Archive for August, 2007

คนไทยในซานฟรานซิสโก Thai People in San Francisco

admin August 31st, 2007


p8200336.jpgp8200336.jpg

อย่างที่บอกว่าในซานฟรานซิสโก มีคนไทยค่อนข้างเยอะ ทุกครั้งที่ออกไปนอกบ้าน จะต้องได้ยินเสียงคนไทยอย่างน้อยสองคนคุยกัน แต่ถ้าคณไปตามเอาท์เลต ละก็บางเยอะเลยละค่ะ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าคนไทยชอบช๊อปปิ้งขนาดไหนอ้าวแล้วทำไมซานฟรานซิสดกมีคนไทยเยอะละ จริงๆแล้วแคลิฟอเนียน่าจะเป็นรัฐที่มีคนไทยเยอะที่สุด นั่นน่าจะเป็นเพราะอากาศที่ไม่หนาวจัดจนเกินไป และเป็นรัฐใหญ่ที่มีเมืองใหญ่ๆและเจริญและน่าอยู่กว่าหลายรัฐในอเมริกา รวมทั้งผู้คนค่อนข้างมีอัธยาศัยดี และไม่มีการแบ่งแยกเรื่องเชื้อชาติสีผิวมากนัก สำหรับซานฟรานซิสโก สาเหตุหลักที่ทำให้มีคนไทยที่นี่เยอะเนื่องจากที่นี่มีมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ที่นี่มีนักเรียนไทยที่มาศึกษาต่อจำนวนมาก ท้งมาศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย หรือหลายคนมาเรียนภาษา ประกอบกับที่นี่ระบบขนส่งมวลชนค่อนข้างดี จึงสะดวกสำหรับนักศึกเรียน นักศึกษาที่จะมาเรียนที่นี่เพราะไม่จำเป็นต้องมีรถส่วนตัว บ้านเมืองก็ไม่เงียบเหงาเหือนหลายๆเมืองในอเมริกา มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาต่างในซานฟรานซิสโกและบริเวณใกล้เคียง ที่มีชื่อเสียง เช่น San Francisco State University, UC berkeley, UC San Francisco, Acadermy of art University, University of Sanfrancisco, Golden Gate University, City college และอื่นๆอีกมากมายดังนั้นที่นี่จึงเต็มไปด้วยนักเรียนไทย เท่าที่เจอส่วนมากมาเรียนภาษา หรือมาเรียนต่อปริญญาโท ส่วนมากนักเรียนก็จะทำงานในร้านอาหารไทย อย่างที่บอกว่าร้านอาหารไทยที่นี่เยอะ แต่คนไทยก็เยอะเช่นกัน ดังนั้นลองเดาเล่นๆว่ามันจะหางานทำในร้านอาหารได้ง่ายหรือยากกันแน่คนไทยที่เจอที่นี่นอกจากนักเรียน ก็มีประเภทมาอยู่ที่นี่แบบโรบินฮุด คืออยู่มาเป็นสิบปีกลับก็ไม่ได้เพรระกลับแล้วมาอีกไม่ได้ ก็ทำงานเก็บเงินจนพอใจจึงจะกลับ ส่วนมากประเภทนี้การศึกษาน้อย มักทำงานในครัว ต่างจากคนที่ทำงานเสริฟส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ซึ่งก็รู้กัน คนไทยที่มีปัญญามาเรียนเมืองนอก (ถ้ามาด้วยทุนตัวเอง) ก็เป็นคนมีตังค์ทั้งนั้น คนไทยที่ทำงานเสริฟส่วนใหญ่พูดง่ายก็ลูกคนรวย จบปริญญาตรีมาแล้วเป็นส่วนมากคนไทยจำนวนหนึ่งที่มาอยู่ที่นี่นานเป็นสิบปีแต่ก็ยังทำงานเสริฟในร้านอาหารก็เยอะ เคยถามเขาว่าคนไทยเขาทำกันแต่ร้านอาหารไทยเหรอ มีงานอย่างอื่นไม๊ที่คนไทยเขาทำกันนะ คำตอบคือ อือ.. เขาก็ทำร้านอาหารไทยกันแหละ ดีที่สุดแล้ว … ฟังแล้วก็…จริงเหรอ… (ในใจมันต้องมีอย่างอื่นสิน่า)แต่ถ้าถามว่ามันมีไม๊คนไทยที่ทำงานดีๆในบริษัทฝรั่ง มีนะเพราะเจอพี่สาวคนไทยคนหนึ่ง เขาทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในบริษัทดังแห่งหนึ่งที่นี่ แต่เขาก็บอกว่าในบริษัทก็มีเขาคนเดียวนี่แหละที่เป็นคนไทย เราเล่าว่าคนไทยที่นี่เขาบอกคนไทยก็ทำกันแต่ร้านอาหารไทยแหละ พี่เขาก็ขำบอก เขาพูดงั้นเหรอ ตลกดี ทำไมอยากทำกันนักร้านอาหาร เขาบอกไม่จริงหรอกมีงานอย่างอื่นที่คนไทยทำได้ ดูเขาสิ แต่ว่าถ้าอยากหางานดีๆทำก็ต้องมีดีกรีที่นี่ คือจบอะไรซักอย่างที่นี่ พี่เขาจบปริญญาโทด้านคอมพิวเตอร์ที่ ซาคราเมนโต ทำงานที่อเมริกามาสิบปีจนได้กรีนการ์ดแล้ว สรุปคือมันอยู่ที่ความคิด และความพอใจ ต่างจิตต๊?างใจ ต่างเหตุผล คงไม่มีใครผิด ใครถูก


