แต่ติดไปก็ดี เพราะในอนาคตคงอาจต้องใช้ ที่โน่นไม่มีแผ่นก๊อบแบบบ้านเรา ซื้อของจริงก็แพงและไม่ได้มีห้างใหญ่ๆที่มีอุปกรณืคอมพิวเตอร์ โปรแกรมขายเยอะแยะเหมือนเมืองไทย

ฉบับหน้ามาคุยต่อนะคะเรื่องจัดกระเป๋ายังไม่จบ


จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed for America Part 1

admin August 11th, 2007



วันนี้มาเล่าต่อเรื่องการจัดกระเป๋าเดินทาง และของอะไรบ้างที่ควรซื้อไปจากเมืองไทย ของอะไรที่ไม่ต้องซื้อหรือขนไปเยอะ

จริงๆ ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะไปนานแค่ไหน ถ้าแค่ไปเที่ยวก็อย่างหนึ่ง แต่วันนี้จะมีข้อเสนอแนะสำหรับคนที่จะไปอยู่ยาวหกเดือนขึ้นไป และโดยเฉพาะคนที่กะจะไปหางานทำที่โน่น เอาเรื่องเสื้อผ้าก่อนนะคะ สำหรับตัวเองอย่างที่บอกเดินทางมา ซานฟรานซิสโก แคลิฟอเนีย ซึ่งที่นี่อากาศจะเย็นเกือบตลอดคือไม่หนาวจัดและไม่ร้อน จะเย็นทั้งปี ดังนั้นสำหรับคนที่จะเดินทางมาแคลิฟอเนีย ควรมีแจ๊คเกต แต่ไม่จำเป็นต้องหนามากนัก สเวตเตอร์ แบบหนาๆมาซื้อที่นี่ แต่ไม่จำเป็นต้องเอามาเยอะ จริงแค่ตัวสองตัวก็พอ เพราะจริงๆแล้วเสื้อกันหนาวที่นี่คุณภาพดีกว่าและราคาไม่แพงและเราจะได้มีเสื้อผ้าแบบที่คนที่นี่เขานิยมกัน ถ้ารู้ว่าไปซื้อที่ไหน ที่นี่มีร้านที่ขายเสื้อผ้าแบรนเนมแต่ราคาถูกมาก ร้านที่ตัวเองชอบมากเพราะถูกและของเยอะคือ ROSS

สำหรับคนที่กะมาหาเงินและอยู่ยา วแนะนำว่าอย่าขนเสื้อผ้ามาเยอะ เพราะหาซื้อได้ที่นี่ไม่แพงอย่างที่คิด คือถ้าไปซื้อเอาท์เลต หรือร้านที่รู้กันว่าถูก ซึ่งมีหลายร้านด้วยกัน โดยเฉพาะเสื้อยืด กางเกงยีนส์ ตอนแรกตัวเองก็กังวลว่าต้องขนการเกงมาเยอะ เพราะกลัวไม่มีไซส์สำหรับคนตัวเล็กๆ แต่จริงๆมันมีทุกไซต์ ตั้งแต่ XS - XXXL เนื่องจากอเมริกา โดยเฉพาะแคลิฟอเนียมีคนเอเชียเยอะทีเดียวและฝรั่งก็ใช่จะตัวใหญ่ซะทุกคน ดังนั้นเสื้อผ้าไซต์เอเชียหาได้สบายๆที่นี่ แถมเป็นเสื้อผ้าแบรนเนมที่ถ้าซื้อเมืองไทยแพงมาก แต่ที่นี่ไม่แพง บางทีแค่ ร้อย สองรอ้ยบาทไทย เช่น DKNY Kavin Polo Roxy Nike และอื่นๆ ถูกกว่าเมืองไทยเยอะร้อยกว่า สองร้อยก็ซื้อได้แล้ว อีกสิ่งที่ไม่ต้องขนมาเอาแค่ใส่ขึ้นเครื่องคือรองเท้า มาที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทย ไม่ต้องขนส้นสูงมาเยอะแยะ หรือรองเท้าแตะ อากาศมันหนาว และเดินเยอะ รองเท้าผ้าใบดีที่สุด แต่มาซื้อที่นี่ดีกว่าเช่นกัน เพราะคุณจะได้ของคุณภาพดี แบรนเนม เช่น Nike Puma Addidas และอื่นๆอีกมากมาย ที่นี่ไม่ม่แพง มีให้เลือกเยอะ ราคาาถูกกว่าซื้อเมืองไทยเยอะ ยกตัวอย่างเช่น Keds เมืองไทยประมาณพนบาท ที่นี่ร้อยกว่าบาทเอง น่าซื้อกลับไปขายอีกต่างหาก ตัวเองตอนมาขนเสื้อผ้ามาเยอะแยะเพราะคิดว่าที่นี่แพง เจ็บใจเพราะไม่แพงเลยและผ้าโดยเฉพาะเสื้อยืดดีกว่า หลายยี่ห้อที่ไม่กล้าจับที่เมืองไทยมาซื้อที่นี่ถูกมากจริงๆ แต่ต้องไปร้านที่แนะนำนะคะ นอกจากนั้นถุงเท้าก็ไม่ต้องขนมาเยอะ เพราะที่นี่ก็ดีและถูก ต้องบอกก่อนว่าคำว่าถูกคือคุณซื้อของที่แบรนด์ดีๆที่เราซื้อเมืองไทยหลักพัน แต่มาที่นี่หลักร้อย คุณภาพมันดี ทนกว่าเยอะ โดนเฉพาะเวลาเราซักเครื่อง มันทนกว่าเยอะ

