แต่งงานกับฝรั่ง Got Married to the Westerns
plew June 26th, 2009
แต่งงานกับฝรั่ง เอาอีกแล้วมาเล่าเรื่องในมุ้งกันอีกแล้ว เฮอะๆๆ ไม่ใช่จริงๆแล้วอยากคุยกันเรื่องการใช้ชีวิตและการปรับตัวในการใช้ชีวิตคู่กับคนต่างชาติค่ะ มานั่งเขียนเรื่องๆผัวๆเมียๆอีกแล้วก็เพราะว่างนี่แหละวันๆก็อยู่กับคอมนั่งอ่านโน่นอ่านนี่ไปเรื่อย ก็เลยไปอ่านเจอเรื่องของสาวไทยที่แต่งงานกับฝรั่งแล้วฝรั่งก็แบบว่าทนไม่ได้กับพฤติกรรมหรือวัฒนธรรมอะไรบางอย่างของคนไทยแล้วก็เอามาพูดถึงความไม่ดีหรือความซวยของตัวเองที่ดันมาแต่งงานกับผู้หญิงไทย ที่ไปอ่านเจอมาเป็นผู้ชายอังกฤษนะ เขาสรุปพฤติกรรมหลายๆอย่างของผู้หญิงไทยที่ทำให้เขาทนไม่ได้ดังนี้ ขี้เกียจทำงานบ้าน,ทำอาหารไทยประจำจนบ้านเหม็นตลบไปหมด,เอาแต่ดูละครน้ำเน่า,ชอบเมาท์กับเพื่อนแถมบางคนติดไพ่งอมแงม,ไม่สนใจจะพัฒนาตัวเอง ภาษาไม่กระดิก,ใช้เงินเก่ง,ต้องส่งเงินไปให้ที่บ้าน จุนเจือครอยครัวทุกเดือน และอื่นๆ..
อ่านเสร็จก็มานั่งคุยกับแฟน เผอิญเราสองคนชอบอ่านโน่นนี่และมาถกมาเล่าสู่กันฟังประจำ แฟนเราก็บอกเออเมื่อก่อนเขาก็ได้ยินผู้ชายอเมริกันที่เขารู้จักก็บ่นๆเรื่องผู้หญิงไทยให้เขาฟังคล้ายกันเรื่องขี้เกียจและติดการพนัน ใช้เงินฟุ่มเฟือย และเรื่องขอเงินส่งทางบ้านและอื่นๆอีกมากมาย ที่ฟังมามีแต่ลบๆ เฮ้อ! เขาก็บอกเขาโชคดีเพราะเราสองคนไม่มีปัญหาอะไรเลย (ทะเลาะกันนิดๆหน่อยๆนะมีแน่ๆ) โม้เรื่องชีวิตตัวเองให้ฟังดีกว่า เรากับสามีแต่งงานกันที่อเมริกาโดยที่เราไม่มีญาติหรือเพื่อนจากเมืองไทยมาเลยซักคน แต่งกันแบบเรียบและถูกที่สุดมีแค่ครอบคัรวแฟนรวมแล้วสิบสองคน แต่งริมทะเล ไม่เสียค่าสถานที่ใดๆ แต่งหน้าเองทำผมเอง เพราะจริงๆทั้งเขาทั้งเราไม่แคร์เลยเรื่องงานแต่งและไม่ชอบด้วยแต่ก็ทำไปพอเป็นพิธีเพราะต้องทำแล้วก็เรื่องกรีนการ์ดด้วยที่เราต้องมีเรื่องรูปแต่งงาน และแม่เขาก็อยากให้จัดจริงๆแม่เขาอยากให้จัดใหญ่ๆกว่านี้แต่เราสองคนไม่เอา ถ้าเลือกได้เลือกไม่จัดอะไรเลย เผอิญเป็นพวกแปลกๆนิดๆไม่ชอบพิธีการไม่ชอบมาปั้นหน้ายิ้มรับแขก ขึ้นไปพูดบนเวทีหรือฉายวิดีโอประวัติชีวิตอะไรทั้งนั้น และเราว่ามันไม่มีผลอะไรกับชีวิตคู่ของเราเลยแม้แต่น้อย ก่อนแต่งโทรบอกแม่ บอกอาที่บ้านทุกคนก็เออโอเคจบไม่มีใครว่าอะไร อาถามว่ามาเมืองไทยจะจัดงานอีกไหมเราบอกไม่ละ กินข้าวกันพอ ก็ไม่มีใครว่าอะไร สบายๆ เพราะครอบครัวเราก็ไม่ใช่คนมีหน้ามีตาใหญ่โตที่จะต้องแคร์ว่าใครจะคิดอย่างไร ทุกคนก็รู้ว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว (แก่แล้ว) และเขาก็รู้ว่าแฟนเป็นดีจบ