ร้านอาหารไทยในอเมริกา Thai Restaurants in America

admin August 30th, 2007



วันนี้มาเล่าต่อ หลายคนที่ไปอเมริกาถ้าไม่ได้ไปแค่เที่ยวคือไปเรียนหรือทำงาน งานแรกที่มักคิดกันคือทำงานในร้านอาหารไทย ทำงานเสริฟบ้างทำในครัวบ้าง แต่ที่ฮิตในหมูคนอายุไม่มากหรือนักเรียน นักศึกษาก็คงไปเป็น wait จริงๆแล้วงานในอเมริกามีมากกว่าการทำงานร้านอาหารไทย แต่สำหรับคนที่ไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย (ตัวเองด้วยแหละ) คือไม่มีใบทำงาน ก็ไม่มีโอกาสเลือก เพราะมีไม่กี่งานที่รับแรงงานผิดกฎหมายแถมบางคนภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่องจะทำอะไรได้ก็ทำงานกับพี่ไทยด้วยกันนี่แหละใช่ไม๊ร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก มีเยอะมาก คิดว่าเป็นหลักร้อยถือว่าเยอะมาก เพราะจริงๆซานฟรานเป็นเมืองที่พื้นที่ไม่ได้เยอะ เลย ยิ่งในบริเวณดาวทาวน์บางที ห่างกันไม่กี่ห้อง หลายๆร้านมีหลายสาขา ร้านดังๆที่นี่เช่น King of Thai noodle, Osha, Thai Stick, Citizen Thai, Samui, Chaam, Bangsan และอื่นๆอีกมากมาย ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ถือว่าขายดี แต่ร้านที่เงียบก็เยอะ บางร้านเคยเปิด เดินทางอีกทีปิดไปแล้วก็มี ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางๆ เจ้าของส่วนใหญ่ก็คนไทย แต่มีบางร้านเจ้าของเป็นฝรั่งก็มี ร้านที่เจ้าของเป็นฝรั่งส่วนมากจะไม่รับคนทำงานผิดกฎหมาย เพราะตัวเองเคยไปสมัครเขาก็บอกต้องการคนที่ทำงานถูกต้องเท่านั้น จริงๆอย่างที่บอกถ้าเทียบกันพื้นที่ต่อพื้นที่บางทีซานฟรานซิสโกน่าจะมีร้านอาหารไทยมากกว่าแอลเอซะด้วยซ้ำ ร้านอาหารไทยบางร้านจะมีสองส่วนคือส่วนที่เป็นส่วนทานอาหาร กับส่วนบาร์ หลายๆร้านจะมีบาร์ด้วย คิดว่าขายเหล้าคงกำไรดีมั้ง บางร้านเล็กๆก็มีแต่อาหาร แต่คิดว่าทุกร้านจะมีไวน์ เบี้ยด้วย เพราะคนที่นี่นิยมดื่มไวน์ มากกว่าคนไทย ทานอาหารไปจิบไวน์ไป ระบบในร้านก็จะแตกต่างกันไป ถ้าเป็นร้านค่อนข้างใหญ่เป็นระบบ เขาจะแยกหน้าที่คนรับออเดอร์ก็รับออเดอร์ เทกแคร์ คนยกอาหารก็ยกอาหารเสริฟอย่างเดียว คนเก็บโต๊ะก็เก็บโต๊ะ จัดโต๊ะอย่างเดียว นี่เป็นแบบร้านที่เป็นระบบ แต่บางร้านเล็กๆไม่เป็นระบบก็คือคนคนเดียวทำมันทุกอย่างรับออเดอรื เสริฟ เก็บโต๊ะ คิดเงิน ส่วนมากร้านอาหารฝรั่งจะเป็นแบบแรก ร้านไทยน่าจะครึ่งๆ

ร้านที่นี่ส่วนใหญ่ไม่มีที่อยู่ให้ คนทำงานก็หาที่พักเอาเอง ได้ยินว่าร้านบางที่เช่นแอลเอ บางร้านมีที่อยู่ให้เสร็จ ส่วนค่าแรงจริงๆน้อยมาก คือต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ฝรั่งเขาจ่ายกันเยอะ เช่นปกติที่ซานฟรานค่าแรงประมาณสิบสองเหรียญต่อชั่วโมง ร้านอาหารไทยให้ประมาณ ห้า หรือบางร้านไม่ให้เลย แต่ไปได้กันที่ทิป มีเพื่อนบอกทำงานที่รานอาหารไทยที่เท๊กซัสไม่มีค่าแรงให้ แต่แค่ทิปเขาก็พอใจกันแล้ว ซึ่งจริงๆทำงานร้านอาหารจะได้มากน้อยอยู่ที่ทิปซะเป็นหลัก ดังนั้นถ้าคุณทำงานร้านที่มันขายดีก็สบายไป ทำร้านที่เงียบๆก็คงได้ไมกี่ตังค์ แต่บางทีก็มีตัวแปรคือบางร้านขายดีแต่พนักงานเยอะก็ตัวหารเยอะ ที่ดีสุดคือขทายดีและพนักงานน้อยก็ตัวหารน้อยรับกันไปเต็ม แต่ข้อดีของการทำงานร้านอาหารคือมีข้าวให้กิน ไม่ต้องเสียตังค์ค่าอาหารก็ประหยัดไปได้เยอะ เพราะอาหารที่นี่มันแพง

ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่ที่วานฟรานปิดค่อนข้างดึกเมื่อเทียบกับร้านอาหารประเภทอื่นคืออย่างต่ำสี่ทุม บางร้านตีหนึ่ง ตีสอง ซึ่งถ้าดูร้านอาหารฝรั่งหรืออื่นๆ ส่วนใหญ่สามทุ่มเขาก็ปิดแล้ว

คิดว่าเบื้องต้นคงได้ข้อมูลพอสมควร สำหรับคนที่คิดอยากไปทำงานร้านอาหารในอเมริกา ยังไม่จบจ้ามีอีกเยอะ แล้วจะเล่าให้ฟังต่อเรื่องการสมัครงานและการทำงานจรงิๆในร้านอาหารไทย ดีจริงป่าวน้า



เขาเล่าว่า..กับชีวิตจริงในอเมริกา มันจริงไม๊ Is it true what they say about America?

admin August 28th, 2007



image189.jpg

คิดว่าหลายๆคนคงเคยมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่อยู่ในอเมริกาหรือเคยไปอเมริกา เล่าเรื่องต่างๆเกี่ยวกับที่นั่นให้ฟัง ตัวเองเช่นกันจริงๆเมื่อก่อนไม่เคยคิดอยากมา ไม่เคยอยากอยู่เมืองนอก และไม่คิดว่าจะมีโอกาสมาเที่ยวอเมริกาเพราะมันแพงเกินไปสำหรับตัวเอง แต่ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนวันนี้มากกว่ามาเที่ยวเพราะต่อจากนี้ชีวิตส่วนใหญ่คงใช้ที่นี่ ไม่ใช่เมืองไทยซะแล้ว