สำหรับบางท่านที่คิดว่าไม่อยากมาซื้อที่นี่จริงๆ ไม่อยากจ่ายอยากขนของเก่ามาใส่ก็แนะนำว่า เอาประเภทที่ไม่ต้องรีดจะดีที่สุด กางเกงยีนส์ เสื้อยืดแขนสั้นแขนบาว เพราะบางช่วงอากาศอุ่นไม่หนาว แบบประมาณเลิศหรู ไม่ต้องขนมาเยอะเพราะคนที่นี่เขาไม่ค่อยแต่งตัวมากอย่างบ้านเรา อาจเตรียมมาเผื่อบ้าง เวลาออกงาน ไปปาร์ตี้

สรุปอีกทีของที่ไม่ต้องเอามาเยอะ คือมีพอใส่แล้วมาซื้อเพิ่มเอาที่นี่ คือเสื้อผ้า เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ถุงเท้า อะไรที่เกี่ยวกับการกันหนาวมาซื้อที่นี่ เอามาแค่พอใส่ เดินทาง โดยเฉพาะคนที่กะมาทำงาน พอได้เงินที่หามาจากที่นี่จะยิ่งรู้สึกว่า ของมันถูกและคุณภาพดี

อันนี้จะแนะนำร้านขายเสื้อผ้า แบรนด์เนมราคาถูกให้นะคะ อ้อนอกจากร้านข้างล่างยังมีร้านเสื้อผ้ามือสองอีกมากมาย

ROSS http://www.rossstores.com/

Macys http://www.macys.com/

Marshalls http://www.marshallsonline.com/

Old Navy http://www.oldnavy.com/ Mervyns http://www.mervyns.com/

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (2 )

จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (3)

เอกสารทั้งหลายที่ควรเตรียมไปอเมริกา Important documents


การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปอเมริกา How to prepare before you fly to America

admin August 9th, 2007



สวัสดีคะวันนี้จะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเตรียมตัวทั้งหมดก่อนบินไปอเมริกา ตั้งแต่การซื้อตั๋วเครื่องบิน การจัดกระเป๋า ข้าวของอะไรบ้างที่ต้องเตรียมไป หรืออะไรที่ไม่ต้องแบกให้หนัก เอาข้าเรื่องเลยดีกว่า

ซื้อตั๋วเครื่องบินไปอเมริกา

อ้อต้องบอกก่อนว่าตัวเองบินไปซานฟรานซิสโก จริงแล้วมีหลายสายการบินที่บินไปซานฟรานซิสโก แต่ไม่มีที่บินตรงคือคุณต้องไป เปลี่ยนเครื่อง สายการบินต่างที่ว่า เช่น EVA ,Chaina,Philipine,Japan,Thai,Northwest แต่สำหรับตัวเองเลือก อีวาแอร์เพราะว่าราคาถูก และเท่าที่สอบถามจากหลายคนที่เคยเดินทางบ่อยๆ ก็แนะนำอีวา เพราะถูกและบริการดี ถ้าเทียนยบกับฟิลิปินส์ซึ่งถูกกกว่าแต่หลายคแนะนำว่าอย่าดีกวาเพราะค่อนข้างแย่ ส่วนไชน่าเท่าที่ฟังก็ใกล้เคียงกับอีวาแต่อีวาดีกว่านิดหน่อย ที่สำคัญ อีวาแอร์มีโปรโมชั่นเกือบทุกเดือนน คุณต้องคอยเช็คว่ามีโปรโมชั่นช่วงไหน เพราะคุณจะซื้อได้ในราคาที่ถูกลงมาเยอะพอสมควร อาจต่ำกว่าราคาปกติสองพันได้ แต่สำหรับคนมีตังค์ก็อาจเลือกการบินไทยหรือนอร์ทเวสก็ไม่ว่ากัน ในการซื้อตั๋วขอแนะนำว่าซื้อกับเอเจนส์จะถูกกกว่าซื้อโดยตรงกับสายการบิน ขอให้ลองโทรเช็คหลายที่เปรียบเทียบเพราะราคาไม่เท่ากันสายการบินเดียวกันแต่ขายราคาต่างกัน ก็เลือกดู เอเจนส์ที่ดี ตอนเราจองกับเขาก็คือยังไม่ต้องจ่ายตังค์เขาจะมีกำหนดว่าอีกกี่วันก่อนบินคุณต้องจ่ายก็ว่ากันไป อย่างที่ว่าเอเจนส์ที่ดีตอนเราจองยังไม่มีโปรโมชั่น พอมีเขาจะโทรมาบอกตอนนี้ตั๋ววันที่คุณจอง สายการบินเขามีปรโมชั่น เขาก็คิดราคาโปรโม่นให้เราเลยแต่อาจมีเงื่อนไขว่าต้องออกตั๋วภายในวันนั้นวันนี้ ก็ว่าไป ปกติตั๋วเดินทางไปอเมริกาจะมีอายุหกเดือนหลังจากวันที่เราเดินทาง อันนี้หมายถึงเมื่อคุณซื้อตั๋วไปกลับบะคะ สมมติคุณเดินทางไป เดือนมิถุนายน ตั๋วคุณจะหมดอายุ เดือนพฤศจิกายน เวลาซื้อตั๋วเอเจนส์อาจขอให้คุณกำหนดวันกลับก็กำหนดไป ไม่ต้องกลัวเพราะคุณโทรเลื่อนได้ภายหลังกี่ครั้งก็เลื่อนได้ ภายในกำหนดอายุของตั๋ว แต่ขอแนะนำวา คุณควร กำหนดวันกลับในการกำหนดครั้งแรกให้เนิ่นๆ เพราะถ้าคุณอยากกลับช้ากว่ากำหนดเดิมคุณเลื่อนยได้ แต่ถ้าคุณแจ้งว่าจะกลับสามเดือนหลังจากเดินทางแต่เกิดมีเหตุฉุกเฉินต้องกลับก่อนกำหนดก็เป็นเรื่อง เพราะตั๋วเลื่อนลงได้แต่เลื่อนขึ้นไม่ได้