จริงๆก่อนแต่งแฟนเราถามด้วยซ้ำเรื่องสินสอด เพราะเค้ารู้ธรรมเนียมไทย เค้าค่อนข้างคุ้นเคยกับเมืองไทยเพราะไปเที่ยวเมืองไทยทุกปีมาเป็นสิบปี แต่เราเองบอกว่าไม่ต้องหรอก จริงๆคนอื่นๆอาจหาว่าเราไม่รักษาธรรมเนียมประเพณีหรืออะไร แต่ส่วนตัวไม่สนใจจริงๆแล้วคิดว่ามันไร้สาระ แม่ก็ไม่ว่าอะไร ดีใจซะอีกที่เราแต่งกับคนนี้เพราะแม่ชอบมากตั้งแต่เจอกันที่เมืองไทยครั้งแรก แต่งงานมาเราก็ไม่เคยขอส่งเงินให้ทางบ้าน ไม่ใช่ว่าอกตัญญูหรืออะไร แต่เราเป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงาน เราว่ามันไม่แฟร์เลยที่เค้าเลี้ยงเราแล้วยังต้องมาเลี้ยงดูครอบครัวเราด้วย เพราะขนาดพ่อ แม่ ญาติพี่น้องเขาเองแท้ๆเขายังไม่ได้ส่งเงินให้เลยก็ฝรั่งเขาเป็นอย่างนั้น ทุกคนดูแลตัวเอง และจริงๆเฮอะที่บ้านเราไม่ได้ลำบากด้วย มีงานทำกันหมด แม่ก็ไม่อยากได้เงินแฟนเราด้วย ไม่เคยมีใครพูดเรื่องเงิน ทั้งๆที่แฟนเราซะอีกถามเราเองว่าเออส่งเงินให้แม่ไม๊เราบอกไม่ต้องแม่มี แต่เวลาเรากลับบ้านก็ให้แม่ก็เป็นเงินเก็บของเรา ซื้อของไปให้พาไปเที่ยว ถือว่าโชคดีมากของเราทั้งคู่เพราะครอบครัวทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเลย ครอบครัวทางแฟนก็ดีมากไม่มีดูถูกหรืออะไร มีแต่ช่วยเหลือ ดังนั้นคู่เราก็ตัดปัญหาเรื่องครอบครัวญาติพี่น้องออกไปได้
เรื่องการใช้จ่ายเรื่องเงินๆทองๆเราสองคนก็ไม่มีปัญหาเพราะแฟนเป็นคนค่อนข้างสปอตและชอบใช้เงิน จริงๆแล้วเขาใช้เงินเก่งกว่าเราและเราเองโดยพื้นฐานเป็นคนค่อนข้างจะประหยัดค่อนไปทางขี้เหนียวซะด้วยซ้ำ เราจะเป็นคนเตือนเขาห้ามเขาเรื่องการซื้อของซะมากกว่าเพราะเขาเป็นคนซื้อง่ายจ่ายเร็ว เขาบอกเงินมีไว้ใช้ แต่เรามีความสุขที่มีเงินเก็บเยอะๆ เขาบอกดีที่มีเรามาอยู่ด้วยช่วยเบรค เราเป็นคนชอบออกไปเดินดูของดูบ่อยเลยแต่ไม่ซื้อชอบไปรื้อไปลองหยิบๆจับแล้วไม่เอา ไปด้วยกันเขาจะบอกซื้อๆไปเหอะ เราบอกไม่แค่นี้สนุกแล้ว เราสองคนก็เลยไม่มีเรื่องทะเลาะกันเรื่องการใช้เงิน แต่ก็มีบางอย่างที่เขาขอคือไม่ให้เรายุ่งเรื่องงานของเราไม่ได้มีความลับอะไร คือเขาไม่ชอบให้ถามจุกจิกหรือกังวลเกี่ยวกับธุรกิจของเขาถ้ามีปัญหาอะไรเขาก็จะบอกเอง