ก่อนตัดสินใจมาก็ฟังเพื่อนหลายคนซึ่งทั้งเคยมาเรียน มาทำงาน มาเป็นโรบินฮูดอยู่ที่นี่ เล่าให้ฟัง ส่วนใหญ่คนรอบตัวจะบอก เมกาดีมากเลยหาเงินได้เยอะ หางานก็ง่าย สนุกกว่าอยู่เมืองไทย อากาศก็ดี คนก็ดี อิสระเสรี ทำงานร้านอาหารได้เงินเยอะเดือนหนึ่งเป็นแสน ถ้าทำเมืองไทยอีกกี่ปีจะได้หลักแสน อันนี้เพื่อนพูด “คิดดูพวกเราจบปริญญาโท มหาลัยก็ดัง ได้เงินเดือนเท่าไร สองหมื่นห้า สามหมื่น มาทำร้านอาหารงานง่ายๆได้เป็นแสน” อยู่เมืองไทยเงินไม่พอใช้ อยู่ที่นี่รับเงินทุกวัน ช๊อปปิ้งทุกวัน บางคนมาอยู่ที่นี่บอกขับเบนซ์ ซื้อกระเป๋าแบรนเนมส์แพงๆเป็นว่าเล่น คุณเชื่อไม๊ละ

สำหรับตัวเองก่อนมา คืออยากทำงานร้านอาหารไทยแหละเพราะฟังมาเยอะว่าคนไทยเขาก็ทำงานร้านอาหารไทยกันทั้งนั้น ก็กังวลว่าจะหางานได้ง่ายอย่างที่เขาว่าจริงไม๊ บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ก็เพื่อนๆนี่แหละบอก โหอเมริกาหางานง่ายแค่คิดว่าอยากทำงานงานก็รออยู่เต็มไปหมด แต่เราก็ย้ำว่า เฮ้ยแต่เราไปทำแบบผิดกฎหมายนะ ไม่มีใบทำงาน (work permit) ไม่มีกรีนการ์ด (green card) หางานง่ายจริงเหรอ เขาก็บอกร้านอาหารไทยเยอะแยะ เขาเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น ยิ่งเป็นผู้หญิงสาวๆหน้าตาโอเค หุ่นดียิ่งง่าย เราก็เออเราก็ใช้ได้นี่นา คงง่ายเลยดิ คนที่บอกนี้เขาอยู่เมืองใกล้ๆ แอลเอ แล้วแม่เขาก็เป็นเจ้าของร้านอาหารมาก่อน อีกคนบอกหาเมืองนี้ไม่ได้ก็ย้ายไปเมืองอื่นสิ อเมริกามีตั้งห้าสิบรัฐมันต้องได้ซักที่แหละ เราก็เออ คงง่ายจริงมั้ง (หน้ามืดตามัวเพราะเบื่องานบริษัทเต็มที)

มาเพื่อนอีกคน คนนี้เคยมาซานฟราน เราก็เฮ้ยตรงเลย เขาบอกโหเขาอยู่ซานฟรานมาสองเดือนสมัครงานร้านอาหารไทยยี่สิบที่ได้มั้ง ไม่มีใครรับ ไม่มีใครโทรเรียกเลย สองเดือนเลย ไม่ไหวย้ายไปนิวยอร์ก เพราะมีเพื ื่อนที่นั่นเขาฝากงานให้ทำที่ร้านอาหารไทยนี่แหละ แต่มีคนฝากนะ

ที่นี่เราก็เฮ้ย เชื่อใครดีละ ตกลงงานมันหาง่ายไม๊เนี่ย แล้วอเมริกามันดีกว่าเมืองไทยจริงไม๊ละ มันสวยหรู สนุกสนานจริงไม๊ หรือมันลำบากอย่างที่บางคนบอก อือแล้วจะเล่าให้ฟังต่อไป แต่ขอบอกก่อนว่าอันนี้คือที่เจอกับตัวเอง หลายๆคนที่ไปอเมริกาคงมีอะไรหลายอย่างที่แตกต่างกัน เพราะอเมริกามันใหญ่มาก แต่ละเมืองแต่ละรัฐก็มีความแตกต่างกัน บางครั้งเราฟังคนที่อยู่เมืองหนึ่งแต่เราจะไปอีกเมือง อาจไม่เหมือนกันเลยก็ได้



ระบบขนส่งมวลชนในซานฟรานซิสโก San Francisco Public Transportation

admin August 27th, 2007



trolleyhop3.jpg

อย่างที่ได้บอกแล้วว่าระบบข่นส่งมวลชนในซานฟรานซิสโกค่อนข้างดีทีเดียว (ที่บอกว่าค่อนข้างเพราะบางครั้งใช้เวลารอรถเมล์บางสายนานเป็นชั่วโมง) คือมีทั้งรถเมล์ รถไฟราง รถเคเบิล รถใต้ดิน ซึ่งถ้าคนที่ต้องเดินทางโดยใช้รถสาธารณะเป็นประจำทุกวันจะประหยัดมากเพราะจะมีตั๋วเดือนขายราคา 45 เหรียญ โดยตั๋วใบเดียวสามารถใช้บริการขนส่งมวลชนได้ทุกประเภท ไม่จำกัดจำนวนครั้ง สามารถขึ้นรถเมล์แล้วมาต่อรถใต้ดิน หรืออื่นๆได้ตามชอบใจรถเมล์ที่นี่ราคา 1.5 เหรียญ ตลอดสาย และตั๋วมีอายุสองชั่วโมงหมายถึงหลังจากลงจากรถสามารถใช้ตั๋วใบเดิมขึ้นรถเมล์สายไหนอีกก็ได้ภายในเวลาสองชั่วโมงหลังจากออกตั๋ว พูดไปแล้วค่ารถเมล์ที่นี่ไม่แพงเลย (ถ้าคุณทำงานหาเงินได้ที่นี่) แถมบริการดีกว่าเยอะ มีเสียงและป้ายวิ่งบอกตลอดทางว่าตอนนี้ถึงป้ายไหนแล้ว และคนขับก็ขับรถสุภาพ ไม่น่ากลัวเหมือนบ้านเรา ที่ชอบมากคือการอำนวยความสะดวกแก่คนพิการที่ใช้วีลแชร์ เพราะรถจะมีระบบที่รองรับรถวีลแชร์ให้ขึ้นมาได้สะดวกและมีที่เฉพาะสำหรับวีลแชร์ ที่นี่ให้ความสำคัญกับคนพิการมากกว่าเมืองไทยเยอะ ที่จอดรถทุกแห่งจะมีกัยสหรับวีลแชร์ รวมทั้งห้องน้ำทุกที่ ฟุตบาท ทุกที่จะมีช่องสไลด์สำหรับวีลแชร์ส่วนรถไฟรางบนดินSan Francisco Municipal Railway ก็ราคาเท่ากันคือ