อันนี้เทคนิคถ้าคุณไปอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ขอให้คุณกำหนดวันกลับในตั๋วอย่าเกินหนึ่งเดือนหลังจากคุณไปถึง จะดีกว่า เพราะถ้าคุณอยากอยู่ซักหกเดือนค่อยโทรเลื่อนตั๋วทีหลังได้ แต่ถ้าคุณกำหนดวันเดินทางกลับในตั๋วหกเดือนเขาจะถามคุณยาว ทำให้มีปัญหาที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ และอันนี้สำคัญมากคุณต้องซื้อตั๋วไปกลับนะคะอย่าซื้อเที่ยวเดียวเด็ดขาด ถ้าคุณเข้าอเมริกาด้วยวีซ่าท่องเทที่ยว มิฉนั้นคุณอาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ เข้าใจคะว่าบางท่านอาจไปและไม่อยากกลับมีแผนจะเปลี่ยนสถานะที่โน่นแต่ถ้าเขาถามแล้วคุณไม่มีตั๋วกลับเป็นเหตุให้สงสัยได้ว่าคุณจะแอบอยู่ยาวเกินกว่าการท่องเที่ยวธรรมดา สำคัญมากนะคะประเด็นนี้

สายการบินที่บินจากกรุงเทพไปซานฟรานซิสโกหรืออเมริกาที่อื่นๆส่วนใหญ่จะต้องไปดปลี่ยนเครื่องคะ เช่นอีว่าไปเปลี่ยนเครื่องที่ไทเป เช่นเดียวกับไชนา ส่วนเจเปนไปเปลี่ยนเครื่องที่โตเกียว บินจากกรุงเทพไปไทเปประมาณ สี่ชั่วโมง จากนั้นต่อเครื่องไทเปไปซานฟรานประมาณสิบสองชั่วโมง ก็นั่งจนเมื่อยนะคะนานมาก ขอแนะนำว่าจองที่นั่งใกล้ทางเดินดีกว่าคุณจะได้ไปห้องน้ำง่ายหรือลุกเดิน ขยับตัวเพราะมันนานจริงๆ นั่งริมหน้าต่างก็ไม่เห็นอะไร

ส่วนกระเป๋าเดินทางสายการบินให้คุณโหลดได้สองใบใบละไม่เกินหกสิบกิโลค่ะ เพราะฉนั้นต้องวางแผนการจัดกระเป๋าให้ดี ควรชั่งก่อนเดินทางจริงเพื่อจะได้ไม่ไปคลุกคลักที่สนามบินหรือต้องเสียค่าปรับนะคะ มันวุ่นวายที่ต้องไปรื้อกระเป๋าและเอาของออกที่สนามบิน เล่าให้ฟังต่อฉบับหน้านะคะเกี่ยวกับการจัดกระเป๋าของอะไรบ้างที่ควรเตรียมไปและของอะไรที่หาซื้อที่โน่นดีกว่า

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (1 )

จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (2 )

จัดกระเป๋าเดินทางกันเถอะ How I packed (3)

เอกสารทั้งหลายที่ควรเตรียมไปอเมริกา Important documents



« Prev