เรื่องอาหารการกินก็โชคดีเหลือหลายเพราะแฟนชอบกินอาหารไทย แถมชอบเมนูเหมือนเราเลย ก็ไม่ต้องมาปรับตัวเรื่องอาหาร อาหารฝรั่งเราก็ทานได้ไม่มีปัญหาแต่ปกติทำอาหารไทยกันมากกว่า เราเองเคยบอกกับแฟนว่าจริงๆถ้าเขาไม่ใช่ฝรั่งที่รู้จักเมืองไทย ชอบเมืองไทย ชอบอาหารไทย เข้าใจวัฒนธรรมไทย เราไม่แต่งด้วยหรอก นี่พูดจริงๆเพราะไม่เคยชอบฝรั่งมาก่อนในชีวิตไม่เคยคิด และรวมๆถ้านิสัยฝรั่งจัดๆอย่างที่เจอที่นี่เราไม่ชอบด้วย แต่เผอิญเข้าไม่เหมือนฝรั่งทั่วไป เขาไม่แรง ไม่โวยวายค่อนข้างเรียบร้อย ขี้เกรงใจ มารยาทก็คล้ายๆคนไทย เราเลยปรับตัวกันไม่ยาก มีเพื่อนบางคนมีแฟนอเมริกันที่แบบอาหารไทยนี่ไม่แตะเลยไม่อยากลองด้วย ภาษาไทยไม่คิดไม่สนใจอยากพูดแม้แต่ฝึกคำว่าสวัสดี คือมาเจอกันที่นี่ อันนี้ก็ต้องปรับกันเยอะหน่อยเพราะฝรั่งบางคนหรือจริงๆส่วนใหญ่ไม่รู้จักวัฒนธรรมไทยเลยแม้แต่น้อยและไม่คิดจะรู้ด้วย มีคนรู้จักอีกคนมีแฟนฝรั่งที่เจอที่นี่ก็บอกไม่รู้ทำไงให้เขาเข้าใจวาถ้าแต่งงานกับคนไทยต้องมีสินสอด สุดท้ายไม่รู้ว่าจบยังไงเพราะถ้าจะจบได้คงต้องมีฝ่ายหนึ่งยอมรับฝ่ายชายยอมให้หรือครอบครัวฝ่ายหญิงยอมที่จะไม่มีสินสอด
เรื่องเขาเล่ามาอีกต่อสาวไทยแต่งงานกับคนอังกฤษ แต่งงานแล้วก็มีลูกสองผู้หญิงเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกทำงานบ้าน อยู่อย่างนั้นซักพักผู้หญิงก็แบบเบื่อบอกว่าอยู่กับลูกอ่อนสองคนทั้งวันก็เครียดก็เลยออกไปช๊อปปิ้ง ซื้อของค่อนข้างแพง เพราะจริงๆผู้หญิงก็ยังติดเที่ยวยังอยากสนุกเพราะอายุยังน้อยตอนมีลูก ผู้ชายก็บ่นว่าทำไมใช่เงินเยอะ เขาทำงานเหนื่อยนะ ผู้หญิงก็บอกโอเคงั้นยูก็มาเลี้ยงลูกซิฉันไปทำงานเองก็ได้ ฉันอยู่บ้านเลี้ยงลูกมันก้เหนื่อยนะแล้วก็น่าเบื่อด้วย เพราะผู้หญิงก็มีการศึกษา ผู้ชายก็บอกไม่เอาเขาจะทำงาน โอเคเขาจะทำงานหนักขึ้นก็ได้ ก็คือผู้ชายก็ไม่อยากอยู่บ้านเลี้ยงลูก จะจ้างพี่เลี้ยงที่นั่นก็แพงมาก ไปทำงานแล้วเอาเงินมาจ้างพี่เลี้ยงก็เกือบหมดไม่คุ้ม และก็อย่างที่รู้ว่าค่าครองชีพต่างๆก็แพงจะทำตัวอย่างเมืองไทยไม่ได้ อยู่กันไปก็มีเรื่องกันเดิมๆ สุดท้ายผู้หญิงได้งานต่างเมืองเป็นงานที่ดีด้วยและอยากทำงานเพราะเบื่อการเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ก็ถึงทางตันคือหย่าเพราะฝ่ายหญิงเลือกงาน ลูกก็อยู่กับแม่สามี