1.5 เหรียญ ตลอดสาย แต่รถเคเบิล Cable car ซึ่งถือเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของที่นี่จะแพงหน่อยคือ 5.5 เหรียญ เพราะส่วนใหญ่คนใช้บริการคือนักท่องเที่ยว ส่วนรถไฟใต้ดิน Bart ก็แล้วแต่ระยะทาง แต่ถ้าคุณมีตั๋วเดือนสามารถใช้บริการรถที่ว่าได้ทุกประเภท มีเพื่อนคนนึงที่นี่ใช้เคเบิลคาร์ไปเรียนทุกวันคุ้มมากเลยเพราะใช้ตั๋วเดือนการใช้รถใช้ถนนที่นี่เป็นระเบียบ เวลาข้ามถนนก็ไม่น่ากลัวเหมือนบ้านเรา ไฟแดงเขาหยุดกันจริงๆบ้านเราบางทีขอตามน้ำ หรือเวลารถเลี้ยวเข้าออก ถ้ามีคนรอข้ามเขาจะหยุดให้คนข้ามให้หมดก่อนเสมอ ถ้าเป็นบ้านเรา เราต้องรอให้รถว่างค่อยข้าม แต่ที่นี่คนข้ามก่อนรถไปที่หลัง อือปลอดภัยดีและที่สำคัญไม่มีค่อยมีมอเตอร์ไซต์ มีบ้างแต่น้อยมาก ว่าไปแล้วข้ามถนนบ้านเราก็สนุกดีมีอะไรให้ลุ้นให้เสี่ยงได้ทุกวัน ถือเป็นการฝึกประสาทสัมผัส

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.sfmta.com/cms/mhome/home50.htm

http://sfgate.com/traveler/guide/transportation/publictrans.shtml

The San Francisco Municipal Transportation Agency (SFMTA) is governed by the SFMTA Board of Directors. It is composed of the San Francisco Municipal Railway and the Department of Parking and Traffic. Proposition E passed by the San Francisco voters in November 1999 amended the City Charter, calling for the creation of the SFMTA by consolidating Muni and DPT by July 1, 2002. The incorporation is intended to support the City’s Transit First Policy.

The SFMTA’s Muni is one of America’s oldest public transit agencies, the largest in the Bay Area and seventh largest system in the United States. It currently carries more than 200 million riders annually. Operating historic streetcars, modern light rail vehicles, diesel buses, alternative fuel vehicles, electric trolley coaches and the world famous cable cars, Muni’s fleet is among the most diverse in the world.

Muni strives to provide a convenient, reliable, accessible and safe transit system that meets the needs of all transit users within the City and County of San Francisco.

The SFMTA’s Parking and Traffic operation manages 40 City-owned garages and metered parking lots. It also manages all traffic engineering functions within San Francisco, including the placement of signs, signals, traffic striping, curb markings, and parking meters. It promotes the safe and efficient movement of people and goods throughout the City.

The mission of Parking and Traffic is to facilitate the safe and efficient use of City streets by motorists, public transit vehicles, bicyclists and pedestrians, and to develop solutions to parking issues that affect the viability of residential and commercial neighborhoods.

ซานฟรานซิสโก (ภาค2) City of San Francisco

admin August 26th, 2007



arrow.jpgเล่าต่อเรื่องซานฟรานซิสโก มาอยู่ที่นี่สบายใจอย่างหนึ่งคือ ที่นี่มีคนเอเชียเยอะ ถ้าถามว่ามีคนไทยเยอะไม๊ที่นี่ต้องบอกว่าเยอะทีเดียว บางทีถ้าเทียบกับแอลเออาจเยอะกว่าด้วยซ้ำอันนี้ถ้าเทียบพื้นที่ ที่นี่เล็กกว่าแอลเอเยอะ เรียกว่าเดือบทุกครั้งที่เดินออกจากบ้านจะต้องเจอคนคนอย่างน้อยสองคนแหละ ถามว่ารู้ได้ไงว่าคนไทย ก็ได้ยินเขาคุยกันดิ เกือบทุกครั้งที่ออกจากบ้านจะต้องได้ยินเสียงคนไทยคุยกัน ตามถนน ห้าง สถานที่ราชการ รถเมล์ รถใต้ดิน ไม่รวมร้านอาหารไทย ก็คิดเอาเองว่าเยอะไม๊ ข้ามเรื่องคนไทยที่นี่ไปก่อน ซานฟรานซิสโกเรียกว่าเป็นเมืองที่มีความหลายหลายของประชากร มีทั้งคนขาว คนดำ คนสแปนิช แม็กซิกัน คนเอเชีย (จีน เวียดนาม เขมร ไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และอื่นๆ) คนแขก คือคนอินเดีย คนปากีสถาน เยอะมาก เรียกว่ามาที่นี่เราจะดูธรรมดาไปเลย แตกต่างจากบางแห่งในอเมริกา (อันนี้แฟนบอกมา) ที่บางแห่งมีแต่คนขาว คนประเภทอื่นๆน้อยมาก ดังนั้นอยู่ที่นี่ค่อนข้างสบายใจไม่มีการดูถูกหรือแบ่งแยกเรื่องสีผิว (บางทีอาจมีบ้างแต่น้อย) และหลายคนบอกว่าแคลิฟอเนียผู้คนเป็นมิตรมากกว่าหลายที่ในอเมริกา ตามห้าง หรือสถานที่ราชการ จะพบว่าพนักงานส่วนใหญ่เป็นคนเอเชียเยอะมาก คืองานประเภทได้เงินเดือนน้อย ใช้ทักษะไม่มากประมาณนั้น เขาบอกว่าคนขาว(ก็ฝรั่งนะนะ) ไม่นิยมทำงานราชการเพราะรายได้น้อย และในความคิดของเขาระบบบริหารจัดการไม่ดี ดังนั้นเวลาไปติดต่อสถานที่ราชการหลายที่เช่นขนส่งที่ทำเรื่องใบขับขี่ ไม่มีคนขาวซักคน (หรือมีแต่ทำงานบริหารด้านในเราไม่เห็น) ในสถานที่ราชการหลายแห่งที่นี่จะมีแบบฟอร์มให้เลือกสามภาษาคือ อังกฤษ สเปน และจีน เพราะอย่างที่บอกที่นี่คนแม๊กซิกัน และคนจีนเยอะมาก ค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างแพงเวลาซื้อของต้องบวกภาษี 8.5 อพาตเมนส์แบบแย่ๆ เล็กในชุมชนที่ไม่ดีอย่างน้อยก็ห้าร้อยเหรียญ ห้าร้อยเหรียญนี่หายากเลยละ ก็คือแย่จริงๆ ถ้าเป์นอพาตเมนส์หนึ่งสองห้องนอน ก็สองสามพันเหรียญ สตูดิโอก็ประมาณพันหรือพันกว่าขึ้นกับสภาพและทำเลหลายอย่าง ดังนั้นไม่ต้องคิดถึงถ้าอยากจะซื้อบ้านหรือคอนโดที่นี่คือแพงมาก ถ้าคิดเป็นเงินไทยคอนโดธรรมดาบางทีคงหลักร้อยล้าน เพราะเท่าที่ดูโฆษณาคอนโดประมาณหลักแสนเหรียญขึ้นไป มีเพื่อนที่อยู่ออสติน แท็กซัส บอกว่าตอนนี้มีคนจากแคลิฟอเนียย้ายไปอยู่ที่นั่นเยอะมาก เพราะค่าครองชีพถูกกว่าเยอะ ขายบ้านที่นี่หลังเล็กๆแล้วไปซื้อบ้านที่แท็กซัสได้หลังมหึมาอย่างไรก็ดีถึงแม้ที่นี่จะค่าครองชีพค่อนข้างแพง แต่ถ้าเทียบกับความสะดวกสบาย ความเป็นเมือง ความสวยงามและความบันเทิงที่มันมีมากกว่าจริงๆแล้วก็คุ้ม มีพี่คนไทยคนหนึ่งที่รู้กันที่นี่เขาอยู่อเมริกามาสิบปี เขาบอกโชคดีรู้ไม๊ที่แฟนอยู่ซานฟราน เพราะที่นี่เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดแล้วเมืองหนึ่งของอเมริกา

The City and County of San Francisco is the fourth most populous city in California and the 14th most populous city in the United States, with a 2007 estimated population of 764,976.[4] One of the most densely populated major American cities,[6] San Francisco is part of the much larger San Francisco Bay Area, which is home to approximately 7.2 million people. The city is located on the tip of the San Francisco Peninsula, with the Pacific Ocean to the west, San Francisco Bay to the east, and the Golden Gate to the north.

In 1776, the Spanish settled the tip of the peninsula, establishing a fort at the Golden Gate and a mission named for Francis of Assisi. The California Gold Rush in 1848 propelled the city into a period of rapid growth. After being devastated by the 1906 earthquake and fire, San Francisco was quickly rebuilt.

San Francisco is a popular international tourist destination renowned for its steep rolling hills, eclectic mix of Victorian and modern architecture, and famous landmarks, including the Golden Gate Bridge, Alcatraz Island, the cable cars, Coit Tower, and Chinatown. The city is also known for its diverse, cosmopolitan population, including large and long-established Asian American and LGBT communities. While the climate includes chilly summer fog, the winters are mild.


ซานฟรานซิสโก แคลิฟอเนีย San Francisco, California

admin August 25th, 2007



dscn8143_alamo.jpg

อย่างที่บอกซานฟรานซิสโกเป็นเมืองที่สวยมากเมืองหนึ่ง อากาศดีคือไม่หนาวจนเกินไปตอนนั้นช่วงเดือนมีนาคม อยู่ที่ประมาณ สิบห้าดีกรีเซลเซียสได้ เมืองในแคลิฟอเนียภาพรวมอากาศจะเย็นตลอดปีไม่มีร้อน ช่วงซัมเมอร์ก็จะอุ่นขึ้นแต่ไม่ร้อนอากาศเย็นสบาย ส่วนหน้าหนาวก็ไม่หนาวจัด ทั่วไปไม่มีหิมะนอกจากบนภูเขาสูงๆ ถือว่าเป็นรัฐที่น่าอยู่มากที่สุดก็ว่าได้ และด้วยความที่มันน่าอยู่ทำให้ค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างแพง โดยเฉพาะซานฟรานซิสโก อาจเป็นเมืองที่แพงที่สุดในแคลิฟอเนีย เขาว่าแพงกว่าแอลเอด้วยซ้ำ ที่ค่าครองชีพที่นี่แพงอาจเพราะสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆการคมนาคม ระบบขนส่งสาธารณะค่อนข้างดี คือที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีรถส่วนตัว เนื่องจากมีรถเมล์ทุกเส้นทาง และรถไฟใต้ดิน รถไฟราง รถราง เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในอเมริกาที่เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์

ซานฟรานซิสโกเป็นเมืองที่มีพื้นที่ไม่มากนัก และค่อนข้างหนาแน่นแทบไม่มีพื้นที่ว่าง อาคารส่วนใหญ่จะติดๆกันหมด เป็นเมืองที่มีความหนาแน่นเป็นอันดับสองรองจากนิวยอร์ก และที่น่าสนใจคือเป็นเมืองที่เหมือนอยู่บนเนินเขา เวลาเดินหรือขับรถในหลายๆจุดจะเหมือนเดินขึ้นเขา ลงเขา บางคนไม่ชอบบอกว่าขับรถลำบาก แต่นั่นทำให้ที่นี่ดูสวยงามและน่าดึงดูด ด้วยความเป็นเมืองที่อยู่บนเนินเขาประกอบกับอาคารส่วนใหญ่ (บางส่วน) เป็นสไตล์วิคตอเรียและส่วนใหญ่มีขนาดไม่ใหญ่นัก รวมทั้งเป็นเมืองที่ติดทะเลด้านหนึ่งเป็นหมาสมุทรแปซิฟิก อีกด้านเป็นซานฟรานซิสโก เบย์ จึงไม่แปลกใจที่เขายกย่องว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดในอเมริกา

แต่ด้วยความเป็นเมืองที่มีความเป็นเมือง City สูงมากเมืองหนึ่งทำให้มีจำนวนประชากรค่อนข้างมาก บางย่านก็ไม่น่าดูซักเท่าไร จริงๆแล้วก็คงเป็นเหมือนกันทุกที่คือมีทั้งส่วนที่สวยงามและส่วนที่อัปลักษณ์ หลายจุดค่อนข้างสกปรก หลายจุดมีคนจรจัดพักอาศัยริมถนน ขยะเกลื่อนกลาดตามฟุตบาท แน่นอนถ้ามาแบบท่องเที่ยวก็จะเห็นแต่จุดที่สวยงาม แต่ถ้ามาอยู่จริงๆก็จะพบว่าหลายจุดมันไม่น่าโรแมนติคเลยซักนิด ยังไม่จบค่ะติดตามตอนต่อไปนะค่ะ

San Francisco is consistently voted the best city in the world to visit. With a population of 780,000 San Francisco is only 49 square miles. San Francisco’s restaurants and museums are world class and the mild climate make touring a pleasure at any time of the year. Don’t miss the Golden Gate Bridge (Golden Gate Double-Decker) and a tour to Alcatraz Island. Ride a cable car, spend an afternoon in the alleys of San Francisco’s Chinatown (the largest outside Asia) and enjoy an evening in North Beach - the Italian District.


วันแรกในซานฟรานซิสโก The first time in San Francisco

admin August 24th, 2007



twin-peaks.jpg

หลังจากออกจากสนามบินก็ขับรถไปรอบๆซานฟรานซิสโก ตื่นเต้น อเมริกาเป็นงี้เองเหรอ ก็ครั้งแรกในชีวิตนี่คุณ ก็สอดส่ายสายตาไปทุกจุด แต่เอาจริงมันก็ไม่ต่างจากกรุงเทพบ้านเราซักเท่าไร แต่ก็สวยดีซานฟรานซิสโกในยามค่ำคืน สิ่งที่ต่างอย่างชัดเจนคือขณะนั้นเป็นเวลาประมาณสามทุ่มแต่ถนนหนทางดูเงียบ ไม่มีคนเดินควักไขว่เหมือนกรุงเทพ รถราก็เบาบาง นึกดูสิเวลาสามทุ่มในกรุงเทพ โหคนเดินเยอะแยะ บางจุดรถก็ยังติดก็มีแต่ที่นี่เงียบมาก

จุดแรกที่ไปคือ ทวินพีค Twin Peaks ซึ่งต้องขับรถขึ้นไปบนเขาทางคดเคี้ยว แต่ไม่ได้สูงอะไรมาก เป็นจุดชมวิวมองลงไปจะเห็นตัวเมืองซานฟรานซิสโก พอออกจากรถ โหหนาวและลมแรงมาก มองลงไปเห็นแสงไฟจากอาคารบ้านเรือนนับแสน สวยดี ต่อจากนั้นขับไปที่เฟอรี่บิวดิ้ง Ferry Building ซึ่งอยู่ริมซานฟรานซิสโกเบย์ San Francisco Bay (ถ้าอยากดูรูปคลิกไปที่ แกลลอรี่นะค่ะ) สวยมาก เป็นอาคารทรงเหมือนหอนาฬิกา สีครีม ดูคลาสสิค แต่เอาะเงียบจัง เลยถามแฟนว่าทำไมที่นี่เงียบจังเลย ยังไม่ดึกเท่าไร เขาบอกอเมริกาก็อย่างนี้ สอง สามทุ่ม คนส่วนใหญ่ก็เข้าบ้านกันหมด ไม่ใช่กรุงเทพนี่นา ตีหนึ่งตีสอง ยังคึกคัก

จากนั้นก็ขับรถไปย่านเกย์ เรียกว่า คาสโตร Castro หลายคนคงรู้ว่าซานฟรานซิสโกเป็นเมืองที่ดังเรื่องเกย์ ที่นี่ต้อนรับเกย์ เลสเบี้ยน ไม่มีการรังเกียจ หลายๆเมืองในอเมริกายังแอนตี้เกย์อยู่ แต่ที่นี่ไม่ จุดนี้จะเป็นศุนย์รวมของคนรักร่วมเพศ มีร้านอาหารดีๆ ช๊อปปิ้ง โรงหนัง ถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของซานฟรานซิสโก อย่างที่บอกตอนนั้นสามทุ่มครึ่งได้ จึงค่อนข้างเงียบไม่เห็นเดินซักเท่าไร หลังจากนั้นก็ขับรถกลับที่พัก ตรงนี้แค่จุดเริ่มต้น ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองซานฟรานซิสโกให้ฟังอีกเยอะแยะเลยค่ะ

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ซานฟรานวิสโก แคลิฟอเนีย

ซานฟรานซิสโกภาคสอง

ระบบขนส่งมวลชนในซานฟรานซิสโก

In a city where parade themes include “Weapons of Ass Destruction” and starting your holiday with an Irish coffee at the Buena Vista Café is de rigueur, it’s pretty much guaranteed that you’ll have a fun time vacationing in San Francisco. Where else in the world will you find a restaurant whose servers are all gorgeous transvestites? Where it’s considered good, clean fun to get airborne in your car? Or where locals don’t even pause for earthquakes under 5.0 on the Richter scale?

And it’s always been this way: San Francisco’s reputation as a rollicking city where almost anything goes dates back to the boom-or-bust days of the California Gold Rush. The result is a wee bit o’ heaven for everyone: In a city that is so beautiful, exciting, and cosmopolitan there’s always something enjoyable to see and do no matter how long you’re staying. I’ve lived here for 14 years and I’m still discovering new things about this city almost every day.