อีกรายมาอเมริกาเพราะตั้งใจจะหาสามีโดยตรง พอมีผู้ชายมาชอบมาคบก็คิดแต่ว่าอยากให้เขาจริงจังด้วย อยากให้เขาซัพพอร์ต อยากได้ผู้ชายมีฐานะหน่อย อยากให้เขาแต่งงานด้วย ขอกรีนการ์ดให้ ย้ายไปอยู่กับแฟนฝรั่งได้ปีหนึ่งก็มีอันต้องเลิกผู้ชายขอให้ย้ายออกไป สาเหตุเพราะยังไปมีอะไรกับผู้ชายคนก่อน แฟนจับได้เลยโกรธไปกินเหล้า กับบ้านดึกๆ ผู้หญิงก็เลยกลายเป็นฝ่ายสติแตกบ้าง ตามและโทรจิก พูดจาไม่ดี โวยวายใส่เขา แถมโทรไปฟ้องแม่ผู้ชายอีก หนักเข้าผู้ชายทนไม่ได้ ฝ่ายหญิงบอกที่แอบไปมีอะไรกับคนอื่นเพราะผู้ชายไม่ค่อยได้เรื่องเรื่องบนเตียง เธอบอกเธอก็สวยเซ็กซี่นะ ไปไหนมาไหนเธอก็แต่งตัวสวยไม่เคยให้อายใคร เราฟังๆก็เออไอ้คนมันจะอยู่กันมีความสุข เขาจะอยากอยู่กับเรารึป่าวเรื่องสวยเซ็กซี่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก เรื่องนั้นมันแค่ดึงให้คนสองคนเข้ามาหากัน สวยนะดีแต่ถ้าสวยแล้วงี่เง่าก็ไม่มีใครทนหรอก ผู้หญิงบางคนก็ตั้งความหวัง อยากได้โน่นได้นี่ไปซะทุกอย่าง แต่ลืมไปว่าแล้วตัวเองมีอะไรให้เขาบ้าง รักเขาจริงหรืออยากแต่งงานแล้วขอกรีนการ์ดบางทีฟังแล้วก็งง
สรุปแล้วการแต่งงานสร้างชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องง่าย คนชาติเดียวกันภาษาเดียวกันแท้ๆยังมีปัญหาร้อยแปดจะนับประสาอะไรกับการแต่งงานกับคนต่างชาติต่างวัฒนธรรมซึ่งทำให้ต้องมีอะไรที่ต้องเรียนรู้และปรับต้องเปลี่ยนกันมากขึ้นไปอีก ยิ่งต้องแต่งงานแล้วย้ายถิ่นฐานด้วยแล้วยิ่งต้องปรับมากขึ้น ใช้ทั้งหัวใจและเหตุผลไปพร้อมๆกันก่อนจะตัดสินใจ ตัดสินใจไปแล้วแต่งไปแล้วก็ไม่มีใครรู้อนาคตว่าจะลงเอยอย่างไร สุขมากหรือเศร้ามากกว่ากัน ได้ดังใจหรือไม่ได้ดังใจ อนาคตไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่ทำได้คือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด รับผิดชอบ เอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าเห็นแก่ตัว อยากให้เขาดีเราก็ดีกับเขา อย่าหลอกตัวเอง ทำผิดยอมรับและแก้ไข ไม่ใช่อะไรก็ฉันไม่ผิด เขาผิด อย่าคาดหวังจนเกินไป เฮ้อๆที่เขียนมานี่คือเตือนตัวข้าพเจ้าเองด้วยแหละ..
I first came to America in March of 2007. I am now living here as a permanent resident. I hope this journal of my American experience will be of use to you. Thank you for your comments and suggestions.