เข้าอเมริกาได้แล้วจ๊ะ Permision Granted to Enter America

admin August 23rd, 2007



หลังจากผ่านตรวจคนเข้าเมืองมาได้ก็เล่นเอาแย่ยู่เหมือนกัน ก็เล่นถามเยอะแยะ หลังจากนั้นก็มาที่สายพานเพื่อนเอากระเป๋า อย่างที่บอกมาคนเดียว ตัวก็เล็กๆ แต่กระเป๋าใบใหญ่หนักมาก ลากลงสายพานเล่นเอาแย่ หลังจากนั้นสิ จะยกขึ้นยกเข็นมันหนักเกินกว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเราจะยกคนเดียว มองซ้าย มองขวา หาใครช่วยดี ไม่มีใครสนใจเราเลยทำไงดี เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใกล้ๆคงคนจีนมั้ง ก็เออรบกวนช่วยกันยกกระเป๋าขึ้นรถเข็นหน่อยนะค่ะ เขาก็ช่วยยกขึ้นรถเข็น จากนั้นเดินไปนิดหนึ่งถึงด่านศุลกากร ด้วยความที่ใบแจ้งมูลค่าสิ่งของที่นำมาเขียนว่ามูลค่าแค่ ยี่สิบห้าเหรียญ แล้วมีกระเป๋าใบใหญ่ใบเดียว เล็กมากอีกหนึ่งใบและไม่มีรายการที่ต้องเสียภาษีเลย เขาก็ให้ผ่านเลยอะ ไม่ต้องเข้าไปต้องศุลกากรเลยให้เดินออกเลย โชคดีเป็นบ้าเลย เพราะก่อนหน้าจะมาหลายคนบอกโห พี่แกเล่นรื้อ ค้น ทุกอย่างกระจายหมด แต่เราไม่เลย ให้ออกอีกทางเลย

อย่างที่บอกการจัดกระเป๋าสำคัญ ของไม่จำเป็นต้องเอามาก็อย่าเอามา เพราะมันทำให้กระเป๋าใหญ่ เยอะ เชื่อเลยถ้ามากระเป๋าใบใหญ่สุดสองใบโดนตรวจแน่เพราะมันดูไม่ปกติ มาเที่ยวทำไมกระเป๋าเยอะ ของเยอะขนาดนี้ และที่สำคัญถ้ากระเป๋ามันใหญ่และหนักมากลำบากตอนยกถ้าคุณเป็นผู้หญิงและมาคนเดียว ถ้ามันเยอะจริงๆแบ่งเป็นสองใบใบกลางดีกว่ายกง่ายกว่า แต่ขอย้ำว่าถ้ามาวีซ่าท่องเที่ยวอย่าขนมาเยอะกระเป๋าใบใหญ่สองใบมันดูแปลกๆ อันนี้เพื่อนที่เคยมาก่อนบอกมา ก็ทำตามและได้ผล คือไม่โดนค้นเลยผ่านง่ายและพยายามเขียนมูลคาของที่นำมาให้ต่ำๆแต่ไม่ใช่ห้าเหรียญอันนี้ก็ต่ำเกินไป
เสร็จเรียบร้อยก็เดินทุลักทุเลออกมาเพราะมันหนัก โผล่มาเจอแฟนยืนรออยู่ เห็นเราปุ๊ปยิ้มหน้าบานเชียว หอบอกไม้ช่อใหญ่มาให้ด้วย ดีใจมากเลยค่ะเพราะไม่ได้เจอกันประมาณสามเดือนกว่า

เฮ้อผ่านมาได้ สำเร็จตอนนี้อยู่อเมริกาแล้วเหรอเนี่ย ราบรื่นกว่าที่คิดไว้เยอะเลย



คำถามที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอเมริกา Immigration Questioning at SFO Airport

admin August 22nd, 2007



ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าอเมริกาคงเป็นประเทศที่ขอวีซ่ายากที่สุดและการเข้าเมืองก็คงยากกว่าประเทศอื่นๆ จริงๆแล้วเข้าอเมริกาคงยากสำหรับคนบางประเทศเช่น คนไทย พูดง่ายก็คนจากประเทศจนๆ อย่างไทยเรานี่แหละ เพราะหลายประเทศเข้าอเมริกาไม่ต้องมีวีซ่าด้วยซ้ำ ถ้าคุณเป็นคนญี่ปุ่นละเข้าง่ายเลย อย่างว่าคนญี่ปุ่นเขารวยรวยกว่าคนอเมริกัน เขาก็อยากให้เข้ามาใช้เงิน ผิดกับประเทศจนๆอย่างเรามาเขาก็กลัวว่ามาแล้วไม่กลับมาแอบทำงาน เปลี่ยนสถานะที่หลัง มาเป็นโรบินฮุด จริงๆมันก็จริงอย่างเขาคิดนะค่ะ ฮ่าๆ บางส่วนนะ แหมคนไทยรวยๆก็ถมไปเข้าเรื่องดีกว่าอันนี้เป็นคำถามที่โดนกับตัวเองก็ลองอ่านดูเผื่อจะได้เตรียมตัว เพราะแน่นอนสถานการณของแต่ละคนไม่เหมือนกับคำถามคงต่างกันไป แต่นี่เป็นตัวอย่างค่ะ

คุณมาทำอะไรที่นี่

มาเที่ยวค่ะ มาอเมริกาครั้งแรกใช่ไม๊ใช่ค่ะครั้งแรกมาเที่ยวคนเดียวเหรอ

ใช่ค่ะแต่มีเพื่อนอยู่ที่นี่

เพื่อนคนไทยหรือคนอเมริกัน แล้วเขาพักที่ไหน

คนอเมริกันค่ะ พักอยู่ที่…..

ผู้ชายใช่ไม๊ (เขารู้ว่าผู้ชายเพราะตอนเข้าคุณต้องกรอกเอกสารว่ามาที่นี่มาพักที่ไหนกับใคร ประมาณนั้น)

ใช่ค่ะ

รู้จักกันได้อย่างไร

รู้จักกันที่เมืองไทย

ยังไง ที่ไหน

เขาพักที่รีสอร์ท ซึ่งญาติเป็นเจ้าของเลยได้คุยกัน

รู้จักกันนานรึยัง

ประมาณปีหนึ่ง

แน่ใจเหรอว่าเป็นแค่เพื่อน เป็นแฟนคุณใช่ไม๊

อ๋อไม่ใช่ค่ะ เพื่อนจริงๆค่ะ (จริงๆแล้วแฟนแหละ แต่ถ้าบอกมาเจอแฟน ทำให้เขาคิดได้ว่าเราอาจไม่กลับและพยายามเปลี่ยนสถานะที่นี่ เพราะเรามาวีซ่าท่องเที่ยว)

ไม่จริงมั้งแฟนใช่ไม๊

ไม่ใช่จริงๆ เพื่อนแล้วเขาก็มีแฟนแล้ว และดิฉันก็รู้จักกับแฟนเขาด้วยเขามาเมืองไทยด้วยกัน

จะอยู่นานแค่ไหน

เดือนหนึ่งค่ะ (จริงๆกะมาหกเดือนแต่ถ้าบอกหกเดือน คงเรื่องยาวเที่ยวอะไร นานจัง)

จริงเหรอ แน่ใจเหรอว่าแค่เดือนหนึ่ง มีตั๋วเครื่องบินกลับรึยังขอดูหน่อยสิ

นี่ค่ะ (อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้าว่าเข้ามาแบบท่องเที่ยวต้องซื้อตั๋วไปกลับ ไม่งั้นเขาอาจไม่ให้เข้า และพยายามบุ๊คตั๋วกลับไม่เกินเดือนนึง แล้วโทรเลื่อนเอาที่หลัง)

อือ โอเค (แสตมให้อยู่ได้หกเดือน) ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวในอเมริกา

ขอบคุณค่ะ

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
วันเดินทางไปอเมริกา The day departed Thailand

บนเครื่องบิน On the airplane

สนามบินซานซิสโก San Francisco International Airport

ตรวจคนเข้าเมือง สนามบินซานฟรานซิสโก Port Of Entry-San Francisco International Airport (Immigration


ตรวจคนเข้าเมือง สนามบินซานฟรานซิสโก Port Of Entry - SFO Immigration

admin August 21st, 2007



image276.jpg

มาเล่าตรงจุดสำคัญดีกว่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน ที่ซานฟรานมีหลายช่อง จำได้ว่าแถวยาวเชียว ตอนแรกเราก็ไปต่อแถวที่ดูแล้วมันสั้นๆกว่าแถวอื่น จริงๆมันก็ใกล้เคียงกันแลแหละ แถวที่เราต่อเป็นคนดำสัมภาษณ์ รอไปๆ ก็สังเกต เฮ้ยทำไมแถวเรามันไม่ขยับเลยอะ คือพี่ดำคนนี้แกสัมภาษณ์แต่ละรายนานถึงนานมาก คืออยู่ไกลไม่ได้ยินว่าถามอะไร แต่สังเกตว่านานในขณะที่ช่องข้างๆเสร็จไปสองคนพี่แกยังไม่จบ รออีกนิดก็อยากดูว่าจะให้ผ่านเมื่อไร นานจริงถามโน่นนี่ เลยเฮ้ยถ้าจะไม่ดีนะถ้าสัมภาษณ์กับพี่ดำคนนี้ อาจมีปัญหาได้เพราะดูแกเข้มจัง น่าตาก็ดุ สังเกตแต่ละคนโดนถามเยอะจริงๆกว่าจะให้ผ่าน มองไปช่องข้างๆเจ้าหน้าที่เป็นคนจีน เอเชียเหมือนกันน่าจะดี เลยย้ายไปต่ออีกช่องนึ่ง จะบอกว่าที่นี่คือเราเดินย้ายไปช่องที่เราต้องการได้ ดีไปอย่าง เจ้าหน้าที่คนจีนดูใจดีกว่าเยอะเลย แต่ละรายแป๊ปเดียวเสร็จ ผ่าน คิดเออตัดสินใจถูกนะที่ย้ายช่องมา แต่กว่าจะเสร็จก็เกือบเป็นคนสุดท้ายเพราะมัวแต่รอช่องมหาโหดอยู่นาน

จริงๆที่เล่าตรงนี้ไม่ใช่อะไร บางทีเราต้องหัดสังเกต เจ้าหน้าที่คนละคนแต่บางทีมันทำให้อะไรง่ายหรือยากต่างกันเยอะในการสัมภาษณ์ ต้องสังเกตจะได้ผ่านสบายๆหน่อย จริงๆเขาคงให้ผ่านหมดแหละค่ะถ้ามันไม่ดูน่าสงสัยมากๆ หรือผิดปกติมากๆ แต่ให้มันราบรื่นถ้าคุณมาวีซ่าท่องเที่ยวอย่างตัวเองปกติเขาจะแสตมให้อยู่ได้หกเดือน แต่ถ้าเขาเห็นว่าไม่ค่อยปกติอาจอนุญาตให้อยู่สั้นกว่านั้น หรือถ้าผิดปกติมากๆก็ส่งกลับ ก็เซ็งไป เพราะการที่คุณมีวีซ่าไม่ได้การันตีว่าคุณจะเข้าประเทศเขาได้เสมอไป อันนี้เรื่องจริงมีคนถูกส่งกลับ แล้วจะเล่าให้ฟังวันหลัง

หลายคนบอกว่าการขอวีซ่ามาอเมริกา หรือที่ตรวจคนเข้าเมือง ผ่านไม่ผ่านบางทีอยู่ที่ดวง พูดยากว่าหลักเกณฑ์ชัดๆ หรือต้องทำอะไรถึงผ่าน อย่างหนึ่งที่หลายคนพูดเหมือนกันคือถ้าเจอคนสัมภาษณ์โหดก็มักแย่ เจอคนสัมภาษณ์ใจดีง่ายๆก็โชคดีไป พูดยากจริงๆค่ะ แต่ข้อมูลที่ให้อย่างที่บอกประสบการณืของตัวเอง หลายคนไปอเมริกาอาจมีประสบการณ์ที่ต่างกัน

ฉบับต่อไปจะมาเล่าถึงคำถามต่างๆที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองนะค่ะLink U.S customs and Border Protection



Next »